00:00:00 → 00:00:03คุณรู้หรือไม่ว่าเรื่องเล็กๆรอบตัวอาจ
00:00:03 → 00:00:06เปลี่ยนชีวิตคุณได้ Did you know คุณ
00:00:06 → 00:00:09รู้หรือไม่วันนี้จะพาคุณผู้ฟังไปค้นหา
00:00:09 → 00:00:13เหตุผลว่าการกินเบคอนพร้อมผักปวยเล้งผัก
00:00:13 → 00:00:16โขมเสี่ยงเป็นมะเร็งจริงหรือไม่ในตอนเช้า
00:00:17 → 00:00:20ที่เร่งรีบหลายคนอาจจะเลือกเมนูง่ายๆ
00:00:20 → 00:00:23อย่างไข่คนใส่เบคอนโรยด้วยผักปวยเล้งหรือ
00:00:23 → 00:00:27ผักโขมหรือสลัดปวยเล้งราดเบคอนกรอบเพราะ
00:00:27 → 00:00:29คิดว่าเป็นมื้อที่ทั้งอร่อยและดูมี
00:00:29 → 00:00:33ประโยชน์แต่ถ้ามีใครมาบอกคุณว่าการกิน
00:00:33 → 00:00:36เมนูนี้เป็นประจำอาจทำให้ร่างกายของคุณ
00:00:36 → 00:00:39ได้รับสารอาหารไม่เต็มที่และอาจมีความ
00:00:39 → 00:00:41เสี่ยงบางอย่างซ่อนอยู่ล่ะครับคุณจะเชื่อ
00:00:41 → 00:00:45มยเรื่องนี้เป็นประเด็นที่น่าสนใจมากโดย
00:00:45 → 00:00:48เฉพาะสำหรับวัยทำงานที่ต้องการพลังงาน
00:00:48 → 00:00:50หรือผู้สูงอายุที่ต้องดูแลสุขภาพอย่าง
00:00:50 → 00:00:54ใกล้ชิดผมเชื่อว่าหลายคนอาจเคยได้ยินคำ
00:00:54 → 00:00:57เตือนที่ว่าไม่ควรกินเบคอนกับปวยเล้ง
00:00:57 → 00:00:59เพราะอาจทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง
00:00:59 → 00:01:02แต่นั่นเป็นความจริงทั้งหมดหรือไม่วันนี้
00:01:02 → 00:01:06เราจะมาหาคำตอบกันครับมาเริ่มต้นจากสิ่ง
00:01:06 → 00:01:09ที่อยู่ในอาหาร 2 อย่างนี้กันก่อนครับใน
00:01:09 → 00:01:12บทความที่คุณอาจเคยอ่านหรือเคยได้ยินมา
00:01:12 → 00:01:15มักจะให้เหตุผลว่าไม่ควรกินเบคอนกับปวย
00:01:15 → 00:01:19เล้งเพราะเบคอนมีไนเตรตและเมื่อเจอกับกรด
00:01:19 → 00:01:22ออกซาริกในปวยเล้งจะเกิดสารที่เรียกว่า
00:01:22 → 00:01:26ไนโทรามีนซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งรวมถึงการ
00:01:26 → 00:01:29จับคู่กันนี้ยังขัดขวางการดูดซึมแคลเซียม
00:01:29 → 00:01:32และธาตุเหล็กด้วยแต่ในความเป็นจริงแล้ว
00:01:32 → 00:01:35ข้อมูลนี้ถูกต้องบางส่วนและถูกบิดเบื่อน
00:01:35 → 00:01:38ไปบางส่วนเราจะมาดูกลไกทางวิทยาศาสตร์ที่
00:01:38 → 00:01:42ถูกต้องกันครับอันดับแรกเรื่องไนโตรซามีน
00:01:42 → 00:01:46ไนโตรซามีนไม่ได้เกิดจากไนเตรตในเบคอนไป
00:01:46 → 00:01:48เจอกับกรดออกซาิคในปวยเล้งอย่างที่เข้าใจ
00:01:48 → 00:01:52กันแต่สารก่อมะเร็งกลุ่มนี้จะเกิดขึ้นได้
00:01:52 → 00:01:55จากไนไตรท์ที่มักถูกเติมในเนื้อแปรรูป
00:01:55 → 00:01:58อย่างเบคอนและทำปฏิกิริยากับสารอมีนใน
00:01:58 → 00:02:01เนื้อสัตว์โดยเฉพาะเมื่อผ่านการปรุงที่
00:02:01 → 00:02:05อุณหภูมิสูงเช่นการทอดจนไม่เกรียมดังนั้น
