00:00:00 → 00:00:02เราจะพาคุณผู้ชมมารู้จักกับ 9 อาหารที่
00:00:02 → 00:00:07ไม่ควรกินเมื่อเป็นต่อมทอนซินอักเสบค่ะ 1
00:00:07 → 00:00:09เครื่องดื่มแอลกอฮอล์การดื่มเครื่องดื่ม
00:00:09 → 00:00:11แอลกอฮอล์ทำให้มีอาการเจ็บคอและต่อม
00:00:11 → 00:00:15ทอนซินแย่ลงเนื่องจากทำให้ร่างกายขัดน้ำ
00:00:15 → 00:00:17ดังนั้นจึงเป็นการดีที่สุดที่จะหลีก
00:00:17 → 00:00:19เลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลานี้
00:00:19 → 00:00:22และเลือกดื่มน้ำเปล่ามากๆแทน 2 มะเขือเทศ
00:00:22 → 00:00:25มะเขือเทศนั้นอุดมไปด้วยกรดออกซาลิกที่ทำ
00:00:25 → 00:00:27ให้ระคายเคืองผนังด้านในของลำคอและทำให้
00:00:27 → 00:00:31เกิดอาการต่างๆเช่นต่อมทอนอักเสบแย่ลงนอก
00:00:31 → 00:00:33จากนี้ซอสหลายชนิดยังมีเครื่องเทศที่
00:00:33 → 00:00:36ระคายเคืองซึ่งสามารถทำให้อาการเหล่านี้
00:00:36 → 00:00:39รุนแรงขึ้นได้สำหรับผู้ที่มีคอแห้งง่าย
00:00:39 → 00:00:41ควรหลีกเลี่ยงซอสประเภทนี้และเลือกใช้รส
00:00:41 → 00:00:45ชาติที่อ่อนลง 3 อาหารหมักดองที่ใส่สาร
00:00:45 → 00:00:47กันบูดสารนกันบูดในอาหารดองเชื่อมโยงกับ
00:00:47 → 00:00:51ปัญหาสุขภาพต่างๆเช่นระคายคอหวดท้องและ
00:00:51 → 00:00:53แม้แต่มะเร็งสำหรับผู้ที่มีอาการต่อม
00:00:54 → 00:00:57ทอนซินอักเสบแนะนำให้ลดอาหารหมักดองและ
00:00:57 → 00:01:00เลือกรับประทานอาหารสดจากธรรมชาติแทน 4
00:01:00 → 00:01:03ผลไม้รสเปรี้ยวและน้ำผลไม้ผลไม้เหล่านี้
00:01:03 → 00:01:06มีความเป็นกรดสูงซึ่งอาจทำให้บางคนรู้สึก
00:01:06 → 00:01:09ไม่สบายได้เช่นเดียวกับมะเขือเทศผลไม้ที่
00:01:09 → 00:01:11มีรสเปรี้ยวเช่นส้มสับปะรดและมะม่วง
00:01:11 → 00:01:14สามารถกระตุ้นคอที่อักเสบให้แย่กว่าเดิม
00:01:14 → 00:01:16สิ่งนี้อาจเป็นปัญหาอย่างยิ่งสำหรับผู้
00:01:16 → 00:01:20ที่เป็นต่อมทอนซินอักเสบ 5 อาหารแข็งหรือ
00:01:20 → 00:01:24ขนมกรุบกรอบรวมไปถึงผักดิบสิ่งที่เกิด
00:01:24 → 00:01:26ขึ้นก็คือว่าเมื่อคุณรับประทานอาหารเหล่า
00:01:26 → 00:01:28นี้เข้าไปค่ะจะทำให้คอยิ่งระคายเคืองแห้ง
00:01:28 → 00:01:31และยิ่งทำให้การบาดเจ็บของคอนั้นเป็นมาก
00:01:31 → 00:01:35ขึ้นด้วย 6 อาหารที่มีน้ำมันควรหลีก
00:01:35 → 00:01:37เลี่ยงของทอดหรือของกินเล่นผิวเผินเช่น
00:01:37 → 00:01:39ไก่ทอดเพราะสิ่งเหล่านี้สามารถกระตุ้น
00:01:39 → 00:01:42ต่อมน้ำเหลืองหรือต่อมทอนซินได้อาหาร
