00:00:00 → 00:00:05มีการแชร์ข้อความโดยถึงหนุ่มๆทั้งหลายค่ะ มีการระบุข้อความว่า
00:00:05 → 00:00:18อยากให้ผู้ชายทุกคนลองสํารวจตัวเองดูว่ามีอาการเจ็บบริเวณขาหนีบหรือว่าปวดหน่วงหน่วงที่ถุงอัณฑะบ้างหรือไม่ หากมีหนุ่มๆทุกคนไม่ควรนิ่งนอนใจเป็นอันขาด
00:00:18 → 00:00:24เพราะว่าคุณอาจจะเสี่ยงเป็นโรคอัณฑะอักเสบอยู่ก็ได้ค่ะ ทําเอาหนุ่มๆหลายหลายคนเลยนะคะ
00:00:24 → 00:00:27เกิดอาการกังวลค่ะ เกี่ยวกับโรคนี้ วันนี้ค่ะ
00:00:27 → 00:00:32เราเลยจะมาพูดถึงกันว่า โรคอัณฑะอักเสบคืออะไรค่ะอาจารย์
00:00:32 → 00:00:41จริงๆโรคอัณฑะอักเสบก็คือเป็นการอักเสบของอัณฑะหรืออวัยวะเพศชายนะครับ หรือว่าอัณฑะหรือที่เรียกว่าปวดไข่นั่นเองนะครับ
00:00:41 → 00:00:44ก็คือเกิดจากการอักเสบนะครับ มีหลายหลายสาเหตุเลยนะครับ ค่ะ
00:00:44 → 00:00:56ก็จะมีอาการยังไงก็คือมีอาการปวดบริเวณอัณฑะข้างใดข้างหนึ่งหรือบางคนอาจจะปวดสองข้างเลยก็ได้นะครับ ร่วมกับมีการปวดบวมแดงบริเวณที่อัณฑะของเรานะครับ
00:00:56 → 00:01:03บางครั้งอาจจะลุกลามไปอยู่ที่เป็นบริเวณท่อนําไข่หรือว่าบริเวณถุงเก็บอสุจิเป็นต้นน่ะ
00:01:03 → 00:01:11ก็จะมีอาการอักเสบแล้วก็ปวดได้นะครับ บางรายอาจจะมีอาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะร่วมด้วยเพราะว่ามันท่อเดียวกันนะครับ
00:01:11 → 00:01:19นั้นก็จะมีอาการปวดกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หรือว่าปัสสาวะแสบขัดเป็นต้นได้นะครับ หรือปวดท้องบริเวณหัวหนาวเป็นต้นนะครับ
00:01:19 → 00:01:24ค่ะก็นี่คืออาการนะคะของคนที่เป็นโรคอัณฑะอักเสบนั่นเอง ใช่ครับ
00:01:24 → 00:01:30นะคะแล้วก็รวมไปถึงคนที่อาจจะเอ่อมีปัญหาเกี่ยวกับการไม่ได้รับวัคซีนใช่ไหมค่ะอาจารย์ อ่าใช่ครับ
00:01:30 → 00:01:33สมัยก่อนเด็กเด็กเนี้ยเราจะมี
00:01:34 → 00:01:37โปรแกรมของการให้วัคซีนเช่นคอตีบไอกรนบาดทะยักคางทูมอะไรพวกเนี้ยก็จะเป็น
00:01:37 → 00:02:03สมัยเด็กๆที่เราต้องฉีดยากันบ่อยๆนะครับ ก็จริงๆแล้วความเสี่ยงในคนไข้ที่จะมีอัณฑะอักเสบก็คือคนที่ไม่เคยได้รับวัคซีนพวกนี้เป็นต้นนะครับ เพราะงั้นมันก็จะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อเกิดขึ้นมาตามมานะครับหรือว่าคนที่ติดเชื้อทางปัสสาวะได้ง่ายขึ้นเช่นมีโรคต่อมลูกหมากอักเสบต่อมลูกหมากโตเป็นต้นปัสสาวะไม่ไม่สะดวกหรือว่าคนที่มีเพศสัมพันธ์โดยที่
00:02:04 → 00:02:07ไม่ป้องกันก็จะนํามาซึ่งการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะและอัณฑะได้นะครับ ค่ะ
