00:00:00 → 00:00:03รู้จักโรคโคลนการอักเสบของระบบทางเดิน
00:00:03 → 00:00:07อาหารปวดท้องท้องร่วงเรื้อรังต้องระวัง
00:00:07 → 00:00:11โรคโคลนพัฒนาเป็นมะเร็งลำไส้กินผักผลไม้
00:00:11 → 00:00:15อะไรดีเป็นมิตรต่อลำไส้ช่วยระบบย่อยอาหาร
00:00:15 → 00:00:18ทำงานได้ดีติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ใน
00:00:18 → 00:00:22รายการ TNN Health วัน
00:00:22 → 00:00:24[เพลง]
00:00:24 → 00:00:27นี้สวัสดีค่ะขอต้อนรับเข้าสู่รายการ tn
00:00:27 → 00:00:30and Health เข้าถึงทุกสาระสุขภาพเสริม
00:00:30 → 00:00:33ภูมิคุ้มกันรู้ทันโรคไปกับ TNN Health
00:00:33 → 00:00:36ค่ะและดิฉันหมอดาวแพทย์หญิงฉัดาวจังวังกร
00:00:36 → 00:00:39แพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ครอบครัวพร้อม
00:00:39 → 00:00:42ที่จะรับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการพาคุณ
00:00:42 → 00:00:46ผู้ชมมาเข้าถึงทุกสาระสุขภาพ
00:00:46 → 00:00:53[เพลง]
00:00:53 → 00:00:56กันถ้าคุณผู้ชมมีอาการท้องเสียเรื้อรังนะ
00:00:56 → 00:01:00คะโดยที่อาการนั้นเป็นมากกว่า 2 สัปดาห์
00:01:00 → 00:01:03ค่ะได้รับการรักษาแบบภาวะลำไส้อักเสบ
00:01:03 → 00:01:06เฉียบพลันแล้วก็ไม่ดีขึ้นโดยที่อาการนะคะ
00:01:06 → 00:01:09มีการถ่ายอุจจาระค่ะเป็นมูกมีเลือดป่นนะ
00:01:09 → 00:01:13คะรวมไปถึงว่ามีอาการปวดท้องแบบแปลกๆด้วย
00:01:13 → 00:01:17ภาวะนี้อาจจะบ่งว่าคุณผู้ชมเป็นโรคลำไส้
00:01:17 → 00:01:20อักเสบหรือรังซึ่งหนึ่งในนั้นก็จะมีโรค
00:01:20 → 00:01:23คือโรคกลุ่มโคลนนั่นเองค่ะหลายคนอาจจะไม่
00:01:23 → 00:01:28คุณชื่อกับชื่อโรคนี้โรคโคนหรือโน disease
00:01:28 → 00:01:31คือโรคที่มีการอักเสบเรื้อังภายในระบบทาง
00:01:31 → 00:01:33เดินอาหารตั้งแต่กระเพาะอาหารลำไส้เล็ก
00:01:33 → 00:01:37และลำไส้ใหญ่รวมถึงบริเวณทวารหนักทำให้
00:01:37 → 00:01:40เกิดอาการท้องเสียปวดท้องสามารถทำให้ลำ
00:01:40 → 00:01:44ไส้ตีบและลำไส้ทะลุได้กลุ่มโรคที่มีการ
00:01:44 → 00:01:47อักเสบของทางเดินอาหารพบในกลุ่มคนผิวขาว
00:01:47 → 00:01:51หรือชาวตะวันตกมากกว่าคนเอเชียพบได้ทุก
00:01:51 → 00:01:54ช่วงอายุแต่มักจะพบมากในช่วงอายุระหว่าง
00:01:54 → 00:01:5815-40 ปีซึ่งจำแนกได้เป็น 2 โรคคือโรคลำ
00:01:58 → 00:02:01ไส้ใหญ่อักเสบเรืรังหรือ ulcerative
00:02:01 → 00:02:04colitis เกิดจากการอักเสบเรื้อรังบริเวณ
00:02:04 → 00:02:07ลำไส้ใหญ่เป็นหลักการอักเสบอาจทำให้ลำไส้
00:02:07 → 00:02:10เป็นแผลแต่จะลุกลามเฉพาะเนื้อเยื่อชั้น
00:02:10 → 00:02:14ตื้นๆเช่นชั้นเยื่อบุลำไส้โดยการอักเสบ
00:02:14 → 00:02:18เริ่มจากทวารหนักย้อนขึ้นไปอาจจะลุกลำสูง
00:02:18 → 00:02:21ขึ้นไปเท่าใดก็ได้แล้วแต่ความรุนแรงของ
00:02:21 → 00:02:25โรคพบได้เท่าๆกันทั้งในผู้ชายและผู้หญิง
00:02:25 → 00:02:28โรคโคนเป็นโรคที่พบการอักเสบเรื้อรังได้
00:02:28 → 00:02:31ในทุกส่วนของระบบทางเดินอาหารตั้งแต่ช่อง
