00:00:05 → 00:00:07สวัสดีค่ะหมอแพทยหญิงวรินทิพย์มหาป
00:00:07 → 00:00:09สุธานนท์นะคะอายุรแพทย์โรคติดเชื้อประจำ
00:00:09 → 00:00:12โรงพยาบาลเวชธานีค่ะวันนี้ก็จะมาให้ความ
00:00:12 → 00:00:15รู้เกี่ยวกับโรคของอลาสก้าพนะคะซึ่งก็คือ
00:00:15 → 00:00:17เพิ่งมีรายงานว่าผู้ป่วยติดเชื้อแล้วก็
00:00:17 → 00:00:20เสียชีวิตในอลาสก้านะคะช่วงประมาณปลาย
00:00:20 → 00:00:23เดือนที่ผ่านมาค่ะอุบัติกาของอลาสก้าพ
00:00:23 → 00:00:27เป็นอย่างไรจริงๆจนถึงปัจจุบันนี้นะคะก็
00:00:27 → 00:00:29จริงๆมีรายงานผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส
00:00:29 → 00:00:31อลาสก้าเนี่ยเพียงแค่ 7 รายเท่านั้นน่ะ
00:00:31 → 00:00:34ค่ะแล้วก็ตรวจพบรายแรกเนี่ยก็คือตรวจพบ
00:00:34 → 00:00:38ที่อลาสก้านะคะก็คือเมื่อปีประมาณพ.ศ 2558
00:00:38 → 00:00:41อ่ะค่ะแล้วก็ผู้ป่วย 6 รายนะคะก่อนหน้า
00:00:41 → 00:00:43นี้เนี่ยก็คือมีอาการที่ไม่รุนแรงแล้วก็
00:00:43 → 00:00:45ไม่ได้จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาที่โรง
00:00:45 → 00:00:47พยาบาลนะคะส่วนผู้ป่วยรายที่ 7 ที่เพิ่ง
00:00:48 → 00:00:50มีรายงานเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมานะคะก็
00:00:50 → 00:00:52คือเป็นผู้ป่วยที่อาศัยอยู่บริเวณเอ่อคาบ
00:00:52 → 00:00:54สมุดรเคนายนะคะที่บริเวณทางใต้ของรัฐ
00:00:54 → 00:00:56อลาสก้าคะซึ่งผู้ป่วยรายเนี้ยก็คือมี
00:00:56 → 00:00:58ประวัติเรื่องของเป็นโรคมะเร็งด้วยแล้วก็
00:00:58 → 00:01:00อาจจะมีเรื่องของภูมิคุ้มกันที่บกพร่อง
00:01:00 → 00:01:03อ่ะค่ะก็เลยทำให้มีอาการที่รุนแรงแล้วก็
00:01:03 → 00:01:05เกิดผลแทรกซ้อนตามมาจนถึงเสียชีวิตได้อ
00:01:05 → 00:01:10ค่ะไวรัส Alaska po คืออะไรก็คืออสก po
00:01:10 → 00:01:13นะคะจริงๆเป็นไวรัสที่อยู่ในสกุลของออท
00:01:13 → 00:01:15pox ไวรัสอ่ะค่ะซึ่งก็คือสกุลเนี้ยก็คือ
00:01:15 → 00:01:18เป็นกลุ่มของไวรัสที่พวกเรารู้จักกันดีก็
00:01:18 → 00:01:21คือไวรัสที่ก่อโรคไข้ทรพิษหรือว่าฝีดาด
00:01:21 → 00:01:24คือ smallpox นะคะรวมถึงตัว MX ด้วยอ่ะ
00:01:24 → 00:01:26ค่ะซึ่งไวรัสพวกเเนี่ยก็คือจะติดต่ออยู่
00:01:26 → 00:01:28ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กอ่ะค่ะ
00:01:28 → 00:01:30แล้วก็จะแพร่เชื้ออยู่ในพวกนูหรือว่าพวก
00:01:30 → 00:01:32แบบสัตว์ฟันแท้ต่างๆเช่นพวกกระรอกแดงเป็น
00:01:32 → 00:01:35ต้นนะคะแล้วก็จะทำให้เกิดการติดเชื้อที่
00:01:35 → 00:01:39บริเวณผิวหนังอ่ะค่ะสาเหตุของอสกพเกิดจาก
00:01:40 → 00:01:43อะไรจริงๆสาเหตุของการติดเชื้อเนี่ยก็คาด
