00:00:00 → 00:00:03วันนี้ค่ะเราเลยจะมาพูดคุยกับทางรอง
00:00:03 → 00:00:06ศาสตราจารย์นายแพทย์เพชรรอดอารีนายกสมาคม
00:00:06 → 00:00:09เครือข่ายโรคไม่ติดต่อไทยเพราะว่าท่านน่ะ
00:00:09 → 00:00:14นะคะก็คือทำในเรื่องของว่าทำไมเด็กไทยถึง
00:00:14 → 00:00:17ประสบปัญหาเป็นโรคอ้วนเพิ่มมากขึ้นแล้วที
00:00:17 → 00:00:21นี้ทางแก้เราจะแก้ได้อย่างไรนะคะวันนี้
00:00:21 → 00:00:25เราจะมาพูดคุยกันในหัวข้อวิกฤตเด็กอ้วนจะ
00:00:25 → 00:00:29แก้ได้อย่างไรกับนายแพทย์เพชรรอดอารีนะคะ
00:00:29 → 00:00:31ตอนนี้คุณหมออยู่ในสายกับเราแล้วค่ะ
00:00:31 → 00:00:35สวัสดีค่ะคุณหมอคะสวัสดีค่ะสวัสดีสวัสดี
00:00:35 → 00:00:39ครับคุณสิริพรใช่มั้ยครับค่ะราวัลด้วยนะ
00:00:39 → 00:00:42ครับค่ะสวัสดีค่ะครับผมขออนุญาตแนะนำตัว
00:00:42 → 00:00:45นิดนึงนะครับสมาคมเครือข่ายโลกไวติดต่อ
00:00:45 → 00:00:49ไทยเนี่ยเราเป็นที่รวมของคุณหมอที่ดูแล
00:00:49 → 00:00:51เรื่องเกี่ยวกับ ncd หรือโรคไม่ติดต่ออ่ะ
00:00:51 → 00:00:54ครับค่ะเช่นเบาหวานความดันไถมันโรคหัวใจ
00:00:54 → 00:00:58รวมทั้งคุณหมอเด็กด้วยซึ่งประเด็นเหล่า
00:00:58 → 00:01:01นี้เนี่ยมันก็ถูกยกมาคุยในในสมาคมเราว่า
00:01:01 → 00:01:04ในเครือข่ายนะครับว่าเออเด็กอ้วนนี่น่าจะ
00:01:04 → 00:01:08เป็นปัญหาสำคัญอันนึงค่ะก็เลยสนใจเรื่อง
00:01:08 → 00:01:11เรื่องโรคอ้วนในเด็กนะครับเพราะว่าเราเรา
00:01:11 → 00:01:14เราคงทราบกันดีเวลาเราอ้วนขึ้นแล้วเนี่ย
00:01:14 → 00:01:16ในเมืองไทยเนี่ยตอนนี้เราอ้วนกันประมาณ
00:01:16 → 00:01:2042% นะหมายถึงผู้ใหญ่นะครับแล้วมันก็จะ
00:01:20 → 00:01:23มีโรคเบาหวานความดันไขมันในเลือดตามมา
00:01:23 → 00:01:27ด้วยแล้วพอเราดูข้อมูลจริงๆเนี่ยปรากฏว่า
00:01:27 → 00:01:29คนเริ่มอ้วนเนี่ยที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ
00:01:29 → 00:01:32เรื่อยๆแล้วก็เบาหวานก็เกิดขึ้นในคนที่
00:01:32 → 00:01:36อายุน้อยลงเรื่อยๆความโลหิตสูงด้วยคค่ะก็
00:01:36 → 00:01:39เลยต้องย้อนไปดูว่าเอ๊ะเกี่ยวข้องกับเด็ก
00:01:39 → 00:01:41หรือเปล่าเนี่ยปรากฏว่าเด็กอ้วนของไทยก็
00:01:41 → 00:01:44เยอะขึ้นด้วยอ่ะครับค่ะค่ะคือมันก็เกี่ยว
00:01:44 → 00:01:48เนื่องกันมานะฮะใช่มั้ยคะคุณหมอคะใช่ครับ
00:01:48 → 00:01:50แล้วแล้วเมื่อกี้ประโยคนี้เมื่อกี้นี่ที่
00:01:50 → 00:01:53คุณตั๊กับคุณอวัพูดเนี่ยมันมันน่าสนใจมาก
00:01:53 → 00:01:55เลยที่บอกว่าพออ้วนไปก่อนพอเดี๋ยวโตแล้ว
00:01:55 → 00:02:00ตัวยืดได้นะครับเพรามันตัวตัวคงสูงขึ้น
00:02:00 → 00:02:02จริงนะครับกับความอ้วนในเด็กเนี่ยถ้าเกิด
00:02:02 → 00:02:05เขาอ้วนตั้งแต่ก่อนอายุ 6 ขวบเนี่ยเซลล์
00:02:06 → 00:02:09ไขมันเขาจะเพิ่มจำนวนเยอะขึ้นมากเลยอ๋อ
00:02:09 → 00:02:12คือคือถ้าเราอ้วนตอนโตๆเนี่ยเซลล์ไขมัน
00:02:12 → 00:02:14เราจะป่องตัวใหญ่ขึ้นพอลดน้ำหนักเซลล์ไข
00:02:14 → 00:02:17มันก็ยุบลงแต่ถ้าเป็นการอ้วนในเด็กเล็ก
00:02:17 → 00:02:20เนี่ยเซลล์ไขมันจะไม่ใช่ใหญ่ขึ้นอย่าง
00:02:20 → 00:02:23เดียวนะครับมันจะแบ่งตัวแล้วก็เพิ่มตัว
00:02:23 → 00:02:26ทวีจำนวนขึ้นเต็มไปหมดเลยอเพราะฉะนั้น
00:02:26 → 00:02:28เนี่ยเหมือนกับมีลูกโป่งเล็กๆที่พร้อมจะ
00:02:28 → 00:02:31อ้วนพร้อมบรจุไขมันเต็มไปหมดเลยถ้าเขา
00:02:31 → 00:02:34อ้วนตั้งแต่ตอนเด็กเพราะฉะนั้นพอโตขึ้นเา
00:02:34 → 00:02:38ก็จะอ้วนง่ายค่ะแสดงว่าของคนที่เป็นเบา
00:02:38 → 00:02:40หวานเนี่ยอ้วนตอนเด็กอ๋ออ้วนตั้งแต่ตอน
00:02:40 → 00:02:41เด็ก
00:02:41 → 00:02:45ๆเสี่ยงที่จะอ้วนตอนโตอ๋อแล้วก็เสี่ยงที่
00:02:45 → 00:02:48จะเกิดโรคเบาหวานมากกว่าคนที่ไม่ได้อ้วน
00:02:48 → 00:02:51ตอนเด็กด้วยครับค่ะอาจารย์มันมีตอนเนี้ย
00:02:51 → 00:02:54คือมันมีปัจจัยแวดล้อมหรือปัจจัยอะไรที่
00:02:54 → 00:02:57เป็นเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กเข้ามา
00:02:57 → 00:03:01สู่ภาวะอ้วนกันเยอะขึ้นอ่ะคะครับจริงๆ
00:03:01 → 00:03:03อย่างที่เราเรารู้นะครับเรื่องการเลี้ยง
00:03:03 → 00:03:07ดูก็เป็นเรื่องอันนึงทานเยอะเกินแล้วก็
00:03:07 → 00:03:11เด็กไม่ค่อยวิ่งเล่นกันนั่งอยู่กับที่ดู
00:03:11 → 00:03:13มือถือกันอันนี้ก็เป็นปัจจัยสำคัญอันนึง
00:03:13 → 00:03:16ที่เรามองเห็นเลยแล้วก็การบริโภคอาหารเก็
00:03:16 → 00:03:19เป็นปัจจัยที่สำคัญมากๆโดยเฉพาะการที่เขา
00:03:19 → 00:03:22รับประทานอาหารหรือกินขนมที่มันให้พลัง
00:03:22 → 00:03:25งานสูงเกินความจำเป็นค่ะอันเนี้ยเขาก็จะ
00:03:26 → 00:03:28ได้ส่วนที่ไปสร้างเสริมร่างกายเนี่ยค่อน
00:03:28 → 00:03:31ข้างน้อยแต่ว่ากลับไปได้ส่วนที่เป็นพลัง
00:03:31 → 00:03:34งานเยอะเกินไปเช่นพวกที่มีน้ำตาลเยอะมีไข
00:03:34 → 00:03:37มันเยอะหรือแม้กระทั่งมีเกลือเยอะมันก็
00:03:37 → 00:03:40เลยทำให้เขาอ้วนง่ายอันนี้คือปัจจัย
00:03:40 → 00:03:43เรื่องของการบริโภคเกินกับการใช้พลังงาน
00:03:43 → 00:03:47น้อยลงแล้วมันยังมีอีกปัจจัยนึงตอนนี้ก็
00:03:47 → 00:03:49คือเรื่องของการนอนของเด็กเนี่ยอาจจะนอน
00:03:49 → 00:03:53ได้ไม่เต็มที่เด็กที่นอนน้อยเอาแต่เล่น
00:03:53 → 00:03:56มือถืออะไรพวกเนะครับระบบการนอนเไม่ดี
00:03:56 → 00:03:58ฮอร์โมนเกี่ยวกับการนอนแล้วก็การควบคุม
00:03:58 → 00:04:02น้ำหนักเนี่ยมันจะผิดปกติจะทำให้เา้าหิว
00:04:02 → 00:04:05อยู่ตลอดเวลาแล้วก็อ้วนง่ายขึ้นครับโอ้โห
00:04:05 → 00:04:09ปัจจัยแบบนี้เป็นภาวะของเด็กเด็กรุ่นใหม่
00:04:09 → 00:04:13จริงๆคือนอนน้อยที่ว่าค่ะคุณหมอค่ะคือ
00:04:13 → 00:04:16เด็กปัจจุบันนี้เฉลี่ยแล้วถ้าถ้าเท่าที่
00:04:16 → 00:04:20ลงมีลูกเล็กนะอายุ 5 ขวบนอนเนี่ยคือถ้า
00:04:20 → 00:04:23ไม่บังคับให้นอนเลยเนอน 22:00 นนี่ถือว่า
00:04:23 → 00:04:26ดึกมั้ยคะะอ้อมันมันขึ้นอยู่กับสิ่งแวด
00:04:26 → 00:04:29ล้อมด้วยนะ 22:00 นอาจจะไม่ดึกแต่เนอถ้า
00:04:29 → 00:04:31เคนอนตื่นสายอย่างน้อยเด็กเี่ต้องเกือบ 10
00:04:31 → 00:04:34ชั่วโมงถ้าอายุน้อยนะคะค่ะถ้าเด็กโตหน่อย
00:04:34 → 00:04:37อาจจะ 9-10 ชมงได้หรืออย่างผู้ใหญ่ก็โดย
00:04:37 → 00:04:39เฉลี่ยที่เราพูดกันประมาณ 7-8 ชั่วโมงอ่ะ
00:04:39 → 00:04:41ครับแต่เด็กี่ต้องนอนเยอะกว่าแล้วก็ต้อง
00:04:41 → 00:04:44วิ่งเล่นเยอะกว่าอืเพราะงั้นมีการที่เไป
00:04:44 → 00:04:46ติดอยู่กับมือถือหรือติดอยู่กับไอ้
00:04:46 → 00:04:49โซเชียลเนี่ยอันนี้เป็นเรื่องเรื่องลำบาก
00:04:49 → 00:04:51เลยอันนี้คือปัจจัยที่ 1 เลยค่ะแล้วแล้ว
00:04:51 → 00:04:55ผมคุณคุณอวัมีลูกอยู่มีลูกอยู่ 5 ขวบค่ะ
00:04:55 → 00:04:59คุณหมอ 5 ขวบเนี่ยค่ะคือตอนเนี้ยผมผมได้
00:04:59 → 00:05:01ได้ได้ยินมาเรื่องนึงที่คุณพ่อคุณแม่น่ะ
00:05:01 → 00:05:04เริ่มเป็นห่วงแล้วค่ะก็คือกังวลเรื่องลูก
00:05:04 → 00:05:07ที่ติดอยู่กับไอ้อ่าอินเทอร์เน็ตหรือมือ
00:05:07 → 00:05:10ถือหรือโซเชียล Network เนี่ยไม่รู้ว่า
00:05:10 → 00:05:13เค้าเล่นอะไรกันบ้างเาได้ข้อมูลอะไรบ้าง
00:05:13 → 00:05:16เอ๊ะเขาจะเติบโตมาเหมือนที่เราเลี้ยงหรือ
00:05:16 → 00:05:18เปล่าหรือว่าเคเรียนรู้จากไอ้สิ่งที่อยู่
00:05:18 → 00:05:22ในมือถือค่ะแล้วลูกๆบางคนอาจจะถูกเอ่อ
00:05:22 → 00:05:24ไซบอร์ buy โดยที่เราไม่รู้ตัวอีกอืแล้ว
00:05:24 → 00:05:27ก็เนื้อหาเหมาะสมหรือเปล่าเราก็ไม่รู้รวม
00:05:27 → 00:05:31ทั้งที่ที่สมาคมให้ความสำคัญมากก็เลย
00:05:31 → 00:05:34เรื่องก็คือเรื่องของการโฆษณาเนี่ยอ้อคือ
00:05:34 → 00:05:37เราเราเห็นภาพมากเลยว่าเด็กเมองปุ๊บเนี่ย
