00:00:14 → 00:00:18ภาวะมีบุตรยากปัญหาชวนปวดใจของคนอยากมี
00:00:18 → 00:00:22ลูกแก้ไขได้ด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์รู้
00:00:22 → 00:00:26จักการทำอิซี่ตัวช่วยชั้นดีที่ทำให้มีลูก
00:00:26 → 00:00:30ได้ง่ายขึ้น 8 อาหารบำรุงครรภ์ที่คุณแม่
00:00:30 → 00:00:33ต้องกินเพื่อให้ลูกน้อยแข็งแรงติดตาม
00:00:33 → 00:00:36เรื่องราวทั้งหมดได้ในรายการ TNN Health
00:00:36 → 00:00:36วัน
00:00:36 → 00:00:37[เพลง]
00:00:37 → 00:00:41นี้สวัสดีค่ะคุณผู้ชมก่อนอื่นเลยนะคะต้อง
00:00:41 → 00:00:45ขอกล่าว Merry คริสมาสล่วงหน้าค่ะและขอ
00:00:45 → 00:00:48ต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่รายการ TNN Health
00:00:48 → 00:00:51เข้าถึงทุกสาระสุขภาพเสริมภูมิคุ้มกันรู้
00:00:51 → 00:00:55ทันโรคไปกับ TNN He นะคะและดิฉันหมอดาว
00:00:55 → 00:00:58แพทย์หญิงฉัดาวจังวังกรแพทย์เฉพาะทางสาขา
00:00:58 → 00:01:01เวชศาสตร์ครอบครัวพร้อมที่จะรับหน้าที่
00:01:01 → 00:01:04เป็นผู้ดำเนินรายการพาคุณผู้ชมมาเข้าถึง
00:01:04 → 00:01:12สาระสุขภาพดีๆกัน
00:01:12 → 00:01:16ค่ะและสำหรับสัปดาห์นี้นะคะ tn And He
00:01:16 → 00:01:19เอาใจคนที่อยากมีลูกหรือว่าอยากมีบุตร
00:01:19 → 00:01:22นั่นเองเพราะหลายท่านค่ะประสบปัญหาภาวะมี
00:01:22 → 00:01:26บุตรยากะวันนี้นะคะเราจะมาพบกับเรื่องของ
00:01:26 → 00:01:30ภาวะมีบุตรยากปัญหาชวนปวดใจที่รักษาได้
00:01:30 → 00:01:33ด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์เป็นอย่างไรค่ะไป
00:01:33 → 00:01:34ชม
00:01:34 → 00:01:38กันภาวะมีบุตรยากหรือ infertility คือการ
00:01:39 → 00:01:42ที่คู่สมรสไม่สามารถมีบุตรได้ทั้งที่ไม่
00:01:42 → 00:01:45ได้คุมกำเนิดและมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำ
00:01:45 → 00:01:49เสมอเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปีจากการสำรวจ
00:01:49 → 00:01:52วิจัยคู่สมรสรคู่ที่อยู่กันครบ 1 ปีมี
00:01:52 → 00:01:55เพศสัมพันธ์สม่ำเสมอจะมีลูกหรือกำลังตั้ง
00:01:55 → 00:01:59ครรภ์ถึง 90 คู่หรือคิดเป็นร้อยละ 90
00:01:59 → 00:02:01หรือเหลือเพียงร้อยละ 10 เท่านั้นที่ยัง
00:02:01 → 00:02:04ไม่มีลูกบางคนอาจเคยมีลูกมาแล้วมีความ
00:02:04 → 00:02:07ประสงค์อยากจะมีลูกใหม่และได้พยายามอยู่
00:02:07 → 00:02:10นานเกินกว่า 1 ปีก็ยังไม่สำเร็จกลุ่มนี้
00:02:10 → 00:02:13ก็ถือว่ามีอาการภาวะมีลูกยากเช่นกันค่ะ
00:02:13 → 00:02:16ต้องพิจารณาตรวจหาสาเหตุและแก้ไขรักษาตาม
00:02:16 → 00:02:19หลักวิชาซึ่งในปัจจุบันวิทยาการและ
00:02:19 → 00:02:22เทคโนโลยีคะแนนนี้ก้าวหน้าไปไกลมากดัง
00:02:22 → 00:02:25นั้นภายใน 1 ปีหากคู่ของเรายังไม่มีบุตร
00:02:25 → 00:02:28นะคะควรไปปรึกษาแพทย์และตรวจดูว่ามีอะไร
00:02:28 → 00:02:32ผิดปกติหรือไม่สาเหตุที่ทำให้มีบุตรยาก
00:02:32 → 00:02:36จากฝ่ายชายอาจเกิดจาก 1 การสร้างเชื้อ
00:02:36 → 00:02:40อสุจิที่ผิดปกติ 2 การขนส่งเชื้ออสุจิผิด
00:02:40 → 00:02:44ปกติ 3 ท่อน้ำเชื้อหรือท่อปัสสาวะตีบตัน 4
00:02:44 → 00:02:47การมีเพศสัมพันธ์และการหลังน้ำเชื้อที่
00:02:47 → 00:02:51ผิดปกติ 5 บางรายพบว่าสาเหตุเกี่ยวข้อง
00:02:51 → 00:02:54กับภาวะอ้วนภาวะทุบโภชนาการความเครียด
00:02:54 → 00:02:57บุหรี่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยมีผลต่อ
00:02:57 → 00:03:00ความแข็งแรงของเชื้ออสุจิโรคติดเชื้อที่
00:03:00 → 00:03:03ทำให้เกิดปัญหาการมีบุตรยากที่สำคัญได้
00:03:03 → 00:03:06แก่โรคหนองในแท้และโรคติดเชื้อคาเดียซึ่ง
00:03:06 → 00:03:09เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อย
00:03:09 → 00:03:12การติดเชื้อทำให้ทางเดินน้ำอสุจิเกิดภาวะ
00:03:12 → 00:03:16ตีบแคบและมีผลต่อการสร้างตัวอสุจิอีก
00:03:16 → 00:03:20ด้วยส่วนสาเหตุจากฝ่ายหญิงอาจเกิดจาก 1
00:03:20 → 00:03:24ความผิดปกติของรังไข่และการตกไข่ 2 ความ
00:03:24 → 00:03:28ผิดปกติของอุ้งเชิงกรานและปีกมดลูกค่ะ 3
00:03:28 → 00:03:32ความผิดปกของปากมดลูกและมดลูก 4 ความผิด
00:03:32 → 00:03:36ปกติของช่องคลอด 5 ปัจจัยอื่นๆเช่นการมี
00:03:36 → 00:03:39เพศสัมพันธ์ห่างเกินไปความเครียดโรคประจำ
00:03:39 → 00:03:43ตัวทางร่างกายอื่นๆสำหรับภาวะมีลูกยากที่
00:03:43 → 00:03:46หาสาเหตุไม่พบหมายความว่าคู่สามีภรรยาที่
00:03:46 → 00:03:49มีลูกยากนั้นได้ทดสอบทุกวิธีกระบวนการหา
00:03:49 → 00:03:52สาเหตุเท่าที่จะทำได้แล้วไม่พบความผิด
