00:00:00 → 00:00:03Single Being podcast about Living
00:00:03 → 00:00:07your Best Single Life โดยหมอผิง
00:00:07 → 00:00:11แพทย์หญิงธิดารุจิพัฒนกุล
00:00:11 → 00:00:16ช่วงเนี้ยฝุ่น PM 2.5 เมันบุกหนักมากเลย
00:00:16 → 00:00:19นะคะซึ่งมันก็ทำให้กระทบกับไลฟ์สไตล์
00:00:19 → 00:00:22กระทบกับสุขภาพของเราหลายๆอย่างเลยนะคะ
00:00:22 → 00:00:24โดยเฉพาะในเรื่องของผิวพรรณด้วยนะคะหลาย
00:00:24 → 00:00:27คนอาจจะสังเกตว่าเอ๊ะช่วงเนี้ยเหมือนหน้า
00:00:27 → 00:00:30มันเป็นผื่นเห่อๆนะคะหรือว่าว่าคนที่เป็น
00:00:30 → 00:00:32เซฟเดิมก็อาจจะเซฟเดิมเห่อนะคะหรือสิวก็
00:00:32 → 00:00:35อาจจะเห่อขึ้นนะคะเพราะว่าตัว PM 2.5
00:00:35 → 00:00:38เนี่ยมันส่งผลกระทบกับผิวได้ซึ่งวันนี้
00:00:38 → 00:00:41ค่ะหมอจะมาเล่าให้ฟังว่ามันส่งผลกระทบกับ
00:00:41 → 00:00:44ผิวยังไงนะคะด้วยกลไกอะไรแล้วก็เราจะป้อง
00:00:44 → 00:00:47กันกันยังไง
00:00:47 → 00:00:50ค่ะดีที่อยู่
00:00:50 → 00:00:53[เพลง]
00:00:53 → 00:00:56เดียวสวัสดีค่ะคุณกำลังอยู่กับหมอผิง
00:00:56 → 00:01:00แพทย์หญิงธิดากรรุจิพัฒนกุลและ Single be
00:01:00 → 00:01:02ค่ะ Single Being นะคะเป็นพแสที่อยากให้
00:01:02 → 00:01:06คุณมีสุขภาพดีนะคะทั้งสุขภาพกายสุขภาพใจ
00:01:06 → 00:01:09ฟังแล้วก็มีความสุขนะคะแล้วก็ที่สำคัญฟัง
00:01:09 → 00:01:12แล้วเราก็เติบโตไปด้วยกันนะคะสนุกกับการ
00:01:12 → 00:01:15ดูแลตัวเองไปด้วยกันค่ะซึ่งหมอเชื่อว่า
00:01:15 → 00:01:16ถ้าเกิดว่าคุณเนี่ยเป็นคนที่ฟัง Single
00:01:17 → 00:01:19beeing เป็นประจำน่าจะเป็นคนที่ชอบดูแล
00:01:19 → 00:01:21สุขภาพดูแลตัวเองใช่มั้ยคะซึ่งบอกว่า
00:01:21 → 00:01:24สำหรับคนที่ชอบดูแลสุขภาพดูแลตัวเองเนี่ย
00:01:24 → 00:01:27ช่วงนี้มันเป็นช่วงที่แบบลำบากมากเลยนะใน
00:01:27 → 00:01:29การดูแลสุขภาพเพราะว่าหลายๆคนเนี่ยก็น่า
00:01:29 → 00:01:33จะชบชอบการออกกำลังกายกลางแจ้งการวิ่งการ
00:01:33 → 00:01:37ปั่นจักรยานนะคะซึ่งช่วงเนี้ยฝุ่น PM 2.5
00:01:37 → 00:01:41เมันบุกหนักมากเลยนะคะซึ่งมันก็ทำให้ถ้า
00:01:41 → 00:01:43เราแบบอยากดูแลตัวเองเนาะแล้วก็คงไม่ออก
00:01:43 → 00:01:46กำลังกายกลางแจ้งใช่มั้ยคะก็อาจจะอึดอัด
00:01:46 → 00:01:48นะคะออกไปข้างนอกก็ไม่ค่อยได้ไปเดินสวน
00:01:49 → 00:01:51เดินเล่นก็ไม่ค่อยได้นะคะก็ต้องทนๆกันไป
00:01:51 → 00:01:54หมอก็อึดอัดเหมือนกันนะคะนอกจากความอึด
