00:00:00 → 00:00:03สวัสดีครับปัจจุบันเนี่ยมีโรคเกี่ยวข้อง
00:00:03 → 00:00:06กับหลอดเลือดมากมายหลายชนิดเลยนะครับเช่น
00:00:06 → 00:00:10โรคหลอดเลือดหัวใจโรคหลอดเลือดสมองโรคเบา
00:00:10 → 00:00:12หวานซึ่งจะทำให้หลอดเลือดเสื่อมทำให้เบา
00:00:12 → 00:00:15หวานเนี่ยมันขึ้นตาเบาหวานลงไตโรคไตวาย
00:00:15 → 00:00:19เรื้อรังโรคหลอดเลือดส่วนปลายต่างๆนะครับ
00:00:19 → 00:00:22รวมไปถึงโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศด้วยเช่น
00:00:22 → 00:00:25กันนี่โรคเหล่านี้เนี่ยหลายคนเวลาเป็น
00:00:25 → 00:00:28ขึ้นมาทีนึงนะครับมันก็จะทำได้แค่รักษา
00:00:28 → 00:00:31ประคับประคองบางครั้งอาการก็ไม่ดีขึ้นแต่
00:00:31 → 00:00:35มีแต่แย่ลงมันจะมีวิธีอะไรมที่สามารถที่
00:00:35 → 00:00:39จะแก้ไขโรคเหล่านี้ให้มันดีขึ้นได้วันนี้
00:00:39 → 00:00:42เนี่ยผมจะมาพูดถึงวิธีการรักษาวิธีหนึ่ง
00:00:42 → 00:00:46นะครับมันไม่ใช่ยามันไม่ใช่การผ่าตัดมัน
00:00:46 → 00:00:49ไม่ใช่การรักษาด้วยธรรมชาติไม่ใช่การออก
00:00:49 → 00:00:53กำลังกายไม่ใช่อาหารเสริมไม่ใช่วิตามิน
00:00:53 → 00:00:57แต่มันคือวิธีที่เราเรียกว่า
00:00:57 → 00:01:01eecp นะครับวิธีนี้ชื่อเต็มมันคือ
00:01:01 → 00:01:04enhanced External Counter pulsation
00:01:04 → 00:01:07นะครับมันคืออะไรวันนี้ผมจะได้เล่าให้ทุก
00:01:07 → 00:01:10คนฟังกันเลยนะครับพบกับผมนะครับนายแพทย์
00:01:10 → 00:01:12ธานีธนียวันเป็นอาจารย์แพทย์อยู่ที่
00:01:12 → 00:01:14ประเทศสหรัฐอเมริกาเชี่ยวชาญโรคปอดการ
00:01:14 → 00:01:18ปลูกถ่ายปอดและวิกฤตบำบัดนะครับโรคต่างๆ
00:01:18 → 00:01:21ที่ผมกล่าวไปเมื่อกี้เนี่ยมันมีพื้นฐานมา
00:01:21 → 00:01:24จากเส้นเลือดทั้งนั้นเลยนะครับเช่นโรค
00:01:24 → 00:01:27หลอดเลือดหัวใจถ้ามันตีบตันไปเนี่ยกล้าม
00:01:27 → 00:01:30เนื้อหัวใจก็เราของเราก็จะขาดเลือดอาจอาจ
00:01:30 → 00:01:33จะทำงานไม่ได้เกิดหัวใจวายเกิดหัวใจวาย
00:01:33 → 00:01:35ฉับพลันหรือเป็นแบบเรื้อรังก็ได้ทำให้มี
00:01:35 → 00:01:37อาการเหนื่อยเรื้อรังมีอาการแน่นหน้าอก
00:01:37 → 00:01:39บ่อยๆนะครับบางครั้งทำให้หัวใจเต้นผิด
00:01:40 → 00:01:43ปกติขึ้นมาฉับพลันนำไปสู่การเสียชีวิตได้
00:01:43 → 00:01:47เส้นือสมองมันตีบตันไปเกิดอะไรขึ้นก็มี
00:01:47 → 00:01:50โอกาสที่จะเกิด Stroke นะครับทำให้เรามี
00:01:50 → 00:01:54อาการอัมพฤกษ์อ่าอัมพาตครึ่งซีกนะครับบาง
00:01:54 → 00:01:58ทีตาบอดไปนะครับพูดไม่ชัดความจำมีปัญหา
00:01:58 → 00:02:01แล้วพอเป็นขึ้นมาทีเนี่ยหลายคนที่มีญาติ
00:02:01 → 00:02:05หรือบางคนเคยเป็นซะเองก็คงจะรู้ว่าบางคน
00:02:05 → 00:02:09ไม่หายบางคนหายบางคนหายแล้วแต่ยังมีปัญหา
00:02:09 → 00:02:12เรื่องอัมพฤกษ์อยู่แล้วมันก็ไม่ได้หายไป
00:02:12 → 00:02:14ไหนถึงแม้ว่าเราจะไปรักษายังไงมันก็ไม่ดี
00:02:14 → 00:02:16ขึ้นโรคหลอดเลือดส่วนปลายที่เราเรียกว่า
00:02:16 → 00:02:18peripheral arterial disease นะครับ
00:02:19 → 00:02:22โรคนี้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงขาเนี่ยมันตีบ
00:02:22 → 00:02:25แล้วเวลาที่เราเดินมากๆมันจะมีอาการปวดขา
