การใช้ปัสสาวะในการรักษาผิวหนังหรือสิวจะปลอดภัยหรือได้ผลไหม

กินฉี่รักษาโรค !? #Urotherapy #Urinetherapy

จากช่อง : Doctor Tany


ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:0000:00:02สวัสดีครับผมก็ได้ยินเรื่องของการใช้
00:00:0200:00:05ปัสสาวะในการรักษาโรคมานานพอสมควรแล้วนะ
00:00:0500:00:07ครับวันนี้ก็เลยอยากจะเอาเรื่องนี้มา
00:00:0700:00:09อธิบายให้ฟังนะครับว่าการใช้ปัสสาวะในการ
00:00:0900:00:12รักษาโรคนั้นมันมีที่มาที่ไปอย่างไรนะ
00:00:1200:00:15ครับมันจะได้ผลหรือเปล่าและมันมีอันตราย
00:00:1500:00:18อะไรหรือเปล่าถ้าเราจะใช้นะครับก็พบกับผม
00:00:1800:00:20นะครับนายแพทย์ธานีธนียวันเป็นอาจารย์
00:00:2000:00:22แพทย์อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเชี่ยวชาญ
00:00:2200:00:25โรคปอดการปลูกถ่ายปอดและวิกฤตบำบัดนะครับ
00:00:2500:00:28การใช้ปัสสาวะในการรักษานั้นเนี่ยมันมี
00:00:2800:00:30ที่มาที่ไปค่อนข้างที่จะยาวนานนะครับแล้ว
00:00:3000:00:33ก็มีหลายประเทศในโลกเรานะครับที่มีการใช้
00:00:3300:00:37ปัสสาวะในการรักษายกตัวอย่างเช่นอียิปต์
00:00:3700:00:40กรีกโรมันประเทศจีนประเทศอินเดียอเมริกา
00:00:4000:00:45อังกฤษนะครับมีทุกที่เลยนะครับแล้วที่อ่า
00:00:4500:00:49อินเดียเนี่ยมันก็จะมีนายกรัฐมนตรีคนนึง
00:00:4900:00:52ของอินเดียด้วยนะครับอยู่ในปี 1977 -
00:00:5200:00:561979 นะครับแกใช้อ่าปัสสาวะมาดื่มกินใน
00:00:5600:01:00การรักษารู้สึกคนๆนี้ชื่ออ่าจิ des นะนะ
00:01:0000:01:03ครับแกก็เป็นคนหนึ่งที่โด่งดังนะครับว่า
00:01:0300:01:06เ้ยเป็นถึงขั้นนายกรัฐมนตรีแต่เอาตัว
00:01:0600:01:09เนี้ยมาใช้เลยนะฮะยังไงก็ตามการใช้
00:01:0900:01:12ปัสสาวะในการรักษาเนี่ยมันไม่ได้โด่งดัง
00:01:1200:01:15มากในตอนนั้นนะครับแต่ว่าคนๆนึงซึ่งทำให้
00:01:1500:01:19มีการใช้ปัสสาวะในการรักษาอย่างเยอะเลยนะ
00:01:1900:01:22ครับเป็นคนอังกฤษคนนึงนะครับซึ่งเชื่อใน
00:01:2200:01:25การใช้ธรรมชาติบำบัตนะครับหรือ Natural
00:01:2500:01:28path นั่นเองนะครับคนๆนี้ชื่อว่า John
00:01:2800:01:31Armstrong นะครับคุณจ Armstrong เนี่ยใน
00:01:3100:01:33ครอบครัวของเขามีการใช้ปัสสาวะในการรักษา
00:01:3300:01:35โรคต่างๆมากมายนะครับตั้งแต่เอามาทาตาม
00:01:3500:01:37ผิวหนังเพื่อที่จะรักษาผิวหนังอักเสบ
00:01:3700:01:41รักษาสิวอ่ารักษาแมลงสัตว์กัดต่อยนะครับ
00:01:4100:01:44เอามาแปลงในในปากเพื่อจะรักษาเหงือก
00:01:4400:01:47อักเสบป้องกันไม่ให้ฟันมันมีปัญหานะครับ
00:01:4700:01:49ดื่มกินเพื่อที่จะรักษาโรคต่างๆไม่ว่าโรค
00:01:4900:01:52ติดเชื้อโรคมะเร็งนะครับแล้วก็อ้างว่า
00:01:5200:01:55สามารถที่จะแก้ไขโรคเกิดลิ่มเลือดในร่าง
00:01:5500:01:58กายโรคหัวใจต่างๆได้นะครับแล้วคุณรู้มั้
00:01:5800:02:01ครับต่อจากกรณีเนี้ยมีคนเอามาฉีดเข้าร่าง
00:02:0100:02:03กายเพื่อที่จะหวังว่าผลของการฉีดมันน่าจะ
00:02:0300:02:07สูงกว่าผลจากการกินซะอีกนะครับเ่อคุณจห
00:02:0700:02:10อสองเนี่ยเค้าไปเอาที่มาที่ไปของสิ่ง
00:02:1000:02:14เหล่านี้จากไหนนะครับคือเขาคเอามาจากไบบ
00:02:1400:02:16นะครับโดยเตีความไบเบิลเนี่ยเป็นอีกแบบ
00:02:1600:02:18นึงเลยนะครับไบเบิลที่เขาเอามาตีความ
00:02:1800:02:21เนี่ยมาจากบทที่ 5 วรรค 15 ของเ่อคุณ
00:02:2100:02:24โซโลมอนนะครับซึ่งจริงๆผมก็ไม่เคยไปอ่าน
00:02:2400:02:27นะครับจนกระทั่งลองค้นดูซิว่ามันมีที่มา
00:02:2700:02:29ที่ไปอย่างไรไอ้บทเนี้ยเค้าเขียนไว้ว่า
00:02:2900:02:31อย่างนี้ครับผมจะอ้างอิงสิ่งที่ผมเปิดไว้
00:02:3100:02:35เลยนะครับก็คือบอกว่า drinking waters
00:02:3500:02:37out of thine own cistern and
00:02:3800:02:39Running waters out of thine own
00:02:3900:02:43Well มันหมายความว่าให้เราดื่มน้ำที่มัน
00:02:4300:02:47มาจากแหล่งเก็บน้ำของเราเองแล้วก็ใช้น้ำ
00:02:4700:02:50ที่มันมาจากบ่อน้ำของเราเองนะครับโดยเค้า
00:02:5000:02:53ก็คิดว่าไอ้เนี่ยแหละที่มันเป็นการที่ใน
00:02:5300:02:56ทางไบเบิลเนี่ยพยายามบอกให้เราใช้ปัสสาวะ
00:02:5600:03:00ของเราเนี่ยดื่มเข้าไปนะครับเออเขเก็คิด
00:03:0000:03:02ไปได้แบบนั้นนะครับแต่จริงๆแล้วในบทอัน
00:03:0200:03:05นี้เนี่ยมันเป็นคำเปรียบเทียบที่พยายามจะ
00:03:0500:03:09บอกว่าเอ่อเราควรจะซื่อสัตย์ต่อสามีภรรยา
00:03:0900:03:12ของตัวเองนะครับอ่าคือถ้าเราจะใช้ก็จะใช้
00:03:1200:03:15จะมีสัมพันธ์อะไรก็กับภรรยากับสามีของตัว
00:03:1500:03:17เองเท่านั้นนะครับนี่เป็นบทที่เขาต้องการ
00:03:1700:03:20สื่อสารแต่ว่าคุณอสองเนี่ยเคก็แปลไปอีก
00:03:2000:03:23แบบหนึ่งนะครับเป็นแบบนี้นะ
00:03:2300:03:26ฮะมันโด่งดังขึ้นมาได้เพราะว่าหนังสือ
00:03:2600:03:29เล่มนึงที่เขาเขียนนะครับหนังสือเล่ม
00:03:2900:03:32เนี้ยมีชื่อว่าเ่อ the water of Life
00:03:3200:03:35a trea is on urine therapy นะครับ
00:03:3500:03:38เรื่องนี้เนี่ยเป็นเรื่องที่ทำให้วงการ
00:03:3800:03:40ดื่มปัสสาวะเนี่ยหรือการใช้ปัสสาวะในการ
00:03:4000:03:43รักษาโรคเนี่ยโด่งดังมากๆแล้วก็มีคนหลาย
