00:00:03 → 00:00:07med cmu podcast fung for
00:00:07 → 00:00:10Hell ัง for Health
00:00:10 → 00:00:13podcast รายการที่จะมาพูดคุยเรื่องราว
00:00:13 → 00:00:16ของสุขภาพและแบ่งปันประสบการณ์จากแพทย์
00:00:16 → 00:00:20ผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆของคณะแพทยศาสตร์
00:00:20 → 00:00:22มหาวิทยาลัย
00:00:22 → 00:00:28เชียงใหม่เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มได้จากตัว
00:00:28 → 00:00:31เราสวัสดีค่ะค่ะขอต้อนรับคุณผู้ฟังทุก
00:00:31 → 00:00:35ท่านเข้าสู่ฟัง for He podcast ค่ะราย
00:00:35 → 00:00:38การที่จะมาพูดคุยนะคะนำเสนอเรื่องราวดีๆ
00:00:38 → 00:00:41เกี่ยวกับสุขภาพรวมไปถึงแบ่งปัน
00:00:41 → 00:00:43ประสบการณ์ต่างๆค่ะโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
00:00:44 → 00:00:46จากคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่นะ
00:00:46 → 00:00:49คะวันนี้คุณผู้ฟังอยู่กับทิพย์สมัชญาหน่อ
00:00:49 → 00:00:52ล่าค่ะจากงานประชาสัมพันธ์คณะแพทยศาสตร์
00:00:52 → 00:00:55มหาวิทยาลัยเชียงใม่เช่นเคยนะคะคุณผู้ฟัง
00:00:55 → 00:00:58คะต้องบอกว่าช่วงนี้สภาพอากาศเราก็คือ
00:00:58 → 00:01:01เข้าสู่ช่วงหน้าฝนเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะ
00:01:01 → 00:01:05คะหน้าฝนแบบนี้ค่ะนอกจากผู้ใหญ่อย่างเรา
00:01:05 → 00:01:08ที่จะป่วยเป็นโรคต่างๆแล้วนะคะเด็กค่ะ
00:01:08 → 00:01:11ช่วงนี้เป็นช่วงเปิดเทอมด้วยพ่อแม่ผู้ปก
00:01:11 → 00:01:14ครองหลายๆท่านก็เป็นกังวลใจนะคะว่าลูกเรา
00:01:14 → 00:01:18ไปโรงเรียนจะติดเชื้ออะไรมาหรือเปล่านะคะ
00:01:18 → 00:01:21วันนี้เราก็เลยจะพูดคุยกับอาจารย์หมอค่ะ
00:01:21 → 00:01:24เกี่ยวกับโรคที่พบบ่อยในเด็กช่วงหน้าฝน
00:01:24 → 00:01:28แบบนี้นะคะขอต้อนรับรองศาสตราจารย์นาย
00:01:28 → 00:01:31แพทย์มงคลเหล่าอารยะอาจารย์ประจำภาควิชา
00:01:31 → 00:01:34กุมารเวชศาสตร์คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัย
00:01:34 → 00:01:37เชียงใหม่ค่ะอาจารย์สวัสดีค่ะครับสวัสดี
00:01:37 → 00:01:40ครับก่อนอื่นเลยค่ะอาจารย์ช่วงนี้โรง
00:01:40 → 00:01:43เรียนหลายๆแห่งเริ่มที่จะเปิดเทอมกันแล้ว
00:01:43 → 00:01:48ค่ะพูดถึงช่วงนี้โรคยอดฮิตของน้องๆเด็กๆ
00:01:48 → 00:01:50ที่พบบ่อยในช่วงหน้าฝนเลยมีโรคอะไรบ้างคะ
00:01:50 → 00:01:53อาจารย์ครับก็ช่วงโรงเรียนเปิดเทอมนะครับ
00:01:53 → 00:01:56ก็เข้าสู่หน้าฝนด้วยเนาะมันก็อาจจะทำให้
00:01:56 → 00:01:58การติดเชื้อบางอย่างเนี่ยมันแพร่กระจาย
00:01:58 → 00:02:01เพิ่มมากขึ้นได้นะครับที่เราพบบ่อยๆนะพอ
00:02:01 → 00:02:03โรงเรียนเปิดเทอมเนี่ยก็จะเห็นว่าลูกหลาน
00:02:03 → 00:02:05เด็กเล็กของเราเนี่ยก็มักจะติดเชื้ออย่าง
00:02:05 → 00:02:07แรกเลยคือติดเชื้อทางเดือนหายใจก็ไม่ว่า
00:02:07 → 00:02:10จะเป็นหวัดธรรมดานะครับเป็นหวัดน้ำมูกไอ
00:02:10 → 00:02:13จามธรรมดาหรือว่าบางทีเนี่ยก็ติดเชื้อ
00:02:13 → 00:02:16รุนแรงมากขึ้นได้จนเป็นปอดอักเสบได้นะ
00:02:16 → 00:02:19ครับแล้วพวกนี้ก็เกิดจากไวรัสหลายๆตัวนะ
00:02:19 → 00:02:21ครับแต่ตัวที่สำคัญในเด็กเล็กเนี่ยก็คือ
00:02:21 → 00:02:24เชื้อหลายท่านคงเคยได้ยินนะครับที่ช่วงปี
00:02:24 → 00:02:272 ปีที่ผ่านมาที่ระบาดบ่อยๆเนี่ยก็คือ
00:02:27 → 00:02:30เชื้อ rsv นะครับซึ่งทำให้เกิดการการห่อ
00:02:30 → 00:02:33ไอแล้วก็ปลอดอักเสบได้นะครับกับอีกโรคนึง
00:02:33 → 00:02:35นะครับช่วงปลายๆฝนเนี่ยเดี๋ยวก็จะมาสัก
00:02:35 → 00:02:38พักนึงเนี่ยในช่วงโรงเรียนระบาดในโรง
