00:00:01 → 00:00:05โลกเปลี่ยนเร็วเทคโนโลยีไม่เคยหยุดรอและ
00:00:05 → 00:00:07Gen Alpha มากกว่า 2,000 ล้านคนทั่วโลก
00:00:07 → 00:00:09กำลังจะโตไปกับโลก
00:00:09 → 00:00:13อนาคตโลกที่เราอาจไม่เคยรู้จักมา
00:00:13 → 00:00:17ก่อน The Standard และซุเปอร์จิ๋วชวนมา
00:00:17 → 00:00:21เตรียมพร้อมสู่โลกแห่งอนาคตในงาน Alpha
00:00:21 → 00:00:24skill Summit
00:00:24 → 00:00:272025 งานสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองและผู้ขับ
00:00:27 → 00:00:31เคลื่อนการศึกษาที่มุ่งสร้างอนาคตที่ดี
00:00:31 → 00:00:35ขึ้นให้กับเน Alpha ผ่าน 3 วันเต็มครบทุก
00:00:35 → 00:00:39เรื่องที่ต้องรู้ 7-9 มีนาคม 2025 ที่
00:00:40 → 00:00:47ไอคอน
00:00:47 → 00:00:50สยามเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานะ
00:00:50 → 00:00:53ครับมีงานตีพิมพ์จาก Paper Nature
00:00:53 → 00:00:56Medicine ครับเขาเจอว่าในสมองของเรานะ
00:00:56 → 00:01:00ครับมีพลาสติกที่เป็นไมโครแล้วก็น้นาโน
00:01:00 → 00:01:03พลาสติกเนี่ยครับอยู่รวมกันเทียบเท่าได้
00:01:03 → 00:01:06กับช้อนขนาดมาตรฐานเนี่ย 1 ช้อนเลยนะครับ
00:01:06 → 00:01:09คือทีมผู้วิใจเนี่ยครับเขานำสมองของผู้
00:01:09 → 00:01:11ที่เสียชีวิตแล้วนะครับมาชันสูตรเทียบกัน
00:01:11 → 00:01:16ระหว่างช่วงปี 2016 กับ 2024 ก็คือ 8 ปี
00:01:16 → 00:01:19ให้หลังนะครับเขาก็มีการเจอว่าคนที่เสีย
00:01:20 → 00:01:23ชีวิตใน 8 ปีให้หลังเนี่ยครับมีการเจอว่า
00:01:23 → 00:01:26พลาสติกที่เป็นไมโครกับนาโนพลาสติกเนี่ย
00:01:26 → 00:01:28เพิ่มขึ้นกว่าคนเมื่อ 8 ปีที่แล้วเนี่ย
00:01:28 → 00:01:32ถึง 50% เลยนะครับแล้วก็เจอว่าถ้าเกิด
00:01:32 → 00:01:35เทียบเป็นสัดส่วนนะครับมันก็จะมีพวก
00:01:35 → 00:01:39พลาสติกเนี่ยอยู่ในสมองเนี่ยมากถึง 0.5%
00:01:39 → 00:01:41คือถ้าสมองของเรา 100% นะครับจะมีเนื้อ
00:01:41 → 00:01:45สมองอยู่ 99.5% แล้วอีก . 5% เนี่ยมัน
00:01:45 → 00:01:48เป็นพลาสติกครับซึ่งเป็นเรื่องที่ฮือฮา
00:01:48 → 00:01:50แล้วก็ทำให้แบบขนลุกขนพองกันเลยนะครับ
00:01:50 → 00:01:53โอ้โหมันเป็นเรื่องใหญ่แล้วนะว่าในร่าง
00:01:53 → 00:01:56กายของเราเนี่ยเป็นที่สะสมของพลาสติกแม้
00:01:56 → 00:01:59กระทั่งในสมองที่เป็นอวัยวะที่มีด่านปการ
00:01:59 → 00:02:01สำคัญคือ bl Brain barrier เนี่ย
00:02:01 → 00:02:04พลาสติกยังสามารถที่จะทะลุทะลวงจนเข้าไป
00:02:04 → 00:02:08สะสมได้ในปริมาณที่เยอะพอสมควรเลยนะครับ
00:02:08 → 00:02:10ซึ่งในงานวิจัยเดียวกันนะครับก็เจอว่า
00:02:10 → 00:02:13พลาสติกเนี่ยไปสะสมในสมองเนี่ยในปริมาณ
00:02:13 → 00:02:17ที่เยอะกว่าที่สะสมทั้งในตับแล้วก็ในไต
00:02:17 → 00:02:19ด้วยซ้ำไปนะครับจริงๆแล้วงานวิจัยนี้ไม่
00:02:19 → 00:02:22ใช่งานวิจัยแรกนะครับที่มีการเจอว่า
00:02:22 → 00:02:24พลาสติกเนี่ยมันสามารถจะสะสมในอวัยวะต่าง
00:02:24 → 00:02:26ๆในร่างกายของเราได้นะครับจริงๆมันมีเยอะ
00:02:26 → 00:02:28มากกว่านั้นนะครับซึ่งก็เจอว่าพลาสติก
00:02:28 → 00:02:31สะสมในหลายอววะเต็มไปหมดเลยนะครับซึ่งนอก
00:02:31 → 00:02:34จากสมองตับไตแล้วนะครับก็เจอว่ายังมีการ
00:02:34 → 00:02:39สะสมในปอดสะสมในเลือดสะสมในอันทะสะสมใน
00:02:39 → 00:02:42น้ำนมแม่สะสมในรกเด็กด้วยครับคือเรียกได้
00:02:42 → 00:02:46ว่าเด็กๆที่เกิดมาในยุคนี้นะครับก็ได้รับ
00:02:46 → 00:02:48ไมโครพลาสติกเป็นของแถมตั้งแต่เกิดเลยนะ
00:02:48 → 00:02:51ครับเพราะว่ามันได้มาจากคุณแม่ครับเพราะ
00:02:51 → 00:02:53ว่าเลือดของแม่กับลูกเนี่ยมันเชื่อมถึง
00:02:53 → 00:02:55กันนะครับเพราะฉะนั้นเนี่ยพลาสติกที่อยู่
00:02:55 → 00:02:57ในเลือดแม่เนี่ยก็จะถูกถ่ายทอดไปสะสมไว้
00:02:57 → 00:03:00ในรกแล้วเวลาที่เด็กๆนะครับคลอดไปและกิน
00:03:00 → 00:03:03นมแม่ก็ได้รับพลาสติกจากน้ำนมแม่ด้วยซ้ำ
00:03:04 → 00:03:05ไปนะครับเพราะฉะนั้นเรื่องไมโครพลาสติก
00:03:05 → 00:03:08เนี่ยเป็นเรื่องใหญ่กับสุขภาพของเรามากๆ
00:03:08 → 00:03:09นะครับคำถามที่น่าสนใจคือเจ้า
00:03:09 → 00:03:12ไมโครพลาสติกเหล่านี้ครับมันไปสะสมใน AV
00:03:12 → 00:03:14ต่างๆรวมถึงสมองได้ยังไงจริงๆนัก
00:03:14 → 00:03:16วิทยาศาสตร์เนี่ยก็ยังให้คำตอบไม่ได้นะ