00:03:4300:03:46คนที่ดื่มปัสสาวะเนี่อ้างอิงหนังสือของคน
00:03:4600:03:48ๆนี้นะครับหลังจากนั้นก็มีคนพยายามจะ
00:03:4800:03:51เขียนหนังสืออะไรออกมาอีกมากมายนะครับใน
00:03:5100:03:54อินเดียก็มีในจีนอะไรก็มีใช้กันนะครับก็
00:03:5400:03:57เลยเป็นที่มาที่ไปของการที่บางคนพยายามจะ
00:03:5700:03:59ใช้ตัวเนี้ยเป็นสิ่งในการรักษาโรคโดยโย
00:04:0000:04:02บอกว่ามันก็เป็นธรรมชาติของร่างกายมนุษย์
00:04:0200:04:04อยู่แล้วที่มีการสร้างสารเหล่านี้ออกมานะ
00:04:0400:04:07ครับเราก็เลยเอามันมาใช้เป็นประโยชน์แล้ว
00:04:0700:04:10ก็จะอ้างว่านี่เห็นมว่าต่างประเทศก็มีคน
00:04:1000:04:12ใช้กันแล้วมันก็ใช้กันมาอย่างยาวนานเค้า
00:04:1200:04:14ไม่เห็นจะเป็นอะไรเรักษาโรคต่างๆได้
00:04:1400:04:17สุขภาพดีคนอังกฤษก็ยังใช้นะครับแอฟริกา
00:04:1700:04:21อเมริกานะครับจีนอินเดียมีหมดทุกอย่าง
00:04:2100:04:25อียิปต์อะไรอย่าเงี้ยนะครับแล้วทีนี้
00:04:2500:04:28สำหรับคนรุ่นปัจจุบันเราก็ต้องมาอยากรู้
00:04:2800:04:31เหตุผลว่าเฮเฮ้ยมันได้ผลอย่างนั้นจริงๆ
00:04:3100:04:33หรือเปล่านะครับแล้วเราจะทำยังไงให้เรา
00:04:3300:04:35รู้ว่ามันได้ผลจริงหรือไม่จริงเราก็ต้อง
00:04:3500:04:38มันทราบก่อนว่าปัสสาวะของเราเนี่ยมันมี
00:04:3800:04:41ที่มาที่ไปอย่างไรแล้วมันมีอะไรเป็นส่วน
00:04:4100:04:45ประกอบในนั้นบ้างนะครับต้องบอกอย่างงี้
00:04:4500:04:48ร่างกายของเราเนี่ยมันมีเลือดปริมาณหนึ่ง
00:04:4800:04:50ใช่มั้ยครับเลือดมันจะมาที่ไตแล้วที่ไต
00:04:5000:04:54เนี่ยจะมีการกรองเอาของเสียต่างๆออกไปนะ
00:04:5400:04:56ครับแล้วบางส่วนเนี่ยมันไม่ใช่ของเสีย
00:04:5600:04:58หรอกครับแต่ว่ามันเป็นสิ่งที่รั่วออกไป
00:04:5800:05:02ทางไตเหมือนกันนะนะครับโดยเวลาที่ไตเราจะ
00:05:0200:05:04กรองของเสียออกมาเนี่ยมันจะต้องมีน้ำเป็น
00:05:0400:05:07ส่วนประกอบด้วยก็คล้ายๆกับเวลาที่เรามี
00:05:0700:05:12สิ่งปนเปื้อนที่มือแล้วเราต้องการชำระมัน
00:05:1200:05:15ออกไปจากมือเราเราจะไปเอามันออกมาเฉยๆมัน
00:05:1500:05:17ไม่ค่อยได้ถูกมั้ยครับเวลาที่เราล้างสบู่
00:05:1700:05:20มันก็ต้องมีน้ำเป็นส่วนประกอบมันถึงจะ
00:05:2000:05:23สามารถเอาสิ่งสกปรกเนี่ยออกไปจากมือของ
00:05:2300:05:25เราได้นะครับร่างกายของเราก็เหมือนกัน
00:05:2500:05:27เวลาที่เราจะขับสิ่งสกปรกเนี่ยมันจะต้อง
00:05:2700:05:30มีน้ำปนออกมานะครับมันจะไม่สาสามารถขับ
00:05:3000:05:32สิ่งสกปรกหรือสิ่งที่มันเป็นพิษน่ะออกมา
00:05:3200:05:35ตรงๆโดยที่ไม่มีน้ำได้นะครับมันก็เลยทำ
00:05:3500:05:38ให้ปัสสาวะของเราเนี่ยมีน้ำเป็นส่วน
00:05:3800:05:41ประกอบถึง 95% เลยทีเดียวนะครับรองลงมา
00:05:4100:05:45จากนั้นก็คือสารยูเรียซึ่งมีประมาณสัก 2-3
00:05:4500:05:48per นะครับยูเรียเนี่ยมันเป็นความชาน
00:05:4800:05:51ฉลาดของร่างกายอย่างหนึ่งที่ใช้ในการขับ
00:05:5100:05:53สิ่งที่มันเป็นพิษมากๆออกมาจากร่างกาย
00:05:5300:05:56นั่นก็คือแอมโมเนียนะครับตัวแอมโมเนีย
00:05:5600:05:59เกิดจากการย่อยสลายโปรตีนในร่างกายนะครับ
00:05:5900:06:02แต่ว่าแอมโมเนียเราจะขับมันออกมาตรงๆไม่
00:06:0200:06:04ได้เพราะว่าแอมโมเนียเวลามันถูกสร้างขึ้น
00:06:0400:06:06มาแล้วเนี่ยมันเป็นพิษมากเลยต่อระบบ
00:06:0600:06:09ประสาทของเรานะครับดังนั้นร่างกายจึงเอา
00:06:0900:06:11แอมโมเนีย 2 โมเลกุลมารวมกันกลายเป็น
00:06:1100:06:14ยูเรียซึ่งมีพิษน้อยกว่าแล้วมันก็ละลาย
00:06:1400:06:16น้ำได้ค่อนข้างดีทำให้สามารถขับออกมาทาง
00:06:1600:06:20ปัสสาวะได้นะครับสารชนิดที่ 3 ที่มีความ
00:06:2000:06:24เข้มข้นรองลงมาก็คือคอินนะครับเตินเนี่ย
00:06:2400:06:26ถ้าเกิดว่าคนไหนที่ไปตรวจร่างกายตรวจ
00:06:2600:06:30เลือดก็คงจะรู้ว่ามันคือค่าค่าค่า 1 ซึ่ง
00:06:3000:06:32เราเอาไว้ดูว่าการทำงานของไตมันเป็นยังไง
00:06:3200:06:34บ้างนะครับแต่ไตมันก็ขับเตีนออกมาด้วย
00:06:3500:06:37เหมือนกันนะครับเตีนตัวนี้มันมาจากการ
00:06:3700:06:40สลายของกล้ามเนื้อนะครับก็จะเป็นตัวถัดมา
00:06:4000:06:44ที่ออกมานะครับมันอยู่ที่ประมาณซัก 1%
00:06:4400:06:46ต่อปัสาวะที่ออกมาดังนั้นเราจะเห็นว่าน้ำ
00:06:4600:06:49เนี่ยมี 95% โดยประมาณนะครับมียูเรียซัก
00:06:4900:06:53ประมาณ 2-3 per อ่ะก็ถึงว่า 97 98% ละ
00:06:5300:06:56อันที่ 3 ก็มีครีตินินสักประมาณ 1% นะ
00:06:5600:07:00ครับก็จะประมาณสัก 98 99% ละไอ้ที่เหลือ
00:07:0000:07:021-2 เพของปัสสาวะเนี่ยมันคืออะไรกันแน่
00:07:0300:07:06นะครับส่วนใหญ่แล้ว 1-2 per ที่เหลือ
00:07:0600:07:08เนี่ยมันก็คือเป็นเกลือแร่ต่างๆเช่น
00:07:0800:07:12โซเดียมคลอไรด์ฟอสเฟตซัลเฟตแมกนีเซียมพวก
00:07:1300:07:16นี้นะครับแล้วก็ยังมีสารอื่นๆอีกเล็กน้อย
00:07:1600:07:19ที่ออกมาเช่นโปรตีนนะครับโดยบางคนอาจจะ
00:07:1900:07:21เคยได้ยินว่าเอ๊ะมันมีโปรตีนรั่วใน
00:07:2100:07:24ปัสสาวะแล้วทำให้เป็นโรคต่างๆได้นะครับ
00:07:2400:07:26ซึ่งก็จริงนะครับถ้าเรามีโรคไตโปรตีนก็จะ
00:07:2600:07:29รั่วออกมามากขึ้นนะครับโรคเนฟโฟรติกโรคไต