00:02:31 → 00:02:35ปากหลอดอาหารกระเพาะอาหารลำไส้เล็กลำไส้
00:02:35 → 00:02:38ใหญ่และทวาหนักแต่มักพบมากที่ส่วนปลายของ
00:02:38 → 00:02:41ลำไส้เล็กและส่วนต้นของลำไส้ใหญ่การ
00:02:41 → 00:02:44อักเสบอาจลึกลงถึงชั้นกล้ามเนื้อหรือทะลุ
00:02:44 → 00:02:48ออกนอกลำไส้ได้จึงทำให้โรคโคลนมีภาวะแทรก
00:02:48 → 00:02:52ซ้อนที่ต่างกับโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเรือรัง
00:02:52 → 00:02:56และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายในปัจจุบันนะ
00:02:56 → 00:03:00คะเราพบว่าคนเอเชียรวมถึงคนไทยค่ะมีวิถี
00:03:00 → 00:03:02ชีวิตนะคะที่เปลี่ยนแปลงไปคล้ายกับชาว
00:03:03 → 00:03:06ตะวันตกมากขึ้นโดยเฉพาะการรับประทานอาหาร
00:03:06 → 00:03:09นั่นหมายถึงว่าทำให้ความเสี่ยงในการที่จะ
00:03:09 → 00:03:12เกิดโรคโคลนนั้นเป็นมากขึ้นและที่น่ากลัว
00:03:12 → 00:03:15นะคะคุณผู้ชมก็คือว่าอุบัติการณ์ของ
00:03:15 → 00:03:18มะเร็งลำไส้ใหญ่นั้นจะเพิ่มขึ้นถึง 30
00:03:18 → 00:03:22เท่าหากคนนั้นๆนะคะเป็นโรคโคลนค่ะ
00:03:22 → 00:03:28สนับสนุนโดยแอปหมอดีหมอประจำบ้านในมือ
00:03:28 → 00:03:32คุณในช่วงนี้เราจะพาคุณผู้ชมมาพูดคุยใน
00:03:32 → 00:03:35เรื่องเจาะลึกกับโรคโคลนกันกับแพทย์ผู้
00:03:35 → 00:03:38เชี่ยวชาญค่ะจากแอปพลิเคชันหมอดีไปติดตาม
00:03:38 → 00:03:40รับชมกัน
00:03:40 → 00:03:49[เพลง]
00:03:49 → 00:03:52ค่ะสวัสดีค่ะอาจารย์ขอเริ่มที่คำถามข้อ
00:03:53 → 00:03:56แรกเลยนะคะอาจารย์ขาโรคโคลนนั้นคืออะไรคะ
00:03:56 → 00:03:59เพราะจริงๆแล้วเนี่ยเราคนไทยจะไม่คุนชื่อ
00:03:59 → 00:04:02โรคนี้เลยเลยค่ะโรคโคลนน่ะค่ะลำไส้โคลน
00:04:02 → 00:04:04เนี่ยก็คือโรคที่มีการอักเสบเรื้อรังของ
00:04:04 → 00:04:07ระบบทางเดินอาหารไล่ไปตั้งแต่กระเพาะ
00:04:07 → 00:04:11อาหารลำไส้เล็กลำไส้ใหญ่จนถึงทวารหนัก
00:04:11 → 00:04:14ซึ่งการอักเสบเนี่ยมักจะลงลึกทำให้คนไข้
00:04:14 → 00:04:17เนี่ยอาจจะมีอาการได้ตั้งแต่ปวดท้องท้อง
00:04:17 → 00:04:21เสียถ่ายเป็นเลือดนะคะซึ่งการที่เกิดโรค
00:04:21 → 00:04:24เนี้ยจะก่อให้เกิดผลเสียทางด้านสุขภาพรวม
00:04:24 → 00:04:27ถึงจิตใจและอารมณ์และก็คุณภาพชีวิตของคน
00:04:27 → 00:04:30ไข้ด้วยอาจารย์คะแล้วอุบัติการณ์ของคนที่
00:04:30 → 00:04:33เกิดโรคโคลนทั่วโลกรวมถึงคนไทยเป็นอย่าง
00:04:33 → 00:04:38ไรบ้างคะส่วนอุบัติกาเนี่ยในอเมริกาค่ะนะ
00:04:38 → 00:04:40ประชากรประมาณ 100,000 คนเนี่ยเราจะพบโรค
00:04:40 → 00:04:44เนี้ยประมาณ 200 คนนะจากการคาดประมาณตอน
00:04:44 → 00:04:46นี้เราพบว่าประชากรอเมริกันเนี่ยเป็นโรค
00:04:46 → 00:04:49นี้ประมาณครึ่งล้านคนแล้วเราพบว่าโรคเ
00:04:49 → 00:04:51เนี่ยมีอุบัติกาการเกิดใหม่เนี่ยที่เพิ่ม
00:04:51 → 00:04:55ขึ้นเรื่อยๆทั่วโลกเลยรวมถึงเอเชียแล้วก็
00:04:55 → 00:04:58ประเทศไทยด้วยค่ะอาจารย์ขาแล้วโรคโคลนมี
00:04:58 → 00:05:01สาเหตุจากอะไรใครเป็นกลุ่มเสี่ยงบ้างคะ
00:05:01 → 00:05:03จริงๆแล้วหลักเอ่อสาเหตุของโรคโคลนใน