00:03:16 → 00:03:19ครับรวมถึงว่าแล้วเราจะกำจัดเจ้าพลาสติก
00:03:19 → 00:03:22เหล่านี้ได้ยังไงก็ยังไม่มีคำตอบที่ตาย
00:03:22 → 00:03:25ตัวแต่ที่แน่แน่ครับมันมี evidence เยอะ
00:03:25 → 00:03:27แยะเลยว่าพลาสติกเหล่านี้เนี่ยมันอยู่รอบ
00:03:27 → 00:03:30ตัวเราเต็มไปหมดและมันมีความสามารถที่จะ
00:03:30 → 00:03:33เข้ามาในร่างกายของเราเพราะฉะนั้นวันนี้
00:03:33 → 00:03:36เดี๋ยวเรามาคุยกันครับว่าพลาสติกเนี่ยมัน
00:03:36 → 00:03:38จะเข้ามาในร่างกายของเราได้ทางช่องทางไหน
00:03:38 → 00:03:41บ้างแล้วมันจะมีวิธีอะไรที่เราจะช่วยป้อง
00:03:41 → 00:03:44กันตัวเองให้ได้รับไมโครพลาสติกเหล่านี้
00:03:44 → 00:03:46ลดลงครับ This is the Standard
00:03:46 → 00:03:50podcast Eye Opening for your
00:03:50 → 00:03:53ears Top to Toe podcast สุขภาพที่
00:03:53 → 00:03:57ใช้วิทยาศาสตร์ไขปัญหาตั้งแต่หัวจด
00:03:57 → 00:04:00เท้าจริงๆพ Plastic particles หรือว่า
00:04:01 → 00:04:03อนุภาคพลาสติกเครับมันมีเกลื่อนอยู่รอบ
00:04:03 → 00:04:06ตัวเราเต็มไปหมดเลยนะครับถ้าเกิดว่า
00:04:06 → 00:04:09อนุภาคไหนที่มีขนาดน้อยกว่า 5 มมนะครับ
00:04:09 → 00:04:12เขาจะเรียกว่าไมโครพลาสติกแต่ถ้าเกิดว่า
00:04:12 → 00:04:14เล็กกว่านั้นอีกก็คือขนาดน้อยกว่า 1
00:04:14 → 00:04:17ไมโครเมตรนะครับเขาก็จะเรียกว่านาโน
00:04:17 → 00:04:20พลาสติซึ่งเจ้านาโนพลาสติกนะครับมีขนาด
00:04:20 → 00:04:25อนุภาคที่เล็กไม่ต่างจาก PM 2.5 ถามว่า
00:04:25 → 00:04:27พวกไมโครและนาโนพลาสติกเนี่ยมันเข้าร่าง
00:04:27 → 00:04:29กายได้ทางไหนบ้างนะครับจริงๆก็คือเข้าได้
00:04:29 → 00:04:33ทั้งทางปากก็จากอาหารหรือว่าเครื่องดื่ม
00:04:33 → 00:04:35ที่เรารับประทานเข้าไปนะครับเข้าทางจมูก
00:04:35 → 00:04:38จากอากาศที่เราหายใจเข้าไปนะครับแน่นอน
00:04:38 → 00:04:40พาร์ติเคิลมันเล็กเนี่ยครับเพราะมันเล็ก
00:04:40 → 00:04:42เนี่ยมันก็สามารถที่จะลอยฟุ้งในอากาศได้
00:04:42 → 00:04:45สุดท้ายครับนักวิทยาศาสตร์เนี่ยก็เชื่อ
00:04:45 → 00:04:50ว่ามันสามารถที่จะซึมผ่านเข้าทางผิวหนัง
00:04:50 → 00:04:52ของเราได้ด้วยครับไม่ว่าจะเป็นการใช้ skin
00:04:52 → 00:04:55care หรือว่ามาจากการที่ร่างกายของเรานะ
00:04:55 → 00:04:58ครับสัมผัสกับเสื้อผ้าที่เราใส่อยู่ใน
00:04:58 → 00:05:02บางพาวะนะครับทีนี้ถามว่าการที่ไมโครแล้ว
00:05:02 → 00:05:04ก็นโนพลาสติกเนี่ยมันเข้าไปสะสมในร่างกาย
00:05:04 → 00:05:08เนี่ยมันส่งผลกระทบยังไงกับสุขภาพของเรา
00:05:08 → 00:05:10ครับจริงๆมันยังไม่มีงานวิจัยที่เป็นการ
00:05:11 → 00:05:14ศึกษาโดยตรงแบบคสแล้วก็เอฟเฟคนะครับว่า
00:05:14 → 00:05:16โอเคมีพลาสติกแล้วทำให้เกิดเป็นโรคนั้น
00:05:16 → 00:05:18โรคนี้นะครับแต่มันมีงานวิจัยที่เป็น
00:05:18 → 00:05:21ลักษณะที่เป็น observational study ว่า
00:05:21 → 00:05:25เออมันมีพลาสติกอยู่ในร่างกายจริงๆนะแล้ว
00:05:25 → 00:05:28ก็มักจะเจอพลาสติกในร่างกายของคนที่เป็น
00:05:28 → 00:05:30โรคบางอย่างนะครับยกตัวอย่างเช่นนะครับมี
00:05:30 → 00:05:33งานวิจัยนึงตีพิมพ์เมื่อปี 2024 นะครับ
00:05:33 → 00:05:36เป็นงานวิจัยที่เก็บข้อมูลในคนที่มีปัญหา
00:05:36 → 00:05:39โรคหัวใจหรือว่ามีเส้นเลือดเนี่ยครับมี
00:05:39 → 00:05:41บางอย่างไปอุดตันก็คือพวกพลนะครับนัก
00:05:42 → 00:05:45วิจัยเนี่ยครับเา้าเก็บเอาพลที่มันอุด
00:05:45 → 00:05:48บริเวณเส้นเลือดที่คอครับเรียกว่า carid
00:05:48 → 00:05:50arteries นะครับไปวิเคราะห์ดูครับแล้ว
00:05:50 → 00:05:54เขาเจอว่าครึ่งนึงของผู้ป่วยครับที่มีพลา
00:05:54 → 00:05:57อุดตันเส้นเลือดแดงที่คอเนี่ยนะครับมี
00:05:57 → 00:06:00ไมโครพลาสติกเนี่ยไปสัสะสมอยู่นะครับจาก
00:06:00 → 00:06:04นั้นเนี่ยเขาก็ติดตามผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่ม
00:06:04 → 00:06:06ครับกลุ่มนึงที่มีไมโครพลาสติกในพลาคกับ
00:06:06 → 00:06:08อีกกลุ่มนึงที่ไม่เจอไมโครพลาสติกในพารนะ
00:06:08 → 00:06:11ครับเาก็เจอว่าในอีกประมาณ 3 ปีให้หลัง
00:06:11 → 00:06:14เนี่ยนะครับกลุ่มที่มีพลาสติกสะสมอยู่ใน
00:06:14 → 00:06:18พารคเนี่ยครับเจอว่ามีความเสี่ยงที่จะ
00:06:18 → 00:06:21เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบไหลเวียน
00:06:21 → 00:06:24โลหิตไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจขาดเลือดรวมไป
00:06:24 → 00:06:27ถึงโรคสกแต่ยังไม่ถึงตายนะครับเพิ่มมาก
00:06:27 → 00:06:30ขึ้น 3-4 เท่ากว่ากลุ่มที่ไม่มีพลาสติก
00:06:30 → 00:06:33ครับก็อาจจะเป็นการบอกกลายๆได้นะครับว่า
00:06:33 → 00:06:38การที่มันมีพลาสติกสะสมในร่างกายเนี่ยมัน
00:06:38 → 00:06:40ส่งผลกระทบแล้วก็เพิ่มความเสี่ยงที่จะ
00:06:40 → 00:06:42เป็นโรคร้ายอะไรสักอย่างหนึ่งนะครับนอก
00:06:42 → 00:06:44จากงานศึกษานี้นะครับที่ย้อนกลับไปอีกนิด
00:06:44 → 00:06:47นึงอีกประมาณสัก 3-4 ปีนะครับเขาก็มีการ
00:06:47 → 00:06:50ศึกษาในกลุ่มคนที่เป็นโรคทางเดินอาหาร
00:06:50 → 00:06:52อักเสบนะครับอย่างเช่นลำไส้ใหญ่อักเสบ
00:06:52 → 00:06:56เนี่ยครับก็เจอว่าในอุจจาระของคนไข้เนี่ย
00:06:56 → 00:07:00ครับมีพลาสติกมากถึง 15 ชนิดเลยนะครับใน
00:07:00 → 00:07:02ปริมาณที่หลากหลายนะครับและถ้าเกิดเทียบ
00:07:02 → 00:07:05กันระหว่างอุจจระของคนที่มีทางเดินหา
00:07:05 → 00:07:08อักเสบกับคนที่มีสุขภาพดีนะครับคนที่มี
00:07:08 → 00:07:11ปัญหาทางเดินางอักเสบนะครับเจอพลาสติกใน
00:07:11 → 00:07:14ปริมาณที่มากกว่าแล้วก็ถ้าเกิดว่าคนไหน
00:07:14 → 00:07:17ที่มีปริมาณพลาสติกที่สูงนะครับความดุน
00:07:17 → 00:07:19แดงของโลกเนี่ยก็จะสูงตามไปด้วยนะครับก็
00:07:19 → 00:07:22เป็นหนึ่งงานวิจัยนะครับที่สะท้อนว่ามัน
00:07:22 → 00:07:24มีพลาสติกอยู่ในร่างกายมนุษย์จริงๆแล้วก็
00:07:24 → 00:07:27มันน่าจะเชื่อมโยงแล้วก็เกี่ยวข้องกับ
00:07:27 → 00:07:30ปัญหาทางสุขภาพด้วยนะครับทีนี้ก็ก็มีนัก
00:07:30 → 00:07:32วิทยาศาสตร์เเขคก็ศึกษาให้ลึกไปอีกแต่อาจ
00:07:32 → 00:07:35จะใช้มเล organism อย่างเช่นหนูนะครับก็
00:07:35 → 00:07:38ลองให้หนูเนี่ยทานอาหารที่มีการเจอปนของ
00:07:38 → 00:07:40ไมโครแล้วก็นาโนพลาสติกกับอีกกลุ่มนึง
00:07:40 → 00:07:43เนี่ยไม่มีนะครับก็เจอว่าหนูกลุ่มที่ได้
00:07:43 → 00:07:46รับอาหารหรือว่าน้ำที่มีการเจียปนของนาโน
00:07:46 → 00:07:48พลาสติกหรือว่าไมโครพลาสติกเนี่ยครับมี
00:07:48 → 00:07:51ปัญหาทางสุขภาพไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วนหรือ
00:07:51 → 00:07:54ว่าโรคที่เกี่ยวข้องกับควิลคือระบบไหลาย
00:07:54 → 00:07:56เวียนโลหิตมากกว่าหนูอีกกลุ่มนึงนะครับ
00:07:56 → 00:07:59แล้วก็มีการลองเอาพวกไมโครแล้วก็นาโน
00:07:59 → 00:08:01พลาสติกเนี่ยครับใส่เข้าไปในอาหารเลี้ยง
00:08:01 → 00:08:04เซลล์ที่เลี้ยงเซลล์มนุษย์ที่เป็นเซลล์ไต
00:08:04 → 00:08:07นะครับก็เจอว่าเซลล์ไตมนุษย์ในห้องทดลอง
00:08:07 → 00:08:10ครับถ้าได้รับพวกไมโครพลาสติกหรือว่านโน
00:08:10 → 00:08:12พลาสติกเข้าไปนะครับมันก็สามารถที่จะตาย
00:08:12 → 00:08:15ได้ในระยะเวลาไม่ถึง 1 วันเลยครับก็เป็น
00:08:15 → 00:08:17การสะท้อนว่ามันน่ากลัวจริงๆนะครับแล้วก็
00:08:17 → 00:08:19เชื่อว่าต่อจากนี้ไปนะครับจะมีนักวิจัยนะ
00:08:19 → 00:08:23ครับศึกษาคสแล้วก็เอฟเฟคของเจ้าไมโครแล้ว
00:08:23 → 00:08:26ก็นาโนพลาสติกในการทำให้เกิดโรคต่างๆ
00:08:26 → 00:08:29เนี่ยมากยิ่งขึ้นครับทีนี้มาดูกันว่าแล้ว
00:08:29 → 00:08:32ประชาชนอย่างเราเนี่ยครับจะป้องกันตัวเอง
00:08:32 → 00:08:34จากนาโนพลาสติกหรือว่าไมโครพลาสติกที่
00:08:34 → 00:08:36เข้ามาในร่างกายได้ยังไงนะครับมันมี 3
00:08:36 → 00:08:38ช่องทางอย่างที่บไปก็คือเข้าทางปากเข้า
00:08:38 → 00:08:41ทางจมูกแล้วก็เข้าทางผิวหนังนะครับเรามา
00:08:41 → 00:08:43เริ่มจากเข้าทางปากครับจริงๆเนี่ยผมอยาก
00:08:43 → 00:08:46จะบอกก่อนเลยว่ามันยากมากเลยอ่ะที่เราจะ
00:08:46 → 00:08:49ป้องกันตัวเองไม่ให้พลาสติกมันเข้าในร่าง
00:08:49 → 00:08:52กายเพราะถ้าเกิดว่าคุณลองสำรวจวิถีชีวิต
00:08:52 → 00:08:54ของคุณในแต่ละวันนะครับอย่างผมเองนะครับ
00:08:54 → 00:08:58ผมเองเนี่ยเป็นคนที่กินอาหารปรุงสุกซะ
00:08:59 → 00:09:01ส่วนใหญ่จากที่บ้านนะครับแต่เวลาที่เรา
00:09:01 → 00:09:05ออกไปนอกบ้านเวลาที่เราจะไปยิมไงครับเรา
00:09:05 → 00:09:09ซื้อนมซื้ออกไก่ปั่นซื้ออาหารบางอย่างที่
00:09:09 → 00:09:11มันต้องกินเพื่อเสริมจากอาหารหลักที่เรา
00:09:11 → 00:09:14กินเนี่ยครับอาหารเหล่าเมักจะถูกบรรจุ