00:01:54 → 00:01:56อัดต่างๆแล้วเนี่ยแน่นอนที่สุดนะมันกระทบ
00:01:56 → 00:01:59กับไลฟ์สไตล์กระทบกับสุขภาพของเราหลายๆ
00:01:59 → 00:02:02อย่างเลยนะคะโดยเฉพาะในเรื่องของผิวพรรณ
00:02:02 → 00:02:04ด้วยนะคะหลายคนอาจจะสังเกตว่าเอ๊ะช่วง
00:02:04 → 00:02:08เนี้ยเหมือนหน้ามันเป็นผื่นเห่อๆนะคะหรือ
00:02:08 → 00:02:10ว่าคนที่เป็นเซฟเดิมก็อาจจะเซฟเดิมเห่อนะ
00:02:10 → 00:02:13คะหรือสิวก็อาจจะเห่อขึ้นนะคะเพราะว่าตัว
00:02:13 → 00:02:15PM 2.5 เนี่ยมันส่งผลกระทบกับผิวได้
00:02:15 → 00:02:18ซึ่งวันเยค่ะหมอจะมาเล่าให้ฟังว่ามันส่ง
00:02:18 → 00:02:22ผลกระทบกับผิวยังไงนะคะด้วยกลไกอะไรแล้ว
00:02:22 → 00:02:24ก็เราจะป้องกันกันยังไงค่ะก่อนอื่นเลยนะ
00:02:25 → 00:02:27คะต้องบอกว่า PM 2.5 มันเป็นปัญหาใหญ่
00:02:28 → 00:02:30ระดับโลกนะคะมันเป็นสาเหตุของการเสีย
00:02:30 → 00:02:33ชีวิตนะคะอันดับ 5 เลยของโลกนะคะแล้วก็
00:02:33 → 00:02:36จัดเป็น 1 ใน 5 ของปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่
00:02:36 → 00:02:39ติดต่อเรื้อรังนะคะหรือว่าโรคในกลุ่ม ncd
00:02:40 → 00:02:42ก็คือ PM 2.5 เนี่ยมันเพิ่มความเสี่ยง
00:02:42 → 00:02:45ต่อโรคต่างๆไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดืดหัวใจ
00:02:45 → 00:02:49โรคปอดนะคะหรือว่าอื่นๆถ้าในแง่ของการก่อ
00:02:49 → 00:02:52มะเร็งนะคะก็จัดได้ว่าเป็นสารก่อมะเร็ง
00:02:52 → 00:02:55กลุ่มหนึ่งเลยนะคะก็คือควรจะต้องเลี่ยง
00:02:55 → 00:02:57แต่มันจะเลี่ยงยังไงนะคะในเมื่ออย่างใน
00:02:57 → 00:03:01เมืองไทยน่ะสถิติพบว่าค่ะ 38 ล้านคนนของ
00:03:01 → 00:03:04คนไทยทั้งหมดเนี่ยอยู่ในพื้นที่ที่ PM
00:03:04 → 00:03:072.5 เฉลี่ยแล้วสูงกว่า 37.5 ไมโครกรัม
00:03:07 → 00:03:10ต่อลูกบาทเมตรซึ่งอันเนี้ยจัดว่าเป็นค่า
00:03:10 → 00:03:14ที่สูงเกินมาตรฐานทั้งของไทยเองอเมริกา
00:03:14 → 00:03:17หรือว่าญี่ปุ่นในขณะที่ Who หรือว่าองค์
00:03:17 → 00:03:20การอนามัยโลกเนี่ยบอกว่าค่าที่ดีเนี่ยควร
00:03:20 → 00:03:23จะน้อยกว่า 15 ไมโครกรัมต่อลูกบาทเมตฟัง
00:03:23 → 00:03:27แล้วก็ลองพสแล้วไปดูก็ได้นะคะว่าตอนเ PM
00:03:27 → 00:03:302.5 ในระแวกบ้านของคุณผู้ฟังอ่ะค่ะอยู่
00:03:30 → 00:03:34ที่เท่าไหร่ถ้าเกินกว่า 35 นะคะหรือเกิน
00:03:35 → 00:03:37กว่า 37.5 นะคุณก็เป็นคนที่อยู่ในพื้นที่
00:03:37 → 00:03:41ที่เสี่ยงต่อการที่เกิดโรคต่างๆจากสถิติ
00:03:41 → 00:03:45ที่เขาเก็บมานะคะก็พบว่าคนไทยเนี่ยป่วย