00:02:07 → 00:02:19อย่างที่ข่าวได้บอกเลยนะคะว่าต้องเตือนสําหรับคุณสุภาพบุรุษทั้งหลายนะคะที่มีอาการปวดหน่วงๆหรือว่าปวดบริเวณอัณฑะแล้วอยากจะทําการรักษาหรือว่าอยากจะปรึกษาค่ะ วิธีการรักษาสามารถรักษาได้ยังไงค่ะ
00:02:19 → 00:02:22ก็คือหนึ่งก็คือต้องหาสาเหตุก่อนว่าจริงจริงแล้วมันเกิดจากอะไรนะครับ
00:02:22 → 00:02:29ก็คือส่วนใหญ่ก็จะเกิดจากการติดเชื้อเราก็จะให้ยายาฆ่าเชื้อนะครับ แต่ว่าเชื้อไวรัสส่วนใหญ่ก็จะหายเองแล้วส่วนหนึ่งนะครับ
00:02:29 → 00:02:32แต่ถ้าเป็นเชื้อแบคทีเรียเราก็จะให้ ยาฆ่าเชื้อน่ะ
00:02:32 → 00:02:37โดยทั่วไปถ้าปวดมากมากเกินหนึ่งถึงสองวันก็ต้องมาพบแพทย์นะครับ โดยที่อาจจะต้องดูว่า
00:02:37 → 00:02:43จริงๆแล้วมีหนองหรือมีอะไรร่วมด้วยรึเปล่า มีการติดเชื้อประเภทใดหรือว่าอาจจะต้องเก็บปัสสาวะไปตรวจเป็นต้นนะครับ
00:02:43 → 00:02:53เพื่อดูว่าเป็นเชื้อที่เป็นสาเหตุเกิดจากอะไรเราจะได้ให้ยาที่ถูกต้อง ส่วนใหญ่ก็จะรักษาโดยการที่ให้ยาประคับประคองอาการโดยให้ยาแก้ปวดนะครับ
00:02:53 → 00:03:03แล้วก็ยาฆ่าเชื้อเป็นต้นนะครับ แต่ว่าบางบางมีบางรายเหมือนกันที่มันเป็นอักเสบมากมากเยอะเยอะก็ทําให้เกิดเป็นหนองเกิดขึ้นก็นี้ต้องอาศัยการผ่าตัดระบายหนองเป็นต้นนะครับ
00:03:03 → 00:03:08ค่ะ เชื่อว่า หลายหลายคนคงไม่อยากเป็นแน่นอนเลยสําหรับ
00:03:08 → 00:03:11โรคนี้นะคะ เราพอจะมีวิธีการป้องกันยังไงไว้ได้บ้างค่ะอาจารย์
00:03:11 → 00:03:14ก็อย่างว่านะครับ หนึ่งวิธีป้องกันง่ายง่ายคือการฉีดวัคซีน
00:03:14 → 00:03:19ค่ะ ตั้งแต่เด็กๆนะครับ ถ้าใครไม่เคยมีหรือไม่รู้ว่าประวัติเราเคยฉีดวัคซีนรึเปล่า
00:03:19 → 00:03:23จริงจริงเราก็ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรค ได้นะครับ โตขึ้นมาก็ฉีดได้ค่ะ
00:03:23 → 00:03:34ก็ฉีดได้นะครับ ค่ะ อ่าแล้วก็อีกอันหนึ่งก็คือการมีเพศสัมพันธ์นะครับก็คือต้องป้องกันนะครับใช้ถุงยางอนามัยนะครับก็เพื่อลดการติดเชื้อโดยไม่เฉพาะแค่อัณฑะอักเสบ
00:03:34 → 00:03:36โรคติด ทางเพศสัมพันธ์อีกหลายอย่างเป็นต้นนะครับ
00:03:36 → 00:03:41ค่ะ วิธีการป้องกันมีแล้วนะคะ ดังนั้นถ้าเกิด เอ่อ
00:03:41 → 00:03:46หนุ่มๆท่านใดที่อยากจะมาฉีดวัคซีนนะคะ หรือว่าอยากจะป้องกันตัวเองจากการเป็นโรคอัณฑะอักเสบค่ะ
00:03:46 → 00:03:52ก็สามารถปรึกษาคุณหมอหรือว่ามาฉีดมารับวัคซีนได้เลยนะคะ ใช่ครับ ที่โรงพยาบาลนั่นเองค่ะ
00:03:52 → 00:03:55ฝากไว้อีกหนึ่งเรื่องนะคะ