00:02:05 → 00:02:08ไนโตรซามีนจึงเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ขั้นตอน
00:02:08 → 00:02:10การแปรรูปเนื้อสัตว์และระหว่างการปรุงให้
00:02:10 → 00:02:14สุกการกินเบคอนกับป่วยเล้งไม่ได้ทำให้
00:02:14 → 00:02:17เกิดสารนี้มากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญนอก
00:02:17 → 00:02:20จากนี้ผักใบเขียวอย่างป่วยเล้งยังมี
00:02:20 → 00:02:23วิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระที่อาจ
00:02:23 → 00:02:26ช่วยยับยั้งการเกิดไนโตรซามีนในร่างกาย
00:02:26 → 00:02:30ได้ด้วยครับองค์การอนามัยโลก WHO และองค์
00:02:30 → 00:02:33กรวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ IARC ได้จัด
00:02:33 → 00:02:37ให้เนื้อแปรรูปรวมถึงเบคอนอยู่ในกลุ่มที่
00:02:37 → 00:02:40ก่อมะเร็งในมนุษย์กลุ่มหนึ่งโดยความ
00:02:40 → 00:02:43เสี่ยงหลักที่พบคือมะเร็งลำไส้ใหญ่แต่การ
00:02:43 → 00:02:46จัดกลุ่มนี้หมายถึงความน่าเชื่อถือของ
00:02:46 → 00:02:49หลักฐานไม่ใช่ระดับความอันตรายซึ่งความ
00:02:49 → 00:02:52เสี่ยงจากการกินเนื้อแปรรูปนั้นต่างจาก
00:02:52 → 00:02:55ความเสี่ยงจากสูบบุหรี่มากครับดังนั้นจุด
00:02:55 → 00:02:58ที่ควรระวังจริงๆคือการบริโภคโคกเนื้อแปร
00:02:58 → 00:03:01รูปเป็นประจำและวิธีการปรุงอาหารที่ใช้
00:03:01 → 00:03:04อุณหภูมิสูงมากกว่าการกังวลเรื่องการจับ
00:03:04 → 00:03:08คู่กับปวยเล้งต่อมาเรื่องการขัดขวางการ
00:03:08 → 00:03:11ดูดซึมแร่ธาตุในส่วนนี้เป็นเรื่องจริง
00:03:11 → 00:03:14ครับปวยเล้งมีออกซาเลตสูงและสารออกซาเลต
00:03:14 → 00:03:17นี้เองที่มีคุณสมบัติจับตัวกับแร่ธาตุ
00:03:17 → 00:03:21สำคัญเช่นแคลเซียมแมกนีเซียมและเหล็กทำ
00:03:21 → 00:03:23ให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุเหล่านั้นได้น้อย
00:03:24 → 00:03:27ลงซึ่งการลดการดูดซึมนี้เป็นผลจาก
00:03:27 → 00:03:29คุณสมบัติบัตรของป่วยเล้งเองอยู่แล้วไม่
00:03:29 → 00:03:31ได้เกิดขึ้นเป็นพิเศษเพราะกินร่วมกับ
00:03:31 → 00:03:36เบคอนแต่อย่างใดกลไกนี้คล้ายกับกรณีที่
00:03:36 → 00:03:38การดื่มชาหรือกาแฟที่มีสารแทนนิและ
00:03:38 → 00:03:42คลอโรเจนicacซิดจะไปลดการดูดซึมธาตุเหล็ก
00:03:42 → 00:03:45ดังนั้นถ้าต้องการธาตุเหล็กจากมื้ออาหาร
00:03:45 → 00:03:48ควรเว้นระยะการดื่มชาหรือกาแฟออกไปประมาณ
00:03:48 → 00:03:531-2 ชมงแล้วเราจะทำอย่างไรดีคำแนะนำง่าย
00:03:53 → 00:03:57ๆที่ทำตามได้เลยก็คือ 1 จำกัดความถี่และ
00:03:57 → 00:04:02ปริมาณการกินเบคอนตามแนวทางของ WHO IARC
00:04:02 → 00:04:06แนะนำให้ลดการบริโภคเนื้อแปรรูปโดยรวม 2.
