00:00:00 → 00:00:05[เพลง]
00:00:20 → 00:00:22สวัสดีเพื่อนๆทุกคนครับและสวัสดีคุณหมอ
00:00:22 → 00:00:24ป๊อบด้วยครับสวัสดีครับสวัสดีครับตอนนี้
00:00:24 → 00:00:27เพื่อนๆทุกคนนะครับอยู่ในรายการคุยทุ
00:00:27 → 00:00:30สุขภาพปายหมอป๊อบโดยนายแพธนศักดิ์ยิ้ม
00:00:30 → 00:00:33เกิดครับเจ้าของ Facebook แฟนเพจ Diet OC
00:00:33 → 00:00:35Thailand ครับแน่นอนครับวันนี้ครับเมื่อ
00:00:36 → 00:00:38อะไรที่ได้มีโอกาสเจอคุณหมอป๊อบนะครับเรา
00:00:38 → 00:00:42จะมีท็อปปิกเนื้อหาสุขภาพที่น่าสนใจมาฝาก
00:00:42 → 00:00:44เพื่อนๆทุกคนอย่างแน่นอนและโรคของวันนี้
00:00:44 → 00:00:46นะครับก็คืออีกหนึโรคใกล้ตัวครับที่เรา
00:00:47 → 00:00:49เรียกว่าโรคเบาหวานนะครับอย่างแรกครับคุณ
00:00:49 → 00:00:52หมอครับจริงมั้ยครับที่เขาบอกว่าเป็นเบา
00:00:52 → 00:00:54หวานแล้วต้องเป็นตลอดชีวิตรักษายังไงก็
00:00:54 → 00:00:58ไม่หายครับคำถามนี้นะฮะถ้าคุณตี๋ถามเมื่อ
00:00:58 → 00:01:011 ปีที่แล้วครับก่อนหน 1 ปีอ่ะเราจะได้
00:01:01 → 00:01:03รับคำตอบเหมือนกันแล้วว่าเวลาเราเป็นวั
00:01:03 → 00:01:06เราต้องเป็นทั้งชีวิตครับแต่จริงๆนะฮะพอ
00:01:06 → 00:01:08มันผ่านมา 1 ปีสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่าคำ
00:01:08 → 00:01:10ตอบที่ผมจะตอบคือมันต้องเปลี่ยนใหม่ละ
00:01:10 → 00:01:12ครับจริงๆเบาหวานสามารถรักษาให้หายได้
00:01:12 → 00:01:15ครับอ๋องั้นคุณหมอครับเดี๋ยวก่อนหน้าที่
00:01:15 → 00:01:18เราจะมาฟังคำตอบว่าแล้วเบาหวานเมื่อเป็น
00:01:18 → 00:01:20แล้วสามารถหายได้อย่างไรครับผมเชื่อว่า
00:01:20 → 00:01:23เพื่อนๆอาจจะอยากทราบก่อนว่าและอะไรคือ
00:01:23 → 00:01:25สาเหตุสำคัญของการเป็นโรคเบาหวานครับคุณ
00:01:25 → 00:01:28หมอเอ่อจริงๆโรคเบาหวานในปัจจุบันเป็นโรค
00:01:28 → 00:01:31ที่เราเจอกันเยเยอะเนาะใช่มั้ยครับเราเจอ
00:01:31 → 00:01:34กันเยอะแล้วก็เราเริ่มเป็นให้เด็กๆด้วยนะ
00:01:34 → 00:01:36ครับเห็นเริ่มคนที่เป็นเริ่มอายุน้อยลง
00:01:36 → 00:01:39เรยใช่ๆๆฮสมัยก่อนนี้เวลาเราเจอเบาหวาน
00:01:39 → 00:01:41สมัยผมเรียนแพทย์เมื่อ 30 ปีที่แล้วนะเรา
00:01:41 → 00:01:43เจอเบาหวานกันทำเมื่ออายุประมาณสัก 50-60
00:01:43 → 00:01:45ขึ้นใช่มั้ยแต่ปัจจุบันนี้ก็มีเด็กอายุ
00:01:46 → 00:01:47ประมาณ 10 กว่าขวบก็เป็นเบาหวาน 10 กว่า
00:01:47 → 00:01:51ขวบเลยเหรอครับใช่นะครับซึ่งตลอดเวลาที่
00:01:51 → 00:01:53ผ่านมาเรามักจะถูกบอกว่าเบาหวานมักจะ
00:01:53 → 00:01:55เกี่ยวข้องกับกรรมพันธ์ครับใช่มั้ยฮะคุณ
00:01:55 → 00:01:57ได้ยินบ่อยๆครับปัจจุบันก็ยังมีคนเข้าใจ
00:01:57 → 00:02:00แบบนั้นอยู่เลยอก็ยังตอบกันแบบนั้นนะครับ
00:02:00 → 00:02:03คราวนี้สิ่งที่ผมพูดมาระยะนึงก็คือผมผม
00:02:03 → 00:02:06มักจะคัดค้านอย่างนึงว่ากรรมพันธ์ไม่ได้
00:02:06 → 00:02:07เป็นตัวกำหนดเรื่องเบาหวานทั้งหมดครับ
00:02:07 → 00:02:10เพราะว่าอุบัติการณ์การเกิดเบาหวานจริงๆ
00:02:10 → 00:02:13มันพึ่งสูงขึ้นมาประมาณสักช่วง 40 ปีที่
00:02:13 → 00:02:16ผ่านมาครับซึ่งผมก็เคยพูดประจำว่า 40 ปี
00:02:16 → 00:02:19นี่คือคนเกิดมารุ่นนึงยังเสียชีวิตไม่หมด
00:02:19 → 00:02:21ครับเราจะไปส่งต่อกรรมพันธ์ได้ยังไงถูก
00:02:21 → 00:02:24ต้องครับผมว่าใช่นะนั่นแหละนะฮะคราวนี้
