เหตุใดบางคนที่ฟื้นจากภาวะใกล้ตายจึงบอกว่ามีวิญญาณเข้าสิงร่างหรือเปลี่ยนชื่อใหม่

คำถาม:
เหตุใดบางคนที่ฟื้นจากภาวะใกล้ตายจึงบอกว่ามีวิญญาณเข้าสิงร่างหรือเปลี่ยนชื่อใหม่?
คำตอบ:
การที่คนฟื้นจากภาวะใกล้ตายแล้วบอกว่าเป็นคนอื่นหรือมีวิญญาณเข้าสิงร่าง เป็นผลจากภาวะ dissociation หรือการแยกตัวทางจิตใจ โดยเฉพาะในผู้ที่มีประสบการณ์ Near Death Experience ซึ่งสมองส่วนหนึ่งทำงานผิดปกติ ทำให้รู้สึกว่าตนเองไม่ใช่ตัวเอง (depersonalization) หรือลืมประวัติชีวิตตัวเอง (dissociation) บางรายอาจพูดถึงเรื่องราวของคนอื่นหรือบอกว่ามีใครมาแทนตัว ซึ่งเป็นอาการทางจิตที่เกิดจากความเครียดทางสมองในช่วงที่ขาดออกซิเจน ไม่ใช่เพราะวิญญาณหรือสัมภเวสีเข้าสิงร่างตามความเชื่อ

คำถามทางบ้าน : ตายแล้วฟื้นแต่พฤติกรรมเปลี่ยน เป็นเพราะสัมภเวสี หรืออะไรอธิบายทางวิทยาศาสตร์ได้ไหม ?

คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:09:10อ่ะคราวนี้มาดูต่อคนที่มีพฤติกรรมเปลี่ยน
00:09:14แปลงไปส่วนใหญ่ก็คืออย่างที่บอกว่ามี Near
00:09:18Death experience แต่คนที่ตายไปแล้วจอ
00:09:20ดับหรือเกือบจะตายแล้วจอดับพวกเนี้ยจะไม่
00:09:24มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปพวกที่มี
00:09:27พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปมีอะไรบ้างฝรั่ง
00:09:30เขียนไว้ชัดเจนเพราะฉะนั้นอย่างที่บอก
00:09:33ว่าลักษณะเดียวกันก็เกิดขึ้นในฝรั่งก็คือ
00:09:36เฮ้ยคนนี้ตายแล้วฟื้นขึ้นมาแต่เหมือนกลาย
00:09:42เป็นอีกคนหนึ่งมีอะไรบ้างเขาบอกว่ามี 4
00:09:45อันก็คือ depersonalization
00:09:48รู้สึกว่าร่างกายหรืออัตลักษณ์ของตัวเอง
00:09:51นั้นเปลี่ยนแปลงไปในความหมายเอาพูดง่ายๆ
00:09:54ก็คือแบบเฮ้ยไม่ใช่ตัวฉันน่ะหรือเป็นตัว
00:09:58ของคนือื่นหรือเป็นตัวของคนนอื่นฉันมา
00:10:02อยู่ในร่างกายของใครอันที่ 1 นะ 2
00:10:06dissociation คือสูญเสียความทรงจำมาก
00:10:08กว่า
00:10:09ปกติมีความเครียดลืมอัตลักษณ์ของตัวเอง
00:10:13หรือประวัติชีวิตของตัวเองคือลืมไปเลยว่า
00:10:16ตัวเองเป็นใครและเขาบอกว่าในบางคนพูด
00:10:21ประวัติชีวิตของคนอื่นด้วยซ้ำ
00:10:24ไปของคนไทยก็คืออย่างที่บอกว่ามีสัเสี
00:10:29เข้าสิ่งใช่มั้ยแต่ของฝรั่งเขจะใช้คำพูด
00:10:31ว่า dissociation disorder อีกอันนึงก็
00:10:35คือมี Post traumatic state disorder
00:10:37ptd คือพวกเยจะฝันร้ายหวาด
00:10:41ผวาตื่นขึ้นมาร้องไห้น้ำตาเต็มเลยแต่ตัว
00:10:45เองบอกว่าไม่ได้ร้องไห้แต่จริงๆแล้วร้อง
00:10:49ไห้แต่มันเป็นความฝันที่เป็นความฝันร้าย
00:10:52หรือหวาดผวาเห็นมยลักษณะคล้ายๆกันเลยนะ
00:10:56ทั่วโลกฝรั่งเค้าก็เค้าเรียกไคุณหมอฝรั่ง
00:10:59เคก็ทำเป็นสติติเอาไว้อ่าแล้วพวกเนี้ยมัน
00:11:05เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้างเบอกว่าไอ้ 3-4
00:11:08ข้อที่พูดมาเนี่ยไม่ว่าจะเป็น
00:11:11depersonalization
00:11:13dissociation หรือเอ่อ Post traumatic
00:11:16state disorder เนี่ยมันจะมี affect
00:11:18กับชีวิตเนี่ย 2 แบบอันที่ 1 เป็น
00:11:21Positive effect กับอันที่ 2 เป็น
00:11:23Negative effect พวก Positive effect
00:11:26เนี่ยมักจะได้ Message ข้อความจากสิ่ง
00:11:30ศักดิ์สิทธิ์ก็แล้วกันถ้าเป็นฝรั่งเขาก็
00:11:32จะบอกว่าข้อความจากพระเจ้าหรือถ้าเป็นคน
00:11:36ไทยก็คืออาจจะมีพระอริยสงฆ์หรืออะไรก็
00:11:38แล้วแต่หรือเทพเทวดาก็แล้วแต่มาบอกให้ทำ
00:11:41ภารกิจอย่างใดอย่างหนึ่งว่าคุณยังตายไม่
00:11:45ได้นะคุณยังมีภารกิจที่ต้องทำส่วนพวก
00:11:48Negative เฟก็คือมีความหวาดผวาเห็นผี
00:11:53เห็นเค้าเรียกสิ่งเลวร้ายจะมาปองร้ายตัว
00:11:58เองนอนหลับก็ฝันร้ายเพราะอะไรทุกคนอยาก
00:12:03รู้แล้วว่าแล้วเพราะอะไรอธิบายได้มั้ยทาง
00:12:06วิทยาศาสตร์เบอกแบบนี้ในสภาวะที่เรากึ่ง
00:12:11เค้าเรียกว่าเกือบที่จะตายหัวใจเราบีบตัว
00:12:14ช้าลงเลือดไปเลี้ยงสมองช้าลงเลือดไป
00:12:18เลี้ยงสมองน้อย
00:12:20ลงส่วนหนึ่งบุคคลส่วนหนึ่งจะมีการเค้า
00:12:24เรียกว่าพยายามที่จะยื้อชีวิตของตัวเอง
00:12:29เขาบอกว่าเมื่อเลือดไปเลี้ยงสมองน้อยลง
00:12:33สมองส่วนหนึ่งที่ชื่อว่า temp paral
00:12:36จังชันเนี่ยมันจะเป็นสมองที่ค่อนข้างอดทน
00:12:40ต่อการขาดเลือดไปเลี้ยงหรือการขาด
00:12:42ออกซิเจนมันจะหลั่งสารเคมีในสมองออกมา
00:12:47ซึ่งสารเคมีในสมองเจะปกปักรักษาสมองไม่
00:12:51ให้สมองสูญเสียหรือสามารถทนกับการขาด
00:12:56ออกซิเจนได้เป็นระยะเวลาหนึ่งเข้าใมซึ่ง
00:13:01เขาบอกว่าไอ้ตรงเนี้ยแน่นอนว่ามันจะมี
00:13:04สมองส่วนหนึ่งที่สูญเสียการทำงานไปไอ้การ
00:13:08ทำงานของสมองที่สูญเสียไปเนี่ยมันทำให้คน
00:13:12เนี่ยมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปใช่มบางคน
00:13:16สูญเสียความทรงจำบางคนเคยพูดไทยได้พูดไม่
00:13:21ได้พูดแต่ภาษาอังกฤษแต่ก็จะมีคนบอกว่ามี
00:13:25วิญญาณเข้ามาสิงร่างเหรือแม้แต่บางคน
00:13:29เคยเป็น lq gbt ปรากฏว่าเกิดสภาวะนี้ใน