00:02:38 → 00:02:40เรียนในเด็กเล็กก็คือโรคมือเท้าปากนะครับ
00:02:40 → 00:02:42อันนี้ก็เป็นเกิดจากเชื้อไวรัสเช่นเดียว
00:02:42 → 00:02:46กันนะครับแน่นอนพอฝนมายุงก็มานะครับอัน
00:02:46 → 00:02:48นี้พอยุงมายุงกัดเนี่ยก็เป็นไข้เลือดออก
00:02:48 → 00:02:51ก็จะเริ่มมาเรื่อยๆนะครับแล้วก็อีกอันนึง
00:02:52 → 00:02:54ก็คือมาพร้อมที่โรงเรียนระบาดเป็นทุกระยะ
00:02:54 → 00:02:57ทุกปีก็คือไขหวัดใหญ่ครับโรคยอดฮิตอย่าง
00:02:57 → 00:03:02แรกก็คือ rsv นะคะแล้วก็มีมือเท้าปากมี
00:03:02 → 00:03:05ไข้หวัดใหญ่มีไข้เลื่อนออกแต่ละโรคมี
00:03:05 → 00:03:08อาการเหมือนหรือว่าแตกต่างกันยังไงบ้างคะ
00:03:08 → 00:03:11อาจารย์ก็อย่างแรกผมขอเริ่มต้นด้วยการติด
00:03:11 → 00:03:13เชื้อทางเดินหายใจก่อนนะครับก็คือไม่ว่า
00:03:13 → 00:03:16จะเป็น rsv หรือว่าไข้หดใหญ่ก็ตามเนี่ย
00:03:16 → 00:03:18จริงๆทั้ง 2 โรคเนี่ยจริงๆอาการมันคล้าย
00:03:18 → 00:03:21กันมากนะครับอย่างแรกคือมักจะมีไข้แล้วก็
00:03:21 → 00:03:24อาจจะเป็นไข้สูงได้นะครับตัว isp เอง
00:03:24 → 00:03:26เนี่ยมักจะเป็นไข้ในเด็กเล็กนะครับโดย
00:03:26 → 00:03:29เฉพาะเด็กที่แบบวัยอนุบาลหรือเด็กก่อน
00:03:29 → 00:03:31เข้าโรงเรียนอนุบาลเนี่ยเป็นช่วงวัยซึ่ง
00:03:31 → 00:03:36isv ดูจะอ่าระบาดได้เยอะนะครับพวกเนี้ย
00:03:36 → 00:03:38อาการของเด็กก็จะมาด้วยอาการไข้หวัดน้ำ
00:03:38 → 00:03:42มูกนะครับอายจามนะครับแล้วบางทีพอมัน
00:03:42 → 00:03:44อาการเยอะๆเนี่ยอาจจะมีอาการเหนื่อยหอบ
00:03:44 → 00:03:47ได้นะครับหรือหายใจเสียงวดๆที่เป็นหลอดลม
00:03:47 → 00:03:50ตีอย่างเงี้ยเกิดขึ้นได้นะครับส่วนเรื่อง
00:03:50 → 00:03:54ของไข้หวัดใหญ่เนี่ยอาการทางเดินหายใจพวก
00:03:54 → 00:03:57อ่าพวกพี่หายใจหอบเหนื่อยอาจจะไม่ชัดเจน
00:03:57 → 00:04:00เท่ากับ rsv แต่ว่าพวกเนี้ยส่วนไข้หบัด
00:04:00 → 00:04:03ใหญ่่เนี่มันมักจะมีอาการมาด้วยแบบคนไข้
00:04:03 → 00:04:06ก็จะมีไข้สูงนะครับปวดเมื่อยตามตัวเยอะนะ
00:04:06 → 00:04:08ครับไข้หวัดใหญ่เนี่ยเจอได้ทั้งเด็กเล็ก
00:04:08 → 00:04:11เด็กโตแล้วก็เด็กวัยรุ่นนะครับหรือว่าผู้
00:04:11 → 00:04:14ใหญ่เองก็เป็นเหมือนกันไข้บัดใหญ่นะครับ
00:04:14 → 00:04:16ในคนไข้ที่แบบคุ้มกันไม่ค่อยดีเนี่ยไข้
00:04:16 → 00:04:19บวดใหญ่บางทีเ่าคนที่แข็งแรงดีเนี่ยไข้บด
00:04:19 → 00:04:21ใหญ่เราก็จะเห็นว่าเป็นแค่อาจจะเป็นไข้
00:04:21 → 00:04:24ปวดเมื่อยตามตัวไข้สูงธรรมดาแต่ว่าในคน
00:04:24 → 00:04:27ที่ร่างกายไม่แข็งแรงเนี่ยไข้บดใหญ่บางที
00:04:27 → 00:04:29มันเชื้อมันลงไปที่ปอดก็จะทำให้เกิดอาการ
00:04:29 → 00:04:33การปลอดอักเสบตามมาได้ก็เกิดอาการรุนแรง
00:04:33 → 00:04:36ได้โดยเฉพาะในในในเด็กที่เป็นมีโรคประจำ
00:04:36 → 00:04:39ตัวนะครับอย่างเช่นโรคปอดเรื้อรังเด็กที่
00:04:39 → 00:04:41เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดอันนี้อาจจะ
00:04:41 → 00:04:43เวลาติดเชื้ออาจจะอาการรุนแรงมากกว่าคน
00:04:43 → 00:04:47ปกตินะครับแล้วก็ถัดมาโรคอื่นๆลครับเราก็
00:04:47 → 00:04:50จะมีโรคที่เมื่อกี้บอกไปก็จะมีไข้เลือด
00:04:50 → 00:04:52ออกนะครับไข้เลือดออกนี่คนไทยคุ้นกันดีนะ
00:04:52 → 00:04:55ครับเพราะเป็นโรคแบบดังของเราเรื่อยๆเนาะ
00:04:55 → 00:04:58ก็จะเห็นว่ามีรายงานการเสียชีวิตเรื่อยๆ
00:04:58 → 00:05:00ในช่วงหน้าฝนของเรา
00:05:00 → 00:05:05คไขเลือดออกเป็นโคซึ่งมากับยุงนะครับพอพอ
00:05:05 → 00:05:09ยุงกัดมีการแพร่กระจายมาคนไข้ก็จะมีอาการ
00:05:09 → 00:05:11ที่ชัดเจนก็มักจะมีไข้สูงนะครับโดยหา
00:05:11 → 00:05:14สาเหตุไม่ได้ในช่วงแรกๆนะครับ 2 วันแรก