00:02:25 → 00:02:28นะครับต้องหยุดพักมันถึงจะดีขึ้นอ่าเดิน
00:02:28 → 00:02:30ใหม่ก็ปวดใหม่เลยนะครับทำยังไงก็ไม่ดี
00:02:30 → 00:02:35ขึ้นนี่มันอันตรายขนาดนี้เดี๋ยวนี้ยังมี
00:02:35 → 00:02:37โรคเบาหวานซึ่งหลายคนเป็นกันนะครับเบา
00:02:37 → 00:02:40หวานเนี่ยอย่างที่ผมเคยเล่าไปภาวะที่มี
00:02:40 → 00:02:43น้ำตาลสูงในเลือดนานๆมันจะต่อให้เกิดการ
00:02:43 → 00:02:46อักเสบแล้วก็เซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือด
00:02:46 → 00:02:48ของเราเนี่ยจะทำงานไม่ได้นะครับทำให้
00:02:48 → 00:02:52อวัยวะต่างๆเนี่ยมันเสียไปเพราะว่าอวัยวะ
00:02:52 → 00:02:54เหล่านั้นมีความจำเป็นจะต้องใช้เลือดไป
00:02:54 → 00:02:56เลี้ยงแต่ทีนี้พอเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงมัน
00:02:56 → 00:03:00เสียแล้วก็เกิดปัญหานะครับเบาหวานทำทำให้
00:03:00 → 00:03:02เกิดโรคหลอดเลือดสมองหลอดเลือดหัวใจแต่
00:03:02 → 00:03:05แค่นั้นไม่พอครับเบาหวานมันขึ้นตาได้ถูก
00:03:05 → 00:03:07มั้ยฮะคนที่เป็นเบาหวานขึ้นตาเนี่ยก็จะ
00:03:08 → 00:03:11รู้นะครับว่าบางทีมันไม่หายอ่ะตามันบอดไป
00:03:11 → 00:03:14เลยนะครับหรือมันลงไปไตเลยไตก็เสียไปเลย
00:03:14 → 00:03:17นะครับถูกมั้ยคนที่เป็นตายวายเรื้อรังอ่า
00:03:17 → 00:03:19มีเห็นส่งคำถามมาถามผมหลายครั้งว่าเอ๊ะทำ
00:03:19 → 00:03:22ยังไงให้มันดีขึ้นนะบางทีมันเกี่ยวข้อง
00:03:22 → 00:03:25กับโรคของหลอดเลือดที่เป็นเบาหวานนี่แหละ
00:03:25 → 00:03:27หรือบางคนก็เป็นเพราะว่าความดันสูงที่มัน
00:03:27 → 00:03:29เป็นมานานๆทำให้หลอดเลือดมันเสียไตก็จะมี
00:03:30 → 00:03:33ปัญหานะครับคนที่เป็นรองโควิดนะครับบางที
00:03:33 → 00:03:36มีอาการ Brain f คิดอะไรไม่ออกนะครับพวก
00:03:36 → 00:03:38นี้บางครั้งเกี่ยวข้องกับระบบเลือดที่ไป
00:03:38 → 00:03:42เลี้ยงสมองด้วยนะฮะหรือในผู้ชายหลายๆคน
00:03:42 → 00:03:45ที่มีปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศนะครับ
00:03:45 → 00:03:49erectile dysfunction หรือ Ed ภาวะนี้
00:03:49 → 00:03:52ก็พบว่ามันมีความเกี่ยวข้องกับหลอดเลือด
00:03:52 → 00:03:56เช่นกันนะฮะวันนี้เนี่ยผมอยากจะอธิบาย
00:03:56 → 00:03:58วิธีการรักษาที่เราเรียกว่า eecp ให้ฟัง
00:03:58 → 00:04:02ว่ามันคืออะไรนะครับ eecp เนี่ยการทำงาน
00:04:02 → 00:04:05ของเค้าก็คือมันจะมีตัวเครื่องที่เอาไว้
00:04:05 → 00:04:09บีบนะครับเป็นเป็นเหมือนกับอ่าที่เราใส่
00:04:09 → 00:04:12วัดความดันโลหิตเวลาที่เราไปโรงพยาบาลนะ
00:04:12 → 00:04:13มันจะเป็นเครื่องบีบอย่างงั้นน่ะเป็น
00:04:13 → 00:04:16เครื่องมารัดนะครับตามบริเวณต่างๆคือ
00:04:16 → 00:04:19เครื่องเนี้ยมันจะรัดที่น่องของเรานะครับ
00:04:19 → 00:04:22จนถึงต้นขาแล้วตรงบริเวณก้นนะครับวิธีใน
00:04:22 → 00:04:26การทำงานของมันก็คือมันจะมีการตรวจคลื่น
00:04:26 → 00:04:29หัวใจของเรานะครับดูว่าหัวใจของเราบีบตัว
00:04:29 → 00:04:32และคลายตัวตัวเวลาไหนเวลาที่หัวใจเราคลาย
00:04:32 → 00:04:35ตัวปุ๊บเนี่ยเครื่องนี้มันจะมีการบีบนะ
00:04:35 → 00:04:38ครับบีบตั้งแต่ตรงน่องตรงตรงอ่าขาเราตรง