00:02:24 → 00:02:26ประเด็นก็คือว่าด้วยตลอดเวลาที่ผ่านมา
00:02:26 → 00:02:28เนี่ยพอเราโยนไปสู่เรื่องกรรมพันธ์ปึ้ง
00:02:29 → 00:02:31เนี่ยมันทำเรามีความรู้สึกว่าเอ้ยมันแก้
00:02:31 → 00:02:34อะไรไม่ได้ใช่เพราะว่าเราได้รับยีนจากพ่อ
00:02:34 → 00:02:36แม่มาใช่ๆช่วงเวลาที่ผ่านมาเราก็เลยเห็น
00:02:36 → 00:02:39ว่าการรักษาเบาหวานเนี่ยเราแทบจะไม่พบคน
00:02:39 → 00:02:41ที่มีความสามารถที่จะหายจากเบาหวานมันก็
00:02:41 → 00:02:44เลยถูกให้ฉายยาไว้เป็นโรคที่รักษาไม่หาย
00:02:44 → 00:02:46ครับใช่มั้ยครับคราวนี้ในปัจจุบันเนี่ย
00:02:46 → 00:02:50เราเราจะพบว่าอ่ามันมีความรู้ในเรื่องของ
00:02:50 → 00:02:52โภชนาการอะไรต่างๆที่ดีขึ้นนะครับแล้วเรา
00:02:52 → 00:02:55ก็พบข้อเท็จจริงอย่างนึงคือเราพบว่าคนที่
00:02:55 → 00:02:57เป็นบาหวานเนี่ยสามารถที่จะหายได้จำนวน
00:02:57 → 00:03:01มากขึ้นครับนะครับดังนั้นเวลาเรามาพูดถึง
00:03:01 → 00:03:03ถ้ามันเป็นโรคที่เป็นสาเหตุจากกรรมพันธ์
00:03:03 → 00:03:05เราคงจะแก้อะไรยากนะครับแต่การที่มันมีคน
00:03:05 → 00:03:08หายได้แสดงว่าคนเหล่านั้นสามารถแก้ที่ต้น
00:03:08 → 00:03:11เหตุที่แท้จริงได้ในปัจจุบันเราพบว่าการ
00:03:11 → 00:03:14เกิดเบาหวานโดยเฉพาะเบาหวานที่เราเจอเยอะ
00:03:14 → 00:03:16ในปัจจุบันคือเบาหวานที่สัมพันธ์กับการ
00:03:16 → 00:03:19ที่เรามีภาวะโรคอ้วนหรือการเก็บไขมันใน
00:03:19 → 00:03:21ร่างกายที่เยอะขึ้นเนี่ยนะฮมันสัมพันธ์
00:03:22 → 00:03:24กับการบริโภคอาหารในรูปแบบที่ผ่านการแปร
00:03:24 → 00:03:27รูปแล้วก็มีแป้งน้ำตาลที่เยอะมากเกินไป
00:03:27 → 00:03:29ครับในช่วงประมาณ 40 ปีที่ผ่านมาครับนะ
00:03:29 → 00:03:32ครับตั้งแต่เราถูกสอนให้กลัวไขมันครับที่
00:03:32 → 00:03:34เราเรียว่าเราเข้าสู่ยุคที่เรียกว่าโลแฟต
00:03:34 → 00:03:37หรืออาหารไขมันต่ำอ๋อนะครับเราจะเพะว่า
00:03:37 → 00:03:40เรายิ่งโลแฟตเรายิ่งอ้วนครับใช่มั้ยฮะเรา
00:03:40 → 00:03:41ยิ่งโลแฟตเรายิ่งเป็นเบาหวานมากขึ้นเพราะ
00:03:42 → 00:03:45เราก็ไปพึ่งอาหารที่เป็นคาร์โบไฮเดรตน้ำ
00:03:45 → 00:03:46ตาลมากขึ้นใช่ครับเพราะว่าเราเกิดความ
00:03:46 → 00:03:49กลัวไขมันนะครับคราวนี้ถ้าเรามาดูจริงๆ
00:03:49 → 00:03:52เราจะพบว่าอ่าในคนที่มีการจำกัดปริมาณ
00:03:52 → 00:03:55อาหารโดยเฉพาะการจำกัดพวกแป้งน้ำตาลเนี่ย
00:03:55 → 00:03:57เสามารถลดน้ำหนักได้ดีขึ้นแล้วก็สามารถ
00:03:57 → 00:04:00หายเบาหวานนะครับแล้วก็จริงๆก็มีงานวิจัย
00:04:00 → 00:04:03ที่สามารถอธิบายในเชิงชีววิทยาได้นะครับ
00:04:03 → 00:04:05ถ้าจะตอบสั้นๆคือในปัจจุบันคือการที่เรา
00:04:05 → 00:04:06เป็นเบาหวานเนี่ยมันก็สัมพันธ์กับการที่
00:04:06 → 00:04:08เราทานอาหารแปรรูปซึ่งมีองค์ประกอบของ
00:04:08 → 00:04:11แป้งและน้ำตาลที่เยอะมากเกินไปร่างกายของ
00:04:11 → 00:04:13เราเนี่ยนะฮะมันมีข้อจำกัดในการจัดการน้ำ
00:04:13 → 00:04:18ตาลครับนะครับน้ำตาลในเลือดเนี่ยอ่ามันมี
00:04:18 → 00:04:20ความจำเป็นอยู่ระดับนึงเพราะว่ามันมี
00:04:20 → 00:04:22เซลล์บางเซลล์ในร่างกายเรามันไม่สามารถ
00:04:22 → 00:04:25ใช้ไขมันเป็นพลังงานได้ครับแต่มันก็ไม่
00:04:25 → 00:04:28ต้องการมากครับจริงๆเราทราบดีว่าน้ำตาลใน
00:04:28 → 00:04:30เลือดค่าปกติคือ 100 มลกใช่มั้ยครับ
