00:00:08 → 00:00:10(หมอ) สวัสดีครับคุณป้าครับ
00:00:10 → 00:00:10(คนไข้) สวัสดีค่ะ
00:00:10 → 00:00:12(หมอ) หมอชื่อหมอพูนศักดิ์นะครับ
00:00:12 → 00:00:14อาการวันนี้เป็นอย่างไรมาบ้างครับ
00:00:14 → 00:00:18(คนไข้) วันนี้อาการก็ปวดค่ะ ปวดช่วงนี้ ปวดแถบนี้
00:00:18 → 00:00:22มันเหมือนกับเป็นหวัดธรรมดา แต่ว่าก็ไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นไซนัส
00:00:22 → 00:00:25แล้วตอนหลังมันปวด ทนไม่ไหว แล้วก็เลยไปโรงพยาบาล
00:00:25 → 00:00:27แล้วเขาก็บอกว่ามันมีอะไรค้างอยู่ข้างใน
00:00:27 → 00:00:28โพรงไซนัสนี่นะครับ
00:00:28 → 00:00:31เป็นลักษณะของโพรงอากาศที่อยู่ในกระดูกครับ
00:00:31 → 00:00:37ซึ่งมีทั้งหมด 4 คู่ ประกอบด้วยบริเวณตำแหน่ง ของไซนัสที่อยู่ตำแหน่งของหัวคิ้วนะครับ
00:00:37 → 00:00:38เรียก Frontal Sinus
00:00:38 → 00:00:41ตำแหน่งที่อยู่ข้าง ๆ ตา ก็เป็น Ethmoid Sinus
00:00:41 → 00:00:43ตำแหน่งที่บริเวณโหนกแก้ม Maxillary Sinus
00:00:44 → 00:00:47ยังมีไซนัสที่อยู่ที่ตำแหน่งของ ฐานกะโหลกศีรษะอยู่ด้วยครับ
00:00:47 → 00:00:50เป็น Sphenoid Sinus ทำหน้าที่เรื่องของการถ่ายเทอากาศ
00:00:50 → 00:00:53ปรับอุณหภูมิเรื่องความชื้นของอากาศ
00:00:53 → 00:00:56ก่อนที่จะเข้าถึง ทางเดินหายใจส่วนล่างก็คือ ปอด
00:00:56 → 00:01:00จมูกไซนัสอักเสบก็คือ เป็นการอักเสบของโพรงไซนัส
00:01:00 → 00:01:02สาเหตุของโรคจมูกไซนัสอักเสบ
00:01:02 → 00:01:04เกิดจากการที่มีการคั่้งค้างของเสมหะ
00:01:04 → 00:01:05ที่เกิดจากการผลิตที่มาก
00:01:06 → 00:01:08จากการมีการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียเข้าไป
00:01:09 → 00:01:12อันที่สอง เกิดจากการระบายไม่ทันครับ
00:01:12 → 00:01:15ซึ่งเกิดจากการที่มีการอุดกั้น
00:01:15 → 00:01:16เรื่องของการระบายของไซนัส
00:01:16 → 00:01:19หรือเป็นการกระตุ้น ทำให้มีการสร้างสารคัดหลั่งที่มากขึ้น
00:01:19 → 00:01:22ก็จะทำให้เกิดจมูกไซนัสอักเสบได้ง่ายขึ้นครับ
00:01:22 → 00:01:24แล้วมีคัดจมูก มีน้ำมูกบ้างไหมครับ
00:01:24 → 00:01:27ตอนเช้าพอตื่นขึ้นมา บ้วนน้ำลายออกมา เป็นน้ำตาลเหนียว ๆ แข็ง ๆ
00:01:27 → 00:01:28เหนียว ๆ แข็ง ๆ
00:01:28 → 00:01:30เป็นมากี่วันแล้วครับน้ำมูกสีน้ำตาล
00:01:30 → 00:01:33กระบวนการวินิจฉัย ผู้ป่วยที่จะเป็นจมูกไซนัสอักเสบ
00:01:34 → 00:01:36จะประกอบไปด้วยการซักประวัติครับ
00:01:36 → 00:01:37ตรวจร่างกาย
00:01:37 → 00:01:41การซักประวัติ เราได้มาจากการดูอาการคัดจมูกครับ
00:01:41 → 00:01:43หรือว่ามีอาการน้ำมูกนะครับ
00:01:43 → 00:01:45ร่วมกับมีอาการปวดที่บริเวณใบหน้า
00:01:45 → 00:01:47หรือมีอาการสูญเสียการได้กลิ่นครับ
00:01:47 → 00:01:50คุณป้าครับ จากการตรวจร่างกายเมื่อสักครู่นี้ครับ
00:01:50 → 00:01:54ก็พบว่าเป็นการอักเสบของจมูกไซนัสนะครับ
00:01:54 → 00:01:57ของคุณป้านี่ ประวัติคงจะเป็นเรื้อรังมาก่อน
00:01:57 → 00:01:59แต่ระหว่างนี้ที่เป็นประมาณ 2 เดือนนี้
00:01:59 → 00:02:01เป็นการอักเสบแบบเฉียบพลันครับ
00:02:01 → 00:02:03จมูกไซนัสอักเสบแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มครับ
00:02:03 → 00:02:06แบ่งออกเป็นเฉียบพลัน แล้วก็เป็นแบบเรื้อรัง