00:03:45 → 00:03:49ด้วยโรคที่เกี่ยวข้องกับ PM 2.5 เยอะพอ
00:03:49 → 00:03:53สมควรแค่จาก 1 ตุลาคม 2566 - 31
00:03:53 → 00:03:56ธันวาคม 2567 มีผู้ป่วยจากโรคที่เกี่ยว
00:03:56 → 00:03:58ข้องกับ PM 2.5 ถึง
00:03:58 → 00:04:031,4 8,000 รายค่ะโดยแบ่งเป็นโรคทั้งปอด
00:04:03 → 00:04:07อุดกั้นเรื้อรังตาอักเสบผิวหนังอักเสบหืด
00:04:07 → 00:04:10หัวใจขาดเลือดเฉียบพลันนะคะแล้วก็ถ้านนับ
00:04:10 → 00:04:14ในแง่ของอายุขขเฉลี่ยเนี่ยพบว่า PM 2.5
00:04:14 → 00:04:19ทำให้อายุเฉลี่ยของคนไทยลดลง 1.78 ปีค่ะ
00:04:19 → 00:04:24โอ้โหมันโหดร้ายมากเลยนะคะมันกระทบกับทุก
00:04:24 → 00:04:26อวัยวะในร่างกายเลยใช่ไมั้ยคะทีนี้เรามา
00:04:26 → 00:04:29คุยกันถึงอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย
00:04:29 → 00:04:32กายเราคุณผู้ฟังทราบดีใช่มั้ยคะนั่นคือ
00:04:32 → 00:04:35ผิวหนังค่ะเนื่องจากผิวหนังนะนอกจากมัน
00:04:35 → 00:04:37เป็นอวัยวะที่ใหญ่แล้วมันยังเป็นอวัยวะ
00:04:37 → 00:04:42ที่ต้องสัมผัสกับ PM 2.5 โดยตรงด้วยนะคะ
00:04:42 → 00:04:45แล้วไอ้เจ้า PM 2.5 เนี่ยมันก็เล็กมากๆ
00:04:45 → 00:04:49ดังนั้นน่ะมันทะลุผ่านผิวได้ค่ะโดยมัน
00:04:49 → 00:04:51ผ่านชั้น epidermis เข้าไปนะคะผ่านไปทาง
00:04:51 → 00:04:55Hair ิิหรือว่าต่อมขนแล้วก็รูกลุมขนนะคะ
00:04:55 → 00:04:58แล้วก็มันผ่านเข้าไปทางชั้นผิวหนังสตัม
00:04:58 → 00:05:02คอนมโดยเฉพาะถ้าเกิดว่าคนๆนั้นเนี่ยมี
00:05:02 → 00:05:04Skin barrier เสียก็คือชั้นปราการปก
00:05:04 → 00:05:08ป้องผิวเนี่ยไม่สมดุลเช่นผิวแห้งหรือว่า
00:05:08 → 00:05:11เป็นโรคผิวหนังบางอย่างผิวหนังอักเสบนะคะ
00:05:11 → 00:05:13ทำให้ชั้น Skin barrier เนี่ยมันไม่
00:05:13 → 00:05:16สมดุลไม่แข็งแรงก็จะทำให้ PM 2.5 มัน
00:05:16 → 00:05:19ยิ่งผ่านเข้าไปได้มากขึ้นซึ่งพอมันผ่าน
00:05:19 → 00:05:22เข้าไปที่ผิวเราอ่ะค่ะมันไปทำให้เกิดกลไก
00:05:22 → 00:05:25ใหญ่ๆก็คือ 1 มันก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ
00:05:25 → 00:05:28ที่ผิวซึ่งกลไกอนุมูลอิสระที่ผิวเนี่ยถ้า
00:05:28 → 00:05:31ใครที่ฟังออกมาเรื่อยๆก็จะทราบดีว่ากลไก
00:05:31 → 00:05:34อนุมูลอิสระมันเร่งกระบวนการแก่ของเซลล์
00:05:35 → 00:05:38ในร่างกายนะคะดังนั้นเนี่ยแน่นอนค่ะด้วย
00:05:38 → 00:05:41กลไกพออนุมูลอิสระเพิ่มขึ้นเซลล์ผิวเราก็
00:05:41 → 00:05:45แก่เร็วขึ้นอันที่ 2 มันก่อให้เกิดการ