00:05:37 → 00:05:41เค้าเห็นแล้วเคก็จะคอยตามแล้วก็อยากทำตาม
00:05:41 → 00:05:45โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินอค่ะเออใช่
00:05:45 → 00:05:49เพราะว่าเขาจะมีมีเหมือนคนที่ชื่นชอบเป็น
00:05:49 → 00:05:52เด็กเเรียกว่าอะไรนะ influencer เด็กเลย
00:05:52 → 00:05:57นะคุณหมอแล้วถ้าเอาเอาอะไรมาเผยแพร่ใน
00:05:57 → 00:06:00นั้นน่ะเขาจะอยากกินแบบนี้เลยอยากกินแบบ
00:06:00 → 00:06:03พี่คนนี้อะไรอย่างเงี้ยค่ะมีผลจริงๆมีผล
00:06:03 → 00:06:06มากเลยอ่ะใช่ๆครับเพราะเด็กด็เนี่ยอายุ
00:06:06 → 00:06:08น้อยกว่า 12 เนี่ยเ้ายังตัดสินใจเรื่อง
00:06:08 → 00:06:12ไอ้คุณค่าหรือประโยชน์อะไรพวกเไม่เป็นนะ
00:06:12 → 00:06:15ครับเยังเห็นแต่ว่าใครใช้ใครทำหรืออะไร
00:06:15 → 00:06:19มันสวยอะไรมันน่ารักอะไรมันดูดีเค้าก็
00:06:19 → 00:06:23ซื้อเค้าก็กินค่ะเขาจะจำไอ้โลโก้รูปใหญ่ๆ
00:06:23 → 00:06:26สีใหญ่ๆได้ว่าเออคนเทานคนนี้ทานพี่ก็ทาน
00:06:26 → 00:06:30อะไรกันก็จะเป็น influencer รวมทั้งอ
00:06:30 → 00:06:33ปัจจัยในสังคมด้วยคือแบบทั้งโรงเรียนทั้ง
00:06:33 → 00:06:36ห้องเกินกันหมดเลยหนูก็ต้องกินด้วยอือ่า
00:06:36 → 00:06:38เพราะฉะนั้นมันก็เลยเกิดเรื่องเกิดราว
00:06:38 → 00:06:42ขึ้นว่าเออเด็กเนี่ยมีพฤติกรรมที่จะดูพวก
00:06:42 → 00:06:44บรรดา influencer หรือว่าสื่อที่เราไม่
00:06:44 → 00:06:47รู้ว่าเคกำลังดูอะไรอยู่แล้วก็เป็นโฆษณา
00:06:47 → 00:06:50ที่ทำให้เขาทำตามอ่ะครับค่ะแล้วทีเค่ะคุณ
00:06:51 → 00:06:53หมอคือเรื่องนี้มันมันน่าห่วงขนาดไหนเห็น
00:06:53 → 00:06:58บอกว่าคือเด็กไทยมีภาวะเข้าสู่โรคอ้วน
00:06:58 → 00:07:01เนี่ยมันมันถึงจุดอาจจะวิกฤตไปได้ในอนาคต
00:07:01 → 00:07:05อ่ะค่ะเอ่อครับก็คือคือตัวเลขเด็กอ้วน
00:07:05 → 00:07:07เนี่ยมันก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆนะครับซึ่ง
00:07:07 → 00:07:10ตอนนี้เนี่ยเราก็คิดว่าเด็กอ้วนที่อายุ
00:07:10 → 00:07:13น้อยกว่า 14 ปีเนี่ยคือเด็กๆนะครับอาจจะ
00:07:13 → 00:07:17อ้วนกันประมาณ 10 -15% แล้วก็อ่าพยากรณ์
00:07:17 → 00:07:20ไปข้างหน้าว่าอาจจะอ้วนกันถึงประมาณเกือบ
00:07:20 → 00:07:2230% ทีนี้พออ้วนเยอะขนาดนี้อย่างที่ผม
00:07:22 → 00:07:25เรียนตอนแรกเนี่ยโตเป็นผู้ใหญ่เขาก็จะ
00:07:25 → 00:07:28อ้วนแล้วก็มีโรคตามมาเนี่ยฮะค่ะแล้วที่
00:07:28 → 00:07:31ที่ผมเรียนมาสักครู่เนี้ยความสามารถในการ
00:07:31 → 00:07:34ควบคุมหรือการดูแลเด็กให้เค้ารับประทาน
00:07:34 → 00:07:37อาหารหรือบรบริโภคอาหารให้เหมาะสมเนี่ย
00:07:37 → 00:07:40บางครั้งเนี่ยอ่าระยะนี้มันอาจจะยากขึ้น
00:07:40 → 00:07:43นะครับเพราะว่าเค้าไปได้รับอิทธิพลจาก
00:07:43 → 00:07:46สื่อภายนอกค่ะไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ทีวี
00:07:46 → 00:07:48หรือโซเชียลมีเดียเนี่ยค่อนข้างจะเยอะมาก
00:07:48 → 00:07:52เลยแล้วเด็กเาก็จะทำตามค่ะซึ่งตรงนี้
00:07:52 → 00:07:55เนี่ยผมผมว่ามันซีเรียสนะเพราะว่าส่วนมาก
00:07:55 → 00:07:58ในโฆษณาที่เราดูๆกันเนี่ยมีการสำรวจ
00:07:58 → 00:07:59เหมือนกันนะครับว่าส่วนใหญ่เนี่ยเนี่ยที่
00:07:59 → 00:08:02อยู่ในโฆษณาเนี่ยก็มักจะเป็นอาหารที่มีไข
00:08:02 → 00:08:06มันสูงเป็นอาหารที่รสค่อนข้างเค็มหรือ
00:08:06 → 00:08:08เป็นอาหารที่ค่อนข้างจะหวานซึ่งอย่างที่
00:08:08 → 00:08:11ผมเรียนตอนแรกอ่ะเด็กก็จะได้พลังงานเยอะ
00:08:11 → 00:08:16เกินไปค่ะอือค่ะแล้วทีเนี้ยค่ะเราจะทำยัง
00:08:16 → 00:08:20ไงอ่ะคะคุณหมอคะในเมื่อคือเด็กๆเขาก็อยู่
00:08:20 → 00:08:26กับพวกขนมขบเคี้ยวน้ำหวานสิ่งที่สิ่งที่
00:08:26 → 00:08:28เป็นสิ่งที่ล่อใจเหมือนบางคนน่ะอาจจะล่อ
00:08:28 → 00:08:31ให้เด็กกินข้าวด้วยซ้ำแบบใช้สิ่งเนี้ยใน
00:08:31 → 00:08:34การทำให้เด็กกินข้าวมากขึ้นอะไรเงี้ค่ะ
00:08:34 → 00:08:37แล้วเราจะทำยังไงให้ให้เด็กไม่ได้บริโภค
00:08:37 → 00:08:40แล้วก็บริโภคอยู่ในปริมาณที่จำเป็นนะค่ะ
00:08:40 → 00:08:43คุณหมออืเอออันอันนี้ก็เป็นเรื่องที่ผม
00:08:43 → 00:08:47เห็นหลายภาคส่วนเขาเทำเช่วยเหลือกันอยู่
00:08:47 → 00:08:50นะอย่างอย่างเช่นตัวกระทรวงศึกษาธิการเอง
00:08:50 → 00:08:52เนี่ยเราเราจะเห็นว่าหลายโรงเรียนแล้วก็
00:08:52 → 00:08:56ตัวกระทรวงเองเก็มีข้อกำหนดว่าไม่ให้มี
00:08:56 → 00:08:59พวกของหวานหรือน้ำหวานอะไรขายภายในโรง
00:08:59 → 00:09:03เรียนอ๋ออันเป็นมาตช่วยได้เยอะเลยโรง
00:09:03 → 00:09:05เรียนของกรุงเทพมหานครเองก็มีโรงเรียน
00:09:05 → 00:09:09อ่อนหวานนะก็คือการการที่ทำกับข้าวเลี้ยง
00:09:09 → 00:09:11เด็กหรืออะไรพวกเที่ให้เด็กรับประทานเป็น
00:09:11 → 00:09:13อาหารเช้าอาหารกลางวันเนี่ยก็ลดปริมาณการ
00:09:13 → 00:09:17ใช้น้ำตาลลงค่ะแล้วก็ไม่ขายน้ำอัดลมในโรง
00:09:17 → 00:09:20เรียนแต่ประเด็นก็คือว่าโรงเรียนทำดีแล้ว
00:09:20 → 00:09:23กระทรวงศึกษาทำดีแล้วพอออกข้างนอกมาเนี่ย
00:09:23 → 00:09:26มันก็จะมีรถเข็นรถขายหรือว่าอะไรก็แล้ว
00:09:27 → 00:09:30แต่ร้านชอปเล็กชอปน้อยค่ะขายของหวานให้
00:09:30 → 00:09:32เด็กเต็มไปหมดเลยกรุบกรอบเค็มๆหรือกลับ
00:09:32 → 00:09:35บ้านเองก็ตามทีอ่ะครับค่ะอันเนี้ยเด็กยัง
00:09:35 → 00:09:37ไปชอบสิ่งเหล่านี้อยู่เพราะว่าอย่างที่ผม
00:09:37 → 00:09:41เรียนน่ะมันก็มีอิทธิพลจากการโฆษณาด้วย
00:09:41 → 00:09:44การที่เขาเห็นต้นแบบด้วยแล้วก็การรับ
00:09:44 → 00:09:47ประทานบ่อยๆก็จะชินนะครับชินกับรสชาติแบบ
00:09:47 → 00:09:51เนี้ยก็เลยทำให้ได้พลังงานเกินแล้วก็อ้วน
00:09:51 → 00:09:54ขึ้นออเพเพราะฉะนั้นเนี่ยผมคิดว่า
00:09:54 → 00:09:56อันเนี้ยมันจะเป็นปัจจัยอันนึงนะคือเมื่อ
00:09:57 → 00:10:00กี้เราพูดถึงปัจจัยทางธุกรรมปัจจัย
00:10:00 → 00:10:04เรไอสิ่งแวดลมแล้วเนี่ยปัจจัยทางด้านการ
00:10:04 → 00:10:07ค้าก็เป็นปัจจัยอีกอันนึงเลยครับที่ทำให้
00:10:07 → 00:10:11ให้คนเราเนี่ยมีวิถีสุขภาพที่ที่ vate
00:10:11 → 00:10:14หรือว่าที่เบี่ยงเบนไปในทางที่ไม่ดีค่ะก็
00:10:14 → 00:10:18คือเรื่องการโฆษณาอย่างเงี้ยคออคุณหมอพอ
00:10:18 → 00:10:22จะจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดๆหน่อยได้ม
00:10:22 → 00:10:25อ่ะคะในเรื่องของปัจจัยที่บอกว่าคืออย่าง
00:10:25 → 00:10:29การที่เราดูโฆษณามันมีปัจจัยดึงดูดให้ให้
00:10:29 → 00:10:33ลูกๆของเราเนี่ยคืออยากจะรับประทานแล้วก็
00:10:33 → 00:10:37เป็นแรงจูงใจมากขึ้นอะไรเงี้ยค่ะก็อย่าง
00:10:37 → 00:10:40เมื่อกี้ที่เราคุยกันตอนแรกอ่ะเนาะเค้าก็
00:10:40 → 00:10:44มักจะใช้คเค้าเหลายอย่างนะครับไม่ไม่ใช่
00:10:44 → 00:10:46ไม่ไม่ใช่เรื่องการตลาดเี่มันไม่ใช่แค่
00:10:46 → 00:10:48โฆษณาในทีวีเพียงอย่างเดียวนะอย่างเมื่อ
00:10:48 → 00:10:50กี้ที่เราคุยกันน่ะนะเราพูดถึงว่าเค้าใช้
00:10:50 → 00:10:53influencer ที่เด็กชอบหรือตัวการ์ตูนที่
00:10:53 → 00:10:56เด็กชอบใช้สีใช้กล่องหรืออะไรก็แล้วแต่
00:10:56 → 00:11:01ชอบเ้ายังมีลักษณะเช่นเอ่อขนมบางอย่างทาน
00:11:01 → 00:11:04แล้วอารมณ์ดีกินแล้วเป็นซุปเปอร์แมนเหาะ
00:11:04 → 00:11:08ได้หรืออะไรพวกเยครับหรือว่ามีการเล่น
00:11:08 → 00:11:11กิจกรรมแล้วก็ให้รางวัลด้วยอ่ะเล่นชนะได้
00:11:11 → 00:11:14ไอ้นี่เล่นไอ้นู่นได้ไอ้นี่หรือซื้อขนม
00:11:14 → 00:11:17อันนั้นในกล่องจะมีตัวตุ๊กตุ่นตุ๊กตาอยู่
00:11:17 → 00:11:21มีการสะสมแต้มสะสมอะไรพวกเยครับค่ะคือมัน
00:11:21 → 00:11:25มีการใช้แรงจูงใจในเชิงการค้าเนี่ยหลาย
00:11:25 → 00:11:29รูปแบบมากเลยที่ทำให้เด็กอยากหรือเด็ก
