00:00:08 → 00:00:12รู้จักภาวะสิ้นยินดีไม่ใช่แค่อารมณ์แต่
00:00:12 → 00:00:16มันคือโรคร้ายเป็นการตายจากข้างในชีวิต
00:00:16 → 00:00:19ต้องเดินต่อแม้รู้สึกตายจากข้างในรับมือ
00:00:19 → 00:00:23อย่างไรกินอะไรดีช่วยคลายเครียดเปิดอาหาร
00:00:23 → 00:00:26กินแล้วช่วยใครเครียดได้ติดตามเรื่องราว
00:00:26 → 00:00:33ทั้งหมดได้ในรายการ t&n Health วันนี้
00:00:33 → 00:00:35สวัสดีค่ะคุณผู้ชมขอต้อนรับเข้าสู่รายการ
00:00:35 → 00:00:38TNN Heal เข้าถึงทุกสาระสุขภาพเสริม
00:00:39 → 00:00:42ภูมิคุ้มกันรู้ทันโรคไปกับ tn นะคะและ
00:00:43 → 00:00:46ดิฉันค่ะหมอดาวแพทย์หญิงฉัดาวจังวังกร
00:00:46 → 00:00:49แพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ครอบครัวพร้อม
00:00:49 → 00:00:51ที่จะรับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการพาคุณ
00:00:51 → 00:00:58ผู้ชมมาเข้าถึงทุกสาระสุขภาพ
00:00:58 → 00:01:01กัน
00:01:01 → 00:01:06[เพลง]
00:01:06 → 00:01:10คุณผู้ชมคะคุณผู้ชมเคยรู้สึกแบบนี้ไคะรู้
00:01:10 → 00:01:15สึกว่างเปล่ารู้สึกว้าเหว่จากภายในรู้สึก
00:01:15 → 00:01:19ไม่ยินดีไม่ยินร้ายรู้สึกเหมือนกับมันไม่
00:01:19 → 00:01:22มีอะไรเลยแต่ภาวะเหล่านี้ค่ะมันไม่ใช่ว่า
00:01:22 → 00:01:26คุณผู้ชมปล่อยวางนะคะมันคือภาวะหนึที่น่า
00:01:26 → 00:01:30กลัวมากคือภาวะสิ้นยินดี
00:01:30 → 00:01:32ภาวะสิ้นยินดีหรือ
00:01:32 → 00:01:36ania หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Dead Inside
00:01:36 → 00:01:39หรือแปลเป็นไทยว่าต้จากข้างในเป็นอาการ
00:01:39 → 00:01:42ผิดปกติทางจิตเวทที่ผู้ป่วยจะเฉยชาต่อ
00:01:42 → 00:01:45สิ่งต่างๆรอบตัวและมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบ
00:01:45 → 00:01:48ข้างน้อยลงอาการของภาวะนี้อาจแตกต่างกัน
00:01:48 → 00:01:51ไปในแต่ละบุคคลและเพศหญิงจะมีความเสี่ยง
00:01:51 → 00:01:55ต่อการเกิดภาวะสิ้นยินดีมากกว่าเพศชาย
00:01:55 → 00:01:57ภาวะสิ้นยินดีแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก
00:01:58 → 00:02:01คือภาวะสิ้นยินดีทางสังคมหรือ Social
00:02:01 → 00:02:03andia ที่ผู้ป่วยไม่ต้องการสร้าง
00:02:03 → 00:02:07ปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นและภาวะสิ้นดีทาง
00:02:07 → 00:02:10ร่างกาย physical anhedonia ที่ผู้ป่วย
00:02:10 → 00:02:12รู้สึกไม่มีความสุขหรือไม่เพลิดเพลินต่อ
00:02:12 → 00:02:16การทำสิ่งต่างๆซึ่งในภาวะปกติสามารถสร้าง
00:02:16 → 00:02:19ความพึงพอใจให้ได้เช่นการรับประทานอาหาร
00:02:19 → 00:02:21การอยู่ใกล้ชิดกับผู้อื่นและการทำกิจกรรม
00:02:21 → 00:02:26ต่างๆสมาคมจิตเวทของสหรัฐอเมริกานะคะได้
00:02:26 → 00:02:29ระบุเอาไว้ว่าภาวะสิ้นยินดีนั้นไม่ทำ
00:02:29 → 00:02:32ธรรมดาเลยค่ะเพราะภาวะสิ้นยินดีเนี่ยอาจ
00:02:32 → 00:02:35จะเป็นภาวะที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยโรคจิตเภท
00:02:35 → 00:02:40รวมถึงความผิดปกติทางจิตอื่นๆอีกด้วยเช่น
00:02:40 → 00:02:43ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าหรือโรคไบโพล่าแต่ก็
00:02:43 → 00:02:46อาจเป็นผลจากโรคทางกายหรือพบในคนปกติทั่ว
00:02:46 → 00:02:49ไปได้เช่นเดียวกันความรู้สึกสิ้นยินดีพอ
00:02:49 → 00:02:51อยู่กับเราไปเรื่อยๆอาจจะกลายเป็นภาวะซึม
00:02:52 → 00:02:55เศร้าภาวะสิ้นยินดีจะพรากทุกสิ่งจากเราไป
00:02:55 → 00:02:58ค่ะอะไรที่เคยชอบทำก็จะไม่ชอบอีกต่อไปหมด
00:02:58 → 00:03:01ความสนใจจากเรื่องต่างๆอาหารที่เคยชอบก็
00:03:01 → 00:03:04ไม่ชอบเพลงภาพยนตร์หรือแม้กระทั่งเรื่อง
00:03:04 → 00:03:07ความรักการมีเพศสัมพันธ์ก็จะไม่อยากมี
