00:00:00 → 00:00:03อยู่ในช่วงนี้หมอจะพามาคุยเกี่ยวกับอาการ
00:00:03 → 00:00:06ของโรคที่มากับฤดูหนาวเรามาเริ่มต้นกัน
00:00:06 → 00:00:09ขี้โรคไข้หวัดใหญ่กันก่อนนะครับโรคไข้
00:00:09 → 00:00:11หวัดใหญ่เนี่ยเกิดจากเชื้อไวรัส influenza
00:00:11 → 00:00:14ซึ่งมีหลักๆอยู่ 4 สายพันธุ์ย่อยได้แก่
00:00:14 → 00:00:18สายพันธุ์ a b c และก็ดีครับในประเทศ
00:00:18 → 00:00:21ไทยเนี่ยพบการระบาดหลักๆอยู่กับ 2 สาย
00:00:21 → 00:00:24พันธุ์ก็คือสายพันธุ์ a และก็มีตัวเชื้อ
00:00:24 → 00:00:27ไข้หวัดใหญ่เนี่ยจะมีระยะฟักตัวอยู่ที่
00:00:27 → 00:00:30ประมาณ 1 ถึง 4 วันบางคนอาจจะเริ่มด้วยมี
00:00:30 → 00:00:33อาการเหมือนไข้หวัดธรรมดาและการจะหายได้
00:00:33 → 00:00:36เองภายใน 5-7 วันแต่สำหรับบางคนนะครับ
00:00:36 → 00:00:40ชื่ออาจจะลงปอดทำให้มีปอดอักเสบและก็ถึง
00:00:40 → 00:00:42กับเสียชีวิตได้เลยครับอาการของโรคไข้
00:00:42 → 00:00:45หวัดใหญ่ได้แก่มีไข้สูงเกิน 38 องศา
00:00:45 → 00:00:49เซลเซียสปวดเมื้อยกล้ามเนื้อมากปวดศีรษะ
00:00:49 → 00:00:54อ่อนเพลียหนาวสั่นเบื่ออาหารคัดจมูกมีน้ำ
00:00:54 → 00:00:58มูกใสๆๆแห้งๆหรือบางรายอาจมีอาการลงปอด
00:00:58 → 00:01:02ได้ซึ่งก็สามารถป้องกันอาการรุนแรงของโรค
00:01:02 → 00:01:04ไข้หวัดใหญ่ได้ง่ายครับด้วยการฉีดวัคซีน
00:01:04 → 00:01:07ไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปีและวัดสิ่งไข้
00:01:07 → 00:01:10หวัดใหญ่มีความสำคัญอย่างไรกับช่วงฤดู
00:01:10 → 00:01:13หนาวอย่างที่หมอได้บอกไปแล้วนะครับว่า
00:01:13 → 00:01:16มาตรการล็อคดาวในช่วงโค้งหวิดเนี่ยทำให้
00:01:16 → 00:01:19จำนวนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ลดลงถึง 3
00:01:19 → 00:01:23เท่าซึ่งแน่นอนจำนวนคนที่มีภูมิคุ้มกัน
00:01:23 → 00:01:26ตามธรรมชาติต่อเชื้อไข้หวัดใหญ่ย่อมลดลง
00:01:26 → 00:01:29ไปด้วยจะมีการคาดการณ์นะครับว่าในปลายปี
00:01:29 → 00:01:33นี้จนถึงต้นปีหน้าเนี่ยการระบาดของไข้
00:01:33 → 00:01:36หวัดใหญ่จะหนักขึ้นมากกว่าเดิมทำให้การ
00:01:36 → 00:01:38ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ก่อนช่วงฤดูหนาวปี
00:01:38 → 00:01:41นี้มีความจำเป็นมากกว่าทุกปีเลยครับ
00:01:41 → 00:01:43เนื่องจากการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ใน
00:01:43 → 00:01:47ประเทศไทยจะมีไข้หวัดใหญ่ uc สายพันธุ์
00:01:47 → 00:01:50ย่อยที่หมุนเหวี่ยงกลับมาเป็นระลอกทุกปี
00:01:50 → 00:01:53การป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุดซึ่ง
00:01:53 → 00:01:55เป็นการเข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่
00:01:55 → 00:01:59ชนิด 4 สายพันธุ์พร้อมกับการปฏิบัติตัว
00:01:59 → 00:02:01ตามแนวเส้นทางเบื้องต้นขึ้นหลีกเลี่ยง