00:05:03 → 00:05:05ปัจจุบันเนี่ยเรายังไม่ทราบถึงปัจจัย
00:05:05 → 00:05:08เสี่ยงของโรคอย่างชัดเจนแต่ก็มีการศึกษา
00:05:08 → 00:05:12ที่ทบว่ามีปัจจัยบางอย่างที่อาจเป็นตัวทำ
00:05:12 → 00:05:14ให้เกิดภาวะโคลนรวมถึงปัจจัยเหล่าเนี้อาจ
00:05:14 → 00:05:17จะกระตุ้นทำให้ตัวโคลนเนี่ยเป็นมากขึ้น
00:05:17 → 00:05:19ปัจจัยเหล่านี้ได้แก่ปัจจัยอะไรได้บ้างก็
00:05:19 → 00:05:22คือปัจจัยที่ 1 อันนี้ที่สำคัญที่สุดคือ
00:05:22 → 00:05:26ปัจจัยของระบบภูมิคุ้มกันค่ะคนไข้ผู้ป่วย
00:05:26 → 00:05:30โรคเนี้เนี่ยจะมีการระบบกระตุ้นระบบภูมิ
00:05:30 → 00:05:32คุ้มกันเนี่ยที่มากผิดปกติอย่างต่อเนื่อง
00:05:32 → 00:05:35แล้วก็เรื้อรังนะคะเช่นถ้าเมื่อเกิดการ
00:05:35 → 00:05:37ติดเชื้อเนี่ยผู้ป่วยโรคเนี้ยก็จะกระตุ้น
00:05:37 → 00:05:40ระบบภูมิคุ้มกันมาทำลายเชื้อโรคแต่หากมี
00:05:40 → 00:05:43การกระตุ้นมากเกินไปเนี่ยก็จะทำลายเซลล์
00:05:43 → 00:05:45เนื้อเยื่อของระบบทางเดินอาหารด้วยก็จะ
00:05:45 → 00:05:48ก่อให้เกิดโรคและมีอาการแสดงของโรคตามมา
00:05:48 → 00:05:51ปัจจัยอื่นๆก็เช่นอายุค่ะโรคนี้เนี่ยพบ
00:05:51 → 00:05:54ได้บ่อยในคนไข้ที่อายุประมาณสัก 30 กว่า
00:05:54 → 00:05:57ปีนอกจากนี้เนี่ยเชื้อชาติและพันธุกรรมก็
00:05:57 → 00:06:00เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคนี้ได้โรค
00:06:00 → 00:06:03นี้พบได้บ่อยในชาวตะวันตกมากกว่าชาวตะวัน
00:06:03 → 00:06:06ออกและหากมีปัจจัยที่เป็นพันธุกรรมเช่นมี
00:06:06 → 00:06:09คนในครอบครัวเป็นโรคลำไส้โคลนคนไข้เหล่า
00:06:09 → 00:06:11นั้นก็จะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคลำ
00:06:11 → 00:06:14ไส้โคลนขึ้นมาด้วยปัจจัยอื่นๆก็จะเป็น
00:06:14 → 00:06:16ปัจจัยเรื่องอาหารและความเครียดถึงแม้ข้อ
00:06:16 → 00:06:19มูลในปัจจุบันน่ะค่ะอาหารและความเครียด
00:06:19 → 00:06:20เนี่ยไม่ได้เป็นปัจจัยโดยตรงที่ทำให้เกิด
00:06:21 → 00:06:24โรคแต่ก็มีรายงานว่าปัจจัยจากอาหารและ
00:06:24 → 00:06:26ความเครียดเนี่ยสามารถกระตุ้นให้ตัวโรค
00:06:26 → 00:06:29เป็นมากขึ้นนอกจากนี้ภาวะสูบุหรี่ค่ะการ
00:06:29 → 00:06:32สูบบุหรี่เนี่ยมีข้อมูลชัดเจนว่าทำให้
00:06:32 → 00:06:35เอ่อมีโอกาสทำให้เกิดโรคได้มากขึ้นและทำ
00:06:35 → 00:06:38ให้ตัวโรคนั้นกำเริบเป็นมากขึ้นได้ด้วย
00:06:38 → 00:06:42สุดท้ายคือยาค่ะก็คือยาลดการอักเสบที่ไม่
00:06:42 → 00:06:45ใช่กลุ่มสเตียรอยด์เช่นกลุ่มไดโคไอบูเฟน
00:06:45 → 00:06:47หรือว่านาพรอกเซนค่ะอันนี้ก็มีรายงานว่า
00:06:47 → 00:06:50จะเป็นตัวนึงที่กระตุ้นทำให้ตัวโรคกำเริบ
00:06:50 → 00:06:54มากขึ้นได้อาจารย์ขาโรคโคลนนั้นมีอาการ
00:06:54 → 00:06:56อย่างไรคะแล้วเราจะสังเกตอาการตัวเองได้
00:06:56 → 00:06:59อย่างไรคะโคลนเกิดจากการอักเสบใช่มั้ยคะ
00:06:59 → 00:07:01ตั้งแต่กระเพาะจนนถึงทวารหนักซึ่งการ
00:07:01 → 00:07:04อักเสบเนี่ยอาจจะเกิดเฉพาะที่ก็ได้หรือ
