00:00:00 → 00:00:02ก็สวัสดีทุกคนนะครับวันนี้ก็จะเป็นตอนที่
00:00:02 → 00:00:046 แล้วนะครับของซีรีส์ที่เราคุยกันอยู่
00:00:04 → 00:00:06นะครับก็คือเรื่องของไมโครไบโอมนะครับหัว
00:00:06 → 00:00:09ข้อในวันนี้จะเป็นเรื่องของโรคออโต้โม dcs
00:00:09 → 00:00:11นะครับหรือว่าลองคิดภูมิคุ้มกันของร่าง
00:00:11 → 00:00:14กายเราเนี่ยโจมตีร่างกายของเราเองว่ามัน
00:00:14 → 00:00:16สัมพันธ์กับแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ของ
00:00:16 → 00:00:19เรายังไงเพราะจะขอเปิดเรื่องราวนี้พิเศษ
00:00:19 → 00:00:21นี้นะครับด้วยการเล่าเรื่องราวนะครับซึ่ง
00:00:21 → 00:00:24เป็นคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในอดีตคดีนี้นะ
00:00:24 → 00:00:27เคยเป็นคดีดังของเก็บมาประมาณสัก 130 ปี
00:00:27 → 00:00:29ที่แล้วนะครับก่อนที่เราจะเข้าเนื้อหาของ
00:00:29 → 00:00:32เรากันนะครับจะขอพูดถึงผู้สนับสนุนซีรีส์
00:00:32 → 00:00:34Micro ไปอมของเราก่อนนะครับก็คือบริษัท
00:00:34 → 00:00:37มดกัดนะครับประสานงดการนะครับเป็นบริษัท
00:00:37 → 00:00:39ที่ก่อตั้งขึ้นโดยทีมนักวิทยาศาสตร์นัก
00:00:39 → 00:00:41วิจัยที่เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีเกี่ยว
00:00:41 → 00:00:44กับธนัชไมโครโฟนนะครับจากมหาวิทยาลัย
00:00:44 → 00:00:47เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีบางมดประสำรถ
00:00:47 → 00:00:50คันให้เขาทำอะไรเขามีเปิดให้บริการนะครับ
00:00:50 → 00:00:52ส่วนวิเคราะห์จุลินทรีย์ในลำไส้ใหญ่นะ
00:00:52 → 00:00:55ครับให้กับคนทั่วไปเพื่อให้คนที่ไปตรวจ
00:00:55 → 00:00:58เนี่ยรู้ว่าจุลินทรีย์หนูไปเคลียร์นำไส้
00:00:58 → 00:01:00เนี่ยมีสภาพเป็นยังไงนะครับแล้วจะมีแค่
00:01:00 → 00:01:02รู้ว่าแบคทีเรียในลำไส้เป็นยังไงเท่านั้น
00:01:02 → 00:01:04นะครับแต่ทั้งหมดก็ยังมีทีมของนัก
00:01:04 → 00:01:07โภชนาการผู้เชี่ยวชาญเนี้ยที่คอยแนะนำ
00:01:07 → 00:01:09เรื่องของการกินด้วยนะครับเพื่อปรับสมดุล
00:01:09 → 00:01:11ของจุลินทรีย์ในลำไส้ใหญ่ของเราเนี่ยให้
00:01:11 → 00:01:14อยู่ในสภาพที่ดีขึ้นสำหรับใครที่สนใจข้อ
00:01:14 → 00:01:15มูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทหมดก๊าซนะ
00:01:15 → 00:01:18ครับก็สามารถที่จะเข้าไปดูได้นะครับ
00:01:18 → 00:01:20เดี๋ยวผมจะใส่ลิงค์ไว้ให้ข้างล่างนะครับ
00:01:20 → 00:01:21อาจารย์ใส่ไว้ในคอมเมนท์หรือว่าใส่ใน
00:01:21 → 00:01:24Description นะครับแล้วในตอนท้ายของคลิป
00:01:24 → 00:01:26เนี่ยก็จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับบริษัทมด
00:01:26 → 00:01:28กัดเพิ่มเติมให้ด้วยนะครับกลับมาที่
00:01:28 → 00:01:33เรื่องของเราก็ต่อนะครับ
00:01:33 → 00:01:35เรื่องราว 1 เรื่องต้นมาจากบอกคนนึงนะ
00:01:35 → 00:01:38ครับที่มีชื่อว่าโทมัสแม้ Hurt นะครับ
00:01:38 → 00:01:41ซึ่งเขาได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งชื่อ
00:01:41 → 00:01:44ว่าอิสเบลล่าแบงค์เนื่องจากที่รู้จักกัน
00:01:44 → 00:01:46ได้ไม่นานเดี๋ยวประมาณ 3 เดือนบอสไม่เท็จ
00:01:46 → 00:01:49ก็ขอแบงค์ใส่งานนะครับแล้วจากแต่งงานได้
00:01:49 → 00:01:52ไม่นานอิสเบลล่านะครับซึ่งแต่เดิมก็มี
00:01:52 → 00:01:54ร่างกายก่อนอายุแล้วก็เริ่มมีอาการป่วย
00:01:54 → 00:01:58ที่รุนแรงมากขึ้นอาการป่วยส่วนใหญ่ที่ว่า
00:01:58 → 00:02:00นะครับเสด็จพระเรื่องของระบบทางเดินอาหาร
00:02:00 → 00:02:03ก็คือว่าจะมีอาการของท้องเสียนะครับเกิด
00:02:03 → 00:02:06ขึ้นบ่อยแล้วก็มีอาเจียนรุนแรงกินไม่ค่อย
00:02:06 → 00:02:08ได้นะครับแล้วก็มีบางครั้งมีลักษณะของการ
00:02:08 → 00:02:11ถ่ายเป็นเลือดปนออกมาด้วยนี่ในช่วงแรกนะ
00:02:11 → 00:02:14ครับช่วงที่พยานเนี่ยเริ่มป่วยมากขึ้น
00:02:14 → 00:02:16มอเตอร์ไซค์เธออาเซียนก็พยามจะรักษา
00:02:16 → 00:02:18พยาบาลด้วยตัวเองนะครับแต่ว่าหลังจากที่
00:02:18 → 00:02:20รักษาไปสักระยะนึงเนี่ยอาการของ insulin
00:02:20 → 00:02:24เนี่ยก็ไม่ดีขึ้นเขาก็เลยต้องไปปรึกษาหมอ
00:02:24 → 00:02:27คนอื่นนะครับเพื่อให้มาช่วยรักษาแต่ไม่
00:02:27 → 00:02:29ว่าจะมีหมอหลายคนนะครับหมอที่มีชื่อเสียง
00:02:29 → 00:02:31มาช่วยกันรักษาอย่างเต็มที่อาการของอิส
00:02:31 → 00:02:34เบลล่านะครับกับแย่ลงเรื่อยๆนะครับจนบ่
00:02:34 → 00:02:36ที่มารักษาเนี่ยก็รู้สึกแปลกใจนะครับ
00:02:36 → 00:02:38เพราะว่าตอนแรกดูเหมือนไม่น่าจะยากอะไรนะ
00:02:38 → 00:02:40ครับราชการก็มันเป็นโรคทางเดินอาหาร
00:02:40 → 00:02:43ธรรมดาแต่ยิ่งรักษาอาการยิ่งแย่ลงแล้ว
00:02:43 → 00:02:45เหมือนกับว่าอิซาเบลล่าเนี่ยไม่ตอบสนอง
00:02:45 → 00:02:47การรักษาอะไรเลยที่นี่อากาศโดยใช้เวลา
00:02:47 → 00:02:49นั้นก็ทรุดลงเรื่อยๆนะครับจนกระทั่งร่าง
00:02:49 → 00:02:53กายเนี่ยสุดโซมากนะครับคือผอมแล้วก็อ่อน
00:02:53 → 00:02:55เพลียจนไม่สามารถจะลุกไปไหนได้นะครับคือ
00:02:55 → 00:02:57ต้องนอนติดอยู่กับเตียงตลอดเวลาแล้วด้วย
00:02:57 → 00:03:00ความที่อาการของ Stella นะครับสุดลงยาและ
00:03:00 → 00:03:03เร็วมากนะครับหนึ่งได้หมอรักษาเกรดแนะนำ
00:03:03 → 00:03:05นะครับว่าไอ้น่าจะลองนำอุจจาระของสบายล่ะ
00:03:05 → 00:03:09เนี่ยไปส่งให้นักเคมีที่ชำนาญจังหวัดดูดี
00:03:09 → 00:03:11ไหมเพื่อจะดูว่ามันมีสารพิษอะไรเนี่ยควร
00:03:11 → 00:03:14อยู่ในอุจจาระบ้างหรือเปล่าแล้วในช่วง
00:03:14 → 00:03:16เวลาเรียกนี้กันเองนี้นะครับก็คือหมอสมัย
00:03:16 → 00:03:18Test และก็คิดว่าพยายามตัวเองเนี่ยป่วย
00:03:18 → 00:03:22มากแล้วนะครับอาการเนี้ยสุดลงเร็วมากจน
00:03:22 → 00:03:25อาจจะไม่รอดชีวิตนะครับก็เลยคุยกับแฟนล่ะ
00:03:25 → 00:03:27ว่าขอให้ช่วยเขียนที่ในกำรให้หน่อยได้ไหม
00:03:27 → 00:03:29ซึ่งตัวจะเป็นล่างเนี่ยก็ไม่ขัดข้องนะ
00:03:29 → 00:03:32ครับแล้วก็ตัดสินใจเขตพินัยกรรมยกทรัพย์
00:03:32 → 00:03:35สมบัติทั้งหมดเนี่ยให้กับสามีที่นี่หลัง
00:03:35 → 00:03:37จากที่เขียนพินัยกรรมเสร็จนะครับที่สอง
00:03:37 → 00:03:39สามวันถัดมาเนี่ยผลการตรวจคิดอยู่จุฬา
00:03:39 → 00:03:43เนี่ยก็กลับมาพอดีแล้วพร้อมกับคนที่กลับ
00:03:43 → 00:03:46มานะครับก็มีจดหมายแนบมาด้วยซึ่งจดหมาย
00:03:46 → 00:03:48นี้เขียนโดยล็อกเกอร์ of frets เว้น
00:03:48 → 00:03:50Taylor นะครับซึ่งก็เป็นนักเคมีที่ทำ
00:03:50 → 00:03:53หน้าที่ตรวจสารพิษคนนั้นแล้วก็เป็นผู้
00:03:53 → 00:03:54เชี่ยวชาญเรื่องสารพิษที่มีชื่อเสียงของ
00:03:54 → 00:03:57ลอนดอนในจดหมายของตัว Taylor เนี่ยเขา
00:03:57 → 00:04:00เขียนให้ความเห็นเพิ่มเติมว่าได้ว่าเขา
00:04:00 → 00:04:02แม่ไม่สบายล่ะเนี่ยอาจจะถูกวางยาพิษแล้ว
00:04:02 → 00:04:05สารพิษที่ว่าน่าจะเป็นสารจำพวกยาเบื่อหนู
00:04:05 → 00:04:08นะครับหรือว่าที่มีชื่อว่าอาร์เซนิกเขา
00:04:08 → 00:04:10เกรงแนะนำว่าควรจะรีบให้การรักษาโดยเร่ง