00:02:01 → 00:02:05โอกาสติดเชื้อช่วงอายุที่เหมาะสมสำหรับ
00:02:05 → 00:02:07การเริ่มต้นเข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัด
00:02:07 → 00:02:11ใหญ่สามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่คนที่มีอายุ
00:02:11 → 00:02:146 เดือนขึ้นไปและจำเป็นต้องได้รับวัคซีน
00:02:14 → 00:02:17ทุกปีปีละ 1 ครั้ง
00:02:17 → 00:02:21แต่สำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 8 ปีให้ฉีด 2
00:02:21 → 00:02:25เข็มในปีแรกเว้นการฉีกครั้งละ 1 เดือนหาก
00:02:25 → 00:02:29ปีแรกฉีดเพียงแค่ 1 เข็มให้ฉีด 2 เข็มใน
00:02:29 → 00:02:32ปีถัดมาครับหลังจากนั้นก็ชี้ปีละครั้งได้
00:02:32 → 00:02:35ตามปกติเนื่องจากวัคซีนจะมีการเปลี่ยน
00:02:35 → 00:02:38ชนิดสายพันธุ์ย่อยไปทุกปีตามที่ w h o
00:02:38 → 00:02:42คาดว่าจะระบาดในปีนั้นๆจึงมีความจำเป็น
00:02:42 → 00:02:45ที่จะต้องฉีดวัคซีนทุกปีเพื่อเป็นการ
00:02:45 → 00:02:47กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันโรจน์ให้ร่างกายมี
00:02:47 → 00:02:50ภูมิคุ้มกันพร้อมกับเชื้อที่จะเข้ามาใน
00:02:50 → 00:02:53ร่างกายแล้วครับจากคำแนะนำของ CDC หรือ
00:02:53 → 00:02:56ว่า Center of the sith คอนโทรของ
00:02:56 → 00:02:58ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกมาประกาศแล้วนะ
00:02:58 → 00:03:02ครับว่าวะแก้ไข้หวัดใหญ่กับวัคซีนโควิช
00:03:02 → 00:03:05สามารถฉีดในวันเดียวกันได้ไม่มีความ
00:03:05 → 00:03:07จำเป็นต้องเว้นระยะห่างระหว่างวรรคสี่
00:03:07 → 00:03:10ครับว่าต่อไปขี้อาการที่เกิดจากโรคจาก
00:03:10 → 00:03:14ฝุ่น PM 2.5 เราสามารถสังเกตอาการเตือน
00:03:14 → 00:03:17ของร่างกายเราเพราะเราเริ่มมีสัญญาณว่า
00:03:17 → 00:03:20เราแพ้ฝุ่น PM 2.5 ได้ดังนี้ครับเรื่อง
00:03:20 → 00:03:23กันที่ผิวหนังของเราอาจจะเริ่มมีตุ่มแดง
00:03:23 → 00:03:27มีผื่นคันขึ้นตามผิวหนังบริเวณตาจะมีการ
00:03:27 → 00:03:31ตาแดงน้ำตาไหลตลอดเวลาบางคนอาจจะมีขอบใต้
00:03:31 → 00:03:36ตาเนี่ยคำมากขึ้นอาการของทางเดินหายใจโดย
00:03:36 → 00:03:40มีอาการคันแน่นจมูกบางคนมีน้ำมูกไหลพอน้ำ
00:03:40 → 00:03:43มูกไหลไปหลังคอเนี่ยจะได้มีการเจ็บคอมี
00:03:43 → 00:03:47เสมหะในคอมีอายหรือมีจานได้ในขณะที่อาการ
00:03:47 → 00:03:52อื่นๆอย่างเช่นผูืเวียนหัวปวดหัวในเด็ก
00:03:52 → 00:03:55บางคนอาจจะพบว่าเรียนได้แย่ลงมาคนอาจจะ
00:03:55 → 00:03:57รู้สึกว่าอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย
00:03:57 → 00:04:01อาการนี้จะพบได้ในผู้ป่วยนี้นะครับนอกจาก
00:04:01 → 00:04:03อาการเฉียบพลันที่หมอพึ่งได้เล่าให้ฟังไป
00:04:03 → 00:04:07นะครับเมื่อฝุ่น PM สะสมในร่างกายเนี่ยก็
00:04:07 → 00:04:09จะทำให้เกิดโรคเรื้อรังได้ดังต่อไปนี้