00:07:04 → 00:07:07ว่าเกิดหลายๆตำแหน่งในทางเดือนอาหารก็ได้
00:07:07 → 00:07:10ดังนั้นเนี่ยอาการแสดงของโรคโคนเนี่ยมัน
00:07:10 → 00:07:13เลยมีความหลากหลายกันหลากหลายในแต่ละคนนะ
00:07:13 → 00:07:16ในระยะเริ่มต้นอาการอาจจะเป็นน้อยๆหรือ
00:07:16 → 00:07:19ว่าปานกลางนะคะแล้วก็มีบางช่วงของโรคที่
00:07:19 → 00:07:22สงบจนดูเหมือนเขาหายเป็นปกติเลยไม่มี
00:07:22 → 00:07:25อาการอะไรเลยแต่หากการดำเนินโรคผ่านไปมาก
00:07:25 → 00:07:28เรื่อยมากขึ้นก็อาจจะเกิดการภาวะที่เรียก
00:07:28 → 00:07:31ว่าการอักเสบแบบเฉียบพลันพวกนี้ก็อาจจะมี
00:07:31 → 00:07:35อาการปวดท้องท้องเสียมีไข้มีไถยเป็นเลือด
00:07:35 → 00:07:37หรือว่าตรวจว่าเลือดจางได้หากการเกิดโรค
00:07:38 → 00:07:40เนี่ยเกิดตั้งแต่เด็กๆก็อาจจะทำให้เด็ก
00:07:40 → 00:07:43เหล่านั้นเนี่ยมีพัฒนาการที่ช้าลงพอระยะ
00:07:43 → 00:07:47ของโรคผ่านไปเรื่อยๆคนไข้ก็อาจจะเกิดภาวะ
00:07:47 → 00:07:50แทรกซ้อนของภาวะลำไส้โคลนซึ่งก็คือลำไส้
00:07:50 → 00:07:53อุตันลำไส้ทะลุหรือเกิดเป็นแผลฝีหนองรอบ
00:07:53 → 00:07:56ทวารหนักรวมทั้งอาจจะเกิดภาวะทุก์
00:07:56 → 00:07:59โภชนาการนอกจากนี้เนี่ยภาวะลำไส้ครโน
00:07:59 → 00:08:01เนี่ยยังเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง
00:08:01 → 00:08:03ลำไส้ได้ด้วยค่ะโรคโคนมันเป็นโรกลำไส้
00:08:03 → 00:08:06อักเสบเรื้อรังจริงๆอาการมาได้หลากหลาย
00:08:06 → 00:08:09เลยตั้งแต่มีอาการปวดท้องเป็นๆหายๆท้อง
00:08:09 → 00:08:13เสียเป็นๆหายๆถ่ายเป็นเลือดเป็นๆหายๆตรวจ
00:08:13 → 00:08:16เจอว่ามีเรื่องซีดเป็นเป็นหายๆพวกเนี้ย
00:08:16 → 00:08:18จริงๆแล้วมันมีอาการปะปนกับภาวะอื่นซึ่ง
00:08:18 → 00:08:21ถากมีอาการเหล่าเนี้ยเราจำเป็นต้องไปตรวจ
00:08:21 → 00:08:24เพื่อวินิจฉัยาแยกโรคว่าเป็นโรคอื่นๆหรือ
00:08:24 → 00:08:26ว่าจริงๆแล้วเราเป็นลำไส้โคลนอาจารย์ขา
00:08:27 → 00:08:29แล้วเราจะวินิจฉัยอย่างไรในฐานะที่เป็น
00:08:29 → 00:08:32คุณหมออ่ะค่ะว่าคนไข้คนนี้เป็นโรคโคลนคะ
00:08:32 → 00:08:35คือการวินิจฉัยภาวะลำไส้โคลนเนี่ยจำเป็น
00:08:35 → 00:08:39ต้องได้ชิ้นเนื้อจากเยื่อบุลำไส้นะคะโดย
00:08:39 → 00:08:41การส่องกล้องแต่ว่าก่อนที่จะไปถึงขั้นตอน
00:08:41 → 00:08:43การส่องกล้องเนี่ยค่ะเราก็จะมีวิธีการ
00:08:44 → 00:08:46ตรวจทางห้องปฏิบัติการเบื้องต้นก่อนเช่น
00:08:46 → 00:08:50การตรวจเลือดเพื่อดูว่ามีการติดเชื้อมยมี
00:08:50 → 00:08:52การอักเสบในเลือดหรือเปล่ารวมถึงมีการ
00:08:52 → 00:08:55เก็บอุจจาระดูว่ามีเม็ดเล็ดขาวมยมีติด
00:08:55 → 00:08:58เชื้อมยหรือว่ามีโปรตีนของการอักเสบเกิด
00:08:58 → 00:08:59ขึ้นหรือเปล่า
00:08:59 → 00:09:01นะคะอันนี้ก็จะเป็นการตรวจเบื้องต้นที่
00:09:01 → 00:09:04บ่งบอกถึงมีการอักเสบในร่างกายหลังจาก
00:09:04 → 00:09:07นั้นเนี่ยการเอาชิ้นเนื้อจากการส่องกล้อง
00:09:07 → 00:09:09เนี่ยก็ยังถือเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็น