00:07:2900:07:32วายอย่างเงี้ยนะฮะไตก็จะทำให้เกิดการรั่ว
00:07:3200:07:34ของโปรตีนออกมานะครับโดยทั่วไปโปรตีนที่
00:07:3400:07:37มันออกมาในปัสสาวะเนี่ยมันก็จะมีอยู่ที่
00:07:3700:07:40ประมาณสัก 40-80 มิลกรัมต่อวันนะครับแต่
00:07:4000:07:43ว่าในคนที่มีโรคไตมันอาจจะรั่วมากกว่า
00:07:4300:07:46นั้นก็ได้นะครับนั่นคือปัญหานะแต่เราถือ
00:07:4600:07:48ว่าโอเคคนทั่วไปมันไม่ได้รั่วมากนะครับ
00:07:4800:07:50มันรั่วออกมานิดเดียวนะครับโปรตีนส่วนมาก
00:07:5000:07:52ที่รั่วออกมาก็จะเป็นอัลบูมินนะครับหรือ
00:07:5200:07:54โปรตีนไข่ขาวของเรานั่นเองนะครับแต่มันจะ
00:07:5400:07:58ออกมาไม่เยอะนะฮะทีนี้ตัวพิเศษเนี่ยมัน
00:07:5800:08:02อยู่ในนี้ครับบางอย่างมันออกมากับปัสาวะ
00:08:0200:08:05ด้วยเช่นอะไรบ้าง 1 สเตมเซลล์
00:08:0500:08:08เออสเตมเซลล์เนี่ยมันเป็นสเต็มเซลล์ที่
00:08:0800:08:11อยู่ในทางเดิมปัสสาวะแล้วมันก็เคยมีคนคิด
00:08:1100:08:14ว่าเราอาจจะเอาสเต็มเซลล์ตัวเนี้ยมาใช้ใน
00:08:1400:08:17การซ่อมแซมไต่หรือทางเดิมปัสสาวะก็ได้
00:08:1700:08:19แล้วมันก็เก็บง่ายเสียด้วยก็คือมันออกมา
00:08:1900:08:21ทางปัสสาวะเลยถูกมั้ยครับมันไม่จำเป็นจะ
00:08:2100:08:24ต้องไปเจาะไขกระดูกเจาะเลือดเหมือนกรณี
00:08:2400:08:27ที่เราบริจาคสเตมเซลล์เพื่อที่จะเอาไปอ่า
00:08:2700:08:29ปลูกถ่ายไขกระดูกในกรณีนั้นเลยก็เก็บมา
00:08:2900:08:31จากปัสสาวะเราเลยนี่แหละนะครับมันจะได้
00:08:3100:08:36ง่ายดีก็มีคนคิดแบบนั้นนะครับต่อมามีสาร
00:08:3600:08:40บางอย่างนะครับที่อ่าออกมากับปัสสาวะเช่น
00:08:4000:08:42โปรตีนของมะเร็งบางอย่างนะครับซึ่งเดี๋ยว
00:08:4200:08:44ผมจะได้เล่าให้ฟังว่าเค้าเอาไปทำอะไรนะ
00:08:4400:08:47ครับหรือถ้าใครกลินยานะครับมันก็จะมียา
00:08:4700:08:49บางตัวเนี่ยขับออกมาทางปัสสาวะเช่น
00:08:4900:08:53เพนิซิลินนะครับฮอร์โมนเช่นอ่าเอสโตรเจน
00:08:5300:08:55ของผู้หญิงเนี่ยก็จะขับออกมาทางปัสสาวะ
00:08:5500:08:58ได้มีสารบางอย่างในการฆ่าเชื้อนะครับอ่า
00:08:5800:09:02ตัวนี้ชื่อเิกอกอนะครับถ้าเกิดใครฟังผม
00:09:0200:09:05บ่อยๆอาจจะคุ้นคำๆนี้เิกอกอนี่มันอยู่ที่
00:09:0500:09:09ไหนอยู่ในคลิปเรื่อง manuka honey นะ
00:09:0900:09:12ครับในน้ำผึ้ง manuka เนี่ยมันมีสารเิ
00:09:1200:09:15กอกอนะครับซึ่งเป็นสารที่เอาไว้ใช้ค่า
00:09:1500:09:18เชื้อนะครับค่อนข้างที่จะดีแล้วก็เวลาที่
00:09:1800:09:20เราเลือกซื้อน้ำผึ้งมานูก้าเนี่ยเรายังดู
00:09:2000:09:24ค่าว่าเอ๊ะมันมีเิกอมากน้อยแค่ไหนอยู่ใน
00:09:2400:09:27นั้นเลยนะครับก็อันในคนก็มีเหมือนกันนะฮะ
00:09:2700:09:31มันก็เป็นผลจากการอ่าสลายอ่าคาร์โบไฮเดรต
00:09:3100:09:34นะก็แล้วก็ออกมาเป็นตัวนี้นะครับนอกเหนือ
00:09:3400:09:36จากนั้นก็อาจจะมีกลูโคสเพิ่มเป็นน้ำตาล
00:09:3600:09:38ออกมาทางปัสวะบ้างแล้วก็สารอย่างอื่นอีก
00:09:3800:09:40เล็กน้อยนะครับทั้งหมดเรวมอยู่ที่ประมาณ
00:09:4000:09:44สัก 1-2 per อ่าแล้วก็โอ้ลืมลืมสารตัว
00:09:4400:09:47นึงไปไม่ได้ตัวนี้ชื่อว่ายูโรคนะครับเป็น
00:09:4700:09:51สารที่เอาไว้สลายลิ่มเลือดได้นะครับอ่าก็
00:09:5100:09:54เลยมีคนเอามาใช้กันนะนั้นทั้งหมดเนี่ยก็
00:09:5400:09:56คือสารที่อยู่ในปัสสาวะแต่แน่นอนอาจจะมี
00:09:5600:10:00บางอย่างที่มันปนมาจากนั้นอีกนะครับ
00:10:0000:10:04เออเออใช่ๆลืมไปเรื่องนึงคุณรู้มว่าทำไม
00:10:0400:10:06ปัสสาวะของเราถึงมีสี
00:10:0600:10:10เหลืองอ่าการที่มันมีสีเหลืองเนี่ยนะครับ
00:10:1000:10:12มันเกิดจากการที่ร่างกายของเราสลายเม็ด
00:10:1200:10:15เลือดแดงแล้วก็สลายตัวฮีโมโกลบินในเม็ด
00:10:1500:10:18เลือดแดงเป็นสารออกมาหลายตัวนะครับหนึ่ง
00:10:1800:10:21ในตัวนึงตัวนั้นที่ออกมาทางปัสสาวะก็คือ
00:10:2100:10:24สารที่เรียกว่ายูโรคนะครับยูโรคตัวเนี้ย
00:10:2400:10:28จะมีสีเหลืองนะครับอ่าแต่แน่นอนบางส่วน
00:10:2800:10:31ที่มันสลายไอ้ตัวฮีโมโกบินเนี่ยมันก็จะไป
00:10:3100:10:35ออกทางน้ำดีนะครับอ่าออกทางน้ำดีเช่นสาร
00:10:3500:10:38บี่ rubin นะครับบดิซึ่งพวกเนี้ยนะครับไป
00:10:3800:10:40ทางน้ำดีซะเป็นส่วนใหญ่แต่ว่าไม่ออกมาใน
00:10:4000:10:42ปัสสาวะนะถ้าออกมาก็ออกมานิดเดียวนะครับ
00:10:4200:10:46ก็มีบ้างในบางคนนะครับทีนี้พอเรารู้แล้ว
00:10:4600:10:50ว่าส่วนประกอบของปัสสาวะของเรามันคืออะไร
00:10:5000:10:52เราก็ต้องมาเข้าใจแล้วว่าโอเคเรารู้แล้ว
00:10:5200:10:55ส่วนประกอบของปัสาวะเรามีอะไรมีแค่ไหนมัน
00:10:5500:10:58ใช้ในการรักษาโรคได้จริงอย่างที่คนที่เไป
00:10:5800:11:01ใช้บอกหรือเปล่านะครับขอเริ่มที่กรณีแรก
00:11:0100:11:05ก่อนโรคผิวหนังนะครับคนที่ใช้ปัสสาวะใน
00:11:0500:11:06การรักษาโรคผิวหนังเนี่ยเค้าก็จะยกตัว
00:11:0600:11:11อย่างเช่นใช้ในการรักษาผิวแห้งรังแคได้ผล
00:11:1100:11:15โดยเค้าก็จะอ้างว่ามันมีสารยูเรียนี่ไงนะ
00:11:1500:11:18ครับยูเรียสามารถแก้ไขปัญหาพวกนี้ได้
00:11:1800:11:20เพราะว่าในทางการแพทย์จริงๆเราก็มีการใช้
00:11:2000:11:23ยูเรียไปผสมในครีมเครื่องสำอางชนิดต่างๆ