00:09:14 → 00:09:16อยู่ใน Packaging ที่มักจะเป็นพลาสติกนะ
00:09:16 → 00:09:20ครับน้อยมากที่เราจะเจอนมที่บรรจุอยู่ใน
00:09:20 → 00:09:22ขวดแก้วหรือบางคนบอกว่าเอ้ยเดี๋ยวนี้มัน
00:09:22 → 00:09:25ก็มีนมที่บรรจุอยู่ในกล่องกระดาษมากยิ่ง
00:09:25 → 00:09:27ขึ้นผมอยากจะบอกว่าไม่จริงนะครับเครื่อง
00:09:27 → 00:09:29ดื่มที่อยู่ในกล่องกระดาษนะครับตัวผิว
00:09:29 → 00:09:31ชั้นในสุดของกล่องกระดาษนะครับมันถูก
00:09:31 → 00:09:33lining หรือมันถูกบุด้วยลิเมอร์ซึ่งก็
00:09:33 → 00:09:35เป็นพลาสติกเช่นกันนะครับเพราะฉะนั้นไม่
00:09:35 → 00:09:38รอดครับยังไงเราทุกคนนเนี่ยก็ได้รับ
00:09:38 → 00:09:41พลาสติกทุกๆวันอยู่แล้วครับเวลาจะไปซื้อ
00:09:41 → 00:09:43อาหารสำเร็จรูปตามตลาดนัดอย่างเงี้ยครับ
00:09:43 → 00:09:46ไม่ว่าจะเป็นถุงร้อนใสตัวดีเลยนะครับทำ
00:09:46 → 00:09:49จากลิอทั้งสิ้นนะครับหรือว่าแม้กระทั่ง
00:09:49 → 00:09:51กล่องข้าวกล่องอาหารน่ะที่เป็นกล่อง
00:09:51 → 00:09:55พลาสติกที่เราสั่งมาจาก Food delivery
00:09:55 → 00:09:58ต่างๆนะครับก็ได้รับไมโครพลาสติกแน่ๆอยู่
00:09:58 → 00:10:00แล้วนะครับบางคนอาจจะเอ้มันจริงหรอการที่
00:10:00 → 00:10:02อาหารเนี่ยมันอยู่ในภาชนะที่เป็น
00:10:02 → 00:10:04คอนเทนเนอร์พลาสติกเนี่ยมันอยู่แค่แป๊บ
00:10:04 → 00:10:07เดียวเองนะพลาสติกเนี่ยมันจะไหลออกมาได้
00:10:07 → 00:10:10หรอนะครับจริงๆผมก็ไปเจองานวิจัยที่อ่าน
00:10:10 → 00:10:12แล้วทำให้ช็อกเลยนะครับผู้วิจัยเนี่ยเขา
00:10:12 → 00:10:15เอาภาชนะพลาสติกเหล่านี้นะครับมาใส่น้ำ
00:10:15 → 00:10:18ที่เป็นน้ำสะอาดหรือว่าใส่น้ำที่มีการ
00:10:18 → 00:10:21เจือบนของกรดเล็กน้อยนะครับแล้วก็เอาไป
00:10:21 → 00:10:24เข้าไมโครเวฟสัก 3 นาทีจากนั้นเนี่ยก็
00:10:24 → 00:10:27เก็บตัวอย่างน้ำแล้วก็น้ำที่มีกรดเล็ก
00:10:27 → 00:10:29น้อยนะครับที่อยู่ในภาชนะต่างชนิดกันนะ
00:10:29 → 00:10:32ครับไปส่องกล้องจุลทัศน์อิเล็กทรอน
00:10:32 → 00:10:35ไมโครสโคปนะครับก็เจอพิิที่เป็น
00:10:35 → 00:10:40ไมโครพลาสติกเป็นหลักล้านแล้วก็เจอพิิที่
00:10:40 → 00:10:43เป็นนาโนพลาสติกเนี่ยหลักพันล้านเลยนะ
00:10:43 → 00:10:47ครับเป็นการสะท้อนว่าการที่เราเอาอาหาร
00:10:47 → 00:10:50โดยเฉพาะของเหลวหรือแม้กระทั่งของแข็งก็
00:10:50 → 00:10:53ตามเถอะไปอุ่นในไมโครเวฟเนี่ยครับไอ้ตัว
00:10:53 → 00:10:55พลาสติกที่อยู่ในคอนเทนเนอร์นะครับมัน
00:10:55 → 00:10:59สามารถที่จะถูกชะแล้วก็บรีชออกมาเจือป่น
00:10:59 → 00:11:01อยู่อยู่ในอาหารแล้วก็เครื่องเดืมที่เรา
00:11:01 → 00:11:04รับประทานได้นะครับแล้วในงานวิจัยเดียว
00:11:04 → 00:11:05กันนะครับเา้าก็เจอว่าไม่จำเป็นที่จะต้อง
00:11:06 → 00:11:08เอาภาชนะนั้นน่ะไปเข้าไมโครเวฟเลยนะครับ
00:11:08 → 00:11:11เพียงแค่เราเก็บอาหารแล้วก็เครื่องดื่ม
00:11:11 → 00:11:13อยู่ในภาชนะที่เป็นพลาสติกนะครับเก็บไว้
00:11:13 → 00:11:16ในตู้เย็นหรือว่าอุณหภูมิห้องเนี่ยครับ
00:11:16 → 00:11:19ไม่ว่ายังไงก็ตามก็จะเจอไมโครพลาสติกหรือ
00:11:19 → 00:11:23ว่านาโนพลาสติกเจือปนอยู่ในอาหารที่บรรจุ
00:11:23 → 00:11:26ใน Packaging ที่เป็นพลาสติกหยุดดีนะครับ
00:11:26 → 00:11:28แล้วมันไม่ได้มีแค่เปอร์นี้เปเปอร์เดียว
00:11:28 → 00:11:30ครับมีอีกหลายเปอร์เลยถ้าเกิดว่าคุณลองไป
00:11:30 → 00:11:34เสิร์ชคีย์เวิร์ดพวก Food Packaging ที่
00:11:34 → 00:11:37เป็นพลาสติกแล้วก็เสิร์ชไมครนาโนพลาสติกเ
00:11:37 → 00:11:40จะเจอว่ามีคนทำวิจัยเยอะแยะแล้วก็ทุกงาน
00:11:40 → 00:11:42วิจัยเนี่ยเจอทั้งสิ้นนะครับว่าเราได้รับ
00:11:42 → 00:11:45ไมโครพลาสติกแล้วก็นาโนพลาสติกจาก Food
00:11:45 → 00:11:48Packaging ที่เป็นพลาสติกทั้งนั้นไม่ว่า
00:11:48 → 00:11:50จะเป็นพลาสติกที่ทำจากโพลิเอทิลีน
00:11:50 → 00:11:53โพลีโพรพิลีนเจอทั้งสิ้นนะครับทีนี้ถาม
00:11:54 → 00:11:57ว่าแล้วเราจะทำยังไงได้บ้างครับอย่างแรก
00:11:57 → 00:11:59เลยครับผมคิดว่าวิธีที่ที่สุดในการการที่
00:11:59 → 00:12:02จะลดปริมาณพลาสติกที่เข้ามาร่างกายเนี่ย
00:12:02 → 00:12:04คือการควบคุมพฤติกรรมที่เราใช้ในบ้านของ
00:12:04 → 00:12:06เราคือ household ของเราครับเดี๋ยวเนี้ย
00:12:06 → 00:12:10หลายคนน่ะอาจจะใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมมาก
00:12:10 → 00:12:13ยิ่งขึ้นก็จะพกแก้วหรือว่าพกขวดน้ำส่วน
00:12:13 → 00:12:16ตัวไปนอกบ้านแล้วก็ไปกรอกน้ำในการดื่มใช่
00:12:16 → 00:12:19ไหมมครับก็แนะนำว่าควรจะเลือกใช้แก้วน้ำ
00:12:19 → 00:12:22หรือกระบอกน้ำที่ทำจากสนส Steel มากกว่า
00:12:22 → 00:12:25พลาสติกนะครับหลายๆคนเนี่ยอาจจะเลือกใช้
00:12:25 → 00:12:28พลาสติกเพราะว่ามันเบากว่าแล้วก็เดี๋ยวเ
00:12:28 → 00:12:31มันก็จะมีพลาสติกที่เา้ามักจะเขียนว่า bpa
00:12:31 → 00:12:34Free ก็คือปลอดจาก bpa ก็คือ b phenol
00:12:34 → 00:12:37a นะครับเป็นสารที่ผู้ผลิตพลาสติกเนี่ย
00:12:37 → 00:12:39เขาใส่เข้าไปเพื่อทำให้พลาสติกเนี่ยมันคง
00:12:39 → 00:12:41ทนแล้วก็มีอายุการใช้งานที่นานมากยิ่ง
00:12:41 → 00:12:43ขึ้นแต่มันเป็นอันตรายต่อร่างกายของเรา
00:12:43 → 00:12:45มากนะครับเพราะมันสามารถทำให้มันกระทบกับ
00:12:45 → 00:12:48ระบบสืบพันธุ์ของเรามันไปกระทบกับการทำ
00:12:48 → 00:12:50งานของฮอร์โมนของเราเพราะฉะนั้นเนี่ยมัน
00:12:50 → 00:12:54ก็ถึงเริ่มมีกฎหมายออกมาบังคับแล้วก็ควบ
00:12:54 → 00:12:57คุมให้ผู้ผลิตเนี่ยผลิตพลาสติก
00:12:57 → 00:13:00คอนเทนเนอร์ที่มี bpa ก็เป็น bpa ฟรีนะ
00:13:00 → 00:13:02ครับแต่ผมอยากจะบอกว่าข่าวร้ายคือว่าผู้
00:13:02 → 00:13:05ผลิตเนี่ยเขาอาจจะไม่ใส่ bpa แต่เขาก็อาจ
00:13:05 → 00:13:10จะใส่พี่น้องของมันเช่น bps แล้วก็ bpf
00:13:10 → 00:13:12ซึ่งมันก็มีคุณสมบัติที่สามารถจะทำลาย
00:13:12 → 00:13:14สุขภาพเราได้เช่นกันเพราะฉะนั้นทางที่ดี
00:13:14 → 00:13:16ครับเลี่ยงคอนเทนเนอร์ที่เป็นพลาสติก
00:13:16 → 00:13:18เนี่ยก็จะดีกว่านอกจากขวดน้ำที่เป็น
00:13:18 → 00:13:21พลาสติกแล้วนะครับภาชนะที่เราห่ออาหารไป
00:13:21 → 00:13:23กินนอกบ้านอย่างพวกทัอ ware ที่เราจะเก็บ
00:13:23 → 00:13:26ไว้หรือเอาไว้เข้าไมโครเวฟนะครับถ้าเลือก
00:13:26 → 00:13:30ได้ผมก็แนะนำว่าให้เลือกภาชนะนะที่ทำจาก
00:13:30 → 00:13:32แก้วน่าจะดีกว่านะครับแน่นอนมันอาจจะหนัก
00:13:32 → 00:13:35กว่าแต่ว่ามันก็สามารถจะปกป้องเราจากการ
00:13:35 → 00:13:39ที่ได้รับพลาสติกคือถามว่าทำไมชวนเชิญชวน
00:13:39 → 00:13:41ให้พกภาชนะเหล่านี้แม้ว่ามันทำให้ชีวิต
00:13:41 → 00:13:43คุณยุ่งยากมากยิ่งขึ้นนะครับก็อยากจะบอก
00:13:43 → 00:13:46ว่าทุกวันที่เราออกนอกบ้านเราไปซื้ออาหาร
00:13:46 → 00:13:48กินนอกบ้านนะครับเราได้รับพลาสติกอยู่
00:13:48 → 00:13:50แล้วมันเราไม่สามารถจะควบคุมได้เลยครับ
00:13:50 → 00:13:53เพราะฉะนั้นถ้ามันจะพอจะมีอะไรเล็กๆน้อยๆ
00:13:53 → 00:13:56ที่เราจะปรับในชีวิตประจำวันแล้วมันช่วย
00:13:56 → 00:13:59เราได้เนี่ยทำเถอะครับนะครับทนี้ยังมีอีก
00:13:59 → 00:14:02หลายๆอย่างนะที่เป็นอุปกรณ์ในห้องครัวของ
00:14:02 → 00:14:05เราที่เราได้พลาสติกโดยที่เราไม่รู้ตัวนะ
00:14:05 → 00:14:07ครับยกตัวอย่างเช่นการใช้เขียงที่เป็น
00:14:07 → 00:14:10เขียงพลาสติกเนี่ยก็มีงานวิจัยเจอเลยครับ
00:14:10 → 00:14:11ว่าเขียงพลาสติกเนี่ยตัวดีเหมือนกันครับ
00:14:11 → 00:14:15ที่ทำให้เราได้ไมโครพลาสติกเข้าไปในร่าง
00:14:15 → 00:14:17กายปนไปกับอาหารเวลาที่เราหั่นผักหั่น
00:14:17 → 00:14:20เนื้อสัตว์นะครับหรือแม้กระทั่งพิมพ์ที่
00:14:20 → 00:14:22เราใช้ในการอบเค้กอ่ะครับหลายๆคนเนี่ยมา
00:14:22 → 00:14:24ใช้พิมพ์ที่ทำจากซิลิโคนเพราะว่ามันล้าง
00:14:24 → 00:14:27ก็ง่ายมันไม่ค่อยติดนะครับมันสะดวกกว่า
00:14:27 → 00:14:30แต่ซิลิโคนก็คือพลมอเช่นกันนะครับเพรา
00:14:30 → 00:14:33งั้นมันก็สามารถที่จะให้ไมโครพลาสติกเข้า
00:14:33 → 00:14:36มาในเบเกอรี่ที่เราอบได้นะครับเพราะงั้น
00:14:37 → 00:14:39ลองเปลี่ยนมาใช้พิมพ์ที่เป็นพิมพ์ดั้ง
00:14:39 → 00:14:41เดิมก็คือพิมพ์จาก SL Steel เนี่ยมันก็
00:14:41 → 00:14:43อาจจะเซฟกว่าแม้ว่ามันจะยุ่งยากในการทำ
00:14:43 → 00:14:46ความสะอาดกระทะก็เป็นอีกหนึ่งอย่างครับ
00:14:46 → 00:14:48กระทะที่บอกว่าเป็นกระทะ nonstick คือใช้
00:14:48 → 00:14:50แล้วไม่ติดทำจากเฟออะไรเงี้ยทุกอย่างเป็น
00:14:50 → 00:14:53โพลิเมอร์เป็นพลาสติกเช่นกันครับจริงๆมัน
00:14:53 → 00:14:55มีหลายคำเลยที่มันอาจจะไม่ใช่คำว่า
00:14:55 → 00:14:59พลาสติกโดยตรงแต่คุณสามารถจะสังเกตได้ได้