00:05:14 → 00:05:16ไข้สูงอย่างเดียวเลยกินยารถไข้ก็จะไม่
00:05:16 → 00:05:19ค่อยลงนะครับบางรายที่การรุนแรงเนี่ยนะ
00:05:19 → 00:05:22ครับไข้เลือดออกมันจะทำให้เกิดเกดเลือด
00:05:22 → 00:05:26ต่ำได้พอเกดเลือดต่ำก็จะมีอ่ามีอาการที่
00:05:26 → 00:05:29เลือดออกผิดปกตินะครับพวกนี้อาจจะมีอ่า
00:05:29 → 00:05:31ปวดท้องอาเจนเป็นเลือดหรืออะไรอย่างเงี้ย
00:05:31 → 00:05:35ตามมาได้หรือบางคนเนี่ยอ่ามีสารน้ำที่ออก
00:05:35 → 00:05:37มาจากหลอดเลือดเยอะๆเนี่ยพวกนี้จะทำให้
00:05:37 → 00:05:39ความดันต่ำแล้วเกิดอาการช็อได้เหมือนกัน
00:05:39 → 00:05:42ก็ก็เกิดอาการรุนแรงแล้วอาจะเสียชีวิตได้
00:05:42 → 00:05:44เอ่ออื่นๆที่เมื่อกี้ผมกล่าวไปก็จะมี
00:05:44 → 00:05:47สำหรับโรคสำหรับเด็กเล็กอีกโรคนึงก็คือ
00:05:47 → 00:05:49มือเท้าปากช่วงเริ่มต้นที่มาเนี่ยที่เด็ก
00:05:49 → 00:05:52ติดเนี่ยพวกนี้ก็มีอาการเหมือนไข้หวัด
00:05:52 → 00:05:55ธรรมดาเลยเป็นน้ฮูกจามไอแล้วก็มีไข้เฉยๆ
00:05:55 → 00:05:58แต่พวกนี้ถ้าสังเกตหลังจากมีไข้ประมาณวัน
00:05:58 → 00:06:012 วันเคนไข้ก็จะเริ่มมีตุ่มตามบริเวณตาม
00:06:01 → 00:06:05อ่ามือฝ่ามือฝ่าเท้านะครับหรือบางทีตาม
00:06:05 → 00:06:08ตามหัวเข่าตามข้าวพับอย่างเงี้ยขึ้นขึ้น
00:06:08 → 00:06:11ตุ่มได้นะครับถ้าตามตัวเนี่ยนะแต่ที่
00:06:11 → 00:06:13สำคัญคือมันมักจะมีตุ่มในปากได้นะครับก็
00:06:13 → 00:06:16คือถ้าอ้าปากมันก็จะเห็นเป็นตุ่มน้ำที่
00:06:16 → 00:06:20อยู่ภายในที่ทั้งบริเวณเพดานปากแล้วก็เ่อ
00:06:20 → 00:06:23คอหอยด้านหลังเนี่ยเป็นแผลพวกนี้มันก็จะ
00:06:23 → 00:06:26ทำให้นอกจากเด็กมีไข้สูงก็จะสังเกตได้ว่า
00:06:26 → 00:06:29เด็กก็จะกินน้อยลงนะครับก็คือดื่มน้ำน้อย
00:06:30 → 00:06:33แล้วก็กินได้น้อยลงเพราะว่าเเอ่อกลืน
00:06:33 → 00:06:36ลำบากเพราะว่ามันเจ็บคอเยอะนะก็เป็นอาการ
00:06:36 → 00:06:38ของโรคมือเท้าปากเบื้องต้นถ้าฟังอาจารย์
00:06:38 → 00:06:43หมอพูดมามือเท้าปากอ่าอาอาจจะตัดออกไปพูด
00:06:43 → 00:06:46ถึงเรื่องของโรคไข้เลือดออกไข้หวัดธรรมดา
00:06:46 → 00:06:48แล้วก็ไข้หวัดใหญ่อย่างงี้ดีกว่าค่ะ
00:06:48 → 00:06:51อาจารย์หมอคะดูเหมือนว่าอาการมันจะมีความ
00:06:51 → 00:06:55คล้ายๆกันคือมีไข้เหมือนกันข้อแตกต่างของ
00:06:55 → 00:06:583 โรคนี้ค่ะเราจะมีวิธีสังเกตได้ยังไง
00:06:58 → 00:07:00ว่าออันไหนเป็นไขออกอันไหนเป็นไข้หวัด
00:07:00 → 00:07:03ใหญ่หรือว่าไข้หวัดธรมดาเงี้ยค่ะอืจริงๆ
00:07:03 → 00:07:05ก็ก็ต้องสารภาพเลยว่าจริงๆแยกยากมากถ้า
00:07:05 → 00:07:08ช่วงต้นเนาช่วงต้นวันวัน 2 วันแรกอาจจะมา
00:07:08 → 00:07:11ด้วยอาการไข้เพียงอย่างเดียวนะครับแต่โรค
00:07:11 → 00:07:13บางอย่างอย่างเช่นพวกไข้หวัดใหญ่หรือไข้
00:07:13 → 00:07:16หวัดธรรมดาเนี่ยมันมักจะมีอาการทางเดิน
00:07:16 → 00:07:20หายใจร่วมด้วยก็คือคนไข้มักจะมีน้ำมูกไหล
00:07:20 → 00:07:23มีอาการปวดเมื่อยตามตัวดูแบบอาการเป็น
00:07:23 → 00:07:25อาการหวัดค่อนข้างเยอะเนาะมีอาการติด
00:07:25 → 00:07:27เหมือนติดเชื้อทางเดือนหายใจส่วนไข้เลืด
00:07:28 → 00:07:31ออกเนี่ยในช่วงต้นเนี่ยวัน 2 วันแรกก็มัก
00:07:31 → 00:07:33จะมีไข้สูงเพียงอย่างเดียวเลยคือกินยาลด
00:07:33 → 00:07:36ไข้ไม่ค่อยลนโดยที่อาการอื่นๆไม่ได้ชัด
00:07:36 → 00:07:39เจนนะครับแต่ว่าถามว่าพวกเนี้ยเราจะแยก
00:07:39 → 00:07:42ได้อย่างไรก็ส่วนใหญ่ก็คือถ้ามาในช่วง
00:07:42 → 00:07:44เริ่มต้นที่มีไข้สูงเนี่ยถ้าได้มาตรวจที่
00:07:44 → 00:07:47โรงพยาบาลแล้วก็ไข้หาสาเหตุไม่ได้เราก็