00:03:07 → 00:03:09ภาวะสิ้นยินดีจึงเป็นส่วนหนึ่งของอาการ
00:03:09 → 00:03:12โรคซึมเศร้านิยามของภาวะนี้จึงอธิบายได้
00:03:12 → 00:03:15ว่าจะสุขก็ไม่สุกจะทุกข์ก็ไม่ทุกข์ไม่รู้
00:03:15 → 00:03:19ว่าตัวเองรู้สึกอะไรกันแน่แล้วคุณสิ้นยิน
00:03:19 → 00:03:22ดีแล้วหรือยังถ้าคุณผู้ชมมี 5 ความรู้สึก
00:03:22 → 00:03:27ต่อไปนี้คุณอาจเข้าข่ายภาวะสิ้นยินดี 1
00:03:27 → 00:03:31รู้สึกไร้จุดหมายไม่มีเป้าหมายในชีวิต 2
00:03:31 → 00:03:33เกิดคำถามเกี่ยวกับการมีชีวิตอยู่เบื่อ
00:03:33 → 00:03:37หน่ายกับการใช้ชีวิต 3 รู้สึกเฉยชากับทุก
00:03:37 → 00:03:41สิ่งรอบตัว 4 แยกตัวจากสังคม 5 อ้างวาง
00:03:41 → 00:03:44ว่างเปล่าหากคุณผู้ชมมีอาการหรือความรู้
00:03:44 → 00:03:47สึกตาม 5 ข้อข้างต้นที่เกิดขึ้นเพียงช่วง
00:03:47 → 00:03:49สั้นๆก็โชคดีไปแต่หากอาการเหล่านั้นอยู่
00:03:49 → 00:03:52กับคุณผู้ชมนานและไม่ได้หายไปนั่นแสดงว่า
00:03:52 → 00:03:56อาจเข้าสู่ภาวะสิ้นยินดีหรือ Dead Inside
00:03:56 → 00:03:59แล้วแม้ดูคล้ายกับการปล่อยวางแต่ภาวะสิ้น
00:03:59 → 00:04:02ยินดีนั้นอันตรายมากเพราะจะทำให้เราหมดไฟ
00:04:02 → 00:04:05ไปเรื่อยๆและอาจนำไปสู่โรคซึมเศร้าได้ใน
00:04:05 → 00:04:09อนาคตดังนั้นภาวะสินินดีจึงเป็นทั้งส่วน
00:04:09 → 00:04:12หนึ่งและเป็นหนึ่งในสาเหตุของโรคซึมเศร้า
00:04:12 → 00:04:15ค่ะแล้วภาวะสินินดีเหมือนภาวะหมดไฟหรือ
00:04:15 → 00:04:18ไม่ภาวะสิ้นยินดีกับภาวะหมดไฟต่างกันใน
00:04:18 → 00:04:20เรื่องของความรุนแรงที่มากระทบแต่ทั้งคู่
00:04:20 → 00:04:23เกิดจากการที่เราเครียดจากสถานการณ์บาง
00:04:23 → 00:04:26อย่างพอเครียดมากๆเราก็จะเริ่มหมดพลัง
00:04:26 → 00:04:29เริ่มเฉยชากับสิ่งรอบข้างสำหรับภาวะหมดไฟ
00:04:29 → 00:04:31เกิดจากการที่เราต้องอยู่ในสภาพแวดล้อม
00:04:31 → 00:04:34เดิมๆจนทำให้รู้สึกว่าพอแล้วเฉยชากับการ
00:04:34 → 00:04:37ทำงานของตัวเองและส่งผลให้ประสิทธิภาพการ
00:04:37 → 00:04:41ทำงานลดลงแต่ภาวะสิ้นยินดีเกิดจากอะไรก็
00:04:41 → 00:04:43ได้ที่มาได้จากหลากหลายมากๆค่ะเวลาที่เรา
00:04:43 → 00:04:48เกิดความเครียดหรือจิตใจส่งผลกระทบบาง
00:04:48 → 00:04:52อย่างสนับสนุนโดยแอปหมอดีหมอประจำบ้านใน
00:04:52 → 00:04:54มือ
00:04:54 → 00:04:58คุณอย่างที่บอกไปนะคะว่าช่วงนี้เราจะไป
00:04:58 → 00:05:01รู้กันว่าวิธีรับมือกับภาวะสิ้นยินดีเป็น
00:05:01 → 00:05:04อย่างไรและแน่นอนนะคะเราได้รับความรู้
00:05:04 → 00:05:06ความเข้าใจจากอาจารย์หมอจากแอปพลิเคชัน
00:05:06 → 00:05:08หมอดีนั่นเองค่ะสวัสดีค่ะ
00:05:08 → 00:05:11[เพลง]
00:05:11 → 00:05:14อาจารย์อาจารย์คะขอเริ่มที่คำถามแรกเลย
00:05:14 → 00:05:17ค่ะภาวะสิ้นยินดีหรือภาวะ Dead Inside
00:05:17 → 00:05:21นั้นคืออะไรคะก็ภาวะสิ้นยินดีนะคะมันจะ
00:05:21 → 00:05:24เป็นเรื่องของอารมณ์นะคะที่แบบอ่าเหมือน
00:05:24 → 00:05:28กับว่ารู้สึกเฉยเมยเฉยชาไม่อยากทำอะไรนะ
00:05:28 → 00:05:30คะมันจะต่างกับโรคซึมเศร้าคือถ้าเป็นโรค
00:05:30 → 00:05:32ซึมเศร้าเนี่ยมันจะรู้สึกเหมือนกับว่า
00:05:32 → 00:05:35อารมณ์เศร้ามันแบบลงไปลึกนะคะแต่ว่าซึ่ง
00:05:35 → 00:05:37ยินๆมันจะเป็นลักษณะเหมือนกับอารมณ์เนี่ย
00:05:37 → 00:05:40มันราบเรียบค่ะอ่าไม่ค่อยอยากทำอะไรรวมไป
00:05:40 → 00:05:43ถึงกับอ่าเรื่องของแพชชั่นอาจจะไม่มีแรง
00:05:43 → 00:05:46จูงใจในการอยากทำอะไรเหมือนใช้ชีวิตให้
00:05:46 → 00:05:49มันผ่านไปวันๆคือบางคนเนี่ยอาจจะเคยมี
00:05:49 → 00:05:53ภาวะเนี้ยเกิดขึ้นนะคะแล้วพอถึงช่วงเวลา
00:05:53 → 00:05:57นึงพอมีการอ่าความเครียดจัดการได้สภาวะ
00:05:57 → 00:06:00แวดล้อมเปลี่ยนภาวะเนี้ยก็หายไปแต่ว่าบาง