00:11:2300:11:27นะครับยูเรียเนี่ยเวลาผสมในครีมเวทสำอาง
00:11:2700:11:31ต่างๆเนี่ยมันจะอยู่ที่ประมาณสัก 10 -30%
00:11:3100:11:34นะครับโดยยูเรียมีคุณสมบัติในการให้ความ
00:11:3400:11:37ชุ่มชื้นกับผิวหนังนะครับทำให้มีการผลัด
00:11:3700:11:40เซลล์นะครับแล้วก็ลดการอักเสบได้นะครับ
00:11:4000:11:43อันนี้เป็นคุณสมบัติของยูเรียนะครับแต่
00:11:4300:11:46ว่ามันจะต้องมีความเข้มข้น 10 -30% เท่า
00:11:4600:11:49นั้นในปัสสาวะเมื่อกี้รียเรามีกี่
00:11:4900:11:52เปอร์เซ็นต์ยูรเรามีแค่ 2 -3% เท่านั้น
00:11:5200:11:54เองนะครับดังนั้นแทบจะไม่ได้ผลอะไรเลยนะ
00:11:5400:11:57ฮะงั้นการที่เอามาใช้กับผิวหนังเนี่ยมัน
00:11:5700:12:00ก็อาจจะไม่ได้ผลก็ได้นะครับต่อมามีคนเอา
00:12:0000:12:03มาใช้ในการรักษาสิวโดยบอกว่าเออด้วยความ
00:12:0300:12:05เป็นกรดของปัสสาวะของเราเนี่ยมันจะสามารถ
00:12:0500:12:08ทำให้สิวมันฝ่อมันแห้งไปได้นะครับก็ต้อง
00:12:0800:12:10บอกว่าอย่างงั้นทำไมเราไม่ใช้กรดตรงๆเลย
00:12:1000:12:12เอาไปเอาน้ำส้มใายชูมาทาสิวมันก็น่าจะหาย
00:12:1200:12:15เหมือนกันถูกมั้ยฮะถ้ามันอ้างความเป็นกรด
00:12:1500:12:16แต่ว่าจริงๆมันก็ใช้ไม่ได้ครับความเป็น
00:12:1700:12:19กรดเนี่ยไม่สามารถใช้ในการรักษาสิวได้
00:12:1900:12:22แล้วมันก็อาจจะเกิดการกัดผิวตรงนั้นก็ได้
00:12:2200:12:25นะครับนอกเหนือจากนั้นไม่ใช่แค่นั้นครับ
00:12:2500:12:28ในปัสสาวะของเราเนี่ยมันก็มีเชื้อโรคปน
00:12:2800:12:32อยู่ในนั้นอ่าคนที่ใช้ปัสสาวะในการรักษา
00:12:3200:12:35ก็จะบอกว่าเอ๊ะคนเรากรองเอาออกมาจากเลือด
00:12:3500:12:39มันต้องเป็นสิ่งที่ไร้เชื้อโรคหรือ
00:12:3900:12:43สเตอไรด์ไม่จริงครับมันจริงแค่บางส่วนคือ
00:12:4300:12:46ตอนที่มันกรองออกมาจากไตใหม่ๆเนี่ยเป็น
00:12:4600:12:49ปัสสาวะในตอนแรกเนี่ยโอเคมันปลอดเชื้อมัน
00:12:4900:12:51ไม่มีเชื้อแต่เมื่อไหร่ก็แล้วแต่ที่มัน
00:12:5100:12:54วิ่งมาจนถึงท่อปัสสาวะของเราหรือที่เรา
00:12:5400:12:57เรียกว่ายูรีนะครับก็คือในองชาติของผู้
00:12:5700:13:00ชายหรือในผู้หญิงก็จะตรงใกล้ๆบริเวณ
00:13:0000:13:02อวัยวะเพศตรงนั้นเนี่ยที่มันออกมานั่น
00:13:0200:13:05แหละครับที่มันจะเจอปนเชื้อโรคในบริเวณ
00:13:0500:13:07นั้นมาได้ดังนั้นถ้าเกิดว่าคุณเอามาทาตรง
00:13:0700:13:10บริเวณผิวหนังที่มันมีการอักเสบแล้วล่ะก็
00:13:1000:13:12มันอาจจะมีการกัดบริเวณผิวหนังนะครับแล้ว
00:13:1200:13:14เชื้อโรคเหล่านั้นก็สามารถที่จะเข้าสู่
00:13:1400:13:16ผิวหนังได้โดยตรงเป็นอันตรายทำให้ผิวหนัง
00:13:1600:13:19ยิ่งอักเสบเข้าไปใหญ่นะครับถ้าเกิดว่าคน
00:13:1900:13:24ไหนเคยดูแลคนไข้ติดเตียงจะทราบข้อนี้ดีก็
00:13:2400:13:27คือหลายคนที่ปัสสาวะแล้วไม่รู้ตัวแล้วก็
00:13:2700:13:31จะนอนแช่อยู่ในปัสสาวะนานๆเนี่ยเราจะเห็น
00:13:3100:13:35ว่าบริเวณที่เขาโดนปัสสาวะไปเนี่ยมันเป็น
00:13:3500:13:38ผื่นเลยเป็นผื่นแดงยุ่ยเลยนะครับแล้วก็
00:13:3800:13:41สามารถติดเชื้อได้นะครับนะแล้วบางทีเราก็
00:13:4100:13:44เคยเจอคนที่เขาแบบติดเตียงนานๆแล้วก็เกิด
00:13:4400:13:47แบบเฮ้ยทำไมอยู่ๆมีติดเชื้อ้วกระแสเลือด
00:13:4700:13:51ได้ปรากฏว่าเราไปตรวจเจอว่าอ๋อมันมีการ
00:13:5100:13:54ติดเชื้อในทางเดิปัสสาวะแฮะแล้วถามว่าการ
00:13:5400:13:56ติดเชื้อในทางเดิมปัสสาวะเชื้อมันมาจาก
00:13:5700:14:00ไหนล่ะมันก็มาจากจากไอ้ท่อปัสสาวะแล้วก็
00:14:0000:14:02บริเวณอวัยวะเพศของเรานั้นแหละแล้วถ้า
00:14:0200:14:05ปัสสาวะมันอยู่ตรงนั้นนานๆโดยที่ไม่มีการ
00:14:0500:14:07ขับทิ้งออกมาเนี่ยเชื้อโรคมันก็สามารถ
00:14:0700:14:10เดินๆขึ้นไปอยู่ในกะพปัสาวะของเราแล้วก็
00:14:1000:14:13เข้าสู่ไตเข้าสู่กระแสเลือดของเราได้นะ
00:14:1300:14:15ครับนั่นก็คือปัญหาอย่างหนึ่งซึ่งเราเจอ
00:14:1500:14:20นะครับทีนี้คนที่เอามาแปรงฟันเอามาใส่ไว้
00:14:2000:14:22ที่ตรงเหงือกที่มันอักเสบก็เหตุผลอย่าง
00:14:2200:14:23เดียวกันมันเป็นกรดมันไปกัดตรงนั้นได้
00:14:2300:14:25เหมือนกันแล้วมันก็มีเชื้อโรคด้วยที่
00:14:2500:14:27สำคัญไม่ว่าคุณจะเก็บปัสสาวะอย่างไรก็ตาม
00:14:2700:14:30นะครับก็จะมีเชื้อโรคนะครับโดยคนที่เค้า
00:14:3000:14:33ดื่มปัสสาวะเนี่ยเค้าจะบอกอย่างนี้ครับ
00:14:3300:14:37ว่าให้เราเลือกปัสสาวะในตอนเช้าที่มันมี
00:14:3700:14:39การค้างว่าทั้งคืนถูกมั้ยครับมันจะได้มี
00:14:4000:14:43ความเข้มข้นสูงจะได้มีสารที่ดีสูงมากๆนะ
00:14:4300:14:47ครับแล้วก็ต้องเอาปัสสวะในส่วนกลางกลาง
00:14:4700:14:50คืออะไรเหมือนวิธีในการเก็บทางการแพทย์
00:14:5000:14:53เราจะเรียกว่า midstream Catch นะครับ
00:14:5300:14:55คือเวลาที่เราปัสสาวะเนี่ยทั้งลำเนี่ยตอน
00:14:5500:14:57แรกๆนะครับเราต้องปล่อยทิ้งอไปก่อนเพราะ
00:14:5700:14:59ว่ามันจะได้ชะล้างความสกสกปรกที่อยู่ใน
00:14:5900:15:02ท่อทางเดิมปัสสาวะของเราไปพอปัสสาวะสัก
00:15:0200:15:04พักนึงระหว่างที่เรายังปัสสาวะไม่เสร็จ
00:15:0400:15:08ตอนนั้นน่ะให้รีบเก็บนะครับให้เก็บหลัง