00:03:52 → 00:03:55ปกติทั้ง 2 ฝ่ายแต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มี
00:03:55 → 00:03:58สาเหตุจริงๆเมื่อมีเครื่องมือทดสอบที่ดี
00:03:58 → 00:04:01ขึ้นก็มีโอกาสค้นหาหาสาเหตุได้โดยในอดีต
00:04:01 → 00:04:04ที่ผ่านมาหลาย10บปีอุบัติการ์นี้จะพบ
00:04:04 → 00:04:07ประมาณร้อยละ 10-20 ปัจจุบันอุบัติการณ์
00:04:07 → 00:04:10นี้ได้ลดลงเหลือเพียงร้อยละ 5 ทั้งนี้การ
00:04:10 → 00:04:12ตั้งครรภ์จะสำเร็จได้นั้นต้องอาศัยการ
00:04:12 → 00:04:15เจริญพันธุของทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงใน
00:04:15 → 00:04:17ผู้ชายนั้นสเปิร์มหรือตัวอสุจิจะต้องแข็ง
00:04:17 → 00:04:21แรงผลิตออกมาจำนวนมากพอและหลัเข้าไปใน
00:04:21 → 00:04:24ช่องคลอดอย่างมีประสิทธิภาพในผู้หญิงรัง
00:04:24 → 00:04:26ไข่จะต้องปล่อยไข่ที่สุกแล้วออกมาค่ะท่อ
00:04:26 → 00:04:29รังไข่ไม่ติดตันเพื่อให้เชื้ออสุจิเดิน
00:04:29 → 00:04:33ทางไปหาไข่เพื่อทำการปฏิสนธิได้และตัว
00:04:33 → 00:04:35อ่อนสามารถเคลื่อนย้ายตัวไปฝังตัวที่หมด
00:04:35 → 00:04:38ลูกได้
00:04:38 → 00:04:41สะดวกเป็นอย่างไรกันบ้างคะได้รับทราบข้อ
00:04:41 → 00:04:44มูลดีๆเกี่ยวกับภาวะมีบุตรหย้ากันแล้วมอ
00:04:44 → 00:04:47ดาวและทีมงานก็ขอเป็นกำลังใจให้คู่รักทุก
00:04:47 → 00:04:50คู่นะคะสามารถที่จะจัดการปัญหาเหล่านี้
00:04:50 → 00:04:54ได้ภาวะมีบุตรยากปัญหาชวนปวดใจที่รักษา
00:04:54 → 00:04:56ได้ด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์และในช่วงนี้
00:04:56 → 00:04:59นะคะเราจะไปพบกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ
00:04:59 → 00:05:02อาจารย์นายแพทย์พูนศักดิ์สุชนวณิชแพทย์
00:05:02 → 00:05:04ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติศาสตร์นรีเวชวิทยา
00:05:04 → 00:05:06สวัสดีค่ะ
00:05:06 → 00:05:09อาจารย์แล้วอยากทราบเหลือเกินค่ะว่าช่วง
00:05:09 → 00:05:11ไหนนะคะที่เหมาะกับการมีบุตรคือมีบุตร
00:05:11 → 00:05:15ง่ายที่สุดคะจริงๆช่วงเวลาที่เราถือว่า
00:05:15 → 00:05:18เอ่อคู่สมรสจะมีบุตรได้ง่ายเนี่ยก็เป็น
00:05:18 → 00:05:21ช่วงที่เราเรียกว่าวัยเจริญพันธ์นะครับใน
00:05:21 → 00:05:23ทางการแพทย์นี่ก็คือเราถือว่าเป็นช่วงวัย
00:05:23 → 00:05:26ที่พ้นจากวัยรุ่นมาก็คือวัยรุ่นเราก็คือ
00:05:26 → 00:05:28ตั้งแต่ 13-19 ปีใช่มั้ยครับพอพ้นจากวัย
00:05:29 → 00:05:31รุ่นมาก็คือ 20 ปีขึ้นไปคราวนี้พอเวลา
00:05:31 → 00:05:34ผ่านไปเรื่อยๆเนี่ยเราบอกว่า 20 ปีขึ้นไป
00:05:34 → 00:05:36เป็นวัยที่พร้อมแล้วเป็นวัยเจริญพันธ์
00:05:36 → 00:05:39แล้วเนี่ยในฝ่ายชายเนี่ยจะไม่มีลิมิตด้าน
00:05:39 → 00:05:40บนคือผู้ชายเนี่ยอายุมากขึ้นไปเท่าไหร่
00:05:40 → 00:05:43เนี่ยอสุจิเขาก็จะยังดีอยู่แต่ผู้หญิง
00:05:43 → 00:05:46ครับถ้าเมื่อไหร่อายุเริ่มเกิน 35 ปี
00:05:46 → 00:05:49เนี่ยคุณภาพรังไข่จะเสื่อมลงดังนั้นถ้า
00:05:49 → 00:05:51เราจะนิยามว่าช่วงเวลาไหนเหมาะกับการมี
00:05:52 → 00:05:54บุตรมากที่สุดเนี่ยก็ต้องถือว่า
00:05:54 → 00:05:5720-35 ปีนะครับเป็นช่วงอายุทองเลยช่วง
00:05:57 → 00:06:00เนี้ยถ้ายังไงวางแผนมีบุสช่วงนี้ได้ก็จะ
00:06:00 → 00:06:03ดีที่สุดนะครับค่ะแล้วปัจจุบันมีนวัตกรรม
00:06:03 → 00:06:06ทางการแพทย์อะไรที่ช่วยทำให้คนเรามีบุตร
00:06:06 → 00:06:09ได้ง่ายขึ้นคะคราวนี้ถ้าเกิดเราต้องมา
00:06:09 → 00:06:11พึ่งเทคโนโลยีนะครับทางการแพทย์เราก็มี
00:06:11 → 00:06:13วิธีช่วยสำหรับคนที่อยากจะมีบุตรแต่ไม่
00:06:13 → 00:06:16ประสบความสำเร็จขั้นตอนที่ 1 นะครับอัน
00:06:16 → 00:06:18นี้ง่ายที่สุดเลยนะครับเป็นขั้นตอนที่
00:06:18 → 00:06:21เรียกว่าเราแทบจะไม่ทำอะไรเลยก็แค่ช่วย
00:06:21 → 00:06:23กำหนดวันที่ใครตกให้แม่นยำนะครับวิธีการ
00:06:23 → 00:06:25นี้ก็คือเราอาจจะมีการให้รับประทานยา
00:06:25 → 00:06:28กระตุ้นไข่นะครับแล้วก็เอ่อมาอันซาวตรวจ
00:06:28 → 00:06:31ดูว่าไข่ศุกร์วันไหนเรารู้วันใครตกปึ๊บก็
00:06:31 → 00:06:34ให้คู่สมรสไปมีเพศสัมพันธ์กันเองนะครับใน
00:06:34 → 00:06:37วันที่ใครตกก็ดีนะครับเพียงเท่าเนี้ยก็จะ
00:06:37 → 00:06:39เพิ่มโอกาสการตั้งคันขึ้นมาได้อันนี้จะ
00:06:39 → 00:06:41เป็นวิธีที่ 1 Simple ที่สุดไม่ต้องทำ
00:06:41 → 00:06:43อะไรมากมายนะครับไม่เจ็บตัวอะไรนะครับ
00:06:44 → 00:06:46คราวนี้ถ้าไม่สำเร็จวิธีที่ 2 นะครับเรา
00:06:46 → 00:06:48เรียกกระบวนการนี้ว่า iui นะครับ iui