00:09:09 → 00:09:12ในการวินิจฉัยโรคนี้นะคะโดยการส่องกล้อง
00:09:12 → 00:09:14เนี่ยเราจะใช้เป็นสายยางขนาดเล็กๆเท่า
00:09:14 → 00:09:17นิ้วก้อยหมอเนี่ยค่ะโดยปลายสายยางเนี่ยจะ
00:09:17 → 00:09:19มีกล้องนะคะแล้วเราก็จะมีช่องเล็กๆสำหรับ
00:09:20 → 00:09:22ใส่อุปกรณ์เข้าไปหยิบจับชิ้นเนื้อเพื่อมา
00:09:22 → 00:09:25ตรวจนะคะแต่หากอาการรุนแรงมากขึ้นแล้วเรา
00:09:25 → 00:09:28สงสัยว่าจะเกิดภาวะแทรกซ้อนเช่นลำไส้ทะลุ
00:09:28 → 00:09:30อันนี้อาจจะจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัย
00:09:30 → 00:09:33โดยการทำ xray คอมพิวเตอร์นะคะก็จะสามารถ
00:09:33 → 00:09:37วินิจฉัยโรคได้แล้วก็จะสามารถดูพยาธิสภาพ
00:09:37 → 00:09:40ของเนื้อลำไส้แลก็บริเวณเนื้อเยื่อรอบๆ
00:09:40 → 00:09:43ได้ดีขึ้นค่ะอาจารย์คะแล้วเพราะอะไรคะถ้า
00:09:43 → 00:09:45เป็นโรคโคลนแล้วจะมีความเสี่ยงเป็นมะเร็ง
00:09:45 → 00:09:48ลำไส้ใหญ่คะเพราะว่าโรคลำไส้โคลนเกิดจาก
00:09:48 → 00:09:51โรคที่เกิดจากการอักเสบของบริเวณผนังลำ
00:09:51 → 00:09:54ไส้งั้นเมื่อมีการอักเสบของผนังลำไส้อยู่
00:09:54 → 00:09:57เรื่อยๆอ่ะค่ะมันก็จะก่อให้เกิดการบาด
00:09:57 → 00:09:59เจ็บนะเมื่อมีการบาดเจ็บก็ก็อาจจะก่อให้
00:09:59 → 00:10:02เกิดภาวะเกิดติ่งเนื้อเนื้องอกเพิ่มมาก
00:10:02 → 00:10:04ขึ้นในลำไส้ได้ซึ่งตัวติ่งเนื้อเนื้องอก
00:10:05 → 00:10:07ในลำไส้เนี่ยแหละค่ะมักจะเป็นจุดต้น
00:10:07 → 00:10:10กำเนิดของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่คนไข้ที่
00:10:10 → 00:10:12เป็นลำไส้โคลนน่ะค่ะเพิ่มความเสี่ยงของ
00:10:12 → 00:10:16การเป็นมะเร็งลำไส้นะปกติแล้วเนี่ยเพิ่ม
00:10:16 → 00:10:19ประมาณ 1.5 เท่าของคนปกติดังนั้นคนไข้ที่
00:10:19 → 00:10:21เป็นโรคลำไส้โคนเนี่ยจะได้รับการตรวจ
00:10:21 → 00:10:25วินิจฉัยและคัดกรองมะเร็งลำไส้เนี่ยที่
00:10:25 → 00:10:28ถี่มากกว่าประชากรทั่วไปโดยทั่วไปเรา 5
00:10:28 → 00:10:31ปีหรือว่า 5 ถ 10 ปี 2 กล้องครั้งนึงใช่ม
00:10:31 → 00:10:32คะแต่ถ้าเป็นลำไส้โคลนเนี่ยเราอาจจะ
00:10:32 → 00:10:34จำเป็นต้องตรวจถี่มากกว่านั้นเพราะว่า
00:10:34 → 00:10:37เพิ่มความเสี่ยงประมาณ 1.5 เท่าอาจารย์คะ
00:10:37 → 00:10:40แล้วโรคโคลนเนี่ยรักษาได้อย่างไรคะถึงแม้
00:10:41 → 00:10:44ในปัจจุบันการใช้ยายังไม่สามารถรักษาโรค
00:10:44 → 00:10:47โคลนให้หายขาดได้แต่ว่าการใช้ยาเนี่ยค่ะ
00:10:47 → 00:10:51มันสามารถที่จะควบคุมตัวโรคให้สงบได้คน
00:10:51 → 00:10:53ไข้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอยู่กับโรคลำไส้
00:10:53 → 00:10:57โคลนได้ซึ่งในเอ่อเทคโนโลยีปัจจุบันเนี่ย
00:10:57 → 00:10:59มันมีความรู้องค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง
00:10:59 → 00:11:02ยาและการผ่าตัดที่พัฒนาขึ้นไปอย่างมากการ
00:11:02 → 00:11:04รักษาด้วยยาเนี่ยเริ่มต้นตั้งแต่การใช้ยา
00:11:04 → 00:11:06ต้านการอักเสบที่เราเรียกว่ากลุ่ม
