00:00:52 → 00:00:53สวัสดีค่ะคุณผู้ชม
00:00:53 → 00:00:57ได้เวลามาติดตามกันแล้วกับรายการคุยกับหมออัจจิมานะคะ
00:00:57 → 00:01:00เป็นครึ่งชั่วโมงที่อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวดีๆสำหรับสาย Healthy
00:01:01 → 00:01:01ใช่แล้วค่ะ
00:01:01 → 00:01:03สัปดาห์นี้นี่น่าสนใจมากๆ
00:01:03 → 00:01:06เพราะว่าคุณหมอจะชวนพวกเราDietใช่ไหมคะ
00:01:06 → 00:01:09หมอจะบอกว่าจริงๆแล้วเรื่องนี้ไม่รู้ไม่ได้
00:01:09 → 00:01:13แต่ว่าจริงๆไม่ใช่เรื่องใหม่มัน 3-4 ปีที่แล้วจะมีการพูดถึงกันมากเลย
00:01:13 → 00:01:15ก็คือการรับประทานอาหาร
00:01:15 → 00:01:19แบบใหม่ซึ่งจริงๆแล้วเนี่ยมันแบบที่เราทุกคนควรจะรับประทาน
00:01:19 → 00:01:22เนื่องจากว่าเขามีการวิจัยว่าการรับประทานอาหารแบบนี้
00:01:22 → 00:01:26เป็นอาหารชนิดที่เหมาะกับมนุษย์
00:01:27 → 00:01:29ก็คือPlant based Diet
00:01:30 → 00:01:31Plant based Diet
00:01:32 → 00:01:33Plantก็คือพืชผักหรอคะคุณหมอ
00:01:33 → 00:01:34ถูกต้อง
00:01:34 → 00:01:35Basedก็คือเป็นหลัก
00:01:35 → 00:01:36ใช่ค่ะ
00:01:36 → 00:01:37ก็คือการรับประทาน
00:01:37 → 00:01:40รับประทานอาหารใช่แบบพืชผักเป็นหลักเลย
00:01:40 → 00:01:43วันนี้น่าสนใจมากๆเพราะว่าเรื่องกินเรื่องใหญ่
00:01:43 → 00:01:44you are what you eat
00:01:44 → 00:01:45ใช่แล้วค่ะ
00:01:46 → 00:01:49คุณผู้ชมค่ะช่วงหมอชวนของเราในสัปดาห์นี้นะคะ
00:01:49 → 00:01:52คุณหมอเนี่ยโปรยตั้งแต่ต้นรายการเลย
00:01:52 → 00:01:57ว่าถ้าไม่อยากเจ็บไม่อยากป่วยไม่อยากแก่ให้ดูรายการเราในวันนี้
00:01:57 → 00:01:58ใช่
00:01:58 → 00:02:01เพราะคุณหมอจะชวนพวกเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน
00:02:01 → 00:02:02ให้เป็นแบบไหนคะคุณหมอ
00:02:02 → 00:02:05ก็คือเป็นแบบที่เราเรียกว่าPlant based Diet
00:02:06 → 00:02:07ก็คือรับประทานพืชผัก
00:02:07 → 00:02:08พืชผักเป็นหลักเลยค่ะ
00:02:09 → 00:02:13เพราะว่าจริงๆตอนเนี่ยในอเมริกาเนี่ยเป็นอะไรที่เป็นกระแส
00:02:13 → 00:02:13ค่ะ
00:02:13 → 00:02:17ปัจจุบันเนี่ยร้านอาหารเขาก็จะมีกลุ่มที่เป็นร้านอาหารที่เป็นPlant based
00:02:18 → 00:02:20มีทุกอย่างที่เป็นอาหารAmerican Diet
00:02:21 → 00:02:26แต่เป็นAmerican Dietแบบที่มีการปรับให้มันดูแลเรื่องของสุภาพมากขึ้น
00:02:26 → 00:02:31แต่ว่าคนเนี่ยก็ยังติดอะไรที่มันเป็นสิ่งที่มันมากับเขามาตั้งแต่เด็ก
00:02:31 → 00:02:31ค่ะ
00:02:31 → 00:02:35เพราะฉะนั้นการที่ทำให้การที่จะลดการเกิดโรคเรื้อรัง
00:02:35 → 00:02:38หรือโรคอ้วนหรือโรคหัวใจหรือโรคอะไรในกลุ่มคนAmerican
00:02:39 → 00:02:41เขาก็ยังใช้อาหารแบบเดิมของเขา
00:02:41 → 00:02:43เพียงแต่ว่าเปลี่ยนวัตถุดิบที่เอามาใช้
00:02:44 → 00:02:45เคยทานเนื้อเยอะๆ
00:02:45 → 00:02:49ก็เปลี่ยนเป็นนะเอาผักมาทำให้มันคล้ายๆกับเนื้อ รสเนื้อ