00:11:29 → 00:11:32เด็กจะไปซื้อสิ่งเหล่านี้มาบริโภคมารับ
00:11:32 → 00:11:34ประทานกันนะครับ
00:11:34 → 00:11:39อืคณหเข้าจำได้เลยครับเชิญฮะค่ะเอ่อถ้า
00:11:39 → 00:11:42มองในมิติของเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพของ
00:11:42 → 00:11:45เด็กที่มีภาวะอ้วนนะคะมันจะส่งผลต่อการ
00:11:45 → 00:11:48เสี่ยงเกิดโรคอะไรตามมาได้บ้าง่ะคะในภาพ
00:11:48 → 00:11:52เท่าที่เราเคยเห็นเนี่ยคะอ๋ออย่างอย่าง
00:11:52 → 00:11:54เมื่อกี้ที่เราคุยกันเรื่อง PM 2.5
00:11:54 → 00:11:57เนี่ยค่ะอันนี้ง่ายมากชัดเจนที่สุดเลยก็
00:11:57 → 00:11:59เรื่องกลุ่มโรคภูมิแพ้หรือโรคทางเดินหาย
00:11:59 → 00:12:02ใจเนี่ยเจะเป็นเยอะขึ้นบ่อยขึ้นเหรอคะ
00:12:02 → 00:12:05แล้วถ้าเกิดคนเป็นหอบขืดอยู่แล้วเจอ PM
00:12:05 → 00:12:092.5 เนี่ยก็จะอาการหนักขึ้นกว่าคนอื่นอ
00:12:09 → 00:12:12แล้วถ้าเขาเป็นคนอ้วนเราคงจำได้ดีช่วงที่
00:12:12 → 00:12:15ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโควิดหรือ PM 2.5
00:12:15 → 00:12:18ก็ตามทีกลุ่มที่อ้วนเนี่ยเขาจะมีโอกาสที่
00:12:18 → 00:12:22ป่วยหนักต้องนอนโรงพยาบาลแต่ทอเชื้อหายใจ
00:12:22 → 00:12:24หรือเสียชีวิตมากขึ้นอันนี้ก็คืออันตราย
00:12:24 → 00:12:29ของของความอ้วนเลยนะครับค่ะอันที่ 2 อีก
00:12:29 → 00:12:31อันเมื่อกี้ที่ผมเรียนตอนแรก่ะครับว่าพอ
00:12:31 → 00:12:34เค้าโตขึ้นเนี่ยเขาคก็จะเสี่ยงต่อการที่
00:12:34 → 00:12:37จะเกิดโรคเบาหวานขึ้นค่ะเค้าเสี่ยงต่อการ
00:12:37 → 00:12:40เป็นโรคอ่าไขมันในเลือดสูงแล้วก็โรคความ
00:12:40 → 00:12:44ดันโลหิตสูงข้อมูลล่าสุดที่เราเพิ่งเก็บ
00:12:44 → 00:12:48ข้อมูลเสร็จเนี่ยเราพบว่านะครับคนไข้ที่
00:12:48 → 00:12:52เป็นเบาหวานที่อายุน้อยคือคือปกติเราพอ
00:12:52 → 00:12:54พูดถึงเบาหวานเราจะพูดถึงคนอายุเยอะใช่
00:12:54 → 00:12:55มั้ยครับอ่าผู้สูงอายุเราจะนึกถึงอย่าง
00:12:55 → 00:12:59งั้นเลยเออผู้สูงอายุถึงจะเป็นเวัปรากฏ
00:12:59 → 00:13:02ว่าถ้าเป็นเบาหวานและอายุน้อยกว่า 30 ปี
00:13:02 → 00:13:06เนี่ยค่ะเขาจะเข้าสู่ภาวะไตเสื่อมเร็ว
00:13:06 → 00:13:11กว่าอุยมาเจะตายวายเร็วกว่าคนอื่นๆเลย
00:13:11 → 00:13:13เร็วกว่าเบาหวานชนิดที่ 1 ที่เทียบกัน
00:13:13 → 00:13:17อายุใกล้เคียงกันค่ะก็คือไอ้เบาหวานชนิด
00:13:17 → 00:13:19ที่ 2 ที่มันเกี่ยวข้องกับความอ้วนเนี่ย
00:13:19 → 00:13:22มันจะมีปัจจัยเสริมที่ทำให้ตายวายเร็ว
00:13:22 → 00:13:25ขึ้นความดันโลหิตสูงมากขึ้นเป็นโรคหัวใจ
00:13:25 → 00:13:29มากขึ้นเพราะฉะนั้นผมกล้าพูดตรงนี้ว่าถ้า
00:13:29 → 00:13:31เป็นเบาหวานตั้งแต่อายุน้อยหรือในายเด็ก
00:13:31 → 00:13:34เนี่ยเขาจะมีความรุนแรงหรือเกิดภาวาแทรก
00:13:34 → 00:13:37ซ้อนแรงกว่าเป็นเบาหวานตอนเป็นผู้ใหญ่
00:13:37 → 00:13:40หรือในผู้สูงอายุครับออันนี้คือคือภาระ
00:13:40 → 00:13:43โรคที่จะเกิดขึ้นอย่างน่ากลัวเลยครับออือ
00:13:43 → 00:13:47ค่ะออย่างพวกกระดูกและคออะไรอย่างมีผล
00:13:47 → 00:13:51ด้วยมั้ยคะถ้าว่าอ้วนมากๆเนี่ยคะเอ่อในใน
00:13:51 → 00:13:54เด็กอาจจะยังเห็นไม่ชัดเจนนะเรื่องกระดูเ
00:13:54 → 00:13:57ข้อเพราะเพราะว่าเค้ายังเยังใช้งานไว้ไม่
00:13:57 → 00:14:00มากแต่ถ้าเโตเนี่ยเค้าเป็นแน่นอนทีนี้แต่
00:14:00 → 00:14:03ถ้าเราเห็นเด็กอ้วนๆเค่ะถ้าอ้วนมากที่เรา
00:14:03 → 00:14:07บอกดูน่ารักเนี่ยซอกแขนซอกขาเ้าบางที
00:14:07 → 00:14:10เนี่ยเชื้อราอะไรมันก็ขึ้นเก็จะติดเชื้อ
00:14:10 → 00:14:13อะไรได้ได้ง่ายขึ้นค่ะการหายใจก็ไม่ดี
00:14:13 → 00:14:16เชื้อราก็มีนะครับอันนี้ก็เป็นปัญหาแต่
00:14:16 → 00:14:18ที่น่าเป็นห่วงอีกอันสำหรับน้องๆที่เวลา
00:14:18 → 00:14:20เาอ้วนเนี่ยบางครั้งเนี่ยอย่างที่ผมพูด
00:14:20 → 00:14:22ถึงเรื่องการบูรี่กันเนี่ยบางทีเราไม่รู้
00:14:22 → 00:14:26เลยนะว่าลูกๆหลานๆเราถูกบูลี่เรื่องตัว
00:14:26 → 00:14:28อ้วนเรื่องอะไรพวกนี้ด้วยหรือเปล่าอันนี้
00:14:28 → 00:14:31ก็เป็นเรื่องที่เด็กเาอาจจะมีปัญหาในใจ
00:14:31 → 00:14:34ที่เราไม่รู้ด้วยก็ได้นะครับเรื่องการเ่า
00:14:34 → 00:14:37เา้าเรียกอะไรอ่ะบูรี่กันในในโรงเรียน
00:14:37 → 00:14:40หรือในหมู่เพื่อนอะไรพวกเยครับบางทีเด็กเ
00:14:40 → 00:14:43มีความคับข้องใจอยู่นะครับอันเนี้ยปัญหา
00:14:43 → 00:14:46ทางด้านจิตใจก็ต้องต้องดูแลด้วยครับค่ะเ
00:14:46 → 00:14:49คุณหมอคะอย่างเด็กอ้วนนะคะนอกจากเราดูทาง
00:14:49 → 00:14:52เหมือนกายภาพข้างนอกที่เราเห็นว่าเขาอ้วน
00:14:52 → 00:14:55แล้วกับเราดูปัจจัยอะไรได้อีกที่ที่วัด
00:14:55 → 00:15:00ว่าเขาเป็นเด็กอ้วนน่ะค่ะน้ำอย่าดใช่ๆ
00:15:00 → 00:15:03ครับอันอันที่ง่ายที่สุดเนี่ยที่ผมผม
00:15:03 → 00:15:05เรียนว่าทางกระทรวงสาสุขโดยกรมอนามัยเอง
00:15:05 → 00:15:08หรือคุณหมอที่โรงพยาบาลต่างๆแนะนำให้ใช้
00:15:08 → 00:15:10ก็คือไอ้เผอิญผมไม่ได้เป็นหมอเด็กแล้วนะ
00:15:10 → 00:15:13ครับแต่ทุกคนคุณพ่อคุณแม่เนี่ยจะมีไอ้
00:15:13 → 00:15:16สมุดคู่มือเด็กเอ้ออ่าที่เวลาไปหาหมอ
00:15:16 → 00:15:21ประจำประจำปีประจำเดือนเอคล้ายๆสมุดทด
00:15:21 → 00:15:24สมุดอะไรอน่ะอยากแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่
00:15:25 → 00:15:27เปิดดูเลยนะครับแล้วก็พตกราฟตามที่คุณหมอ
00:15:27 → 00:15:31เแนะนำเลยค่ะว่าลูกของเราเนี่ยส่วนสูง
00:15:31 → 00:15:34เมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวน้ำหนักตัวเมื่อ
00:15:34 → 00:15:37เทียบกับอายุมันอยู่ตรงไหนซึ่งในกราฟนั้น
00:15:37 → 00:15:40น่ะเขาจะแบ่งแยกเพศชายเพศหญิงเลยจะได้คน
00:15:40 → 00:15:43ละเล่มคนละสีกันค่ะแล้วว่ารูปของเราน่ะตก
00:15:43 → 00:15:46อยู่ในกราฟส่วนไหนของตรงกราฟก็จะบอกได้
00:15:46 → 00:15:49เลยว่ากำลังจะอ้วนเริ่มอ้วนหรือว่าอ้วน
00:15:49 → 00:15:53จริงๆหรือว่าอ้วนแบบอแย่แล้วอยากให้ใช้
00:15:53 → 00:15:55อันนั้นเป็นประโยชน์แล้วก็ติดตามด้วยอัน
00:15:55 → 00:15:57นั้นเลยอครับอันนั้นคือเป็นตัวตัววัดที่
00:15:57 → 00:16:00ดีที่สุดลครับในปุบเยครับอ๋อใช่เพราะว่า
00:16:00 → 00:16:04เวลาไปหาคุณหมอแบบตรวจประจำปีคุณหมอก็จะ
00:16:04 → 00:16:07นัดเขาจะมีกราฟอันนี้ให้เลยเขาก็จะแบบลูก
00:16:07 → 00:16:09เราน้ำหนักเท่าไหร่ส่วนสูงเท่าไหร่อัน
00:16:09 → 00:16:11นั้นจะเป็นเกณฑ์ที่ได้มาตรฐานที่สุดูก
00:16:11 → 00:16:14มั้ยคะนอกจากมองจากกายภาพด้านนอกแล้วอะไร
00:16:14 → 00:16:17เงี้ยใช่ครับมาตรฐานที่สุดแล้วก็ก็ดีที่
00:16:17 → 00:16:19สุดด้วยคืออาจจะไม่เหมือนในผู้ใหญ่อ่ะ
00:16:19 → 00:16:21ครับผู้ใหญ่เราอาจจะคำนวณที่เราเรียกว่า
00:16:21 → 00:16:24ดัชนีมวลกายเอาน้ำหนักตั้งหารด้วยส่วนสูง
00:16:24 → 00:16:27ยกกำลัง 2 อะไรเนี่ยนะครับอันนั้นของผู้
00:16:27 → 00:16:29ใหญ่เนี่ยมันเท่ากันหมดใช่ใชได้ทั่วโลก
00:16:29 → 00:16:31เหมือนกันแต่ว่าในเด็กเนี่ยเนื่องจากเขา
00:16:31 → 00:16:34มีการเจริญเติบโตมีส่วนสูงเพิ่มขึ้นโดย
00:16:34 → 00:16:36ตลอดเนี่ยการใช้ตัวดัชนีมวลกายเนี่ยยัง
00:16:36 → 00:16:40เป็นเรื่องที่ที่ยากอยู่แต่ละช่วงอายุมัน
00:16:40 → 00:16:43ยังไม่เท่ากันเพราะฉะนั้นจะจดจำยากก็เลย
00:16:43 → 00:16:45แนะนำว่าคุณพ่อคุณแม่เนี่ยใช้วิธีดูจาก
00:16:45 → 00:16:48กราฟอันเนี้ยง่ายที่สุดเลยครับค่ะว่าลูก
00:16:48 → 00:16:51ของเราโตเกินไปหรือเปล่าอ้วนเกินไปหรือ
00:16:51 → 00:16:55เปล่าครับค่ะแล้วทีนี้คุณหมอสิ่งสำคัญเลย
00:16:55 → 00:16:59ในเรื่องของการปลูกฝังเรื่องการกินการ