00:07:48 → 00:07:50อาจจะต้องตรวจด้วยการตรวจห้องปฏิบัติการ
00:07:50 → 00:07:52อื่นๆนะอย่างไข้เลือดออกก็อาจจะต้องจอด
00:07:52 → 00:07:56เลือดตรวจนะครับถ้าเป็นไข้หวัดใหญ่เราอาจ
00:07:56 → 00:08:00จะต้องสวอปที่เราแบบตรววจในในในเอาเอาสาร
00:08:00 → 00:08:03คั้นหลังในโงจมูกเนี่ยไปตรวจว่าติดเชื้อ
00:08:03 → 00:08:05ไข้วัดใหญ่หรือเปล่านะครับเพื่อให้แน่ใจ
00:08:05 → 00:08:07ว่าติดเชื้อจริงหรือเปล่าค่ะอาจจะต้องมา
00:08:07 → 00:08:10ดูอาการแล้วก็อาจจะต้องตรวจละเอียดอีกนิด
00:08:10 → 00:08:15นึงสสำหรับค่ะแต่ละโรคว่าเอ๊ะสรุปแล้วลูก
00:08:15 → 00:08:17ของเรานี่เป็นไข้หวัดใหญ่หรือว่าไข้เลือด
00:08:17 → 00:08:19ออกหรือเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดาเชื่อว่าวัน
00:08:19 → 00:08:21นี้มีผู้ปกครองหลายท่านฟังรายการเราอยู่
00:08:22 → 00:08:24ค่ะอาจารย์หมอถ้าเกิดว่าบุตรหลานของเรามี
00:08:24 → 00:08:28อาการมีไข้ตัวร้อนเบื้องต้นเลยวิธี
00:08:28 → 00:08:31ปฐมพยาบาลหรือว่าวิธีที่จะลดไข้เบื้องต้น
00:08:31 → 00:08:33ที่ถูกต้องเนี่ยทำยังไงได้บ้างค่ะอย่าง
00:08:33 → 00:08:35แรกนะครับผมเชื่อว่าทุกคนที่มีลูกหลาน
00:08:35 → 00:08:38อยู่นะเรามักจะมียาติดบ้านอยู่แล้วยา
00:08:38 → 00:08:40สามัญประจำบ้านก็คือพาราเซตามอลเนี่ยนะ
00:08:40 → 00:08:43ครับก็ก็อย่างแรกก็คือให้กินยารสไข้ก่อน
00:08:43 → 00:08:46นะครับกินยาพาราเซตามอลนั่นแหละธรรมดา
00:08:46 → 00:08:49แล้วก็หลังจากนั้นก็ก็กินให้ถูกขนาดด้วย
00:08:49 → 00:08:52เนาอาจต้องรู้ตัวเองด้วยบางทีเราเราเก็บ
00:08:52 → 00:08:56ยาวไว้นานมากตได้ได้ตอนลูกเด็กๆสวยแล้ว
00:08:56 → 00:09:00ตอนลูกโตแล้วอะไรเงี้ยก็จะไม่รู้ขนาดยา
00:09:00 → 00:09:02ที่ให้อย่างชัดเจนว่าเท่าไหร่ถ้าเกิดเป็น
00:09:02 → 00:09:06ไปได้ก็ก็รู้ขนาดยานิดนึงว่าควรจะให้เท่า
00:09:06 → 00:09:08ไหร่สำหรับลูกเราควรจะกินเท่าไหร่ก็คือ
00:09:08 → 00:09:10ให้กินยาลดไข้นะครับหลังจากนั้นนอกจาก
00:09:10 → 00:09:13นั้นก็คือพยายามเช็ดตัวลดไข้นะครับก็คือ
00:09:13 → 00:09:15เช็ดตัวพยายามก็ใช้น้ำธรรมดาเนี่ย
00:09:15 → 00:09:18อุณหภูมิห้องธรรมดาเนี่ยครับแล้วก็เช็ด
00:09:18 → 00:09:21ตามข้อพับตามตัวเนี่ยเพื่อลดไข้ลงไปนะ
00:09:21 → 00:09:24ครับถ้าเกิดเช็ดตัวไม่ได้ให้ไปอาบน้ำผม
00:09:24 → 00:09:26ว่าก็โอเคนะครับก็คืออาบน้ำด้วยอุณหภูมิ
00:09:26 → 00:09:29ห้องธรรมดานี่ก็จะช่วยทำให้อุณหภูมิที่
00:09:29 → 00:09:31ที่ร้อนๆเนี่ยลดลงไปได้เพราะเด็กๆบางคน
00:09:31 → 00:09:34โดยเฉพาะในเด็เล็กเนี่ยบางทีเามีประวัติ
00:09:34 → 00:09:37ไข้สูงแล้วชักได้ก็อันเนี้ยเราอาจจะต้อง
00:09:37 → 00:09:40พยายามลดไข้ให้เร็วนิดนึงนะครับออย่างการ
00:09:40 → 00:09:43อาบน้ำอาจารย์หมอคะเชื่อว่าผู้ปกครองหลาย
00:09:43 → 00:09:46ท่านก็สงสัยว่าเอ๊ะเวลาลูกเราไข้สูงมากๆ
00:09:46 → 00:09:50เนี่ยไปอาบน้ำเลยจะช็อกมยคะอาจารย์หมออ่า
00:09:50 → 00:09:52ปกติมันไม่ช็อกหรอกครับก็คือจริงๆเหมือน
00:09:52 → 00:09:54เหมือที่โรงบานก็เหมือนกันเนาะเวลาคนไข้
00:09:54 → 00:09:57ที่ไข้สูงมากบางทีเราก็ให้เด็กเนี่ยไปอาบ
00:09:57 → 00:10:00น้ำแช่น้ำเลยเพียงแต่ว่าถ้าเกิดเราใช้น้ำ
00:10:00 → 00:10:03เย็นจัดเนี่ยเด็กมันก็จะหนาวสั่นมากดูไม่
00:10:03 → 00:10:06สบายตัวเท่าไหร่นะผมว่าก็ดูตามอากาศแล้ว
00:10:06 → 00:10:10กันนะครับถ้าช่วงนี้อากาศไม่ได้แบบเอ่อ
00:10:10 → 00:10:13ไม่ได้แบบถึงขนาดว่าหนาวมากอะไรเงี้ยนะ
00:10:13 → 00:10:15ครับก็อากาศทั่วไปเนี่ยเราก็ใช้เปิดน้ำ
00:10:15 → 00:10:17ก๊อกธรรมดาเนี่ยก็สามารถอาบได้เลยนะครับ