00:04:30 → 00:04:32ประเด็นก็คือไอ้ 100 มิลิกรัมมันเทียบ
00:04:32 → 00:04:34เท่าแค่น้ำตาล 1 ช้อนชาเท่านั้นในเลือด
00:04:34 → 00:04:38เราทั้งตัวอช้อนชาใช่นะครับแล้วเวลาเราไป
00:04:38 → 00:04:41ทานพวกเครื่องดื่มที่หวานๆอันนี้ครกกี่
00:04:41 → 00:04:43ช้อนชาครับคุณหมอถ้ายกตัวอย่างนมหวานก็
00:04:43 → 00:04:45กล่องนึงเนี่ก็ประมาณ 10 ช้อนชาของน้ำตาล
00:04:45 → 00:04:48ละเป็นน้ำตาลก็คือเป็น 10 เท่าของน้ำตาล
00:04:48 → 00:04:50ในร่างกายของเราใช่มันก็จะทำให้น้ำตาลใน
00:04:50 → 00:04:52เลือดเนี่ยมันพุ่งกระฉูดขึ้นเกือบ 10
00:04:52 → 00:04:55เท่าของน้ำตาลที่ร่างกายอนุญาตให้มีใน
00:04:55 → 00:04:58เลือดโหนี่อันอ่านี่เรียกว่าคนติดหวาน
00:04:58 → 00:05:01ต้องรู้เรื่องนี้เลยนะครับเนี่ยใช่ฮะ
00:05:01 → 00:05:03อย่างเช่นชานมไข่มุกเงี้ยแก้วนึงก็ตกน้ำ
00:05:03 → 00:05:07ตาลประมาณ 20-25 ช้อน 20 ช้อนมากกว่า 20
00:05:07 → 00:05:10เท่าที่มีปกติในร่างกายของเราใช่นะครับ
00:05:10 → 00:05:12ครับคราวนี้ประเด็นก็คือว่าทำไมร่างกาย
00:05:12 → 00:05:14เราอนุญาตให้น้ำตาลอยู่ในเลือดไม่เกิน 1
00:05:14 → 00:05:17ช้อนชาครับเพราะว่าน้ำตาลที่สูงเกินไปใน
00:05:17 → 00:05:20เลือดจะทำลายโครงสร้างของร่างกายเราซึ่ง
00:05:20 → 00:05:23เป็นโปรตีนนะครับดังนั้นเราจะเห็นคนที่
00:05:23 → 00:05:25เป็นบาหวานที่น้ำตาลสูงคุณตี๋จะเห็นเลย
00:05:25 → 00:05:28ว่าร่างกายเจะพังทุกระบบอืใช่มั้ยฮะผิว
00:05:28 → 00:05:31พรรณซ่อมแซมตัวไม่ได้ผิวพันไม่สดใสดูแก่
00:05:31 → 00:05:35เกินไวนะครับทำให้กระดูกผุกระดูกบางทำให้
00:05:35 → 00:05:37เกิดปัญหาเรื่องฟันผุทำให้เกิดปัญหา
00:05:37 → 00:05:40เรื่องไตวายเพราะร่างกายเราเนี่ยโครง
00:05:40 → 00:05:42สร้างหลักมันคือโปรตีนแทบทั้งหมดถ้าน้ำ
00:05:42 → 00:05:45ตาลในเลือดสูงจะทำลายโครงสร้างดังนั้นถ้า
00:05:45 → 00:05:48สมมุติว่าคุณตี๋ทานนมหวานสัก 1 กล่องครับ
00:05:48 → 00:05:51มีน้ำตาล 10 ช้อน 10 ช้อนแล้วมันไม่มีใย
00:05:51 → 00:05:53อาหารเลยที่จะดูดซึมน้ำตาลไว้ในลำไส้อมัน
00:05:53 → 00:05:56ปล่อยทีเดียวเข้าในกระแสเลือดดูเร็กส
00:05:56 → 00:05:58เลือดก็เลยขึ้นเร็ก็จะสูงครับพอมันสูงมัน
00:05:58 → 00:06:00จะทำอันตรายร่างร่างกายดังนั้นร่างกายจะ
00:06:00 → 00:06:04มีกลไกปกป้องตัวเองโดยการที่มันจะรีบลด
00:06:04 → 00:06:07น้ำตาลลงโดยการที่มันจะใช้ฮอร์โมนตัวนึง
00:06:07 → 00:06:09ในร่างกายเราซึ่งเราเคยชินก็คือคำว่า
00:06:09 → 00:06:12ฮอร์โมนอินซูลินเพราะเวลาคุณเป็นบหวาดหมอ
00:06:12 → 00:06:14จะสั่งอินซูลินให้คุณฉีดใช่มั้ยฮะคราวนี้
00:06:14 → 00:06:16เวลาที่มันลดน้ำตาลลงเนี่ยหลายคนเข้าใจ
00:06:16 → 00:06:20ว่ามันจะอ่าทำให้ร่างกายเอาน้ำตาลไปใช้
00:06:20 → 00:06:22เป็นพลังงานแต่ปัญหาจริงๆมันใช้ไม่ทัน
00:06:22 → 00:06:24หรอก 10 ช้อนฮอร์โมนอินซูรินเนี่ยจะทำให้
00:06:24 → 00:06:26ตับเราเนี่ยเปลี่ยนน้ำตาลที่มากเกิเหล่า
00:06:26 → 00:06:28นี้ให้กลายเป็นไขมันเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็น
00:06:28 → 00:06:30ไขมันเพราะอะไรฮะครับเพราะเรามีถังเก็บไข
00:06:30 → 00:06:33มันอ๋อใช่อ่าก็คือเซลล์ไขมันใต้ผิวหนัง
00:06:33 → 00:06:35ใช่มั้ยฮะนั้นการที่ร่างกายเปลี่ยนน้ำตาล