00:16:59 → 00:17:01พักผ่อนน่ะจริงๆมันก็ต้องเริ่มจากผู้ปก
00:17:01 → 00:17:04ครองถูกมคะถ้าเด็กเขาจะเขาจะกินอะไรอะไร
00:17:04 → 00:17:07อย่าเงี้ยค่ะมันมันคือสิ่งสำคัญแล้วเรา
00:17:07 → 00:17:10เราจะทำยังไงที่เราจะมาปลูกฝังในเรื่อง
00:17:10 → 00:17:14ของการกินของเด็กที่เ้าเรียกอะไรได้ได้
00:17:14 → 00:17:18ประโยชน์ได้คุณภาพตัวไปไม่อ้วนน่ะค่ะอ่า
00:17:18 → 00:17:22เอ่อก็จริงๆเราโปรโมทอีกอันนึงก็คือสาม
00:17:22 → 00:17:26เหลี่ยมสมดุลอยู่นะครับก็คือเราคงจะเห็น
00:17:26 → 00:17:29ที่เราทำร่วมกับสสสครับสมาคมก็ไปช่วยสสสเ
00:17:29 → 00:17:33ทำด้วยคือต้องมีเรื่องของการวิ่งเล่นเอ้อ
00:17:33 → 00:17:34เด็กต้องได้วิ่งเล่นวันนึงอย่างน้อยตั้ง
00:17:34 → 00:17:3760 นาทีหรือ 1 ช่มเนี่ยเต้องได้วิ่งเล่น
00:17:37 → 00:17:40่นแน่ๆจะช่วยเอันที่ 2 ก็คือต้องได้รับ
00:17:40 → 00:17:43ประทานอาหารอย่างเหมาะสมใช่มั้ยครับก็คือ
00:17:43 → 00:17:45องค์ประกอบของอาหารเนี่ยจะต้องไม่หวานไม่
00:17:45 → 00:17:48มันไม่เค็มเกินไปค่ะั้ 3 อันเนี่ยทำให้
00:17:49 → 00:17:52พลังงานเกินแล้วอ้วนทีนี้ทำไงให้เด็กเทาน
00:17:52 → 00:17:55ได้อย่างนี้เนี่ยคนสำคัญที่สุดก็คือคุณ
00:17:55 → 00:17:59พ่อคุณแม่อ่ะครับใช่ค่ะถ้าถ้าเกิดคุณพ่อ
00:17:59 → 00:18:02คุณแม่เขี่ยผักเมื่อไหร่เนี่ยก็รับรองได้
00:18:02 → 00:18:05ว่าลูกก็จะเขี่ยผักด้วยไม่กินด้วยออเพราะ
00:18:05 → 00:18:07ฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องทานผักด้วยหน้าตา
00:18:07 → 00:18:11สดชื่นเอร็ดอร่อยลูกก็จะทำตามเเด็กน้อยๆ
00:18:12 → 00:18:14เนี่ยเขาจะดูนะครับผู้ใหญ่ทำอะไรเค้าก็จะ
00:18:14 → 00:18:17ทำตามโดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่อืเอยากเป็นผู้
00:18:17 → 00:18:21ใหญ่บ้างเหมือนเราเราทำอะไรเจะทำตามงั้น
00:18:21 → 00:18:26คุณพ่อคุณแม่ทานผักนะอีกอันนึงก็คือเวลา
00:18:26 → 00:18:29ทานก็จัดสรรเวลาทานให้เรียบร้อยค่ะค่ะไม่
00:18:29 → 00:18:32ไม่ใช่ทานไปวิ่งเล่นไปป้อนข้าวคำวิ่งไป
00:18:32 → 00:18:35เล่นทีแล้วแม่วิ่งตามป้อนตามต่ออย่าง
00:18:35 → 00:18:38เงี้ยหรือผู้ดูแลวิ่งตามไปป้อนค่ะอย่าง
00:18:38 → 00:18:42เงี้ไม่ได้เด็กจะไม่รู้สึกอิ่มออจะกินไป
00:18:42 → 00:18:45เรื่อยๆแล้วโตขึ้นก็จะไม่ค่อยมีวินัยด้วย
00:18:45 → 00:18:49ค่ะเพราะฉะนั้นเวลากินก็กินจับนั่ง
00:18:49 → 00:18:53เก้าอี้ให้เรียบร้อยอป้อนอาหารทานกันอิ่ม
00:18:53 → 00:18:57แล้วนะอิ่มแล้วจบอ่าจบก็จบเท่านี้อ๋อนะ
00:18:57 → 00:19:00ครับค่ะคุณแม่ก็ทานกับเขาแล้วก็ทำให้เขา
00:19:00 → 00:19:02ดูว่าเออทุกอย่างที่ทานเนี่ยอร่อยหมดเลย
00:19:02 → 00:19:06เขาก็จะอร่อยไปกับอาหารที่มีคุณภาพด้วยอ
00:19:06 → 00:19:10อืเออใช่ในเรื่องของการป้อนข้าวอ่ะคุณหมอ
00:19:10 → 00:19:13คือก็เป็นเป็นค่านิยมหรือว่าทำต่อๆกันมา
00:19:13 → 00:19:16เลยนะสำหรับแบบเออพาลูกออกไปข้างนอกเพื่อ
00:19:16 → 00:19:19อยากให้ลูกกินข้าวเยอะๆแบบนี้จะยิ่งกิน
00:19:19 → 00:19:22เยอะใช่มั้ยคะจะเห็นคุณย่าคุณยายอ่ะเป็น
00:19:22 → 00:19:26ส่วนใหญ่นะคุณหมอมันอย่าเพิ่งไป
00:19:26 → 00:19:29โทษคือคือเอาเราบอกขอวิธีที่เหมาะสมก็
00:19:29 → 00:19:31แล้วกันจับนั่งให้เรียบร้อยแล้วก็ทานกับ
00:19:31 → 00:19:34โต๊ะกับเราเนี่ยแหละครับหรือถ้ามีเก้าอี้
00:19:34 → 00:19:36เดี๋ยวนี้เคมีเก้าอี้ล็อคเด็กด้วยนะมีสาย
00:19:36 → 00:19:39รัอะไรเรียบร้อยเด็กเคก็นั่งแฮปปี้อ่ะคือ
00:19:39 → 00:19:41เค้ามีความรู้สึกว่าเป็น Space ของเขา
00:19:41 → 00:19:44ด้วยนะครับอันนี้คือที่ของฉันแลฉันนั่ง
00:19:44 → 00:19:47กินตรงนี้ฉันกิ่นข้าวตรงนี้ค่ะนะอันเนี้ย
00:19:47 → 00:19:49อันเนี้ยคืออันที่สร้างวินัยให้เด็กได้
00:19:49 → 00:19:52ด้วยแล้วก็ทานอย่างมีระเบียบครับคือก็
00:19:52 → 00:19:54เป็นการสร้างวินัยให้คุณพ่อคุณแม่ด้วย
00:19:54 → 00:19:58เนาะเพราะว่าก็จะมีเหมือนกันนะคุณหมอคือ
00:19:58 → 00:20:00เป็นเวลาให้เด็กนั่งอยู่กับที่แล้วทาน
00:20:00 → 00:20:04อาหารบางทีเขาก็ไม่ค่อยจะรับประทานสัก
00:20:04 → 00:20:08เท่าไหร่มันจะต้องเปิดทีวีจะต้องพาออกไป
00:20:08 → 00:20:12เดินแล้วถึงทานมันก็จะมีบางบ้านเหมือนกัน
00:20:12 → 00:20:16อันนี้คือคือการฝึกไงฮะการฝึกก็คือ
00:20:16 → 00:20:21การคนใช่ๆคือคืออย่างงี้คนเราเนี่ยพอฝึก
00:20:21 → 00:20:23สักพักนึงเนี่ยมันก็จะชินไปนิสัยอ่ะครับ
00:20:23 → 00:20:25แล้วเก็จะทำได้อย่างมีความสุขค่ะตอนแรก
00:20:25 → 00:20:27อ่ะช่วงแรกทุกคนน่ะครับเหมือนกับที่เรา
00:20:27 → 00:20:30บอกให้ไปลดน้ำหนักเนี่ยค่ะวันแรก 2 วัน
00:20:30 → 00:20:33แรกเนี่ยเป็นวันที่ยากมากเลยพอผ่านไปสัก
00:20:33 → 00:20:352-3 อาทิตย์เนี่ยเ้ารู้สึกว่าเ้าต้องออก
00:20:35 → 00:20:38กำลังกายถ้าไม่ออกเรู้สึกไม่สบายตัวละอื
00:20:38 → 00:20:41เด็กๆก็เหมือนกันนะครับเราฝึกได้หมดครับ
00:20:41 → 00:20:45ค่ะค่ะแล้วทีนี้ค่ะคุณหมออยากทราบว่าแล้ว
00:20:45 → 00:20:48นอกจากว่าคือเขาโตไปเนี่ยเขาจะประสบปัญหา
00:20:48 → 00:20:50เรื่องสุขภาพมากขึ้นเป็นกลุ่มเสี่ยงโรค
00:20:50 → 00:20:53อ้วนเบาหวานแล้วอ่ะค่ะแล้วแล้วในช่วงที่
00:20:53 → 00:20:57เขาเป็นวัยเด็กอยู่ล่ะคะจากภาวะที่เขา
00:20:57 → 00:21:00ภาวะที่เขาเป็นเด็กอ้วนมันจะส่งผลต่อ
00:21:00 → 00:21:03สุขภาพของลูกน้อยเรายังไงได้อีกบ้างอ่ะ
00:21:03 → 00:21:07ค่ะอออีกอันนึงที่ที่อาจจะต้องเป็นห่วง
00:21:07 → 00:21:10กังวลก็คือเรื่องของการการนอนนะเค้าจะนอน
00:21:10 → 00:21:13ไม่ค่อยดีนะถ้าเค้าอ้วนมากจริงนะ
00:21:13 → 00:21:16อ้อเรื่องเรื่องนอนกรนเรื่องอะไรพวกเฮะ
00:21:16 → 00:21:20ทางเดินหายใจเก็จะไม่สะดวกด้วยอค่ะอ๋ออ่า
00:21:20 → 00:21:22อันนี้ก็เป็นเรื่องเรื่องลำบากนะครับค่ะ
00:21:22 → 00:21:25ซึ่งจะทำให้สมองเขาขาดออกซิเจนพัฒนาการ
00:21:25 → 00:21:29ไม่น่าจะดีอค่ะแล้วเวลาเ้าไปโรงเรียนเค้า
00:21:29 → 00:21:31ก็จะวิ่งเล่นได้ไม่ดีนะครับเก็ไม่ค่อยจะ
00:21:31 → 00:21:33อยากเล่นกับเพื่อนน่ะเพราะงั้นการออก
00:21:33 → 00:21:36กำลังกายกล้ามเนื้อเค้าก็จะไม่ค่อยพัฒนา
00:21:36 → 00:21:41อ๋ออนี้เหรอค่ะเพอใช่มันจะไปกันใหญ่เลย
00:21:41 → 00:21:44กล้ามเนื้อก็ไม่พัฒนาแล้วก็จะนิ่งๆอ่ะไม่
00:21:44 → 00:21:46เล่นกับใครแล้วอย่างนี้มันก็จะอ้วนขึ้นไป
00:21:46 → 00:21:49อีกขั้นนึงอีกมันจะเป็นเป็นวัฏจักรอ่ะ
00:21:49 → 00:21:54ครับเป็นวัฏจักรอคุณหมอพอจะมีเคสตัวอย่าง
00:21:54 → 00:21:58มยคะอาจจะเป็นแบบเคสเด็กอ้วนที่พ่อพ่อแม่
00:21:58 → 00:22:01หรือว่าครอบครัวเขาหันมาปรับเปลี่ยน
00:22:01 → 00:22:04พฤติกรรมจนเขากลับมาทานอาหารที่เหมาะสม
00:22:04 → 00:22:07หรือกลับมามีรูปร่างที่ดีขึ้นน่ะค่ะเผื่อ
00:22:07 → 00:22:09จะเป็นแบบแชร์เทคนิคหรือประสบการณ์ให้คุณ
00:22:09 → 00:22:11ผู้ฟังด้วยอ่ะค่ะ
00:22:11 → 00:22:16เอ่อมีมีแน่นอนครับอันเนี้ยคืออย่างอย่า
00:22:16 → 00:22:18ที่ผมเรียนตอนแรกอ่ะคือการฝึกเนี่ยมัน
00:22:18 → 00:22:21ต้องเริ่มจากคุณพ่อคุณแม่เลยค่ะถ้าคุณพ่อ
00:22:21 → 00:22:25คุณแม่ตั้งใจนะคือทุกครั้งที่ที่มีคำแนะ
00:22:25 → 00:22:27นำไม่ว่าจะเป็นกลุ่มหมอเด็กด้วยกันเอง
00:22:27 → 00:22:30หรือว่าอ่าผู้ใหญ่คนไข้ผมเองที่มีลูกแล้ว
00:22:31 → 00:22:33ลูกอ้วนเนี่ทำยังไงเนี่ยส่วนมากแล้วเนี่ย
00:22:33 → 00:22:36ต้องเริ่มต้นที่ตัวคุณพ่อคุณแม่เลยที่
00:22:36 → 00:22:40ต้องตั้งใจแล้วก็ต้องอดทนจริงๆว่าเรา
00:22:40 → 00:22:43กำลังฝึกลูกเราเรากำลังมองอนาคตให้เขา
00:22:43 → 00:22:46เป็นเด็กที่มีสุขภาพดีค่ะก็คือไม่ไม่โอน