00:10:17 → 00:10:20แต่ถ้าอากาศมันหนาวมากเย็นมากเนี่ยอาจใช้
00:10:20 → 00:10:23ให้น้ำอุ่นนิดนึงก็อาจจะทำให้เด็กสบาย
00:10:23 → 00:10:25ขึ้นนะครับแต่ว่าโดยทั่วไปเนี่ยการอาบน้ำ
00:10:25 → 00:10:28คงไม่ถึงขนาดว่าทำให้ช็ออะไรเคุณหมอยืน
00:10:28 → 00:10:30ยันนะคะว่าสามารถอาบน้ำได้แต่อาจจะต้อง
00:10:30 → 00:10:33เป็นน้ำอุณหภูมิห้องสักนิดนึงอาจจะไม่ใช่
00:10:33 → 00:10:37น้ำเย็นจัดหรือว่าร้อนจัดเี่นะคะก็จะช่วย
00:10:37 → 00:10:40ระบายเรื่องของอุณหภูมิที่ร้อนในร่างกาย
00:10:40 → 00:10:43ของลูกเราไปได้ยิ่งช่วงนี้ฝนตกค่ะอาจารย์
00:10:44 → 00:10:47หมอเชื่อว่าสภาพอากาศบ้านเราก็จะเย็นลง
00:10:47 → 00:10:50แล้วก็มีความชื้นอาจารย์หมอคะช่วงนี้เด็ก
00:10:50 → 00:10:52ๆป่วยด้วยโรคอะไรเยอะที่สุดคะที่มาหา
00:10:52 → 00:10:54อาจารย์หมอก็ฝนเนี่ยมันักกับฝนก็คือ
00:10:55 → 00:10:57เหมือนเหมเหมือนผู้ใหญ่ะครับก็จะเป็นหวัด
00:10:57 → 00:10:59ค่อนข้างเยอะแล้วยิ่งเปิดเทอมด้วยเด็กก็
00:10:59 → 00:11:01มักจะเป็นหวัดธรรมดานั่นแหละครับเยอะสุดอ
00:11:01 → 00:11:04เป็นหวัดธรรมดานะคะแล้วอย่างในไข้หวัด
00:11:04 → 00:11:06ใหญ่นี่ล่ะคะพบเยอะมั้ยคะช่วงนี้ตอนนี้
00:11:06 → 00:11:08มันเริ่มมาเรื่อยๆนะครับแต่ยังไม่ได้
00:11:08 → 00:11:11ระบาดเยอะช่วงนี้เรายังไม่ได้ระบาดเยอะ
00:11:11 → 00:11:14มากๆแต่ผมเชื่อว่าหลังจากนี้อีก 2-3
00:11:14 → 00:11:17เดือนเนี่ยจะแบบเดือน 2 เดือนเนี่ยอาจะมี
00:11:17 → 00:11:19ไข้หวัดใหญ่ระบาดเหมือนกันเพราะเราก็
00:11:19 → 00:11:21ระบาดเรื่อยๆใช่มั้ครับไข้หวัดใหญ่ความ
00:11:21 → 00:11:23รุนแรงของไข้หวัดใหญ่ค่ะอาจารย์หมอถ้า
00:11:23 → 00:11:26เกิดว่าเป็นแล้วยิ่งในเด็กเนี่ยค่ะรุนแรง
00:11:26 → 00:11:29ถึงขั้นเสียชีวิตนี้ี้ได้มั้ยคะจริงๆเอ่อ
00:11:29 → 00:11:31อัตราการเสียชีวิตของไข้หวดใหญ่เนี่ยดู
00:11:31 → 00:11:33ไม่สูงมากนะครับถ้าเกิดว่าเทียบกับโรค
00:11:33 → 00:11:36อื่นๆที่ผมกล่าวไปทั้งหมดเนี่ยนะครับไข้
00:11:36 → 00:11:38หวดใหญ่ในเด็กเนี่ยดูเสียชีวิตค่อนข้าง
00:11:38 → 00:11:41น้อยที่สุดถ้าเทียบกับโรคอื่นๆนะครับแต่
00:11:41 → 00:11:43ว่าไขหวดใหญ่ถ้าเกิดเด็กร่างกายไม่แข็ง
00:11:43 → 00:11:46แรงหรือว่ามีโรคประจำตัวเนี่ยมันอาจจะทำ
00:11:46 → 00:11:49ให้เป็นปอดอักเสบได้ซึ่งพรุกเอาจจะมีความ
00:11:49 → 00:11:52จำเป็นที่จะต้องนอนโรงพยาบาลแล้วก็ทำให้
00:11:52 → 00:11:54แบบต้องเสียเวลาต้องนอนโรงพยาบาลต้องใช้
00:11:55 → 00:11:58เวลาในการรักษาพอสมควรนะครับเอ่อแต่โรค
00:11:58 → 00:12:00อื่นๆนะครับที่ผมกล่าวไปนะนอกจากไขหวัด
00:12:00 → 00:12:02ใหญ่เนี่ยมันจะมีทั้งติดเชื้อทางเดินหาย
00:12:02 → 00:12:05ใจ rsv หรือว่าปอดบวมเองเนี่ยนะครับที่
00:12:05 → 00:12:06ติดเชื้อจากอย่างอื่นอย่างเช่นโรคที่เรา
00:12:06 → 00:12:08ฉีดวัคซีนได้อย่าง IPD หรืออะไรอย่าง
00:12:08 → 00:12:10เงี้ยนะครับที่เป็นปออักเสบพวกเนี้ยทำให้
00:12:11 → 00:12:13เสียชีวิตได้หมดนะครับก็ปัจจุบันถ้าเกิด
00:12:13 → 00:12:16พ่อแม่เห็นว่าลูกผิดปกติเนี่ยก็แนะนำให้
00:12:16 → 00:12:19มาเร็วหน่อยแล้วก็มาตรวจนะครับก็วิทยาการ
00:12:19 → 00:12:21ปัจจุบันเราก็รักษาได้ค่อนข้างดีอครับก็
00:12:21 → 00:12:24อัตราการเสียชีวิตดูไม่ค่อยสูงมากนักแต่
00:12:24 → 00:12:27โรคที่ยังห่วงอยู่แล้วก็มีการเสียชีวิต
00:12:27 → 00:12:29เรื่อยๆของประเทศไทยก็คือไข้เลือดออกค่ะ
00:12:29 → 00:12:33บางีเราดดูแลอย่างดีบางคไขเดออกมันก็ย
00:12:33 → 00:12:36ดำเนินโลกไปค่อนข้างรุนแรงนะจะเห็นว่าบาง
00:12:36 → 00:12:38ทีอยู่โรงพยาบาลที่ดูแลอย่างดีแล้วเหมือน