00:04:10 → 00:04:13ด่วนไม่ใช่นะเนี่ยผู้ป่วยเนี่ยอาจจะมี
00:04:13 → 00:04:16อันตรายถึงชีวิตได้และที่สำคัญคือว่าเขา
00:04:16 → 00:04:19เขียนไว้ว่าการดูแลรักษาเนี่ยควรจะอยู่
00:04:19 → 00:04:22ภายใต้การดูแลของคนที่สมัครไว้ใจได้เพื่อ
00:04:22 → 00:04:25ให้แน่ใจว่าน้ำและอาหารที่ 10 เวลากิน
00:04:25 → 00:04:28แล้วมันดื่มเนี่ยไม่ถูกวางยาพิษพูดง่ายนะ
00:04:28 → 00:04:31ครับที่นี่สรรค์จากที่ผลตรวจพริกกลับมา
00:04:31 → 00:04:34เนี่ยในประมาณ 5 โมงเย็นของวันนั้นนะครับ
00:04:34 → 00:04:37ตำรวจในก็มาที่บ้านเขาบอกสมัยเถิดเราก็
00:04:37 → 00:04:39จับกุมตัวเอาไว้ต่อมานะครับในวันรุ่งขึ้น
00:04:39 → 00:04:43นะครับคือวันที่ 3 พฤษภาคมปี 1859 เนี่ย
00:04:43 → 00:04:47insult ก็เสียชีวิตลงการจับกุมหมอ smeta
00:04:47 → 00:04:49ก็เลยกลายเป็นข่าวใหญ่นะครับในก่อน
00:04:49 → 00:04:52หนังสือพิมพ์ของลอนดอนนะครับเขาก็ลงว่า
00:04:52 → 00:04:55เป็นหมอเนี่ยค่าพญาตัวเองวางพิทยาตัวเอง
00:04:55 → 00:04:58ทำให้ชาวดอยแล้วชาวกรีกเนี่ยสนใจข่าวนี้
00:04:58 → 00:05:00กันอย่างมากแล้วก็คอยติดตามข่าวเจอกัน
00:05:00 → 00:05:03อย่างใกล้ชิดแล้วระหว่างที่การไต่สวนคดี
00:05:03 → 00:05:06นี้นะครับเกิดขึ้นเนี่ยมันก็มีเรื่องราว
00:05:06 → 00:05:08ต่างๆที่น่าสนใจและมีหลักฐานมีข้อมูลใหม่
00:05:08 → 00:05:11ๆที่ที่เรียกว่าช่วยมาเสริมกามากของ
00:05:11 → 00:05:15เรื่องให้มันเข้มข้นขึ้นไปอีกมีการพริกนะ
00:05:15 → 00:05:17ครับคดีพลิกกลับไปกลับมาหลายครั้งด้วยกัน
00:05:17 → 00:05:20ตัวอย่างเช่นนะครับหลังจากที่ชันสูตรศพ
00:05:20 → 00:05:23isa ล่าไปเนี่ยก็ไปเจอสิ่งที่ไม่มีใคร
00:05:23 → 00:05:26คาดมาเกาะนะครับไม่มีใครรู้มาก่อนหน้าก็
00:05:26 → 00:05:29คือว่าขณะที่เสียชีวิตในสมัยล่าในการตั้ง
00:05:29 → 00:05:32ครรภ์อยู่ประมาณหกสัปดาห์มันก็เลยทำให้
00:05:32 → 00:05:34เหมือนกับเรื่องมาดูดราม่ากันอีกว่าโอ้
00:05:34 → 00:05:38สามีเนี่ยวางยาฆ่าพญาอนุชิตเราจะมีลูกต่อ
00:05:38 → 00:05:40มานะครับก็มีเรื่องที่น่าตื่นเต้นขึ้นอีก
00:05:40 → 00:05:42นะครับเพราะว่าผู้เชี่ยวชาญนะครับก็คือ
00:05:42 → 00:05:44ตัวล็อกเกอร์ Taylor เนี่ยเกิดไปตรวจพบ
00:05:44 → 00:05:46สารคิดนะครับศาลอาร์เซนิกเรียนรู้ว่าศยา
00:05:46 → 00:05:49เบื่อหนูเนี่ยเจือปนอยู่ได้ยาที่ใช้รักษา
00:05:49 → 00:05:52ไอ้ Stella ซึ่งการค้นพบครั้งนี้นะครับก็
00:05:52 → 00:05:54เหมือนเป็นหลักฐานสำคัญนะครับที่เหมือน
00:05:54 → 00:05:57กับมัดตัวบ่สมรรถนะเสี่ยในเน้นๆยิ่งขึ้น
00:05:57 → 00:06:00แต่บอสไปเธอก็ยังไม่ยอมรับนะครับว่าร้าน
00:06:00 → 00:06:03อาหารพญาเขาปฏิเสธว่าเขายังไม่ได้วางยา
00:06:03 → 00:06:06พิษพญาเค้ารักษาพยานด้วยความตั้งใจจริง
00:06:06 → 00:06:10ถ้าจะมีคนลอบวางยาพิษแล้วนำเอายามาเบอร์
00:06:10 → 00:06:12หนูไปใส่ในระยะยาวเนี่ยก็จะเป็นหมอคนอื่น
00:06:12 → 00:06:15ก็ได้แต่คำแก้ตัวนี้ก็ฟังไม่ขึ้นเพราะว่า
00:06:15 → 00:06:18insulin ป่วยมาก่อนที่มองคนอื่นๆจะเข้า
00:06:18 → 00:06:20มาร่วมรักษานะครับแล้วบอกคนอื่นๆก็ไม่มี
00:06:20 → 00:06:24แรงจูงใจที่จะมาวางยาพิษ Stella ต่อมา
00:06:24 → 00:06:27ความน่าสนใจของคดีมันก็เพิ่มมากขึ้นนะ
00:06:27 → 00:06:29ครับเพราะเมื่อตรวจผลชิ้นเนื้อนะครับที่
00:06:29 → 00:06:32ได้จากการชันสูตรศพความไม่พบสารพิษหรือ
00:06:32 → 00:06:35ว่าสนิทที่อยู่ในร่างกายของสบายล่าเลยมัน
00:06:35 → 00:06:37ก็เลยดูแปลกไม่ใช่ไหมครับเพราะว่าตัวสาร
00:06:37 → 00:06:39พิเศษจุรัตน์เจอแต่พ่อไปดูในเนื้อเยื่อ
00:06:39 → 00:06:42จริงๆกลับไม่เจอได้ยังไงก็เลยมีการตรวจ
00:06:42 → 00:06:46สอบอีกทีนะครับสุดท้ายนี้ก็พบว่าความผิด
00:06:46 → 00:06:48พลาดมันเกิดขึ้นที่หลักของด็อกเตอร์เทเลอ
00:06:48 → 00:06:51a เพราะว่าตอนที่เด็กก Taylor เนี่ยเอา
00:06:51 → 00:06:54อุจจาระแล้วก็เอายาอิสลามเวลาไปตรวจเนี้ย
00:06:54 → 00:06:57ปรากฏว่าตัวน้ำยาที่ใช้ตรวจมันมีการปน
00:06:57 → 00:06:59เปื้อนของสารแอดเน็กซ์อยู่หรือว่าสารพิษ
00:06:59 → 00:07:02อยู่เหตุผลก็เลยออกมาว่ามีสารพิษเนี่ยปน
00:07:02 → 00:07:05เปื้อนอยู่ทั้งที่จริงๆในอุจจาระกัลยา
00:07:05 → 00:07:08เนี่ยไม่ได้มีสารพิษอยู่เลยเรื่องนี้ก็จะ
00:07:08 → 00:07:10เป็นข่าวใหญ่มากนะครับโดยเฉพาะในวงการ
00:07:10 → 00:07:12วิทยาศาสตร์เพราะว่าตัวด็อกเตอร์ Taylor
00:07:12 → 00:07:15เนี่ยเป็นนักเคมีที่มีชื่อเสียงมากในยุค
00:07:15 → 00:07:18นั้นนะครับแล้วก็เป็นที่เคารพนะครับแล้ว
00:07:18 → 00:07:20ก็ที่ผ่านมาเขาก็มีส่วนร่วมในการไขคดี
00:07:20 → 00:07:23สำคัญสำคัญเนี่ยเมื่อหลายคดีคนก็เลยรู้
00:07:23 → 00:07:26สึกว่าคนระดับนี้เนี่ยพลาดได้ยังไงนะครับ
00:07:26 → 00:07:29แล้วที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือว่าเหมือนกัน
00:07:29 → 00:07:31ว่าหลักฐานสำคัญที่ใช้มักจะวัดเม็ด
00:07:31 → 00:07:33Terrace นะคะที่จับมาจับเข้ามาตั้งแต่
00:07:33 → 00:07:35แรกเนี่ยมากลายเป็นหลักฐานที่ผิดขึ้นมา
00:07:35 → 00:07:38แต่แล้วก็มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นอีก
00:07:38 → 00:07:40ครั้งนะครับระหว่างที่ไต่สวนคดีเนี่ยก็มี
00:07:40 → 00:07:43การไปค้นพบข้อมูลรับอันนึงก็คือว่าก่อน
00:07:43 → 00:07:45ที่เหมาะสมอินเทอร์เน็ตจะมาแต่งงานกับ
00:07:45 → 00:07:48Stella เนี่ยเขามีพญาอยู่แล้ว 1 คนนะ
00:07:48 → 00:07:50ครับซึ่งเป็นพญาที่มีอายุมากกว่าเขาในถึง
00:07:50 → 00:07:5320 ปีดังนั้นในการแต่งงานของบอส
00:07:53 → 00:07:56อินเทอร์เน็ตถือว่าเป็นการแต่งงานสอนซึ่ง
00:07:56 → 00:07:58สำหรับชาวอังกฤษในยุคนั้นนะครับทุกสมัย
00:07:58 → 00:08:00นั้นเนี่ยถือว่าเป็นพฤติกรรมที่น่าอย่า
00:08:00 → 00:08:02คิดมากนะครับเป็นพฤติกรรมที่ผิดเสร็จแล้ว
00:08:02 → 00:08:04ทำมากกระแสสังคมเนี่ยก็เลยตีกลับนะครับ
00:08:04 → 00:08:06จากเดิมที่มองว่าเขานี่เหมือนกับเป็น
00:08:06 → 00:08:09เหยื่อก็เลยบอกว่าหมอจะเป็นเทอร์เน็ตเป็น
00:08:09 → 00:08:11คนไม่ดีนะครับเป็นคนที่เชื่อถือไม่ได้
00:08:11 → 00:08:14แล้วก็จะวางยาพิษพญาจริงๆสุดท้ายนะครับ
00:08:14 → 00:08:17หลังจากที่สุดพอดีต่ออีกนานอยู่หลายเดือน
00:08:17 → 00:08:20เลยนะครับในเดือนสิงหาคมปี 1859 เนี่ยคณะ
00:08:20 → 00:08:23ลูกขุนและก็ลงความเห็นนะครับตัดสินว่าบอส
00:08:23 → 00:08:27ไม่ใช่เนี่ยมีความผิดจริงแล้วสารเนี่ยก็
00:08:27 → 00:08:30ตัดสินให้ลงโทษประหารชีวิตเขาด้วยการแขวน
00:08:30 → 00:08:32คอแต่เรื่องยังไม่จบนะครับเพราะว่าสุด
00:08:32 → 00:08:34ท้ายหมอเซ็นเทอร์เน็ตก็สามารถรอดจากการ
00:08:34 → 00:08:38ถูกแขวนคอมาได้คืออย่างที่บอกไปว่าด้วย
00:08:38 → 00:08:40ความที่คดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชนชาว
00:08:40 → 00:08:42เกรดมากมายและก็รวมไปถึงนะคะยาศาสตร์ที่