00:06:00 → 00:06:03คนถ้าเกิดว่าเป็นภาวะเนี้นานๆเข้าอ่ะค่ะ
00:06:03 → 00:06:06ก็อาจจะส่งผลให้เกิดโรคทางจิตเวทตามมาได้
00:06:06 → 00:06:10ค่ะค่ะอาจารย์คะแล้วภาวะสิ้นยินดีนั้นมี
00:06:10 → 00:06:14สาเหตุมาจากอะไรคะสาเหตุหลักๆเลยนะคะก็
00:06:14 → 00:06:16ถ้าพูดถึงในเรื่องของการทำงานของสมอง
00:06:16 → 00:06:20เนี่ยก็คือเกิดจากการที่ระดับของสารเคมี
00:06:20 → 00:06:23ในสมองมีการเปลี่ยนแปลงไปนะคะสารเคมีที่
00:06:23 → 00:06:26ว่าเนี่ยก็คือพวกสารสื่อประสาทปกติแล้ว
00:06:26 → 00:06:29อ่ะค่ะในเรื่องของอารมณ์เราเนี่ยค่ะจะ
00:06:29 → 00:06:31เป็นผลมาจากการทำงานของสารสื่อประสาทหลาย
00:06:31 → 00:06:35ๆตัวนะอย่างเช่นซีโรโทนินโดปามีนนะคะน
00:06:35 → 00:06:38อิพิเนฟรินทีเนี้ยพอสารซื่อประสาทพวกเย
00:06:38 → 00:06:40ค่ะมันมีระดับการเปลี่ยนแปลงที่มันไม่
00:06:40 → 00:06:43สมดุลส่งผลให้เกิดอ่าการเปลี่ยนแปลงทาง
00:06:43 → 00:06:45อารมณ์การรับรู้อารมณ์การแสดงออกทาง
00:06:45 → 00:06:49อารมณ์ไปรวมไปถึงแรงจูงใจในการใช้ชีวิต
00:06:49 → 00:06:52เปลี่ยนแปลงไปได้ค่ะอะไรที่ทำให้เกิดความ
00:06:52 → 00:06:56รู้สึกสิ้นยินดีคะอาจารย์หลักๆเลยนะคะก็
00:06:56 → 00:06:59คือเรื่องของความเครียดอ่าพอเราเจอเกับ
00:06:59 → 00:07:03ความเครียดนานๆเข้านะคะอ่าออถ้าระยะแรกๆ
00:07:03 → 00:07:05ที่ประสบกับความเครียดเนี่ยร่างกายมันก็
00:07:05 → 00:07:07จะหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมาที่ชื่อว่า
00:07:07 → 00:07:10คอร์ติซอลซึ่งเจ้าตัวคอร์ติซอลเนี่ยค่ะ
00:07:10 → 00:07:14มันจะทำให้ร่างกายเนี่ยมันมีการปรับตัว
00:07:14 → 00:07:16อ่ามีการปรับเปลี่ยนระบบต่างๆของร่างกาย
00:07:16 → 00:07:19เพื่อให้เราผ่านพ้นสภาวะที่มันกระตุ้น
00:07:19 → 00:07:22ความเครียดไปได้พอคอร์ติซอลเนี่ยมันถูก
00:07:22 → 00:07:25หลัมานานๆเข้านะคะมันก็จะเกิดการเปลี่ยน
00:07:25 → 00:07:29แปลงไปอย่างถาวรนะคะในหลายๆระบบนะคะรวมไป
00:07:29 → 00:07:31ถึงเรื่องของการทำงานของสมองด้วยค่ะนอก
00:07:32 → 00:07:34จากเรื่องของความเครียดนะคะก็อาจจะมี
00:07:34 → 00:07:38เรื่องของอ่าการอดนอนนะคะหรือว่าการเจ็บ
00:07:38 → 00:07:41ป่วยบางอย่างนะอย่างเช่นบางคนเนี่ยอ่าได้
00:07:41 → 00:07:44รับอุบัติเหตุกระทบทางสมองอ่าอาจจะมี
00:07:44 → 00:07:46เลือดออกในสมองอย่างเงี้ยค่ะแล้วบริเวณ
00:07:47 → 00:07:49ที่เลือดออกในสมองเนี่ยมันไปเกี่ยวข้อง
00:07:49 → 00:07:53กับการทำงานของอารมณ์นะคะก็ส่งผลให้คนๆ
00:07:54 → 00:07:56นั้นเนี่ยมีเรื่องของอารมณ์ที่มันเปลี่ยน
00:07:56 → 00:08:00แปลงไปได้ค่ะรวมไปถึงบางคนอาจอาจจะได้รับ
00:08:00 → 00:08:03ยาอ่าเป็นโรคประจำตัวอาจจะต้องได้รับยา
00:08:03 → 00:08:05บางตัวอย่างเช่นยาสเตียรอยด์เยถ้าได้รับ
00:08:05 → 00:08:08ยาสเตียรอยด์นานๆก็มีผลกับอารมณ์ได้ค่ะ
00:08:08 → 00:08:11หรือบางคนอาจจะเป็นเรื่องของไทรรอยด์อ
00:08:11 → 00:08:13ไทรรอยด์ฮอร์โมนผิดปกติก็มีผลกับเรื่อง
00:08:13 → 00:08:17ของอารมณ์ได้ค่ะแล้วก็อ่าบางคนเนี่ยอาจจะ
00:08:17 → 00:08:21เป็นในผู้สูงอายุนะคะมีมีโรคอ่าความผิด
00:08:21 → 00:08:23ปกติบางอย่างอย่างเช่นเรื่องของโรคสมอง
00:08:23 → 00:08:26เสื่อมนะคะหรือว่าอัลไซเมอร์นะคะอีกอัน
00:08:26 → 00:08:29นึงเนี่ยก็เป็นเรื่องของสัตเสพติดนะคะ
00:08:30 → 00:08:33อย่างเช่นกัญชาค่ะก็มีการค้นพบว่าคนที่
00:08:33 → 00:08:37ใช้กัญชามาเป็นระยะเวลานานๆเนี่ยจะทำให้
00:08:37 → 00:08:39เกิดภาวะที่เรียกว่า amotivation
00:08:39 → 00:08:43Syndrome ซึ่งตัว amotivation Syndrome
00:08:43 → 00:08:45เนี่ยค่ะมันก็จะมีอาการคล้ายๆกับภาวะสิ้น