00:15:0800:15:10จากนั้นพอปัสสาวะมันใกล้จะหมดเราต้องทิ้ง
00:15:1000:15:12ไปเหมือนกันนะครับและเอาตรงเนี้ย
00:15:1200:15:15midstream แชมาใช้เพราะว่าโอเคตอนแรก
00:15:1500:15:18ปัสสาวะอาจจะล้างเอาเอาเชื้อโรคเอาอะไร
00:15:1800:15:20ออกไปหมดแล้วตอนสุดท้ายอาจจะมีเชื้อโลกปน
00:15:2000:15:23ก็ไม่เอาเอาเฉพาะตรงกลางเท่านั้นแหละนะ
00:15:2300:15:25ครับไม่มีเชื้อโรคไม่มีตะกอนไม่มีอะไรเจอ
00:15:2500:15:29ป่นเอาตรงกลางมาใช้นี่แหละนะครับเค้าก็จะ
00:15:2900:15:30อ้างแบบนี้แต่ไม่ว่าคุณจะเอาตรงกลางหรือ
00:15:3000:15:32ตรงไหนมาใช้มันก็จะมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อ
00:15:3300:15:37โรคได้เช่นกันนะครับอ่ะแล้วทีนี้ถ้าเรา
00:15:3700:15:40เอาปัสสาวะมาดื่มเข้าไปล่ะดื่มเข้าไปมีคน
00:15:4000:15:43เอามาใช้รักษาอะไรบ้างอ่ะข้อแรกบอกว่ามัน
00:15:4300:15:47มีสารยูโรไนสนี่ไงมันสามารถที่จะป้องกัน
00:15:4700:15:49การที่เรามีลิ่มเลือดในที่ต่างๆเช่นเป็น
00:15:4900:15:52โรคหัวใจโรคมลิ่มเลือดสมองนะครับโรคลิ่ม
00:15:5300:15:54เลือดในเส้นเลือดหัวใจหรือโรคลิ่มเลือด
00:15:5400:15:56ที่เกิดขึ้นตามเส้นเลือดต่างๆนะครับก็มี
00:15:5700:16:00คนเอามาคิดแบบนั้นแต่จะบอกว่าว่ายูโรคใน
00:16:0000:16:03ปัสสาวะเนี่ยมันมีปริมาณน้อยมากน้อยจน
00:16:0300:16:05กระทั่งไม่สามารถใช้อะไรได้เลยนะครับไม่
00:16:0500:16:08มีผลใดๆทั้งสิ้นในการสลายลิ่มเลือดแต่ถาม
00:16:0800:16:11ว่าในทางการแพทย์เรามีการใช้ยูโร kes
00:16:1100:16:16มั้ยมีครับมีบริษัทเอายูโรคเนี่ยสกัดมา
00:16:1600:16:18จากปัสสาวะแล้วสุดท้ายเขไปดูว่าโครงสร้าง
00:16:1900:16:20เป็นยังไงแล้วเก็สังเคราะห์ครับ
00:16:2000:16:23สังเคราะห์ยูโรคแล้วก็เพิ่มปริมาณให้มัน
00:16:2300:16:27สูงมากๆไอ้นี่แหละครับที่มันสามารถจะเอา
00:16:2700:16:30มาใช้ในการรักษาโรคได้เพราะว่ามันต้องใช้
00:16:3000:16:33ปริมาณเยอะไงครับมันไม่สามารถเอาปัสสาวะ
00:16:3300:16:35เราไปดื่มแล้วเราจะได้ยูโรไคเนสไปได้เรา
00:16:3500:16:38ต้องเพิ่มปริมาณเยอะๆมันถึงจะได้ผลนะครับ
00:16:3800:16:41อ่ะต่อมาคนที่ใช้ปัสสาวะในการรักษาเค้า
00:16:4100:16:44ออกมาใช้รักษาอะไรอีกมะเร็งเฮ้ยอันนี้
00:16:4400:16:47แปลกละทำไมเถึงใช้มะเร็งเอามาใช้รักษา
00:16:4700:16:50มะเร็งได้เค้าอ้างอันนี้ครับบอกว่าใน
00:16:5000:16:53ปัสสาวะของเราเนี่ยมันมีการหลุดของโปรตีน
00:16:5300:16:56ของมะเร็งออกมาใช่มันมีโปรตีนของมะเร็ง
00:16:5600:16:59ออกมาได้ถ้าเรามีมะเร็งในร่างกายนะครับ
00:16:5900:17:01แล้วเขาอ้างว่าถ้าเราเอาโปรตีนของมะเร็ง
00:17:0100:17:03ที่มันออกมาในปัสวะเนี่ยดื่มกลับเข้าไปนะ
00:17:0400:17:06ครับมันจะสามารถทำให้ร่างกายเราสร้าง
00:17:0600:17:09แอนติบอดี้ต่อมะเร็งตัวนั้นต่อโปรตีนของ
00:17:0900:17:12มะเร็งตัวนั้นได้แล้วไอ้โปรตีนของมะเร็ง
00:17:1200:17:14ตัวนั้นเนี่ยมันก็อยู่ทุกๆที่ที่มันมี
00:17:1400:17:16มะเร็งในร่างกายเราถูกมั้ครับถ้าร่างกาย
00:17:1600:17:18เราสร้างแอนติบอดี้ต่อต้านโปรตีนมะเร็ง
00:17:1900:17:21มันก็ควรที่จะไปตามที่ต่างๆที่มีมะเร็งใน
00:17:2100:17:23ร่างกายแล้วก็ทำให้มะเร็งตัวนั้นเนี่ยมัน
00:17:2300:17:27ฝ่อไปแต่ปรากฏว่ามันไม่เป็นแบบนั้นครับ
00:17:2700:17:30มันทำแบบนั้นไม่ได้นี่เป็นความคิดที่ดีนะ
00:17:3000:17:31ครับพยายามจะโยงเอาทุกอย่างเข้ากับ
00:17:3100:17:34วิทยาศาสตร์แต่ว่าเอาเข้าจริงมันไม่ไม่
00:17:3400:17:36สามารถทำแบบนั้นได้มันไม่สามารถป้องกัน
00:17:3600:17:38มะเร็งหรือไม่สามารถทำให้มะเร็งหายได้นะ
00:17:3800:17:41ครับบางคนก็บอกว่าเอ๊ะเมื่อกี้ผมบอกว่า
00:17:4100:17:44มันมีสเตมเซลล์ออกมาด้วยนี่เอ้สเต็มเซล
00:17:4400:17:47therapy หรือเปล่าเรากินสเตมเซลล์ของตัว
00:17:4700:17:49เองเข้าไปมันน่าจะช่วยทำให้ร่างกายของเรา
00:17:4900:17:52เนี่ยมีสุขภาพที่แข็งแรงนะครับหน้าเด็กนะ
00:17:5200:17:54ครับมี long gevity ก็คือมีอายุที่ยืน
00:17:5400:17:58ยาว antiaging เปล่าครับสเตมเซลล์ในป
00:17:5800:18:01ปัสสาวะเนี่ยมันมีอยู่ที่ประมาณซัก 0.2%
00:18:0100:18:03ของเซลล์ทั้งหมดนะครับเซลล์ทั้งหมดที่ออก
00:18:0300:18:07มากับปัสสาวะเราเนี่ยมีตั้งแต่เซลล์ในทาง
00:18:0700:18:09เดิมปัสสาวะเซลล์เยื่อบุทางเดิมปัสสาวะนะ
00:18:0900:18:11ครับเซลล์เมล็ดแขวเมล็ดแดงที่มันหลุดออก
00:18:1200:18:14มาด้วยนะครับเซลล์อื่นๆที่มันหลุดออกมา
00:18:1400:18:17เซลล์ไตเซลล์ท่อนำปัสสาวะพวกเนี้ยนะครับ
00:18:1700:18:20แล้วทั้งหมดเนี่ยมันมีเยอะนะครับเยอะกว่า
00:18:2000:18:23ไอ้เซลล์สเตมเซลล์เนี่ยมากเลยทีเดียวแล้ว
00:18:2300:18:25ต่อให้เซลล์พวกนี้มันมีเยอะแค่ไหนมันยัง
00:18:2500:18:29ถือว่ามันมีน้อยมากๆอยู่ดีมีน้อยมากๆนะ
00:18:2900:18:31ครับถ้าเซลล์มันออกมาเนี่ยปัสสาวะเยอะแน
00:18:3100:18:34เรามีปัญหาเรามีโรคะนะครับเรามีโรคแล้วนะ
00:18:3400:18:37ครับดังนั้นเนี่ยจะใช้การดื่มสเตมเซลล์
00:18:3700:18:39เข้าไปเนี่ยคงจะไม่มีประโยชน์อะไรทั้ง
00:18:3900:18:42สิ้นนะครับเพราะว่าข้อแรกสเตมเซลล์เนี่ย
00:18:4200:18:45ดื่มเข้าไปตายแน่นอนนะครับก็โดนกรดใน