00:04:09 → 00:04:13ครับภัยร้ายต่อระบบทางเดินหายใจและปอดแน่
00:04:13 → 00:04:16นอนว่ามลพิษในอากาศส่งผลโดยตรงกับระบบทาง
00:04:16 → 00:04:20เดินหายใจและปอดฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ไม่
00:04:20 → 00:04:23สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าจะสามารถเข้า
00:04:23 → 00:04:26สู่ทางเดินหายใจได้ง่ายแล้วก็รวดเร็วส่ง
00:04:26 → 00:04:29ผลให้ผู้ป่วยเป็นโรคหอบคือกำเริบหรือเป็น
00:04:29 → 00:04:32สาเหตุให้คนปกติเป็นโรคคอคือได้เช่นกัน
00:04:32 → 00:04:36เมื่อสะสมเป็นเวลานานก็อาจจะทำให้เกิด
00:04:36 → 00:04:38เป็นมะเร็งปอดได้ในที่สุดท้ายร้ายต่อหัว
00:04:38 → 00:04:42ใจการสูดหายใจเอาฝุ่น PM 2.5 ติดต่อกัน
00:04:42 → 00:04:45ในระยะหนึ่งส่งผลให้เกิดการตกตะกอนภายใน
00:04:45 → 00:04:48หลอดเลือดจนทำให้เกิดหัวใจวายหรือหลอด
00:04:48 → 00:04:52เลือดสมองตีบได้ทั้งนี้การสัมผัสมลพิษทาง
00:04:52 → 00:04:55อากาศยังมีผลต่อเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจทำ
00:04:55 → 00:04:59ให้หัวใจเต้นผิดจังหวะและอาจจะรุนแรงจน
00:04:59 → 00:05:02ส่งผลให้หัวใจคะเสียบผ่านภัยร้ายต่อสมอง
00:05:02 → 00:05:05บูรณ์พงศ์ขนาดเล็กสามารถผ่านเข้าสู่กระแส
00:05:05 → 00:05:09เลือดและเกิดการสะสมทำให้ความดันโลหิตสูง
00:05:09 → 00:05:12และเลือดมีความหนืดซึ่งเพิ่มความเสี่ยง
00:05:12 → 00:05:15การเกิดลิ่มเลือดในสมองรวมถึงหลอดเลือด
00:05:15 → 00:05:18แดงในสมองแข็งตัวทำให้เส้นเลือดในสมองตีบ
00:05:18 → 00:05:21หรือแตกเป็นสาเหตุของโรคอัมพฤกษ์อัมพาต
00:05:21 → 00:05:25และเสียชีวิตได้ครับเด็กอาจกล่าวได้ว่า
00:05:25 → 00:05:28ยิ่งอายุน้อยยิ่งเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้น
00:05:28 → 00:05:31เนื่องจากเด็กเล็กมีภูมิคุ้มกันโรคน้อย
00:05:31 → 00:05:34กว่าผู้ใหญ่อวัยวะต่างๆในร่างกายยังอยู่
00:05:34 → 00:05:37ในระยะที่กำลังพัฒนาทั้งนี้ฝุ่นพิษใน
00:05:37 → 00:05:40อากาศสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและ
00:05:40 → 00:05:43กระแสเลือดได้ก็จะไปขัดขวางการเจริญเติบ
00:05:43 → 00:05:46โตของระบบต่างๆทำให้เกิดโรคร้ายแรงในที่
00:05:46 → 00:05:50สุดหญิงมีครรภ์นอกจากภัยร้ายจะส่งผลต่อ
00:05:50 → 00:05:53ตัวคุณแม่ที่ตั้งครรภ์แล้วยังส่งผลต่อ
00:05:53 → 00:05:56ทารกในครรภ์ด้วยเช่นกันมีการศึกษาพบว่า
00:05:56 → 00:06:01มลพิษในอากาศมีผลต่อการคลอดโป้โหลดเสียง
00:06:01 → 00:06:04แทงบวชและเพิ่มอัตราการตายของทารกในครรภ์
00:06:04 → 00:06:08ได้ผู้สูงอายุเมื่ออยู่มากขึ้นอวัยวะต่าง
00:06:08 → 00:06:11ๆเริ่มเสื่อมถอยระบบการทำงานต่างๆในร่าง
00:06:12 → 00:06:15กายก็จะลดลงส่งผลให้ภูมิคุ้มกันลดลงมี
00:06:15 → 00:06:18ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจและก็หอบหืด