00:06:35 → 00:06:37ที่มากเกินที่เราบริโภคให้กลายเป็นไขมัน
00:06:37 → 00:06:40มันจึงทำให้เราอ้วนขึ้นครับนั้นเราจึงพบ
00:06:40 → 00:06:42ว่าคนที่เป็นเบาหวานส่วนมากเนี่ยประมาณ
00:06:42 → 00:06:4680% มักจะอ้วนอืครับอ่าหลายคนก็อาจจะ
00:06:46 → 00:06:49สงสัยอ้าแล้วอีก 20% ทำไมไม่อ้วนล่ะครับ
00:06:49 → 00:06:51เพราะว่าอะไรครับเพราะว่าเราความอ้วน
00:06:51 → 00:06:54เนี่ยเราอ้วนได้ไม่เท่ากันครับเพราะกรรม
00:06:54 → 00:06:56พันธ์จะเป็นตัวกำหนดว่าคุณตี๋เก็บไขมัน
00:06:56 → 00:06:59ได้กี่กิโลกรัมอืผมเก็บได้กี่กิโลกรัมก็
00:06:59 → 00:07:01คือถังเก็บไม่เท่ากันไม่เท่ากันนะครับ
00:07:02 → 00:07:03งั้นสรุปง่ายๆคือว่าการเกิดเบาหวาดมัน
00:07:04 → 00:07:06เกิดจากการที่เรารับประทานอาหารที่จำเป็น
00:07:06 → 00:07:08ต้องถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นไขมันมากขึ้นก็
00:07:08 → 00:07:10คือแป้งน้ำตาลครับนะครับเพราะมันโหลดเข้า
00:07:10 → 00:07:12ไปในร่างกายเราเร็วเกินไปครับถ้าไม่ร่าง
00:07:12 → 00:07:15กายไม่ลดระดับลงเราก็จะอันตรายจากน้ำตาล
00:07:15 → 00:07:17ในเลือดสูงร่างกายจึงต้องเปลี่ยนน้ำตาล
00:07:17 → 00:07:19เหล่านี้ให้กลายเป็นไขมันอแต่ถังเก็บไข
00:07:20 → 00:07:22มันแต่ละคนมีข้อจำกัดมใครเต็มก่อนเพราะ
00:07:22 → 00:07:24ฉะนั้นก็ล้นเข้ามาในเลือดก่อนก็จะกลาย
00:07:24 → 00:07:27เป็นเบาหวานครับอืครับนะฮะดังนั้นเนี่ย
00:07:27 → 00:07:30เราจึงเห็นประมาณ 20% ของคนคนที่เป็นปล่า
00:07:30 → 00:07:32หวานเนี่ยครับเไม่อ้วนเพราะว่าเ้าไม่
00:07:32 → 00:07:34สามารถอ้วนได้ว่าะถังเก็บเค้าเล็กครับถ้า
00:07:34 → 00:07:37อย่างงั้นก็แปลว่าป่าหวานอาจจะมีหลาย
00:07:37 → 00:07:40สาเหตุแต่สาเหตุสำคัญเลยก็คือการที่ถ้า
00:07:40 → 00:07:42พูดภาษาง่ายๆก็คืออ้วนหรือว่าการที่เรามี
00:07:42 → 00:07:45ไขมันสะสมส่วนเกินมากเกินไปถ้าอย่างงั้น
00:07:45 → 00:07:48นะครับคุณหมอถ้าแบบมีเพื่อนของเราเนี่ยไป
00:07:48 → 00:07:52ตรวจสุขภาพประจำปีแล้วพบว่าเขายังอ้วนแต่
00:07:52 → 00:07:55เขาก็พบว่าค่าผลแหลบของการตรวจเลือดนะ
00:07:55 → 00:07:57ครับเช่นค่าน้ำตาลก็ยังไม่สูงอะไรอย่าง
00:07:57 → 00:08:00เงี้ยเ้าก็เข้าใจว่าเคเนี่ยเป็นคน 1 คน
00:08:00 → 00:08:03เลยครับที่อ้วนแต่ร่างกายแข็งแรงนะอ้วน
00:08:03 → 00:08:06แต่สุขภาพดีชันไม่เป็นหรอกใช่ทำไมถึงเกิด
00:08:06 → 00:08:09ลักษณะแบบนี้ขึ้นมาครับหมอเาจะใช้วิธีการ
00:08:09 → 00:08:10วินิจฉัยเบาหวานโดยการดูน้ำตาลในเลือด
00:08:10 → 00:08:13เป็นหลักใช่มั้ยครับโดยเฉพาะถ้าเราจอดน้ำ
00:08:13 → 00:08:16ตาลในตอนที่อ่าเราไม่ได้ทานอาหารโดยเพะ
00:08:16 → 00:08:19ตื่นนอนตอนเช้าหมอก็จะดูว่าน้ำตาลคุณจะ
00:08:19 → 00:08:21ต้องเกิน 126 มิลกรัมเปอร์เครับถ้าเราดู
00:08:21 → 00:08:24น้ำตาลสะสมที่เราว่าฮีโมโกในวซหมอก็จะใช้
00:08:24 → 00:08:27หลักเกณฑ์ว่ามันต้องสูงเกิน 6.5% ถึงจะิ
00:08:28 → 00:08:31ใฉเบหวางนะฮะดังนั้นเนี่ยถ้าเรายึดติดตาม
00:08:31 → 00:08:33เกณฑ์เนี่ยเราก็ต้องรอให้น้ำตาลในเลือด
00:08:33 → 00:08:35สูงก่อนอ้าจริงครับอ่าใช่มั้ยเราเราต้อง
00:08:35 → 00:08:39รอบางทีอ่ะแบบอ่าน้ำตาลสะสม 6.4 เอ้ยคุณ
00:08:39 → 00:08:41ยังไม่เป็นอยังไม่เป็นครับนะแต่ิเป็นห่าง
00:08:41 → 00:08:44แค่ 0.1 ครับ 0.1% เท่านั้นเองนะครับพอ