00:18:4500:18:47กระเพาะเราฆ่าทิ้งอ่ะนะครับคือในกระเพาะ
00:18:4700:18:49เรามันเป็นกรดมากกว่าในปัสสาวะในปัสสาวะ
00:18:4900:18:52เราพีอาจจะอยู่ที่ประมาณอ่าต่ำๆก็ประมาณ
00:18:5200:18:54สัก 4 น่ะแต่ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 6 นะครับ
00:18:5400:18:576-8 แถวๆเนี้ยบวกลบนะครับแต่ในกระเพาะ
00:18:5700:19:00เรามันถึงต่ำถึง 1 ได้เลยนะครับแล้วถ้า
00:19:0000:19:03เซลล์ที่มันอยู่ในกรดไม่เคยเจอกรดขนาดแบบ
00:19:0300:19:06รุนแรงมาก่อนมันเข้าไปเจอมันก็ตายไปแล้ว
00:19:0600:19:09ข้อแรกมีเซลล์สเต็มเซลล์น้อยมากลงไปใน
00:19:0900:19:11กระเพาะมันไม่ได้ผลมันตายไปก่อนนะครับโดน
00:19:1100:19:14ย่อยตายนะครับหรือไปเจอน้ำดีก็ตายแล้วนะ
00:19:1400:19:17ครับข้อแรกเซลล์มีน้อยไม่ได้ผลแล้วต่อให้
00:19:1700:19:19มันเข้าไปในร่างกายได้จริงๆไอ้สเต็มเซลล์
00:19:1900:19:21ตัวนี้มันจะเข้าไปยังไงอ่ะคือโดยปกติคน
00:19:2100:19:24เราไม่สามารถดูดซึมเซลล์เข้าไปในร่างกาย
00:19:2400:19:26ได้นะมันจะดูดซึมได้ก็ต้องย่อยทิ้งก่อน
00:19:2600:19:29ย่อยทิ้งก็แปลว่าตายไปแล้วดื่มสมเซลเข้า
00:19:2900:19:31ไปมันก็ใช้ไม่ได้ผลนะครับดังนั้นอันเนี้ย
00:19:3100:19:35ก็เป็นการที่เ่อเราบอกได้เลยว่ามันจะไม่
00:19:3500:19:38สามารถที่จะใช้ผลในการดื่มสเตมเซลล์เข้า
00:19:3800:19:41ไปทำให้ร่างกายเราดีขึ้นเด็กขึ้นได้นะ
00:19:4100:19:44ครับแล้วรู้อะไรมั้ยช่วงที่โควิดระบาดมาก
00:19:4400:19:47ๆเนี่ยมันมีกลุ่มต่อต้านวัคซีนครับแนะนำ
00:19:4700:19:50ให้ใช้ปัสสาวะในการรักษาดื่มเพื่อป้องกัน
00:19:5000:19:52โควิดดื่มเพื่อรักษาโควิดครับอันนี้ก็
00:19:5200:19:54มั่วใหญ่แล้วนะครับเพราะว่าข้อมูลมันไม่
00:19:5400:19:57มีเลยนะตั้งแต่แรกนะครับและที่สำคัญมีคน
00:19:5700:19:59คิดนะครับว่า
00:19:5900:20:03เฮ้ยเมื่อกี้เราเคยบอกไว้ว่าถ้าปัสสาวะ
00:20:0300:20:05มันดีจริงเราเอามาฉีดเข้าไปในร่างกายเลย
00:20:0600:20:10ดีมยมีคนทำจริงๆครับมีคนทำจริงๆแล้วป่วย
00:20:1000:20:13หนักมากเลยเดี๋ยวผมจะเอารายงานทางการ
00:20:1300:20:14แพทย์เนี่ยทิ้งไว้ให้ทุกคนไปอ่านได้เองนะ
00:20:1400:20:17ครับคนๆนี้เนี่ยมีความเชื่อในการใช้
00:20:1700:20:20ปัสสาวะในการรักษามากนะครับแล้วเขาเอามัน
00:20:2000:20:24มาฉีดเข้าไปในเส้นเลือดของเขาเลยฉีดเข้า
00:20:2400:20:27เส้นเลือดเลยนะครับแล้วปรากฏว่าติดเชื้อ
00:20:2700:20:30ในร่างกายรุ่นแรมากเกิดจากเชื้อหลายอย่าง
00:20:3000:20:34ที่อยู่ในปัสสาวะนะครับติดเชื้อรุนแรงมาก
00:20:3400:20:36เลยนะเกือบตายแต่โชคดีที่รักษาทันแล้วก็
00:20:3600:20:40รอดมาได้อีกกรณีนึงก็เหมือนกันเป็นคนที่
00:20:4000:20:43ติดยาเสพติดนะครับแล้วก็เก็บปัสสาวะไว้ใน
00:20:4300:20:46ตู้เย็นเพื่อเวลาที่มีคนมาตรวจว่าเค้าใช้
00:20:4600:20:48ยาอะไหรือเปล่าเจะได้เอาปัสสาวะเนี่ยไป
00:20:4800:20:50ให้ตรวจนะครับจะได้ดูว่ามันไม่มีปัญหาแต่
00:20:5000:20:52ว่าเขาไปดันหยิบผิดแล้วคิดว่าเอ้ยไอ้นี้
00:20:5300:20:55คือเมทาโดนแล้วเาเอาหน้านาฉีดเข้าไปใน
00:20:5500:20:57ร่างกายของเขาเป็นไงติดเชื้อเหมือนกันนะ
00:20:5700:21:01ครับนั่นแหละครับคือปัญหานะฮะของการใช้
00:21:0100:21:06พวกนี้แล้วที่สำคัญก็คือบางคนเนี่ย
00:21:0600:21:10อ่าสมัยก่อนต้องย้อนกลับไปในช่วงสงคราม
00:21:1000:21:13โลกครั้งที่ 2 ยามันมีจำกัดนะครับโดย
00:21:1400:21:16เฉพาะยาเพนิซิลินซึ่งสมัยนั้นเนี่ยมัน
00:21:1600:21:18เป็นยาแบบพระเจ้ามากเลยใช้ในการรักษาโรค
00:21:1800:21:21ติดเชื้อได้เยอะแยะไปหมดนะครับแต่ว่า
00:21:2100:21:23เนื่องจากยามันมีจำกัดเนี่ยเค้าก็ไม่รู้
00:21:2300:21:26จะผลิตยายังไงให้ทันกับการใช้ในกองทัพนะ
00:21:2600:21:29ครับเค้าก็ไปเจอข้อมูลว่าไอเพนิซิลิน
00:21:2900:21:34เนี่ยมันมีการขับออกมาทางปัสสาวะซะเยอะนะ
00:21:3400:21:38หมายความว่าถ้าเราใช้ยาเพนิซิลินกับคนๆ
00:21:3800:21:40นี้ฆ่าเชื้อเสร็จปุ๊บร่างกายขับทิ้งออกมา
00:21:4000:21:42อย่างี้เราก็เอาประซาของเขามาสกัดเอา
00:21:4200:21:45เพนิซิลินออกมาใช้ใหม่ได้สิแล้วมันก็มีคน
00:21:4500:21:47ทำอย่างนั้นจริงๆครับคือสกัดเอาา
00:21:4700:21:50เพนิซิลินพวกเยออกมาใช้นะครับในตอนนั้น
00:21:5000:21:53แต่ว่าสุดท้ายมันก็เลิกไปเพราะว่าการทำ
00:21:5300:21:55แบบนั้นมันแพงกว่าการสังเคราะห์มันขึ้นไป
00:21:5500:21:59อีกนะครับในทางการแพทย์มีใครเอามาใช้อีก
00:21:5900:22:03อันนี้สำหรับคนผู้หญิงโดยเฉพาะนะครับมี 2
00:22:0300:22:06กรณีที่เขาใช้กรณีที่ 1 นะครับสมัยก่อน
00:22:0600:22:10เนี่ยมันมีคนที่มีบุตรยากแล้วก็มีคนไปคิด
00:22:1000:22:13ว่าเอ๊ะในปัสสาวะของเรามีการปล่อยฮอร์โมน
00:22:1300:22:16fsh กับ LH ออกมาไอ้ 2 ตัวเนี้ยมันเป็น
00:22:1600:22:19ฮอร์โมนที่เอาไว้กระตุ้นทำให้เรามีการตก
00:22:2000:22:23ไขได้นะครับ fsh ย่อมาจาก follicle
00:22:2300:22:26stimulating Hormone LH คือ ruining
00:22:2600:22:28Hormone นะครับ 2 ตัวเนี้ยก็มีคนคิดว่า
00:22:2800:22:30ว่าถ้าเราเพิ่มปริมาณมันแล้วเอามาทำให้
00:22:3000:22:34เอ่อเรามีบุตรง่ายเนี่ยเออมันน่าจะดีแล้ว