00:08:45 → 00:08:48ยินดีเลยคือคนไข้ก็จะรู้สึกแบบเหมือนเฉย
00:08:48 → 00:08:52ชานะคะอารมณ์แบบจะสุกก็ไม่สุกจะเศร้าก็
00:08:52 → 00:08:56ไม่เศร้านะคะรวมไปถึงมันไม่มีแรงจูงใจใน
00:08:56 → 00:08:59การทำสิ่งต่างๆนะคะแล้วก็อ่าเรื่องของ
00:08:59 → 00:09:02ความคิดความจำอะไรอย่าเงี้ยมันก็ช้าลง
00:09:02 → 00:09:05ด้วยค่ะอาจารย์ขาแล้วอาการของภาวะสิ้นยิน
00:09:05 → 00:09:09ดีหรือ Dead ins เป็นอย่างไรคะก็อาจจะมี
00:09:09 → 00:09:12เรื่องของอารมณ์ที่มันเรียบเฉยคือมันไม่
00:09:12 → 00:09:14ได้ไม่ได้เศร้าค่ะแต่ว่ามันเป็นแบบราบ
00:09:14 → 00:09:17เรียบไม่ยินดียินร้ายนะคะรวมไปถึงเรื่อง
00:09:17 → 00:09:21ของความคิดอาจจะไม่มีแบบไม่มีแรงจูงใจนะ
00:09:21 → 00:09:24คะรู้สึกว่าไม่อยากทำอะไรหรือว่าเป็นความ
00:09:24 → 00:09:28คิดลบไม่มั่นใจในตัวเองคิดกังวลได้ค่ะอ่า
00:09:28 → 00:09:31ในเรื่องของพลังงานอาจจะรู้สึกว่าพลังงาน
00:09:31 → 00:09:34ในตัวเนี่ยมันมันเหือดหายเหมือนคนแบบถ้า
00:09:34 → 00:09:36เปรียบเทียบกับมือถือก็เหมือนมือถือแบต
00:09:36 → 00:09:39เสื่อมนะคะคือชาร์จแล้วก็ไม่เต็มหรือ
00:09:39 → 00:09:42ชาร์จไปแล้วแป๊บเดียวใช้ชีวิตไปแค่ครึ่ง
00:09:42 → 00:09:45วันแบบหมดแล้วค่ะอาการก็จะเป็นลักษณะเย
00:09:45 → 00:09:48ค่ะอาจารย์คะแล้วใครเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะ
00:09:48 → 00:09:51ทำให้เกิดภาวะสิ้นยินดีตรงนี้คะกลุ่ม
00:09:51 → 00:09:54เสี่ยงเนี่ยค่ะก็อ่าแยกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ
00:09:54 → 00:09:58เนาะคือกลุ่มที่อ่าได้ปัจจัยมาแต่กำเนิด
00:09:58 → 00:10:00อันนี้เราเลือกไม่ได้อย่างเช่นเพศนะคะก็
00:10:01 → 00:10:03ถ้าเพศหญิงเนี่ยก็อาจจะมีความเสี่ยงมาก
00:10:03 → 00:10:07กว่าเพศชายรวมไปถึงเรื่องของอาจจะมี
00:10:07 → 00:10:10ประวัติคนในครอบครัวเคยเจ็บป่วยทางจิตเวช
00:10:11 → 00:10:13หรือว่าเคยต้องรับสะรับการรักษาโรคทาง
00:10:13 → 00:10:15จิตเวชอย่างเช่นเป็นวิตกกังวลเป็นซึม
00:10:15 → 00:10:19เศร้ามันก็ทำให้ตัวคนที่มีประวัติเหล่า
00:10:19 → 00:10:21นี้เนี่ยมีแนวโน้มที่จะเกิดความผิดปกติ
00:10:21 → 00:10:24ทางอารมณ์ได้ง่ายนะคะอ่าปัจจัยเสี่ยงที่ 2
00:10:24 → 00:10:27เนี่ยก็คือปัจจัยที่เราไปรับมานะคะอย่าง
00:10:27 → 00:10:30เช่นอ่าความคิดเครียดนะคะถ้าเกิดว่าเรา
00:10:30 → 00:10:33อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มันทำให้เกิดความ
00:10:33 → 00:10:35เครียดเป็นเวลานานๆอ่ะคอร์ติซอลก็หลัพอ
00:10:35 → 00:10:38คอร์ติซอลหลัเป็นเวลานานๆก็ทำให้เกิดความ
00:10:38 → 00:10:42ผิดปกติทางอารมณ์ตามมาได้นะคะอาจารย์คะ
00:10:42 → 00:10:45แล้วเรามีสัญญาณเตือนจากภาวะที่ดีนๆอย่าง
00:10:45 → 00:10:48ไรบ้างคะสัญญาณเตือนนะคะเช็คง่ายๆ 3
00:10:48 → 00:10:52อย่างอารมณ์ความคิดพฤติกรรมค่ะถ้าเกิดว่า
00:10:52 → 00:10:55เป็นอารมณ์เนี่ยแบบอารมณ์มันราบเรียบนะคะ
00:10:55 → 00:10:58แทนที่อะไรที่แบบมันเคยทำให้เรารู้สึก
00:10:58 → 00:11:01สนุกเคยรู้สึกเป็นสุขมันก็ไม่ได้รู้สึกดี
00:11:01 → 00:11:05เหมือนเคยบางคนอาจจะแบบเคยชอบทำอาหารมี
00:11:05 → 00:11:07ความสุขรู้สึกภาคภูมิใจที่ตัวเองได้ทำ
00:11:07 → 00:11:10เนี่ยพอเข้าสู่ภาวะนี้ปุ๊บก็รู้สึกว่าเออ
00:11:10 → 00:11:13การทำอาหารเนี่ยมันไม่ได้ให้คุณค่ากับตัว
00:11:13 → 00:11:16เราอย่างที่ 2 คือเรื่องของความคิดนะคะ
00:11:16 → 00:11:18อย่างความคิดอย่างเช่นความคิดมันเริ่ม
00:11:18 → 00:11:21เปลี่ยนไปในเชิงแง่ลบมากขึ้นนะคะอาจจะแบบ
00:11:21 → 00:11:25คิดโทษตัวเองเนาะหรือว่ารู้สึกว่าอ่าคิด
00:11:25 → 00:11:29ว่าไม่อยากทำอะไรรู้สึกกังวลมากขึ้นนะคะ