00:12:38 → 00:12:41ที่เป็นข่าวคนดังๆทั้งหลายเนี่ยบางทีก็
00:12:41 → 00:12:43ยังมีการเสียชีวิตอยู่เพราะฉะนั้นอันนี้
00:12:43 → 00:12:46ก็ให้ระวังไว้ด้วยคค่ะซึ่งเป็นความกังวล
00:12:46 → 00:12:49ใจของคนเป็นพ่อเป็นแม่เหมือนกันนะคะอย่าง
00:12:49 → 00:12:52อาจารย์หมอบอกว่าบางทีเราดูแลอย่างดีแต่
00:12:52 → 00:12:54ก็ยังเกิดขึ้นเงค่ะอย่างไขเลนออกซึ่ง
00:12:54 → 00:12:57ปัจจุบันเรามีวัคซีนในการป้องกันทั้ง
00:12:58 → 00:13:00เรื่องของโรคไเินออกแล้วก็ไข้หวัดใหญ่
00:13:00 → 00:13:02มั้ยคะอาจารย์ใช่ครับข้อดีของปัจจุบันนะ
00:13:02 → 00:13:04ผมว่าเราเกิดในยุคที่เรามีวัคซีนในการ
00:13:04 → 00:13:07ป้องกันโรคได้ค่อนข้างหลายหลายตัวมากเลย
00:13:07 → 00:13:09เนาะตั้งแต่ไข้หวัดใหญ่ไข้หวัดใหญ่นี่เรา
00:13:09 → 00:13:13มีวัคซีนมายาวนานมากละแต่ก็เป็นที่ทราบ
00:13:13 → 00:13:16กันอยู่แล้วว่าการฉีดวัคซีนไข้บดใหญ่อาจ
00:13:16 → 00:13:18จะไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อได้ 100% นะ
00:13:19 → 00:13:21ครับแต่เราก็ยังแนะนำให้ฉีดอยู่เพราะว่า
00:13:21 → 00:13:24เราพบว่าคนที่ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เนี่ย
00:13:24 → 00:13:27ทำให้อาการรุนแรงของโลกเนี่ยมันลดลงไปได้
00:13:27 → 00:13:30นะครับก็ยังแนะนำอยู่นะครับในทุกกลุ่ม
00:13:30 → 00:13:33อายุนะครับโดยเฉพาะในอ่ากลุ่มที่มีความ
00:13:33 → 00:13:35เสี่ยงสูงหน่อยในเด็กเล็กหรือเด็กในวัย
00:13:35 → 00:13:37เรียนเนี่ยซึ่งเขามีโอกาสที่จะได้รับ
00:13:37 → 00:13:39เชื้อค่อนข้างเยอะเวลาเขไปโรงเรียนเนี่ย
00:13:39 → 00:13:41กลุ่มพวกนี้ก็แนะนำให้ฉีดไข้หบัดใหญ่่ทุก
00:13:41 → 00:13:44ปีนะครับแต่ว่าก็ก็ให้ทราบแล้วกันนะครับ
00:13:44 → 00:13:47ว่าการฉีดวัคซีนไข้หบดใหญ่ก็อาจจะติด
00:13:47 → 00:13:50เชื้อได้อยู่นะครับแต่ว่ามันค่อนข้างทำ
00:13:50 → 00:13:53ให้เชื้อมันความรุนแรงของเชื้อเนี่ยลดลง
00:13:53 → 00:13:56ไปได้นะครับก็แนะนำให้ฉีดทุกปีได้ตั้งแต่
00:13:56 → 00:13:59เด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไปนะครับผู้ใหญ่แล้ว
00:13:59 → 00:14:02ก็ผู้สูงอายุก็แนะนำให้ฉีดเช่นเดียวกันนะ
00:14:02 → 00:14:04ครับส่วนไข้เลือดออกเนี่ยนะครับมันเป็น
00:14:04 → 00:14:07วัคซีนใหม่เนาะก่อนหน้าเเรามีวัคซีนไข้
00:14:07 → 00:14:10เลือดออกมาก่อนหน้านี้ละแล้วก็มันเป็น
00:14:10 → 00:14:12วัคซีนที่มีปัญหาตามที่เราทราบกันก็เลย
00:14:12 → 00:14:15การฉีดก็ค่อนข้างน้อยลงไปแต่วัคซีนให้เลด
00:14:16 → 00:14:18ออกที่มาตัวใหม่สำหรับปีที่ผ่านมาเนี่ย
00:14:18 → 00:14:21เป็นวัคซีนที่เป็นวัคซีนเชื้อเป็นที่อ่อน
00:14:21 → 00:14:24แรงเนี่ยนะครับแล้วก็มีความปลอดภัยสูงนะ
00:14:25 → 00:14:27ครับจากการศึกษาแล้วก็ป้องกันโรคได้ค่อน
00:14:27 → 00:14:30ข้างดีนะครับีได้ตั้งแต่อายุายุ 4 ปีจน
00:14:30 → 00:14:34ถึงอายุ 60 ปีนะครับก็ผู้ใหญ่ก็ฉีดได้หมด
00:14:34 → 00:14:37เลยไม่ว่าจะเคยติดไข้เลือดออกหรือเปล่า
00:14:37 → 00:14:40หรือว่าไม่เคยติดเชื้อไข้เลือดออกเนี่ยก็
00:14:40 → 00:14:43สามารถฉีดได้ทั้งหมดนะครับแล้วเราก็พบว่า
00:14:43 → 00:14:45การฉีดวัคซีนเนี่ยสามารถป้องกันโรคได้
00:14:45 → 00:14:48ประมาณสัก 80% แต่ป้องกันความรุนแรงของ
00:14:48 → 00:14:51โรคที่ต้องนอนโรงพยยาบาลเนี่ยได้ถึงมาก
00:14:51 → 00:14:54กว่า 90 95% ได้ค่อนข้างสูงทีเดียวนะ
00:14:54 → 00:14:57ครับเพราะฉะนั้นก็เป็นวัคซีนตัวนึงที่แนะ
00:14:57 → 00:15:00นำว่าให้ฉีดก็อันเนี้ยไข้เลือดออกเนี่ย
00:15:00 → 00:15:03ข้อดีของมันก็คือฉีดแค่ 2 เข็มแล้วก็จบ