00:04:38 → 00:04:42นอกไล่ขึ้นมาเรื่อยๆจนถึงขั้นตรงต้นขานะ
00:04:42 → 00:04:45ครับแล้วเวลาหัวใจเรากำลังจะบีบตัวปุ๊บ
00:04:45 → 00:04:47เนี่ยนะครับกำลังจะบีบตัวปุ๊บไอ้พวกนี้
00:04:47 → 00:04:50มันจะคลายตัวออกหมดเลยนะครับอ่าแล้วมันจะ
00:04:50 → 00:04:53ทำอย่างเงี้ยอยู่ประมาณสัก 1 ชมงเต็มนะ
00:04:53 → 00:04:57ครับ 1 ชมงเต็มนะสิ่งที่เกิดขึ้นในร่าง
00:04:57 → 00:05:01กายเวลาเราทำพวกเนี้ยคืออะไรนะครับสิ่ง
00:05:01 → 00:05:03ที่เกิดขึ้นก็คือว่าเวลาช่วงที่หัวใจมัน
00:05:03 → 00:05:06คลายตัวเนี่ยนะครับมันจะเป็นช่วงที่เลือด
00:05:06 → 00:05:09ไปเลี้ยงหัวใจได้เยอะที่สุดดังนั้นเนี่ย
00:05:09 → 00:05:12ไอ้เครื่องตัวนี้มันจะมีการบีบไล่เลือด
00:05:12 → 00:05:15จากที่ขากลับมาสู่หัวใจให้มากที่สุดก็จะ
00:05:15 → 00:05:18ทำให้หัวใจของเราเนี่ยได้รับเลือดมาก
00:05:18 → 00:05:21อย่างเพียงพอนะครับอ่ามากเพียงพอนะนี่
00:05:21 → 00:05:24เป็นกรณีของเลือดแดงนะเลือดแดงมันก็จะไหล
00:05:24 → 00:05:27กลับไปที่หัวใจหรือ coronary artery นะ
00:05:27 → 00:05:29ครับไปเลี้ยงหัวใจได้เพียงพอแต่ไม่แค่
00:05:29 → 00:05:32นั้นครับในขาของเรามันมีเส้นเลือดดำถูกม
00:05:32 → 00:05:34ครับการที่ไอ้เครื่องนี้มันบีบๆเนี่ยมัน
00:05:34 → 00:05:37จะเอาน้ำเลือดในเส้นเลือดดำเนี่ยกลับสู่
00:05:37 → 00:05:40หัวใจนะครับกลับสู่ยังไงนะครับเส้นเลือด
00:05:40 → 00:05:42ดำที่ขามันจะเป็นเส้นเลือดดำที่ท้องและนำ
00:05:42 → 00:05:46ไปสู่หัวใจห้องขวานะครับนำไปสู่ปอดแลก
00:05:46 → 00:05:49เปลี่ยนออกซิเจนกลับมาสู่หัวใจห้องทรายนะ
00:05:49 → 00:05:52การที่มันมีเลือดกลับไปที่หัวใจมากขึ้น
00:05:52 → 00:05:55แบบเนี้ยจะทำให้หัวใจมีกำลังปั๊มเลือดออก
00:05:55 → 00:05:58ไปได้มากขึ้นนะครับสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ
00:05:59 → 00:06:01หัวใจใจเนี่ยได้รับเลือดเพิ่มมากขึ้นนะ
00:06:01 → 00:06:05ครับมีแรงบีบที่ดีมากขึ้นนะทำให้หลอด
00:06:05 → 00:06:08เลือดตรงหัวใจมันแข็งแรงแล้วก็มีนะครับ
00:06:08 → 00:06:10เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้เพียงพอ
00:06:10 → 00:06:13มากขึ้นแต่แค่นี้หลายๆคนก็อาจจะบอกเอ๊ะ
00:06:13 → 00:06:15อย่างนี้มันก็ช่วยเรื่องของหลอดเลือดหัว
00:06:15 → 00:06:17ใจอย่างเดียวสิเมื่อกี้ที่เราเล่าเกี่ยว
00:06:17 → 00:06:19ข้องกับโรคหลอดเลือดตั้งหลายอย่างเนี่ย
00:06:19 → 00:06:22มันไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับตรงนี้เกี่ยว
00:06:22 → 00:06:25ครับเกี่ยวยังไงบ้างอ่าอย่างแรกเลยนะครับ
00:06:25 → 00:06:28หัวใจของเราเนี่ยเวลาที่เราปั๊มเลือกออก
00:06:28 → 00:06:32ไปนะครับนะถ้าเรามีแรงปั๊มมากขึ้นเนี่ย
00:06:32 → 00:06:34อวัยวะต่างๆจะได้รับเลือดเพิ่มมากขึ้น
00:06:34 → 00:06:37เช่นกันอันที่ 2 ในขณะที่คุณกำลังทำไอ้
00:06:37 → 00:06:40เครื่อง eecp อยู่เนี่ยนะครับมันจะมี
00:06:40 → 00:06:42chear stress cheer stress ก็คือ
00:06:42 → 00:06:45เลือดเนี่ยมันจะวิ่งเร็วมากขึ้นในขณะที่
00:06:45 → 00:06:48เครื่องมันทำงานนะครับการที่มันมีความไว
00:06:48 → 00:06:50นะครับสมมุติตรงนี้เป็นผนังหลอดเลือดตรง