00:01:43 → 00:01:46ว่าน่าจะเกิดจากการสัมผัสกับเอ่อสัตว์ที่
00:01:46 → 00:01:49มีการติดเชื้อนะคะจริงๆเ่อการการติดเชื้อ
00:01:49 → 00:01:51ของผู้ป่วยรยล่าสุดเนี่ยจริงๆเราก็ยังไม่
00:01:51 → 00:01:53ได้ทราบแน่ชัดมากว่าจริงๆติดจากอะไรเพราะ
00:01:53 → 00:01:56ว่าคนไข้เนี่ยก็คือจริงๆอาศัยอยู่ในป่า
00:01:56 → 00:01:58แล้วก็เอ่อมีประวัติว่าเลี้ยงแมวจรจัด
00:01:58 → 00:02:00อยู่ 1 ตัวซึ่งแมวตัวนั้นเนี่ยก็คืออาจจะ
00:02:00 → 00:02:02มีประวัติที่อ่าไปล่าพวกสัตว์เลกลูกด้วย
00:02:02 → 00:02:05นมอ่ะค่ะในป่าอ่ะค่ะซึ่งอาจจะมีโอกาสติด
00:02:05 → 00:02:07เชื้อแล้วก็แมวก็มาขวนตัวผู้ป่วยอ่ะค่ะทำ
00:02:07 → 00:02:10ให้มีอาการแล้วก็มีรอยโรคขึ้นมาตามหลังนะ
00:02:10 → 00:02:13คะก็เลยคาดว่าอาจจะติดเชื้อจากตรงนี้ได้
00:02:13 → 00:02:15ค่ะจริงๆก็คือมันอยู่ในเป็นไวรัสที่อยู่
00:02:15 → 00:02:17ในพวกสัตว์เลี้ยงุกด้วยนมขนาดเล็กอ่ะค่ะ
00:02:17 → 00:02:19จริงๆพวกหนุมพวกกระรอกอะไรพวกเเป็นหลัก
00:02:19 → 00:02:21ค่ะแต่ว่าอย่างเช่นสัตว์เลี้ยงเนี่ยบางที
00:02:21 → 00:02:24ก็คืออาจจะไปสัมผัสโดนไปไปล่ามันแล้วก็
00:02:24 → 00:02:26อาจจะมีไปติดโดนเล็บโดนเชื้ออะไรอย่าง
00:02:26 → 00:02:28เงี้ยมาได้ค่ะไม่ไม่จำเพาะว่าจะอยู่ใน
00:02:28 → 00:02:31เฉพาะอ่าสุนัขหรือว่าแมวค่ะก็อย่างที่
00:02:31 → 00:02:33กล่าวไปก็คือน่าจะติดจากการสัมผัสกับพวก
00:02:33 → 00:02:37สัตว์ที่เขามีการติดเชื้อค่ะก็ทำให้ตัว
00:02:37 → 00:02:39เชื้อเนี่ยมันเข้าสู่ร่างกายของคนได้อ่ะ
00:02:39 → 00:02:43ค่ะเวลามีแผลอะไรเงี้ยค่ะไวรัส Alaska พ
00:02:43 → 00:02:46มีระยะเวลาในการฟักตัวนานขนาดไหนแล้ว
00:02:46 → 00:02:49อาการเป็นอย่างไรก็คือจริงๆระยะฟักตัวของ
00:02:49 → 00:02:51ไวรัส Alaska พเนี่ยจริงๆยังไม่ได้มีข้อ
00:02:51 → 00:02:54มูลแน่ชัดมากเพราะว่าจริงๆจำนวนเคสเนี่ย
00:02:54 → 00:02:56มันมีค่อนข้างน้อยมากอ่ะคะแล้วก็แต่ว่า
00:02:56 → 00:02:58ถ้าเกิดอ้างอิงตามไวรัสในกลุ่มเดียวกันนะ
00:02:58 → 00:03:00คะระยะฟักตัวเนี่ยก็จะอยู่ที่ประมาณเป็น
00:03:00 → 00:03:02หลักวันหรือว่าอาจจะได้ถึงประมาณ 4
00:03:02 → 00:03:04สัปดาห์เลยอ่ะค่ะซึ่งในผู้ป่วยรยล่าสุด
00:03:05 → 00:03:06ที่ตรวจพบเนี่ยค่ะก็คือมีประวัติที่โดน
00:03:06 → 00:03:09แมวจรจัดขวดเนี่ยเอยู่ในช่วง 4 สัปดาห์
00:03:09 → 00:03:11ก่อนที่จะมีอาการค่ะแล้วส่วนของอาการของ
00:03:11 → 00:03:14การติดเชื้อไวรัสอลาสก้าพนะคะก็คือจะมี
00:03:14 → 00:03:16หลักๆเลยก็คือจะเป็นการติดเชื้อที่ผิว
00:03:16 → 00:03:18หนังก็เลยจะมีในเรื่องของเป็นตุ่มที่