00:22:46 → 00:22:50อ่อนหรือก็ไม่ไม่หย่อนกับไอ้ยอมเล็กๆน้อย
00:22:50 → 00:22:52ๆตอนนี้ครับเราต้องอดทนเพราะฉะนั้นความอด
00:22:52 → 00:22:55ทนของพ่อแม่เนี่ยจะเป็นตัวที่บ่งบอกถึง
00:22:55 → 00:22:58ความสำเร็จที่ลูกจะควบคุมตัวเองได้ครับออ
00:22:58 → 00:23:00ก็ต้องอันนี้เลยคือตัวอย่างคือคุณพ่อคุณ
00:23:00 → 00:23:04แม่ครับค่ะอย่างเรื่องของการแบบปรับ
00:23:04 → 00:23:08เปลี่ยนอาหารพวกขนมกรุบกรอบน้ำหวานหรือ
00:23:08 → 00:23:11อ่าฟาสฟู้ดหรืออะไรที่เด็กๆชอบอย่างเงี้ย
00:23:11 → 00:23:15ค่ะคุณหมอบางบ้านเนี่ยการที่จะเค้าเรียก
00:23:15 → 00:23:19อะไรอ่ะหักดิบลูกเนาะก็ก็ลำบากใจคุณหมอพอ
00:23:19 → 00:23:22จะมีเทคนิคแชร์มั้ยคะว่าเราควรจะหลอกล่อ
00:23:22 → 00:23:26ยังไงหรือว่าควรจะแบบกำมีกติกาอะไรร่วม
00:23:26 → 00:23:28กันมั้ยอะไรอย่างเงี้ยค่ะเผื่อเผื่อแชร์
00:23:29 → 00:23:33เป็นประสบการณ์ได้ค่ะที่ที่ที่สำคัญก็คือ
00:23:33 → 00:23:36เรื่องกติกานะค่ะกติกาหรือข้อตกลงเนี่ย
00:23:36 → 00:23:40อันที่ 2 เองก็คือว่าเราเราต้องไม่มีอยู่
00:23:40 → 00:23:46ในบ้านไงของเหล่านี้อ่ะอือ้าวใช่ๆคือแม่
00:23:46 → 00:23:50ก็กินเรื่องมีของเรื่องมีของเหล่านี้อยู่
00:23:50 → 00:23:52ในบ้านเนี่ยเป็นเรื่องสำคัญนะครับไม่ใช่
00:23:52 → 00:23:54เาะเรื่องเด็กอ้วนอย่างเดียวคือสมาคม
00:23:54 → 00:23:57สมาคมผมเนี่ยดูทั้งผู้ใหญ่ด้วยทั้งที่
00:23:57 → 00:24:00เป็นความดันด้วยเราดูเรื่องเกลือด้วย
00:24:00 → 00:24:03เพราะฉะนั้นมาตรการอันนึงที่ทำให้ความดัน
00:24:03 → 00:24:06โลหิตลดลงความดันไม่สูงเนี่ยก็คือไม่มี
00:24:06 → 00:24:09เกลือไม่มีเครื่องปรุงรสจัดหรือว่าเกลือ
00:24:09 → 00:24:12หรือน้ำปลาหรือซีอิ๊วไว้ในบ้านหรือมีก็
00:24:12 → 00:24:14น้อยที่สุดหรือบางบ้านเนี่ยคุณหมอบางท่าน
00:24:14 → 00:24:16เนี่ยไม่ไม่เอาเข้าบ้านเลย
00:24:16 → 00:24:20โหไม่ปรุง
00:24:20 → 00:24:23เลยคือวันนึงเนี่ยเรา recom ว่าเกลือไม่
00:24:23 → 00:24:26ควรจะเกิน 2,000 กรัมใช่มั้ยครับประมาณ
00:24:26 → 00:24:30ช้อนชากว่าๆแค่นั้นเเองอองั้นถ้าเราปรุง
00:24:30 → 00:24:33นู่นปรุงนี่เนี่ยคือในก๋วยเตี๋ยวชามนึง
00:24:33 → 00:24:36มันก็ก็เค็มอยู่แล้วนะครับค่ะแล้วยังต้อง
00:24:36 → 00:24:39เติมน้ำปลาบางคนก็โรยข้าด้วยน้ำปลาก่อน
00:24:39 → 00:24:41อย่างเงี้ยมันก็เค็มไปใหญ่เลยแล้วความดัน
00:24:41 → 00:24:44ก็ขึ้นค่ะถ้าเราลดเกลือลดเค็มได้เนี่ย
00:24:44 → 00:24:48ความดันลดลง 5 มลมตลอดเลยนะครับอือย่าง
00:24:48 → 00:24:51เช่นเราสูง 140 เนี่ยความดันพอไม่กิน
00:24:51 → 00:24:53เกลือปุ๊บเนี่ยความดันก็เหลือ 130 กว่า
00:24:53 → 00:24:57เลยโดยไม่ต้องใช้ยาค่ะอ่าเพราะฉะนั้น
00:24:57 → 00:25:00เนี่ยถ้าจะทำเรื่องแรกก็คือในบ้านจะต้อง
00:25:00 → 00:25:03ไม่มีสิ่งที่อ่ะผมใช้คำว่าอันตรายต่อเด็ก
00:25:03 → 00:25:08ก็แล้วกันอ้ออืมเช่นน้ำหวานอย่างเงี้ยอื
00:25:08 → 00:25:11จริงๆบางครั้งเด็กเากระหายน้ำอ่ะครับแล้ว
00:25:11 → 00:25:14เราคิดว่าเกระหายน้ำหวานก็ไปให้เค้ากิน
00:25:14 → 00:25:17น้ำหวานแล้วพอนานๆเข้าเนี่ยสิ่งที่เกิด
00:25:17 → 00:25:22ขึ้นก็คือการติดความหวานครับค่าอื้อหือพอ
00:25:22 → 00:25:24ติดหวานปุ๊บอะไรไม่หวานหน่อยก็จะไม่อร่อย
00:25:24 → 00:25:28ก็ต้องกินก็ต้องเติมอ้อ
00:25:28 → 00:25:32หรือหรือเด็กที่อมข้าวอ่ะค่ะข้าวข้าวมัน
00:25:32 → 00:25:34เป็นแป้งนะเวลาเราอมไว้เนี่ยน้ำลายมันจะ
00:25:35 → 00:25:38ย่อยแป้งให้เปลี่ยนเป็นน้ำตาลค่ะก็จะหวาน
00:25:38 → 00:25:41ๆอยู่ในปากกินแล้วไม่ยอมตืนสักทีกินแล้ว
00:25:41 → 00:25:44อมอยู่ในปากเงี้เค้าก็จะชินกับไอ้ความ
00:25:44 → 00:25:46หวานอันเนี้ยครับหรือแม้กระทั่งนมที่เรา
00:25:46 → 00:25:50เลือกให้เด็กอ่ะค่ะถ้าเราเลือกยี่ห้อหรือ
00:25:50 → 00:25:52อะไรก็ตามทีที่มันค่อนข้างหวานเนี่ยเค้า
00:25:52 → 00:25:56ก็จะติดความหวานด้วยงั้นผมก็เห็นระเบียบ
00:25:56 → 00:25:59หรือกฎของกระทรวงเนี่ยไม่ให้เติมความหวาน
00:25:59 → 00:26:01เข้าไปในนมในเด็กอ่ะครับซึ่งเด็กก็จะไป
00:26:01 → 00:26:04ติดความหวานเพราะฉะนั้นก็ต้องปฏิบัติตาม
00:26:04 → 00:26:06เนี้ยครับให้ควรไม่ควรเลือกนมหวานๆให้
00:26:06 → 00:26:09เด็กงั้นไปดูนมกล่องเนี่ยก็ต้องหวานน้อย
00:26:09 → 00:26:13่ะครับค่ะโอ้โหต้องเริ่มตั้งแต่ตัวเราเลย
00:26:13 → 00:26:16นะพี่เจี๊ยบถ้าฟังคุณหมอเล่าแบบเนี้ยคือ
00:26:16 → 00:26:19ต้องไม่มีขนมหรือสิ่งที่เป็นอันตรายต่อ
00:26:19 → 00:26:22เด็กอยู่ในบ้านซึ่งผู้ใหญ่ก็ต้องปรับ
00:26:22 → 00:26:24เปลี่ยนพฤติกรรมไปด้วเราต้องไม่กินด้วย
00:26:24 → 00:26:28แต่บังเอิญพ่อแม่กินคุณเจี๊บคุณเจี๊ที่
00:26:28 → 00:26:31บ้านอ่ะใครเป็นคนซื้อขนมเข้าบ้านหรอครับ
00:26:31 → 00:26:34ผมช่วยซ
00:26:34 → 00:26:38นะเฟังคุณหมอเล่านะนึกถึงหลานที่บ้านเลย
00:26:38 → 00:26:41ค่ะเพราะว่าทุกครั้งที่กินเนี่ยพ่อของ
00:26:41 → 00:26:44หลานก็จะชอบเหมือนติดติดซอสอ่ะคุณหมอเวลา
00:26:44 → 00:26:46กินสมมุติตักข้าวมาอย่างเงี้ยค่ะจะต้องมี
00:26:46 → 00:26:49ซอสเหยาะก่อนทุกครั้งที่จะกินกับข้าวอื่น
00:26:49 → 00:26:52ๆอย่าเงี้ยค่ะแล้วพอลูกอ่ะก็ติดพ่อแล้วก็
00:26:52 → 00:26:55ไม่แบบบอกเท่าไหร่ก็ไม่เลิกด้วยนะก็ติด
00:26:55 → 00:26:58ซอสต้องมีซอสติดบ้านตลอดเวลาเลยเค้าก็จะ
00:26:58 → 00:27:01ติดรสชาติอันเนี้ยครับแล้วก็อย่างไอ้
00:27:02 → 00:27:05เฟรนชายจิ้มซอสมะเขือเทศเนี่ยเด็กยุคเทาน
00:27:05 → 00:27:08กันเยอะมากเลยอ่าค่ะเอออันเนี้ยในในซอส
00:27:08 → 00:27:11มะเขือเทศลองไปดูสิฮะมีเกลืออยู่เยอะเลย
00:27:11 → 00:27:14อออืเราไม่ได้ใช่เราไม่ได้ทานได้แต่
00:27:14 → 00:27:16มะเขือเทศในนั้นนะครับที่มีวิตามินหรือ
00:27:16 → 00:27:20อะไรแต่เราได้เกลือเข้าไปเต็มเลยอออ่าอัน
00:27:20 → 00:27:22นี้จะเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงอีกอันนึงอ่ะ
00:27:22 → 00:27:25ครับค่ะนะเพราะฉะนั้นดูเลยว่าอันไหนหวาน
00:27:25 → 00:27:29มันเคมเนี่ยเราลดเลยนั้นเนี่ยสิ่งที่เรา
00:27:29 → 00:27:33ก็พยายามช่วยกับกระทรวงหรือกรมอนามัยเก็
00:27:33 → 00:27:36คือช่วยกันผลักดันไอ้กฎหมายที่จะคุ้มครอง
00:27:36 → 00:27:39ผู้บริโภคส่วนหนึ่งก็คือควบคุมการตลาด
00:27:40 → 00:27:42อาหารและเครื่องดื่มที่กระทบกับสุขภาพ
00:27:42 → 00:27:45เด็กนะครับอันเนี้ยจะช่วยในลักษณะภาพรวม
00:27:45 → 00:27:49เลยค่ะเมื่อกี้คุณเกี๊ยบถามเนี่ยคือคือก็
00:27:49 → 00:27:51มีคนบอกผมนะเอ้ยเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่อง
00:27:51 → 00:27:54พฤติกรรมก็ช่วยกันสิดูแลกันเองฝึกกันเอง
00:27:55 → 00:27:58สิือใช่มอย่าเมื่อกี้ที่ผมบอกให้ฝึก
00:27:58 → 00:28:01เราก็จะนึกอยู่ในใจเฮ้ยมันยากอ่ะในเมื่อ
00:28:01 → 00:28:03สิ่งแวดล้อมทั้งหมดเนี่ยมันเป็นแบบนี้ไป
00:28:03 → 00:28:07หมดเลยค่ะค่ะแต่ถ้าสมมุติมีกฎหมายหรือมี
00:28:07 → 00:28:10พรบอันเนี้ยมาช่วยควบคุมการตลาดที่ทำให้
00:28:10 → 00:28:14เด็กเขาไปเจอสิ่งเหล่านี้เยอะเนี่ยมันก็
00:28:14 → 00:28:18จะดีขึ้นก็คือเป็นกฎหมายหรือพรมที่ควบคุม
00:28:18 → 00:28:20การตลาดอาหารแล้วก็เครื่องดื่มที่มีผล
00:28:20 → 00:28:23กระทบกับสุขภาพอ่ะครับก็จะช่วยมันจะเป็น
00:28:23 → 00:28:26การช่วยในภาพรวมเลยนะค่ะลองนึกดูอ่ะครับ
00:28:26 → 00:28:29ว่าเออเด็กไม่สนใจใจะไอ้เรื่องของกินกุบ
00:28:29 → 00:28:33เกาอ่าเด็กสนใจของที่มีสุขภาพดีกว่าค่ะ
00:28:33 → 00:28:36อืมงั้นถ้าถ้ามีอันนี้เข้ามาก็น่าจะช่วย