00:02:50 → 00:02:53จริงๆแล้วมันเหมือนกับโปรตีนเกษตรบ้านเราสมัยก่อน
00:02:53 → 00:02:54นึกถึงอาหารเจ
00:02:54 → 00:02:54ใช่
00:02:55 → 00:02:56เพราะมันมาจากงานวิจัย
00:02:57 → 00:02:59จริงๆแล้วเนี่ย Plant based Diet เนี่ย
00:02:59 → 00:03:03เขาพบว่ามันเหมาะกับสุขภาพร่างกายมนุษย์
00:03:04 → 00:03:06การที่ร่างกายมนุษย์เนี่ยกินเนื้อสัตว์มากๆ
00:03:06 → 00:03:09มันจะมีทั้งคอเลสเตอรอลที่ติดมากับเนื้อสัตว์
00:03:09 → 00:03:12หรือบางทีเนี่ยเราได้รับโปรตีนจากเนื้อสัตว์ที่สูงเกินไป
00:03:12 → 00:03:15หรือบางทีเราไม่ย่อยเราย่อยไม่สมบูรณ์
00:03:15 → 00:03:17ก็ทำให้เกิดเป็นของเสียอยู่ในร่างกาย
00:03:17 → 00:03:19ทำให้เกิดโทษต่อร่างกาย
00:03:19 → 00:03:21ในขณะที่กลุ่มอาหารที่เป็นพืชผักนี่ย
00:03:22 → 00:03:24เขาพบว่ามันมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก
00:03:24 → 00:03:27ถ้าเรารับประทานอาหารที่เน้นพืชผักเป็นหลัก
00:03:27 → 00:03:29เราป้องกันได้ตั้งหลายโรคคุณแนน
00:03:29 → 00:03:29ค่ะ
00:03:29 → 00:03:34เขาพบว่าในกลุ่มคนที่รับประทานPlant based Diet เป็นประจำเนี่ย
00:03:34 → 00:03:37จะพบว่าจะมีค่าดัชนีมวลกายลดลง
00:03:37 → 00:03:38ลดน้ำหนักได้ดี
00:03:38 → 00:03:39ค่ะ
00:03:39 → 00:03:41โดยที่ไม่ทำให้สุขภาพเสียงนะคะ
00:03:41 → 00:03:43แล้วก็ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
00:03:44 → 00:03:47ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังทั้งหลายในร่างกายลงได้
00:03:47 → 00:03:52แต่คนก็มักแล้วPlant basedมันคืออะไรล่ะอาหารจากพืช
00:03:52 → 00:03:54จริงๆเราต้องบอกว่าPlant based Dietเนี่ย
00:03:54 → 00:03:56จริงๆแล้วมันก็คือเรารับประทานอาหารอะไร
00:03:56 → 00:03:58ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นหลัก
00:03:59 → 00:04:02นั่นหมายความว่าเรารับประทานอาหารพืชผักถึง 95%
00:04:02 → 00:04:05ของอาหารที่เราทานหนึ่งPortion
00:04:05 → 00:04:05ค่ะ
00:04:05 → 00:04:09แต่ว่าโปรตีนก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญเนื้อสัตว์ก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญ
00:04:09 → 00:04:11เพราะนั้นในพืชผักที่เรารับประทานเนี่ย
00:04:11 → 00:04:15มันก็จะประกอบด้วยอะไรบ้าง ผัก ผลไม้นะคะ
00:04:15 → 00:04:17แค่นั้นไม่พอเราต้องการพวกพืชตระกูลถั่ว
00:04:18 → 00:04:20เพราะว่าสิ่งพวกนี้มันมีความสำคัญในแง่ของการที่เราได้
00:04:21 → 00:04:25ฉันโปรตีนแต่ไม่ใช่ว่าเราไม่เรารับประทานเนื้อสัตว์คุณแนน
00:04:25 → 00:04:29Plant based Dietเนี่ย หมายถึงว่าคุณรับประทานพืชผักเป็นbased
00:04:29 → 00:04:30เป็นหลัก
00:04:30 → 00:04:34แต่คุณก็ต้องเลือกรับประทานเนื้อสัตว์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