00:01:42 → 00:01:45เหล่านี้มักมีไขมันอิ่มตัวและไขมันทอนสูง
00:01:45 → 00:01:47ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของ
00:01:47 → 00:01:50ต่อมทอนซินอักเสบโรคหัวใจโรคอ้วนและปัญหา
00:01:50 → 00:01:53สุขภาพอื่นๆ 7 อาหารรสเผ็ดการใช้เครื่อง
00:01:53 → 00:01:56เทศและกระเทียมในการปรุงอาหารเชื่อมโยง
00:01:56 → 00:01:59กับต่อมทอนซินอักเสบจึงจำเป็นต้องงดอาหาร
00:01:59 → 00:02:01ที่ใช้เครื่องเทศเทศโดยสิ้นเชิงเช่นพริก
00:02:01 → 00:02:04ผงยี่หร่าและเครื่องแกงอย่างไรก็ตามไม่
00:02:04 → 00:02:06ได้หมายความว่าเครื่องเทศนทั้งหมดนั้นไม่
00:02:06 → 00:02:09ดีนะคะเครื่องเทศน์บางชนิดเช่นขมิ้นมี
00:02:09 → 00:02:12คุณสมบัติต้านการอักเสบได้ 8 ขนมปังปิ้ง
00:02:12 → 00:02:14อาจส่งผลเสียต่อร่างกายของเราได้เพราะทำ
00:02:14 → 00:02:17ให้คอแห้งอย่างไรก็ตามหากคุณอยากรับ
00:02:17 → 00:02:20ประทานขนมปังปิ้งจริงๆก็มีวิธีที่ดีขึ้น
00:02:20 → 00:02:23ง่ายขึ้นนั่นคือการแช่ขนมปังในนมก่อนปิ้ง
00:02:23 → 00:02:27จะทำให้กลืนง่ายขึ้น 9 ยาสูบหรือบุหรี่
00:02:27 → 00:02:29หากคุณกำลังทุกข์ทรมานจากต่อมทอนซิน
00:02:29 → 00:02:32อักเสบสิ่งสำคัญคือต้องอยู่ห่างจากควัน
00:02:32 → 00:02:35บุหรี่สารเคมีในยาสูบสามารถระคายเคืองคอ
00:02:35 → 00:02:37ที่อักเสบอยู่แล้วและทำให้อาการของคุณรุน
00:02:37 → 00:02:40แรงขึ้นนอกจากนี้การได้รับควันบุหรี่อาจ
00:02:40 → 00:02:43ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของคุณอ่อนแอลงทำให้
00:02:43 → 00:02:46ร่างกายของคุณต่อสู้กับการติดเชื้อได้ยาก
00:02:46 → 00:02:51ขึ้นและในช่วงเทศกาล prim หรือก็คือการ
00:02:51 → 00:02:54เฉลิมฉลองและรำลึกถึงความภาคภูมิใจของชาว
00:02:54 → 00:02:58lgbt ทั่วโลกซึ่งมีสัญลักษณ์เป็นสีรุ้ง
00:02:58 → 00:03:01ที่ใช้ในการขับเคลื่อนและแลทำกิจกรรมนอก
00:03:01 → 00:03:04จากสีรุ้งจะมีความหมายถึงความหลากหลายทาง
00:03:04 → 00:03:07เพศแล้วนะคะการกินอาหารตามสีรุ้งก็ยัง
00:03:07 → 00:03:10ช่วยป้องกันโรคไม่ให้เราป่วยง่ายอีกด้วย
00:03:10 → 00:03:13ค่ะทั้งนี้การกินอาหารตามสีรุ้งหรือ
00:03:13 → 00:03:16eating the Rainbow เป็นเทรนรับประทาน
00:03:16 → 00:03:18เพื่อสุขภาพที่มีมานานแล้วเหล่านัก
00:03:18 → 00:03:22โภชนาการต่างก็แนะนำโดยเน้นการบริโภคผัก
00:03:22 → 00:03:26ผลไม้ธัญพืชให้หลากหลายครบทั้ง 7 สีทำให้
00:03:26 → 00:03:29ร่างกายได้รับประโยชน์และคุณค่าทางอาหาร