00:28:36 → 00:28:40ในภาพรวมเลยอ่ะครับค่ะเอ๊ะแล้วแล้วอย่าง
00:28:40 → 00:28:43เงี้ยคือที่คุณหมอบอกว่าเป็นเป็นกฎจะทำ
00:28:43 → 00:28:46เป็นกฎหมายขึ้นมาในเมื่อที่บางทีเราอาจจะ
00:28:46 → 00:28:49พูดในเรื่องของการปรับพฤติกรรมได้ยากแล้ว
00:28:49 → 00:28:52แล้วกฎหมายตงนี้คือคือมีหรือยังคะหรือว่า
00:28:52 → 00:28:55เป็นเป็นร่างอยู่อ่ะคะคุณหมออ้อยังยัง
00:28:55 → 00:28:58เป็นร่างอยู่ครับคือก่อนหน้าเนี้ยกฎหมาย
00:28:58 → 00:29:00เกี่ยวกับอาหารเนี่ยมันมีมาตั้งประมาณ
00:29:00 → 00:29:052520 กว่าๆแล้วเป็น 20-30 ปีแล้วเจะเป็น
00:29:05 → 00:29:08เอ่อเป็นกฎหมายที่ดูแลเรื่องอาหารที่
00:29:08 → 00:29:12สะอาดถูกสุอนามัยปลอดภัยมีสลากอาหาร
00:29:12 → 00:29:15ประมาณเนี้ยนะครับแต่ว่าถ้าเกิดพูดถึงไอ้
00:29:15 → 00:29:17กฎหมายที่เราพยายามรณรงค์กันอันนี้เนี่ย
00:29:17 → 00:29:21มันจะเป็นเรื่องที่ที่ควบคุมไม่ให้อาหาร
00:29:21 → 00:29:24ที่มีผลเสียต่อสุขภาพอ่ะหรือผลกระทบต่อ
00:29:24 → 00:29:28สุขภาพเด็กเนี่ยมาโฆษณามาชวนเชื่อมาทำให้
00:29:28 → 00:29:31เด็กบริโภคมากขึ้นออ๋อนั้นอาหารอะไรที่
00:29:32 → 00:29:35มันหวานจัดอาหารอะไรที่มีเกลือเค็มเต็มไป
00:29:35 → 00:29:38หมดเลยหรือว่าอาหารที่มันจัดอย่างเงี้ย
00:29:38 → 00:29:41เราก็พยายามไม่ให้เขาโฆษณาอืไม่ให้เขาเอา
00:29:41 → 00:29:45มาแจกให้เด็กกินไปจัดกิจกรรมในโรงเรียน
00:29:45 → 00:29:47แล้วก็แจกขนมกรุบกรอบอย่างเงี้ยพอเด็กได้
00:29:47 → 00:29:50ไปเด็กก็ติดก็ชอบอย่างเงี้ยครับอันเนี้ย
00:29:50 → 00:29:53กฎหมายจะเป็นในเชิงเนี้ยครับควบคุมการ
00:29:53 → 00:29:57โฆษณาในวิธีการใดๆก็แล้วแต่ที่ไปถึงตัว
00:29:57 → 00:30:01เด็กอ๋อคุณหมอตอนนี้ผลักดันไปถึงขั้นตอน
00:30:01 → 00:30:05ไหนแล้วคะคุณหมอเอ่ออันนี้ต้องต้องเรียน
00:30:05 → 00:30:09ว่าเป็นความความพยายามของกรมอนามัยเลยนะ
00:30:09 → 00:30:12ครับเพยายามทำตั้งแต่ 2563 แล้วตอนที่เรา
00:30:12 → 00:30:15ก่อตั้งสมาคม nd กันใหม่ๆเนี่ยเราก็ไป
00:30:15 → 00:30:18ช่วยกันดูในฐานะนักวิชาการนะครับทางกรมเ
00:30:19 → 00:30:21ก็มีนักวิชาการมีนักกฎหมายมีอะไรตั้งแต่
00:30:22 → 00:30:262563 แล้วก็ทำจนเป็นรูปเป็นร่างก็เป็น
00:30:26 → 00:30:29ร่างพระราชบัญญัติควบคุมการตลาดอาหารและ
00:30:29 → 00:30:31เครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเด็ก
00:30:31 → 00:30:34เนี่ยนะครับจนมีการกระทำเเรียกว่าประชา
00:30:34 → 00:30:39พิจารณ์ไปแล้วครับออเมื่อปี 2566 ประมาณ 2
00:30:39 → 00:30:42ปีที่แล้วแล้วปีที่แล้วเี่ก็มีการปรับให้
00:30:42 → 00:30:46มันเ้าเรียกอะไรฟัง stakeholder ฟังหน่วย
00:30:46 → 00:30:50ทุกหน่วยบริการแล้วก็ฟังเสียงนักวิชาการ
00:30:50 → 00:30:53ฟังเสียงประชาชนด้วยว่าเอออันนี้มันพอ
00:30:53 → 00:30:55เป็นไปได้มั้ยยากเกินไปหรือเปล่าอะไร
00:30:55 → 00:30:59อย่างเงี้ยครับเ้าทำประชาพิจารณ์ไปแล้วก็
00:30:59 → 00:31:02มีการปรับเสร็จแล้วจะใช้คำว่าน่าจะพร้อม
00:31:02 → 00:31:04แล้ว่ะนะครับจะขึ้นอยู่กับกระบวนการทาง
00:31:04 → 00:31:07ด้านเชิงกฎหมายอ่ะครับอค่ะแล้วแล้วแล้วผล
00:31:07 → 00:31:10ที่ตอนทำขั้นตอนทำประชาพิจารณนะมีการถก
00:31:10 → 00:31:13กันยังไงบ้างอ่ะคะว่ามันจะช่วยได้จริง
00:31:13 → 00:31:17มั้ยตรงจุดมยอะไรอย่าเงี้ยค่ะคุณหมอครับ
00:31:17 → 00:31:20คือคือก็มีคนก็ถามนะอย่างเมื่อกี้ตอนตั้ง
00:31:20 → 00:31:23ต้นเลยว่าเอ๊ะไอ้กฎหมายนี่มันจะไปจำกัด
00:31:23 → 00:31:27การค้าเค้าหรือเปล่าเออใช่มั้ยฮะแต่กฎ
00:31:27 → 00:31:30หมายอเนี่ยเจตนารมณ์ก็คือว่าเพื่อเป็นการ
00:31:30 → 00:31:34ส่งเสริมสุขภาพนะค่ะก็คือไม่ให้เด็กไปเจอ
00:31:34 → 00:31:37กับสิ่งที่ไม่ดีค่ะแล้วก็ขณะเดียวกัน
00:31:37 → 00:31:40เนี่ยถ้าสมมุติเราควบคุมตลาดไม่ให้สิ่ง
00:31:40 → 00:31:44ไม่ดีเนี่ยเต็มไปหมดเลยค่ะมันก็จะเป็นการ
00:31:44 → 00:31:47เปิดโอกาสให้อาหารที่ดีต่อสุขภาพเนี่ยมี
00:31:47 → 00:31:50ช่องทางมากขึ้น
00:31:50 → 00:31:54อ๋อหรือหรือผู้ผลิตที่เค้าผลิตอาหารโอเค
00:31:54 → 00:31:56ถ้าเค้ามีอยู่แล้วแต่ว่ามันเค็มเกินไปไม่
00:31:56 → 00:32:00เหมาะสำหรับเด็กเขาก็ทำให้มันหายเค็มซะ
00:32:00 → 00:32:02หรือเค็มน้อยลงและอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่
00:32:02 → 00:32:06กรมอนามัยเมีอยู่อ๋ออ่าหรือมันหวานจัดเค
00:32:06 → 00:32:10ก็ลดความหวานลงไปให้มันพอดีไม่หวานเกิน
00:32:10 → 00:32:13หรือไม่มันเกินอันเนี้ยเขาคก็จะอยู่ใน
00:32:13 → 00:32:16ตลาดได้นะครับซึ่งมันก็จะเป็นผลิตภัณฑ์
00:32:16 → 00:32:21ที่เซว่าบริษัทเขามีอยู่แต่คุณภาพเข้าสู่
00:32:21 → 00:32:24ความมีสุขภาพดีมากขึ้นเก็ยังขายได้อ่ะ
00:32:24 → 00:32:28ครับเไม่เสียหายนะผมว่านะออบาง
00:32:28 → 00:32:34ค่ะเเสียเเออมันไม่ใช่นะค่ะอืครับก็คือ
00:32:34 → 00:32:37คุณก็มีของน่ะแหละแต่ว่าปรับคุณภาพให้มัน
00:32:37 → 00:32:40เข้ากับมาตรฐานที่เด็กจะบริโภคแล้วแล้ว
00:32:40 → 00:32:42ไม่ส่งผลเสียงี้ใช่มั้ยคะอย่างเช่นมันมัน
00:32:42 → 00:32:45เค็มเกินก็ลดลดโซเดียมลงอะไรให้เป็นไปตาม
00:32:45 → 00:32:48มาตรฐานก็จะยังอยู่ได้แล้วก็เหมือนว่าก็
00:32:48 → 00:32:50ยังจะจะอยู่ในตลาดหรือว่าโฆษณาได้อะไรงี้
00:32:50 → 00:32:53ใช่มั้ยคะถูกต้องครับใช่ๆถ้าเกิดอาหาร
00:32:53 → 00:32:56ชิ้นนั้นเนี่ยเป็นไปตามเกณฑ์ที่เดี๋ยวเคง
00:32:56 → 00:32:59จะมีคณะกรรมการชุดยุดย่อยในกฎหมายนี้อีก
00:32:59 → 00:33:02ทีนึงว่าอะไรบ้างเกณฑ์แค่ไหนสำหรับเหมาะ
00:33:02 → 00:33:05กับเด็กอะไรพวกเนี้ยครับก็จะทำให้เขายัง
00:33:05 → 00:33:08สามารถที่จะโฆษณาอะไรพวกนี้ได้อยู่ค่ะไม่
00:33:08 → 00:33:11ไม่ใช่ห้ามเ้าโฆษณาไปเลยนะครับเออแต่ถ้า
00:33:11 → 00:33:14สมมุติเเอาของเค็มสีมาโฆษณาเนี่ยไม่ได้
00:33:14 → 00:33:18แน่เป็นต้นครับค่ะออหรือจะกิจกรรมจะเอา
00:33:18 → 00:33:22ของเค็มๆเอาของหวานเจี๊ยบไปบริจาคให้เด็ก
00:33:22 → 00:33:25กินอย่างเงี้ยก็ไม่ได้ออเนี่ยครับนี่คือ
00:33:25 → 00:33:28กฎหมายเนี่ยจะมีมาตราที่ควบคุมสิ่งนี้
00:33:28 → 00:33:31อยู่อ่ะครับว่าไม่ให้ทำอแสดงว่าก็ไม่ได้
00:33:31 → 00:33:35ไปกระทบกระทบกับผู้ผู้ค้าที่เขามีอยู่
00:33:35 → 00:33:38เดิมคือกำลังจะถามว่าเอ๊ะแล้วแบบร่างพรบ
00:33:38 → 00:33:41นี้มาตอนตอนช่วงในทำประชาพิจารณ์ไม่ได้มี
00:33:41 → 00:33:44หมายถึงว่าฝ่ายที่ที่เขาทำการตลาดอาหารเย
00:33:44 → 00:33:47ออกมาต่อต้านหรือว่าอะไรอย่างงี้มีมีมั้ย
00:33:47 → 00:33:50คะณตอนนั้นน่ะค่ะเค้าเเเชิญเข้ามาแต่ว่า
00:33:50 → 00:33:52ผมเห็นกระบวนการแล้วเค้าก็ชี้แชงให้เกิด
00:33:52 → 00:33:55ความเข้าใจว่าอะไรคือ
00:33:55 → 00:33:59เอ่อข้อบังคับหรือว่า
00:33:59 → 00:34:02ถ้าเปรับสูตหรือภาษาทางเทคนิเราเรียก
00:34:02 → 00:34:06ว่าคือทำให้สูตรอาหารมันดีขึ้นเก็อยู่ใน
00:34:06 → 00:34:08ตลาดได้ตามปกติอ่ะครับ
00:34:08 → 00:34:13อ๋อแสดงว่าณณตอนเนี้ยผลประชาพิจารณ์คือ
00:34:13 → 00:34:17คือผ่านเรียบร้อยแล้วออกมาเป็นร่างแล้ว
00:34:17 → 00:34:20ออกมาเป็นร่างแล้วครับก็รอกระบวนการทางกฎ
00:34:20 → 00:34:23หมายครับส่วนมากก็จะเป็นพวกของขบเคี้ยว
00:34:23 → 00:34:28พวกของหวานพวกไอศครีมอะไรพวกเครับอื้ากับ
00:34:28 → 00:34:30อันนึงที่เราเคยได้ยินกันอยู่ก็คือไอ้
00:34:30 → 00:34:33เรื่องภาษีความหวานนะครับอ๋อภาษีหวานภาษี
00:34:33 → 00:34:36เค็มที่เราเคยได้ยินกันเออๆๆอเนี่ยอย่าง
00:34:36 → 00:34:39ภาษีหวานเนี่ยพอทำมาแล้วเนี่ยมันก็ไม่ได้