00:03:18 → 00:03:20บริเวณผิวหนังอ่ะค่ะซึ่งจะมีเป็น 1 ตุ่ม
00:03:20 → 00:03:22หรือว่าหลายตุ่มก็ได้ค่ะลักษณะตุ่มเนี่ย
00:03:22 → 00:03:24จะเป็นแบบคล้ายๆเป็นตุ่มหนองเป็นตุ่มแดง
00:03:24 → 00:03:27หรือว่าจะเป็นปื้นๆได้เหมือนกันนะคะแล้ว
00:03:27 → 00:03:29ก็ร่วมกับว่าก็จะมีอาการอื่นเช่นมีไข้ด
00:03:29 → 00:03:32ได้มีต่อมน้ำเหลืองโตได้ค่ะแล้วก็อาจจะมี
00:03:32 → 00:03:34เรื่องของปวดข้อปวดกระดูกปวดกล้ามเนื้อ
00:03:34 → 00:03:37ได้เหมือนไวรัสทั่วๆไปอ่ะค่ะแล้วก็ในผู้
00:03:37 → 00:03:39ป่วยที่อาการแบบไม่ได้รุนแรงอย่าเงี้ยค่ะ
00:03:39 → 00:03:42อาการก็อาจจะหายได้ภายในเอ่อสัปดาห์แต่
00:03:42 → 00:03:44ว่าถ้าเกิดอ่าผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบก
00:03:44 → 00:03:46พร่องหรือว่าอาการรุนแรงมากๆอ่ะค่ะก็อาจ
00:03:46 → 00:03:49จะทำให้หายช้าหรือว่ามีผลแทรกซ้อนตามมา
00:03:49 → 00:03:51อย่างผู้ป่วยที่เสียชีวิตไปในรายที่ 7
00:03:51 → 00:03:56เนี่ยค่ะจะวินิจฉัยได้อย่างไรว่าเป็นอสกพ
00:03:56 → 00:03:58จริงๆการวินิจฉัยก็จะอาจจะต้องเริ่มกับ
00:03:58 → 00:04:00อาการด้วยอ่ะค่ะก็คือจะออย่างที่บอกว่า
00:04:00 → 00:04:02มันจะเป็นตุ่มนะคะแล้วก็อาจจะมีเป็นหลายๆ
00:04:02 → 00:04:05ตุ่มได้เป็นตุ่มหนองเป็นแบบตุ่มแดงได้
00:04:05 → 00:04:07เป็นปื้นได้อ่ะค่ะแล้วก็อาจจะมีอาการอื่น
00:04:07 → 00:04:09เนี่ยจะไม่ค่อยจำเพาะเป็นพวกไข้ต่อมน้ำ
00:04:09 → 00:04:12เหลืองโตแล้วก็อาจจะเป็นแบบปวดข้อปวดตาม
00:04:12 → 00:04:14ตัวได้แต่ว่าจริงๆคงต้องอาศัยเ่อประวัติ
00:04:14 → 00:04:16เสี่ยงเป็นหลักอ่ะค่ะถ้าเกิดว่าเรามีความ
00:04:16 → 00:04:18เสี่ยงที่ไปสัมผัสกับสัตว์ที่มีโอกาสที่
00:04:18 → 00:04:20จะติดเชื้อพวกอลาสก้าพเนี่ยเราต้องควร
00:04:20 → 00:04:24สงสัยเรื่องของอลาสก้าพเป็นหลักค่ะอสกพ
00:04:24 → 00:04:27เป็นโรคตระกูลฝีดาดและไข้ทรพิษและเหมือน
00:04:27 → 00:04:30ฝีดาดลิงซึ่งมีความแตกต่างและมีความ
00:04:30 → 00:04:34เหมือนกันอย่างไรจริงๆอาการเนี่ยอาจจะแยก
00:04:34 → 00:04:35ค่อนข้างยากค่ะเพราะว่าเป็นไวรัสกลุ่ม
00:04:35 → 00:04:37เดียวกันแล้วก็ติดเชื้อทั้งผิวหนังเหมือน
00:04:37 → 00:04:39กันเพราะฉะนั้นเนี่ยอาการก็จะมาเป็นหลัก
00:04:39 → 00:04:41ก็คือเป็นตุ่มอย่างที่แจ้งไปแต่ว่าแต่ว่า
00:04:41 → 00:04:44อาการอื่นๆก็ก็คล้ายๆกันเหมือนกันเป็นไข้
00:04:44 → 00:04:47เบื่อเอ่อเบื่ออาหารมีอ่อนเพลียปวดตามตัว
00:04:47 → 00:04:50ได้แต่ว่าในตัวของ M แล้วก็ตัวของเอ่อ
00:04:50 → 00:04:52อลาสก้า po เนี่ยอาจจะมีเรื่องของต่อนน้ำ