00:03:29 → 00:03:33ได้อย่างครบถ้วนอาหารสีรุ้งได้แก่สีแดงสี
00:03:33 → 00:03:38ส้มสีเขียวสีฟ้าสีขาวสีม่วงสีน้ำตาลและสี
00:03:38 → 00:03:42ดำซึ่ง 2 สีสุดท้ายเป็นสีที่นักโภชนาการ
00:03:42 → 00:03:45แนะนำเป็นอย่างยิ่งเพราะผักทั้ง 2 สีมี
00:03:45 → 00:03:48ส่วนช่วยลดไขมันในร่างกายได้ดีสีรุ้งแต่
00:03:48 → 00:03:53ละสีมีอาหารอะไรบ้างสีแดงได้แก่มะเขือเทศ
00:03:53 → 00:03:56เชอรี่สตอเบอร์รี่องุ่นแดงและแตงโม
00:03:56 → 00:03:59ประโยชน์ของผักผลไม้สีแดงคือมีวิตามินอี
00:03:59 → 00:04:03และไลโคปีนซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
00:04:03 → 00:04:06ช่วยในเรื่องการต้านนิ้วรอยชะลอไวัและ
00:04:06 → 00:04:10ป้องกันหลอดเลือดตีบตันได้ด้วยสีส้มสี
00:04:10 → 00:04:14เหลืองได้แก่มะม่วงมะละกอส้มฟักทองแค่น
00:04:14 → 00:04:17ตะลุกและข้าวโพดอาหารที่มีสีส้มและเหลือง
00:04:17 → 00:04:21มีวิตามินซีและแคโรทีนสูงมีประสิทธิภาพใน
00:04:21 → 00:04:24การป้องกันมะเร็งและลดโอกาสที่จะเกิดโรค
00:04:24 → 00:04:27หลอดเลือดในสมองได้สีเขียวได้แก่ผักใบ
00:04:27 → 00:04:31เขียวกีวี่แอปเปิ้ลเขียวอะโวคาโดและองุ่น
00:04:31 → 00:04:33เขียวพืชที่มีสีเขียวจะมีเส้นใหญ่อาหาร
00:04:33 → 00:04:36อยู่เป็นจำนวนมากช่วยในเรื่องของการขับ
00:04:36 → 00:04:40ถ่ายและรักษาจุลินทรีย์ในลำไส้นอกจากนี้
00:04:40 → 00:04:43ยังมีคลอโรฟิลซึ่งช่วยลดไขมันในเลือดได้
00:04:43 → 00:04:47เป็นอย่างดีสีขาวและล้ำตาลได้แก่แปกก๊วย
00:04:47 → 00:04:51หัวหอมชายเท้าเห็ดต่างๆและมันแกวสารสีขาว
00:04:51 → 00:04:54ในพืชผักเหล่านี้มีความสามารถในการ
00:04:54 → 00:04:56กระตุ้นเซลล์ที่ทำหน้าที่กำจัดเซลล์
00:04:56 → 00:04:59มะเร็งจึงช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นเป็น
00:04:59 → 00:05:03มะเร็งได้สีน้ำเงินและม่วงได้แก่มะเขือ
00:05:03 → 00:05:06ยาวมันฝรั่งสีม่วงบลูเบอร์รี่และข้าว
00:05:06 → 00:05:09ไรเบอร์รี่พืชสีม่วงมีสารแอนโทไซยานิน
00:05:09 → 00:05:13ซึ่งมีคุณสมบัติต้านการอักเสบช่วยป้องกัน
00:05:13 → 00:05:16การเกิดโรคมะเร็งได้แถมยังช่วยเพิ่ม
00:05:16 → 00:05:19ประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
00:05:19 → 00:05:23ได้อีกด้วยสีน้ำตาลได้แก่ถั่วประเภทต่างๆ
00:05:23 → 00:05:25ข้าวโอ๊ตข้าวกล้องและธัญพืชต่างๆ
00:05:26 → 00:05:29คุณสมบัติของพืชสีน้ำตาลคือมีกรดไขมัน