00:06:48 → 00:06:51เนี่ยเอ่อชื่อเต็มๆก็มาจาก intrauterine
00:06:52 → 00:06:54insemination ก็คือเป็นการฉีดเชื้ออสุจิ
00:06:54 → 00:06:57เนี่ยเข้าไปในโพงมดลุกของคุนผู้หญิงวิธี
00:06:57 → 00:06:59การนะครับก็คือเอ่อเราจะให้ให้รับประทาน
00:06:59 → 00:07:01ยากระตุ้นไข่โดยคุณผู้หญิงจะรับประทานยา
00:07:01 → 00:07:03กระตุ้นไข่ตั้งแต่ประจำเดือนมาวันที่ 2
00:07:03 → 00:07:05ถึงวันที่ 3 ทานต่อเนื่องกันประมาณสัก 5
00:07:05 → 00:07:08วันนะครับเสร็จแล้วเราจะนัดมาตรวจอันซาว
00:07:08 → 00:07:10เพื่อดูว่าไข่สุกเมื่อไหร่พอเรารู้วันที่
00:07:10 → 00:07:13ไข่สุกนะครับเราก็จะให้อ่ามีการคัดอสุจิ
00:07:13 → 00:07:15โดยคุณผู้ชายแทนที่จะมีเพศสัมพันธ์ไปตาม
00:07:15 → 00:07:17ธรรมชาติเหมือนวิธีแรกเนี่ยก็จะใช้วิธี
00:07:17 → 00:07:20หลังอสุจิในห้องแลบแล้วแลบเนี่ยจะคัด
00:07:20 → 00:07:22เลือกอสุจิที่มีลักษณะส่วนหัวปกติซึ่ง
00:07:22 → 00:07:25เป็นส่วนที่นำพันธุกรรมที่ดีไปนะครับแล้ว
00:07:25 → 00:07:27ก็เลือกตัวที่เคลื่อนไหวดีก็คือพูดง่ายๆ
00:07:27 → 00:07:29ว่าคาดเอาอสิที่คุณภาพดีที่สุดมาแล้วก็มา
00:07:29 → 00:07:32บรรจุเสหลอดพลาสติกเล็กๆนะครับฉีดผ่านทาง
00:07:32 → 00:07:35ช่องคลอดเข้าไปในโพรงมดลูกเพื่อให้อกี
00:07:35 → 00:07:37เนี่ยว่ายไปเจอกับไข่ได้ง่ายขึ้นนะครับ
00:07:37 → 00:07:39อันนี้เป็นวิธีที่ 2 เราเรียกว่า iui
00:07:39 → 00:07:42หรือการฉีดเชื้ออสุจิเข้าสู่โพงบลูกวิธี
00:07:42 → 00:07:45ที่ 3 นะครับเราเรียกว่าการทำกิฟนะครับ
00:07:45 → 00:07:48กิฟเนี่ยเอ่อจะเป็นกระบวนการที่เรามีการ
00:07:48 → 00:07:50ส่องกล้องผ่านทางหน้าท้องนะครับแล้วก็ฉีด
00:07:50 → 00:07:53เอาเซลล์ไข่กับปาสุจิเนี่ยเข้าไปในท่อนำ
00:07:53 → 00:07:56ไข่นะครับอีกวิธีนึงก็คือวิธีที่ 4 คือ
00:07:56 → 00:07:58Shift นะครับ Shift เนี่ยจะเป็นการฉีด
00:07:58 → 00:08:00เอาตัวอ่อนเข้าไปที่ท่อน้ำไข่แต่ 2 วิธี
00:08:01 → 00:08:03เนี้ยที่หมอพูดเร็วๆเลยเพราะว่าเป็นวิธี
00:08:03 → 00:08:05ที่เราไม่ทำกันแล้วครับเพราะว่าปัจจุบัน
00:08:05 → 00:08:07เนี้ยเราสามารถไปสู่วิธีที่ 5 คือการ
00:08:07 → 00:08:10เลี้ยงตัวอ่อนนอกร่างกายได้อย่างกิบกับ
00:08:10 → 00:08:12ซิปเนี่ยเรายังต้องให้ตัวอ่อนไปโตเองภาย
00:08:12 → 00:08:14ในร่างกายซึ่งบางทีเนี่ยโอกาสการตั้ง
00:08:14 → 00:08:16ครรภ์ก็จะไม่สูงนักนะครับแต่ว่าคนไข้ต้อง
00:08:16 → 00:08:19เจ็บตัวโดนผ่าตัด2องกล้องมีแผลตรงหน้า
00:08:19 → 00:08:22ท้อง 3 แผลอะไรอย่างเงี้ยนะครับพอมาวิธี
00:08:22 → 00:08:24ที่ 5 ที่เราเรียกว่าเด็กหลอดแก้วหรือ ivf
00:08:24 → 00:08:26นะครับชื่อเต็มๆก็คือคำว่า init
00:08:26 → 00:08:29fertilization ก็คือการปฏิสนธิในหลอทด
00:08:29 → 00:08:32ลองนะครับวิธีการเนี้ยเราจะใช้วิธี
00:08:32 → 00:08:35กระตุ้นไข่ด้วยการใช้ยาฉีดนะครับเริ่มฉีด
00:08:35 → 00:08:36ยาตั้งแต่ประจำเดือนมาวันที่ 2 วันที่ 3
00:08:36 → 00:08:39แล้วก็ฉีดยาต่อเนื่องวันละ 1 เข็มนะครับ
00:08:39 → 00:08:43ในเวลาใกล้เคียงกันประมาณสัก 7-10 วัน
00:08:43 → 00:08:45ครับเราก็จะตรวจอัตซาวดูพบว่าไข่สุกเมื่อ
00:08:46 → 00:08:48ไหร่นะครับเราก็จะฉีดฮอร์โมนอีกชนิดนึง
00:08:48 → 00:08:49เพื่อทำให้ไข่ทั้งหมดที่เราได้มาเนี่ย
00:08:49 → 00:08:53เอ่อมันตกลงมาในเวลาเดียวกันนะครับการฉีด
00:08:53 → 00:08:55ยากระตุ้นไข่จะต่างกับตอนที่เราทำ iui
00:08:55 → 00:08:57ที่เราใช้ยารับประทานตรงที่ว่าการฉีดยา
00:08:57 → 00:08:59กระตุ้นไข่จะได้ไข่จำนวนมากกว่าอาจจะจะ
00:08:59 → 00:09:02ได้ตั้งแต่ 5-10 ใบนะครับแล้วก็พอเราฉีด
00:09:02 → 00:09:04ย้าให้ไข่ตกออกมาปุ๊บเนี่ยนะครับก่อนที่
00:09:04 → 00:09:07ไข่จะตกนะครับเราจะมีการเจาะเก็บไข่ผ่าน
00:09:07 → 00:09:09ทางช่องคลอดนะครับแล้วเอาไข่นั้นเนี่ยมา
00:09:09 → 00:09:12ผสมกับอุจิที่เราคัดแล้วนอกร่างกายเลี้ยง
00:09:12 → 00:09:15เป็นตัวอ่อนนะครับจนกระทั่งได้ตัวอ่อนที่
00:09:15 → 00:09:17เจริญเติบโตเป็นระยะ osis เราเรียกว่าตัว
00:09:17 → 00:09:20อ่อนระยะ 5-6 วันเราก็จะเอาตัวอ่อนเนี้ย
00:09:20 → 00:09:22มาใส่คืนกลับภายในโพรงลูกเพื่อให้ฝัตัว
00:09:22 → 00:09:24โดยคราวนี้เราจะใส่ผ่านทาางช่องคลอดละจะ
00:09:24 → 00:09:26ไม่เหมือนตอนทำกิ๊บหรือซิปที่ต้อง2อง
00:09:26 → 00:09:29กล้องทางหน้าท้องนะครับคราวนี้ถัดจากเด็ก
00:09:29 → 00:09:31หลอดแก้วไปยังมีวิธีที่ 6 เราเรียกกันว่า
00:09:31 → 00:09:34อี่นะครับ intracytoplasmic spm