00:22:3400:22:37มีคนทำจริงๆครับโดยการทำเนี่ยอันนี้แปลก
00:22:3700:22:40ดีเหมือนกันเค้าต้องเอาปัสสาวะปริมาณมากๆ
00:22:4000:22:43เลยเพื่อมาทำไอ้ฮอร์โมนตัวนี้แล้วเขาก็
00:22:4300:22:47นี่แหละครับไปเอาปัสสาวะของแม่ชี 10 คนนะ
00:22:4700:22:49ครับให้ทุกคนปัสสาวะเป็นหลายวันแล้วเอามา
00:22:4900:22:52รวมกันนะครับคือได้เป็นหลายลิตรเลย 10 20
00:22:5200:22:55ลิตรเลยแล้วก็เอามาสกัดเอาไอ้ฮอร์โมนตัว
00:22:5500:22:57นี้ออกมาแล้วปรากฏว่าเอาไปใช้จริงๆแล้วก็
00:22:5700:23:00ทำให้คนอคนนึงเนี่ยเนี่ยมีหลุมีบุตได้นะ
00:23:0000:23:02ครับแต่เดี๋ยวนี้เราไม่ใช้แล้วครับเราไป
00:23:0200:23:05ใช้วิธีอื่นเรามีวิธีในการสังเคราะห์ที่
00:23:0500:23:07มันถูกกว่าเยอะนะครับก็เลยเลือกใช้
00:23:0800:23:11ไปสิ่งที่ 2 ที่ผู้หญิงเขาใช้กันก็คือ
00:23:1100:23:15ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ยังมีที่ใช้จนถึงตอน
00:23:1500:23:18นี้เลยครับอันนี้แหละมาจากฉี่จริงๆเลยนะ
00:23:1800:23:20ครับในปัสสาวะเนี่ยมันมีฮอร์โมนเอสโตรเจน
00:23:2100:23:23ออกมานะครับแต่ฮอร์โมนเอสโตรเจนเนี่ยมัน
00:23:2300:23:25ออกมาน้อยเหมือนกันนะครับเค้าก็มีคนคิด
00:23:2500:23:28ว่าเอ๊ะมันจะทำไงให้เจอฮอร์โมนเอสโตรเจน
00:23:2800:23:31เยอะๆได้เค้าไปเอาที่ไหนรู้มั้ยครับไปเอา
00:23:3100:23:36ปัสสาวะของม้าที่ตั้งรภอยู่มาใช้เออม้า
00:23:3600:23:38ที่ตั้งคันเนี่ยมันผลิตออกซิไอ้ผลิตไอ้
00:23:3800:23:41เอสโตรเจนสูงกว่าคนมากนะครับแล้วพอมัน
00:23:4100:23:44ผลิตเสร็จปุ๊บเนี่ยเราก็ไปเอามันมาใช้นะ
00:23:4400:23:48ฮะมันก็คือยาตัวนึงที่เรามาใช้ก็คือยา
00:23:4800:23:53ชื่อ prine นะครับเป็น conjugated equine
00:23:5300:23:57estrogen มาจากปัสสาวะของม้านะครับมีใช้
00:23:5700:23:59จริงๆในคนนะฮะฮะแต่มันไม่ได้เอาปัสสาวะ
00:23:5900:24:02ม้ามาดื่มเข้าไปนะไม่ใช่แบบนั้นนะนี่มัน
00:24:0200:24:05มีการสกัดออกมาแล้วเอามาใช้อีกทีนึงนะ
00:24:0500:24:09ครับดังนั้นเนี่ยถ้าเราดูทั้งหมดเนี่ยนะ
00:24:0900:24:12ครับไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลทาง
00:24:1200:24:15วิทยาศาสตร์นะครับดูส่วนประกอบต่างๆของ
00:24:1500:24:18มันเนี่ยจะบอกได้เลยชัดเจนนะครับว่ามัน
00:24:1800:24:20ไม่สามารถที่จะเอามาใช้ในการรักษาโรคได้
00:24:2000:24:24เลยสักโรคนะครับไม่ได้นะครับใช้รักษาไม่
00:24:2400:24:26ได้แล้วบางกรณีเนี่ยอันตรายด้วยซ้ำไปถ้า
00:24:2600:24:29เราฉีดเข้าไปนะครับ
00:24:2900:24:31แล้วในทางการแพทย์จริงๆมีงานวิจัยเยอะแยะ
00:24:3100:24:33ไปหมดนะครับก็ไม่สามารถบอกได้ว่าการเอา
00:24:3300:24:36ปัสสาวะมาใช้ในการรักษาโรคมันจะได้ผลไม่
00:24:3600:24:38มีหลักฐานว่ามันได้ผลแล้วถ้าเราคิดตาม
00:24:3800:24:41ตรรกะส่วนประกอบของปัสสาวะมันก็ไม่ได้ผล
00:24:4100:24:45อยู่ดีนะครับอ่ะแต่แน่นอนละว่าบางคนเนี่ย
00:24:4500:24:49เาก็ต้องบอกว่าหมอหมอต้องเปิดใจสิเค้ามี
00:24:4900:24:52ใช้กันมาตั้งนานละทั้งจีนทั้งอินเดียทั้ง
00:24:5200:24:55อเมริกานะครับยุโรปอียิปต์ทุกที่อมีใช้
00:24:5500:24:58หมดนะครับเคใช้มายาวนานขนาดนั้นเราถ้ามัน
00:24:5800:25:01ไม่ดีจริงนะมันมันยังอยู่นะครับคนพวกนี้
00:25:0100:25:03ควรต้องบอกว่าความรู้บางอย่างในอดีตเนี่ย
00:25:0300:25:05มันไม่ได้แปลว่ามันจะต้องถูกเสมอไปนะครับ
00:25:0500:25:07แต่ถ้าท่านจะเชื่อแบบนั้นแล้วจะใช้นะครับ
00:25:0700:25:10จะใช้ยังไงก็จะใช้ได้ถามว่ามันมีอันตราย
00:25:1000:25:12อะไรหรือเปล่านะครับก็ต้องบอกแบบนี้ครับ
00:25:1200:25:14คนส่วนใหญ่ถ้ากินปัสสาวะตัวเองเข้าไป
00:25:1400:25:17เนี่ยมันไม่ได้อันตรายอะไรหรอกนะครับไม่
00:25:1700:25:18ได้อันตรายอะไรมันไม่ได้ถึงตายไม่ได้ถึง
00:25:1900:25:20มีปัญหาอะไรทั้งสิ้นนะครับมันก็ถึงกินได้
00:25:2000:25:24นี่แหละนะครับแต่มันก็ไม่สามารถรักษาอะไร
00:25:2400:25:26ได้เช่นกันถ้าจะมาทาที่ผิวแล้วหวังว่ามัน
00:25:2600:25:28จะดีขึ้นก็ต้องระวังนะครับว่าบาบางกรณี
00:25:2800:25:30เนี่ยมันกัดผิวได้เหมือนกันทำให้ผิวเรา
00:25:3000:25:33เปื่อยยุ่ยก็เหมือนกับคนที่เขาเ่อนอนจม
00:25:3300:25:35กองปัสสาวะตัวเองเวลาที่ช่วยเหลือตัวเอง
00:25:3500:25:37ไม่ได้นะฮะพวกนี้ก็จะมีปัญหาได้เหมือนกัน
00:25:3700:25:38นะ
00:25:3800:25:41ครับทีนี้มาถึงอย่างสุดท้ายที่อยากจะพูด
00:25:4100:25:45ก็คือว่ามีคนบอกว่าดื่มปัสสาวะแล้วมัน
00:25:4500:25:48สามารถมีชีวิตรอดได้ในภาวะฉุกเฉินเช่นเรา
00:25:4800:25:51ถูกเราเอ่อถูกตึกถล่มทับอย่างเงี้แล้วเรา
00:25:5100:25:53ไปไหนไม่ได้แล้วเราไม่มีน้ำกินเนี่ยนะ
00:25:5300:25:56ครับหรือว่าเราติดอยู่ในทะเลทรายเราดื่ม
00:25:5600:25:58น้ำพวกเนี้ยมันจะช่วยเราได้มากอะไรหรือ
00:25:5900:26:02เปล่านะครับต้องบอกอย่างนี้ครับไอ้
00:26:0200:26:04ปัสสาวะของเรา
00:26:0400:26:09เนี่ยตัวมันเองนะครับมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ
00:26:0900:26:13ครับทำไมก็เพราะว่าไอ้สิ่งที่อยู่ใน
00:26:1300:26:15ปัสสาวะเราโดยเฉพาะยูเรียเนี่ยมันมีความ