00:05:45 → 00:05:48อักเสบในระดับของเรียกว่าเป็นแบบ
00:05:48 → 00:05:50molecular inflammation เป็นการอักเสบ
00:05:50 → 00:05:54ในระดับโมเลกุลนะคะซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไก
00:05:54 → 00:05:57ที่ทำให้เราอ่ะแก่เร็วขึ้นดังนั้นแน่นอน
00:05:57 → 00:06:00ที่สุด PM 2.5 ทำให้ให้ผิวเราแก่เร็ว
00:06:00 → 00:06:03ขึ้นโดยมีการศึกษาทางระบาทวิทยาหลายชิ้น
00:06:04 → 00:06:08นะคะพบว่า PM 2.5 เนี่ยทำให้เกิดริ้วรอย
00:06:08 → 00:06:11มากขึ้นนะคะมีการทำให้คอลลาเจนกับ
00:06:11 → 00:06:14อิลาสตินน่ะมันเสื่อมสภาพไปด้วยกลไกของ
00:06:14 → 00:06:17อนุอิสระที่เข้ามาทำลายเนี่ยแหละแล้วก็
00:06:17 → 00:06:20ยังเพิ่มการสร้างของเม็ดสีด้วยนั่นแปลว่า
00:06:20 → 00:06:23ถ้าเราสัมผัสเพียม 2.5 มากๆเนี่ยจุดด่าง
00:06:23 → 00:06:25ดำกระที่เรามีอยู่ก็มีโอกาสที่จะเข้มขึ้น
00:06:25 → 00:06:29ได้ดังนั้นเมื่อผิวทั้งริ้วรอยเพิ่มขึ้น
00:06:29 → 00:06:31นะแล้วก็แห้งด้วยนะคะเพราะว่าทำให้ผิว
00:06:31 → 00:06:34เนี่ยมันดูแห้งขึ้นความชุ่มชื้นลดลงเมื่อ
00:06:34 → 00:06:37ทั้งริ้วรอยเพิ่มขึ้นแห้งขึ้นนะคะเม็ดสี
00:06:37 → 00:06:40ด่างดำเพิ่มขึ้นภาพรวมก็เลยทำให้ผิวเรา
00:06:40 → 00:06:43มัน aging คือมันดูแก่ขึ้นนะคะโอ๊แค่ฟัง
00:06:43 → 00:06:46ก็ขนลุกพูดก็ขนลุกละแล้วเพียม 2.5 นี่
00:06:46 → 00:06:50อื้อหือร้ายมากต่อมานะคะในแง่ของคนที่
00:06:50 → 00:06:52เป็นโรคผิวหนังเนี่ยอย่าง atopic
00:06:52 → 00:06:54dermatitis หรือโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง
00:06:54 → 00:06:57กลุ่มเนี้ยหลายๆคนจะพบว่าช่วงที่ฝุ่น PM
00:06:57 → 00:07:002.5 เยอะๆเนี่ยเหมือนอาการมันจะจะกำเริบ
00:07:00 → 00:07:04มันจะคันๆแดงๆนะคะตามข้อพับแขนอะไรต่างๆ
00:07:04 → 00:07:07ซึ่งตรงเนี้ยมันก็เป็นไปได้แน่นอนเพราะ
00:07:07 → 00:07:11ว่าอย่างที่บอก PM 2.5 ทำให้ชั้นปกป้อง
00:07:11 → 00:07:14ผิวนี่มันอ่อนแอลงคนที่เป็นผื่นภูมิแพ้
00:07:14 → 00:07:16ผิวหนังก็มีชั้นปกป้องผิวที่อ่อนแออยู่
00:07:16 → 00:07:18แล้วปรากันปกป้องผิวที่อ่อนแออยู่แล้วนะ
00:07:18 → 00:07:21คะแล้ว PM 2.5 ยังไปเพิ่มการอักเสบการ
00:07:21 → 00:07:24อักเสบก็เป็นกลไกนึงที่เกิดขึ้นในโรคภูมิ
00:07:24 → 00:07:27แพ้ผิวหนังดังนั้นมันก็เลยทำให้คนที่เป็น
00:07:27 → 00:07:30atopic dermatis หรือว่าโรคผื่นภูมิพ