00:08:42 → 00:08:45เชี่ยวชาญต่างๆสาขาต่างในวงการด้วยนะครับ
00:08:45 → 00:08:48ที่นี่เบื่อคำตัดสินออกมาบอกไม่เธอจะมี
00:08:48 → 00:08:51ความผิดและมีโทษประหารเนี่ยหลายคนที่ติด
00:08:51 → 00:08:53ตามข่าวมาตลอดนะครับอย่างใกล้ชิดเนี่ยก็
00:08:53 → 00:08:57รู้สึกว่าไม่เห็นด้วยนะครับคำตัดสินคือ
00:08:57 → 00:08:59แปลว่าคนส่วนใหญ่นะครับจะไม่ชอบเหมาะสม
00:08:59 → 00:09:01interest แต่หลายคนก็จะเชื่อว่าเขาไม่
00:09:01 → 00:09:04ใช่คนดีหรือว่าจริงๆแล้วเนี่ยอาจจะวางแผน
00:09:04 → 00:09:07ฆ่าพญาจริงๆก็ได้เพื่อหวังสมบัติของพญา
00:09:07 → 00:09:09แต่ด้วยความที่หลักฐานต่างๆที่มีเดี๋ยว
00:09:09 → 00:09:12มันดูอ่อนเกินไปนะครับบวกกับมีความผิด
00:09:12 → 00:09:15พลาดหลายครั้งที่เกิดขึ้นที่ให้เห็นนะ
00:09:15 → 00:09:17ครับทำให้หลายคนมาว่าการตัดสินคดีนี่
00:09:17 → 00:09:20เหมือนกับว่าทางตำรวจและทางสารเนี่ยพยาม
00:09:20 → 00:09:23ที่จะปิดคดีให้เร็วที่สุดสุดท้ายเนี่ยมัน
00:09:23 → 00:09:26ก็นำไปสู่การพิจารณาคดีซ้ำอีกครั้งหนึ่ง
00:09:26 → 00:09:30แล้วการตัดสินรอบหลังนี้ก็ตัดสินให้หมอ
00:09:30 → 00:09:32เซ็นเธอเนี่ยรับการปล่อยตัวไปสำหรับคดี
00:09:32 → 00:09:35นี้นะครับจนถึงทุกวันนี้เนี่ยก็ยังไม่มี
00:09:35 → 00:09:37ใครรู้นะครับว่าบอสอินเทอร์เน็ตค่าพญาของ
00:09:37 → 00:09:39เขาจริงหรือเปล่ามีแต่ความน่าสนใจของคดี
00:09:39 → 00:09:42นี้สำหรับเรานะครับไม่ใช่เรื่องของว่าเขา
00:09:42 → 00:09:45เลยค่าพญาจริงหรือเปล่าแต่มันเกี่ยวข้อง
00:09:45 → 00:09:47กับเรื่องที่เราทุกคนวันนี้ครับเพราะว่า
00:09:47 → 00:09:50ในบันทึกรายละเอียดนะครับตอนที่ชันสูตรศพ
00:09:50 → 00:09:53พิซเซร่าเนี่ยหมอที่ชั้นสุดในเวลานั้นได้
00:09:53 → 00:09:56บันทึกว่าเขียนบรรยายลักษณะต่างๆที่ตรวจ
00:09:56 → 00:09:59พบในไว้อย่างละเอียดแล้วความผิดปกติที่พบ
00:09:59 → 00:10:03นะครับโดยเฉพาะปะรอยถ่ายต่างในลำไส้รวม
00:10:03 → 00:10:06ถึงอาการต่างๆของเอเบลล่าเนี่ยเมื่อหมอใน
00:10:06 → 00:10:09ยุคปัจจุบันเนี่ยมีโอกาสได้มาอ่านคดีนี้ 3
00:10:09 → 00:10:12อีกทีนะครับมาศึกษาคดีอย่างละเอียดแล้วก็
00:10:12 → 00:10:14อ่านเรื่องของชันสูตรศพต่างๆก็ให้ความ
00:10:14 → 00:10:17เห็นกันว่าลักษณะที่บรรยายไว้เนี่ยไม่
00:10:17 → 00:10:20เหมือนอาการได้รับสารพิษแต่ลักษณะของแผน
00:10:20 → 00:10:23นำใส้ที่เขาบรรยายไว้เนี่ยมันจะเหมือนโรค
00:10:23 → 00:10:26โรคนึงนะครับที่ปัจจุบันเนี่ยเรารู้จัก
00:10:26 → 00:10:28กันในชื่อว่าเป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง
00:10:28 → 00:10:32คำถามคือว่าแล้วทำไมในเวลานั้นนะครับหมอ
00:10:32 → 00:10:34ที่รักษาเนี่ยถึงไม่รู้จักโลกนี้คำตอบก็
00:10:34 → 00:10:36คือว่าเพราะว่าปัจจุบันนะครับถือว่าอิส
00:10:36 → 00:10:39เบลล่าเนี่ยเป็นผู้ป่วยคนแรกนะผู้ที่ป่วย
00:10:39 → 00:10:40เป็นโรคนี้แล้วถูกบันทึกเอาไว้อย่างเป็น
00:10:40 → 00:10:43ทางการหมายความว่าในช่วงเวลานั้นนะครับ
00:10:43 → 00:10:45ไม่มีหมอที่รู้จักโรคนี้นะครับแล้วก็ทำ
00:10:45 → 00:10:48ให้หมอที่รักษาในรู้สึกวงมากนะครับว่าผู้
00:10:48 → 00:10:50ป่วยในป่วยเป็นโรคอะไรแล้วทำไมถึงได้
00:10:50 → 00:10:53รักษาอาการเน็ตเธอไม่ดีขึ้นแล้วก็เป็นโรค
00:10:53 → 00:10:55ที่เหมือนกับว่าดูเหมือนว่าในยุคนั้น
00:10:55 → 00:10:58เนี่ยหมอเลยไม่เคยเจอกันมาก่อนแต่ในเวลา
00:10:58 → 00:11:00ต่อมานะครับไม่เราเจอคนไข้ที่มีอาการ
00:11:00 → 00:11:03อย่างนี้มากขึ้นเจอผลการตรวจหรือว่า
00:11:03 → 00:11:05ลักษณะของแผลในลำไส้ที่แบบนี้มากขึ้น
00:11:05 → 00:11:07เนี่ยเราก็รู้ว่าในเป็นโรคใหม่โลกนึงนะ
00:11:07 → 00:11:09ครับซึ่งอย่างที่บอกไปก็คือมีชื่อในภาษา
00:11:09 → 00:11:12ไทยว่าลำไส้อักเสบเรื้อรังนะครับชื่อภาษา
00:11:12 → 00:11:14อังกฤษคือว่าอยู่ทำไมทวี bowel disease
00:11:14 → 00:11:17แล้วก็ตลอดมานะครับเป็นช่วงร้อยปีเนี่ย
00:11:17 → 00:11:20ตั้งแต่โรคนี้นะครับถูกบันทึกไว้ครั้งแรก
00:11:20 → 00:11:22นะครับก็คือกรณีของที่สุดในล่าเนี่ยก็บอก
00:11:22 → 00:11:24ว่าโรคนี้เนี่ยในวงการแพทย์ในทุกเป็นโรค
00:11:24 → 00:11:27ที่พบน้อยมากมาตลอดนะครับแต่ความน่าสนใจ
00:11:27 → 00:11:30ก็คือว่าในช่วง 50 กว่าปีที่ผ่านมานี้นะ
00:11:30 → 00:11:32ครับบ่อนะครับเพราะว่าอุบัติการณ์ของโรค
00:11:32 → 00:11:34ลมแทรกเสียงระหว่างมันเพิ่มขึ้นเร็วมาก
00:11:34 → 00:11:36เขาขาวๆมันเพิ่มขึ้นประมาณ 40 เท่าในช่วง
00:11:36 → 00:11:4050 ปีที่ผ่านมานะครับจะทำให้โรคที่เคยพบ
00:11:40 → 00:11:42น้อยมากๆครับถ้าจะไม่พบเลยเนี่ยกลายเป็น
00:11:42 → 00:11:45โรคที่เริ่มพบได้เรื่อยๆนะครับโดยเฉพาะใน
00:11:45 → 00:11:48ทางตะวันตกได้อีกลักษณะที่น่าสนใจก็คือ
00:11:48 → 00:11:50ว่าแต่เดิมโลกนี้นะครับเคยชื่อว่าเป็นโรค
00:11:50 → 00:11:53ที่พบเฉพาะในเช้าตนตอบเท่านั้นไม่พบในคน
00:11:53 → 00:11:56เอเชียแต่ปรากฏว่าในช่วง 10 กว่าปีที่
00:11:56 → 00:11:58ผ่านมานี้นะครับก็มีหลักฐานนะครับมีข้อ
00:11:58 → 00:12:01มูลมากขึ้นว่าอุบัติการณ์ของโรคนี้ในคน
00:12:01 → 00:12:04เอเชียเนี่ยพบมากขึ้นนะครับโดยเฉพาะใน
00:12:04 → 00:12:07หลายประเทศที่เรียกว่าพัฒนาเร็วนะครับ
00:12:07 → 00:12:10เช่นประเทศจีนประเทศญี่ปุ่นนะครับประเทศ
00:12:10 → 00:12:13เกาหลีใต้ประเทศไต้หวันสำหรับในประเทศไทย
00:12:13 → 00:12:15นะครับตัวเลขยังไม่ค่อยชัดเจนนะครับแต่ก็
00:12:15 → 00:12:18ยังถือว่าเป็นโรคที่พบน้อยมากๆแต่ถ้าดูด
00:12:18 → 00:12:21Trend ของโลกนะครับเช่นของเอเชียเนี่ยก็
00:12:21 → 00:12:24มีโอกาสที่โรคนี้จะพบเพิ่มขึ้นเป็นเหมือน
00:12:24 → 00:12:26กันนะครับในเมืองไทยจะได้ก่อนที่เราจะไป
00:12:26 → 00:12:28คุยกันต่อนะครับผมอยากจะขอเบรคนิดนึงนะ
00:12:28 → 00:12:30ครับแล้วก็มาคุยกันสักนิดนึงนะครับว่าไอ้
00:12:30 → 00:12:32โลกที่เรียกว่าภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรัง
00:12:32 → 00:12:34ด้วยนะครับหรือว่า SM ทวี bowel disease
00:12:34 → 00:12:37เนี่ยมันคือโรคอะไรนะครับมันมีลักษณะหน้า
00:12:37 → 00:12:41ตาเป็นยังไงอ่ะแต่
00:12:41 → 00:12:44จริงๆก็ค่อนข้างตรงไปตรงมานะครับก็คือตาม
00:12:44 → 00:12:47ชื่อเลยภาวะเนี่ยก็คือภาวะที่มันเกิดการ
00:12:47 → 00:12:49อักเสบขึ้นมานะครับและการเกษตรที่ว่า
00:12:49 → 00:12:51หนึ่งเป็นการเสร็จแบบเรื้อรังคือไม่ได้
00:12:51 → 00:12:52เกิดขึ้นครั้งนึงแล้วก็หายไปเลยแต่ว่า
00:12:52 → 00:12:55เกิดขึ้นซ้ำๆนะครับเป็นเวลาเป็นหลายๆ
00:12:55 → 00:12:58เดือนนะครับเป็นจนถึงเป็นปีหรือว่าหลายๆ
00:12:58 → 00:13:01ปีเลยก็ได้โดยที่สาเหตุเราไม่รู้ว่าอะไร
00:13:01 → 00:13:03ที่ทำให้เกิดการอักเสบแต่สิ่งที่เรารู้ก็
00:13:03 → 00:13:06คือว่าการเกษตรมันเกิดขึ้นจากระบบภูมิ
00:13:06 → 00:13:09คุ้มกันเนี่ยมันโจมตีไปที่ตัวผนังของลำ
00:13:09 → 00:13:11ไส้นะครับก็คือภูมิคุ้มกันของเราเองทำ