00:14:59 → 00:15:01ครับถ้าชื่อเต็มๆของภาษาอังกฤษแปลกๆเนี่ย
00:15:01 → 00:15:05มันขึ้นต้นด้วยคำว่าโพี่ poy เอทิลีน poy
00:15:05 → 00:15:08ิน poy ไิลดไอ้คำว่าโพลี่เหล่านี้ยเป็น
00:15:08 → 00:15:10การสะท้อนว่ามันทำมาจากวัสดุที่เป็น
00:15:10 → 00:15:13โพลิเมอร์ก็คือพลาสติกนั่นเองนะครับเพราะ
00:15:13 → 00:15:15งั้นใช้วัสดุอุปกรณ์เหล่านี้ยังไงคุณก็
00:15:15 → 00:15:17ได้ไมโครแล้วก็นาโนพลาสติกแถมมาด้วยครับ
00:15:17 → 00:15:20อีกหนึ่งอย่างที่คนมองข้ามนะครับก็คือ
00:15:20 → 00:15:22เวลาที่เราชงชาแล้วก็แฟดื่มในทุกๆวัน
00:15:22 → 00:15:24เนี่ยครับถุงชาหรือว่า T Bad เนี่ยครับ
00:15:24 → 00:15:28เป็นต้นเหตุสำคัญที่เราจะได้พวกไมโครแล้ว
00:15:28 → 00:15:30ก็นาโนพลาสติกครับมีงวิจัเจอเต็มไปหมดเลย
00:15:30 → 00:15:34นะครับเพราะฉะนั้นมีผู้ผลิตหลายเจ้าที่
00:15:34 → 00:15:37พยายามจะเลือกใช้ถุงชาที่ทำจากกระดาษแล้ว
00:15:37 → 00:15:40ก็ไม่ค่อยมีสารเคลือบจากพลาสติกครับการ
00:15:40 → 00:15:43เลือกถุงชาแบบนั้นอาจจะช่วยเราได้หรือคุณ
00:15:43 → 00:15:46ลองเปลี่ยนมาชงชาโดยใช้ชาผงแล้วก็ใช้
00:15:46 → 00:15:49อุปกรณ์ที่เป็นตัวกรองชาเนี่ยก็จะเซฟกับ
00:15:49 → 00:15:51ร่างกายคุณมากขึ้นนะครับแม้กระทั่งการชง
00:15:51 → 00:15:55กาแฟเนี่ยครับเวลาที่เราชงกาแฟเนี่ยครับ
00:15:55 → 00:15:57แน่นอนเราต้องเอาเมล็ดกาแฟไปเบนกับน้ำ
00:15:57 → 00:15:59ร้อนใช่มั้ยครับทีนี้สุดท้ายเนี่ยมันก็จะ
00:15:59 → 00:16:01ต้องมีขั้นตอนในการฟิลเตอร์นะครับไอ้
00:16:01 → 00:16:04อุปกรณ์ที่ใช้ฟิลเตอร์ต่างๆที่ทั้งอยู่ใน
00:16:04 → 00:16:07เครื่องที่เป็นไส้กรองหรือว่าเป็นกระดาษ
00:16:07 → 00:16:09ที่เวลาที่เราดิฟกาแฟเนี่ยครับไอ้กระดาษ
00:16:09 → 00:16:11เหล่านั้นเครับจริงๆมันมีสารเคลือบที่
00:16:11 → 00:16:15เป็นพลาสติกเช่นกันเพราะฉะนั้นลองมองหา
00:16:15 → 00:16:19กระดาษกรองหรือว่าตัวกรองที่ทำจากวัสดุ
00:16:19 → 00:16:23ที่ไม่มีพลาสติกเจือปนเนี่ยก็จะลดการได้
00:16:23 → 00:16:26รับพลาสติกจากกาแฟได้นะครับมี 1 อย่างที่
00:16:26 → 00:16:29ผมอยากจะ recom นะครับคือเรื่องของของน้ำ
00:16:29 → 00:16:33ดื่มครับคือถ้าเกิดว่าบ้านไหนนะครับมีการ
00:16:33 → 00:16:36ติดตั้งระบบกรองน้ำเครื่องกรองน้ำที่เป็น
00:16:36 → 00:16:38ระบบแบบ revere osmosis คือการใช้
00:16:38 → 00:16:42ฟิลเตอร์ที่แบบเล็กมากๆนะครับคือระดับ
00:16:42 → 00:16:450.001 ไมโครเมตรนะครับก็จะดีมากๆเพราะ
00:16:45 → 00:16:48มันสามารถที่จะกรองอนุภาคขนาดเล็กมากๆนะ
00:16:48 → 00:16:50ครับสามารถที่จะกันพวกนาโนพลาสติกได้ด้วย
00:16:50 → 00:16:53นะครับนอกจากการใช้เครื่องกรองน้ำที่มี
00:16:53 → 00:16:55คุณภาพเนี่ยจะช่วยป้องกันการได้รับไมโคร
00:16:56 → 00:16:58แล้วก็นาโนพลาสติกแล้วนะครับการดื่มน้ำ
00:16:58 → 00:17:00จากน้ำขวดแก้วเนี่ยครับก็เป็นอีกทางนึง
00:17:00 → 00:17:02ที่ดีนะครับแทนที่จะซื้อน้ำบริโภคที่เป็น
00:17:02 → 00:17:06ขวดพลาสติกหรือว่าจะใช้น้ำถังซึ่งน้ำถัง
00:17:06 → 00:17:08เนี่ยก็เป็นพลาสติกเช่นกันคุณก็จะได้
00:17:08 → 00:17:11ไมโครแล้วก็นาโนพลาสติกครับทีนี้มาทาง
00:17:11 → 00:17:13จมูกบ้างครับจริงๆทางจมูกเนี่ยเราน่าจะ
00:17:13 → 00:17:15คุ้นเคยอยู่แล้วเพราะว่าทุกวันนี้เรา
00:17:15 → 00:17:17ประสบปัญหาฝุ่น PM 2.5 นะครับเพราะ
00:17:17 → 00:17:19ฉะนั้นเวลาที่เราออกไปนอกบ้านนะครับนอก
00:17:19 → 00:17:22จากจะได้รับฝุ่นที่เป็นพิิขนาดเล็กที่
00:17:22 → 00:17:24เป็นฝุ่นละอองหรือว่าอนุภาคที่เกิดจากการ
00:17:24 → 00:17:27ย่อยสลายสารต่างๆแล้วนะครับยังมีสารอีก
00:17:27 → 00:17:29หลายๆอย่างที่เวลาที่มันย่อยสลายแล้ว
00:17:29 → 00:17:32เนี่ยมันก็ให้อนุภาคพลาสติกที่คุณอาจจะ
00:17:32 → 00:17:35ไม่รู้นะครับยกตัวอย่างเช่นยางรถยนต์ครับ
00:17:35 → 00:17:37ยางรถยนต์เองขึ้นชื่อว่ายางแล้วครับมัน
00:17:37 → 00:17:40เป็นโพลิเมอร์ชนิดนึงเพราะฉะนั้นเวลาที่
00:17:40 → 00:17:42ยางรถยนต์เนี่ยมันเสียดสีกับพื้นถนนเนี่ย
00:17:43 → 00:17:46ครับมันก็จะปล่อยอนุภาคที่เป็นไมโครแล้ว
00:17:46 → 00:17:49ก็นาโนพลาสติกเช่นกันนะครับเพราะฉะนั้น
00:17:49 → 00:17:51วิธีดีที่สุดในการที่จะป้องกันตัวเองก็
00:17:52 → 00:17:55คือการสวมใส่หน้ากากชนิดที่มันสามารถที่