00:04:35 → 00:04:36ซึ่งก็คือกลุ่มของเนื้อปลา
00:04:37 → 00:04:39ที่เราได้ทั้งสารลดอักเสบ
00:04:39 → 00:04:44เราสามารถที่จะย่อยได้ง่ายกว่ากลุ่มที่เป็นเนื้อสัตว์ที่มาจากวัว
00:04:44 → 00:04:45หรือที่มาจากเนื้อสัตว์ประเภทอื่นๆ
00:04:45 → 00:04:46เนื้อแดงทั้งหลาย
00:04:46 → 00:04:47ค่ะ
00:04:47 → 00:04:50โดยที่เรายังได้พลังงานมาจากแป้งที่มาจากพืชผัก
00:04:50 → 00:04:52อย่างเช่นตัวที่เป็นหัวทั้งหลาย
00:04:52 → 00:04:53อย่างฟักทอง
00:04:55 → 00:04:55มันๆ
00:04:57 → 00:05:00มันหวาน มันฝรั่ง ข้าวโพดก็ได้นะคะ
00:05:01 → 00:05:04หรือข้าวกล้องอันนี้ก็ถือว่าเป็น Plant based เหมือนกัน
00:05:05 → 00:05:08เพราะข้าวเนี่ยเป็นตัวที่ทำให้น้ำตาลในเลือดขึ้นสูง
00:05:08 → 00:05:12แต่ถ้าข้าวกล้องเขาก็จะไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดขึ้นเร็วเกินไป
00:05:13 → 00:05:14ขึ้นสูงเกินไปนะคะ
00:05:14 → 00:05:17ในขณะที่เราก็ยังได้ประโยชน์อื่นๆอยู่
00:05:18 → 00:05:22จริงๆก็คือการรับประทานอาหารที่จัดว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ
00:05:22 → 00:05:23มีโทษน้อย
00:05:24 → 00:05:26เพราะเราจะเน้นอาหารที่เขาเรียกว่าเป็น Real Food
00:05:26 → 00:05:27ค่ะ
00:05:27 → 00:05:29ซึ่งหมอพูดอยู่ตลอดเวลาว่าจริงๆแล้วเนี่ย
00:05:29 → 00:05:32อาหารที่ดีสำหรับมนุษย์เรานั้นควรจะเป็นอาหารReal Food
00:05:32 → 00:05:37คืออาหารที่ทำสดอาหารว่างเราแทนที่จะไปทานอาหารกรุบกรอบ
00:05:37 → 00:05:39เราก็เปลี่ยนไปเป็นอาหารที่เป็นถั่ว
00:05:39 → 00:05:39ค่ะ
00:05:40 → 00:05:43แต่ว่าที่สำคัญอีกอันนึงคือรับประทานกลุ่มของไขมันดี
00:05:43 → 00:05:46ที่ได้จาก น้ำมันมะกอก น้ำมันโคราช
00:05:47 → 00:05:50หรือได้จากถั่วก็ได้นะคือเราต้องการกลุ่มไขมันดีด้วย
00:05:50 → 00:05:53ถ้าคนจะเปลี่ยนสมมุติคุณจะต้องรับประทานนมทุกวัน
00:05:53 → 00:05:53ค่ะ
00:05:54 → 00:05:55บางคนคือติดนมมาก
00:05:55 → 00:05:57คืออาจจะเปลี่ยนประเภทของนม
00:05:57 → 00:05:59ไปเป็นนมอัลมอนด์ นมถั่วเหลือง
00:05:59 → 00:05:59ค่ะ
00:05:59 → 00:06:02นมข้าวจะนมจากมะพร้าวก็ได้
00:06:02 → 00:06:05แล้วเราก็หลีกเลี่ยงกลุ่มอาหารที่เป็นอาหารแปลงรูป
00:06:06 → 00:06:10อาหารที่สร้างอักเสบหรืออาหารกลุ่มที่ไม่เป็น ประโยชน์ต่อร่างกาย
00:06:11 → 00:06:13ซึ่งจริงแล้วเนี่ยคนชอบถามหมอตลอด
00:06:13 → 00:06:14อาหารอักเสบมันคืออะไร
00:06:15 → 00:06:18อาหารอักเสบก็คืออาหารที่ไปผ่านขบวนการแปรรูป
00:06:18 → 00:06:19เป็นอีกประเภทนึง
00:06:19 → 00:06:20ค่ะ
00:06:20 → 00:06:21ขนมหวาน
00:06:23 → 00:06:24คุกกี้บิสกิต
00:06:24 → 00:06:25ค่ะ
00:06:25 → 00:06:27อะไรทั้งหลายหรือเบเกอรี่ เค้กอะไรอย่างงี้
00:06:28 → 00:06:29หรืออาหารที่ปรุงแต่งเยอะๆ
00:06:29 → 00:06:34เช่นใส่น้ำมันหอยใส่ก้อนชูรสอะไรอย่างเงี่ยนะคะ