00:06:50 → 00:06:52นี้เป็นเลือดที่วิ่งนะครับถ้าเลือดมัน
00:06:52 → 00:06:55วิ่งเร็วขึ้นนะมันมีการเสียดสีกับผนัง
00:06:55 → 00:06:57หลอดเลือดอันนี้เราเรียกว่า chear stress
00:06:57 → 00:06:59การที่เกิดแบบนี้ขึ้นมาเนี่ยสิ่งที่เกิด
00:06:59 → 00:07:03ขึ้นนะครับก็คือมันจะสามารถลดการอักเสบ
00:07:03 → 00:07:06ของหลอดเลือดได้นะครับทำให้เกิดการสร้าง
00:07:06 → 00:07:09สารไนตริกออกไซด์ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เส้น
00:07:09 → 00:07:11เลือดมันขยายตัวสารตัวนี้ไม่ใช่แค่ให้
00:07:11 → 00:07:14เส้นเลือดขยายตัวนะครับมันยังทำให้เส้น
00:07:14 → 00:07:16เลือดฝอยเล็กๆเนี่ยที่ไปเลี้ยงอวัยวะต่าง
00:07:16 → 00:07:21ๆเปิดตัวมากขึ้นและมันยังไปกระตุ้นสารที่
00:07:21 → 00:07:23ทำให้หลอดเลือดของเรามีการเจริญเติบโต
00:07:23 → 00:07:27เพิ่มขึ้นนะครับเช่นสารที่ชื่อว่า vegf
00:07:27 → 00:07:30vascular enderal Growth fact
00:07:30 → 00:07:33นะครับพวกนี้เนี่ยมันจะทำให้เส้นเลือด
00:07:33 → 00:07:35ส่วนปลายเนี่ยมีการแตกแขนงเพิ่มมากขึ้นนะ
00:07:35 → 00:07:38ครับแตกแขนงแล้วก็ขยายขนาดเพิ่มมากขึ้น
00:07:38 → 00:07:41มันทำให้อวัยวะส่วนนั้นเนี่ยได้รับเลือด
00:07:41 → 00:07:44มากขึ้นนะครับก็เหมือนกับว่าถ้าเกิดคุณไป
00:07:44 → 00:07:46ที่เมืองเมืหนึงแล้วมีถนนอยู่เส้นเดียวนะ
00:07:46 → 00:07:49ครับนะมีถนนอยู่เส้นเดียวการจะเดินทางไป
00:07:49 → 00:07:51ทำที่ต่างๆมันก็จะลำบากมากขึ้นแต่คุณลอง
00:07:51 → 00:07:54คิดดูถ้าเกคุณเดินไปถึงปลายทางแล้วมันมี
00:07:54 → 00:07:56ถนนแตกไปเยอะแยะไปหมดเลยนะครับโอกาสที่
00:07:56 → 00:07:58คุณจะเดินทางไปตามที่ต่างๆเนี่ยง่ายขึ้น
00:07:58 → 00:08:01นี่ก็เหมือนกันนะครับ eecp เนี่ยมันจะ
00:08:01 → 00:08:03สามารถที่จะทำให้มีการแตกแขนงของหลอด
00:08:04 → 00:08:06เลือดนะครับหรือภาษาทางการแพทย์เราจะ
00:08:06 → 00:08:10เรียกว่า angiogenesis นะครับมีการเพิ่ม
00:08:10 → 00:08:13นะครับเส้นเลือดแดง angiogenesis คือการ
00:08:13 → 00:08:16สร้างเส้นเลือดแดงเพิ่มขึ้นเส้นเลือดแดง
00:08:16 → 00:08:18เหล่านี้เราจะเรียกว่า collateral
00:08:18 → 00:08:21circulation นะครับคือเป็นแขนงที่เข้ามา
00:08:21 → 00:08:24เสริมการเดินเลือดหลังของเรานะครับอ่าดัง
00:08:24 → 00:08:27นั้นอวัยวะต่างๆของเราจะมีเลือดไปเลี้ยง
00:08:27 → 00:08:29ได้ง่ายมากขึ้นเนื่องจากมีปริมาณเส้น
00:08:29 → 00:08:32เลือดแดงที่เพิ่มมากขึ้นนะครับแล้วก็มี
00:08:32 → 00:08:35การขยายขนาดของเส้นเลือดแดงทำให้เลือดมัน
00:08:35 → 00:08:38ไหลเวียนได้ง่ายขึ้นนะนี่คือกลไกหลักของ
00:08:38 → 00:08:41การทำ eecp
00:08:41 → 00:08:47นะทีนี้ไอ้การทำทั้งหมดเนี่ยนะครับมันตอน
00:08:47 → 00:08:50แรกเนี่ยเค้าเอามาใช้กับโรคหลอดนหัวใจ
00:08:50 → 00:08:52ก่อนต้องบอกอย่างนี้ก่อนนะครับปัจจุบัน
00:08:52 → 00:08:57การทำ eecp มีข้อบ่งชี้ข้อเดียวหลักๆเลย
00:08:57 → 00:09:02นะครับคือพืเพื่อหัวใจเพื่อหัวใจอย่าง
00:09:02 → 00:09:04เดียวเลยนะครับอันนี้คือการรักษาหลักที่
00:09:04 → 00:09:08มีการรักที่มีการวิจัยมานานนะฮะโดยเวลา
00:09:08 → 00:09:10เราทำเรื่องนี้เนี่ยนะ