00:11:06 → 00:11:09สเตียรอยด์รวมถึงจึงมียากดภูมิแล้วก็ยา
00:11:09 → 00:11:13ชีววัตถุมุ่งเป้าที่ไปตอบสนองต่อระบบภูมิ
00:11:13 → 00:11:16คุ้มกันของแต่ละคนน่ะนะคะนอกจากนี้เนี่ย
00:11:16 → 00:11:18ยังมียารักษาตามอาการด้วยไม่ว่าจะเป็นยา
00:11:18 → 00:11:22บรรเทาอาการปวดท้องยาบรรเทาอาการท้องเสีย
00:11:22 → 00:11:24หากคนไข้ถ่ายเป็นเลือดแล้วมีเลือดจางก็มี
00:11:24 → 00:11:27ยาบำรุงเลือดเพื่อช่วยทำให้อาการของคนไข้
00:11:27 → 00:11:30ดีขึ้นแต่หากว่ารักษาด้วยาไม่ดีขึ้นหรือ
00:11:30 → 00:11:33คนไข้เริ่มมีภาวะแทรกซ้อนเช่นลำไส้ทะลุลำ
00:11:33 → 00:11:36ไส้อุตันอันนี้อาจจะมีความจำเป็นที่ต้อง
00:11:36 → 00:11:38ใช้การผ่าตัดเข้ามาช่วยรักษาในผู้ป่วย
00:11:38 → 00:11:41กลุ่มนี้นอกจากนี้เนี่ยการดูแลเรื่อง
00:11:41 → 00:11:43อาหารก็เป็นสิ่งที่สำคัญในผู้ป่วยกลุ่ม
00:11:43 → 00:11:45นี้อนะคะอย่างที่กล่าวไปแล้วว่าอาหาร
00:11:45 → 00:11:47เนี่ยอาจจะไม่ได้เป็นปัจจัยตัวที่ทำให้
00:11:48 → 00:11:50เกิดโรคแต่ว่าอาหารบางชนิดเนี่ยอาจจะ
00:11:50 → 00:11:53กระตุ้นทำให้ตัวโรคเยเป็นมากขึ้นดังนั้น
00:11:53 → 00:11:56เนี่ยจึงแนะนำให้คนไข้เนี่ยจดบันทึกอาหาร
00:11:56 → 00:11:58แล้วสังเกตกินอะไรแล้วทำให้ตัวโรคเป็นมาก
00:11:58 → 00:12:00มากขึ้นกินอะไรแล้วปวดท้องกินอะไรแล้วะ
00:12:00 → 00:12:03ท้องเสียและให้จำอาหารชนิดนั้นและหลีก
00:12:03 → 00:12:06เลี่ยงอาหารประเภทนั้นๆนอกจากนี้เนี่ยยัง
00:12:06 → 00:12:08แนะนำให้คนไข้กลุ่มที่เป็นลำไส้โคนเนี่ย
00:12:08 → 00:12:11ดื่มน้ำเยอะๆอย่างน้อย 2 ลิตรต่อวันเพิ่ม
00:12:11 → 00:12:14ปริมาณการรับประทานผักผลไม้ลดการรับ
00:12:14 → 00:12:17ประทานอาหารประเภทของมันของทอดรวมถึงไข
00:12:17 → 00:12:20มันประเภทไขมันอิ่มตัวหรือไขมันทรานซ์นอก
00:12:20 → 00:12:23จากนี้เนี่ยยังแนะนำให้เพิ่มการออกกำลัง
00:12:23 → 00:12:26กายและผู้ป่วยกลุ่มนี้จำเป็นต้องหยุดสูบ
00:12:26 → 00:12:28บุหรี่ค่ะอาจารย์คะแล้วอย่างที่ที่
00:12:29 → 00:12:30อาจารย์บอกว่าโรคโคลนเนี่ยเป็นโรคกลุ่ม
00:12:31 → 00:12:34ของลำไส้ใหญ่อักเสบเราจะมีวิธีการป้องกัน
00:12:34 → 00:12:37ได้อย่างไรบ้างคะมีวิธีการหลายวิธีที่จะ
00:12:37 → 00:12:40ทำให้เราห่างไกลจากโรคโคลนและทำให้ลำไส้
00:12:40 → 00:12:42เรามีสุขภาพที่ดีขึ้นนะพฤติกรรมในเรื่อง
00:12:42 → 00:12:45ของอาหารเป็นสิ่งที่สำคัญนะคะแนะนำให้
00:12:45 → 00:12:47ดื่มน้ำเนาะอย่างน้อย 2 ลิตรต่อวันจะทำ
00:12:47 → 00:12:50ให้สุขภาพลำไส้เราดีขึ้นหมอแนะนำให้ทาน
00:12:50 → 00:12:53อาหารที่มีไฟเบอร์เพิ่มมากขึ้นไม่ว่าจะ
00:12:53 → 00:12:55เป็นผักหรือผลไม้ที่เพิ่มมากขึ้นหลีก
00:12:55 → 00:12:58เลี่ยงอาหารประเภทของมันๆของทอดๆเปลี่ยน
00:12:58 → 00:13:00ไปเป็นเป็นต้มเปลี่ยนไปเป็นนึ่งแทนหลีก
00:13:00 → 00:13:03เลี่ยงอาหารประเภทไขมันอิ่มตัวสูงหรือว่า
00:13:03 → 00:13:06กลุ่มไขมันทรานซ์นะคะหลีกเลี่ยงการดื่ม