00:06:34 → 00:06:38หรือกลุ่มของมันของทอดที่มีผงชูรสผสมอยู่
00:06:38 → 00:06:41เพื่อที่จะทำให้รสมันจัดจานคนก็จะชอบ
00:06:41 → 00:06:42ค่ะ
00:06:42 → 00:06:46แต่ว่าจริงๆแล้วพวกนี้มันไม่มันไม่ได้มีประโยชน์ต่อร่างกายนะ
00:06:46 → 00:06:49มันเป็นตัวที่สร้างการอักเสบงั้นสิ่งที่เราควรทำ
00:06:49 → 00:06:54คือเราควรจะใช้วัตถุดิบสดในการทำอาหาร
00:06:54 → 00:06:56แล้วก็ลดการทานอาหารสำเร็จรูป
00:06:56 → 00:06:58หรือผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารสำเร็จรูปทั้งหลาย
00:06:58 → 00:07:03เน้นการกินพวกผักผลไม้ ธัญพืช ถั่ว ทั้งหลาย
00:07:03 → 00:07:08ไม่เอาแปรรูปไม่เอาแบบสมมุติจริงๆแล้วเราพยายามไม่ให้ใช้น้ำตาล
00:07:08 → 00:07:11ยกตัวอย่างเช่นถ้าเราต้องการต้มซุปให้มีความหวาน
00:07:11 → 00:07:13คุณก็ใส่ข้าวโพด
00:07:13 → 00:07:13ค่ะ
00:07:13 → 00:07:18หรือว่าใส่หัวไชเท้าเนี่ยก็จะมีรสหวานโดยที่เราไม่ต้องใส่น้ำตาล
00:07:19 → 00:07:20ไม่ต้องไปใช้น้ำตาลทราย
00:07:20 → 00:07:24ไม่ต้องไปใช้แป้งสาลีที่ไปเปลี่ยนขบวนการเป็น อาหารแปรรูป
00:07:25 → 00:07:27คือเราก็งดใช้สิ่งพวกนั้นไป
00:07:27 → 00:07:30แล้วก็ใช้แต่วัตถุดิบที่เป็นอาหารสดๆเท่านั้น
00:07:31 → 00:07:35แล้วก็ถ้าจะเราจะรับประทานเนื้อสัตว์ก็ให้เป็นกรุบกริบส่วนน้อย
00:07:35 → 00:07:36ค่ะ
00:07:36 → 00:07:40เพื่อจะให้แบบๆเรายังติดรสชาติอยู่ก็ให้มีรสให้มีรสชาติบ้าง
00:07:40 → 00:07:42แต่ว่าไม่ใช่อาหารหลัก
00:07:42 → 00:07:42ค่ะ
00:07:42 → 00:07:45เลือกตัวที่คุณย่อยง่ายนะคะ
00:07:45 → 00:07:49แล้วก็แทนที่จะรับทานของหวานเป็นอาหารว่าง
00:07:49 → 00:07:53หรือว่าเป็นอาหารตามหลังจากที่คุณรับประทาน กับมื้อใหญ่
00:07:53 → 00:07:55คุณก็อาจจะเปลี่ยนเป็นผลไม้แทน
00:07:55 → 00:07:56ค่ะ
00:07:56 → 00:07:57คือเอาอันนี้เป็นหลัก
00:07:58 → 00:08:00ฟังแล้วได้ใจความสำคัญแล้ว
00:08:00 → 00:08:03แล้วก็เข้าใจแล้วว่า Plant based Diet คืออะไรนะคะ
00:08:03 → 00:08:05หมอว่าอย่านึงคืออะไรรู้ไหมคะคุณแนน
00:08:05 → 00:08:08หมอว่าความยากอยู่ที่คนที่ชอบเนื้อสัตว์มากๆ
00:08:09 → 00:08:12จริงๆแต่ว่าไม่มีอะไรยากเกินกว่าใจเราคุณหมอ
00:08:12 → 00:08:13ทุกเรื่องเลยนะคะ
00:08:13 → 00:08:18ถ้าเกิดวันนี้คุณดูแล้วคุณมีใจที่อยากจะเริ่มดูแลตัวเองดูแลสุขภาพ
00:08:18 → 00:08:21เราจะมาลองเริ่มต้นรับประทานกันแบบPlant based Diet
00:08:21 → 00:08:23เกริ่นๆมาก่อนคุณหมอเดี๋ยวเราจะมาคุยช่วงหน้า
00:08:24 → 00:08:27ว่าถ้าเราจะปรับเปลี่ยนมาทานแบบPlant based Dietเนี่ย
00:08:27 → 00:08:29เราจะต้องเริ่มต้นจากอะไรทำตัวกันยังไงกันบ้าง
00:08:29 → 00:08:32พักสักครู่เดี๋ยวกลับมาคุยกันต่อค่ะ
00:08:33 → 00:08:36กำลังสนุกเลยค่ะคุณผู้ชมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินนะคะ
00:08:36 → 00:08:39ให้เป็นแบบ Plant based Diet นั่นเองนะคะ
00:08:39 → 00:08:41เรามาคุยกันต่อในช่วงนี้ของเรานะคะ
00:08:41 → 00:08:46สนับสนุนโดยออติซินผลิตภัณฑ์อาหารเสริมดูแลรูปร่าง
00:08:46 → 00:08:47อันนี้ถือว่าเป็นตัวช่วย
00:08:47 → 00:08:47ค่ะ
00:08:47 → 00:08:49ให้เรามีรูปร่างที่สมส่วน
00:08:49 → 00:08:50ค่ะ
00:08:50 → 00:08:52สะท้อนถึงความรักตัวเองและความแข็งแรง
00:08:53 → 00:08:57และที่คุณหมอบอกว่าถ้าเราเลือกรับประทานแบบPlant based Diet แล้ว
00:08:57 → 00:08:59เราก็จะทั้งแข็งแรง
00:08:59 → 00:09:02แล้วก็สวยงามแล้วก็ห่างไกลจากโรคด้วยใช่ไหมคะคุณหมอ
00:09:03 → 00:09:04เพราะว่าจริงๆเนี่ยคุณแนนเพราะเดิมมนุษย์เอง
00:09:04 → 00:09:06เขาก็โดนเฉพาะอย่างยิ่ง
00:09:06 → 00:09:09ถ้าเมกาเขาก็หนักไปทางกลุ่มของเนื้อสัตว์อยู่แล้วนะ
00:09:09 → 00:09:11แต่ว่าจริงๆเขาพบว่า
00:09:11 → 00:09:14มันมาจากงานวิจัยว่าคนที่รับประทานPlant based Dietเนี่ย
00:09:14 → 00:09:17มีดัชนีมวลกายน้อยลง
00:09:17 → 00:09:17ค่ะ
00:09:17 → 00:09:19เสี่ยงต่อโรคอ้วนน้อยลง
00:09:19 → 00:09:20เสี่ยงต่อเบาหวานน้อยลง
00:09:21 → 00:09:24แล้วก็ลดอัตราการเกิดเป็นโรคหัวใจ
00:09:24 → 00:09:24ค่ะ
00:09:24 → 00:09:26คือเขาพบว่าในคนที่กินเป็นพืชเป็นหลักเนี่ย
00:09:26 → 00:09:28จะมีประโยชน์เหล่าเนี้ย
00:09:30 → 00:09:33ซึ่งพบว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายแล้วเกิดโรค
00:09:33 → 00:09:34ซึ่งเราพูดเมื่อสักครู่เนี่ย
00:09:34 → 00:09:38น้อยกว่าในกลุ่มของคนที่กินเนื้อสัตว์เป็นหลัก
00:09:40 → 00:09:41ฟังแล้วอยากเปลี่ยนเลยค่ะคุณหมอ
00:09:41 → 00:09:43แต่อย่างคนเราอยู่กับการรับประทาน
00:09:43 → 00:09:45ถ้ารับประทานเนื้อมาตลอดชีวิต
00:09:45 → 00:09:47ถ้าวันนึงจะปรับเปลี่ยนเป็นPlant based Diet
00:09:47 → 00:09:49ก็คือทานพืชผักเป็นหลักเนี้ย
00:09:49 → 00:09:52เราต้องเริ่มต้นปรับตัวเองปรับพฤติกรรมยังไงคะคุณหมอ
00:09:52 → 00:09:54หมอว่ามันอยู่ที่ความคิดก่อน
00:09:54 → 00:09:57ความคิดของเราเนี่ยจะต้องรู้อะไรที่มันมีประโยชน์ต่อร่างกาย
00:09:57 → 00:10:01อะไรที่รับประทานไปแล้วอาจจะไปเพิ่มความ เสี่ยง
00:10:01 → 00:10:03ของโรคของเราอย่างเช่นถ้าสมมุติคุณอ้วนอยู่แล้ว
00:10:04 → 00:10:05คุณมีความเสี่ยงที่จะเกิดเบาหวาน
00:10:05 → 00:10:08มีความเสี่ยงโรคหัวใจโดยเฉพาะถ้าเกิดเรามีประวัติในครอบครัว
00:10:09 → 00:10:12เราไม่ต้องการจะเป็นเหมือนบรรพบุรุษของเรา
00:10:12 → 00:10:14เราจะมีวิธีดูแลยังไง
00:10:15 → 00:10:16เพราะว่าPlant based Dietเนี่ย
00:10:16 → 00:10:19อย่างที่หมอบอกมันลดความเสี่ยงของโรคได้เยอะ
00:10:20 → 00:10:23โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคอ้วน โรคหัวใจ
00:10:24 → 00:10:26ซึ่งเยอะมากเพราะว่าเขาพบว่าในกลุ่มของคน