00:13:11 → 00:13:13ร้ายลำไส้ของเราเองแต่ทำให้ภูมิคุ้มกัน
00:13:13 → 00:13:16ถึงทำร้ายเนี่ยเราไม่รู้นะครับที่นี่
00:13:16 → 00:13:19อาการของผู้ป่วยก็จะมีอาการทางระบบทาง
00:13:19 → 00:13:21เดินอาหารนะครับเป็นอาการเด็ดอาการก็จะมี
00:13:21 → 00:13:23เรื่องของอาการปวดท้องนะครับมีอาการท้อง
00:13:23 → 00:13:25เสียบางคนนั้นก็จะมีถ่ายบนเรื่องมาด้วย
00:13:25 → 00:13:29ที่นี่ความรุนแรงของการอักเสบมันก็มีได้
00:13:29 → 00:13:31หลากหลายนะคะบางคนนะคะก็จะเป็นไม่มากแต่
00:13:31 → 00:13:33หลายคนอาการก็เป็นมากขึ้นเรื่อยๆนะครับ
00:13:33 → 00:13:36ยิ่งเป็นนานแล้วก็เป็นมากขึ้นเรื่อยๆจน
00:13:36 → 00:13:39กระทั่งมีภาวะเหมือนกับ 4 นะครับเพราะว่า
00:13:39 → 00:13:41มีการเสียเลือดในทางเดินอาหารอย่างต่อ
00:13:41 → 00:13:43เนื่องเป็นระยะยาวนานก็จะทำให้มีอาการรู้
00:13:43 → 00:13:46สึกเหนื่อยง่ายอ่อนเพลียเกิดขึ้นมาได้แต่
00:13:46 → 00:13:48ในบางรายนะครับอาการเนี่ยมันรุนแรงกว่า
00:13:48 → 00:13:50นั้นนะครับอาการที่ว่าดูแลเนี่ยมันถึง
00:13:50 → 00:13:52ขั้นที่เรียกว่าเหมือนกับท้องเสียตลอด
00:13:52 → 00:13:54เวลานะครับคือว่านึงเดี๋ยวถ่ายวัน 20
00:13:54 → 00:13:57ครั้ง 30 ครั้งถ่ายเป็นน้ำนะครับถ่ายเหลว
00:13:57 → 00:13:59ปวดท้องตลอดเวลาแล้วก็ไปไหนไม่ได้เลยนะ
00:13:59 → 00:14:01ครับก็คือพูดง่ายๆคือไม่สามารถออกจากบ้าน
00:14:01 → 00:14:04ได้เพราะว่าต้องเข้าห้องน้ำแต่เวลาแล้วก็
00:14:04 → 00:14:07หลายคนไม่ตอบสนองต่อการรักษาจนบางคนนะ
00:14:07 → 00:14:09ครับถึงขั้นที่ต้องตัดลำไส้ทิ้งเลยนะครับ
00:14:09 → 00:14:11เพราะเราใช่มันมีการเกษตรเกิดขึ้นบ่อยมาก
00:14:11 → 00:14:13เราต้องเอาผนังลำไส้ส่วนที่เหลือได้มา
00:14:13 → 00:14:16เปิดที่หน้าท้องแล้วก็ขับถ่ายธนทองเพราะ
00:14:16 → 00:14:18ว่าไม่มีทางเลือกอื่นนะครับยังเป็นการ
00:14:18 → 00:14:21รักษาเดียวที่ทำได้ที่จะทำให้ผู้ป่วยไม่
00:14:21 → 00:14:24เสียชีวิตคำถามนะครับก็คือว่าอะไรนะครับ
00:14:24 → 00:14:26ที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบอย่างที่บอกนะ
00:14:26 → 00:14:28ครับเรายังไม่รู้นะครับว่าอะไรเป็นตัว
00:14:28 → 00:14:29กระตุ้นนะครับก็รู้ว่ามันเกี่ยวข้องกัน
00:14:29 → 00:14:32บอกภูมิคุ้มกันที่มันโจมตีตัวลำไส้นะครับ
00:14:32 → 00:14:35ที่นี่มันก็มีหลายสวัสดีขานะครับเช่นแต่
00:14:35 → 00:14:37เดิมเนี่ยเคยมีความเชื่อว่ามันอาจจะ
00:14:37 → 00:14:39เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อเมียจ๋านะครับ
00:14:39 → 00:14:41แต่เราก็หาไม่พบว่าการจะเชื่อที่ว่ามัน
00:14:41 → 00:14:44คืออะไรนะครับและที่น่าสนใจก็คือว่าเมื่อ
00:14:44 → 00:14:46มีคนป่วยเป็นโรคนี้มากขึ้นเรื่อยๆนะครับ
00:14:47 → 00:14:49ก็เพราะว่าคนส่วนใหญ่ที่เปิดโลกนี้มากจะ
00:14:49 → 00:14:52เป็นคนที่มีฐานะดีนะคะมีการศึกษาสูงแล้ว
00:14:52 → 00:14:53ก็อย่างที่บอกนะครับในประเทศที่พบโรคนี้
00:14:53 → 00:14:56มากขึ้นเนี่ยก็มักจะเป็นประเทศที่มีการ
00:14:56 → 00:14:58พัฒนาทางเศรษฐกิจนะครับดีขึ้นเร็วก็คือ
00:14:59 → 00:15:01ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้นนะครับการ
00:15:01 → 00:15:04สาธารณสุขมูลฐานอ่ะแต่ในดีขึ้นคนร่ำรวย
00:15:04 → 00:15:07มากขึ้นก็พบพวกนี้มากขึ้นนอกเหลือจากนั้น
00:15:07 → 00:15:10นะครับก็มีสมมุติฐานว่าว่าอาจจะเป็น
00:15:10 → 00:15:12เรื่องของสารเคมีนะครับเราไปเรื่องของ
00:15:12 → 00:15:13โลหะหนักที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่จะ
00:15:13 → 00:15:16กระตุ้นให้ผู้การของเราเนี่ยโจมตีลำไส้
00:15:16 → 00:15:18ของเราเองหรือแม้กระทั่งเรื่องของจิตใจนะ
00:15:18 → 00:15:20ครับก็อยู่ในซองอธิษฐานนะครับบางคนก็ชื่อ
00:15:20 → 00:15:22ว่าเกี่ยวข้องกับความเครียดหรือว่าเกี่ยว
00:15:22 → 00:15:24ข้องกับภาวะซึมเศร้าที่พบมากขึ้นในสังคม
00:15:24 → 00:15:27และแน่นอนนะครับก็มีเรื่องของพันธุกรรม
00:15:27 → 00:15:29เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเพราะว่าจะพบว่าโรค
00:15:29 → 00:15:32นี้หลายครั้งพบในครอบครัวนะครับก็คือว่า
00:15:32 → 00:15:34ถ้ามีใครในครอบครัวเป็นเนี่ยคนในครอบครัว
00:15:34 → 00:15:35ก็จะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้เนี่ย
00:15:35 → 00:15:38เพิ่มขึ้นมากกว่าประชากรทั่วไปและอีก 1 ป
00:15:38 → 00:15:40และที่สำคัญนะครับก็คือว่าปัจจุบันอย่าง
00:15:40 → 00:15:43มีข้อมูลมากขึ้นเรื่อยๆนะครับว่าโรคนี้
00:15:43 → 00:15:46เกี่ยวข้องกับการเสียสมดุลนะครับของ
00:15:46 → 00:15:49แบคทีเรียในลำไส้ของเราด้วยแล้วการที่โลก
00:15:49 → 00:15:50นี้เกี่ยวข้องกับแบคทีเรียในลำไส้นะครับ
00:15:51 → 00:15:53การจะเป็นคำ 7 อธิบายได้ว่าทำไมโลกนี้ถึง
00:15:53 → 00:15:55ได้พบมากขึ้นเรื่อยๆในยุคปัจจุบันนะครับ
00:15:55 → 00:15:58โดยเฉพาะประเทศที่เจริญแล้วหรือว่าพัฒนา
00:15:58 → 00:16:00เร็วที่คุยไปก่อนหน้ามันก็เลยเกิดคำถาม
00:16:00 → 00:16:02ที่น่าสนใจขึ้นมาคำถามหน่อยนะครับว่าแล้ว
00:16:02 → 00:16:05แต่เคลียร์นำไส้เนี่ยมันไปเกี่ยวข้องกับ
00:16:05 → 00:16:09ระบบภูมิคุ้มกันได้ยังไง
00:16:09 → 00:16:12แต่ก่อนที่เราจะไปคุยกันเรื่องนั้นนะครับ
00:16:12 → 00:16:14ผมอยากจะพูดถึงเรื่องของโลกชื่อว่า Auto
00:16:14 → 00:16:17มูล dcs หรือว่าโลกที่ระบบกันจะโจมตีร่าง
00:16:17 → 00:16:19กายของเราสักเล็กน้อยนะครับโรค Auto
00:16:19 → 00:16:22bonuses ต่างๆนะครับหลายๆโลกเนี่ยเพิ่ม
00:16:22 → 00:16:25จำนวนมากขึ้นเช่นกันนะครับโดยเฉพาะในช่วง
00:16:25 → 00:16:28ประมาณซัก 40-50 ปีที่ผ่านมาทำให้เชื่อนะ
00:16:28 → 00:16:30ครับหรือว่ามีข้อมูลเพิ่มเติมมากขึ้นนะ
00:16:30 → 00:16:33ครับว่าการที่โรคเหล่านี้เพิ่มขึ้นเนี่ย
00:16:33 → 00:16:35มีโอกาสที่มันจะเกี่ยวข้องกับแบตทีเรีย
00:16:35 → 00:16:38ที่อยู่ในลำไส้ของเราได้เช่นกันเพราะขอ
00:16:38 → 00:16:40โต้บอดี้อันนี้นะครับถ้าจากใจออกมาเนี่ย
00:16:40 → 00:16:43จะบอกว่ามันมีเยอะมากเลยนะคะจะมีถึง 70
00:16:43 → 00:16:45ถึง 80 โลกนะครับหรืออาจจะมากกว่านั้นเลย
00:16:45 → 00:16:48ลงแต่เมื่อขึ้นว่าระบบ Hook กันเดี๋ยวมัน
00:16:48 → 00:16:51โจมตีไปที่ไหนนะครับเช่นถ้ามันโจมตีไปที่
00:16:51 → 00:16:53ผนังของลำไส้นะครับก็จะเกิดโรคที่เรียก
00:16:53 → 00:16:55ว่าตามแจ้งเสียบหลังๆนะครับอย่างที่คุย
00:16:55 → 00:16:57กันไปก็คือทำไมทวี bowel disease นะครับ
00:16:57 → 00:17:00แต่ถ้าระบบคู่กันในมันโจมตีมาที่ตัวตับ
00:17:00 → 00:17:03อ่อนของเรานะครับโดยเฉพาะเล่นเด็กเนี่ยก็
00:17:03 → 00:17:05จะทำให้ตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้
00:17:05 → 00:17:07ก็จะเกิดโรคประวัติชนิดที่หนึ่งที่เราเคย
00:17:07 → 00:17:09คุยกันไปตอนที่เราคุยเรื่องของโรคเบาหวาน