00:02:06 → 00:02:10เราใช้เรื่องของระยะเวลา ในการที่จะแบ่งตัวจมูกไซนัสอักเสบ
00:02:10 → 00:02:12ถ้าไม่เกิน 3 เดือน ก็เป็นเฉียบพลัน
00:02:12 → 00:02:14ถ้าเกินประมาณ 3 เดือน ก็เป็นเรื้อรัง
00:02:14 → 00:02:16การรักษาจมูกไซนัสอักเสบเฉียบพลันนะครับ
00:02:17 → 00:02:18เป็นการรักษาด้วยยาเป็นหลัก
00:02:18 → 00:02:21ไม่ว่าจะเป็นยาพ่นจมูก ยาปฏิชีวนะ
00:02:21 → 00:02:24หรือว่ายาภูมิแพ้นะครับ
00:02:24 → 00:02:28แต่เนื่องจากว่าถ้ามีอาการมากขึ้น
00:02:28 → 00:02:30เช่น มีลักษณะปวดกระบอกตามาก
00:02:30 → 00:02:33มีเรื่องของการมองเห็นที่เปลี่ยนไป
00:02:33 → 00:02:37อาจจะต้องมีการผ่าตัด ถ้ามีการลุกลาม ไปบริเวณข้างเคียงก็คือดวงตานะครับ
00:02:37 → 00:02:39ลุกลามไปสู่สมอง เป็นต้น
00:02:39 → 00:02:43เบื้องต้น การรักษา หมอจะมีตัวยาพ่นจมูกนะครับ
00:02:43 → 00:02:47มีตัวยาที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องของยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อ
00:02:47 → 00:02:48อาการปวดจะค่อย ๆ หายไปครับ
00:02:48 → 00:02:51ประมาณ 2-3 วันก็จะดีขึ้นนะครับ
00:02:51 → 00:02:54จริง ๆ ถ้าคุณป้าสะดวกมา ก็ 2-3 วันมาติดตามอาการได้ครับ
00:02:54 → 00:02:59แต่ถ้าจะให้นัดยาวก็ประมาณ 1-2 อาทิตย์ แล้วแต่คุณป้าสะดวกครับ
00:02:59 → 00:03:03ภาวะแทรกซ้อนของการไม่รักษา จมูกไซนัสอักเสบเฉียบพลันนะครับ
00:03:04 → 00:03:07ก็จะเป็นการลุกลามสู่อวัยวะข้างเคียง ก็คือ
00:03:07 → 00:03:09ดวงตา การมองเห็น
00:03:09 → 00:03:11ก็จะมีโอกาสสูญเสียการมองเห็นครับ
00:03:11 → 00:03:14ลุกลามสู่สมองทำให้เกิดภาวะอักเสบ
00:03:14 → 00:03:15หรือเป็นฝีหนองในสมองได้ครับ
00:03:15 → 00:03:17คนที่มีฟันผุนะครับ
00:03:18 → 00:03:20มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคไซนัสอักเสบนะครับ
00:03:20 → 00:03:23โดยเฉพาะฟันซี่ที่เป็นฟันกรามบนนะครับ
00:03:23 → 00:03:25ไม่ว่าจะเป็นทางด้านซ้ายหรือทางด้านขวา
00:03:26 → 00:03:30เนื่องจากโครงสร้างทางกายวิภาคศาสตร์ ของไซนัสที่โหนกแก้ม
00:03:30 → 00:03:33จะมีรากฟันของฟันกรามซี่บน
00:03:33 → 00:03:37ที่สามารถแตะไปถึงตำแหน่งของไซนัส ที่บริเวณโหนกแก้ม
00:03:37 → 00:03:41จึงมีโอกาสที่จะเป็นตัวนำเชื้อ จากฟันเข้าสู่ไซนัส
00:03:41 → 00:03:44ทำให้เกิดจมูกไซนัสอักเสบได้ง่ายขึ้นครับ
00:03:44 → 00:03:46ทรมานสุด ๆ ไซนัสนี่
00:03:46 → 00:03:49คนที่เป็นโรคไซนัสนะ เป็นตั้งแต่เนิ่น ๆ นะ
00:03:49 → 00:03:50ควรรีบมาหาหมอเลย
00:03:50 → 00:03:51อย่าปล่อยให้เป็น
00:03:51 → 00:03:53ถ้ามันเรื้อรังแล้ว จะเป็นแบบป้า
00:03:54 → 00:03:58มันทรมานนะโรคไซนัส ใครอย่าคิดว่าไม่ทรมาน
00:03:58 → 00:04:02ถ้าสมมุติมีอาการจาม คัดจมูก น้ำมูกนะครับ เป็นหวัดธรรมดาในช่วง 5 วัน
00:04:02 → 00:04:04ก็สามารถรักษาตามอาการได้
00:04:05 → 00:04:07แต่ถ้ามีเรื่องของการสูญเสียการได้กลิ่น
00:04:07 → 00:04:09หรือมีอาการปวดศีรษะ
00:04:09 → 00:04:11ก็จะวินิจฉัยเป็นเรื่องของจมูกไซนัสอักเสบ
00:04:11 → 00:04:16มักจะต้องมาซักประวัติ ตรวจร่างกายโดยแพทย์ แล้วก็ให้การรักษาอย่างเหมาะสมครับ
00:04:16 → 00:04:23[เสียงดนตรี]
00:04:23 → 00:04:25ถ้าคุณมีปัญหาสุขภาพ
00:04:25 → 00:04:26อย่าลืมมาพบหมอนะครับ
00:04:26 → 00:04:28[เสียงดนตรี]