00:10:26 → 00:10:28ที่รับประทาน Plant based Diet เนี่ย
00:10:29 → 00:10:33มันสามารถที่จะชะลอการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้
00:10:34 → 00:10:36โดยเขาพบว่าคอเลสเตอรอลก็ลดลง
00:10:37 → 00:10:39ปริมาณของไขมันไม่ดีในร่างกายก็ลดลง
00:10:39 → 00:10:43ลดทั้งคอเลสเตอรอลลดทั้งLDLลดทั้งตัวการอักเสบในร่างกาย
00:10:43 → 00:10:45ซึ่งเวลาที่หลอดเลือดมันดีเนี่ย
00:10:45 → 00:10:48เพราะว่าเรารู้ว่าคอเลสเตอรอลLDLทั้งหลาย
00:10:48 → 00:10:51หรือการอักเสบในร่างกายเนี่ยส่งผลต่อคุณภาพของหลอดเลือด
00:10:51 → 00:10:52ค่ะ
00:10:52 → 00:10:54คุณแนนมันไม่ใช่เฉพาะหลอดเลือดหัวใจ
00:10:54 → 00:10:57แต่ที่สำคัญก็คือหลอดเลือดสมอง
00:10:59 → 00:11:02มันส่งไปถึงว่าหนึ่งทำให้คุณเกิดโรคสมองเสื่อม
00:11:03 → 00:11:04น้อยลง
00:11:04 → 00:11:04ค่ะ
00:11:04 → 00:11:08ไม่ว่าจะเป็นอัลไซเมอร์Dementiaพวกเนี่ยน้อยลง
00:11:08 → 00:11:09เพราะว่าหลอดเลือดเราดี
00:11:10 → 00:11:13ถ้าเราไม่อยากจะไปทรมานกับโรคพวกนี้
00:11:13 → 00:11:17เวลาที่เราอายุมากขึ้นเราก็ต้องพยายามรับประทานอาหาร
00:11:17 → 00:11:20ที่มีผักพืชผักเป็นBased
00:11:20 → 00:11:21ค่ะ
00:11:21 → 00:11:23โดยที่รับประทานเนื้อสัตว์น้อยลง
00:11:24 → 00:11:29เพราะฉะนั้นแล้วเนี่ยแทนที่คุณจะรับประทานสเต็กอาทิตย์ละ 1ครั้ง
00:11:30 → 00:11:31คุณก็เปลี่ยน
00:11:31 → 00:11:32ค่ะ
00:11:32 → 00:11:34แทนที่จะอย่างงั้นคุณก็เปลี่ยนอ่ะ 1 อาทิตย์
00:11:34 → 00:11:37ฉันรับประทาน Plant based Diet 1 ครั้ง
00:11:37 → 00:11:42แล้วค่อยๆเพิ่มจำนวนวันขึ้นหรือใน 5 วัน
00:11:42 → 00:11:45คุณก็อาจจะโอเคนะฉัน 1 มื้อเป็นPlant based
00:11:45 → 00:11:50คือค่อยๆเพิ่มเรื่อยๆแล้วก็หักที่อะไรเป็นสีเขียว
00:11:50 → 00:11:54ฉันจะทานสิ่งที่มันสีเขียวฉันจะทานสิ่งที่เป็นธัญพืช
00:11:54 → 00:11:57ฉันจะทานสิ่งที่เป็นถั่วหรือเป็นอะไรพวกนี้
00:11:57 → 00:12:00คือเพิ่มมากขึ้นแล้วก็พยายามลดกลุ่มอาหารอักเสบ
00:12:00 → 00:12:05เพื่อจะทำให้เราเนี่ยได้ประโยชน์จากสารอาหาร
00:12:05 → 00:12:07ที่เราได้จากพืชผักให้พอ
00:12:07 → 00:12:07ค่ะ
00:12:09 → 00:12:11ก็เริ่มจากปรับทัศนคติก่อน
00:12:11 → 00:12:11ใช่
00:12:11 → 00:12:12แล้วก็ลงมือทำ
00:12:12 → 00:12:13ใช่
00:12:13 → 00:12:16ค่อยๆเริ่มทีละนิดทีละนิดแต่จริงๆฟังคุณหมอพูดเมื่อกี้เนี่ย
00:12:16 → 00:12:18เทคนิคไม่ยากมันที่คล้ายๆกับบางคน
00:12:19 → 00:12:21ยิ่งเราเป็นชาวพุทธเขาจะมีอยู่แล้วค่ะ
00:12:21 → 00:12:24แบบถือเอาวันเกิดได้1สัปดาห์ไม่กินเนื้อสัตว์
00:12:24 → 00:12:25เราก็เริ่มจากแบบนี้ก็ได้
00:12:25 → 00:12:28อาทิตย์เริ่มวันนี้อาทิตย์หน้าเอาเป็น 3 วัน
00:12:28 → 00:12:30ต่อไปเราก็จะทำได้เอง
00:12:30 → 00:12:32ซึ่งถ้าเรารับประทานไปเรื่อยๆเนี่ย