00:08:44 → 00:08:46เราเข้าใจเรื่องกระบวนการเกิดเบาหวาน
00:08:46 → 00:08:49เนี่ยเราพบว่าจริงๆแล้วเนี่ยกระบวนการ
00:08:49 → 00:08:51เริ่มต้นที่ทำให้เราเป็นเบาหวานเนี่ยมัน
00:08:51 → 00:08:54จะมี 2 ช่วงครับช่วงนึงก็คือเป็นช่วงที่
00:08:54 → 00:08:56เราเริ่มเป็นแล้วแหละแต่น้ำตาลในเลือดยัง
00:08:56 → 00:08:59ไม่ขึ้นคือเริ่มเป็นเบาวานละใช่แต่แค่เรา
00:08:59 → 00:09:04ไปตรวจุภาพประจำปีน้ตยังไม่เกินนะฮะไอ้
00:09:04 → 00:09:07นี่จริงๆผมมองว่าช่วงนี้สำคัญนะครับเพราะ
00:09:07 → 00:09:10ว่าถ้าสมมุติว่าเราสามารถรู้ได้ก่อนแสดง
00:09:10 → 00:09:12ว่าเราป้องกันไม่ให้น้ำตาลมันขึ้นไปถึง
00:09:12 → 00:09:15เกณฑ์ที่จะถูกวิิใช้ได้ครับนะครับประเด็น
00:09:15 → 00:09:17ที่ 2 คือเราทราบตอนไหนฮะทราบตอนไปตรวจ
00:09:17 → 00:09:19แล้วมอกว่าให้น้ำตาลคุณสูงเกเเรียบร้อย
00:09:19 → 00:09:21แล้วใช่มั้ยครับซึ่งไอ้้ตอนนั้นก็ส่วนมาก
00:09:21 → 00:09:23ในการรักษาปัจุบันเป็นส่วนมากก็ยังโอเค
00:09:23 → 00:09:25คุณก็ต้องรับยาใช่มั้ยครับแล้วหมอก็จะบอก
00:09:26 → 00:09:27ว่าคุณต้องทารยาตลอดทางชีวิตสิ่งที่มัน
00:09:27 → 00:09:29สำคัญคือไอ้ช่วงที่น้ำตาลยไม่ขึ้นแต่เรา
00:09:29 → 00:09:31เป็นไปแล้วแต่น้ำตาลยังไม่ขึ้นเนี่ยครับ
00:09:31 → 00:09:33มันเป็นช่วงเวลาประมาณ 10 ปีก่อนที่น้ำ
00:09:33 → 00:09:36ตาลในเลือดจะขึ้นอืโมันนานมากเลยนะคือ
00:09:36 → 00:09:39เหมือนกับว่าเราสะสมพวะความเสี่ยงมา 10
00:09:39 → 00:09:42ปีเพราะเราอาจจะแค่เห็นว่าเพราะเราไปตรวจ
00:09:42 → 00:09:44สุขภาพแต่น้ำตาลยังไม่สูงเกินเกณฑเท่า
00:09:44 → 00:09:46นั้นใช่ๆนะครับมันทำให้เราต้องวินิจฉัย
00:09:46 → 00:09:49โรคช้าไปประมาณ 10 ปีครับนั่นคือหมายความ
00:09:49 → 00:09:52ว่าบางคนที่เขากลัวว่าเค้าเป็นบหวานแล้วเ
00:09:52 → 00:09:55จะเกิดไายวายครับเกิดเส้นเลือดอุตันไม่
00:09:55 → 00:09:56ว่าจะเป็นสมองไม่ว่าจะเป็นหัวใจหรืออะไร
00:09:56 → 00:09:59ต่างๆเหล่านี้นะฮะจริงๆกลุ่มเหล่านี้ที่
00:09:59 → 00:10:01น้ำตาลยังไม่ขึ้นน่ะครับแต่เ้าเป็นเบา
00:10:01 → 00:10:03หวานไปแล้วแต่น้ำตาลยังไม่ขึ้นเก็มีความ
00:10:03 → 00:10:06เสี่ยงครับที่จะเกิดโรคแซกซอนเหล่านี้ได้
00:10:06 → 00:10:08อ๋อโดยที่ทั้งๆที่น้ำตาลยังไม่ขึ้นเลย
00:10:08 → 00:10:10แล้วระหว่างนี้ถึงแม้น้ำตาลคุณไม่ขึ้นคุณ
00:10:10 → 00:10:12ก็เสี่ยงต่อการที่ไส้เลือดสมองอุดตันเป็น
00:10:12 → 00:10:15อภาอครับไส้เลือดหัวใจอุดตันเกิดปัญหา
00:10:15 → 00:10:17เรื่องอยู่ๆหน้าหนอกแล้วก็เสียชีวิตกทาน
00:10:17 → 00:10:19หันครับเกิดปัญหาเรื่องไตโดยที่น้ำตาลไม่
00:10:19 → 00:10:22ขึ้นแล้วก็สงสัยไว้ทำไมไตั่นเสื่อมครับนะ
00:10:22 → 00:10:24ครับถ้าเราทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้นในช่วง
00:10:24 → 00:10:2710 ปีนี้ก่อนน้ำตาลจะขึ้นเราสามารถป้อง
00:10:27 → 00:10:28กันเรื่องเหล่านี้ได้ตั้งแต่ล่วงง่ายแล้ว
00:10:28 → 00:10:31ป้องกันไม่ให้เต้องเข้าไปสู่กลุ่มที่น้ำ
00:10:31 → 00:10:34ตาลในเลือดเกินเกนไปแล้วได้อืครับก็เมื่อ
00:10:34 → 00:10:36สักครู่นี้คุณหมอก็ได้เปิดประเด็นนึงที่
00:10:36 → 00:10:39น่าสนใจก็คือเมื่อเป็นเบาหวานมันจะมีภาวะ
00:10:39 → 00:10:42แทรกซ้อนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเกี่ยวกับต