00:09:34 → 00:09:38injection นะครับ icsi ก็ย่อไวอี่กระบวน
00:09:38 → 00:09:40การเนี้ยจริงๆอี่เนี่ยจะเหมือนส่วนขยายมา
00:09:40 → 00:09:43จากเด็กหลอดแก้วครับเด็กหลอดแก้วเนี่ยตอน
00:09:43 → 00:09:45เราเก็บไข่ออกมาแล้วผสมกับอุจิในห้อง laap
00:09:45 → 00:09:47เนี่ยเขาอาจจะผสมกันเองซึ่งบางทีเราก็ไม่
00:09:47 → 00:09:49สามารถยืนยันได้ว่าจิตัวไหนจะเจาะเข้าไป
00:09:49 → 00:09:51ในไข่ก่อนจะเป็นตัวที่ดีที่สุดหรือเปล่า
00:09:51 → 00:09:54แต่ว่าเราทำ XY เนี่ยนะครับเราสามารถคัด
00:09:54 → 00:09:56asui ที่เราต้องการนะครับแล้วจับอุจิ 1
00:09:56 → 00:09:59ตัวเนี่ยบรรจุใส่ในแท่งแก้วเล็กๆเลกนะ
00:09:59 → 00:10:01ครับแล้วก็เอา asui เนี่ยเจาะเข้าไปใน
00:10:01 → 00:10:04เซลล์ไข่ให้เกิดการปฏิสนธิขึ้นพูดง่ายๆ
00:10:04 → 00:10:06ว่า x เนี่ยก็เป็นกระบวนการที่ช่วยขั้น
00:10:06 → 00:10:08ตอนการปฏิสนธิในการทำเนกหลอดแก้วเพราะ
00:10:08 → 00:10:10ฉะนั้นการทำอี่เนี่ยมันก็เหมือนช่วยให้
00:10:10 → 00:10:13เราได้ปฏิสนธิได้ตัวอ่อนที่คุณภาพดีขึ้น
00:10:13 → 00:10:16นะครับแล้วก็มาถึงวิธีที่ 7 วิธีสุดท้าย
00:10:16 → 00:10:19เราเรียกว่า blos culture นะครับ blos
00:10:19 → 00:10:21culture เนี่ยก็คือคล้ายกับวิธีเด็กหลอด
00:10:21 → 00:10:24แก้วนะครับหรือ ivf แต่ ivf เนี่ยโดยทั่ว
00:10:24 → 00:10:26ไปเนี่ยเรามักจะหมายถึงการเลี้ยงตัวอ่อน
00:10:26 → 00:10:28ไปจนถึงประมาณสัก 3 วันแล้วเราก็เอาตัว
00:10:28 → 00:10:30อ่อนมาใส่แต่ว่าการเลี้ยงเป็น osis เนี่ย
00:10:30 → 00:10:32ก็คือการเลี้ยงตัวอ่อนให้ถึง 5 วันแล้ว
00:10:32 → 00:10:34ค่อยเอามาใส่เพราะฉะนั้นโอกาสความสำเร็จ
00:10:34 → 00:10:36ก็จะสูงกว่าการทำเด็กหลอดแก้วธรรมดานะ
00:10:36 → 00:10:41ครับอาจารย์คะ ivf iui แล้วก็ XY เนี่ย
00:10:41 → 00:10:43ทั้ง 3 อย่างนี้มีความต่างกันอย่างไรและ
00:10:43 → 00:10:47เหมาะกับใครบ้างคะครับคู่สมรสที่จำเป็น
00:10:47 → 00:10:49ต้องใช้เทคโนโลยีที่ขั้นสูงขึ้นมานะครับ
00:10:49 → 00:10:53อย่างที่เราบอกแล้ว iui ivf หรือว่าทำ xc
00:10:53 → 00:10:56เนี่ยจะต้องเป็นคู่สำรสที่ 1 เราวินิจฉัย
00:10:56 → 00:10:59แล้วว่าเมีบุตรยากซึ่งก็แปลว่าเอ่อเจะ
00:10:59 → 00:11:01ต้องทดลองภรรยามีบุตรเนี่ยนะครับมาใช้
00:11:01 → 00:11:04เวลาประมาณ 1 ปีขึ้นไปนะครับเราถือว่าคู่
00:11:04 → 00:11:06สมรสคู่ไหนที่อยู่ด้วยกันโดยไม่ได้คุณ
00:11:06 → 00:11:08กำเนิดเกินกว่า 1 ปีแล้วยังไม่สำเร็จ
00:11:08 → 00:11:11เนี่ยอันเนี้ยถือว่ามีบุญยากละในกรณีที่
00:11:11 → 00:11:13ฝ่ายคุณผู้หญิงอายุเกิน 35 ปีนะครับอย่าง
00:11:13 → 00:11:15เราเคยบอกไว้แล้วว่าอายุที่เหมาะสมในการ
00:11:15 → 00:11:18เจริญพันธ์คือ 20-35 ปีถ้าฝ่ายหญิงอายุ
00:11:18 → 00:11:20เกิน 35 ปีแล้วเนี่ยเราจะถือว่าอยู่ใน
00:11:21 → 00:11:23กลุ่มที่เสี่ยงต่อการมีบุตรยากอยู่แล้ว
00:11:23 → 00:11:24เพราะฉะนั้นบางทีเราไม่ต้องให้เขาครอถึง
00:11:24 → 00:11:27ปีนึงครับบางทีถ้าพยายามสัก 6 เดือนไม่
00:11:27 → 00:11:29สำเร็จเนี่ยเราจะเริ่มตรวจวินิจแล้วก็
00:11:29 → 00:11:31เริ่มการรักษาเลยเพราะฉะนั้นคนที่จะเข้า
00:11:31 → 00:11:33สู่กระบวนการที่ใช้เทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็น
00:11:33 → 00:11:36iui ivf หรือ XY เนี่ยจะเป็นคนที่อยู่
00:11:36 → 00:11:38ในขายที่เราถือว่าเมีบุตรยากก่อนก็คือ
00:11:38 → 00:11:40พยายามมาเกิน 1 ปีแล้วหรือว่าถ้าฝ่ายหญิง
00:11:40 → 00:11:42อายุเกิน 35 แล้วพยายามเกิน 6 เดือนไม่
00:11:42 → 00:11:44สำเร็จคราวนี้พอไม่สำเร็จปุ๊บเนี่ยนะครับ
00:11:44 → 00:11:47เราจะเข้าสู่กระบวนการตรวจวินิจฉัยถ้าเรา
00:11:47 → 00:11:50ตรวจวินิจฉัยแล้วเนี่ยนะครับตรวจวินิจฉัย
00:11:50 → 00:11:53เราดูอะไรบ้างคุณภาพของไข่คุณภาพอสุจิ
00:11:53 → 00:11:55แล้วก็คุณภาพของมดลูกซึ่งมดลูกนี่ก็หมาย
00:11:55 → 00:11:58ความรวมถึงท่อน้ำไข่ด้วยว่าอุดตันมนะครับ
00:11:58 → 00:12:02ถ้าหากเราพบพบว่าท่อนำไข่ไม่อุดตันนะครับ
00:12:02 → 00:12:05เอ่อเราสามารถเลือกทำได้ทั้ง 3 วิธีทำ iui
00:12:05 → 00:12:08ด้วยก็ได้ทำ ivf หรือทำ xc ก็ได้แต่ถ้า
00:12:08 → 00:12:11ท่อนำไข่อุดตันนะครับกระบวนการ iui จะทำ
00:12:11 → 00:12:13ไม่ได้เลยเพราะว่า iui เนี่ยเรายังฉีด
00:12:13 → 00:12:15เชื้ออสุจิแล้วให้เข้าไปผสมกับไข่ใน
00:12:15 → 00:12:18ธรรมชาติด้วยตัวเองเพราะฉะนั้นถ้าเกิดท่อ
00:12:18 → 00:12:20ตันไปหรือว่ามีอุบัติเหตุหรือมีโรคอะไร
00:12:20 → 00:12:22ต่างๆที่เราให้ต้องสูญเสียท่อนำไข่ไป