00:17:55 → 00:17:57จะกรองอนุภาคขนาดเล็กอย่างเช่นหน้ากาก n95
00:17:57 → 00:18:00ได้นะครับเวลากลับเข้าบ้านหรือว่าอยู่ใน
00:18:00 → 00:18:02พื้นที่ส่วนตัวอย่างเช่นรถยนต์ของคุณนะ
00:18:02 → 00:18:04ครับการใช้เครื่องกรองอากาศที่มีคุณภาพดี
00:18:04 → 00:18:06มี hea filter เนี่ยครับมันก็สามารถที่
00:18:06 → 00:18:09จะช่วยกรองทั้งไมโครแล้วก็นาโนพลาสติก
00:18:09 → 00:18:11แล้วก็ลดความเสี่ยงที่คุณจะรับสารเหลนั้น
00:18:11 → 00:18:14เข้าไปในร่างกายได้ดีมากยิ่งขึ้นนะครับ
00:18:14 → 00:18:16สุดท้ายคือการที่นาโนพลาสติกกับ
00:18:16 → 00:18:18ไมโครพลาสติกจะเข้าร่างกายผ่านทางผิวหนัง
00:18:18 → 00:18:20ของเราคือ penetrate เข้าทาง Skin นะครับ
00:18:20 → 00:18:23หลายคนอาจจะบอกว่าโหผิวหนังของเราเนี่ย
00:18:23 → 00:18:26มันเข้มแข็งมากเลยนะมันเป็นแบบกำแพงเมือง
00:18:26 → 00:18:29ที่ไม่ได้ปล่อยให้สาอะไรเไปง่ายๆขนาด
00:18:29 → 00:18:31เครื่องสำอางหรือสกินแครหลายๆอย่างเนี่ย
00:18:31 → 00:18:34มันยังไม่สามารถที่จะแทรกซึมเข้าไปได้
00:18:34 → 00:18:36ง่ายๆเลยใช่ครับโดยปกติแล้ว particle ที่
00:18:36 → 00:18:39มีขนาดมากกว่า 100 ไมครอนเนี่ยครับมันไม่
00:18:39 → 00:18:41สามารถที่จะผ่านผิวหนังชั้นนอกของเราเข้า
00:18:41 → 00:18:43ไปได้ง่ายนะครับเพราะฉะนั้นสบางอย่างใน
00:18:43 → 00:18:45สกินแคร์เนี่ยยังไม่สามารถจะแทรกซึมเข้า
00:18:45 → 00:18:47ไปได้เลยนะครับแต่ถามว่าแล้วทำไมนัก
00:18:47 → 00:18:50วิทยาศาสตร์เนี่ยเาถึงเชื่อว่าไมโครแล้ว
00:18:50 → 00:18:52ก็นาโนพลาสติกเนี่ยมันสามารถที่จะทะลุ
00:18:52 → 00:18:56ทะลวงเข้าไปได้นะครับคือต้องบอกว่าใน skin
00:18:56 → 00:18:59care นะครับมันมีเทคโนโลยีซ่อนอยู่คือ
00:18:59 → 00:19:02เทคโนโลยีที่เรียกว่า Nan particle ครับ
00:19:02 → 00:19:05Nan particle ครับเป็นเทคโนโลยีที่ถูก
00:19:05 → 00:19:09พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการส่งผ่านสารที่ดี
00:19:09 → 00:19:11คือ drug delivery หรือว่าพวก Active
00:19:11 → 00:19:14ต่างๆให้แทรกซึมเข้าไปในร่างกายทะลุผิว
00:19:14 → 00:19:16หนังได้ดีมีประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับโดย
00:19:16 → 00:19:19ที่ผิวของ nanoparticle เครับมันอาจจะถูก
00:19:19 → 00:19:23ออกแบบโดยใช้วัสดุเลียนแบบวัสดุเดียวกัน
00:19:23 → 00:19:25กับเยื่อหุ้มเซลล์เพราะฉะนั้นเนี่ยมันก็
00:19:25 → 00:19:28สามารถจะแทรกซึมผ่านเซลล์ผิวหนังของเรา
00:19:28 → 00:19:30ได้ดีนะครับแต่ในข้อดีมันมีข้อเสียครับ
00:19:30 → 00:19:33นอกจากเทคโนโลยีเหล่านี้ครับมันจะช่วยพา
00:19:33 → 00:19:35ยาหรือว่าสารดีๆเข้าไปในร่างกายเราแล้ว
00:19:35 → 00:19:39เนี่ยครับมันก็อาจจะนำพาสารที่ไม่ดีที่
00:19:39 → 00:19:41เป็น pollutant อย่างเช่นพวกนาโนแล้วก็
00:19:41 → 00:19:44ไมโครพลาสติกเนี่ยที่มันเจือปนอยู่เนี่ย
00:19:44 → 00:19:46เข้าไปในร่างกายของเราได้ด้วยนะครับจริงๆ
00:19:46 → 00:19:48นักวิทยาศาสตร์เี่เขาคก็มีการทดลองแล้วก็
00:19:48 → 00:19:52เจอว่าแม้ผิวหนังของเราเนี่ยมันจะแข็งแรง
00:19:52 → 00:19:54แล้วก็ป้องกันไม่ให้อนุภาษเล็กเนี่ยเข้า
00:19:54 → 00:19:55ไปได้นะครับแต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ผิวหนัง
00:19:55 → 00:19:58ของเราเนี่ยมันเกิดโรคมันมีความอ่อนแอ
00:19:58 → 00:20:01เช่นเกิดการอักเสบมีการถลอกเนี่ยนะครับ
00:20:01 → 00:20:04เค้าก็เจอว่าไมโครพลาสติกที่มีขนาด 100
00:20:04 → 00:20:07ไมครอนไปจนถึง 500 ไมครอนเนี่ยสามารถที่
00:20:07 → 00:20:11จะทะลุเข้าไปจนถึงผิวหนังชั้นล่างแล้ว
00:20:11 → 00:20:15เซลล์ผิวหนังไม่ว่าจะเป็นเคติตหรือว่า
00:20:15 → 00:20:19ไฟโบรบลาสต์
00:20:19 → 00:20:23นั้นเนี่ยเข้าไปอยู่ในเซลล์แล้วมันก็อาจ
00:20:23 → 00:20:26จะส่งผลทำให้เกิดปัญหาสุขภาพปัญหาผิวหนัง
00:20:26 → 00:20:29ตามมาได้นะครับเพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าใน
00:20:29 → 00:20:31ปัจจุบันเนี่ยครับยังไม่มี evidence หรือ
00:20:31 → 00:20:35ว่าหลักฐานงานวิจัยจังๆว่าเอ่อ skin care
00:20:35 → 00:20:39ยี่ห้อนี้สูตรแบบนี้มันทำให้เพิ่มไมโคร
00:20:39 → 00:20:42แล้วก็นาโนพลาสติกแต่ในวงการ skin care