00:10:42 → 00:10:45หลอดเลือดเรื่องของหัวใจโหผมว่าวันนี้ถ้า
00:10:45 → 00:10:47เพื่อนๆที่กำลังอยู่ด้วยกันในรายการได้
00:10:47 → 00:10:50ยินเรื่องนี้แล้วไม่ต้องรอให้เป็นเบาหวาน
00:10:50 → 00:10:53แล้วเขารู้สึกว่าเอะใจตามที่คุณหมอว่า
00:10:53 → 00:10:55เนี่ยผมว่าเพื่อนๆที่ตอนนี้อยู่ด้วยกัน
00:10:55 → 00:10:58เนี่ยเขาโชคดีมากๆเลยนะครับคุณหมอครับถ้า
00:10:58 → 00:11:00อย่างงั้นแล้วเนี่ยอการที่ภาวะที่เป็นเบา
00:11:00 → 00:11:03หวานเนี่ยมันเกิดจากที่ร่างกายเราอ่ะครับ
00:11:03 → 00:11:08มีการสะสมไขมันส่วนเกินและยาที่เราใช้ใน
00:11:08 → 00:11:10การรักษาเบาหวานทุกวันเนี้ยครับมันเข้าไป
00:11:10 → 00:11:13ช่วยในการรักษาโรคได้จริงหรือเปล่าครับอ
00:11:13 → 00:11:15ประเด็นมันอยู่นี้ฮะยาส่วนมากจะออกฤทธิ์
00:11:15 → 00:11:19โดยการพยายามผลักน้ำตาลครับที่สูงเกินใน
00:11:19 → 00:11:21เลือดให้กลายเป็นไขมันมากขึ้นแล้วเอไป
00:11:21 → 00:11:23เก็บไว้ในเซลล์ที่น้ำตาลมันล้นขึ้นมาใน
00:11:23 → 00:11:25กระแสเลือดเพราะเซลล์เราเนี่ยมันเริ่มลด
00:11:25 → 00:11:28การอ่าสร้างไขมันจากน้ำตาลเพราะอะไรฮะ
00:11:28 → 00:11:30เพราะเซลล์เราเนี่ยเถ้าเราเก็บไขมันเยอะ
00:11:30 → 00:11:32มากขึ้นเรื่อยๆมันจะพองครับมันเหมือนลูก
00:11:32 → 00:11:35โป่งครับถ้ามันแตกเซลล์จะตายอ้าเห็นภาพ
00:11:35 → 00:11:38เลยครับเห็นภาพมั้ยเซล์แตกมันจะตายดัง
00:11:38 → 00:11:41นั้นเซลล์จึงพยายามต่อต้านโดยการที่ไม่
00:11:41 → 00:11:43เอาน้ำตาลที่สูงในเลือดเข้าสู่เซลล์อีกก็
00:11:43 → 00:11:46เลยเป็นเหตุผลว่าน้ำตทำตสูขึนสคร้างนาน
00:11:46 → 00:11:49ขึ้นนะฮะคราวนี้ประเด็นก็คือว่าการรักษา
00:11:49 → 00:11:51ดยการใช้ยาเนี่ยครับส่วนมากยาที่เราใช้ใน
00:11:51 → 00:11:53การรักษาเบาหวานเราไปโฟกัสที่น้ำตาลใน
00:11:53 → 00:11:55เลือดเราพยายามผักน้ำตาลอจากเลือดครับ
00:11:55 → 00:11:58เข้าสู่เซลล์มากขึ้นหมายว่าลูกโป่งเซลล์
00:11:58 → 00:12:00ของเราพยายามต่อต้านไันไม่เอาน้ำตาลเข้า
00:12:00 → 00:12:03แล้วนะเดี๋ยวฉันจะตายครับการที่เราใช้ยา
00:12:03 → 00:12:04เหล่านี้เพราะลดน้ำตาลเรองโดยการผลักเข้า
00:12:04 → 00:12:07เซลล์เนี่ยมันทำให้เราได้ผลลัพธ์อย่างนึง
00:12:07 → 00:12:09คืออะไรฮะน้ำตาลดเลื่อยลดลงแต่เซลล์เราจะ
00:12:09 → 00:12:12ตายมากขึ้นพอถูกบังคับให้เซลล์ต้องรับน้ำ
00:12:12 → 00:12:14ตาลมากขึ้นใช่อ่ามันเหมือนลูกโป่งที่พอง
00:12:14 → 00:12:17เต็มที่ละถูกบังคับให้ต้องรับลมเข้ามาอีก
00:12:17 → 00:12:20มันก็แตกโหฟังแล้วดูแอบหน้ากังวลเหมือน
00:12:20 → 00:12:22กันนะครับจริงข้อเท็จจริงเราถึงเห็นอย่าง
00:12:22 → 00:12:25นึงครับคือเราจะเห็นว่าคนไข้หลายคนที่
00:12:25 → 00:12:27รักษาเบาหวานดยการใช้ยามาเป็นระยะเวลายาว
00:12:27 → 00:12:31นานจะลดน้ำหนักยากครับประเด็นที่ 2 ก็คือ
00:12:31 → 00:12:33ว่าถึงแม้เราจะคุมน้ำตาลในเลือดได้ดีเท่า
00:12:33 → 00:12:36ไหร่แต่คนเหล่านี้ก็ยังหนีไม่พ้นอาการ
00:12:36 → 00:12:39แทรกซ้อนเบาหวานอยู่ดีไตก็ยังวายอยู่ดี
00:12:39 → 00:12:41อัมพาตก็ยังเกิดอยู่ดีเส้นหัวใจก็ยังอุด
00:12:41 → 00:12:44ตันอยู่ดีครับสุขภาพไม่ได้ดีขึ้นเลยทั้งๆ
00:12:44 → 00:12:47ที่น้ำตาลในเลือดลดลงจากการใช้ยาซึ่งจริง