00:04:52 → 00:04:54เหลืองโตร่วมด้วยอ่ะค่ะแล้วก็คงต้องใช้
00:04:54 → 00:04:56เรื่องของประวัติความเสี่ยงเป็นหลักอย่าง
00:04:56 → 00:04:58ที่บอกไปเช่นพวก MX เนี่ยเอ่อช่วงนี้ก็
00:04:59 → 00:05:01เราอาจจะพิจารณาเป็นพิเศษว่าเอออาจจะมี
00:05:01 → 00:05:02เรื่องของการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์มา
00:05:02 → 00:05:05ร่วมด้วยอะไรอย่างเงี้ยค่ะสถิติการเสีย
00:05:05 → 00:05:09ชีวิตของคนป่วยอลาสก้าพมีจำนวนมากหรือไม่
00:05:09 → 00:05:12ก็จริงๆก็คือมีรายงานผู้เสียชีวิตก็คือ
00:05:12 → 00:05:14เพียงแค่รายเดียวรายสุดท้ายที่ตรวจเจอที่
00:05:14 → 00:05:17อลาสก้านะคะก็คือเอ่อมีรายงานว่าผู้ป่วย
00:05:17 → 00:05:19รายเนี้ยเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งแล้วก็
00:05:19 → 00:05:21เนื่องจากว่าน่าจะมีการใช้ยาทำให้มีพูม
00:05:21 → 00:05:23คุ้มกันที่บกพร่องอ่ะค่ะทำให้คนไข้เนี่ย
00:05:23 → 00:05:25มีอาการของโรคที่ค่อนข้างรุนแรงแล้วก็
00:05:25 → 00:05:28เกิดผลแทรกซ้อนนะคะก็คือคนไข้รายเนี้ยมี
00:05:28 → 00:05:32รายงานว่าแผลไชแล้วเรภาวะขาสอาหไตวายแล้ว
00:05:32 → 00:05:35ก็ระบบหายใจล้เหวจนกระทเสียชวิตในเวลาต่อ
00:05:35 → 00:05:39มาค่ะไวรัสอสกพจะรักษาได้อย่างไรจริงๆการ
00:05:39 → 00:05:42ติดเชื้อไวรัสอสกพก็คือเหมือนไวรัสทั่วๆ
00:05:42 → 00:05:44ไปอ่ะค่ะก็คือถ้าอาการไม่ได้รุนแรงก็จะ
00:05:44 → 00:05:47เป็นการรักษาตามอาการเป็นลักค่ะแต่ว่าถ้า
00:05:47 → 00:05:49เกิดว่าอาการเป็นผู้ป่วยที่มีภาวะภูมคุ้ม
00:05:49 → 00:05:51กันบกพร่องมีอาการที่รุนแรงก็อาจจะต้องมี
00:05:51 → 00:05:54การใช้ยาต้านไวรัสช่วยอ่ะค่ะแล้วก็อาจจะ
00:05:54 → 00:05:56มียาอื่นๆที่ช่วยทำให้อาการรุนแรงของโรค
00:05:56 → 00:05:59เนี่ยลดลดลงค่ะคือเข้าใจว่าเคสมันน่าจะ
00:05:59 → 00:06:01ยังน้อยมากอ่ะค่ะวัคซีนคงยังไม่ได้มีการ
00:06:01 → 00:06:05เอ่อมาทำวิจัยหรือว่าพิสูจน์อะไรที่ชัด
00:06:05 → 00:06:08เจนค่ะแต่ว่าเป็นไวรัสกลุ่มเดียวกันจริงๆ
00:06:08 → 00:06:11ก็ในอลาสก้าเนี่ยก็ก็มีเหมือนแนวทางว่า
00:06:11 → 00:06:13ถ้าคนไข้ที่แบบเอ่อถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ที่
00:06:13 → 00:06:15มีความเสี่ยงที่จะสัมผัสโรคแล้วก็เป็นแบบ
00:06:15 → 00:06:17มีภูมิคุ้มการบกพร่องก็อาจจะพิจารณาให้
00:06:17 → 00:06:19วัคซีนเป็นชนิดเดียวกับที่ให้ในคนไข้ที่
00:06:20 → 00:06:22เอ่อมีความเสี่ยงเรื่องของ MX อ่ะค่ะ
00:06:22 → 00:06:25ไวรัส Alaska พมีแนวโน้มระบาดอย่างไรใน
00:06:26 → 00:06:29ไทยควรกังวลหรือไม่จริงๆตอนนี้หมอว่าก็