00:20:42 → 00:20:46เนี่ยครับก็เริ่มมีการพูดคุยแล้วก็มีแนว
00:20:46 → 00:20:49คิดที่จะออกแบบกฎระเบียบให้มันเข้มข้นมาก
00:20:49 → 00:20:51ยิ่งขึ้นนะครับว่าต่อไปการผลิต skin care
00:20:51 → 00:20:54เนี่ยต้องมีการเทสว่ามีการเจือปนของนาโน
00:20:54 → 00:20:57แล้วก็ไมโครพลาสติกมากน้อยแค่ไหนเพื่อ
00:20:57 → 00:21:00ความปลอดภัยของู้ผู้บริโภคครับนอกจาก
00:21:00 → 00:21:03สกินแครแล้วนะครับจริงๆเสื้อผ้าที่เราสวม
00:21:03 → 00:21:05ใส่อยู่นะครับก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่
00:21:05 → 00:21:08เราจะได้รับไมโครแล้วก็นาโนพลาสติกนะครับ
00:21:08 → 00:21:10คือเสื้อผ้าหลายๆคนอาจจะไม่รู้ว่าเส้นใย
00:21:10 → 00:21:12สังเคราะห์เครับมันก็เป็นพลาสติกนะครับ
00:21:13 → 00:21:15อย่างเช่น poy เอสเตอร์ขึ้นด้วยโพลี่อีก
00:21:15 → 00:21:17แล้วถูกมั้ยคือเวลาเราสวมใส่เสื้อผ้านะ
00:21:17 → 00:21:19ครับเส้นใยเสื้อผ้าทุกครั้งที่มีการซัก
00:21:19 → 00:21:21หรือมีการเสียดสีกับร่างกายของเรานะครับ
00:21:21 → 00:21:24มันก็มีการปล่อยสารบางอย่างที่เป็นสาร
00:21:24 → 00:21:26กลุ่มที่ไม่ติดไฟแต่มันเพิ่มอายุการใช้
00:21:26 → 00:21:29งานให้กับเส้นใยนะครับมันก็จะหลุดรอดออก
00:21:29 → 00:21:31มาเวลาเราสมใส่แล้วยิ่งถ้าเรามีเหงื่อนะ
00:21:31 → 00:21:33ครับสารเหล่านั้นนะครับมันสามารถจะแทรก
00:21:33 → 00:21:37ซึมเข้าไปในผิวหนังของเราได้ง่ายมากยิ่ง
00:21:37 → 00:21:39ขึ้นแล้วทำให้เราได้รับความเสี่ยงจากการ
00:21:39 → 00:21:42ที่เราสวมใส่เสื้อผ้านะครับเพราะฉะนั้น
00:21:42 → 00:21:44ถ้าเราใช้เสื้อผ้าที่เป็นเส้นใย
00:21:44 → 00:21:47สังเคราะห์อยู่เยอะนะครับลองเปลี่ยนมาใช้
00:21:47 → 00:21:49เส้นใยจากธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นคัตตอล
00:21:49 → 00:21:51ลินินบ้างนะครับโดยเฉพาะเวลาที่เราออก
00:21:51 → 00:21:53กำลังกายหรือว่าเวลาที่เราสุ่มเสียงที่จะ
00:21:53 → 00:21:54เสียเหงื่อมากยิ่งขึ้นเนี่ยเปลี่ยนมาใช้
00:21:54 → 00:21:57เส้นยจากธรรมชาติก็จะปกป้องคุณจากพวก
00:21:57 → 00:22:00ไมโครแล้วก็นนาโนพลาสติกได้ดีมากยิ่งขึ้น
00:22:00 → 00:22:02ครับที่วันนี้ผมยกประเด็นไมโครพลาสติก
00:22:02 → 00:22:04แล้วก็นาโนพลาสติกมาเล่าให้ทุกคนฟังเนี่ย
00:22:04 → 00:22:07นะครับเพื่อที่จะบอกทุกคนว่ามันเป็นปัญหา
00:22:07 → 00:22:09จริงๆแล้วนะซึ่งมันก็มาจากปัญหาสิ่งแวด
00:22:09 → 00:22:12ล้อมด้วยเป็นปัญหาจากการที่เทคโนโลยีเรา
00:22:12 → 00:22:14เนี่ยมันก้าวหน้าไปมากนะครับมันมีสิ่งที่
00:22:14 → 00:22:16อำนวยความสดวกในชีวิตเราเนี่ยเพิ่มมาก
00:22:16 → 00:22:18ขึ้นเยอะแล้วสิ่งเหล่านั้นเมันก็สร้าง
00:22:18 → 00:22:20มลพิษที่มันย้อนกลับมาทำร้ายเราแน่นอนเรา
00:22:20 → 00:22:24ไม่สามารถที่จะป้องกันไม่ให้ทั้งไมโคร
00:22:24 → 00:22:26แล้วก็นาโนพลาสติกเนี่ยมันเข้ามาในร่าง
00:22:26 → 00:22:29กายเราได้ 100% แน่ๆนะครับแต่มันก็ยังพอ
00:22:29 → 00:22:32มี Action Step บางอย่างที่เราสามารถที่
00:22:32 → 00:22:35จะปรับวิถีชีวิตในการใช้ชีวิตของเรานะ
00:22:35 → 00:22:37ครับแล้วมันก็พอที่จะช่วยเซฟร่างกายเรา
00:22:37 → 00:22:40เนี่ยจากพวกพลาสติกให้ได้รับน้อยลงเนี่ย
00:22:40 → 00:22:42มันก็จะดีมากยิ่งขึ้นนะครับแล้วถ้าเกิด
00:22:42 → 00:22:45ว่าคุณลองสำรวจแล้วก็นึกดีๆเนี่ยก็จะเจอ
00:22:45 → 00:22:48ว่าในชีวิตของคุณตั้งแต่เช้าเย็นๆเนี่ย
00:22:48 → 00:22:51คุณเจอะเจอกับพลาสติกเต็มไปหมดครับวันนี้
00:22:51 → 00:22:53ผมก็เลยอยากจะชวนทุกคนนะครับให้ลองมาแชร์
00:22:53 → 00:22:55กันว่าเอ๊ะมันมีอะไรอีกบ้างอ่ะในชีวิตเรา
00:22:55 → 00:22:58ที่เราอาจจะมองข้ามว่าเออมันมันเป็นพั
00:22:58 → 00:23:00หรือเปล่านะแล้วถ้าเกิดว่ามันเป็นพลาสติก
00:23:00 → 00:23:04จริงๆเนี่ยมันพอจะมีทางเลือก solution
00:23:04 → 00:23:06อะไรที่เราสามารถที่จะใช้ทดแทนมันเพื่อ
00:23:06 → 00:23:09ที่จะปกป้องตัวเองจากการได้รับพลาสติกได้
00:23:09 → 00:23:11บ้างนะครับลองมาแชร์กันนะครับเชื่อว่า
00:23:11 → 00:23:13สิ่งที่ทุกคนแชร์เนี่ยจะมีประโยชน์กับ
00:23:13 → 00:23:17เพื่อนๆชาว Top to แน่นอน
00:23:17 → 00:23:21ครับ Top to the Standard podcast
00:23:21 → 00:23:26Eye Opening for your ears