00:13:06 → 00:13:09แอลกอฮอล์หยุดสูบบุหรี่และสุดท้ายการออก
00:13:09 → 00:13:12กำลังกายเเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้เรา
00:13:12 → 00:13:15ห่างไกลจากโรคลำไส้โคลนและทำให้ลำไส้เรา
00:13:15 → 00:13:19แข็งแรงขึ้นค่ะค่ะขอขอบพระคุณอาจารย์หมอ
00:13:19 → 00:13:22นะคะจากแอปพลิเคชันหมอดีค่ะที่มาให้ความ
00:13:22 → 00:13:25รู้ความเข้าใจในเรื่องของโรคโคลนกัน
00:13:25 → 00:13:31สนับสนุนโดยแอปหมอดีหมอประจำบ้านในมือ
00:13:31 → 00:13:35คุณก่อนที่เราจะไปทราบกันนะคะว่าผักผลไม้
00:13:35 → 00:13:37อะไรที่เป็นมิตรกับลำไส้มารู้กันดีกว่า
00:13:37 → 00:13:41ค่ะว่าถ้าเราเป็นลำไส้อักเสบแล้วจะต้อง
00:13:41 → 00:13:44รับประทานอาหารกลุ่มไหนบ้างค่ะโรคลำไส้
00:13:44 → 00:13:48อักเสบชนิดลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรือรัง
00:13:48 → 00:13:51เช่นท้องเสียหรืออุจจาระเป็นเลือดเป็น
00:13:51 → 00:13:54ระยะเวลานานอาจส่งผลให้ร่างกายเกิดภาวะ
00:13:54 → 00:13:58ขาดน้ำขาดสารอาหารหรือทำให้ระดับเกลือแร่
00:13:58 → 00:14:00ในร่างร่างกายไม่สมดุลจึงต้องเลือกกิน
00:14:00 → 00:14:03อาหารเป็นพิเศษซึ่งประเภทของอาหารที่ส่ง
00:14:03 → 00:14:08ผลดีต่อผู้ป่วยโรคนี้ได้แก่ผักและผลไม้มี
00:14:08 → 00:14:11เส้นใยสูงจึงช่วยลดการอักเสบของลำไส้ใหญ่
00:14:11 → 00:14:16ได้อาหารที่มีไขมันต่ำเช่นไข่ขาวเนื้อไก่
00:14:16 → 00:14:20ผักผลไม้เป็นต้นเนื่องจากอาหารที่มีไขมัน
00:14:20 → 00:14:23สูงอาจกระตุ้นให้อาการของโรคกำเริบขึ้น
00:14:23 → 00:14:27ได้อาหารที่มีโซเดียมต่ำเช่นผักและผลไม้
00:14:27 → 00:14:30สดเนื้อสัตว์ต่างๆรวมถึงอาหารที่ไม่ใส่
00:14:30 → 00:14:33เกลือแพทย์มักให้ผู้ป่วยรับประทานอาหาร
00:14:33 → 00:14:37ชนิดนี้ในระหว่างการรักษาด้วยยาโคติ
00:14:37 → 00:14:40สเตียรอยเพื่อช่วยลดการเกิดภาวะร่างกาย
00:14:40 → 00:14:44บวมน้ำอาหารที่ปราศจากน้ำตาลแลคโตสเช่น
00:14:44 → 00:14:48เต้าหู้นมถั่วเหลืองหรือน้ำนมข้าวเพราะ
00:14:48 → 00:14:50ผู้ป่วยบางรายอาจไม่สามารถย่อยน้ำตาล
00:14:50 → 00:14:55แลคโตสได้อาหารที่มีโอเมก้า 3 เช่นปลา
00:14:55 → 00:14:59แซลมอนปลาทูน่าปลาแมคคาเรลปลาซานปลา
00:14:59 → 00:15:03จาเม็กขาวปลาสำลีปลากระพงปลาช่อนเมล็ดแฟก
00:15:03 → 00:15:07และชั่ววอลนัทจะช่วยบรรเทาอาการอักเสพใน
00:15:07 → 00:15:11ช่วงที่อาการของโรคกำเริบขึ้นน้ำดื่มการ
00:15:11 → 00:15:14ดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญ
00:15:14 → 00:15:17สำหรับผู้ป่วยเนื่องจากเมื่อโรคนิกำเริบ
00:15:17 → 00:15:20ลำไส้จะไม่สามารถดูดซึมของเหลวได้ตามปกติ
00:15:20 → 00:15:23หากดื่มน้ำไม่เพียงพอจึงอาจเสี่ยงต่อการ
00:15:23 → 00:15:27เกิดภาวะขาดน้ำตามมา
00:15:27 → 00:15:29ได้
00:15:29 → 00:15:32[เพลง]
00:15:32 → 00:15:361 แอปเปิลมีประสิทธิภาพล้างพิษและช่วย
00:15:36 → 00:15:40ให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น 2 แครอท