00:15:03 → 00:15:05เลยก็ไม่ต้องกระตุ้นอะไรอีกนะครับ 2 เข็ม
00:15:05 → 00:15:08ก็คือ 1 เข็มแล้วก็อีก 3 เดือนถัดไปอีก 1
00:15:08 → 00:15:11เข็มแล้วก็ไม่ต้องกระตู้นตลอดชีวิตเลยใช่
00:15:11 → 00:15:13มันจะไม่เหมือนไข้บัดใหญ่ที่ต้องฉีดทุกปี
00:15:13 → 00:15:16นะครับอันนี้ก็แนนะนำเป็นวัคซีนอีกตัวนึง
00:15:16 → 00:15:18นะครับค่ะแล้วก็อีกอันนึงก็คือเด็กที่มี
00:15:19 → 00:15:22ความเสี่ยงสูงหรือเด็กบางคนที่เป็นโรคปอด
00:15:22 → 00:15:25โรคเ่อโรคหัวใจหรืออะไรอย่างเงี้ยอยู่
00:15:25 → 00:15:28แล้วนะครับเ่อที่เราแนะนำก็คือ IPD ก็คือ
00:15:28 → 00:15:31โเขวัคซีนเนี่ยก็คือแบคทีเรียตัวนึงซึ่ง
00:15:31 → 00:15:34แบคทีเรียตัวเนี้ยมันทำให้เกิดปอดอักเสบ
00:15:34 → 00:15:37ได้ทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือดได้ทำให้
00:15:37 → 00:15:40สมองอักเสบได้เห็นว่าเด็กเล็กที่บางคน
00:15:40 → 00:15:42เนี่ยก็จะได้ฉีดอยู่แล้วถึงไม่มีความ
00:15:42 → 00:15:44เสี่ยงก็ตามแต่ถ้าเด็กที่มีความเสี่ยงที่
00:15:44 → 00:15:46จะเป็นเ่ามีการติดเชื้อพวกนี้อย่างเช่น
00:15:46 → 00:15:49เด็กที่ปอดไม่ดีเป็นโรคปอดเรื้อรังหรือ
00:15:49 → 00:15:52เป็นโรคหัวใจเนี่ยก็ควรฉีด IPD นี้ด้วย
00:15:52 → 00:15:54เพราะว่า IPD เนี่ยเป็นสาเหตุหลักที่ทำ
00:15:54 → 00:15:57ให้เกิดปอดมวมแล้วก็เกิดเป็นแบคทีเรียที่
00:15:57 → 00:16:00ทำให้เกิดไข้สมองเสพได้นะคะก็ก็เป็นอัน
00:16:00 → 00:16:03ที่ควรจะฉีดเช่นเดียวกันนะครับค่ะก็ช่วง
00:16:03 → 00:16:06อายุจริงๆแล้วต้องบอกว่าคุณหมอก็จะแนะนำ
00:16:06 → 00:16:09อยู่แล้วเวลาเราไปหาหมอนะคะอย่างวัคซีน
00:16:09 → 00:16:11ที่อาจารย์พูดมาทั้งหมดประมาณ 3 ตัวนี้
00:16:11 → 00:16:13คือเป็นวัคซีนพื้นฐานที่เราสามารถไปฉีด
00:16:13 → 00:16:16ตามโรงพยาบาลได้ตามสิทธิ์ของเราเลยมั้ยคะ
00:16:16 → 00:16:19เอ่อวัคซีนผมเข้าใจว่าตอนนี้วัคซีนไข
00:16:19 → 00:16:22เลือดไขหวัดใหญ่นะครับอันเนี้ยเขาจะฉีด
00:16:22 → 00:16:24ให้เด็กกลุ่มเสี่ยงนะครับอาจจะไม่ได้ฉีด
00:16:24 → 00:16:27ได้ทุกคนจะมีผู้สูงอายุกับกลุ่มที่เด็ก
00:16:27 → 00:16:30ที่มีโรคประจำตัวเชเช่นโรคปอดโรคหอบอืด
00:16:30 → 00:16:32โรคหัวใจเนี่ยจะฉีดได้กับอีกกลุ่มนึงซึ่ง
00:16:32 → 00:16:35เขาจะประกาศเป็นระยะระะที่รัฐบาลได้ฉีด
00:16:35 → 00:16:38ฟรีก็คือเด็กเล็กอ่ะครับกลุ่มซักต่ำกว่า 5
00:16:38 → 00:16:41ขวบ 2 ขวบอะไรเงี้ยก็จะอนามัยเ้าก็จะ
00:16:41 → 00:16:44ประกาศฉีดไข้หวัดใหญ่อันนี้ก็ไปฉีดฟรีได้
00:16:44 → 00:16:46แต่ส่วนใหญ่ถ้าคนทั่วไปเนี่ยวัคซีนไข้บด
00:16:47 → 00:16:49ใหญ่ยังเป็นวัคซีนที่ต้องเสียเงินอยู่นะ
00:16:49 → 00:16:52ครับแต่ราคาโดยทั่วไปไม่ได้สูงมากนะครับ
00:16:52 → 00:16:55น่าจะไม่ถึง 1000 บาทต่อเข็มนะครับก็ก็
00:16:55 → 00:16:57ฉีดปีละครั้งอะไรอย่างเงี้ยนะครับอือย่าง
00:16:57 → 00:17:00น้อยๆก็ไปฉีดว่าอย่างที่อาจารย์หมอบอกว่า
00:17:00 → 00:17:03ถึงแม้จะไม่ได้ช่วยในการติดเชื้อแบบ 100%
00:17:03 → 00:17:05แต่ก็ช่วยให้เวลาเราติดเชื้อมาความรุนแรง
00:17:05 → 00:17:08ของอาการต่างๆมันก็จะลดลงใช่ใช่ช่วย
00:17:08 → 00:17:12บรรเทาอาการได้ค่ะทีนี้มาถึงคำแนะนำบ้าง
00:17:12 → 00:17:15ค่ะเพราะว่าในทุกๆวันผู้ปกครองก็ต้องส่ง
00:17:15 → 00:17:18ลูกหลานไปโรงเรียนซึ่งเราก็ไม่ทราบว่าแต่
00:17:18 → 00:17:21ละวันเนี่ยจะไปเจอเชื้อโรคหรือว่าติด
00:17:21 → 00:17:23เชื้อตัวไหนมาบ้างเนี่ยนะคะเราจะมีคำแนะ
00:17:23 → 00:17:25นำยังไงบ้างว่าจะให้ลูกหลานแล้วเนี่ยป้อง
00:17:25 → 00:17:28กันตัวเองยังไงบ้างคะอาจารย์จริงๆคำแนะนำ