00:34:39 → 00:34:41หมายความว่าน้ำอัดลม์ขายไม่ได้เนาะเออๆ
00:34:41 → 00:34:45ใช่ค่ะใช่มั้ยน้ำอัดลมก็ยังมีขายอยู่ค่ะ
00:34:45 → 00:34:48แล้วก็สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเา้าฟอร์มูล่า
00:34:48 → 00:34:52หรือปรับสูตลงใหม่ปรับสูตให้มันมีน้ำตาล
00:34:52 → 00:34:55น้อยลงค่ะซึ่งความหวานก็จะลดลงแต่ว่ามัน
00:34:55 → 00:34:58ก็ยังเป็นน้ำอัลมอยู่ซึ่งก็บริโภคได้เค้า
00:34:58 → 00:35:02ก็โฆษณาอะไรได้ค่ะแลสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ
00:35:02 → 00:35:05ว่าเราจะเห็นกระแสว่าตอนเนี้ยคนไทยก็ตื่น
00:35:05 → 00:35:09ตัวเรื่องเครื่องดื่มที่มันหวานมากขึ้น
00:35:09 → 00:35:11ใช่มั้เราจะเห็นว่าเวลาเราไปซื้อเนี่ย
00:35:11 → 00:35:15เค้าก็จะขอหวานน้อยค่ะอ่าถมอันนั้นเราจะ
00:35:15 → 00:35:18ไม่ได้ไปมีกฎหมายบังคับเค้าแต่เค้าก็ถาม
00:35:18 → 00:35:22ว่าอเราก็สั่งหวานน้อยอือ่าอันเนี้ยเพราะ
00:35:22 → 00:35:25ฉะนั้นเนี่ยความความความคาดหวังของกฎหมาย
00:35:25 → 00:35:29ตรงนี้เนี่ยมันไม่ได้อยู่ที่ผลิตภัณฑ์ที่
00:35:29 → 00:35:31ที่มีเลเบลหรือว่าอยู่ในกระบวนการผลิตภาค
00:35:31 → 00:35:33อุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียวอ่ะครับแต่มัน
00:35:33 → 00:35:36จะเป็นการเตือนแล้วก็กระตุ้นให้เกิดความ
00:35:36 → 00:35:40ตระหนักรู้ในในสังคมมากขึ้นด้วยนะครับ
00:35:40 → 00:35:44แล้วก็ทำให้มีคนเราเนี่ยโอกาสได้รับอาหาร
00:35:44 → 00:35:46ที่ดีต่อสุขภาพหรือเด็กๆเนี่ยเขาได้รับ
00:35:46 → 00:35:50อาหารที่ดีต่อสุขภาพเนี่ยมากขึ้นค่ะแต่
00:35:50 → 00:35:54เราเราคงต้องฮเชิญๆคุณหมอต่อเลยค่ะคือคือ
00:35:54 → 00:35:57เราอ่ะยึดคอนเซปว่าอย่างที่ที่ผมเรียนน่ะ
00:35:57 → 00:36:00เด็กเค้าเอายุน้อยอายุ 12 อายุ 13 เอาจจะ
00:36:00 → 00:36:04ยังตัดสินใจค่ะหรือมีความคิดอย่างเชิง
00:36:04 → 00:36:07เหตุผลอาจจะยังไม่ได้ค่ะเ้าก็ได้แต่เชื่อ
00:36:07 → 00:36:09เพราะฉะนั้นอันเนี้ยมันจะเป็นเครื่องมือ
00:36:09 → 00:36:12ที่ไปช่วยปกป้องเด็กเหล่าเนี้ยครับไม่ให้
00:36:12 → 00:36:14เขาไป expose หรือไปเจอกับสิ่งเหล่านี้
00:36:14 → 00:36:16และให้เขาเจอกับสิ่งดีมากขึ้นค่ะน่าจะ
00:36:17 → 00:36:19เป็นเครื่องช่วยแล้วก็เป็นเครื่องช่วยคุณ
00:36:19 → 00:36:21พ่อคุณแม่ด้วยออย่างเมื่อกี้ที่เราบอกอ่ะ
00:36:21 → 00:36:24ค่ะเออถ้าเราไปซุปเปอร์มาร์เก็ตแล้วเข้า
00:36:24 → 00:36:26ไปมันมีแต่ของเค็มหมดเลยมีแต่ของมันของ
00:36:27 → 00:36:30หวานหมดหมดเลยค่ะอ่าใช่มั้ยฮะหรือว่ามัน
00:36:30 → 00:36:32มีแต่ภาพประทับใจว่าอุ๊ของเค็มคนนั้นดารา
00:36:32 → 00:36:36คนนี้ทานคนนี้ทานค่ะเรารู้จักแต่ชื่อ
00:36:36 → 00:36:38เหล่านี้แต่ต่อไปนี้มันก็จะมีสิ่งเหล่า
00:36:38 → 00:36:41นี้น้อยน้อยลงไปเรื่อยๆแล้วก็จะมีแต่ของ
00:36:41 → 00:36:45ดีๆออค่ะอืแต่ทีนี้ค่ะมันก็มีผู้ปกครอง
00:36:45 → 00:36:49ที่ที่เขาบอกว่าพอเป็นขนมดีที่เป็นต่อ
00:36:49 → 00:36:52สุขภาพแต่ทีเนี้ยอย่างวัตถุดิบดีมันก็จะ
00:36:52 → 00:36:56มาด้วยราคาที่สูงอ่ะค่ะคุณหมอบางคนเค้าก็
00:36:56 → 00:36:59เอออาจจะสู้ราคาไม่ไหวตรงเนี้ยคือมัน
00:36:59 → 00:37:02เกี่ยวในเรื่องของของราคาที่มันจะเพิ่ม
00:37:02 → 00:37:03ขึ้นด้วยมอ่ะคะ
00:37:03 → 00:37:07เออกฎหมายอันนี้ในพรบดูจะไม่ได้ไปเก็บ
00:37:07 → 00:37:11เรื่องภาษีอะไรเค้านะครับอ๋อก็ก็ไม่ไม่
00:37:11 → 00:37:15น่าจะทำให้ให้แพงขึ้นคือถ้าเราคิดในภาพ
00:37:15 → 00:37:19การผลิตเนี่ยถ้าเผลิตในในภาคอุตสาหกรรม
00:37:19 → 00:37:22หรือในภาคใหญ่เนี่ยค่ะต้นทุนเน่าจะถูกลง
00:37:22 → 00:37:26นะครับเพราะว่าใส่วัตถุดิบน้อยลงอะไร
00:37:26 → 00:37:30เงี้ยคะความเค็มใช่ใสคืออ่ะเอ่อคุณนวัลอง
00:37:30 → 00:37:33นึกดูนะตอนที่น้ำตาลขึ้นราคาเนี่ยแม่ค้า
00:37:33 → 00:37:37ขนมหวานบ่นหมดเลยใช่ๆแม่ค้านนี่มนเลยค่ะ
00:37:37 → 00:37:40เออแล้วถ้าเกิดแม่ค้าเใส่น้ำตาลลดลงอ่ะ
00:37:40 → 00:37:44ต้นทุ่นเค้าก็ลดลงนะอค่ะใส่เกลือใส่มัน
00:37:45 → 00:37:47ใส่อะไรลดลงเนี่ยต้นทุนเลดลงหมดเลยนะครับ
00:37:47 → 00:37:51อ๋ออนึกนึกภาพออกเลยพอคุณหมอพูดแบบ
00:37:51 → 00:37:54นี้คุณหมอแต่ดูแล้วแนวโน้มของกฎหมายฉบับ
00:37:54 → 00:37:57นี้เนี่ยเน่าจะบังคับใช้ได้สักเมื่อไหร่
00:37:57 → 00:37:58อ่ะคะ
00:37:58 → 00:38:01เออผมผมเรียนตรงๆนะอันนี้ขึ้นอยู่กับทาง
00:38:01 → 00:38:03กระทรวงสาธารสุขเลยนะครับอเพราะว่าดูแล้ว
00:38:03 → 00:38:06เนี่ยกรมอนามัยเนี่ยเค้าเทำไว้เรียกว่า
00:38:06 → 00:38:09น่าจะพร้อมพอควรทีเดียวแต่ผมคิดว่าน่าจะ
00:38:09 → 00:38:12ไม่ไม่ไม่ลำบากนะคืออย่างนี้นะครับต้อง
00:38:12 → 00:38:14ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
00:38:14 → 00:38:17สาสุขท่านปัจจุบันเนี่ยค่ะที่ท่านพูดถึง
00:38:17 → 00:38:21เรื่อง ncd ค่ะเรื่องโรคเอ่อไม่ติดต่อ
00:38:21 → 00:38:23เรือเรื้อรังเนี่ยเบาหวานความดันเนี่ยที่
00:38:23 → 00:38:26ท่านพยายามโปรโมททั่วประเทศเลยแลท่านก็
00:38:26 → 00:38:30เป็นคนพูดเองว่าโรค ncd เนี่ยมันทำให้
00:38:30 → 00:38:34เกิดภาระของประเทศเป็นอย่างมากอืความสูญ
00:38:34 → 00:38:40เสียตั้งประมาณ 9.7 per ของ GDP อ่ะออก็
00:38:40 → 00:38:43คือมวลรวมของเราที่ทั้งประเทศผลิตได้
00:38:43 → 00:38:46เนี่ย 97% ต้องไปสูญเสียกับไอ้โรคไม่ติด
00:38:46 → 00:38:48ต่อเด้อรางไม่ว่าจะเป็นการเสียชีวิตก่อน
00:38:48 → 00:38:52ไวยอันควร้ารักษาพยาบาลหรือความเจ็บป่วย
00:38:52 → 00:38:55ที่ทำให้เขาทำงานได้ไม่เต็มที่ค่ะเพราะ
00:38:55 → 00:38:58ฉะนั้นท่านก็เลยรณรงค์เรื่อง ncd งั้นผม
00:38:58 → 00:39:00ว่าเรื่องกฎหมายอันนี้เนี่ยมันเกี่ยวข้อง
00:39:00 → 00:39:03กับโรคอ้วนในเด็กแล้วก็สุขภาพเด็กที่จะ
00:39:03 → 00:39:06เกี่ยวข้องกับ ncd ในอนาคตเนี่ยผมคิดว่า
00:39:06 → 00:39:09น่าจะได้รับการสนับสนุนจากท่านนะครับค่ะ
00:39:09 → 00:39:14คิดว่าน่าจะไปได้เร็วนะอืค่ะค่ะก็ขอให้
00:39:14 → 00:39:18ร่างพรบนี้ไปเป็นกฎหมายได้เร็วๆก็คาดว่า
00:39:18 → 00:39:21ไม่ไม่น่าจะช้าใช่มั้ยคะคุณหมอเพราะตอน
00:39:21 → 00:39:24เนี้คือพร้อมหมดแล้วทุกขั้นตอนทงทางกรม
00:39:24 → 00:39:27ทางกรมอนามัยว่าพร้อมแล้วนะครับค่ะ
00:39:28 → 00:39:30อืจริงๆเรื่องนี้เป็นเรื่องน่าสนใจนะถ้า
00:39:30 → 00:39:32เราคุยเรื่องนี้เนี่ยมันจะมีอีกหลาย
00:39:32 → 00:39:35ประเด็นให้ให้เราต่อยอดแล้วก็เกิดความรู้
00:39:35 → 00:39:39ให้ประชาชนวันหลังลองเชิญมาอีกก็ได้นะ
00:39:39 → 00:39:43ครับชวนทีมคุณหมอเด็กคุณหมอผู้ใหญ่คุณหมอ
00:39:43 → 00:39:46อะไรที่เกี่ยวกับ ncb ท่านอื่นๆแล้วก็ทาง
00:39:46 → 00:39:49กรมอนามัยเข้ามาร่วมคุยด้วยน่าจะขยายองค์
00:39:49 → 00:39:52ความรู้ไปได้อีกไกลเลยครับค่ะสำหรับปีนี้
00:39:52 → 00:39:56นี่ทางสมาคมมีแคมเปญอะไรที่เกี่ยวกับ
00:39:56 → 00:40:00เรื่องของการเอ่อลดความอ้วนในเด็กหรือใน
00:40:00 → 00:40:03ผู้ใหญ่ด้วยมั้ยคะคุณหมออ๋อครับปีที่แล้ว
00:40:03 → 00:40:07เนี่ยเราทำอันนี้ไปครับเราทำค่ายเด็กอ้วน
00:40:07 → 00:40:11อืก็คือเป็นคล้ายๆกับ we can do เลยอ่ะ
00:40:11 → 00:40:14ก็คือเชิญคุณหคุณพ่อคุณแม่เด็กที่อ้วน
00:40:14 → 00:40:16เนี่ยมาเข้าค่ายกัน 2 วันให้เขาเรียนรู้
00:40:16 → 00:40:20ในการเลือกอาหารดูฉลากอาหารเป็นว่าตรงนี้
00:40:20 → 00:40:22มันเกลือเยอะมันน้แคลอรี่มันเยอะหรือ
00:40:22 → 00:40:26เปล่าแล้วก็ให้เขาไปนับก้าตัวเองเอให้แถก
00:40:26 → 00:40:28รัดข้อมือไปนับ 9 ตัวเองอ่ะครับไอ้