00:06:18 → 00:06:21โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวควร
00:06:21 → 00:06:25หลีกเลี่ยงการเผชิญฝุ่นพิษให้มากที่สุด
00:06:25 → 00:06:28แล้วใครคือกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับอันตราย
00:06:28 → 00:06:32จากฝุ่น PM 2.5 คนไทยทุกคนนะครับที่
00:06:32 → 00:06:35เผชิญกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 และได้ป้องกัน
00:06:35 → 00:06:39เนี่ยมีโอกาสที่จะเกิดโรคมากหรือน้อยขึ้น
00:06:39 → 00:06:42อยู่กับสภาพความแข็งแรงและก็สภาพร่างกาย
00:06:42 → 00:06:46ของแต่ละบุคคลซึ่งแน่นอนครับกลุ่มคนที่มี
00:06:46 → 00:06:50ความเสี่ยงสูงได้แก่เด็กสตรีมีครรภ์ผู้
00:06:50 → 00:06:53สูงอายุในกลุ่มสุดท้ายนะครับก็คือกลุ่ม
00:06:53 → 00:06:57ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวผู้ป่วยที่มีโรค
00:06:57 → 00:07:00ทางเดินหายใจแล้วก็โรคหัวใจเมื่อมีการสูด
00:07:00 → 00:07:04ฝุ่น PM 2.5 เข้าไปโดยตรงอาจจะมีผลทำให้
00:07:04 → 00:07:07โรคกำเริบแล้วก็มีผลถึงชีวิตได้ครับอีก
00:07:07 → 00:07:10กลุ่มนึงก็คือผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้
00:07:10 → 00:07:13เมื่อมีการสูดฝุ่นเข้าไปว่าจะทำให้โรค
00:07:13 → 00:07:15กำเริบเพราะฉะนั้นก็เป็นกลุ่มที่เราจะ
00:07:15 → 00:07:18ต้องเฝ้าระวังเช่นเดียวกันครับคนข้างในก็
00:07:18 → 00:07:20จริงๆส่วนใหญ่ก็จะมีอาการที่เรียกว่าเขา
00:07:20 → 00:07:23รู้แล้วว่าภูมิแพ้อาการแพ้เริ่มกลับมา
00:07:23 → 00:07:24แล้วก็ขึ้นอยู่กับว่าเขาเป็นภูมิแพ้อะไร
00:07:24 → 00:07:27อย่างเช่นคนที่เป็นภูมิแพ้จมูกเนี่ยเขาจะ
00:07:27 → 00:07:30เริ่มเหตุใดออกละรู้สึกแสบจมูกแสบตานะคะ
00:07:30 → 00:07:32หรือว่าน้ำมูกไหลตลอดเวลาเนี่ยก็คือเป็น
00:07:32 → 00:07:35อาการทุกข์อะกำเริบของกรุงไทยทำงานเห็นใจ
00:07:35 → 00:07:38ส่วนคนที่เป็นหอกอะไรคนก็จะบอกว่ารู้สึก
00:07:38 → 00:07:40หายใจไม่สะดวกนะทำอะไรแล้วเหนื่อยมากขึ้น
00:07:40 → 00:07:43หรือว่าเขาเองก็จะบอกว่าคนที่หายใจเราได้
00:07:43 → 00:07:46ยินเสียงวิธีข้างในข้างในปล่อยเองนะคะก็
00:07:46 → 00:07:48เป็นอาการที่จะบอกว่ากับภูมิแพ้เริ่มกลับ
00:07:48 → 00:07:51มาแล้วถูกกระตุ้นจากตัวเพียง 2.5 ค่ะก็
00:07:51 → 00:07:55ต้องบอกว่าเออมันอาจจะแตกต่างกันไปกับ
00:07:55 → 00:07:57ความรุนแรงของโรคภูมิแพ้แต่ละคนเค้าบอก
00:07:57 → 00:08:00ว่าอาจจะน่ากลัวค่อนข้างจะมากในคนธ.กรุง
00:08:00 → 00:08:03ไทยยังควบคุมได้ไม่ดีถามคนนั้นเนี่ยจริง
00:08:03 → 00:08:05ในช่วงนี้แนะนำให้คนที่เป็นกรุงไทยนะ
00:08:05 → 00:08:07พยายามใช้ยาที่คุณมาภูมิแท้แนะนำหน้าที่
00:08:08 → 00:08:11เป็นยาประจำให้สม่ำเสมอเพื่อทำให้ตัวเรา
00:08:11 → 00:08:13ภูมิใช้เองควบคุมได้ดีอย่างนี้ก็จะทำให้
00:08:13 → 00:08:15เพียงครั้งสุดท้ายเนี่ยมันส่งผลต่ออาการ