00:12:47 → 00:12:50ๆนี้มันก็มีงานวิจัยที่ออกมาพบว่าเป็นงาน
00:12:50 → 00:12:53วิจัยประมาณปี 2008 ที่พบว่าคนไข้เบาหวาน
00:12:53 → 00:12:56ที่เราคุมน้ำตาลได้ดีมากๆเลยคุณตี๋คือคุม
00:12:56 → 00:13:00ให้น้ำตาลสะสมต่ำกว่า 6.5% โดยการใช้ยา
00:13:00 → 00:13:02ครับเสียชีวิตมากกว่าคนที่ยอมปล่อยให้น้ำ
00:13:02 → 00:13:05ตาลในเลือดสูงโอ้โหฟังแล้วน่าตกใจมากเลย
00:13:05 → 00:13:08ครับคุณหมอแต่ก็ยังเป็นสิ่งที่เราก็ยัง
00:13:08 → 00:13:13เชื่อว่าการกินยาจะดีการกินยาจะดีครับอื
00:13:13 → 00:13:15ถ้าอย่างงั้นแล้วอ่ะครับเพื่อนๆเราในตอน
00:13:15 → 00:13:17เนี้ยอาจจะตัวของเราเองหรือคนที่ว่ารัก
00:13:17 → 00:13:21เป็นเบาหวานอ่ะเค้าฟังถึงตอนนี้เาจะรู้
00:13:21 → 00:13:23สึกแบบหมดความหวังอะไรเงี้ยครับคุณหมอ
00:13:23 → 00:13:25งั้นคุณหมอครับสรุปแล้วอ่ะมาถึงตรงนี้
00:13:25 → 00:13:28แล้วเบาหวานยังมีวิธีการรักษาให้หายอยู่ม
00:13:28 → 00:13:31ครับพอเราเข้าใจต้นเหตุครับเราจะเห็นว่า
00:13:31 → 00:13:34สมัยก่อนการรักษาโฟกัสโดยการลดใช้ยาในการ
00:13:34 → 00:13:36ลดน้ำตาลเนี่ยครับมันรักษาต้นเหตุมยคุณ
00:13:36 → 00:13:39ตรีไม่เลยครับอ่าไม่เกี่ยวกับต้นเหตุเลย
00:13:39 → 00:13:41ใช่มั้ครับไม่เกี่ยวกับต้นเหตุดังนั้น
00:13:41 → 00:13:43เนี่ยมันจึงไม่สามารถทำให้เบาหวานหายได้
00:13:43 → 00:13:45โดยวิธีการรักษาโดยการใช้ยากดน้ำตาลใน
00:13:45 → 00:13:48เลือดลงครับนะครับจริงๆเมื่อเราเข้าใจต้น
00:13:48 → 00:13:51เหตุเนี่ยผมว่าความหวังมันเกิดแล้วถามว่า
00:13:51 → 00:13:53เป็นไปได้มเป็นไปได้ถ้าคุณแก้ที่ต้นเหตุ
00:13:53 → 00:13:56ครับน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้นจนทำให้เรา
00:13:56 → 00:13:58จำเป็นต้องผักน้ำตาลที่สูงในกระแสเลือด
00:13:58 → 00:14:01เข้าสู่เซลล์เนี่ยครับมันเกิดจากอาหารที่
00:14:01 → 00:14:04เราทานครับดังนั้นถ้าเราสามารถลดระดับน้ำ
00:14:04 → 00:14:07ตาลจากอาหารที่เราทานลงไปครับนะครับเราลด
00:14:07 → 00:14:10คาร์โบไฮเดรตที่มีปริมาณน้ำตาลที่เยอะโดย
00:14:10 → 00:14:14ว่าพวกแป้งลงนะครับเราลดน้ำตาลลงเราลด
00:14:14 → 00:14:17เครื่องดื่มที่มีอ่าน้ำตาลหรือไซรับที่มี
00:14:17 → 00:14:20น้ำตาลลงไปเนี่ยนะครับมันก็จะทำให้น้ำตาล
00:14:20 → 00:14:23ในเลือดลดลงแล้วก็จะทำให้ร่างกายเราเนี่ย
00:14:23 → 00:14:26มันเริ่มใช้พลังงานที่ถูกขังในเซลล์ก็คือ
00:14:26 → 00:14:29ไขมันครับออกมาเป็นพลังงานครับครับมันก็
00:14:29 → 00:14:32ทำให้น้ำหนักลดลงแล้วร่างกายก็จะกลับมา
00:14:32 → 00:14:34คุมน้ำตาลได้ง่ายขึ้นนะครับจรริงผมไม่
00:14:34 → 00:14:35อยากจะพูดว่าเป็นความหวังนะครับเพราะใน
00:14:36 → 00:14:39ปัจจุบันเนี่ยเอาจยิงคุณตี๋สมาคมเบาหวาน
00:14:39 → 00:14:42อ่าระดับโลกคือสมาคมเบาหวานอเมริกาสมาคม
00:14:42 → 00:14:45เบาหวานของยุโรปสมาคมเบาหวานออสเตรเลีย
00:14:45 → 00:14:48รวมถึงสมาคมเบาหวาแห่งประเทศไทยนะครับก็
00:14:48 → 00:14:50ออกมาประกาศยอมรับว่าเบาหวานช้ที่ 2
00:14:50 → 00:14:54สามารถที่จะ remission หรือสงบได้ครับคำ
00:14:54 → 00:14:56ว่าสงบหมายว่าไงฮะเราสามารถใช้วิธีในการ
00:14:57 → 00:14:59ปรับโภชนาการหรือพฤติกรรมในการดำเนินชีวิ
00:14:59 → 00:15:02ที่ต้นเหตุเลยครับและทำให้น้ำตาลเลือด