00:17:10 → 00:17:12นะครับหรือถ้าระบบภูมิคุ้มกันในมันโจมไป
00:17:12 → 00:17:14ที่ตอบไทรอยด์นะครับตอนที่เราได้อยู่แถวๆ
00:17:14 → 00:17:17คอเนี่ยก็อาจจะทำให้เกิดโรคของต่อม
00:17:17 → 00:17:19ไทรอยด์ได้ซึ่งมันก็จะมีอยู่ 2 โลกด้วย
00:17:19 → 00:17:21กันนะครับซึ่งมีรูปแบบที่ต่างกันโรคนึงนะ
00:17:21 → 00:17:24ครับเป็นโรคที่มีชื่อว่าแปรง theses นะ
00:17:24 → 00:17:27ครับคนที่เปิดโลกนี้และเมื่อโดนภูมิคุ้ม
00:17:27 → 00:17:29กันเนี่ยไปไปเกาะนะครับจะกระตุ้นให้ต่อม
00:17:29 → 00:17:31ไทรอยด์ทำงานมากขึ้นก็เกิดภาวะไทรอยด์
00:17:31 → 00:17:35เป็นพิษขึ้นมาแต่ไปทางตรงกันข้ามนะครับ
00:17:35 → 00:17:38มันก็มีโรคที่ทำให้เกิดภาวะต่อมไทรอยด์ทำ
00:17:38 → 00:17:40งานพี่น้องนะครับมีชื่อว่าฮาชิมะตกแค่ราย
00:17:40 → 00:17:44ได้เต็ดนะครับก็คือว่าตัวผมไปในมันทำลาย
00:17:44 → 00:17:47ต่อมไทรอยด์ทำให้เราสร้างไทรอยด์ฮอร์โมน x
00:17:47 → 00:17:50ตีน้อยลงถ้าภูมิคุ้มกันนะครับมันโจมตีไป
00:17:50 → 00:17:53ที่ตามเยื่อหุ้มข้อนะครับโดยเฉพาะพอตาม
00:17:53 → 00:17:56ข้อนิ้วมือนะครับพอดูเท้าเนี่ยว่าข้อเข่า
00:17:56 → 00:17:59ก็จะเกิดโรคที่มีชื่อว่าโรคข้ออักเสบรูมา
00:17:59 → 00:18:01ตอยด์นะครับหรือว่ารูมาตอยด์อ่ะไทยเต็ด
00:18:01 → 00:18:04ซิ่งลบโรคนี้นะคะมันก็จะว่าจะลุกลามจน
00:18:04 → 00:18:07กระทั่งทำลายกระดูกและข้อต่างๆของเราได้
00:18:07 → 00:18:09หรือถ้าระบบภูมิคุ้มกันนะครับมันโจมตีพิษ
00:18:09 → 00:18:12ที่เยื่อหุ้มประสาทนะครับก็คือตัวปะติด
00:18:12 → 00:18:14เส้นประสาทของเรามันจะมีตัวเยื่อหุ้มอยู่
00:18:14 → 00:18:16นะครับเป็นไขมันเป็นเหมือนเป็นปลอกผมอยู่
00:18:16 → 00:18:19คัดตัวปลอกหุ้มเนี้ยนะคะมันโดนโจมตีด้วย
00:18:19 → 00:18:22ระบบคุมการเนี่ยจะเกิดโรคที่มีชื่อว่า
00:18:22 → 00:18:26Morris นะครับซึ่งก่อโรคนี้เนี่ยอาการ
00:18:26 → 00:18:28ของผู้ป่วยก็จะเป็นเรื่องของอาการทางระบบ
00:18:28 → 00:18:31ประสาทก็ขึ้นกับว่าเราเส้นประสาทไหนที่
00:18:31 → 00:18:33โดนโจมตีเราว่าโดนเส้นประสาทไหนที่เสีย
00:18:33 → 00:18:36หายถ้าเป็นภาษาที่เกี่ยวข้องไปเลี้ยงตานะ
00:18:36 → 00:18:38ครับหรือเกี่ยวข้องกับตานี้เขาจะทำมี
00:18:38 → 00:18:42อาการต่อตามตามมวลนะครับว่าตาบอดได้หรือ
00:18:42 → 00:18:45อาจจะเกิดเช่นภาษาทิศเลี้ยงตาแดกเสพถ้า
00:18:45 → 00:18:47เป็นพวกเส้นประสาทที่ไปเอาที่อยู่แถวไข
00:18:47 → 00:18:49สันหลังนะครับร้องจากไขสันหลังเนี่ยก็จะ
00:18:49 → 00:18:52นำไปสู่อาการความแรงของแขนและก็ขาได้หรือ
00:18:52 → 00:18:55ถ้าเป็นโรคที่ภูมิคุ้มกันมันโจมตีเป็นที่
00:18:55 → 00:18:58ผิวหนังนะครับว่าจะเกิดภาวะโรคนะครับชื่อ
00:18:58 → 00:19:00ว่าโรคหนังแข็งนะครับหรือชื่อในภาษา
00:19:00 → 00:19:02อังกฤษก็คือว่า suspicious นะครับนอกจาก
00:19:03 → 00:19:05นี้กันอีกรอบนึงนะครับก็คือโรคสะเก็ดกัน
00:19:05 → 00:19:07นะครับหรือที่ภาษาหรือว่า soulless นะ
00:19:07 → 00:19:09ครับซึ่งผู้ป่วยก็จะมีอาการเหมือนกับผิว
00:19:09 → 00:19:11หนังหรือในการลอกเป็นคุยนะครับเพราะว่า
00:19:11 → 00:19:14เซลล์ที่หนังถูกกระตุ้นให้มีการสร้างตัว
00:19:14 → 00:19:16ละแบ่งตัวนี้เพิ่มขึ้นเร็วนะครับอยู่หนัง
00:19:16 → 00:19:19ก็จะลองคุยออกมาจะได้ที่เราทั้งหมดนะครับ
00:19:19 → 00:19:22อยากเห็นเฉยว่าโรคในวันนี้เยอะมากนะครับ
00:19:22 → 00:19:24ขึ้นกับว่าตัวภูมิคุ้มกันเนี่ยมันจะโจมตี
00:19:24 → 00:19:27ที่อวัยวะไหนนะครับหรืออย่างในบางโลกนะ
00:19:27 → 00:19:29ครับอยู่ตรง sle นะครับที่คนไทยรู้จักใน
00:19:29 → 00:19:31ชื่อโรคพุ่มพวงนะครับเพราะว่าเคยเกิดขึ้น
00:19:31 → 00:19:34กับอดีตนักร้องนะครับพุ่มพวงดวงจันทร์นะ
00:19:34 → 00:19:37ครับโรคนี้ก็จะมีความผิดปกติของหลายระบบ
00:19:37 → 00:19:40ด้วยนะครับก็คือจะมีต่อไปวายนะครับเรื่อง
00:19:40 → 00:19:42ของตัวใครก็ดูนะครับที่ไม่สามารถสร้าง
00:19:42 → 00:19:45เม็ดเลือดได้มีเรื่องของผิวหนังนะครับที่
00:19:45 → 00:19:48เกิดของทีมนักเสพขึ้นมาแล้วก็อื่นๆอีก
00:19:48 → 00:19:51หลายระบบนะครับทีนี้อย่างที่บอกไปก็คือ
00:19:51 → 00:19:53ปัจจุบันเรายังไม่รู้ว่าอะไรนะคะที่ทำให้
00:19:53 → 00:19:55ระบบภูมิคุ้มกันอย่ามาหันมาทำร้ายร่างกาย
00:19:55 → 00:19:57ของเราเราก็ไม่รู้ว่าทำไมผมคุ้มกันแต่มัน
00:19:58 → 00:20:00เลือกทำร้ายบางระบบหรือบางก็วัยวะแต่เรา
00:20:01 → 00:20:02ก็รู้ว่ามันเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายๆ
00:20:02 → 00:20:04อย่างนะครับมันเป็นโรคที่ซับซ้อนตัวอย่าง
00:20:04 → 00:20:06เช่นเรื่องของพันธุกรรมนะครับก็เพราะว่า
00:20:06 → 00:20:09โลกหลายโลกเหนือมันออกพบว่าในครอบครัวนะ
00:20:09 → 00:20:12ครับถ้ามีใครสักคนเป็นเนี่ยคนอื่นใน
00:20:12 → 00:20:14ครอบครัวก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นมากขึ้น
00:20:14 → 00:20:16หรือว่าจะเป็นเรื่องของฮอร์โมนนะครับโดย
00:20:16 → 00:20:18เฉพาะเรื่องของฮอร์โมนเพศเพราะโรคกลุ่ม
00:20:18 → 00:20:20นี้บางโลกเนี่ยจะพบเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้
00:20:20 → 00:20:23ชายแล้วด้วยความที่โรคเหล่านี้นะครับมัน
00:20:23 → 00:20:25เพิ่มขึ้นในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาเนี่ย
00:20:25 → 00:20:28ทำให้ทางนักเรียนศาสตร์เชื่อว่ามันน่าจะ
00:20:28 → 00:20:30มีปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมในเข้ามาเกี่ยว
00:20:30 → 00:20:32ข้องด้วยซึ่งอาจจะเป็นเรื่องของสารเคมี
00:20:32 → 00:20:35ต่างๆในสิ่งแวดล้อมนะครับเรื่องของเราหา
00:20:35 → 00:20:37หนักเรื่องของอาหารการกินที่เปลี่ยนไป
00:20:37 → 00:20:39แล้วก็ที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องของ
00:20:39 → 00:20:42จุลินทรีย์หรือแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ที่
00:20:42 → 00:20:44เปลี่ยนไปโอเคพอเรารู้จักแล้วนะครับพอ
00:20:44 → 00:20:46เห็นภาพนะครับว่าโลกที่ว่าโลกก็ตาม
00:20:46 → 00:20:48disease ที่เหมือนกับพบมากขึ้นใน
00:20:48 → 00:20:51ปัจจุบันเนี่ยมันมีลักษณะแบบไหนคราวนี้
00:20:51 → 00:20:53เราจะมาตอบคำถามที่เราค้างกันไว้นะครับก็
00:20:53 → 00:20:55คือว่าแบตเตอรี่ในลำไส้ใหญ่ของเราเนี่ย
00:20:55 → 00:20:58มันมาเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของเรา
00:20:58 → 00:21:01ได้ยังไง
00:21:01 → 00:21:04ในการจะเข้าใจเรื่องนี้นะครับมันต้อง
00:21:04 → 00:21:06เริ่มจากข้อเท็จจริง 2 ข้อก่อนข้อแรกก็
00:21:06 → 00:21:09คือลำไส้ใหญ่ของเราเนี่ยซึ่งเรารู้สึกว่า
00:21:09 → 00:21:12มันเป็นอวัยวะที่อยู่ภายในจริงๆเป็น
00:21:12 → 00:21:14อวัยวะที่สัมพันธ์กับโลกภายนอกนะครับคือ
00:21:14 → 00:21:17สัมผัสกับโลกภายนอกเยอะมากซึ่งเดี๋ยวจะ
00:21:17 → 00:21:19อธิบายให้ฟังข้อเท็จจริงที่สอนนะครับก็
00:21:19 → 00:21:21คือในอวัยวะทั้งหลายแหล่ในร่างกายของเรา