00:07:30 → 00:07:32ผิวหนังเนี่ยอาการอาจจะเยอะขึ้นหนักขึ้น
00:07:32 → 00:07:35ในช่วงนี้นะคะต่อมาที่อีกโรคนึงที่เป็น
00:07:35 → 00:07:38โรคพี่ใหญ่ของผิวหนังเหมือนกันนั่นก็คือ
00:07:38 → 00:07:41สะเก็ดเงินนะคะก็มีงานวิจัยพบว่าผู้ป่วย
00:07:41 → 00:07:45สะเก็ดเงินเนี่ยก็อาจจะมีการกำเริบของโรค
00:07:45 → 00:07:49มากขึ้นในช่วงที่ PM 2.5 เยอะๆแล้วก็ยัง
00:07:49 → 00:07:52มีบางงานวิจัยพบว่าจำนวนครั้งของการที่จะ
00:07:52 → 00:07:55ต้องมารงพยาบาลน่ะของผู้ป่วยสะเก็ดเงินใน
00:07:55 → 00:07:58ช่วงที่ PM 2.5 สูงอ่ะมันมากกว่าช่วงที่
00:07:58 → 00:08:00ไม่มี PM 2.5 5 นั่นก็คือเป็นเหมือนบอก
00:08:00 → 00:08:03ทางอ้อมๆว่า PM 2.5 เนี่ยน่าจะทำให้
00:08:03 → 00:08:08อาการของโรคสะเก็ดเงินเนี่ยแย่ลงมาที่โรค
00:08:08 → 00:08:11ใหญ่โรคสำคัญเลยนะคะโรคที่กวนใจใครหลายๆ
00:08:11 → 00:08:14คนนั่นก็คือสิวหลายคนอาจจะแบบเอ้ยสิวมัน
00:08:14 → 00:08:17จะไปเกี่ยวข้องได้ยังไงกับ PM 2.5 นะคะ
00:08:17 → 00:08:20มันเกี่ยวค่ะ PM 2.5 มันเกี่ยวกับเค้าไป
00:08:20 → 00:08:23เรื่อยแหละมันมีงานวิจัยที่พบว่า PM 2.5
00:08:23 → 00:08:27เนี่ยไปเพิ่มค่ะการหลั่งของซีบัมหรือว่า
00:08:27 → 00:08:31ตัวไขมันที่ผิวนะคะแล้วก็ไปทำให้การผลัด
00:08:31 → 00:08:33เซลล์ผิวเนี่ยมันเค้าเรียกว่าเสียสมดุลไป
00:08:34 → 00:08:38นะไม่ดีทำให้เกิดการอักเสบเพิ่มขึ้นแล้ว
00:08:38 → 00:08:42ก็ยังไปเพิ่มเชื้อซีแคนที่ผิวซึ่งเป็น
00:08:42 → 00:08:44เชื้อแบคทีเรียที่สัมพันธ์กับพญาที่
00:08:44 → 00:08:48กำเนิดของโรคสิวถ้าใครที่ศึกษาเรื่องสิว
00:08:48 → 00:08:52มานะก็จะพบเลยว่าอโอมันครบทุกกระบวนการ
00:08:52 → 00:08:55ขั้นตอนของการก่อให้เกิดสิวเลยนะคะไม่ว่า
00:08:55 → 00:08:59จะเป็นเพิ่มซีบัมทำให้ ful carenation
00:08:59 → 00:09:03มันผิดไปนะคะเกิดการอักเสบเกิดการเพิ่ม
00:09:03 → 00:09:07ของีแคนนั่นก็เลยทำให้ช่วงที่ PM 2.5
00:09:07 → 00:09:09เยอะๆเนี่ยคนไข้ที่เป็นคนไข้กลุ่มสิวก็
00:09:09 → 00:09:12อาจจะรู้สึกว่าโอ้โรคฉันมันกำเริบมันแย่
00:09:12 → 00:09:15ลงอะไรอย่างงี้อันนี้ก็เกิดขึ้นได้นะคะ
00:09:15 → 00:09:18เดี๋ยวจะเล่าถึงวิธีแก้ฟังต่อไปอีกนิดนึง
00:09:18 → 00:09:22ว่านอกจากโรคที่ว่ามาแล้วนะคะอีกโรคนึง
00:09:22 → 00:09:25ซึ่งเราอาจจะไม่ได้คุ้นเคยกันนักแต่ก็มี
00:09:25 → 00:09:27บางงานวิจัยพบว่ามันเกี่ยวข้องเช่นกัน
00:09:27 → 00:09:30นั่นก็คือกลุ่มโรคของมะเร็งผิวหนังโดย