00:06:29 → 00:06:32ยังอาจจะไม่ได้จำเป็นต้องกังวลมากเกินไป
00:06:32 → 00:06:34ค่ะเพราะว่ายังมีเคสแค่แค่ 7 เคสเท่านั้น
00:06:34 → 00:06:37แล้วก็ยังเจอแค่ในอลาสก้าค่ะรวมถึงว่าไม่
00:06:37 → 00:06:40ได้มีรายงานว่าติดต่อแบบผ่านคนคนสู่คนน่ะ
00:06:40 → 00:06:43ค่ะก็อาจจะเป็นการระมัดระวังเฉยๆอ่ะค่ะ
00:06:43 → 00:06:45ระมัดระวังถ้าเกิดว่าเรามีประวัติสัมผัส
00:06:45 → 00:06:48ความเสี่ยงค่ะพวกสัตว์ที่อาจจะมีการติด
00:06:48 → 00:06:50เชื้อได้ค่ะก็อาจจะต้องระวังแต่ถ้าเกิด
00:06:50 → 00:06:51สมมุติว่าเรามีอาการที่เราสงสัยเช่นมี
00:06:52 → 00:06:54ตุ่มขึ้นมีผื่นอย่างเงี้ยค่ะก็ควรที่จะไป
00:06:54 → 00:06:56พบแพทย์เพื่อได้รับการวินิจฉัยแล้วก็
00:06:56 → 00:06:57รักษาเพราะว่าก็อาจจะเป็นการติดเชื้อจาก
00:06:57 → 00:07:00ไวรัสชนิดอื่นได้ค่ะ
00:07:00 → 00:07:03การป้องกันอลาสก้าพต้องทำอย่างไรก็เนื่อง
00:07:03 → 00:07:05จากการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้นะคะเป็นการ
00:07:05 → 00:07:08ติดเชื้อที่คิดว่าเกิดจากการสัผัสตัวรอย
00:07:08 → 00:07:10โรคนะคะแล้วก็สัมผัสกับสัตว์ที่มีการติด
00:07:10 → 00:07:12เชื้อเพราะฉะนั้นก็คือวิธีการก็คือต้อง
00:07:12 → 00:07:14หลีกเลี่ยงการเกิดความเสี่ยงตรงจุดนี้อ่ะ
00:07:15 → 00:07:17ค่ะก็อย่าไปสัมผัสกับสัตว์ที่คิดว่าอาจจะ
00:07:17 → 00:07:19มีการติดเชื้อได้อ่ะค่ะแล้วก็เนื่องจาก
00:07:19 → 00:07:22ว่าเอ่อไวรัสในกลุ่มของออโทพอกไวรัสเนี่ย
00:07:22 → 00:07:25ค่ะมีการติดต่อผ่านทางรอยโรคได้นะคะเพราะ
00:07:25 → 00:07:28ฉะนั้นเนี่ยก็คือถ้าสมมุติว่าคนไข้ที่มี
00:07:28 → 00:07:30แบบรอยโรคมีผืนมีตุ่มอย่าเงี้ยค่ะก็แนะนำ
00:07:30 → 00:07:33ให้แบบทำแผลให้แห้งแล้วก็ปิดผ้าไม่ให้ไม่
00:07:33 → 00:07:35ให้ไปสัมผัสกับคนอื่นแล้วก็อย่าใช้พวก
00:07:35 → 00:07:37เสื้อผ้าผ้าปูที่นอนร่วมกันนะคะแล้วก็ที่
00:07:37 → 00:07:44สำคัญก็คืออย่าลืมเรื่องล้างมือให้สะอาด
00:07:44 → 00:07:49ค่ะ tn and Health เราจะรวบรวมความรู้
00:07:49 → 00:07:52ทางด้านสุขภาพจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อ
00:07:52 → 00:07:55ถือพร้อมก่อติดความเคลื่อนไหวจากทุก
00:07:55 → 00:07:58ประเด็นสุขภาพรอบโลกสะท้อนผ่านความคิดมุม
00:07:58 → 00:08:01มองของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและองค์ความรู้
00:08:01 → 00:08:05ทางด้านต่างๆ tn and Health เข้าถึงทุก
00:08:05 → 00:08:09สาระสุขภาพเสริมภูมิคุ้มกันรู้ทัน
00:08:09 → 00:08:28[เพลง]
00:08:28 → 00:08:31โลก
00:08:31 → 00:08:34y