00:00:16 → 00:00:19สำหรับการใช้ยากลุ่มฮอร์โมนในสาวประเภทสองนะคะ
00:00:19 → 00:00:22ปัจจุบันยาที่ใช้เนี่ยก็จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักๆด้วยกันค่ะ
00:00:22 → 00:00:26ยากลุ่มแรกก็คือยาที่ออกฤทธิ์ในการต้านฮอร์โมนเพศชายค่ะ
00:00:26 → 00:00:30ยากลุ่มนี้เนี่ยก็จะใช้เพื่อช่วยทำให้ลักษณะของความเป็นชายเนี่ย
00:00:30 → 00:00:35ดูลดลงเช่นทำให้ขนที่ขึ้นตามบริเวณใบหน้าและลำตัวลดลง
00:00:35 → 00:00:38ช่วยลดขนาดของกล้ามเนื้อแขนขาให้ดูเล็กลง
00:00:38 → 00:00:40ส่วนยากลุ่มที่ 2 นะคะ
00:00:40 → 00:00:43ก็คือยาคุมที่ช่วยเพิ่มปริมาณของฮอร์โมนเพศหญิงค่ะ
00:00:43 → 00:00:46ก็คือฮอร์โมนเอสโตรเจนแล้วก็โปรเจสเตอโรน
00:00:46 → 00:00:47ยากลุ่มนี้เนี่ยก็จะใช้
00:00:47 → 00:00:51เพื่อช่วยทำให้ลักษณะของความเป็นหญิงเนี่ยดูเด่นชัดขึ้น
00:00:51 → 00:00:54เช่นการมีหน้าอกการมีสะโพกผาย
00:00:54 → 00:00:56หรือว่าการมีผิวที่เนียนละเอียดขึ้นค่ะ
00:00:57 → 00:00:58ปัจจุบันยาทั้ง 2 กลุ่มนี้เนี่ยค่ะ
00:00:58 → 00:01:01ก็พบมีการใช้ทั้งในรูปแบบของการทา
00:01:01 → 00:01:03การรับประทานแล้วก็รูปแบบฉีดค่ะ
00:01:04 → 00:01:07แล้วก็อาจจะพบผสมร่วมกันอยู่ในยาคุมกําเนิดยี่ห้อ
00:01:07 → 00:01:10ส่วนผลข้างเคียงที่พบได้จากการใช้ยา
00:01:10 → 00:01:13ไม่ว่าจะเป็นยาต้านฮอร์โมนเพศชาย
00:01:13 → 00:01:15หรือว่ายาเพิ่มฮอร์โมนเพศหญิงนั้นอ่ะค่ะ
00:01:15 → 00:01:17ก็จะแบ่งออกเป็นผลข้างเคียงระยะสั้น
00:01:18 → 00:01:19แล้วก็ผลข้างเคียงระยะยาวค่ะ
00:01:20 → 00:01:23ผลข้างเคียงระยะสั้นก็จะมีตั้งแต่ของอาการคลื่นไส้
00:01:23 → 00:01:27อาเจียน ปวดท้อง แล้วก็น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น
00:01:27 → 00:01:29สำหรับผลข้างเคียงระยะยาวอ่ะค่ะ
00:01:29 → 00:01:30จากการศึกษาก็พบว่า
00:01:30 → 00:01:32การใช้ฮอร์โมนเหล่าเนี่ยอ่ะค่ะ
00:01:32 → 00:01:36จะไปเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตันในปอด
00:01:36 → 00:01:38เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
00:01:38 → 00:01:40แล้วก็หลอดเลือดสมองอุดตัน
00:01:40 → 00:01:41โรคไขมันในเลือดสูง
00:01:42 → 00:01:43โรคความดันโลหิตสูง
00:01:44 → 00:01:45การทำงานของตับแย่ลง
00:01:45 → 00:01:49รวมไปถึงการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านมค่ะ
00:01:49 → 00:01:51ซึ่งผลข้างเคียงเหล่าเนี่ยอ่ะค่ะ
00:01:51 → 00:01:54ก็มักจะเกิดมาจากปัญหาของการใช้ยาทั้งสองกลุ่ม
00:01:54 → 00:01:56ในปริมาณที่มากเกินไป
00:01:56 → 00:01:58ในบางรายอ่ะค่ะอาจจะมีการใช้ยาแต่ละตัว
00:01:58 → 00:02:01ในปริมาณที่มากกว่าปกติหลายเท่า
00:02:01 → 00:02:05หรือว่าในบางรายเนี่ยก็อาจจะมีการใช้ยาที่ออกฤทธิ์ซ้ำๆกัน
00:02:05 → 00:02:07แต่ว่าต่างยี่ห้อในคราวเดียวกัน
00:02:07 → 00:02:10ซึ่งสิ่งเหล่าเนี่ยอ่ะค่ะก็จะยิ่งเป็นตัวที่เพิ่มความเสี่ยง
00:02:10 → 00:02:12ต่อการเกิดผลข้างเคียงให้มากขึ้น
00:02:12 → 00:02:15หมอจึงแนะนำว่าก่อนการเริ่มใช้ยาอ่ะค่ะ
00:02:15 → 00:02:18ก็ควรจะเข้ารับเข้าการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนนะคะ
00:02:18 → 00:02:20แล้วก็อาจจะต้องตรวจร่างกาย
00:02:20 → 00:02:23แล้วก็เจาะเลือดเพื่อดูแลสุขภาพพื้นฐานของคนไข้
00:02:23 → 00:02:25เพราะว่าในคนไข้แต่ละคนนะคะ
00:02:25 → 00:02:28ก็ต้องการปริมาณของยาฮอร์โมนที่ไม่เท่ากัน
00:02:28 → 00:02:30รวมไปถึงความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียง
00:02:30 → 00:02:33ในคนไข้แต่ละรายและก็ไม่เท่ากันอีกด้วยค่ะ
00:02:33 → 00:02:36หรือในคนที่ใช้ยาทั้ง 2 กลุ่มนี้อยู่แล้วนะคะ
00:02:36 → 00:02:38หมอแนะนำว่าก็ควรที่จะไปตรวจสุขภาพ
00:02:38 → 00:02:41แล้วก็เจาะเลือดเป็นประจำทุกๆ 3-6 เดือนนะคะ
00:02:41 → 00:02:43เพื่อที่จะได้ปรับระดับของยา
00:02:44 → 00:02:47แล้วก็ช่วยป้องกันความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังที่อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