00:12:32 → 00:12:35อย่างที่คุณหมอบอกเมื่อสักครู่นี้คือมันส่งผลดีต่อร่างกายมากมาย
00:12:35 → 00:12:35ค่ะ
00:12:35 → 00:12:38แต่ทีนี้เราต้องกินให้ครบ 5 หมู่
00:12:38 → 00:12:40แล้วนี่เราขาดเนื้อสัตว์ไปอย่างเงี้ย
00:12:40 → 00:12:44เราจะส่งผลเสียหรือพวกข้อด้อยมันมีบ้างไหมคะสำหรับการทาน
00:12:44 → 00:12:47คือจริงๆต้องบอกว่าคือถ้าเราไม่ทานเนื้อสัตว์เลย
00:12:47 → 00:12:51เราจะมีปัญหาเนอะเพราะว่าบางส่วนของวิตามินและเกลือแร่
00:12:51 → 00:12:53ที่มันอยู่ในเนื้อสัตว์เนี่ยเราไม่ได้
00:12:53 → 00:12:58คืออย่าลืมว่ามันไม่ได้ทั้งหมดเรายังต้องการวิตามินหรือเกลือแร่
00:12:58 → 00:12:59หรือสารอาหารบางอย่าง
00:12:59 → 00:13:02ที่มาจากเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์
00:13:03 → 00:13:06เพราะฉะนั้นแล้วเนี่ยหมอถึงบอกว่าPlant basedเนี่ย
00:13:06 → 00:13:10คือเขามีข้อดีคือไม่ใช่ว่าคุณจะไม่รับประทานเนื้อสัตว์เลย
00:13:10 → 00:13:10ค่ะ
00:13:10 → 00:13:12คุณยังรับประทานเนื้อสัตว์ได้บ้าง
00:13:12 → 00:13:17เพียงแต่ว่าหลักๆ 90-95% ให้เป็นมาจากพืชผัก
00:13:18 → 00:13:21สิ่งที่เรายังต้องการวิตามินและเกลือแร่บางอย่างที่มาจากเนื้อสัตว์
00:13:21 → 00:13:23ยกตัวอย่างเช่นวิตามินB12
00:13:23 → 00:13:23ค่ะ
00:13:23 → 00:13:27ซึ่งอันนี้เนี่ยมันมีส่วนช่วยเรื่องของการเจริญเติบโต
00:13:27 → 00:13:30วิตามินบีช่วยในเรื่องของพวกกลุ่มของเซลล์ประสาท
00:13:30 → 00:13:34หรืออารมณ์หรือแม้กระทั่งเรื่องของการอ่อนเพลียอะไรเงี้ย
00:13:34 → 00:13:37ธาตุเหล็ก ธาตุไอโอดีนไรพวกนี้นะคะ
00:13:37 → 00:13:40เพราะฉะนั้นเนี่ยถ้าเรารับประทานผักผลไม้เป็นหลัก
00:13:40 → 00:13:42โปรตีนที่เราขาดไปจากเนื้อสัตว์
00:13:42 → 00:13:45เราก็ต้องรับประทานอาหารธัญพืชเยอะ
00:13:45 → 00:13:45ค่ะ
00:13:45 → 00:13:50อย่างเช่นพวกถั่วควินัวนะเมล็ดเจียก็ได้นะคะ
00:13:50 → 00:13:54หรือโปรตีนเกษตรไขมันดีที่เรายังต้องได้อยู่
00:13:55 → 00:13:58เราก็อาจจะต้องไปได้มาจากน้ำมันมะกอกน้ำมันพืช
00:13:59 → 00:14:03หรือเราก็รับประทานปลาเพิ่มเพื่อให้เราได้ไขมันดี
00:14:03 → 00:14:04มาจากส่วนของปลาด้วย
00:14:04 → 00:14:07ปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่หมอเจอในกลุ่มของคนไข้
00:14:07 → 00:14:08ที่ปรับเปลี่ยนไปPlant based แล้ว
00:14:08 → 00:14:09ค่ะ
00:14:09 → 00:14:11เขาจะมีปัญหาว่าเขาเพลีย
00:14:12 → 00:14:15เพราะว่าบางทีกิจกรรมการทำงานในแต่ละคนเนี่ย
00:14:15 → 00:14:17พลังงานที่เราได้จากPlant based เนี่ย
00:14:18 → 00:14:20มันไม่พอต่อความต้องการของร่างกาย
00:14:20 → 00:14:22ที่หมอพบบ่อยๆคือผู้ชาย
00:14:22 → 00:14:22ค่ะ
00:14:22 → 00:14:24หรือแม้กระทั่งในผู้หญิงเองเหมือนกัน
00:14:24 → 00:14:29ถ้าActiveมากๆเขาอาจจะต้องสูงไปถึง 2 พันกว่าเลยกิโลแคลต่อวัน