00:21:21 → 00:21:24นะครับลำไส้ใหญ่เป็นอวัยวะที่มีแบคทีเรีย
00:21:24 → 00:21:27เนี่ยเข้ามาอาศัยอยู่ภายในเดือนมากที่สุด
00:21:27 → 00:21:29แล้วตอนนี้เราจะมาดูกันนะครับทีละข้อนะ
00:21:29 → 00:21:31ครับว่าข้อจริง 2 ข้อเนี่ยมันบอกอะไรเรา
00:21:31 → 00:21:33บ้างนะครับข้อแรกสุดนะครับที่บอกว่าลำไส้
00:21:33 → 00:21:35ของเรานะเพื่อนได้วัดที่สัมผัสกับโลกภาย
00:21:35 → 00:21:38นอกมากเนี่ยมันหมายความว่าอย่างนี้ครับ
00:21:38 → 00:21:41มีสติระลึกถึงลำไส้แล้วก็เพราะอาหารต่างๆ
00:21:41 → 00:21:44มันเป็นระยะที่อยู่ภายในร่างกายของเราได้
00:21:44 → 00:21:47จริงๆคิดดูนะครับก็คือว่าพื้นที่ผิวนะ
00:21:47 → 00:21:49ครับภายในโพรงของตัวทางเดินอาหารของเรา
00:21:49 → 00:21:52เนี่ยมันสัมผัสกับอาหารตลอดเวลาถูกไหม
00:21:52 → 00:21:54ครับซึ่งปัจจุบันมีการปนเปื้อนของเชื้อไป
00:21:54 → 00:21:57เที่ยวต่างๆก็จะเข้าไปสัมผัสกับผนังภายใน
00:21:57 → 00:22:01ของลำไส้ของเราดังนั้นนะครับก็คือภายใน
00:22:01 → 00:22:03ทางเดินหาของเราแล้วมันก็เหมือนเป็นด่าน
00:22:03 → 00:22:05หน้านะครับที่คอยสัมผัสกับเชื้อโรคต่างๆ
00:22:05 → 00:22:08หรือว่าสิ่งแปลกปลอมที่มาจากภายนอกเพราะ
00:22:08 → 00:22:10ฉะนั้นตัวลำไส้เราจะต้องเหมือนก็มีประการ
00:22:10 → 00:22:12มีคนไกลนะครับที่ป้องกันไม่ให้ตัวพวกไป
00:22:12 → 00:22:15เที่ยวต่างๆจะได้ซึ่งต่างๆเนี่ยมาสามารถ
00:22:15 → 00:22:17เจาะทะลุผนังลำไส้ในเข้าไปได้ง่ายเพราะจะ
00:22:17 → 00:22:19เข้าไปได้ก็จะเข้าไปในเส้นเลือดของเราได้
00:22:19 → 00:22:21นะครับแล้วก็นำไปสู่ภาวะการติดเชื้อใน
00:22:21 → 00:22:23เส้นเลือดได้และด้วยเหตุนี้นะครับตัวผนัง
00:22:24 → 00:22:26ลำไส้เนี่ยมันก็มีความสามารถที่จะคอยแยก
00:22:26 → 00:22:28ว่าสิ่งที่เข้ามาภายในลำไส้เนี่ยมันเป็น
00:22:28 → 00:22:31สิ่งที่ปลอดภัยหรือเปล่ามีประโยชน์กับ
00:22:31 → 00:22:33ร่างกายเราหรือเปล่าถ้ามีประโยชน์หรือไม่
00:22:33 → 00:22:36ค่อยเลือกที่ดูดซึมเข้าไปแล้ว 1 วิธีการ
00:22:36 → 00:22:38ที่ตัวผนังลำไส้ของเราป้องกันไม่ให้ตัวไป
00:22:38 → 00:22:42เคลียร์ 6 เข้าไปก็คือว่ามันจะมีการนำพวก
00:22:42 → 00:22:44เซลล์ระบบภูมิคุ้มกันในจำนวนมากเนี่ยมา
00:22:44 → 00:22:47ประจำการอยู่ที่ประเวณที่ผิวของผนังลำไส้
00:22:47 → 00:22:49ของเราแล้วเซลล์ระบบภูมิคุ้มกันยังไม่
00:22:49 → 00:22:52เข้ามาสายอยู่เยอะจนกระทั่งอาจจะได้ว่าลำ
00:22:52 → 00:22:54ไส้ใหญ่ของเราเนี่ยเป็นอวัยวะที่อยู่ใน
00:22:54 → 00:22:56ระบบภูมิคุ้มกันที่มีขนาดใหญ่ที่สุดใน
00:22:56 → 00:22:58ร่างกายก็ว่าได้คราวนี้นะครับเรามาคุยถึง
00:22:58 → 00:23:01ภูมิคุ้มกันนิดนึงสมัยเกาะเนี่ยเวลาเรา
00:23:01 → 00:23:04เทียบเรานิยมที่ว่าระบบภูมิคุ้มกันเหมือน
00:23:04 → 00:23:06เป็นกองทัพของร่างกายที่ทำหน้าที่ป้องกัน
00:23:06 → 00:23:08ไม่ให้แบคทีเรียเข้ามาทุกร้านในร่างกาย
00:23:08 → 00:23:11ของเรานี่ในการทำงานของมันเนี่ยมันก็ต้อง
00:23:11 → 00:23:14แยกก่อนว่าเซลล์ที่มันเผชิญหน้ามันเห็น
00:23:14 → 00:23:15เนี่ยมันคือเซลล์ร่างกายของเราหรือเปล่า
00:23:16 → 00:23:17หรือเป็นเซลล์ของสิ่งมีชีวิตอื่นหรือว่า
00:23:17 → 00:23:20เป็นเซลล์แบคทีเรียหรือว่าสิ่งแปลกปลอม
00:23:20 → 00:23:22เหมือนอื่นๆแต่ถ้าเซลล์ภูมิคุ้มกันมอง
00:23:22 → 00:23:23แล้วว่านี่ไม่ใช่เซลล์ที่เป็นร่างกายของ
00:23:23 → 00:23:26เรามันก็จะโจมตีเซลล์นั้นแต่มันก็มีปัญหา
00:23:26 → 00:23:28อยู่ว่าภายในลำไส้ใหญ่ของเราเนี่ยจะไม่
00:23:28 → 00:23:30ได้แบคทีเรียอาศัยอยู่มากมายถูกไหมครับ
00:23:30 → 00:23:32เพราะที่เราคุยกันมาตลอดก็คือว่าไปช่วย
00:23:32 → 00:23:35เราเนี่ยมันไม่ใช่ศัตรูนะครับก็คือมัน
00:23:35 → 00:23:37เข้ามาใส่อยู่ในร่างกายของเราแล้วมันก็มี
00:23:37 → 00:23:39ประโยชน์กับร่างกายของเราด้วยณที่นี้
00:23:39 → 00:23:41ปัญหาก็ถือว่าครับระบบภูมิคุ้มกันบอกว่า
00:23:41 → 00:23:43เนี่ยเป็นเซลล์อื่นนะครับเสียงที่ไม่ใช่
00:23:43 → 00:23:46ร่างกายของเราแล้วมันโจมตีเนี่ยคนที่เกิด
00:23:46 → 00:23:48ขึ้นก็คือมันจะทำลายแบคทีเรียเหล่านี้นะ
00:23:48 → 00:23:49ครับซึ่งเป็นแบคทีเรียที่มีประโยชน์กับ
00:23:50 → 00:23:52ร่างกายของเราและยิ่งไปกว่านั้นก็คือถ้า
00:23:52 → 00:23:55มันเลือกที่จะโจมตีนะครับก็คือมันใช้พวก
00:23:55 → 00:23:58สารเคมีต่างๆค่ะเหมือนระดมยิงหรือว่าถล่ม
00:23:58 → 00:24:00ระเบิดเข้าใส่ทุเรียนเนี่ยผลที่เกิดขึ้น
00:24:00 → 00:24:02ตามมาก็คือว่าจะเกิดการอักเสบครั้งใหญ่
00:24:02 → 00:24:05เลยนะครับขึ้นในลำไส้ใหญ่ของเราเพราะว่า
00:24:05 → 00:24:08เซลล์ระบบภูมิคุ้มกันในการโจมตีแน่นอนก็
00:24:08 → 00:24:10คือเหมือนกันทำสงครามว่าคือมันจะทำให้
00:24:10 → 00:24:13บ้านเรือนรอบๆเสียหายจากสาร Kim Young
00:24:13 → 00:24:15ต่างที่มันหลังออกมาเพื่อที่จะฆ่าพวก
00:24:15 → 00:24:18เชื้อจุลินทรีย์ต่างๆดังนั้นนะครับจะเห็น
00:24:18 → 00:24:20ว่าการเปรียบเทียบว่าระบบภูมิคุ้มกันเป็น
00:24:20 → 00:24:23เหมือนทหารเราจงคอยโจมตีอย่างเดียวเนี่ย
00:24:23 → 00:24:26มันจึงไม่ค่อยถูกต้องสักเท่าไหร่แต่ยังไง
00:24:26 → 00:24:28ก็ตามนะครับแบตเตอรี่ที่อยู่ในลำไส้ของ
00:24:28 → 00:24:30เราเนี่ยเราต้องเข้าใจก่อนว่าว่าเป็นธุระ
00:24:30 → 00:24:32เหล่านี้จริงๆก็ไม่ใช่เพื่อนของเรานะครับ
00:24:32 → 00:24:34หมายความว่าความสัมพันธ์ระหว่างเรากับไป
00:24:34 → 00:24:36ทุเรียนนะมันจะไหมครับศัตรูที่ไม่มีทาง
00:24:36 → 00:24:40เลือกนะครับแต่ว่าถ้าอยู่ด้วยกันนะครับ
00:24:40 → 00:24:42อยู่ด้วยกันไปเกาะนะอาจจะบอกว่ามันก็ไป
00:24:42 → 00:24:44ศัตรูที่เป็นติดเกาะอยู่ร่วมกันก็ได้ก็
00:24:44 → 00:24:46คือเราไม่สามารถจะต่อสู้กันได้เราต้อง
00:24:46 → 00:24:49ช่วยเหลือกันไปก่อนเพราะถ้ามองในมุมของ
00:24:49 → 00:24:51แบคทีเรีย n สิ่งที่มันต้องการก็คือมัน
00:24:51 → 00:24:53ต้องการทรัพยากรต่างๆก็คือเรื่องของอาหาร
00:24:53 → 00:24:56เรื่องของที่อยู่ทำมาหากินภายในลำไส้ของ
00:24:56 → 00:24:58เราแต่แบคทีเรียเนี่ยมันก็ต้องแข่งกันเอง
00:24:58 → 00:25:00ถูกไหมครับแต่นั้นแบคทีเรียไหนก็ตามที่
00:25:00 → 00:25:03มันเหมือนครับมีแนวโน้มจะกินลึกกว่านะ
00:25:03 → 00:25:06ครับหรือว่ากินมูมมามกว่าเนี่ยก็มีโอกาส
00:25:06 → 00:25:08ที่จะชนะแบตเตรียมตัวอื่นซึ่งแน่นอนว่า
00:25:08 → 00:25:11ถ้ามองในมุมของร่างกายเรานะครับหรือมองใน
00:25:11 → 00:25:13ระบบภูมิคุ้มกันของเราเนี่ยเราก็ไม่
00:25:13 → 00:25:15ต้องการให้แบตเตรียมทำงานอย่างนั้นก็บอก
00:25:15 → 00:25:17พบกันเนี่ยต้องการที่จะให้มีกันคงระยะ
00:25:17 → 00:25:19ห่างระหว่างเซลล์ของร่างกายมนุษย์กับไป
00:25:19 → 00:25:22เที่ยวทั้งหลายให้ทางไว้ประมาณระดับหนึ่ง
00:25:22 → 00:25:25ไม่ให้พวกแบบทีเดียวมันรุกล้ำเข้ามามาก