00:26:1500:26:17เข้มข้นสูงนะครับตัวมันเองเวลาเข้าไปใน
00:26:1700:26:20ร่างกายสิ่งที่มีความเข้มข้นสูงร่างกาย
00:26:2000:26:23ต้องพยายามขับมันออกมานะครับโดยปกติเนี่ย
00:26:2300:26:26สมมุติว่าถ้าเรามีของสกปรกที่มือนะครับ
00:26:2600:26:29เราไปจับดินมานะครับเราจับดินนิดหน่อยเรา
00:26:2900:26:32ต้องใช้น้ำในการล้างดินออกไปถูกมั้ยครับ
00:26:3200:26:34ถ้าเราจับดินเยอะๆเลยดินเปื้อนมือเยอะ
00:26:3400:26:37เนี่ยมันต้องใช้น้ำเยอะมครับใช้เยอะถูก
00:26:3700:26:39มั้ยครับถ้าเราเปื้อนน้อยใช้น้ำน้อยถ้า
00:26:3900:26:41เปื้อนเยอะใช้น้ำเยอะไตเราเหมือนกันครับ
00:26:4100:26:44ถ้าเรามีของเสียเยอะมันต้องใช้น้ำเยอะใน
00:26:4400:26:47การขับและไอ้ปัสสาวะของเราเนี่ยมันมีของ
00:26:4700:26:50เสียเยอะเสียด้วยมันเป็นของเสียที่ร่าง
00:26:5000:26:52กายต้องการขับออกไว้ตั้งแต่แรกถูกมั้ย
00:26:5200:26:54ครับดังนั้นถ้าเรากินเข้าไปเนี่ยมันก็มี
00:26:5400:26:57ของเสียเยอะกว่าเดิมอีกเมื่อบวกกับของ
00:26:5700:26:58เสียที่ร่างกายต้องต้องขับออกมาอยู่แล้ว
00:26:5900:27:01ตั้งแต่แรกแล้วอันนี้เอาเข้าไปเติมอีกมัน
00:27:0100:27:04ก็มีมหาศาลดังนั้นเนี่ยร่างกายต้องขับมัน
00:27:0400:27:06ออกมาอีกก็เลยทำให้ร่างกายต้องปัสสาวะออก
00:27:0700:27:10มาเยอะนะครับก็จะเอาพวกนั้นออกมาได้เยอะ
00:27:1000:27:12ทำให้ปัสสาวะของเราเนี่ยเข้มมากกว่าเดิม
00:27:1200:27:14อีกพูดง่ายๆมันก็เหมือนกินน้ำทะเลเข้าไป
00:27:1400:27:17ตอนหิวน้ำนั่นแหละฮะอาจจะมีชีวิตรอดได้
00:27:1700:27:19สักวัน 2 วันถ้าไม่ได้หาน้ำนะครับแต่ว่า
00:27:1900:27:22ถ้าดื่มแต่ไอ้ปัสสาวะเพียวๆอย่างเงี้
00:27:2200:27:24เรื่อยๆเนี่ยเอ่อร่างกายก็จะขาดน้ำแล้วก็
00:27:2400:27:26แย่ลงเรื่อยๆได้เพราะเป็นการสะสมสารพิษ
00:27:2600:27:28ที่ร่างกายพยายามจะขับแล้วก็ดื่มเข้าไป
00:27:2800:27:31ใหม่วนไปวนมาอย่างนี้อยู่เรื่อยๆนะครับ
00:27:3100:27:35เคยมีคนอ้างอิงอันนึงบอกว่าเราเคยทำ
00:27:3500:27:38fasting คือการอดอาหารเลยแล้วดื่มแต่
00:27:3800:27:41ปัสสาวะกับน้ำสามารถทำให้น้ำหนักลดลงได้
00:27:4100:27:43มันก็จริงนะมันก็ต้องลดลงอยู่แล้วว่าเรา
00:27:4300:27:45ไม่ได้กินข้าวมันก็ต้องลดลงนะครับแล้ว
00:27:4500:27:48เกลือแรกเราปกติทำไมก็เพราะว่าเราปัสสาวะ
00:27:4800:27:50เอาเกลือแรกเข้าไปเราก็ต้องดื่มเอาเกลือ
00:27:5000:27:52แรกเข้าไปชดเชยอยู่แล้วมันก็เป็นปกติที่
00:27:5200:27:54ร่างกายเราจะได้เกือแร่จากปัสสาวะไม่ได้
00:27:5400:27:57แปลกอะไรนะครับแต่ว่าก็อย่าไปใช้วิธีนั้น
00:27:5700:28:00ในการรักษาแล้วกันนะครับดังนั้นเนี่ย
00:28:0000:28:04เอ่อโดยสรุปแล้วนะครับการใช้ปัสสาวะในการ
00:28:0400:28:07รักษาเนี่ยมันมีที่มาค่อนข้างที่จะยาวนาน
00:28:0700:28:09เลยทีเดียวนะครับแต่ว่าไม่ว่าจะด้วยเหตุ
00:28:0900:28:13ผลทางวิทยาศาสตร์หรือเหตุผลทางตรรกะเนี่ย
00:28:1300:28:15การใช้ปัสสาวะในการรักษามันไม่ค่อยปลอด
00:28:1500:28:17ภัยเอ่อมันไม่สามารถรักษาอะไรได้นะครับ
00:28:1800:28:22แต่ถ้าเราจะใช้มันก็เอิมถ้าเราจะใช้จริงๆ
00:28:2200:28:25นะคือก็จะต้องเก็บปัสสาวะในส่วนกลางเก็บ
00:28:2500:28:28ตอนเช้านะครับเรียกว่า midstream Morning
00:28:2800:28:30mam urine นะครับแล้วก็ต้องเป็นคนที่
00:28:3000:28:32ไม่ได้ใช้ยาอะไรักอย่างอยู่เพราะถ้าใช้ยา
00:28:3200:28:34คุณก็เติมยาเข้าไปในร่างกายเรื่อยๆก็อาจ
00:28:3400:28:36จะเป็นพิษได้นะครับดังนั้นก็ต้องเป็นคน
00:28:3600:28:39ที่ไม่ใช้ยาต้องไม่ได้เจ็บป่วยอะไรนะครับ
00:28:3900:28:41แล้วปัสสาวะของเราเนี่ยกลิ่นมันจะเปลี่ยน
00:28:4100:28:43แปลงไปรสชาติจะเปลี่ยนแปลงไปตามสิ่งที่
00:28:4300:28:45เรากินด้วยนะครับคนเป็นเบาหวานอ่าปัสสาวะ
00:28:4500:28:48ก็มีน้ำตาลเยอะกับหวานนะครับถ้าเกินพวก
00:28:4800:28:51อ่าพวกเนื้อนะครับโปรตีนเยอะๆนะครับพวก
00:28:5100:28:53อาหารที่เป็นกรดเนี่ยรสชาติปัสสาวะเรามัน
00:28:5300:28:55ก็ต้องประหลาดแน่นอนอยู่แล้วนะครับแล้วก็
00:28:5500:28:58กลิ่นมันก็จะแรงก็จะฉุนด้วยนะครับถ้าเรา
00:28:5800:29:00กินพวกผักพวกอะไรเยอะเนี่ยกลิ่นมันก็จะ
00:29:0000:29:03อ่อนหน่อยนะครับงนี้ก็เป็นสิ่งที่ถ้าเกิด
00:29:0300:29:06คุณจะกินจะดื่มจะเอาไปทานอแล้วแต่เลยนะ
00:29:0600:29:08ครับแต่สำหรับผมผมคงต้องขอบ่ายนะครับแต่
00:29:0800:29:10ถ้าใครที่อยากจะเอาไปทำหรือเชื่อในสิ่ง
00:29:1100:29:13นี้จริงๆนะครับบอกหมอต้องเชื่อสินะครับเ
00:29:1300:29:15ใช้กันมานานต้องดีอย่างงั้นอย่างนี้นะ
00:29:1500:29:17ครับอันนั้นก็ต้องบอกว่าคุณก็เชื่อเป็น
00:29:1700:29:20ของคุณคนเดียวพอนะครับผมคงไม่ทำตามนะฮะ
00:29:2000:29:23แต่ถ้าคุณจะทำตามอ่าก็เป็นสิทธิของคุณเลย
00:29:2300:29:26ละกันนะครับโอเควันนี้ก็เล่ามายาวนานมาก
00:29:2600:29:28เลยนะครับไม่น่าเชื่อว่าเรื่องของปัสวะ
00:29:2800:29:30มันจะมีอะไรให้เล่าเยอะขนาดนี้นะครับแต่
00:29:3000:29:33ว่าก็ถ้าใครมีคำถามอะไรก็สอบถามมาแล้วกัน
00:29:3300:29:35นะครับวันนี้เท่านี้นะครับขอบคุณมากครับ
00:29:3500:29:38สวัสดีครับ