00:12:22 → 00:12:24เนี่ยนะครับเราจะต้องมุ่งไปสู่การทำ ivf
00:12:24 → 00:12:29หรือการทำ x ทั้งหมดนะครับอาจารย์ขาแล้ว
00:12:29 → 00:12:32การรักษาภาวะมีบุตรยากแบบไหนที่ได้รับ
00:12:32 → 00:12:35ความนิยมมากที่สุดในปัจจุบันคะในปัจจุบัน
00:12:35 → 00:12:37นะครับต้องเป็นที่ยอมรับว่ากระบวนการ
00:12:37 → 00:12:40รักษาดยการทำเด็กหลอดแก้วนะครับหรือ ivf
00:12:40 → 00:12:42รวมไปถึงกระบวนการทำอเนี่ยนะครับเป็นส่วน
00:12:42 → 00:12:45ที่ได้ับความนิยมมากที่สุดเพราะว่าเอ่อ
00:12:45 → 00:12:48เจ็บตัวน้อยนะครับมีโอกาสในความสำเร็จสูง
00:12:48 → 00:12:50กว่าแล้วก็ค่าใช้จ่ายในปัจจุบันเนี่ย
00:12:50 → 00:12:53เนื่องจากค่าใช้จ่ายเรื่องยาเรื่องความ
00:12:53 → 00:12:55สามารถในเรื่องแลบอะไรต่างๆเนี่ยปัจจุบัน
00:12:55 → 00:12:57นี้มันถูกลงเยอะเพราะฉะนั้นคนไข้ก็มักจะ
00:12:57 → 00:12:59เอื้อมถึงได้ง่ายง่ายขึ้นอย่างสมัยก่อน
00:12:59 → 00:13:01เรามองว่าทำเด็กหลอดแก้วโหสิ้นปืนค่าใช้
00:13:01 → 00:13:03จ่ายมากแต่ว่าเดี๋ยวเนี้ยเอ่อถ้าเราจะให้
00:13:03 → 00:13:05ได้ความสำเร็จจริงๆเนี่ยนะครับทำเด็กหลอด
00:13:05 → 00:13:07แก้วเนี่ยมันมีประโยชน์หลายอย่างนอกจาก
00:13:07 → 00:13:09เราจะเพิ่มโอกาสความการตั้งครรภ์ให้ดี
00:13:09 → 00:13:11แล้วเนี่ยเรายังมีโอกาสตรวจวินิจฉัยตัว
00:13:11 → 00:13:14อ่อนได้ด้วยวิธีอื่นๆอย่างทำ iui เนี่ยนะ
00:13:14 → 00:13:16ครับเราฉีดเชื้ออจิเข้าไปเนี่ยเราไม่มี
00:13:16 → 00:13:18ทางทราบว่าตัวอ่อนที่ผสมมาเนี่ยจะเป็นตัว
00:13:18 → 00:13:21อ่อนที่ดีมยมีโอกาสเป็นลูกเป็นาว Syndrome
00:13:21 → 00:13:24หรือโรคทางพันธุกรรมมั้ยแต่ว่าตัวอ่อนที่
00:13:24 → 00:13:27เ่อเราได้จากการทำ ivf หรือหรือทำอี่
00:13:27 → 00:13:29เนี่ยก่อนที่เราจะใส่ตัวอ่อนกลับคืนไป
00:13:29 → 00:13:30เนี่ยนะครับเรามีโอกาสจะเอาตัวอ่อนเนี่ย
00:13:31 → 00:13:34ไปส่งตรวจตรวจหาโรคผิดปกติทางพันธุกรรม
00:13:34 → 00:13:38ได้ก่อนเพราะฉะนั้นเอ่อวิธีอ่า ivf หรืออ
00:13:38 → 00:13:40เนี่ยปัจจุบันก็เลยเป็นที่นิยมมากที่สุด
00:13:40 → 00:13:43นะครับอาจารย์ขาแล้วการรักษาภาวะมีบุตร
00:13:43 → 00:13:46ยากนั้นมีโอกาสที่จะทำให้น้องเด็กที่เกิด
00:13:46 → 00:13:48มาค่ะมีความผิดปกติได้ง่ายอย่างเช่นภาวะ
00:13:48 → 00:13:52ดาวซินโดรมภาวะทุพพลภาพแบบนี้เกิดขึ้นได้
00:13:52 → 00:13:54ไคะในทางการแพทย์เนี่ยเราก็เชื่ออยู่ว่า
00:13:54 → 00:13:56อะไรที่ธรรมชาติมอบให้เราเนี่ยต้องเป็น
00:13:56 → 00:13:58สิ่งที่ธรรมชาติคัดมาอย่างดีแล้วใช่มั้ย
00:13:58 → 00:14:00ครับครับเพราะฉะนั้นเวลาเราเริ่มกระบวน
00:14:00 → 00:14:02การเทคโนโลยีต่างๆพวกเนี้ยไม่ว่าจะเป็น
00:14:02 → 00:14:05iui ivf หรือ xc เนี่ยเรามีข้อสงสัย
00:14:05 → 00:14:07ตั้งแต่เริ่มต้นแล้วละว่าเอ๊ะเราไปยุ่ง
00:14:07 → 00:14:09กับธรรมชาติเนี่ยมันจะไม่มีผลทำให้ตัว
00:14:09 → 00:14:11อ่อนที่ได้เนี่ยมีความผิดปกติอะไรบ้าง
00:14:11 → 00:14:13หรือเปล่านะครับคราวนี้กระบวนการรักษาใน
00:14:13 → 00:14:17การทำ ivf หรือ iui หรือ x เนี่ยตอนนี้
00:14:17 → 00:14:20ผ่านกระบวนการรักษากันเป็นเวลา 40-50 ปี
00:14:20 → 00:14:23แล้วครับเพราะฉะนั้นเราจึงมีข้อมูลมากพอ
00:14:23 → 00:14:25นะครับที่จะเปรียบเทียบแล้วก็ยืนยันได้
00:14:25 → 00:14:27ว่าเอ่อลูกที่เกิดจากการรักษาโดย
00:14:27 → 00:14:29เทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็นวิที่ไหนก็ตามเนี่ย
00:14:29 → 00:14:32นะครับเอ่อไม่ได้มีความเสี่ยงที่ลูกจะมี
00:14:32 → 00:14:34ความผิดปกติเป็นโรคพันธุกรรมเป็น
00:14:34 → 00:14:37ดาวน์ซินโดรมหรือว่ามีสุขภาพที่ไม่ดีนะ
00:14:37 → 00:14:39ครับรวมไปถึงสุขภาพของคุณพ่อคุณแม่ด้วยก็
00:14:39 → 00:14:42ไม่ได้ส่งผลเสียอะไรนะครับในทางกลับกันนะ
00:14:42 → 00:14:44ครับเวลาเราเทียบข้อมูลกันจริงๆเนี่ยลูก
00:14:44 → 00:14:48ที่เกิดมาจากการทำ ivf หรืออเนี่ยกลับพบ
00:14:48 → 00:14:51ว่ามีอัตราเฉลี่ยของความสมบูรณ์คือมี
00:14:51 → 00:14:53โอกาสเสี่ยงที่จะมีตัวอ่อนผิดปกติเนี่ย
00:14:53 → 00:14:56น้อยลงเหตุผลก็อย่างที่เราบอกเราสามารถ
00:14:56 → 00:14:58ตรวจตัวอ่อนได้ตั้งแต่ก่อนที่เราจะเอาตัว
00:14:58 → 00:15:00อ่อนเนี้ยเนี่ยใส่กลับเข้าไปเพราะฉะนั้น
00:15:00 → 00:15:02ถ้าตัวอ่อนนั้นมีความผิดปกติทางพันธุกรรม
00:15:02 → 00:15:04เนี่ยเราสามารถคัดแยกได้อยู่แล้วนะครับ
00:15:04 → 00:15:07ดังนั้นถ้าพูดกันโดยรวมเนี่ยเอ่อการรักษา