00:09:31 → 00:09:33เฉพาะกลุ่มโรคมะเร็งผิวหนังที่ไม่ใช่
00:09:33 → 00:09:35เมลาโนนะคะก็จะเป็นพวก Square Muscle
00:09:35 → 00:09:38carcinoma SCC หรือ bcc Bal Cell
00:09:38 → 00:09:41carcinoma นะคะซึ่งการที่มะเร็งผิวหนัง
00:09:41 → 00:09:43เพิ่มขึ้นเนี่ยเขาก็พบว่ามันน่าจะมาจาก
00:09:43 → 00:09:47การที่อนุมูลอิสระที่ถูก PM 2.5 กระตุ้น
00:09:47 → 00:09:51เนี่ยไปทำลายตัว DNA นะทำให้เหมือนแม่
00:09:51 → 00:09:53พิมพ์เขียวของเซลล์เราอ่ะมันผิดปกติไปมัน
00:09:53 → 00:09:56ก็เลยไปเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง
00:09:56 → 00:09:58ผิวหนังได้นะคะแต่ว่ามันก็ยังไม่ใช่
00:09:58 → 00:10:00ปัจจัยหลักนะปัจจัยหลักของมเร็งผิวหนังก็
00:10:00 → 00:10:03ยังจะเป็นเรื่องของพันธุกรรมกับแสงแดดที
00:10:04 → 00:10:07นี้เรารู้แล้วแหละว่ามันส่งผลเสียกับผิว
00:10:08 → 00:10:11แล้วเรายังจะต้องอยู่กับมันเนาะไม่รู้ว่า
00:10:11 → 00:10:14เมื่อไหร่มันจะไปแต่ถ้าเรายังต้องอยู่กับ
00:10:14 → 00:10:17มันเนี่ยจะทำอะไรได้บ้างนะหมอก็แชร์ทริป
00:10:17 → 00:10:21ละกันส่วนตัวคือทุกเช้าพยายามตื่นมาแล้ว
00:10:21 → 00:10:24ก็เช็คเป็นอย่างแรกเลยว่าโอเควันนี้มัน
00:10:24 → 00:10:26ค่ามันเท่าไหร่ถ้าเกิดว่าค่ามันเกินกว่า
00:10:26 → 00:10:2950 ไมโครกรัมต่อลูกบาทเมตนะคะก็ก็พยายาม
00:10:30 → 00:10:33เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งการออกกำลังกายกลาง
00:10:33 → 00:10:35แจ้งนะคะหรือว่าการจะต้องออกไปทำธุระ
00:10:35 → 00:10:38ปะปังอะไรต่างๆเนี่ยก็พยายามอยู่ในร่มนะ
00:10:38 → 00:10:42คะถ้าออกกำลังก็ออกในร่มได้ถ้าออกพวกกึ่ง
00:10:42 → 00:10:45ๆในร่มอย่างแบดมินตันอะไรเงี้ยก็ยังพอได้
00:10:45 → 00:10:48แต่ถ้าเกิดเกินกว่า 90 ไมโครกรัมต่อลูก
00:10:48 → 00:10:51บาทเมตรนะคะอันเนี้ยควรจะออกกำลังกายใน
00:10:51 → 00:10:55ยิมละนะคะในอาคารปิดจะปลอดภัยกว่าก็ไม่
00:10:55 → 00:10:58ควรที่จะไปออกกำลังกลังแจ้งหรือว่าเมี
00:10:58 → 00:11:00Outdoor อันนี้เป็นคำแนะนำจากกรมอนามัย
00:11:00 → 00:11:03ดังนั้นเนี่ยทุกวันก็คือเช็คก่อนเลยถ้า
00:11:03 → 00:11:06มันสูงก็ไม่ออกกำลังไม่ออกกลางแจ้งปิด
00:11:06 → 00:11:08หน้าต่างเปิดเครื่องฟอกอากาศนะคะแต่ช่วง
00:11:08 → 00:11:10นี้บอกว่าหน้าต่างปิดตลอดเวลาดีอยู่แล้ว
00:11:10 → 00:11:13นะคะแล้วก็พยายามหมั่นเช็คอากาศภายในห้อง
00:11:13 → 00:11:16ว่าอุณหภูมิเป็นอย่างไรนะคะถ้าเกิดคนที่