00:09:10 → 00:09:15ครับเป้าหมายหลักของเรานะฮะคือในคนที่มี
00:09:15 → 00:09:18เส้นเรือหัวใจตีบแล้วมีอาการเจ็บแน่นหน้า
00:09:18 → 00:09:21อกบ่อยๆที่เราเรียกว่า anga นะ
00:09:21 → 00:09:26ครับซึ่งใช้ยาแล้วก็ไม่ได้ผลหรือบางครั้ง
00:09:26 → 00:09:28ไม่สามารถที่จะใส่ส่วนหัวใจแล้วไปใส่สตน
00:09:28 → 00:09:32ได้หรือไม่สามารถผ่าตัดได้หรือบางทีใส่
00:09:32 → 00:09:35สตนแล้วยังมีอาการอยู่คนเหล่านี้แหละครับ
00:09:35 → 00:09:37ที่จะเหมาะสำหรับทำ
00:09:37 → 00:09:41eecp อย่างไรก็ตามในคนที่มีโรคหัวใจทั่ว
00:09:41 → 00:09:45ไปถ้าสมมุติสามารถที่จะผ่าตัดได้หรือ
00:09:45 → 00:09:48สามารถที่จะใส่ขดลวดสตนเข้าไปทางหลอด
00:09:48 → 00:09:51เลือดได้การรักษาแบบนั้นคือการรักษาหลัก
00:09:51 → 00:09:54ไม่ใช่ให้เราเริ่มจาก ecp ก่อนแต่ต้อง
00:09:54 → 00:09:59เริ่มจากสิ่งเหล่านั้นก่อนนะครับอ่าทีนี้
00:09:59 → 00:10:01ในคที่เป็นเรหัวใจพวกนี้เนี่ยถามว่าถ้า
00:10:01 → 00:10:05เราทำ eecp แล้วเนี่ยครับอาการมันจะดี
00:10:05 → 00:10:08ขึ้นประมาณเท่าไหร่เพบว่าประมาณสัก 80%
00:10:08 → 00:10:10ของคนไข้ที่มีอาการแน่นหน้าอกบ่อยๆทำอะไร
00:10:10 → 00:10:12ก็ไม่ได้เลยเหนื่อยง่ายเนี่ยมันจะดีขึ้น
00:10:12 → 00:10:16ครับดีขึ้นใน 80% เลยนี่เจ๋งขนาดนั้นเลย
00:10:16 → 00:10:19นะครับทีนี้ก็คงจะมีคำถามแล้วเอ๊แล้ว
00:10:19 → 00:10:22เครื่อง ecp เนี่ยมันต้องทำไปนานเท่าไหร่
00:10:22 → 00:10:25นะก็ต้องบอกอย่างนี้ครับใน 1 ครั้งที่เรา
00:10:25 → 00:10:29ทำเนี่ยจะทำทั้งหมด 1 ช่วโมงนะครับใน 1
00:10:29 → 00:10:32สัปดาห์ทำ 5 วันติดต่อกันทั้งหมด 7
00:10:32 → 00:10:34สัปดาห์นั่นหมายความว่าจะต้องทำอย่างเงี้
00:10:35 → 00:10:38ทั้งหมด 35 ครั้งอย่างไรก็ตามบางคนอาจจะ
00:10:39 → 00:10:41ทำน้อยกว่านี้หรือบางคนอาจจะทำมากกว่านี้
00:10:41 → 00:10:44ก็ได้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของแต่ละคนนะ
00:10:44 → 00:10:46ครับนี่คือการทำ
00:10:46 → 00:10:49eecp แล้วมันมีกรณีไหนบ้างที่เราทำไม่
00:10:49 → 00:10:54ได้ล่ะมีเหมือนกันครับอันแรกนะฮะหัวใจของ
00:10:54 → 00:10:57เขาคจะต้องเป็นการเต้นที่ปกตินะครับเพราะ
00:10:57 → 00:11:00ว่าอย่างที่บอกเครื่องเนี่ยมันจะต้องตรวจ
00:11:00 → 00:11:04เซนส์เลยนะครับว่าเฮ้ยหัวใจเรากำลังจะบีบ
00:11:04 → 00:11:05ตัวหรือกำลังจะคลายตัวเมื่อไหร่เครื่อง
00:11:05 → 00:11:08มันจะได้ทำงานให้ตรงกับจังหวะของหัวใจแต่
00:11:08 → 00:11:10ถ้าจังหวะของหัวใจเราเต้นมั่วๆอย่างเงี้ย
00:11:10 → 00:11:12เช่นเราเป็นโรคที่เราเรียกว่า atrial
00:11:12 → 00:11:14fibrillation หรือหัวใจสั่นพริ้วเดี๋ยว
00:11:14 → 00:11:16มันเต้นเดี๋ยวมันไม่เต้เดี๋ยวมันหยุด
00:11:16 → 00:11:17เดี๋ยวมันค้างเดี๋ยวมันอะไรอย่างเงี้ยมัน
00:11:17 → 00:11:20ก็ไม่สามารถทำวิธีนี้ได้ดังนั้นคนไหนที่
00:11:20 → 00:11:22เป็น ader fibrillation ที่มันเป็นตลอด
00:11:23 → 00:11:26เวลาเนี่ยไม่สามารถทำได้นะครับแต่ถ้าเป็น
00:11:26 → 00:11:28คนที่เป็นเป็นหายๆอันนี้อาจจะพอทำได้ใน
00:11:28 → 00:11:29บางกรณี
00:11:29 → 00:11:33นะอันที่ 2 ที่ทำไม่ได้คือคนที่มีลิ่ม