00:15:07 → 00:15:10โดย iui นะครับ ivf หรือ xc เนี่ยไม่ได้
00:15:10 → 00:15:12ส่งผลเสียต่อเรื่องคุณภาพของลูกที่ได้นะ
00:15:13 → 00:15:15ครับในทางกลับกันเนี่ยค่อนข้างจะเป็นการ
00:15:15 → 00:15:17คัดเลือกทำให้ได้บุตรที่คุณภาพดีขึ้นด้วย
00:15:17 → 00:15:20อาจารย์คะสำหรับผู้ที่อยากมีบุตรในอนาคต
00:15:20 → 00:15:24นั้นการฝากไข่มีความจำเป็นอย่างไรบ้างและ
00:15:24 → 00:15:27มีข้อดีแบบไหนคะเอ่อพูดถึงการเจริญพันธุ์
00:15:27 → 00:15:29เนี่ยนะครับสิ่งที่เป็นอุปสรรคมากๆที่สุด
00:15:29 → 00:15:31ก็คืออายุของคนผู้หญิงเพราะเรารู้ว่า
00:15:31 → 00:15:34คุณภาพของรังไข่เนี่ยในการที่จะผลิตไข่
00:15:34 → 00:15:36คุณภาพดีเนี่ยมันจะแย่ลงหลังจากที่ผู้
00:15:36 → 00:15:40หญิงอายุเกิน 35 ปีนะครับคราวนี้สมัยเรา
00:15:40 → 00:15:42เนี่ยไม่เหมือนสมัยคุณแม่เราะคุณแม่คุณ
00:15:42 → 00:15:44ยายเราบางทีท่านอายุ 18 อายุ 20 น่ะแต่ง
00:15:44 → 00:15:47งานะเปรี้ยวมากมีลูกมีอะไรกันหมดแล้วนะฮะ
00:15:47 → 00:15:50พวกเราสมัยเนี้ยเราอาจจะเป็นเพราะว่า
00:15:50 → 00:15:52เศรษฐกิจมันต้องแข่งขันกันใช่มยเราก็
00:15:52 → 00:15:54จำเป็นจะต้องแบบเรียนสูงๆปริญญาตรีไม่พอ
00:15:54 → 00:15:57โทรเอกจบมาแล้วอุยต้องหางานดีๆทำกว่าจะ
00:15:57 → 00:15:59สร้างครอบครัวจะมีลูกส่วนใหญ่ก็เลย 35
00:15:59 → 00:16:03และดังนั้นเอ่อจึงมีความตื่นตัวในกรณีนี้
00:16:03 → 00:16:05ว่าเอ๊ะถ้าเรายังไม่พร้อมจะมีบุตรเมื่อ
00:16:05 → 00:16:08อายุเราจะเกิน 35 ปีไปแล้วเนี่ยทำยังไงดี
00:16:08 → 00:16:10เรารู้ว่าไข่มันจะคุณภาพไม่ดีหลังจากนั้น
00:16:10 → 00:16:13นะครับงั้นทางเลือกอันนึงที่ทางการแพทย์
00:16:13 → 00:16:15เสนอให้ก็คือถ้าอย่างงั้นในระหว่างที่เรา
00:16:15 → 00:16:18ยังอายุน้อยกับ 35 ปีเนี่ยเรามากระตุ้นไข
00:16:18 → 00:16:21ของเราแล้วก็แช่แข็งเก็บไว้ก่อนดีมยเผื่อ
00:16:21 → 00:16:23ในอนาคตพอเรามีครอบครัวจริงๆเนี่ยแล้ว
00:16:23 → 00:16:25เกิดเรากลายเป็นคนมีบุตรยากเนี่ยอย่าง
00:16:25 → 00:16:27น้อยๆเราก็ยังมีไข่ตอนที่อายุน้อยๆเนี่ย
00:16:27 → 00:16:30เอามาใช้ในการรักษาได้นะครับเพราะฉะนั้น
00:16:30 → 00:16:32การฝากไข่ในปัจจุบันจึงเป็นที่นิยมมาก
00:16:32 → 00:16:34ขึ้นจริงๆประเทศทางตะวันตกเนี่ยเค้าทำกัน
00:16:34 → 00:16:36มานานะแต่ว่าในเมืองไทยเี่ก็ในช่วงไม่กี่
00:16:36 → 00:16:38ปีหลังๆเนี่ยก็เริ่มมีคนให้ความสนใจนะ
00:16:38 → 00:16:40ครับซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์สำหรับคนที่
00:16:40 → 00:16:43วางแผนจะมีบุตรแต่รู้ว่าตัวเองยังไม่
00:16:43 → 00:16:46พร้อมและอายุทำท่าจะเกิน 35 ปีนะครับการ
00:16:46 → 00:16:48มีไข่เก็บไว้ก่อนนอกจากเพิ่มโอกาสการตั้ง
00:16:48 → 00:16:51ครรภแล้วไข่ที่คุณภาพดีก็คืออายุน้อยกว่า
00:16:51 → 00:16:5335 ปีเนี่ยยังมีความเสี่ยงต่อการที่จะมี
00:16:53 → 00:16:55ลูกเป็นดาวหรือว่าเป็นโรคพันธุกรรมได้
00:16:56 → 00:16:58เอ่อเอน้อยลงด้วยเพราะฉะนั้นเก็บตอนนี้
00:16:58 → 00:17:01น้อยๆย่อมดีกว่าไปหลองให้ไข่แก่แล้วช่วง
00:17:01 → 00:17:04วัยที่เหมาะสมในการฝากไข่ควรจะมีอายุไม่
00:17:04 → 00:17:06เกินเท่าไหร่คะอาจารย์ครับกระบวนการฝาก
00:17:06 → 00:17:09ไข่เนี่ยนะครับเรารู้ว่ารังไข่ของเรา
00:17:09 → 00:17:11เนี่ยผลิตไข่ทุกๆเดือนก็คือตกไข่มาเดือน
00:17:11 → 00:17:14ละใบนะครับเป็นรอบประจำเดือนของเรานะครับ
00:17:14 → 00:17:16แต่เรารู้ด้วยกันด้วยการตรวจวินิจฉัยและ
00:17:16 → 00:17:18ความรู้ทางการแพทย์ในปัจจุบันว่าถ้าเราไป
00:17:18 → 00:17:21อัตซาวดูในเซลล์ของรังไข่เนี่ยเราจะพบว่า
00:17:21 → 00:17:24รังไข่แต่ละข้างเนี่ยถึงเราจะมีไข่ตกแค่
00:17:24 → 00:17:26เดือนละใบแต่จริงๆเนี่ยเขาจะมีไข่ตั้งต้น
00:17:26 → 00:17:28ก็เหมือนกับเซลล์ที่พร้อมจะพัฒนาเป็นไข่
00:17:28 → 00:17:30เนี่ยอยู่จำนวนเยอะครับโดยทั่วๆไปเนี่ย
00:17:31 → 00:17:33ประมาณ 3-5 ใบเป็นอย่างน้อยเพราะฉะนั้น
00:17:33 → 00:17:36ทางการแพทย์เราก็เลยใช้วิธีให้ยาไป
00:17:36 → 00:17:39กระตุ้นครับกระตุ้นให้รังไข่ของเราเนี่ย
00:17:39 → 00:17:41กระตุ้นให้เจ้าเซลล์ไข่เล็กๆที่เป็นไข่
00:17:41 → 00:17:43ตั้งต้นเนี่ยโตขึ้นมาเป็นไข่ที่สุกพร้อม
00:17:43 → 00:17:46กันหมดเลยเพราะฉะนั้นกระบวนการฝากไข่ก็
00:17:46 → 00:17:49คือเราจะเริ่มด้วยการกระตุ้นนะครับให้รัง
00:17:49 → 00:17:51ไข่เนี่ยสร้างไข่ปริมาณมากๆโดยการฉีดยา
00:17:51 → 00:17:53กระตุ้นไข่โดยเริ่มฉีดตั้งแต่ประจำเดือน