00:15:02 → 00:15:05กลับมาเป็นปกติโดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาอื
00:15:05 → 00:15:08และถ้าเราไม่ไม่ทานยารดน้ำตาลแล้วเนี่ยนะ
00:15:08 → 00:15:10ครับเราปรับอาหารเราปรับพฤติกรรมอย่างนี้
00:15:10 → 00:15:12แล้วน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกมปกติเกิน 3
00:15:12 → 00:15:15เดือนครับให้ถือว่าเบาหวานเข้าสู่ระยะสงบ
00:15:15 → 00:15:18ภาษาชาวบ้านคือเบาหวานหายเบาหวานหายนะ
00:15:18 → 00:15:21ครับซึ่งในตอนนี้เนี่ยที่ผมบอกว่ามันไม่
00:15:21 → 00:15:24ได้เป็นโอกาสครับมันคือสิ่งที่ผมว่าทาง
00:15:24 → 00:15:26การแพทย์ในสมัยใหม่เนี่ยเริ่มยอมรับ
00:15:27 → 00:15:29เรื่องเหล่านี้แล้วนะครับดังนั้นเราอย่า
00:15:29 → 00:15:31ไปตกอยู่ภายใต้ความสิ้นหวังว่าฉันเป็น
00:15:31 → 00:15:33แล้วฉันต้องเป็นไปตลอดชีวิตครับโอ้โหเร
00:15:33 → 00:15:37ว่าฟังแล้วโล่งใจมากขึ้นเลยถ้าหากเรารู้
00:15:37 → 00:15:40ว่าเป่าหวานสาเหตุจริงๆแล้วเกิดจากอะไร
00:15:40 → 00:15:43แล้วเราทำความเข้าใจแล้วก็ปรับเปลี่ยน
00:15:43 → 00:15:45เรื่องแรกเลยที่คุณหมอเน้นยำก็คือเรื่อง
00:15:45 → 00:15:48ของโภชนาการเยี่ยมมากเลยครับคุณหมอครับ
00:15:48 → 00:15:53แล้วถ้าถึงขนาดต้องฉีดอินซูลินแล้วเขาก็
00:15:53 → 00:15:56มีโอกาสที่จะกลับมาทำให้เบาหวานเนี่ยมัน
00:15:56 → 00:15:59สงบหรือว่าหายได้ด้วยเหมือนกันเครับใช่
00:15:59 → 00:16:01ครับใช่เพราะว่าจริงๆแล้วอย่างที่ผมบอก
00:16:01 → 00:16:04ว่าไม่ว่าจะเป็นอินซูลินหรือยารสน้ำตาล
00:16:04 → 00:16:06ที่เราทานนะครับหน้าที่มันก็คือผลักน้ำ
00:16:06 → 00:16:08ตาลที่สูงในเลือดเข้าสู่เซลล์ครับนั่นคือ
00:16:08 → 00:16:11หมายว่ามลังแต่จะทำให้โรคตัวนี้มันเป็น
00:16:11 → 00:16:13รุนแรงมากขึ้นครับใช่มั้ยฮะมันยิ่งทำให้
00:16:13 → 00:16:16เราอ้วนแล้วก็ยิ่งเป็นรุนแรงมากขึ้นเพราะ
00:16:16 → 00:16:18เซลล์เราที่อ้วนมากขึ้นเลมันก็จะตายในวัน
00:16:18 → 00:16:21นึงครับนะครับดังนั้นเนี่ยเมื่อเราปรับ
00:16:21 → 00:16:23อาหารถูกต้องเรากินอาหารที่ไม่ทำให้น้ำ
00:16:23 → 00:16:25ตาลในเลือดสูงขึ้นน้ำตาลเลือดลดลงเราก็
00:16:25 → 00:16:28สามารถลดยาลงได้นะครับแล้วก็เซลล์มัน
00:16:28 → 00:16:31สามารถย้อนกลับมาเผาผลาพลังงานที่ถูกอัด
00:16:31 → 00:16:33ไว้ในเซลล์มันก็สามารถที่จะฟื้นสภาพขึ้น
00:16:33 → 00:16:36มาได้นะครับครับโอ้โหสุดยอดมากเลยนะครับ
00:16:36 → 00:16:39ที่เรียกว่าเราการหายจากเบาหวานไม่ใช่แค่
00:16:39 → 00:16:42เรื่องของคำว่าความหวังอีกต่อไปแต่เป็น
00:16:42 → 00:16:44เรื่องถ้าเราเข้าใจเราก็สามารถที่จะหาย
00:16:44 → 00:16:48ได้ไม่ว่าตอนนี้เราจะอยู่ในกลุ่มของคนที่
00:16:48 → 00:16:50มีความเสี่ยงในช่วง 10 ปีหรือคนที่เป็น
00:16:50 → 00:16:53เบาหวานที่เราทานยาละหรือแม้กระทั่งเรา
00:16:53 → 00:16:55ฉีดอินซูลินทุกอย่างก็สามารถหายได้และ
00:16:55 → 00:16:58เนื้อหาดีๆเหล่านี้นะครับเราจะกลับมาเวลา
00:16:58 → 00:17:0120:30 นนะครับผ่านช่องทาง Facebook เพจ
00:17:01 → 00:17:04reborn Story by infinix ครับและ
00:17:04 → 00:17:07YouTube Legacy CL official สำหรับ
00:17:07 → 00:17:09วันนี้นะครับเรา 2 คนครับทั้งผมและคุณหมอ
00:17:09 → 00:17:19ป๊อบนะครับก็ต้องขอกล่าวคำว่าสวัสดีครับ
00:17:19 → 00:17:22[เพลง]