00:11:16 → 00:11:19แบบบ้านกว้างมากและมีเครื่องฟอกอากาศไม่
00:11:19 → 00:11:21ได้เยอะเราก็อาจจะจัดห้องนึงไว้เป็นห้อง
00:11:21 → 00:11:24ปลอดภัยเป็นห้องปลอดฝุ่นโดยในห้องปลอด
00:11:24 → 00:11:26ฝุ่นเนี่ยนอกจากจะปิดหน้าต่างมิชิดเปิด
00:11:26 → 00:11:29เครื่องฟอกอากาศแล้วนะคะมันไม่ควรจะมี
00:11:29 → 00:11:31สิ่งเก็บฝุ่นอยู่ในห้องเยอะสิ่งเก็บฝุ่น
00:11:31 → 00:11:36ก็อย่างเช่นพวกพรหมหมอนต่างๆผ้าห่มอะไร
00:11:36 → 00:11:38ที่เป็นพวกตุ๊กตาขนสัตว์อะไรอย่างเงี้ย
00:11:38 → 00:11:41ค่ะต่างๆเหล่าเนี้ยก็ควรที่จะเลี่ยงเราทำ
00:11:41 → 00:11:43สิ่งแวดล้อมภายในบ้านเราให้ปลอดภัยละที
00:11:43 → 00:11:46นี้แล้วที่ผิวเราล่ะเวลาเราออกไปนอกบ้าน
00:11:46 → 00:11:49นะคะเราก็จะต้องสัมผัสกับ PM แน่นอนอย่าง
00:11:49 → 00:11:51ที่บอกแหละผิวเรามันเจอโดยตรงเนาะดังนั้น
00:11:51 → 00:11:54พอกลับมาบ้านเนี่ยจริงๆช่วงนี้ก็ควรที่จะ
00:11:54 → 00:11:58ล้างหน้าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสระผมนะคะ
00:11:58 → 00:12:00หรือว่าล้างหน้าหน้าก็อาจจะเป็น Double
00:12:00 → 00:12:02Clean เลยนะคะก็คือใช้เป็น Cleansing
00:12:02 → 00:12:04Milk Cleansing Water อะไรต่างๆเนี่ย
00:12:04 → 00:12:06รอบนึงก่อนแล้วก็ใช้ cleanser ตามนะคะ
00:12:06 → 00:12:10แล้วก็บำรุงด้วยแอนตี้ออกซินหรือสารต้าน
00:12:10 → 00:12:13อนุมูลอิสระอย่างที่บอกว่ามันมีกลไกใน
00:12:13 → 00:12:16เรื่องของการก่อให้เกิดอนุมูลอิสระใช่
00:12:16 → 00:12:18มั้ยคะดังนั้นเราก็ต้องใช้สารต้านอนุมูล
00:12:18 → 00:12:21อิสระรวมถึงพวกสารต้านการอักเสบต่างๆ
00:12:21 → 00:12:23เนี่ยเข้ามาช่วยดังนั้นสกินแครที่เรามอง
00:12:23 → 00:12:27หาก็อาจจะมองหาพวกที่มีวิตามินซีวิตามิน E
00:12:27 → 00:12:30ในอิา
00:12:30 → 00:12:33แนินะคะกลุ่มพวกเนี้ยก็จะช่วยในแง่ของ
00:12:33 → 00:12:36antioxidant Anti inflammation นะคะ
00:12:36 → 00:12:40แล้วก็พยายามทารอร์ที่มันช่วยทำให้ชั้น
00:12:41 → 00:12:44ปรากันปกป้องผิวเราอ่ะแข็งแรงขึ้นนะคะ
00:12:44 → 00:12:46เพราะอย่างที่บอกว่าการที่ปันปกป้องผิว
00:12:46 → 00:12:49เราไม่แข็งแรงเนี่ยมันก็ส่งผลให้ PM 2.5
00:12:49 → 00:12:53มันเข้ามามากขึ้นแล้ว PM 2.5 เองอ่ะมัน
00:12:53 → 00:12:55ก็ไปทำร้ายปากการปกพร่องผิวเราเช่นกันนะ
00:12:55 → 00:12:58คะดังนั้นเราก็ต้องซ่อมแซมด้วยมองหาสาร