00:11:29 → 00:11:31อย่างที่ 3 คือเรื่องของพฤติกรรมอันเนี้ย
00:11:31 → 00:11:35บางคนก็จากเดิมเนี่ยเคยแบบเป็นคนเข้า
00:11:35 → 00:11:38สังคมเนาะไปกินข้าวไปเที่ยวกับเพื่อนได้
00:11:38 → 00:11:41พักหลังก็เริ่มรู้สึกว่าแยกตัวไม่อยากคุย
00:11:41 → 00:11:45กับใครแล้วคนที่มีความรู้สึกเฉยชากับภาวะ
00:11:45 → 00:11:50สิ้นยินดีนั้นต่างกันอย่างไรคะเฉยชาอ่าจะ
00:11:50 → 00:11:53เรียกว่ามันอาจจะเป็นสับเซตของสิ้นยินดี
00:11:53 → 00:11:56ก็ได้ค่ะคือถ้าสิ้นยินดีเนี่ยมันจะมีองค์
00:11:56 → 00:11:59ประกอบในเรื่องของอารมณ์ความคิดพฤติกรรม
00:11:59 → 00:12:01แต่ว่าเฉยชาเนี่ยมันอาจจะเป็นในเรื่องของ
00:12:01 → 00:12:05เชิงอารมณ์เช่นอารมณ์เฉยเมยไม่อยากทำอะไร
00:12:05 → 00:12:08อ่าเพราะะนั้นแล้วเนี่ยคนที่มีอารมณ์เฉย
00:12:08 → 00:12:10ชาค่ะไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องอยู่ในภาวะ
00:12:10 → 00:12:13สิ้นยินดีทุกคนแล้วถ้าคนๆนึงค่ะอาจารย์
00:12:13 → 00:12:17เกิดภาวะสิ้นยินดีแล้วจะนำไปสู่ภาวะโรค
00:12:17 → 00:12:20อะไรได้บ้างคะไปได้หลายโรคเลยค่ะในกลุ่ม
00:12:20 → 00:12:22โรคทางจิตเวชอันดับแรกก็คือกลุ่มกลุ่ม
00:12:22 → 00:12:25เรื่องของโรคซึมเศร้านะคะกลุ่มที่ 2 ก็
00:12:25 → 00:12:27คือเรื่องของกลุ่มโรควิตกกังวลออย่างเช่น
00:12:27 → 00:12:32โรควิตกกังวลทั่วๆไปนะคะหรือว่าโรคแพนิค
00:12:32 → 00:12:36ค่ะหรือว่าอ่าโรคกลัวการเข้าสังคมนะคะ
00:12:36 → 00:12:38หรือบางคนเนี่ยอาจจะเป็นเรื่องของความผิด
00:12:38 → 00:12:42ปกติของการนอนหลับนะคะทำให้ส่งผลเป็นโรค
00:12:42 → 00:12:46นอนไม่หลับตามมาได้ค่ะอาจารย์คะแล้วเรา
00:12:46 → 00:12:49เนี่ยคนทั่วๆไปจะสามารถรับมือกับภาวะสิ้น
00:12:49 → 00:12:52ยินดีได้อย่างไรบ้างคะครู้ให้ทันอารมณ์
00:12:52 → 00:12:56ตัวเองนะคะทีนี้เนี่ยพอเรารู้แล้วว่า
00:12:56 → 00:13:00อารมณ์เราเปลี่ยนนะคะเราอาจจะลองดูว่าเอ๊
00:13:00 → 00:13:03เราอยู่ในสภาวะแวดล้อมเดิมๆวิถีชีวิตเดิม
00:13:03 → 00:13:05ๆหรือเปล่าบางครั้งเนี่ยการที่เรามี
00:13:05 → 00:13:08กิจวัตรเดิมๆรูทีนเดิมๆมันก็ก่อให้เกิด
00:13:08 → 00:13:10ความเบื่อหน่ายได้หรือว่าเจอความเครียด
00:13:10 → 00:13:13ซ้ำๆซ้ๆเนี่ยอย่างแรกเลยเนี่ยคือเราเริ่ม
00:13:14 → 00:13:17จากการที่ปรับเปลี่ยนเรื่องของอ่าสภาพแวด
00:13:17 → 00:13:19ล้อมรอบตัวเราอาจจะเริ่มจากที่บ้านก็ได้
00:13:19 → 00:13:22ค่ะอาจจะเปลี่ยนผ้าปู่ที่นอนเปลี่ยน
00:13:23 → 00:13:25เปลี่ยนโทน Mo แอโทนห้องนอนเนาะอาจจะปรับ
00:13:25 → 00:13:29เปลี่ยนย้ายมุมโซฟาย้ายมุมโต๊ะทำงานต่อมา
00:13:29 → 00:13:32เนี่ยก็คือเราอาจจะต้องมีใครสักคนนึงที่
00:13:32 → 00:13:34เราสามารถพูดคุยได้แชร์ความรู้สึกได้อาจ
00:13:34 → 00:13:38จะเป็นคนในครอบครัวนะคะพ่อแม่แฟนหรือว่า
00:13:38 → 00:13:41บางคนอาจจะเป็นเพื่อนนะคะบางทีเนี่ยการ
00:13:41 → 00:13:45ที่เราเก็บปัญหาไว้คนเดียวเนาะมันอาจจะทำ
00:13:45 → 00:13:47ให้เราแบบหมกมุ่นเหมือนกับว่าวนอยู่กับ
00:13:47 → 00:13:50ความคิดของตัวเองการที่เราแชร์ความรู้สึก
00:13:50 → 00:13:53ออกไปเราอาจจะได้มุมมองใหม่ๆที่เราคาดไม่
00:13:53 → 00:13:57ถึงได้ค่ะสนับสนุนโดยแอปหมอดีหมอประจำ
00:13:57 → 00:14:00บ้านในมือคุณ
00:14:00 → 00:14:03อย่างที่สัญญากับคุณผู้ชมไว้ค่ะว่าเราจะ
00:14:03 → 00:14:07ไปรู้กันว่าอาหารอะไรที่ช่วยให้เราคลาย
00:14:07 → 00:14:09เครียดแต่มากไปกว่านั้นนะคะเชื่อมั้ยคะ
00:14:09 → 00:14:12ว่าหลายคนเนี่ยยังไม่รู้เลยว่าแท้จริง
00:14:12 → 00:14:15แล้วเครียดๆๆเนี่ยมันคืออย่างไรไปรู้ก่อน
00:14:15 → 00:14:17ว่าความเครียดคืออะไร