00:04:06 → 00:04:09เลี่ยงการปรุงด้วยความร้อนสูงจนไม่เกรียม
00:04:09 → 00:04:12การทอดเบคอนจนไหม้จะเพิ่มโอกาสการเกิดสาร
00:04:12 → 00:04:15ก่อแมรงจากความร้อน 3. หากต้องการ
00:04:16 → 00:04:19แคลเซียมหรือธาตุเหล็กสูงไม่ควรพึ่งพาปวย
00:04:19 → 00:04:21เล้งเป็นแหล่งหลักเพราะออกซิเลตจะขัดขวาง
00:04:21 → 00:04:24การดูดซึมลองเปลี่ยนไปกินผักใบเขียวอื่น
00:04:24 → 00:04:27ที่แคลเซียมดูดซึมได้ดีกว่าเช่นคะน้าหรือ
00:04:27 → 00:04:31บล็อกช้อยส์ 4. ถ้าจะกินสลัดปวยเล้งใส่
00:04:31 → 00:04:34เบคอนสามารถกินได้ครับขอแค่ควบคุมปริมาณ
00:04:35 → 00:04:38เบคอนไม่ให้มากเกินไปและไม่ทอดจนไม่การ
00:04:38 → 00:04:41กินคู่กับผักหรืออาหารที่มีวิตามินซีร่วม
00:04:41 → 00:04:44ด้วยจะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบ
00:04:44 → 00:04:47ถ้วนขึ้นหัวใจสำคัญคือการจำกัดปริมาณ
00:04:47 → 00:04:51เนื้อแปรรูปเป็นหลักครับคุณผู้ฟังครับการ
00:04:51 → 00:04:53กินเบคอนคู่กับปวยเล้งไม่ได้อันตรายอย่าง
00:04:53 → 00:04:56ที่หลายคนเข้าใจเพียงแต่เราควรใส่ใจกับ
00:04:56 → 00:05:00ปัจจัยหลักๆคือลดปริมาณและความถี่ของการ
00:05:00 → 00:05:03กินเนื้อแปรรูปเลี่ยงการปรุงด้วยไฟแรงจน
00:05:03 → 00:05:05ไหม้และอย่าพึ่งพาปวยเล้งเป็นแหล่งหลัก
00:05:05 → 00:05:08ของแคลเซียมหรือธาตุเหล็กครับถ้าเลือกกิน
00:05:08 → 00:05:11อย่างพอดีและมีการเสริมผักผลไม้หรืออาหาร
00:05:11 → 00:05:14ที่หลากหลายก็ยังคงอร่อยได้โดยไม่ต้อง
00:05:14 → 00:05:18กังวลมากนักสุดท้ายนี้สิ่งสำคัญของการดู
00:05:18 → 00:05:22แลสุขภาพคือความสมดุลไม่ได้อยู่ที่เรา
00:05:22 → 00:05:24ต้องห้ามนู่นห้ามนี่ทุกอย่างแต่คือการรู้
00:05:25 → 00:05:27เท่าทันเลือกกินให้เหมาะสมและปรับให้เข้า
00:05:27 → 00:05:31กับวิถีชีวิตของเราเองครับขอบคุณที่ติด
00:05:31 → 00:05:34ตามฟังหวังว่าตอนนี้จะช่วยให้คุณวางแผน
00:05:34 → 00:05:37มื้ออาหารได้มั่นใจขึ้นแล้วกลับมาพบกัน
00:05:37 → 00:05:42ใหม่ในตอนหน้าสวัสดีครับ