00:40:28 → 00:40:31เครื่องวัดนับ 9 อ่ะปรากฏว่าเด็กเรียนรู้
00:40:31 → 00:40:35ได้ดีมากเลยอืเราเราจัดเป็นค่ายเด็กอ้วน
00:40:35 → 00:40:37นะครับคือ we can do คือเขาสามารถทำได้
00:40:37 → 00:40:41ฉันทำได้เนี่ยค่ะแล้วปรากฏว่าพอตามเ้าจัด
00:40:41 → 00:40:44นัดมาพบกันอีกที 3 เดือนหลังจากนั้นเนี่ย
00:40:44 → 00:40:47บางคนก็น้ำหนักลงไป 2 กล 3 กลเลยแล้วบาง
00:40:47 → 00:40:50คนก็โชว์เลยว่าอ่านฉลากอาหารได้คล่องมาก
00:40:50 → 00:40:54เลยค่ะคือน่ารักมากอ่ะคือเด็กเขาพร้อมที่
00:40:54 → 00:40:56จะเรียนรู้สิ่งดีๆนะแล้วคุณพ่อคุณแม่
00:40:56 → 00:40:58เนี่ยก็เรียนรู้ไปด้วยอเพนั้นแคมเปญที่
00:40:58 → 00:41:01เราจะทำต่อไปเนี่ยเราจะขยายผลต้นแบบของ
00:41:01 → 00:41:05ค่ายเด็กอ้วนเนี่ยให้โรงเรียนอาจจะไปช่วย
00:41:05 → 00:41:08กันดูว่าจะจัดได้มตอนเด็กปิดเทอมสมาคมผู้
00:41:08 → 00:41:11ปกครองและครูช่วยกันจัดว่าเออโรงเรียนเรา
00:41:11 → 00:41:13มีเด็กอ้วนมเรามาเข้าค่ายอันนี้กันแล้ว
00:41:13 → 00:41:15เราสร้างต้นแบบไว้ให้อ่ะครับค่ะอันนี้จะ
00:41:15 → 00:41:18เป็นแคมเปญอันนึงเลยที่จะช่วยเด็กในโรง
00:41:18 → 00:41:21เรียนที่อ้วนครับค่ะเหมือนเรามีหลักสูตร
00:41:22 → 00:41:25ให้เขาไปใช้อบรมกันเองในช่วงปิดเทอมหรอคะ
00:41:25 → 00:41:28ประมาณนั้นยคะ่ประมาณนั้นเลยเราทำเป็น
00:41:28 → 00:41:31เล่มคู่มือเล็กๆขึ้นมา 1 เล่มอครับแต่ที
00:41:31 → 00:41:33นี้ในเบื้องต้นตอนแรกเี่พอเราทำเสร็จแล้ว
00:41:33 → 00:41:35ตอนนี้คือเรียกว่ากำลังเข้าโรงพิมพ์แล้ว
00:41:35 → 00:41:39ครับออเราจะเชิญเขมาอบรมเชิญเขมาดูว่า
00:41:39 → 00:41:41กระบวนการมันเป็นยังไงบ้างแล้วเสร็จแล้ว
00:41:41 → 00:41:45เนี่ยก็ให้เขาไปจัดกันก็คือจัดเเรียกครู
00:41:45 → 00:41:48กออ่ะครับจัดกลมๆให้คุณครูเขาก่อนแล้ว
00:41:48 → 00:41:51เพื่อให้คุณครูไปขยายผลต่อที่โรงเรียนของ
00:41:51 → 00:41:54ตัวเองครับอ๋อเนี่ยค่ะคุณผู้ฟังส่งข้อ
00:41:54 → 00:41:57ความเข้ามาบอกว่าแคมเปญน่าสนใจมากเลยค่ะ
00:41:57 → 00:42:00คุณหมอแล้วแล้วจะติดตามได้ได้ช่องทางไหน
00:42:00 → 00:42:03ยังไงบ้างอ่ะคะเอ่ออันนี้จะอยู่ใน
00:42:03 → 00:42:07เว็บไซต์ของสมาคมเอ่อเครือข่ายโลกไติดต่อ
00:42:07 → 00:42:10ไทยนะครับหรืออีกอันนึงที่ Facebook ก็มี
00:42:10 → 00:42:14ครับอ๋อก็เข้าไปดูได้ใช่มั้ยคะแคมเปญก็ก็
00:42:14 → 00:42:17จะขึ้นเรื่อยๆว่ามีอะไรบ้างครับมีอะไร
00:42:17 → 00:42:19บ้างใช่ครับแล้วเราก็มี Facebook ไลฟสด
00:42:19 → 00:42:22ด้วยเดือนละครั้งนะครับเกี่ยวกับปัญหา
00:42:22 → 00:42:24เรื่อง ncd ทั้งหลายนะครับติดตามใน
00:42:24 → 00:42:27เว็บไซต์ได้แล้วก็ใน Facebook ของสมาคม
00:42:27 → 00:42:30ค่ะครับคุณหมอคะมีคำถามคุณผู้ฟังค่ะคือ
00:42:30 → 00:42:32เราคุยกันเรื่องเด็กอ้วนแต่ทีเคุณผู้ฟัง
00:42:32 → 00:42:35บอกว่านอกจากเด็กอ้วนแล้วเด็กเด็กผอมน่า
00:42:35 → 00:42:40เป็นห่วงมั้ยคะพอดีคุณผู้ฟังถามเข้ามาค่ะ
00:42:40 → 00:42:43ผมผมดูตัวเลขในเมืองไทยก็ยังมีอยู่นะครับ
00:42:43 → 00:42:46ค่ะประมาณ 7% ได้ก็เด็กผอมก็น่าเป็นห่วง
00:42:46 → 00:42:49อยู่ทีนี้เด็กผอมเนี่ยสงสัยต้องพบหมอเด็ก
00:42:49 → 00:42:51เลยนะครับเพราะโดยธรรมชาติเนี่ยเด็กเไม่
00:42:51 → 00:42:54ควรจะผอมอ่ะเควรจะทานอะไรได้ถ้าผอมเมื่อ
00:42:54 → 00:42:57ไหร่เนี่ยแสดงว่าอาจจะมีโรคอะไรแทรกอยู่
00:42:57 → 00:43:01อ๋อครับอันนี้เด็กผอมเนี่ยจะต้องพบคุณหมอ
00:43:01 → 00:43:04เด็กเลยค่ะเพื่อขอคำปรึกษาโดยตรงเลยเนาะ
00:43:04 → 00:43:07เป็นกรณีไปใช่ฮะเพราะว่าต้องดูก่อนว่ามี
00:43:08 → 00:43:10โรคอะไรซ่อนเร้นอยู่หรือเปล่าครับโดย
00:43:10 → 00:43:13เฉพาะเด็กพอเนี่ยครับค่ะค่ะอ่าสุดท้าย
00:43:13 → 00:43:17แล้วค่ะคุณหมอเวลาเดินทางเอ่อมาถึงช่วง
00:43:17 → 00:43:19สุดท้ายแล้วอยากให้คุณหมอฝากหน่อยค่ะ
00:43:19 → 00:43:23เกี่ยวกับเรื่องภาวะเด็กอ้วนแล้วก็เอ่อกฎ
00:43:23 → 00:43:26หมายหรือว่าร่างกฎหมายที่จะออกมาจะช่วย
00:43:26 → 00:43:29ให้เด็กไทยเราเนี่ยประสบภาวะปัญหาเด็ก
00:43:29 → 00:43:33อ้วนน้อยลงได้ยังไงค่ะครับคือคืออย่าง
00:43:33 → 00:43:36เมื่อกี้ที่ผมเรียนเนี่ยไอ้ประเทศไทย
00:43:36 → 00:43:38เนี่ยสมมุติเราเปรียบเสมือนเป็นครอบครัว
00:43:38 → 00:43:42หรือเป็นบ้านหลังนึงเนี่ยถ้าถ้าเรานะคุณ
00:43:42 → 00:43:45พ่อคุณแม่หรือใครก็ตามทีเนี่ยมุ่งแต่ทำมา
00:43:45 → 00:43:51หากินค่ะโดยไม่เหลียวมองดูสุขภาพเลยเนี่ย
00:43:51 → 00:43:53มันจะเหมือนคำโบราณที่มันจะเหมือนกระเชอ
00:43:53 → 00:43:57ก้นรั่วอืคือเหมือนภาชนะที่เอาไว้ใส่น้ำ
00:43:57 → 00:44:00แต่มันรั่วเราตักน้ำใส่เข้าไปเท่าไหร่มัน
00:44:00 → 00:44:03ก็รั่วออกไปหมดเลยอองั้นถ้าเกิดสุขภาพคน
00:44:03 → 00:44:07ในบ้านไม่ดีค่ะจบมาเกษียณปุ๊บเนี่ยไอ้
00:44:07 → 00:44:09เงินที่หามาได้เนี่ยมันจะหมดไปกับการดูแล
00:44:09 → 00:44:13สุขภาพหมดเลยนะโอยแล้วเราก็จะไม่สามารถไป
00:44:13 → 00:44:15เที่ยวไปไหนพักผ่อนอะไรอย่างที่เราคิดว่า
00:44:15 → 00:44:18หลังเกษียณเราอยากไปนู่นไปนี่ได้เลยค่ะ
00:44:18 → 00:44:21งั้นการการดูแลสุขภาพเนี่ยมันจะต้องเริ่ม
00:44:21 → 00:44:23ต้นตั้งแต่ตอนนี้เลยตั้งแต่ในครอบครัวเรา
00:44:23 → 00:44:27ทั้งตัวเราแล้วก็ลูกๆของเราด้วยนะครับที
00:44:27 → 00:44:29นี้อย่างที่ผมเรียนเบางครั้งเนี่ยเราก็
00:44:29 → 00:44:32ยังต้องอยู่ในภาวะที่เราต้องออกไปทำมาหา
00:44:32 → 00:44:35กินเวลามันอาจจะไม่พอไม่เพียงที่จะดูแล
00:44:35 → 00:44:39หรือว่าไรใส่ใจอะไรบ้างๆมันก็ผมก็คิดว่า
00:44:39 → 00:44:42จะต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาลหรือคนที่มีบท
00:44:42 → 00:44:45บาทในเชิงกฎหมายค่ะในเชิงระเบียบเนี่ยออก
00:44:45 → 00:44:50กฎออกระเบียบซึ่งทำให้สิ่งแวดล้อมทางด้าน
00:44:50 → 00:44:54อาหารเนี่ยมันดีต่อสุขภาพเขด้วยค่ะออกกด
00:44:54 → 00:44:56ออกระเบียบให้สิ่งแวดล้อมมันดีต่อสุขภาพเ
00:44:56 → 00:45:00เช่นเ่นถนนคนเดินได้ฟุดปาดเดินได้หรือแม้
00:45:00 → 00:45:04กระทั่งอากาศสะอาดด้วยนั้นผมผมคิดว่านะ
00:45:04 → 00:45:07ครับว่าจริงๆโรคเหล่านี้เนี่ยมันเป็นโรค
00:45:07 → 00:45:10ที่ตนอาจจะต้องเป็นที่พึ่งแห่งตนก็จริง
00:45:10 → 00:45:13แต่ว่าในบางสถานการณ์หรือในบางภาวะเนี่ย
00:45:13 → 00:45:17เรื่องของกฎหมายหรือเราในฐานะพ่อบ้านพ่อ
00:45:17 → 00:45:20ของบ้านพ่อของประเทศเนี่ยอาจจะต้องดูแล
00:45:20 → 00:45:22ให้ทั่วถึงโดยใช้เครื่องมืออื่นเข้ามา
00:45:22 → 00:45:25ช่วยอย่างเช่นตัวกฎหมายอันนี้เป็นต้นครับ
00:45:25 → 00:45:28ค่ะนั้นตัวกฎหมายอันนี้จะเป็นตัวที่ทำให้
00:45:28 → 00:45:32สิ่งแวดล้อมทางด้านอาหารดีขึ้นแล้วก็เข้า
00:45:32 → 00:45:35ถึงอาหารที่ดีได้ก็จะทำให้ปัญหาเรื่องโรค
00:45:36 → 00:45:39อ้วนในเด็กเนี่ยลดลงได้ครับค่ะโขอให้ต้อง
00:45:39 → 00:45:42ต้องฝากท่านรัฐบาลไว้ด้วยครับค่ะก็ขอให้
00:45:42 → 00:45:44ร่างกฎหมายนี้ผ่านเป็นกฎหมายแล้วก็มีผล
00:45:44 → 00:45:48บังคับใช้ได้เร็วๆนะคะเด็กไทยเราจะได้มี
00:45:48 → 00:45:51สุขภาวะที่ดีขึ้นแล้วก็ห่างไกลจากภาวะโรค
00:45:51 → 00:45:54อ้วนค่ะวันนี้ต้องขอบพระคุณคุณหมอเพชรมาก
00:45:54 → 00:45:57ๆเลยนะคะที่สละเวลามาพูดคุยกับเราในวัน
00:45:57 → 00:46:01นี้ค่ะขอบพระคุณค่ะขอบพระคุณค่ะสวัสดีค่ะ
00:46:01 → 00:46:04ค่ะสวัสดีค่ะครับสวัสดีครับค่ะเมื่อกี้นะ
00:46:04 → 00:46:06คะเราพูดคุยกับทางรองศาสตราจารย์นายแพทย์
00:46:06 → 00:46:10เพชรรอดอารีนายกสมาคมเครือข่ายโรคไม่ติด
00:46:10 → 00:46:13ต่อไทยค่ะ