00:14:17 → 00:14:21ค่ะความเครียดคือภาวะทางอารมณ์และความรู้
00:14:21 → 00:14:24สึกของบุคคลที่มีต่อสถานการณ์โดยผู้ที่มี
00:14:24 → 00:14:27ความเครียดมักรับรู้ได้ในลักษณะของความ
00:14:27 → 00:14:31ลำบากใจความไม่สบายใจความคับข้องใจต่อ
00:14:31 → 00:14:33เหตุการณ์หรือความสัมพันธ์กับบุคคลรอบ
00:14:33 → 00:14:36ข้างที่เป็นสาเหตุของความเครียดความ
00:14:36 → 00:14:39เครียดจะส่งผลให้เกิดการหดตัวของกล้าม
00:14:39 → 00:14:41เนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งหรือหลายส่วนของร่าง
00:14:41 → 00:14:44กายนั่นเองซึ่งทุกคนจำเป็นต้องมีอยู่เสมอ
00:14:44 → 00:14:47ในการดำรงชีวิตเช่นการทรงตัวการเคลื่อน
00:14:47 → 00:14:50ไหวทั่วๆไปมีการศึกษาพบว่าทุกครั้งที่เรา
00:14:50 → 00:14:52คิดหรือมีอารมณ์บางอย่างเกิดขึ้นจะต้องมี
00:14:53 → 00:14:55การหดตัวเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อแห่งใด
00:14:55 → 00:14:58แห่งหนึ่งในร่างกายเกิดขึ้นควบคู่เสมอ
00:14:58 → 00:15:01ความเครียดมีทั้งประโยชน์และโทษแต่ความ
00:15:01 → 00:15:03เครียดที่เป็นโทษนั้นเป็นความเครียดชนิด
00:15:03 → 00:15:05ที่เกินความจำเป็นค่ะแทนที่จะเป็น
00:15:05 → 00:15:07ประโยชน์กลับกลายเป็นอุปสรรคและอันตราย
00:15:07 → 00:15:10ต่อชีวิตเมื่อคนเราอยู่ในภาวะตึงเครียด
00:15:10 → 00:15:13ร่างกายก็จะเกิดความเตรียมพร้อมที่จะสู้
00:15:13 → 00:15:17หรือจะหนีโดยที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง
00:15:17 → 00:15:20ต่างๆเช่นหัวใจเต้นแรงและเร็วขึ้นการหาย
00:15:20 → 00:15:24ใจเร็วขึ้นและเป็นการหายใจตื้นๆมีการขับ
00:15:24 → 00:15:26อะดรีนาลีนและฮอร์โมนอื่นๆเข้าสู่กระแส
00:15:26 → 00:15:30เลือดม่านตาขยายเพื่อให้ได้รับแสงมากขึ้น
00:15:30 → 00:15:33กล้ามเนื้อหดเกร็งเพื่อเตรียมการเคลื่อน
00:15:33 → 00:15:36ไหวเตรียมสู้หรือหนีเส้นเลือดบริเวณ
00:15:36 → 00:15:39อวัยวะย่อยอาหารหดตัวเหงื่อออกเพราะมีการ
00:15:39 → 00:15:43เผาผลาญอาหารมากขึ้นทำให้อุณหภูมิของร่าง
00:15:43 → 00:15:46กายเพิ่มขึ้นเมื่อวิกฤตผ่านพ้นไปร่างกาย
00:15:46 → 00:15:49จะกลับสู่ภาวะปกติแต่ความเครียดที่เป็น
00:15:49 → 00:15:52อันตรายก็คือความเครียดที่เกิดขึ้นมาก
00:15:52 → 00:15:54เกินความจำเป็นเมื่อเกิดแล้วคงอยู่เป็น
00:15:54 → 00:15:58ประจำไม่ลดหรือหายไปตามปกติหรือเกิดขึ้น
00:15:58 → 00:16:02โดยไม่มีเหตุการณ์ที่เป็นการคุกคามจริง
00:16:02 → 00:16:06ๆทราบกันไปแล้วนะคะว่าภาวะเครียดนั้นแท้
00:16:06 → 00:16:10จริงคืออย่างไรและเรามาดูกันค่ะว่าอาหาร
00:16:10 → 00:16:13อะไรที่จะช่วยให้เราคลายเครียดสำหรับ
00:16:13 → 00:16:17อาหารที่มีสารอาหารช่วยคลายความเครียดได้
00:16:17 → 00:16:21แก่ 1 ข้าวแป้งหรือธัญพืชไม่ขัดสีอาหาร
00:16:21 → 00:16:23ที่อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรตจะช่วยเพิ่ม
00:16:23 → 00:16:26ระดับของฮอร์โมนเซโรโทนินหรือฮอร์โมนแห่ง
00:16:26 → 00:16:29ความสุขโดยฮอร์โมนนี้จะทำให้ร่างกายรู้
00:16:29 → 00:16:31สึกผ่อนคลายและนอนหลับง่ายขึ้นซึ่งข้าว
00:16:31 → 00:16:34ที่ไม่มีการขัดสีจะใช้เวลาในการย่อยนาน
00:16:34 → 00:16:37จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของเราค่อยๆ
00:16:37 → 00:16:40สูงขึ้นอย่างช้าๆทำให้รักษาระดับของ
00:16:40 → 00:16:44ฮอร์โมนนี้ไว้ส่งผลให้ร่างกายคลายความตึง
00:16:44 → 00:16:47เครียด 2 กล้วยถั่วเปลือกแขงเนื้อสัตว์
00:16:47 → 00:16:50และไข่อาหารเหล่านี้มีสารตั้งต้นของการ
00:16:50 → 00:16:53ผลิตฮอร์โมนเซโรโทนินซึ่งเป็นสารสื่อ
00:16:53 → 00:16:57ประสาทที่ช่วยทำให้รู้สึกอารมณ์ดี 3 ส้ม