00:12:58 → 00:13:02เช่นกลุ่มพวกเซไนลูนิค Acid นะคะกลุ่มพวก
00:13:02 → 00:13:05นี้แล้วก็ 4 ก็คือการทาซันสกรีนหรือกัน
00:13:06 → 00:13:09แดดสำคัญมากๆแม้ว่าจะแดดแรงแดดไม่แรงหรือ
00:13:09 → 00:13:12ว่าเราจะอยู่ในบ้านนะคะแต่ว่าบ้านเราก็มี
00:13:12 → 00:13:15หน้าต่างแสงมันก็เข้าถึงซึ่งแน่นอนแสงแดด
00:13:15 → 00:13:18นะคะ UV ก็ก่อให้เกิดทั้งอนุมูลอิสระและ
00:13:18 → 00:13:21การอักเสบได้เช่นกันดังนั้นน่ะมันก็จะไป
00:13:21 → 00:13:24ช่วยกันกับ PM 2.5 ในการทำร้ายผิวนะคะ
00:13:24 → 00:13:26ดังนั้นเราก็ต้องทาซันสกรีนเพื่อที่จะลด
00:13:26 → 00:13:30ตรงนี้ไป 5 คือเรื่องของการกินอาหารนะคะ
00:13:30 → 00:13:33อย่างที่บอกว่าเราก็ต้องสู้จากภายในด้วย
00:13:33 → 00:13:36พยายามเพิ่มการรับประทานอาหารที่มีสาร
00:13:36 → 00:13:39ต้านอนุมูลอิระก็คือผักผลไม้หลากสีนะคะ
00:13:39 → 00:13:42จากเดิมอาจจะทานที่ประมาณ 3-5 กำมือช่วง
00:13:42 → 00:13:45นี้อาจจะต้องเพิ่มเป็น 5-7 กำมือเลยนะคะ
00:13:45 → 00:13:48เพื่อที่จะให้สารลต้านอนุมูลอิสระเนี่ย
00:13:48 → 00:13:50เข้าไปช่วยปกป้องเรานะคะเพราะว่าเราอ่ะ
00:13:50 → 00:13:54รับ PM 2.5 มาเยอะก่อให้เกิดอนุสระใน
00:13:54 → 00:13:56ร่างกายเยอะสิ่งต่างๆเหล่าเนี้ยก็จะเป็น
00:13:56 → 00:13:59การช่วยดูแลดังนั้นสรุปคือดูแลทั้งสิ่ง
00:13:59 → 00:14:03แวดล้อมนะคะดูแลตัวเองอย่าเอาตัวเองเข้า
00:14:03 → 00:14:06ไปอยู่ในฝุ่นในช่วงวันที่มันไม่ควรจะเจอ
00:14:06 → 00:14:10นะคะแล้วก็ดูแลผิวนะคะด้วยการล้างด้วยการ
00:14:10 → 00:14:15เติมสารบำรุงต่างๆดูแลจากภายในด้วยการทาน
00:14:15 → 00:14:18อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเยอะๆก็หวัง
00:14:18 → 00:14:21เป็นอย่างยิ่งนะคะว่าดูแลกันขนาดเนี้ยก็
00:14:21 → 00:14:24จะช่วยชะลอผลเสียที่เกิดจาก PM 2.5 ได้
00:14:24 → 00:14:25นะ
00:14:25 → 00:14:29คะถ้าใครที่มีทริปอะไรที่น่าน่าสนใจนะคะ
00:14:29 → 00:14:33เกี่ยวกับการป้องกัน PM 2.5 นะคะก็โพสต์
00:14:33 → 00:14:36มาบอกหมอได้ใน x นะคะหรือว่าจะคอมเมนตาม
00:14:36 → 00:14:40ช่องทางต่างๆที่คุณฟังก็ได้นะคะยังไงถ้า
00:14:40 → 00:14:43ชอบนะคะก็ฝากกดไลค์กดแชร์แล้วก็ติดตามกัน
00:14:43 → 00:14:46ด้วยค่ะแล้วพบกันใหม่ค่ะสวัสดี
00:14:46 → 00:14:50ค่ะ Single Being podcast about
00:14:50 → 00:14:54Living your Best Single Life โดย
00:14:54 → 00:14:58หมอผิงแพทย์หญิงธิดาการรุจิพัฒนกุล
00:14:59 → 00:15:02e