00:17:53 → 00:17:56มาวันที่ 2 ถึงวันที่ 3 นะครับเราจะฉีด
00:17:56 → 00:17:58ต่อเนื่องกันไปวันละ 1 เข็มนะครับเอ่อใน
00:17:59 → 00:18:01เวลาใกล้เคียงกันใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน
00:18:01 → 00:18:04ครับเราก็จะซาดูะรู้แล้วว่าไข่ที่ได้
00:18:04 → 00:18:07เนี่ยมีจำนวนเท่าไหร่แล้วก็เป็นไข่ที่สุก
00:18:07 → 00:18:09หรือยังนะครับพอเราได้ไข่ที่สุกจำนวนมาก
00:18:09 → 00:18:12แล้วเนี่ยนะครับเราจึงฉีดฮอร์โมนอีกชนิด
00:18:12 → 00:18:14นึงเพื่อกระตุ้นให้ไข่เหล่านี้พร้อมแล้ว
00:18:14 → 00:18:16เราก็จะมีการเจาะเก็บไข่ออกมาผ่านทางช่อง
00:18:16 → 00:18:19คลอดนะครับซึ่งแน่นอนการกระบวนการเจาะ
00:18:19 → 00:18:21เก็บไข่เนี่ยเอ่อคนไข้จะหลับนะครับจะไม่
00:18:21 → 00:18:23รู้สึกตัวอะไรเราจะฉีดยาให้หลับนะครับใช้
00:18:23 → 00:18:26เวลาประมาณสักครึ่งชั่วโมงนะครับหายงู
00:18:26 → 00:18:28เงียจะยานอนหลับก็กลับบ้านได้ใไขที่เรา
00:18:28 → 00:18:30เจาะเก็บมาทั้งหมดนะครับไม่ว่าจะกระตุ้น
00:18:30 → 00:18:33แล้วได้กี่ใบนะครับเราจะนำไข่ทั้งหมด
00:18:33 → 00:18:35เนี่ยไปแช่แข็งเก็บไว้แล้วก็สามารถรักษา
00:18:35 → 00:18:37คุณภาพของไข่ไว้ได้ตลอดไปไม่ว่าเราจะใช้
00:18:37 → 00:18:40เ้าในอีกเดือนข้างหน้าหรือว่าในอีก 5 ปี
00:18:40 → 00:18:4210 ปีข้างหน้าเยังมีคุณภาพเท่ากับวันที่
00:18:42 → 00:18:45เราเก็บแล้วอัตราของความสำเร็จของการฝาก
00:18:45 → 00:18:48ไข่ขึ้นอยู่กับอะไรบ้างคะอาจารย์จริงๆเรา
00:18:48 → 00:18:50เก็บได้ตลอดไปครับตราบเท่าที่เราจะใช้เขา
00:18:51 → 00:18:53ครับเพราะฉะนั้นเมื่อเราแช่แข็งปุ๊บเซลล์
00:18:53 → 00:18:56จะหยุดการเจริญเติบโตไว้ตรงนั้นเลยครับ
00:18:56 → 00:18:58เราจะใช้เมื่อไหร่ก็ได้นะครับแต่ว่าหมอก็
00:18:58 → 00:19:00เชื่อว่าคนนที่มาเก็บไข่ก็คงอายุเริ่มมี
00:19:00 → 00:19:02ครอบครัวแล้วมั้งครับ 20 กว่าๆแล้วเราคง
00:19:02 → 00:19:04ไม่เก็บไปจนอายุ 60 นะครับเพราะฉะนั้นก็
00:19:04 → 00:19:08คงจะน่าสัก 20 ปีถ้ายังไม่ได้ใช้ก็คงเลิก
00:19:08 → 00:19:10แล้วล่ะเลิกเก็บกันละครับโอกาสตั้งครรภ์
00:19:11 → 00:19:14จากการฝากไข่มีมากน้อยแค่ไหนคะครับโอกาส
00:19:14 → 00:19:16การตั้งครรภ์จากการฝากไข่นะครับจริงๆแล้ว
00:19:16 → 00:19:18เทียบเคียงกับกระบวนการในการรักษาโดยการ
00:19:18 → 00:19:22ทำเด็กหลอดแก้วคือ 35-50 per นะครับแต่
00:19:22 → 00:19:24โดยแนวโน้มเนี่ยเอ่อเมื่อเราฝากไข่ไว้ตอน
00:19:24 → 00:19:26อายุเรายังน้อยนะครับแล้วลำไข่ที่อายุ
00:19:26 → 00:19:29คุณภาพดีๆเนี่ยไขอายุน้อยๆเนี่ยซึ่งจะมี
00:19:29 → 00:19:31ประสิทธิภาพในการปฏิสนธิเกิดเป็นตัวอ่อน
00:19:31 → 00:19:34ได้ดีแล้วก็โอกาสเสี่ยงที่จะเป็นตัวอ่อน
00:19:34 → 00:19:36ที่ผิดปกติหยุดเจริญเติบโตกลางทางเนี่ยก็
00:19:36 → 00:19:39จะน้อยกว่าเพราะฉะนั้นเราเชื่อว่าความ
00:19:39 → 00:19:41สำเร็จนะครับเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จของการ
00:19:41 → 00:19:43ใช้ไขที่ฝากมาปฏิสนธิแล้วเลี้ยงเป็นตัว
00:19:43 → 00:19:45อ่อนแล้วตั้งครรภ์เนี่ยนะครับโอกาสตั้ง
00:19:45 → 00:19:49ครรภ์ย่อมสูงกว่า 35-50 per แน่นอนนะ
00:19:49 → 00:19:51ครับเพราะว่าเราเราเล่นได้เปรียบอ่ะเรา
00:19:51 → 00:19:54ได้ไขที่คุณภาพดีกว่านะครับขอบพระคุณ
00:19:54 → 00:19:57อาจารย์หมอนะคะที่มาให้ความรู้ความเข้าใจ
00:19:57 → 00:20:00ในเรื่องของการมีบุตรยากและก็การดูแล
00:20:00 → 00:20:03รักษาภาวะมีบุตรยากกันดังที่บอกไปนะคะว่า
00:20:03 → 00:20:06ในช่วงนี้เราจะมารู้จักกับ 8 อาหารบำรุง
00:20:06 → 00:20:08ครรภ์สำหรับคุณแม่ที่จะต้องกินเพื่อให้
00:20:08 → 00:20:13ลูกน้อยแข็งแรงติดตามกันเลยค่ะ 1 ไข่มี
00:20:13 → 00:20:15สารอาหารสำคัญหลายอย่างและเหมาะกับคุณแม่
00:20:15 → 00:20:18ตั้งครรภ์เพราะไข่อุดมไปด้วยโปรตีน
00:20:18 → 00:20:21วิตามินแร่ธาตุรวมถึงสารอาหารอย่างโคลีน
00:20:21 → 00:20:23ที่มีส่วนสำคัญในการช่วยสร้างและกระตุ้น
00:20:23 → 00:20:26การเจริญเติบโตของเซลล์สมองและไข่สลังค่ะ
00:20:26 → 00:20:302 เนื้อปลาโดยเฉพาะปลาทะเลนั้นมีสาร
00:20:30 → 00:20:33อาหารอย่างกรดโอเมก้า 3 ที่ช่วยในการ
00:20:33 → 00:20:36พัฒนาระบบประสาทและสมองช่วยให้ทารรกในคัน
00:20:36 → 00:20:39มีพัฒนาการที่ดีและนอกจากนี้ยังมีโปรตีน
00:20:40 → 00:20:42ซึ่งช่วยในการเสริมสร้างร่างกายและกล้าม
00:20:42 → 00:20:45เนื้อให้แข็งแรง 3 ผักใบเขียวผักใบเขียว