00:11:33 → 00:11:36เลือดอุดตันอยู่ในเส้นเลือดดำที่ขาอันนี้
00:11:36 → 00:11:39ทำไม่ได้นะครับหรือที่เราเรียกว่าภาวะ dvt
00:11:39 → 00:11:41Deep เป็น thrombosis ซี่ขาทำไม่ได้
00:11:41 → 00:11:43เพราะมันอาจจะมีโอกาสบีบเอาลิ่มเลือด
00:11:43 → 00:11:47เนี่ยหลุดปุ๊บไปเส้นเลือดที่ท้องเข้าไป
00:11:47 → 00:11:50ที่หัวใจบีบออกไปปอดอุดตันที่ปอดเสีย
00:11:50 → 00:11:54ชีวิตทันทีนะอันนี้ทำไม่ได้นะครับอันที่ 3
00:11:54 → 00:11:57คนที่มีโรคลิ้นหัวใจแบบรุนแรงอันนี้ก็ทำ
00:11:57 → 00:12:00ไม่ได้เช่นกันอันที่ 4 คนที่มีความเดา
00:12:00 → 00:12:02โลหิตสูงที่ยังคุมอาการไม่ได้เหตุผลเพราะ
00:12:02 → 00:12:05ว่าในขณะที่คุณกำลังทำไอ้เครื่อง eecp
00:12:05 → 00:12:08อยู่นี้มันอาจจะทำให้ความดันของคุณขึ้น
00:12:08 → 00:12:11หรือลงก็ได้แล้วแต่คนนะครับบางคนความดัน
00:12:11 → 00:12:14สูงขึ้นบางคนความดันต่ำลงนะครับนั้นคนที่
00:12:14 → 00:12:17มีความดันสูงที่คุมอาการไม่ได้คุมความดัน
00:12:17 → 00:12:19ยังไม่ได้ก็ยังไม่สามารถที่จะทำไอ้
00:12:19 → 00:12:22เครื่องตัวนี้ได้นะครับอ่าดังนั้นต้องไป
00:12:22 → 00:12:24ปรึกษาคุณหมอเก่อนว่าของคุณคุมได้หรือยัง
00:12:24 → 00:12:27นะฮะต่อมา
00:12:27 → 00:12:31คือคนที่มีสิ่งต่อไปเนี้ยนะฮะก็ไม่สามารถ
00:12:31 → 00:12:34ทำได้นะอ่าอันนี้เป็นหลักอันสุดท้ายก็คือ
00:12:34 → 00:12:37คนที่มีเส้นเลือดที่ขาเนี่ยมันตีบมากเลย
00:12:37 → 00:12:40นะตีบหลอเลือดส่วนปลายตีบมากๆพวกเนะฮะการ
00:12:40 → 00:12:42ทำเนี่ยอาจจะทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนปลาย
00:12:42 → 00:12:45ขาไม่เพียงพอก็ได้นะครับอย่างเราก็ตามถ้า
00:12:45 → 00:12:48มันตีบไม่มากเนี่ยยังสามารถพอจะทำได้แล้ว
00:12:48 → 00:12:51ก็อาจจะช่วยเรื่องของการเดินเลือดไปที่ขา
00:12:51 → 00:12:53ด้วยเช่นกันถ้าตีบมากทำไม่ได้ถ้าติดพอ
00:12:53 → 00:12:55ประมาณอาจจะทำได้นะครับดังนั้นคนที่มี
00:12:56 → 00:12:58ปัญหาเรื่องของหลอดเลือดส่วนปลายเนี่ยอาจ
00:12:58 → 00:13:00จะต้องปรึกษาคุณหมอที่รักษานิดนึงว่าของ
00:13:00 → 00:13:04คุณสามารถทำได้หรือไม่นะครับผลข้างเคียง
00:13:04 → 00:13:08ของการทำ eecp มีมั้ยมีครับคืออะไรอันแรก
00:13:08 → 00:13:10นะครับเมื่อกี้ที่บอกไปแล้วว่าความดันของ
00:13:10 → 00:13:13เราอาจจะขึ้นๆลงๆในขณะที่ทำได้ดังนั้นใน
00:13:13 → 00:13:15คนที่มีความดันโลหิตสูงเนี่ยทำแล้วมันถ้า
00:13:15 → 00:13:19มันสูงขึ้นเต้องหยุดทำนทำไม่ได้อันที่ 2
00:13:19 → 00:13:22แน่นอนโดนบีบที่ขาบางคนมันเจ็บนะก็จะมี
00:13:22 → 00:13:24อาการเจ็บอาการปวดหรืออาการบวมได้เล็ก
00:13:24 → 00:13:26น้อยแต่ก็มีอยู่แค่นั้นครับไม่มีอาการ
00:13:26 → 00:13:28อย่างอื่นที่น่าเป็นห่วงนะฮะนี่คืออาการ
00:13:28 → 00:13:30หลักๆนะฮะของ
00:13:30 → 00:13:34มันแล้วหลังจากนี้แหละถ้าเราทำแล้วเนี่ย
00:13:34 → 00:13:37นะครับมันจะมีประโยชน์อะไรมากกว่านี้ต้อง
00:13:37 → 00:13:41บอกอย่างนี้ก่อนครับว่าประโยคอันแรกที่ทำ
00:13:41 → 00:13:43ได้ก็คือเรื่องของหลอดเลือดหัวใจอันนี้
00:13:43 → 00:13:45เป็นหลักเลยนะครับเป็นหลักแล้วก็มีงาน