00:14:29 → 00:14:32ซึ่งจริงๆแล้วเนี่ยเรายังต้องการพลังงานเอามาใช้
00:14:32 → 00:14:37ในการทำนู่นทำนี่ทำงานงั้นถ้าเรา Plant based อย่างเดียว
00:14:37 → 00:14:39แบบสติ๊กมากๆแล้วไม่ทานเนื้อสัตว์เลย
00:14:39 → 00:14:43บางทีเราจะมีปัญหาเรื่องของเอนเนอร์จี
00:14:43 → 00:14:47หรือบางทีอาจจะมีปัญหาเรื่องของกล้ามเนื้อลีบอะไรอย่างงี้
00:14:47 → 00:14:50เพราะว่ามันไม่มีสารอาหารที่มาจากโปรตีน
00:14:50 → 00:14:50ค่ะ
00:14:50 → 00:14:52ยิ่งถ้าใครไม่ออกกำลังกายด้วยเนี่ย
00:14:52 → 00:14:55ก็อาจจะส่งผลค่อนข้างมาก
00:14:55 → 00:15:00เพราะฉะนั้นคุณก็ต้องรับประทานโปรตีนที่มาจากพืชผักขึ้นเยอะขั้น
00:15:00 → 00:15:02หรืออาจจะจะต้องทานอย่างที่บอกว่า
00:15:02 → 00:15:04รับประทานพืชผักที่เพิ่มพลังงาน
00:15:05 → 00:15:08อย่างเช่นกล้วยเนี่ย อย่างเช่นอะโวคาโด
00:15:08 → 00:15:12อย่างเช่นกลุ่มที่เป็นหัวแป้ง อย่างเช่นฟักทองอะไรพวกเนี่ย
00:15:12 → 00:15:15คืออาจจะต้องรับประทานกลุ่มพวกนี้มากขึ้น
00:15:16 → 00:15:18โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนที่เราจะต้องทำกิจกรรมอะไร
00:15:18 → 00:15:21ที่เราใช้พลังงานมากกว่าปกติ
00:15:21 → 00:15:23อย่างเช่นออกกำลังกายนะ
00:15:23 → 00:15:24หรือว่ากำลังจะสอบ
00:15:24 → 00:15:27แต่ว่าจริงๆแล้วว่าเวลาคนที่เปลี่ยนเนี่ย
00:15:27 → 00:15:28เขาก็จะเป็นอย่างเงี่ยตอนแรกๆเท่านั่นเอง
00:15:29 → 00:15:33พอร่างกายเขาเริ่มปรับตัวแล้วเรารู้ว่าเราจะต้องทานอันนี้มากขึ้น
00:15:33 → 00:15:35เพื่อที่จะช่วยทำให้เราไม่โหยไม่เพลีย
00:15:35 → 00:15:38มันก็จะค่อยๆเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ
00:15:38 → 00:15:39เพราะฉะนั้นก็ลองดูค่ะ
00:15:39 → 00:15:42ถ้าใครอยากจะมีสุขภาพที่ดีร่างกายแข็งแรง
00:15:42 → 00:15:46แล้วก็ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายแรงในอนาคตนะคะ
00:15:46 → 00:15:49หันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการเลือกรับ ประทานผักเป็นหลัก
00:15:49 → 00:15:53Plant based Dietแบบที่วิธีการที่คุณหมอบอกไป
00:15:53 → 00:15:54เอาล่ะวันนี้หมดเวลาแล้วนะคะ
00:15:54 → 00:15:56ใครอยากจะปรึกษา
00:15:56 → 00:16:00ปัญหาสุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพความสวยความงาม
00:16:00 → 00:16:02ปรึกษาได้ทุกเรื่องเลยค่ะ
00:16:02 → 00:16:05ก็แอดไลน์เรามาได้เรามี Official LINE ของทางรายการ
00:16:05 → 00:16:06ต้องมี@นำหน้าก่อนนะคะ
00:16:06 → 00:16:09@dr.atchima นะคะ
00:16:09 → 00:16:12สอบถามเข้ามาได้ส่งรูปมาปรึกษาคุณหมอก็ได้นะเนอะ
00:16:12 → 00:16:14เอาล่ะหมดเวลาแล้วค่ะ
00:16:14 → 00:16:17เจอกันใหม่ครั้งหน้ากับรายการคุยกับหมออัจจิมานะคะ
00:16:17 → 00:16:18วันนี้คุณหมอและแนนลาไปก่อน
00:16:18 → 00:16:19สวัสดีค่ะ