00:16:57 → 00:17:00หรือฝรั่งเป็นเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง
00:17:00 → 00:17:03เป็นสารสร้างอนุมูลอิสระหากมีความเครียด
00:17:03 → 00:17:06ร่างกายมีแนวโน้มที่จะเกิดอนุมูลอิสระมาก
00:17:06 → 00:17:09ขึ้นวิตามินซีจึงช่วยต้านอนุมูลอิสระและ
00:17:10 → 00:17:12ช่วยซ่อมแซมร่างกายลดความดันโลหิตและลด
00:17:13 → 00:17:16ฮอร์โมนที่เกิดจากความเครียด 4 ชาเขียวใน
00:17:16 → 00:17:19ชาเขียวนั้นมีสารซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยทำ
00:17:19 → 00:17:22ให้สมองผ่อนคลายจึงช่วยลดความเครียดและ
00:17:22 → 00:17:25ความวิตกกังวลได้อีกทั้งยังมี egcg ที่
00:17:25 → 00:17:28ช่วยลดการเหนื่อยล้าของร่างกายและจิตใจทำ
00:17:28 → 00:17:32ให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น 5 ผักโขมอุดมไป
00:17:32 → 00:17:35ด้วยแร่ธาตุแมกนีเซียมช่วยลดระดับความ
00:17:35 → 00:17:38เครียดทำให้รู้สึกผ่อนคลายและยังช่วยควบ
00:17:38 → 00:17:40คุมความดันโลหิตนอกจากนี้ยังอุดมไปด้วย
00:17:40 → 00:17:43วิตามินซีจึงช่วยลดความดันและฮอร์โมนความ
00:17:43 → 00:17:47เครียด 6 บรอกโคลีมีวิตามิน b6 และยังมี
00:17:47 → 00:17:50กรดโฟลิเอซิดที่เป็นสารสำคัญในการลดภาวะ
00:17:50 → 00:17:54ซึมเศร้า 7 Dark ช็อกโกแลตทำมาจากเมล็ด
00:17:54 → 00:17:58โกโก้ซึ่งเป็นแหล่งอุดมด้วยบรมนนทำให้รู้
00:17:58 → 00:18:01สึกผ่อนคลายอีกทั้งยังมี PEA ช่วยให้สาร
00:18:01 → 00:18:05สืบประสาททำงานได้ดีขึ้นและกาบ้าซึ่งช่วย
00:18:05 → 00:18:08ลดความวิตกกังวลได้แต่ช็อกโกแลตบางชนิด
00:18:08 → 00:18:11ค่ะมีส่วนผสมบางอย่างเช่นน้ำตาลและไขมัน
00:18:11 → 00:18:14ดังนั้นควรอ่านสลากให้ดีก่อนรับประทานแม้
00:18:14 → 00:18:17อาหารข้างต้นจะช่วยทำให้คลายความเครียดลง
00:18:17 → 00:18:20นะคะทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างไรก็ตามเรา
00:18:20 → 00:18:22ควรรับประทานอาหารที่หลากหลายดื่มน้ำ
00:18:22 → 00:18:25สะอาดที่เพียงพอต่อร่างกายและหลีกเลี่ยง
00:18:25 → 00:18:27เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และนอกจากอาหารที่
00:18:28 → 00:18:30ช่วยให้คลายเครียดแล้วค่ะไปรู้กันดีกว่า
00:18:30 → 00:18:33ว่ากิจกรรมอะไรที่ช่วยให้เราคลายเครียด
00:18:33 → 00:18:37อ่านหนังสือลองหานิยายสักเล่มหรือนิตยสาร
00:18:37 → 00:18:39ศักดิ์ฉบับมาอ่านก็เป็นหนึ่งในวิธีคลาย
00:18:39 → 00:18:42เครียดยอดนิยมเพราะการได้จดจ่ออยู่กับ
00:18:42 → 00:18:44เนื้อเรื่องหรือเนื้อหาที่กำลังอ่านนั้น
00:18:44 → 00:18:47นอกจากจะช่วยสร้างสมาธิแล้วยังช่วยให้คุณ
00:18:47 → 00:18:50หลุดพ้นจากความเครียดและความวิตกกังวลไป
00:18:50 → 00:18:53ได้ชั่วขณะเช่นกันดูหนังหากมีเรื่องทุกข์
00:18:53 → 00:18:56ใจอยู่การได้ดูหนังหรือซีรีส์ที่มีนัก
00:18:56 → 00:18:59แสดงคนโปรดหรือในแนวที่ชื่นชอบสักเรื่อง
00:18:59 → 00:19:02ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือโรงภาพยนตร์ค่ะก็
00:19:02 → 00:19:05มีส่วนช่วยผ่อนคลายความเครียดลงได้นอกจาก
00:19:05 → 00:19:07นี้การชมภาพยนตร์ยังเป็นการสร้างเสริม
00:19:07 → 00:19:10จินตนาการอีกรูปแบบหนึ่งทั้งยังช่วยเปิด
00:19:10 → 00:19:12มุมมองใหม่ในการใช้ชีวิตไปพร้อมกับตัว
00:19:12 → 00:19:16ละครเอกของเรื่องฟังเพลงการฟังเพลงเป็น
00:19:16 → 00:19:19อีกหนึ่งวิธีคลายเครียดที่ช่วยทำให้คุณ
00:19:19 → 00:19:21รู้สึกดีขึ้นได้เพราะเมื่อฟังเพลงร่างกาย
00:19:22 → 00:19:24จะหลังฮอร์โมนแห่งความสุขที่ช่วยให้รู้
00:19:24 → 00:19:27สึกผ่อนคลายดังนั้นการฟังเพลงสามารถช่วย
00:19:27 → 00:19:31ปรับอารมณ์จิตใจแถมยังส่งผลดีต่อสมองอีก