00:20:45 → 00:20:47มักอุดมไปด้วยวิตามินทั้งวิตามินเอ
00:20:47 → 00:20:50วิตามินซีวิตามิน K กรดโฟลิกและที่สำคัญ
00:20:50 → 00:20:53คือยังมีแคลเซียมอีกด้วยซึ่งสารอาหารต่าง
00:20:53 → 00:20:56ๆเหล่านี้มีประโยชน์อย่างมากต่อพัฒนาการ
00:20:56 → 00:20:59ของทารกในครรภ์สามารถสช่วยให้ทารกเจริญ
00:20:59 → 00:21:02เติบโตได้ดีในขณะที่ยังสามารถช่วยลดความ
00:21:02 → 00:21:05ผิดปกติของการเจริญเติบโตได้อีกด้วย 4
00:21:05 → 00:21:08โยเกิร์ตโยเกิร์ตนะคะก็จะเป็นอาหารที่
00:21:08 → 00:21:11อุดมด้วยแคลเซียมนอกจากนี้แล้วยังช่วยใน
00:21:11 → 00:21:13เรื่องของระบบการย่อยทำให้การขับถ่ายดี
00:21:13 → 00:21:15ขึ้นในคุณแม่ตั้งครรภ์ด้วยค่ะโยเกิร์ตถือ
00:21:16 → 00:21:18เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียมซึ่ง
00:21:18 → 00:21:20สามารถช่วยเสริมสร้างกระดูกให้กับทารกใน
00:21:20 → 00:21:23ครรภ์ได้นอกจากนี้การกินโยเกิร์ตยังช่วย
00:21:23 → 00:21:25ระบายและแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อให้กับ
00:21:25 → 00:21:27คุณแม่ในช่วงระหว่างที่กำลังตั้งครรภ์ได้
00:21:27 → 00:21:28อีกด้วย
00:21:28 → 00:21:315 ธัญพืชรวมถึงถั่วต่างๆอุดมไปด้วย
00:21:31 → 00:21:34ไฟเบอร์และไขมันดีช่วยลดอาการท้องผูกที่
00:21:34 → 00:21:37เกิดขึ้นในระหว่างช่วงตั้งครรภ์ได้นอกจาก
00:21:37 → 00:21:39นี้ยังมีกรดโฟลิกที่ช่วยกระตุ้นการเจริญ
00:21:39 → 00:21:42เติบโตของทารกในครรภ์ค่ะ 6 อาหารทะเล
00:21:42 → 00:21:45ไอโอดีนในอาหารทะเลถือเป็นสารอาหารจำเป็น
00:21:45 → 00:21:48ในการพัฒนาสมองและระบบประสาทหากคุณแม่ไม่
00:21:48 → 00:21:50ได้รับไอโอดีนอย่างเพียงพอในช่วงระหว่าง
00:21:50 → 00:21:53ตั้งครรภ์อาจจะทำให้ทารกที่คลอดออกมามี
00:21:53 → 00:21:57ภาวะเคระแกนน้ำหนักตัวน้อยและสติปัญญาต่ำ
00:21:57 → 00:22:00ดังนั้นคุณแม่จึงควรรับไอโอดีนให้เพียงพอ
00:22:00 → 00:22:02ในช่วงระหว่างที่กำลังตั้งครรภ์ซึ่งอาหาร
00:22:02 → 00:22:05ที่อุดมไปด้วยไอโอดีนนั้นมักพบได้ในอาหาร
00:22:05 → 00:22:08ทะเลเช่นกุ้งปลาหมึกหอยและสาหร่ายทะเลค่ะ
00:22:08 → 00:22:117 ตับหมูในระหว่างที่คุณแม่กำลังตั้ง
00:22:11 → 00:22:14ครรภ์อยู่นะคะควรได้รับธาตุเหล็กเป็น 2
00:22:14 → 00:22:16เท่าจากปกติเพราะธาตุเหล็กสามารถช่วย
00:22:16 → 00:22:19เสริมสร้างการทำงานของเมลดแดงทำให้มี
00:22:19 → 00:22:22ออกซิเจนเลี้ยงทารกได้อย่างเพียงพอค่ะแต่
00:22:22 → 00:22:25หากคุณแม่ขาดธาุเหล็กก็จะทำให้ทารกเกิด
00:22:25 → 00:22:28ภาวะขาดออกซิเจนไปด้วยและทำให้ทารกมี
00:22:28 → 00:22:31พัฒนาการที่ล่าช้าได้อาหารที่อุดมไปด้วย
00:22:31 → 00:22:34ธาตุเหล็กเช่นตับหมูเนื้อวัวไข่แดงและผัก
00:22:34 → 00:22:38ไบเขียวต่างๆค่ะ 8 แคนตาลุปสารอาหารสำคัญ
00:22:38 → 00:22:41ในแคนตาลุปคือกรดโฟลิหรือโฟลตซึ่งเป็นสาร
00:22:41 → 00:22:43อาหารสำคัญที่ช่วยในการสร้างเซลล์สมอง
00:22:43 → 00:22:46ระบบประสาทและไขสันหลังซึ่งหากทารกได้รับ
00:22:46 → 00:22:50โฟลตไม่เพียงพอก็อาจจะส่งผลให้ทารกเกิด
00:22:50 → 00:22:52ความพิการทางสมองและความเสี่ยงต่อความผิด
00:22:52 → 00:22:55ปกติต่อระบบประสาทซึ่งนอกจากแคนตาลุปจะมี
00:22:55 → 00:22:59โฟลตมากแล้วคุณแม่ยังสสามารถกินแครอทฟัก
00:22:59 → 00:23:02ทองแอิกดถั่วอะโวคาโดได้อีกด้วยค่ะเป็น
00:23:02 → 00:23:05อย่างไรกันบ้างค่ะคุณผู้ชมกับสาระสุขภาพ
00:23:05 → 00:23:08ดีๆที่วันนี้รายการนำมาฝากคุณผู้ชมกัน
00:23:08 → 00:23:11หวังใจเป็นอย่างยิ่งนะคะว่าคุณผู้ชมจะ
00:23:11 → 00:23:14สามารถนำความรู้ที่ได้ค่ะไปดูแลตัวเองและ
00:23:14 → 00:23:18ครอบครัวและแน่นอนนะคะอย่าลืมติดตามรับชม
00:23:18 → 00:23:21รายการ TNN hth เป็นประจำทุกวันเสาร์ค่ะ
00:23:21 → 00:23:26เวลาดี 15 น- 15:30 นที่นี่ TNN ช่อง 16
00:23:26 → 00:23:30และอย่าลืมนะคะคะกดไลค์กดแชร์กดกระดิ่งกด
00:23:30 → 00:23:32Subscribe เพื่อเป็นกำลังใจให้หมอดาวและ
00:23:32 → 00:23:35ทีมงาน TNN Health ไม่ว่าจะเป็นช่องทาง
00:23:35 → 00:23:37YouTube tiktok Facebook Instagram
00:23:37 → 00:23:40และ LINE official กันเพื่อที่จะเข้าถึง
00:23:40 → 00:23:43ทุกสาระสุขภาพเสริมภูมิคุ้มกันรู้ทันโรค
00:23:43 → 00:23:46ไปกับ TNN Health ค่ะแล้ววันนี้หมอดาว
00:23:46 → 00:23:49กับทีมงานต้องขอตัวลาคุณผู้ชมไปก่อนนะคะ
00:23:49 → 00:23:53สำหรับวันนี้สวัสดี
00:23:53 → 00:23:56[เพลง]
00:23:56 → 00:23:58ค่ะ
00:23:58 → 00:24:26[เพลง]
00:24:26 → 00:24:38เ
00:24:38 → 00:24:41อ