00:15:40 → 00:15:42ดีต่อระบบย่อยอาหารและช่วยต้านเชื้อ
00:15:42 → 00:15:46แบคทีเรียตัวร้ายในระบบทางเดินอาหาร 3
00:15:46 → 00:15:49มะนาวผสมกับน้ำอุ่นดื่มตอนเช้าช่วยใน
00:15:49 → 00:15:53เรื่องระบบการย่อยอาหาร 4 พริกสดช่วยให้
00:15:53 → 00:15:57ร่างกายหลั่งน้ำลายออกมามากขึ้น 5 ถั่วมี
00:15:57 → 00:16:02ไฟเบอร์สูงลดการสะสมของสารพิษในลำไส้ 6
00:16:02 → 00:16:06หอมแดงอุดมด้วยสารบำรุงลำไส้ถึง 4 ชนิดมี
00:16:06 → 00:16:10คุณสมบัติช่วยย่อยและทำให้เจริญอาหาร 7
00:16:10 → 00:16:14ใบกระเพราช่วยขับน้ำดีย่อยไขมันได้ดีขึ้น
00:16:14 → 00:16:178 กะหล่ำปลีเขียวบรรเทาอาการอักเสบของ
00:16:17 → 00:16:21แผลในลำไส้หรือแผลในกระเพาะอาหาร 9
00:16:21 → 00:16:24กระเทียมช่วยขับลมแก้ท้องอืดท้องเฟ้อลด
00:16:24 → 00:16:27อาการอาหารไม่
00:16:27 → 00:16:31ย่อยเป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับสาระความ
00:16:31 → 00:16:34รู้ดีๆที่วันนี้ TNN Health นำมาฝากคุณ
00:16:34 → 00:16:36ผู้ชมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณผู้ชมและ
00:16:36 → 00:16:40ครอบครัวนะคะจะปลอดภัยห่างไกลจากภาวะลำ
00:16:40 → 00:16:43ไส้อักเสบกันและขอขอบคุณคุณผู้ชมที่ติด
00:16:43 → 00:16:46ตามรับชมรายการ TNN Health มาโดยตลอด
00:16:47 → 00:16:49สามารถติดตามรับชมรายการ TNN Health ได้
00:16:49 → 00:16:52นะคะเป็นประจำทุกวันเสาร์ค่ะเวลาดี 15:00
00:16:52 → 00:16:58นถ 15:30 นและสามารถติดตามรับชมได้ทุก
00:16:58 → 00:17:03เช้าวันเสาร์เช่นเดียวกันค่ะ 6 น- 6:30 น
00:17:03 → 00:17:05ไม่เพียงเท่านี้นะคะสามารถติดตามรับชม
00:17:06 → 00:17:09รีรันได้ทุกบ่ายวันจันทร์ 14:30 นจนถึง
00:17:09 → 00:17:1315:00 นแต่ถ้าท่านใดค่ะอยากรับชมย้อน
00:17:14 → 00:17:17หลังค่ะทางช่อง YouTube หรือถ้าท่านนะคะ
00:17:17 → 00:17:20ชอบชมรายการสดค่ะ Facebook นะคะ TNN
00:17:20 → 00:17:22Health และ tiktok TNN Health ค่ะไม่
00:17:22 → 00:17:26เพียงเท่านี้นะคะสาระสุขภาพสนุกๆดีๆก็มี
00:17:26 → 00:17:29อยู่ใน tiktok TNN Heal เช่นเดียวกัน
00:17:29 → 00:17:32ถ้าท่านใดนะคะอยากมีคุณหมออยู่ใกล้ตัว
00:17:32 → 00:17:34ใกล้ใจค่ะเพียงหยิบโทรศัพท์มือถือของท่าน
00:17:34 → 00:17:38ขึ้นมาเข้าไปใน LINE แอปพลิเคชันพิมพ์ @s
00:17:38 → 00:17:43TNN h e a l t @t nn Health ค่ะ
00:17:43 → 00:17:46หรือใช้วิธีง่ายกว่านั้นก็คือวิธีสแกน QR
00:17:46 → 00:17:48Code ที่มุมจอด้านล่างเพียงเท่านี้นะคะ
00:17:48 → 00:17:51ก็มีคุณหมออยู่ใกล้ตัวใกล้ใจท่านมาเสิร์ฟ
00:17:51 → 00:17:54ข้อมูลความรู้สุขภาพดีๆที่หน้าจอโทรศัพท์
00:17:54 → 00:17:57มือถือท่านแล้วค่ะสำหรับวันนี้นะคะหมอดาว
00:17:57 → 00:18:01และทีมงานต้องขอตัวลาไปก่อนอย่าลืมกดไลค์
00:18:01 → 00:18:04กดแชร์กด Subscribe เป็นกำลังใจให้หมอดาว
00:18:04 → 00:18:08และทีมงานทฮนะคะสำหรับ TNN H วันนี้
00:18:08 → 00:18:10สวัสดี
00:18:10 → 00:18:27[เพลง]
00:18:27 → 00:18:40ค่ะ
00:18:40 → 00:18:43แ