00:19:31 → 00:19:34ด้วยออกกำลังกายการได้ขยับร่างกายเพียง
00:19:34 → 00:19:37เล็กน้อยหรือการได้ออกกำลังกายบ้างก็เป็น
00:19:37 → 00:19:40อีกหนึ่งวิธีผ่อนคลายทำให้คลายเครียดลง
00:19:40 → 00:19:43ได้เพราะร่างกายจะหลังฮอร์โมนแห่งความสุข
00:19:43 → 00:19:46ที่ทำให้คุณรู้สึกมีความสุขกระปี้กระเป่า
00:19:46 → 00:19:49และยังไปกระตุ้นอัตราการเต้นของหัวใจที่
00:19:49 → 00:19:51จะช่วยทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายซึ่งตัว
00:19:51 → 00:19:54อย่างการออกกำลังกายที่สามารถช่วยให้คลาย
00:19:54 → 00:19:57เเรียดได้เช่นโยคะเดินออกกำลังกายปล่อย
00:19:57 → 00:20:01มวยวยเต้นเล่นเทนนิสนอนหลับพักผ่อนให้
00:20:01 → 00:20:03เพียงพอหนึ่งในวิธีคลายเครียดอย่างการนอน
00:20:04 → 00:20:06หลับพักผ่อนให้เพียงพอถือว่าเป็นสิ่งที่
00:20:06 → 00:20:09สำคัญต่อร่างกายของเราค่ะเพราะการนอนให้
00:20:09 → 00:20:11เพียงพอหรือเป็นเวลาอย่างน้อย 8 ชมงช่วย
00:20:12 → 00:20:14ให้ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกรอปรับ
00:20:14 → 00:20:17ฮอร์โมนให้เป็นปกติและเพิ่มภูมิคุ้มกัน
00:20:17 → 00:20:20ร่างกายเพื่อเสริมให้มีสุขภาพที่แข็งแรง
00:20:20 → 00:20:23และไม่เจ็บป่วยง่ายนอกจากนี้การนอนหลับ
00:20:23 → 00:20:25พักผ่อนที่เพียงพอยังช่วยให้เมื่อตื่น
00:20:25 → 00:20:28ขึ้นมาแล้วจะรู้สึกสดชื่นกระปี้เป่าและ
00:20:28 → 00:20:31พร้อมดำเนินชีวิตประจำวันอีกด้วยเข้าร่วม
00:20:31 → 00:20:34กิจกรรมที่ชื่นชอบร่วมกับผู้อื่นการเข้า
00:20:34 → 00:20:36ร่วมกิจกรรมที่ชื่นชอบหรือทำกิจกรรมร่วม
00:20:36 → 00:20:39กับผู้อื่นนั้นเป็นวิธีคลายเครียดได้
00:20:39 → 00:20:42เพราะช่วยให้ได้พบปะกับผู้คนที่มีความชื
00:20:42 → 00:20:44ชอบคล้ายกันทำให้สามารถแบ่งกันเรื่องราว
00:20:44 → 00:20:49ระหว่างกันได้พูดคุยปรึกษากับคนที่ไว้ใจ
00:20:49 → 00:20:51การเก็บเรื่องทุกข์ใจไว้เพียงคนเดียวอาจ
00:20:51 → 00:20:54จะทำให้จมอยู่กับปัญหาและยากที่จะพบทาง
00:20:54 → 00:20:58ออกดังนั้นการได้พูดคุยหรือปรึกษากับคน
00:20:58 → 00:21:01ที่ไว้ใจได้เช่นเพื่อนสนิทครอบครัวหรือ
00:21:01 → 00:21:04แฟนเพื่อเล่าเรื่องราวที่พบเจอหรือระบาย
00:21:04 → 00:21:07ความเครียดให้ฟังถือเป็นอีกหนึ่งวิธีคลาย
00:21:07 → 00:21:08เครียด
00:21:08 → 00:21:11ได้เป็นอย่างไรกันบ้างคะคุณผู้ชมกับสาระ
00:21:11 → 00:21:15สุขภาพดีๆที่ทาง TNN นำมาฝากคุณผู้ชมใน
00:21:15 → 00:21:19วันนี้หวังใจเป็นอย่างยิ่งค่ะว่าคุณผู้ชม
00:21:19 → 00:21:22จะนำความรู้นะคะจากรายการของเราไปดูแล
00:21:22 → 00:21:24สุขภาพให้ตัวเองแข็งแรงรวมถึงครอบครัวของ
00:21:24 → 00:21:27เราแข็งแรงด้วยสำหรับวันนี้นะคะหมอดาว
00:21:27 → 00:21:31ต้องขอขอบคุณคุณผู้ชมค่ะที่รับชมรายการมา
00:21:31 → 00:21:34โดยตลอดนะคะคุณผู้ชมสามารถติดตามรับชม
00:21:34 → 00:21:37สาระสุขภาพดีๆจากท Heal ได้เป็นประจำทุก
00:21:37 → 00:21:43วันเสาร์ค่ะเวลาดี 15 น- 15:30 นที่นี่
00:21:43 → 00:21:47TNN ช่อง 16 อย่าลืมนะคะกดไลค์กดแชร์กด
00:21:48 → 00:21:51Subscribe เป็นกำลังใจให้หมอดาวและทีม
00:21:51 → 00:21:53งานช่องทางโซเชียล Network ต่างๆไม่ว่าจะ
00:21:53 → 00:21:57เป็น LINE official YouTube tiktok
00:21:57 → 00:22:00Facebook และ Instagram อีกด้วยค่ะเพื่อ
00:22:00 → 00:22:03ที่จะเข้าถึงทุกสาระสุขภาพเสริมภูมิคุ้ม
00:22:03 → 00:22:06กันรู้ทันโรคไปกับ T and Health สำหรับ
00:22:06 → 00:22:09วันนี้หมอดาวและทีมงาน TE and Health
00:22:09 → 00:22:13ต้องขอตัวลาคุณผู้ชมไปก่อนนะคะสวัสดี
00:22:13 → 00:22:26[เพลง]
00:22:26 → 00:22:29ค่ะ
00:22:29 → 00:22:38[เพลง]