00:25:25 → 00:25:27เกินไปแต่มันจะเห็นว่าความสัมพันธ์
00:25:27 → 00:25:29ระหว่าง Bentley นำไส้ของเรานะครับกับตัว
00:25:29 → 00:25:32ระบบภูมิคุ้มกันเนี่ยมันก็ไม่ใช่เป็น
00:25:32 → 00:25:34เพื่อนที่ดีต่อการทำเหมือนกับเป็นจะรู้
00:25:34 → 00:25:36ว่ามันเป็นสงครามเย็นอยู่ก็ได้ก็คือต่าง
00:25:36 → 00:25:38ฝ่ายโจทก์จะต้องๆกันอยู่นะครับถ้ามีมี
00:25:38 → 00:25:41อะไรแต่ละฝ่ายเนี่ยก็มีโอกาสที่จะรุกนะ
00:25:41 → 00:25:44ครับเข้าไปในดินได้ของอีกฝ่ายนึงมากขึ้น
00:25:44 → 00:25:46แต่ได้คนประดิษฐ์ทั่วไปนะครับมันจะไม่
00:25:46 → 00:25:48เข้าไปที่เรียกระบบภูมิคุ้มกันของเรา
00:25:48 → 00:25:51เนี่ยมันเหมือนก็จะสามารถเจรจานะครับแล้ว
00:25:51 → 00:25:54ก็หาข้อตกลงที่ลงตัวนะครับแล้วได้
00:25:54 → 00:25:55ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายคือจะเรียกว่ามันอยู่
00:25:55 → 00:25:58ในจุดที่สมดุลจุดหนึ่งก็ได้อย่างไรก็ตาม
00:25:58 → 00:26:01นะครับสมดุลจุดนี้เนี่ยมันอาจจะไม่คงที่
00:26:01 → 00:26:04ตลอดไปเหมือนกับว่าถ้าเทียบกับสงครามเย็น
00:26:04 → 00:26:06น่ะจะบอกว่าบางครั้งเนี่ยอาจจะมีเหตุ
00:26:06 → 00:26:08การณ์ตึงเครียดขึ้นมาได้แล้วก็จะมีอัน
00:26:08 → 00:26:10กระทบกระทั่งเกิดขึ้นเช่นแบคทีเรียที่
00:26:10 → 00:26:12อยู่ในลำไส้ใหญ่หรือว่าจะมีการเปลี่ยน
00:26:12 → 00:26:15แปลงอย่างเกิดขึ้นแล้วทำให้ไปเรียนมีความ
00:26:15 → 00:26:18ก้าวร้าวมากขึ้นและพยายามที่จะลุกล้ำค่า
00:26:18 → 00:26:21มากขึ้นแน่นอนว่าภูมิคุ้มกันของเรานั้นก็
00:26:21 → 00:26:24จะต้องตื่นตัวแล้วก็ตอบสนองกลับไปซึ่งใน
00:26:24 → 00:26:25การต่อสู้อ้วนที่เกิดขึ้นเนี่ยมันก็จะนำ
00:26:25 → 00:26:28ไปสู่ภาวะการอักเสบที่เกิดขึ้นภายในลำไส้
00:26:28 → 00:26:31ของเราดังนั้นคำถามที่น่าสนใจก็คือว่า
00:26:31 → 00:26:33แล้วอะไรบ้างนะครับที่ทำให้เกิดเหมือนกับ
00:26:33 → 00:26:36เสียความสมดุลระหว่างไปเคลียร์ในลำไส้กับ
00:26:36 → 00:26:38ระบบภูมิคุ้มกันของเราได้บ้างคำตอบนะและ
00:26:38 → 00:26:41ก็เหมือนกับที่เราเคยคุยกันไปในหลายไปสด
00:26:41 → 00:26:43ก่อนหน้านะครับคือไม่มีปัจจัยหลายอย่าง
00:26:43 → 00:26:45ที่เข้ามาเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเรื่อง
00:26:45 → 00:26:47ของอาหารที่เรากินนะครับก็คือเรื่องของ
00:26:47 → 00:26:50การกินพวกใยอาหารน้อยนะครับกินพวกน้ำตาล
00:26:50 → 00:26:52หรือไขมันสูงเพื่อจะเป็นเรื่องของปัจจัย
00:26:52 → 00:26:54ทางจิตใจก็เกี่ยวข้องด้วยนะครับเช่น
00:26:54 → 00:26:57เรื่องของความเครียดต่างๆนะครับอาจจะนำไป
00:26:57 → 00:27:00สู่ภาวะการอักเสบในลำไส้ได้จะได้คุยมาถึง
00:27:00 → 00:27:02ตรงนี้นะครับคิดว่าน่าจะพอเห็นภาพนะครับ
00:27:02 → 00:27:04ว่าแบตช่วยในลำไส้ใหญ่มันไปเกี่ยวข้องกับ
00:27:05 → 00:27:07ระบบของการได้ยังไงนะครับและนำไปสู่ภาวะ
00:27:07 → 00:27:09การอักเสบที่เกิดขึ้นในลำไส้ใหญ่ได้อย่าง
00:27:09 → 00:27:11ไรคำถามต่อไปก็คือรับภาวะการเกษตรนะครับ
00:27:11 → 00:27:13ที่เกิดขึ้นในลำไส้ใหญ่เนี่ยรู้ไปเคลียร์
00:27:13 → 00:27:16กับภูมิคุ้มกันในลำไส้ใหญ่เนี่ยมันไปมีผล
00:27:16 → 00:27:19ต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในส่วนอื่น
00:27:19 → 00:27:24ของร่างกายได้ยังไงกับ
00:27:24 → 00:27:27คำอธิบายนะครับก็คือว่าสงครามหรือว่าการ
00:27:27 → 00:27:29ปะทะกันที่เกิดขึ้นลำไส้ใหญ่นะครับมันไม่
00:27:29 → 00:27:32ได้จบลงแค่ในลำไส้ใหญ่แต่เซลล์ในระบบภูมิ
00:27:32 → 00:27:34คุ้มกันเดี๋ยวมาสามารถที่จะเข้าไปในกระแส
00:27:34 → 00:27:36เลือดนะครับหรือว่าสารการเกษตรต่างๆที่
00:27:36 → 00:27:38เกิดขึ้นลำไส้เนี่ยมันสามารถเข้าในเจาะ
00:27:38 → 00:27:41เลือดแล้วก็ไหลเวียนไปตามที่ต่างๆของร่าง
00:27:41 → 00:27:44กายได้ที่นี่คำถามว่าร่างกายเราทำอย่าง
00:27:44 → 00:27:46นั้นเพื่ออะไรนะครับจริงมันเป็นคนใครที่
00:27:46 → 00:27:49ดีนะครับเพราะอย่างนี้ครับคือนึกภาพนะ
00:27:49 → 00:27:51ครับว่ามันมีความสุขว่าตัวดอกคู่กันเนี่ย
00:27:51 → 00:27:54มันมาต่อสู้กับพวกเป็นทุเรียนนำไส้แล้ว
00:27:54 → 00:27:56เนี่ยเราว่าพวกเชื้อโรคที่บุกเข้ามาแล้ว
00:27:56 → 00:28:00แล้วมันมีการเพิ่มจำนวนมากขึ้นส่วนนึงจะ
00:28:00 → 00:28:02ส่งเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันเนี่ยเข้าใน
00:28:02 → 00:28:04กระแสเลือดนะครับแล้วก็ไหลเวียนเลือดจะ
00:28:04 → 00:28:07พูดง่ายว่าส่งทหารที่มีประสบการณ์ในการ
00:28:07 → 00:28:10ต่อสู้สมรภูมินี้มาแล้วเนี่ยคือเห็นหน้า
00:28:10 → 00:28:13ตาคู่ต่อสู้มาแล้วเคยปะทะมาแล้วเนี่ยส่ง
00:28:13 → 00:28:15เข้าไปในเลือดให้เป็นลาดตระเวนตามส่วน
00:28:15 → 00:28:17ต่างๆของร่างกายแล้วเซลล์นะครับเหล่านี้
00:28:17 → 00:28:19นะครับก็จะไหลวิ่งไปทำที่หน้าต่างของร่าง
00:28:19 → 00:28:23กายรวมถึงพวกสารการเกษตรต่างๆด้วยซึ่งมัน
00:28:23 → 00:28:26ก็จะมีประโยชน์ถ้ามันมีการรถรอดของ
00:28:26 → 00:28:28แบตเตอรี่นะเข้าไปในร่างกายได้แต่ถ้าภาวะ
00:28:28 → 00:28:31นี้มันเกิดมากเกินไปนะครับอย่างที่บอกไป
00:28:31 → 00:28:33ก็คือว่าสมุดได้ลำไส้เราเกิดเสียสมดุล
00:28:33 → 00:28:36ขึ้นมาแล้วการปะทะและการต่อสู้เนี่ยมัน
00:28:36 → 00:28:37ไม่ได้จบลงสั้นๆแต่มันเป็นอย่างเรื้อรัง
00:28:37 → 00:28:40นะครับมีการอักเสบที่เกิดขึ้นเนี่ยมันก็
00:28:40 → 00:28:42จะรู้ว่าเค้าในเลือดในอย่างต่อเนื่องตลอด
00:28:42 → 00:28:45เวลาเซลล์อักเสบต่างๆสร้างเสร็จต่างๆ
00:28:45 → 00:28:47เนี่ยมันก็จะได้วิ่งในเลือดอยู่ตลอดเวลา
00:28:47 → 00:28:50นะครับทำให้เกิดภาวะการเกษตรในเลือดได้
00:28:50 → 00:28:52มากขึ้นแล้วศาลอักเสบต่างๆเหล่านี้นะครับ
00:28:52 → 00:28:54ที่ไหลเวียนอยู่เนี่ยมันก็สามารถก่อให้
00:28:54 → 00:28:58เกิดผลเสียกับส่วนต่างๆของร่างกายได้ที่
00:28:58 → 00:29:00นี่นะครับถ้าเรามองในภาพใหญ่เนี่ยมันจะ
00:29:00 → 00:29:03เหมือนกับว่าแตะชื่อในลำไส้ใหญ่ของเรา
00:29:03 → 00:29:06เนี่ยมันสามารถที่จะควบคุมนะครับเพราะการ
00:29:06 → 00:29:08ทำงานของระบบภูมิคุ้มกันทั่วร่างกายได้
00:29:08 → 00:29:11อาจจะมองว่ามันเหมือนกับมีคันเร่งอยู่ใน
00:29:11 → 00:29:13ลำไส้ใหญ่ของเราเราควรที่คอยบังคับคัน
00:29:13 → 00:29:16เร่งเนี่ยก็คือตัวแบคทีเรียน้ำไส้ของเรา
00:29:16 → 00:29:18ถ้าความสัมพันธ์ระหว่างไปเคลียร์ในลำไส้
00:29:18 → 00:29:20ใหญ่กับเรื่องเซลล์ในระบบผู้การของเรา
00:29:20 → 00:29:23เนี้ยออกค่อนข้างเป็นไปอย่างราบรื่นนะ
00:29:23 → 00:29:25ครับเป็นไปได้ดีเนี่ยก็มันก็จะไม่ไป
00:29:25 → 00:29:28กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันแต่ถ้า
00:29:28 → 00:29:30มันมีเหตุการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนะ
00:29:30 → 00:29:32คะแนนที่ว่าไปเนี่ยมันก็จะทำให้ระบบคุ้ม
00:29:32 → 00:29:34กันทั่วร่างกายเดี๋ยวมันไม่กลับตื่นตัว