00:05:29 → 00:05:31อิ่มตัวสูงจึงสามารถช่วยลดระดับ
00:05:31 → 00:05:35โคเลสเตอรอลในเลือดป้องกันร่างกายสะสมไข
00:05:35 → 00:05:39มันส่วนเกินสีดำได้แก่ถั่วดำและงาดำอาหาร
00:05:40 → 00:05:43สีดำมีธาตุเหล็กและสังกสีเป็นจำนวนมาก
00:05:43 → 00:05:47ช่วยแก้อาการท้องผูกทำให้ระบบขับถ่ายทำ
00:05:47 → 00:05:50งานได้ดีขึ้นแถมยังช่วยกระตุ้นการทำงาน
00:05:50 → 00:05:53ของระบบเผาผลาญผลข้างเคียงคือทำให้น้ำ
00:05:53 → 00:05:55หนักลดลงได้ง่าย
00:05:55 → 00:05:59ขึ้นและอีกอย่างที่ควรทำเป็นประจำนั่นก็
00:05:59 → 00:06:02คือการหัวเราะให้บ่อยๆค่ะเพราะการหัวเราะ
00:06:02 → 00:06:04ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันเพิ่มเซลล์ต่อสู้กับ
00:06:04 → 00:06:08ความเจ็บป่วยทำให้มีโอกาสป่วยหรือติด
00:06:08 → 00:06:11เชื้อโรคต่างๆได้น้อยลงไม่เพียงเท่านี้
00:06:11 → 00:06:14ยังช่วยลดความเสี่ยงของอาการหัวใจวายได้
00:06:14 → 00:06:17ด้วยเพราะอัตราการเต้นของหัวใจจะเพิ่ม
00:06:17 → 00:06:20ขึ้นทำให้มีออกซิเจนไล้เวียนไปทั่วร่าง
00:06:20 → 00:06:24กายมากขึ้นการหัวเราะป้องกันโรคหัวใจทำ
00:06:24 → 00:06:27ให้หัวใจทำงานดีหลอดเลือดไหลเวียนเหมาะสม
00:06:27 → 00:06:30ไม่เพียงเท่านี้การหัวเราะยังช่วยเพ้า
00:06:30 → 00:06:34พลานไขมันอีกด้วยจากการศึกษาพบว่าหากเรา
00:06:34 → 00:06:37หัวเราะ 10-15 นาทีจะช่วยเพ้าพลานพลังงาน
00:06:37 → 00:06:41ได้ดี 10-40 กิแคลอรีและยังช่วยเพิ่มการ
00:06:41 → 00:06:45เพล้าพลาญได้อีกถึงร้อยละ 20 ระบบสูบฉีด
00:06:45 → 00:06:48เลือดของหัวใจทำงานได้ดีขึ้นเพราะการ
00:06:48 → 00:06:51หัวเราะช่วยลดฮอร์โมนความเครียดหรือ
00:06:51 → 00:06:54ฮอร์โมนคอร์ติซอลทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย
00:06:54 → 00:06:58ลงหัวใจทำงานแข่งขันขึ้นและที่สำคัญยัง
00:06:58 → 00:07:01ช่วยลดความดันลเพราะฮอร์โมนเอนโดฟินถูก
00:07:01 → 00:07:04หลั่งออกมาตอนหัวเราะทำให้ระดับความ
00:07:04 → 00:07:08เครียดลดลงความดันโลหิตก็ลดลงตามมา
00:07:08 → 00:07:10[เพลง]
00:07:10 → 00:07:14ค่ะขอบคุณนะคะสำหรับการรับชมรายการ TNN
00:07:14 → 00:07:17Health ค่ะและอย่าลืมค่ะกด Subscribe กด
00:07:17 → 00:07:21ไลคกดแชร์ในทุกช่องทางออนไลน์ของ TNN
00:07:21 → 00:07:24ช่อง 16 ค่ะเพื่อที่จะไม่พลาดการรับชมราย
00:07:24 → 00:07:29การสดคลิปวดีโอที่น่าสนใจของทาง TNN นะคะ
00:07:30 → 00:07:33y