00:17:28 → 00:17:30เรองป้องกันในเด็กเนี่ยเป็นเรื่องที่ดู
00:17:30 → 00:17:33ค่อนข้างยากเนาะเราจะพูดโดยทั่วไปก็คือ
00:17:33 → 00:17:37บอกว่าโอ้ยเด็กกินอาหารให้ครบ 5 หมู่แบบ
00:17:37 → 00:17:40กินอาหารสะอาดกินผักผลไม้เยอะๆเพื่อเพิ่ม
00:17:40 → 00:17:42วิตามินซีจะได้เป็นหวัดน้อยลงอะไรเงี้ย
00:17:42 → 00:17:45พูดตามทฤษฎีก็พูดได้เนาะออกกำลังกายขอให้
00:17:45 → 00:17:48เพอทำร่างกายให้แข็งแรงก็พูดได้แต่ว่า
00:17:48 → 00:17:50ความเป็นจริงมันคงอาจจะฟังดูไม่ง่ายนักทำ
00:17:50 → 00:17:53ยากนิดนึงใช่อาจจะทำยากนิดนึงก็คือพยายาม
00:17:53 → 00:17:55รักษาร่างกายลูกเราเนี่ยให้แข็งแรงนะแต่
00:17:55 → 00:17:58เด็กบางคนมันก็ตัวเเองเก็ติดหวัดได้บ่อย
00:17:59 → 00:18:02จริงๆอนะครับแล้วก็อื่นๆก็อาจจะปัจจุบัน
00:18:02 → 00:18:05เนี่ยเราให้สวมหน้ากากอนามัยก็จะพบว่า
00:18:05 → 00:18:07ช่วงที่แบบเด็กสวมหน้ากากอนมเยอะๆช่วง
00:18:07 → 00:18:09โควิดจะเห็นเด็กเป็นหวัดน้อยมากนะคะแต่
00:18:09 → 00:18:11ปัจจุบันเราเริ่มผ่อนคลายเยอะขึ้นก็จะ
00:18:11 → 00:18:13เห็นเด็กเริ่มกลับมาเป็นหวัดเหมือนเดิมละ
00:18:13 → 00:18:16หน้ากากน้มจริงๆก็ช่วยป้องกันการติดเชื้อ
00:18:16 → 00:18:18ทางเดินหายใจได้ได้ได้เป็นมีประสิทธิภาพ
00:18:18 → 00:18:21อันนึงนะครับอื่นๆก็อย่างเช่นการล้างมือ
00:18:21 → 00:18:24นะครับก็ช่วยได้ก็ช่วยป้องกันการติดเชื้อ
00:18:24 → 00:18:29ได้นะครับแต่ถ้าฟังดูเนี่ยดูดูดูทำได้ยาก
00:18:29 → 00:18:32สำเดูเยอะไปหมดเลยนะใช่เด็กเล็กนี่ดูแบบ
00:18:32 → 00:18:34โอให้เใส่หน้ากากตลอดเวลาก็ดูเป็นไปไม่
00:18:34 → 00:18:37ได้เลยให้ไปล้างมือแบบตลอดอย่างเงี้ยเรา
00:18:37 → 00:18:40จะไปคุมเขตอนอยู่โรงเรียนได้อย่างไรอะไร
00:18:40 → 00:18:42อย่างเงี้ยก็คงจะทำได้ยากนะครับผมแนะนำ
00:18:42 → 00:18:46อันนึงถ้าทำได้ก็คือฉีดวัคซีนเท่าที่ทำ
00:18:46 → 00:18:48ได้ก็คือวัคซีนที่มันควรจะต้องฉีดเราก็
00:18:48 → 00:18:51ควรจะต้องฉีดนะครับแล้วก็วัคซีนที่แนะนำ
00:18:51 → 00:18:54เพิ่มเติมเนี่ยสำหรับบางโรคสำหรับเด็กบาง
00:18:54 → 00:18:57คนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงอันนี้ก็น่าฉีดเพิ่ม
00:18:57 → 00:18:59เติมได้ก็จะช่วยป้องกันการบรรเทาไม่ให้
00:18:59 → 00:19:02โรคมันรุนแรงได้เช่นเดียวกันนะครับแล้วก็
00:19:02 → 00:19:04เด็กที่ป่วยเองนะครับเราก็อาจจะต้องมี
00:19:04 → 00:19:06ความรับผิดชอบต่อสังคมนิดนึงนะครับถ้า
00:19:06 → 00:19:08เกิดมีลูกพ่อแม่มีลูกที่ป่วยก็อาจจะต้อง
00:19:09 → 00:19:11แบบแยกนิดนึงก็อาจจะต้องให้งเรียนไม่งั้น
00:19:11 → 00:19:14ูก็แพร่กระจายในโรงเรียนเยอะใช่มก็อาจจะ
00:19:14 → 00:19:17ไปติดคนอื่นได้อีกนะก็จะทำให้ลูกหลานคน
00:19:17 → 00:19:19อื่นติดไปเพิ่มขึ้นในโรงเรียนใช่ค่ะอ่า
00:19:19 → 00:19:22ถ้าเออกแบบสรุปแบบทฤษฎีเลยนะคะอาจารย์ก็
00:19:22 → 00:19:26คือใส่หน้ากากล้างมืออ่าแล้วก็หมั่น
00:19:26 → 00:19:29สังเกตอาการของบุตหลานเราเองถ้าเกิดว่ามี
00:19:30 → 00:19:33อาการที่ซึมๆไปหรือว่ามีไข้เป็นหวัดก็ให้
00:19:33 → 00:19:36หยุดเรียนก่อนนะคะเพื่อจะได้ไม่แพร่ระบาด
00:19:36 → 00:19:39โรคนะคะรวมไปถึงวัคซีนอันนี้สำคัญจริงๆ
00:19:39 → 00:19:41ค่ะถ้าเกิดว่าฉีดได้ก็อยากจะให้ไปฉีด
00:19:42 → 00:19:45อย่างน้อยๆจะช่วยลดความรุนแรงของโรคได้นะ
00:19:45 → 00:19:48คะวันนี้ขอบพระคุณอาจารย์หมอค่ะครับ
00:19:48 → 00:19:53ขอบคุณครับยินดีมากครับ podcast f for
00:19:53 → 00:19:57เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มได้จากตัว
00:19:57 → 00:20:01เราอ