00:08:15 → 00:08:20น้อยลงมาต่อกันที่โลกที่มันจะพบในเด็ก
00:08:20 → 00:08:24เล็กนะครับโลกได้ก็คือโรคอุจจาระร่วงเด็ก
00:08:24 → 00:08:26ที่มีโรคอุจจาระร่วงเนี่ยจะมีอาการ
00:08:26 → 00:08:31อุจจาระบ่อยมีคลื่นไส้อาเจียนบางคนอาจจะ
00:08:31 → 00:08:34มีไข้สูงปวดเมื่อยตามตัวไม่สามารถที่จะ
00:08:34 → 00:08:38กินข้าวได้ส่วนมาอาการจะหายได้เองนะครับ
00:08:38 → 00:08:41แต่ถ้าอาการเป็นมากกว่า 1-2 วันเรื่องกิน
00:08:41 → 00:08:45ไม่ได้มีอาการปวดท้องร่วมด้วยให้รีบพาไป
00:08:45 → 00:08:47พบแพทย์เพราะอาจจะมีอาการแทรกซ้อนเช่น
00:08:47 → 00:08:51ภาวะขาดน้ำตามาได้ครับข้อควรให้กินอาหาร
00:08:51 → 00:08:55เหลือชดเชยเช่นน้ำข้าวต้มน้ำแกงจืดนมแม่
00:08:55 → 00:08:59หรือผสมนมผงให้เจือจางลงครึ่งหนึ่งจนกว่า
00:08:59 → 00:09:02อาการจะดีขึ้นส่วนใหญ่จะดีขึ้นภายใน 8
00:09:02 → 00:09:05ถึง 12 ชั่วโมงหากอาการไม่ดีขึ้นต้องรีบ
00:09:05 → 00:09:09พาไปพบแพทย์ครับโรคมือเท้าปากเด็กที่มี
00:09:09 → 00:09:12โรคมือเท้าปากอาจจะมีระยะฟักตัวประมาณ 3-7
00:09:12 → 00:09:17วันและสามารถตรวจพบเชื้อในร่างกายได้ 2
00:09:17 → 00:09:20ถึง 4 วันก่อนที่จะมีอาการไปจนถึง 1-2
00:09:20 → 00:09:24สัปดาห์หลังที่มีอาการแล้วอาการที่พบบ่อย
00:09:24 → 00:09:27นะครับอาจจะเรื่องจะมีไข้ต่างๆไปจนถึงมี
00:09:27 → 00:09:31ไข้สูงเริ่มอ่อนเคลียร์ต่อมา in 1 ถึง 2
00:09:31 → 00:09:35วันจะเริ่มมีอาการเจ็บปากไม่ยอมกินกินไม่
00:09:35 → 00:09:38ได้เนื่องจากว่ามีตุ่มแดงขึ้นในบริเวณปาก
00:09:38 → 00:09:41ลิ้นและกระพุ้งแก้มซึ่งนี่นี่อาจจะเป็น
00:09:41 → 00:09:44สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนเช่นภาวะ
00:09:45 → 00:09:49ขาดน้ำตามมาได้ครับนอกจากนี้จะพบตุ่มหรือ
00:09:49 → 00:09:52ผื่นนูนแต่ยังเล็กมากไม่คันที่บริเวณฝ่า
00:09:52 → 00:09:56มือนิ้วมือฝ่าเท้าและอาจจะพบที่ก้นด้วย
00:09:56 → 00:10:00ตุ่มนี้จะกลายเป็นตุ่มห้องสายบริเวณรอบๆ
00:10:00 → 00:10:03จะอักเสบและก็แดงต่อมาตุ่มจะแตกเป็นแผล
00:10:03 → 00:10:07หลุมตื้นๆอาการจะทุเลาแล้วก็หายเป็นปกติ
00:10:07 → 00:10:10ภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์แต่บางรายจะมีการ
00:10:10 → 00:10:13รุนแรงขึ้นอยู่กับชนิดของไวรัสที่ติด
00:10:13 → 00:10:17เชื้อข้อควรระวังก็คือต้องมันเช็ดตัวลด
00:10:17 → 00:10:21ไข้อยากให้เด็กมีไข้สูตรเกินไปเพราะจะทำ
00:10:21 → 00:10:24ให้เกิดการชักได้ครับขอบคุณที่ติดตามรับ
00:10:24 → 00:10:27ชมเทียนเอ็นเทลนะครับอย่าลืมกด like กด
00:10:27 → 00:10:30Share กด Subscribe กดกระดิ่งในทุกช่อง
00:10:30 → 00:10:33ทางออนไลน์ของ TNN ช่อง 16 เพื่อให้ไม่
00:10:33 → 00:10:36พลาดรายการสดและคลิปวีดีโอที่น่าสนใจอีก
00:10:36 → 00:10:39มากมายครับอ่ะ