00:13:45 → 00:13:49วิจัยงานศึกษายืนยันแต่ประโยชน์อย่างอื่น
00:13:49 → 00:13:53ที่อาจจะพอได้อาจจะต้องรองานวิจัยในอนาคต
00:13:53 → 00:13:55เพียงแต่ปัจจุบันเนี่ยมีคนพยายามทำการทด
00:13:55 → 00:13:58ลองกับอย่างอื่นที่อาจจะมีประโยชน์ใน
00:13:58 → 00:14:01อนาคตดังนั้นสิ่งต่อไปนี้ที่ผมจะพูดต่อ
00:14:01 → 00:14:04จากโรคหลอดเลือดหัวใจเนี่ยถ้าคุณหมอของ
00:14:04 → 00:14:07คุณเาเสนอวิธีนั้นมาหรือถ้าโรงพยาบาลมี
00:14:07 → 00:14:10แพคเกจให้คุณทำแล้วคุณตัดสินใจว่าจะทำ
00:14:10 → 00:14:12หรือไม่ทำเนี่ยมันขึ้นอยู่กับว่าตัวคุณจะ
00:14:12 → 00:14:15ทำมแล้วล่ะเพราะว่าข้อแรกนะฮะประการอาจจะ
00:14:15 → 00:14:17ไม่จ่ายเนื่องจากว่ามันไม่ใช่การรักษา
00:14:17 → 00:14:21หลักนะครับอันที่ 2 คือปัจจุบันข้อมูลยัง
00:14:21 → 00:14:24ไม่ชัดเจนจำเป็นจะต้องรอข้อมูลในอนาคตต่อ
00:14:24 → 00:14:27ออกมาเพิ่มเพื่อที่จะบอกว่าใช้ได้ไม่ได้
00:14:27 → 00:14:30แต่มันมีแนวโน้มว่ามันอาจจะได้ผลบ้างนะ
00:14:30 → 00:14:33ครับสิ่งเหล่านั้นก็คือข้อแรกถ้าคุณไม่
00:14:33 → 00:14:35เกี่ยวข้องกับโรคหลอดเลื้อหัวใจคุณมีโรค
00:14:35 → 00:14:40หัวใจวายนะครับอาจจะพอได้นะคนที่มี Stroke
00:14:40 → 00:14:43เพื่อทำรีแฮบนะครับนะคนที่มีอัมพาต
00:14:43 → 00:14:46เครื่องซีกแล้วต้องการทำรีแฮบก็กฎเกณฑ์
00:14:46 → 00:14:49ของการทำเนี้ยมันจะทำให้มีการขยายของเส้น
00:14:49 → 00:14:51เลือดนะครับมีสร้างเส้นเลือดใหม่ดังนั้น
00:14:51 → 00:14:53อาจจะไปช่วยเรื่องของสมองของเราให้ได้
00:14:53 → 00:14:56หลับเลือดเพิ่มมากขึ้นได้นะครับคนที่มี
00:14:56 → 00:15:00เบาหวานน่าเบาหวานขึ้นตาลงไอะไรก็แล้วแต่
00:15:00 → 00:15:02การทำ eecp อาจจะไปช่วยทำให้มีการไปเสริม
00:15:03 → 00:15:04เลือดที่ไปเลี้ยงตามบริเวณหล่างๆเหล่า
00:15:04 → 00:15:07นั้นเพิ่มขึ้นทำให้อวัยวะต่างๆเหล่านั้น
00:15:07 → 00:15:10ทำงานได้ดีขึ้นก็ได้คนที่มีรอง ovid ก็
00:15:10 → 00:15:12อาจจะได้คนที่มี
00:15:12 → 00:15:16อังหรือมีปัญหาเรื่องของหลอดเลือดที่
00:15:16 → 00:15:18เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของอวัยวะเพศนะ
00:15:18 → 00:15:21ครับทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศพวกนี้นะ
00:15:21 → 00:15:24ครับก็อาจจะมีส่วนช่วยได้เหมือนกันนะครับ
00:15:24 → 00:15:27อ่าไตวายเรื้อรังหรือหลอดเลือดส่วนปลายทำ
00:15:27 → 00:15:31งานไม่ได้นะครับพวกพนี้ก็มีส่วนช่วยหรือ
00:15:31 → 00:15:35คนที่ต้องการทำอันที่เราเรียกว่า cardiac
00:15:35 → 00:15:37rehab นะครับ cardiac rehab คแปลว่าหัว
00:15:37 → 00:15:40ใจ rehabilitation ก็คือการฟื้นฟูหัวใจใน
00:15:40 → 00:15:42คนที่มีอาการเหนื่อยง่ายที่เกี่ยวข้องกับ
00:15:42 → 00:15:45หัวใจจากการตรวจนะหัวใจทำงานได้ไม่ค่อยดี
00:15:45 → 00:15:47หรืออะไรก็แล้วแต่นะครับการทำแบบนี้อาจจะ
00:15:47 → 00:15:51พอช่วยได้อีกอย่างนึงซึ่งอาจจะพอมีคน
00:15:51 → 00:15:54เริ่มคิดว่าจะเอามาใช้ก็คือภาวะนึงที่เรา
00:15:54 → 00:15:56เรียกว่า deconditioning นะครับ
00:15:56 → 00:15:59deconditioning หรือภาวะที่เราไม่ได้ใช้