00:29:34 → 00:29:36มากขึ้นและระบบภูมิคุ้มกันที่แต่ตัวมาก
00:29:36 → 00:29:39ขึ้นนะครับก็จะนำไปสู่โรคคะข้อมูลต่างๆนะ
00:29:39 → 00:29:41ครับที่พบมากขึ้นอย่างที่เราคุยกันไปแล้ว
00:29:41 → 00:29:43ทั้งหมดนี้นะครับก็คือเรื่องราวนะครับที่
00:29:43 → 00:29:45อยากจะเล่าให้ฟังเรื่องที่สนนี้นะครับก็
00:29:45 → 00:29:48คิดว่าน่าจะพอเห็นภาพแล้วนะครับว่าไปช่วย
00:29:48 → 00:29:50นำใส่ของเราเดี๋ยวมันเกี่ยวข้องกับการทำ
00:29:50 → 00:29:53งานของระบบภูมิคุ้มกันได้ยังไงแต่ก่อนจะ
00:29:53 → 00:29:56จบนะครับผมก็อยากจะขอสรุปเรื่องราวที่เรา
00:29:56 → 00:29:57คุยกัน 1 Episode นี้นะครับเป็นเขาเขา
00:29:57 → 00:30:00ให้ใส่สักรอบนะครับอย่างแรกสุดเลยนะครับ
00:30:00 → 00:30:02อาจจะพูดได้ว่าลำไส้ใหญ่ของเราและเป็นที่
00:30:02 → 00:30:04อยู่ของ 2 กองทัพใหญ่ก็ได้นะครับที่เป็น
00:30:04 → 00:30:08ชัดทรูกันกองทัพหนึ่งก็คือพวก 8 ชื่อทั้ง
00:30:08 → 00:30:10สามที่อยู่ในลำไส้นะครับอีกกองทัพหนึ่งก็
00:30:10 → 00:30:13คือระบบภูมิคุ้มกันนะครับของเราเองข้อที่
00:30:14 → 00:30:17สองก็คือว่ากองทัพทั้งสองนี้นะครับออกแม้
00:30:17 → 00:30:19ว่าจะอยู่กันอย่างสันติจริงแต่ว่าทั้งคู่
00:30:19 → 00:30:21เนี่ยทั้ง 2 กองทัพเนี่ยก็ไม่ใช่เพื่อน
00:30:21 → 00:30:23สนิทกันนะครับแต่เหมือนเป็นสงครามเย็นที่
00:30:23 → 00:30:27ทั้งสองฝ่ายเนี่ยก็สามารถที่จะหาจุดลงตัว
00:30:27 → 00:30:31แล้วก็คงสันติภาพก็ไม่ได้ก็ดีสามก็คือว่า
00:30:31 → 00:30:34ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงของสมดุลของพวก
00:30:34 → 00:30:36แบคทีเรียหรือจุลินทรีย์ในลำไส้ใหญ่ของ
00:30:36 → 00:30:39เรานะครับมาอาจจะนำไปสู่หนังสงครามเย็น
00:30:39 → 00:30:42ที่มีความตึงเครียดมากขึ้นนะครับแล้วเกิด
00:30:42 → 00:30:45การปะทะกันมากขึ้นทำให้เกิดภาวะการเกษตร
00:30:45 → 00:30:47ในลำไส้ใหญ่เพิ่มขึ้นได้ข้อที่ 4 นะครับ
00:30:47 → 00:30:49เซลล์อักเสบละสารเกษตรต่างๆที่เกิดขึ้น
00:30:49 → 00:30:52ภายในลำไส้ใหญ่เนี่ยมันไม่ได้จำกัดอยู่
00:30:52 → 00:30:54แค่ในลำไส้ใหญ่นะครับแต่มันสามารถที่จะ
00:30:54 → 00:30:56หลุดรอดเข้าไปในกระแสเลือดนะครับและ
00:30:56 → 00:30:59กระจายไปตามส่วนต่างๆของร่างกายได้เราก็
00:30:59 → 00:31:01ทำให้เกิดภาวะการอักเสบในเลือดเพิ่มขึ้น
00:31:01 → 00:31:03แล้วทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในวันนี้การทำ
00:31:03 → 00:31:06งานที่เหมือนกับอะผิดปกติไปนะครับมีการ
00:31:06 → 00:31:08เปลี่ยนตัวไหนมากขึ้นแล้วก็ได้ไปสู่ข้อ
00:31:08 → 00:31:10ที่ 5 นะครับก็คือว่าการเดินแปลงทั้งหมด
00:31:10 → 00:31:13ที่พูดมานะครับมันอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง
00:31:13 → 00:31:15นะครับที่ทำให้โลกก็ต้องดูดีซีซั่นต่างๆ
00:31:15 → 00:31:18เนี่ยเพิ่มมากขึ้นซึ่งอย่างที่ว่าไปเมื่อ
00:31:18 → 00:31:21คือว่าทุกวันนี้เรายังไม่เข้าใจกลไกการ
00:31:21 → 00:31:22เกิดของมันทั้งหมดนะครับก็คือมันเป็นโรค
00:31:22 → 00:31:25ที่มีคนไทยซับซ้อนแล้วก็เชื่อว่ามีหลาย
00:31:25 → 00:31:27ปัจจัยเนี่ยเกี่ยวข้องนะครับว่าจะเป็น
00:31:27 → 00:31:28เรื่องของพันธุกรรมนะครับเรื่องของ
00:31:28 → 00:31:31ฮอร์โมนเรื่องของขอสิ่งแวดล้อมนะครับว่า
00:31:31 → 00:31:33จะเรื่องของโลหะหนักเรื่องของสารพิษต่างๆ
00:31:33 → 00:31:36สิ่งแวดล้อมแล้วก็มีข้อมูลสับสนุนมากขึ้น
00:31:36 → 00:31:38เรื่อยๆนะครับว่าโรคเขาจะบริษัทต่างๆที่
00:31:38 → 00:31:41พบฮะเนี่ยน่าจะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยน
00:31:41 → 00:31:43แปลงของแบตเตอรี่นำสายของเราด้วยและนั่น
00:31:43 → 00:31:46ก็เป็น 5 หัวข้อหลักๆนะครับที่เราคุยกัน
00:31:46 → 00:31:48ไปในคลิปนี้นะครับแต่ก็จะจากกันไปนะครับ
00:31:48 → 00:31:50ก็อย่างที่สัญญาไว้ตอนแรกนะครับว่าผมจะ
00:31:50 → 00:31:52เล่าเกี่ยวกับบริษัทมดกัดให้ฟังนะครับ
00:31:52 → 00:31:55เพื่อท่านใดสนใจนะครับเราไปทำความรู้จัก
00:31:55 → 00:31:57กับบริษัทมดกัดกันนะครับถึงช่วงเวลาที่
00:31:57 → 00:32:00สัญญากันไว้นะครับก็คือจะเล่าเกี่ยวกับ
00:32:00 → 00:32:02ผู้สับสน Series ใน Chrome ไอโอมของเรานะ
00:32:02 → 00:32:05ครับบริษัทมดกัดนะครับบริษัทรถกันนะครับ
00:32:05 → 00:32:07เป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นโดยนักวิจัยนะคะ
00:32:07 → 00:32:09เป็นทีนะคะยศาสตร์ที่เชี่ยวชาญทางด้าน
00:32:09 → 00:32:11เทคโนโลยี Micro Bio นะครับจาก
00:32:11 → 00:32:14มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
00:32:14 → 00:32:17บางมดนะครับโดยทางทีมของนักเรียนศาสตร์
00:32:17 → 00:32:20ของมหาวิทยาลัยนะครับของบางบอนนะครับร่วม
00:32:20 → 00:32:23มือกับภาคเอกชนก็คือบริษัทไบโอเทค Global
00:32:23 → 00:32:25Survey ชั่นนะครับตั้งเป็นบริษัทใหม่
00:32:25 → 00:32:27ขึ้นมานะครับแล้วก็ให้ชื่อว่าเป็นบริษัท
00:32:27 → 00:32:30มดกัดนะครับเขาหมดเนี่ยมาจากคำว่าบางมดนะ
00:32:30 → 00:32:32ครับส่วนคำว่ากัดนะครับจะอยู่ที่กัดเนี่ย
00:32:32 → 00:32:35เป็นคำในภาษาอังกฤษนะครับที่นิยมใช้ในทาง
00:32:35 → 00:32:38การแพทย์จะมีความหมายว่าลำไส้จะนี่บริษัท
00:32:38 → 00:32:40มดกัดมีอะไรนะครับทั้งหมดการ์ดเนี่ยก็คือ
00:32:40 → 00:32:42เปิดให้บริการนะครับตรวจแล้วก็วิเคราะห์
00:32:42 → 00:32:46จุลินทรีย์ในลำไส้แก่คนทั่วไปเพื่อให้คน
00:32:46 → 00:32:48ที่ไปตรวจนะครับแล้วตัวคุณเนี้ยได้รู้ว่า
00:32:48 → 00:32:50สภาวะของจุลินทรีย์นำไส้ของตัวเองเนี่ย
00:32:50 → 00:32:53อยู่ในสภาวะแบบไหนสำหรับท่านไหนนะครับที่
00:32:53 → 00:32:55สนใจแล้วก็อยากจะได้ข้อมูลเพิ่มเติม
00:32:55 → 00:32:58เกี่ยวกับบริษัทมดกัดนะครับเช่นประโยชน์
00:32:58 → 00:33:00ที่จะได้จากการตัวนั้นมีอะไรบ้างนะครับ
00:33:00 → 00:33:02แล้วก็ในการตรวจยังมีรายละเอียดอะไรบ้าง
00:33:02 → 00:33:04ยังไงบ้างนะครับหรือว่าขั้นตอนในการตรวจ
00:33:04 → 00:33:07มันมีรายละเอียดอะไรบ้างผมจะแปะลิงค์ไว้
00:33:07 → 00:33:09ใต้ Description นะครับหรือว่าเอาไว้ใน
00:33:09 → 00:33:12ช่องคอมเม้นต์นะครับใครสนใจในก็ลองติดต่อ
00:33:12 → 00:33:15ไปคุยเพิ่มเติมดูได้นะครับเพราะว่าถ้าบอก
00:33:15 → 00:33:16ความรู้ทางด้านนี้มันเปลี่ยนเร็วมากนะ
00:33:16 → 00:33:18ครับท่านที่มาดูคลิปเนี่ย 3 เดือน 6
00:33:18 → 00:33:20เดือนแล้วว่าปีหนึ่งจากที่ผมโพสหรือว่าลง
00:33:20 → 00:33:23คลิปไว้เนี่ยอาจจะมีความรู้ใหม่ๆเนี้ยที่
00:33:23 → 00:33:27ต่างไปจากเดิมในออกมามากมายนะครับถ้าสนใจ
00:33:27 → 00:33:30ก็ลองติดต่อดูนะครับมดกัดนะครับสิ่งเล็กๆ
00:33:30 → 00:33:32ที่สร้างให้ชีวิตเราต่างกันสำหรับวันนี้
00:33:32 → 00:33:34ผมขอลาไปเกาะนะครับว่าเรามาพบกันใหม่ใน
00:33:34 → 00:33:37โซนหน้านะครับในซีรีส์ของไม่ค่อยโอมส่วน
00:33:37 → 00:33:40ดีครับโน้ท