00:15:59 → 00:16:01ร่างกายเรานานๆเช่นเรานอนอยู่กับเตียงนาน
00:16:01 → 00:16:04ๆเราป่วยมาเดือนนึงเรานอนอยู่ในโรงพยาบาล
00:16:04 → 00:16:06ไม่ได้ทำอะไรเลยพวกนี้เนี่ยครั้งแรกที่
00:16:06 → 00:16:08เค้าออกมาเดินใหม่ๆเนี่ยจะไม่มีแรงเลยนะ
00:16:08 → 00:16:11ครับกล้ามเนื้อทำงานไม่ได้นะครับมีการฝ่อ
00:16:11 → 00:16:16ไปทีนี้ก็มีคนคิดว่าถ้าเราจะสามารถทำ eecp
00:16:16 → 00:16:18ให้คนเหล่านี้มีเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อ
00:16:18 → 00:16:20ได้มากขึ้นเนี่ยเออมันอาจจะช่วยก็ได้นะนะ
00:16:20 → 00:16:22ครับก็มีคนคิดอย่างนี้เหมือนกันแต่ทั้ง
00:16:22 → 00:16:26หมดทั้งมวลนี้บอกไว้ก่อนนะครับว่ามันไม่
00:16:26 → 00:16:29ใช่การรักษามาตรฐานมันยังไม่มีข้อมูลที่
00:16:29 → 00:16:32ชัดเจนถ้าท่านจะทำข้อแรกท่านต้องมีเงินพอ
00:16:32 → 00:16:35นะครับต้องมีเงินพอต้องไม่มีผลที่เมื่อ
00:16:35 → 00:16:37กี้บอกว่าห้ามทำนะเช่นหัวใจเต้นผิดปกติ
00:16:37 → 00:16:40ตลอดเวลานะครับเป็นความดันสูงที่ควบคุม
00:16:40 → 00:16:42ไม่ได้นะฮะหลอดเลือดส่วนปลายชนิดแบบ
00:16:42 → 00:16:45รุนแรงนะครับหรือมีโรคหลอดเอ่อลิ้นหัวใจ
00:16:45 → 00:16:47ที่มันตีบตันมากๆนะครับหรือว่าแย่มากๆ
00:16:47 → 00:16:51เนี่ยทำไม่ได้นะครับอ่าหรือมีเล่นเส้น
00:16:51 → 00:16:53เลือดในขาเนี่ยมันมีลิ่มลือดอุตันนี้ทำ
00:16:53 → 00:16:57ไม่ได้นะครับมีเงินทำไม่ได้และต้องเข้าใจ
00:16:57 → 00:16:59ก่อนว่าทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นการรักษาที่
00:16:59 → 00:17:02ยังต้องรอข้อมูลในอนาคตหมายความว่าคุณอาจ
00:17:02 → 00:17:05จะทำแล้วมันไม่ได้ผลอะไรเลยก็ได้อาจจะ
00:17:05 → 00:17:08เสียเงินฟรีก็ได้นะครับถ้าคุณคิดว่าคุณ
00:17:08 → 00:17:10อยากจะทำคุณก็ต้องเข้าใจตรงนี้ก่อนนะครับ
00:17:10 → 00:17:12ดังนั้นวันนี้เนี่ยผมก็มาเล่าเรื่อง eecp
00:17:12 → 00:17:15หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกๆคนนะใครไม่
00:17:15 → 00:17:18เคยรู้จักการรักษาประเภทนี้อ่ะก็ลองสอบ
00:17:18 → 00:17:21ถามคุณหมอที่ดูแลรักษาโดยเฉพาะคนที่เป็น
00:17:21 → 00:17:23โรคของหลอดเลือดหัวใจแล้วบางกรณีเนี่ยมัน
00:17:23 → 00:17:26ผ่าตัดไม่ได้นะครับผ่าตัดไม่ได้ก็อาจจะ
00:17:26 → 00:17:28เป็นทางเลือกของคุณทางหนึ่งนะครับที่จะทำ
00:17:28 → 00:17:31ให้อาการของของคุณดีขึ้นอ่าอาจจะมีภาวะ
00:17:31 → 00:17:33ที่ใส่สเนไปแล้วมันยังเป็นอาการอยู่กินยา
00:17:33 → 00:17:35แล้วก็ยังเป็นอาการอยู่ทำยังไงนี่ก็เป็น
00:17:35 → 00:17:38อีกหนึ่งวิธีนะครับหรือบางกรณีที่แก่มาก
00:17:38 → 00:17:41แล้วแล้วแบบไม่อยากจะไปทำสตนไม่อยากจะไป
00:17:41 → 00:17:43สวนหัวใจไม่อยากจะไปทำอะไรทั้งทั้งสิ้น
00:17:43 → 00:17:45เลยเพราะว่ากลัวผลข้างเคียงไอ้นี่แหละ
00:17:45 → 00:17:47ครับก็มีผลข้างเคียงที่ต่ำกว่าไอ้การ
00:17:47 → 00:17:49รักษาประเภทอื่นแล้วคุณอาจจะเป็นสิ่งนึง
00:17:49 → 00:17:52ที่เป็นทางเลือกให้ก็ได้นะครับโอเควันนี้
00:17:52 → 00:17:55ผมก็มาเล่าให้ฟังประมาณเท่านี้นะครับถ้า
00:17:55 → 00:17:57ใครมีอะไรสงสัยก็สอบถามมาได้นะครับขอบคุณ
00:17:57 → 00:18:01มากครับสวัสดีครับอ