00:00:00 → 00:00:04ไวรัสตับอักเสบคืออะไรมีกี่ชนิดและติดได้
00:00:04 → 00:00:07จากสาเหตุใดบ้างต่อไปนี้คือข้อเท็จจริง
00:00:07 → 00:00:12และคำแนะนำจากผู้เชี่ยว
00:00:12 → 00:00:16ชาญศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์สำนักข่าวไทยอสมท
00:00:16 → 00:00:19สอบถามกับเลขาธิการมูลนิธิตับแห่งประเทศ
00:00:19 → 00:00:22ไทยไวรัสตับอักเสบคืออะไรครับไวรัสตับ
00:00:22 → 00:00:25อักเสบนะหลักการก็คือไวรัสมันก็จะมี
00:00:25 → 00:00:28อวัยวะที่มันชอบเป็นพิเศษเช่นไขหวัดใหญ่
00:00:28 → 00:00:31มันก็จะชอบที่เยื่อบุทางเรินหายใจส่วนบน
00:00:31 → 00:00:34อันนี้ไวรัสตับอักเสบมันก็คือไวรัสที่ชอบ
00:00:34 → 00:00:36อยู่ในเซลล์ตับั้นเซลล์ตับจะเป็นที่ที่
00:00:36 → 00:00:39มันอยู่แล้วก็สามารถแบ่งแบ่งเพิ่มปริมาณ
00:00:39 → 00:00:42ได้นะครับไวรัสตับอักเสบมีกี่สายพันธุ์
00:00:42 → 00:00:45หร่ะครับในปัจจุบันเนี่ยเรามี 5 ตัวหลักๆ
00:00:45 → 00:00:49นะครับก็จำง่ายๆเป็นอักษรภาษาอังกฤษ a b
00:00:49 → 00:00:53c d และ E แล้วก็จำง่ายๆว่ามันมีสละ
00:00:53 → 00:00:55ภาษาอังกฤษอยู่ 2 ตัวคือ a กับ e นะครับ
00:00:55 → 00:00:58แล้วก็ B CD นะครับอาจารย์อธิบายสาเหตุ
00:00:58 → 00:01:01การติดไวรัสตับอักเสบเริ่มจากไวรัสตับ
00:01:01 → 00:01:04อักเสบ a และ E ที่ติดได้จากการกิน a กับ
00:01:04 → 00:01:08e เนี่ยเป็นไวรัสที่เข้าทางปากไวรัสที่
00:01:08 → 00:01:11เข้าทางปากพวกเนี้ยไม่เป็นเรื้อรังจำไม่
00:01:11 → 00:01:14ง่ายเข้าแล้วออกจะเป็นเฉพาะเฉียบพลันเท่า
00:01:14 → 00:01:16นั้นนะครับก็คือเหมือน a กับ e a เนี่ย
00:01:16 → 00:01:19ติดโดยการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนไวรัส
00:01:19 → 00:01:22ตับอักเสบ a เช่นคนขายอาหารสุขอนามัยส่วน
00:01:22 → 00:01:24บุคคลไม่ดีเป็นไวรัส a แล้วล้างมือไม่
00:01:24 → 00:01:27สะอาดมาหยิบจับอาหารขายให้เราอย่างเงี้ย
00:01:27 → 00:01:30ส่วนใหญ่ก็จะเป็นในวัยผู้ใหญ่เป็นแล้วก็
00:01:30 → 00:01:32ตัวตาเหลืองอ่อนเพลียเหมือนกับที่เรารู้
00:01:32 → 00:01:35จักตับอักเสบแล้วก็หายขาดไปนะครับและ
00:01:35 → 00:01:38ไวรัสตับอักเสบอีไวรัส E ไวรัสอนี่จะติด
00:01:38 → 00:01:41จากอาหารเหมือนกันแต่อาหารเฉพาะส่วนใหญ่
00:01:41 → 00:01:43เกือบทั้งหมดในประเทศไทยเนี่ยติดจากเนื้อ
00:01:43 → 00:01:45หมูหมูเนี่ยเราไม่สามารถผลิตหมูที่ไม่มี
00:01:46 → 00:01:49ไวรัส E ได้แม่หมูเป็นไวรัส E คลอดลูกลูก
00:01:49 → 00:01:51ก็ติดไวรัส E จากแม่ไปแล้วก็เอาเนื้อหมู
00:01:51 → 00:01:54มาขาย 1% ของเนื้อหมูที่ขายในท้องตลาด
00:01:54 → 00:01:57เนี่ยมีไวรัส E แล้วธรรมชาติของคนไทย
00:01:57 → 00:02:00เนี่ยเวลาสมมุติจะไปกินสุกี้ชาวเรา
00:02:00 → 00:02:03ตะเกียบคู่นึงคีบหมูดิบใส่หม้อแล้วกับ
00:02:03 → 00:02:06ตะเกียบคู่เดิมคีบหมูสุกใส่ปากก็จะติด
00:02:06 → 00:02:09ไวรัสตับอักเสบ E ได้เช่นเดียวกับไวรัส a
00:02:09 → 00:02:12ก็คือเป็นแล้วหายขาดไม่เป็นเรื้อรังจะ
00:02:12 → 00:02:15เป็นเรื้อรังได้ในคนกลุ่มที่มีภูมิต้าน
00:02:16 → 00:02:18ทานบกพร่องเท่านั้นเองเช่นเปลี่ยนอวัยวะ
00:02:18 → 00:02:22หรือคนที่เป็น HIV ร่วมด้วยถัดมาสาเหตุ
00:02:22 → 00:02:25การติดไวรัสตับอักเสบ B บเนี่ยก็เป็น
00:02:25 → 00:02:28ไวรัสจริงๆเจอตัวแรกนะครับแต่ว่าเรามา
00:02:28 → 00:02:30ตั้งชื่อทีหลังเลยเลยเรียกเป็น B ไป
00:02:30 → 00:02:33อันเนี้ยการติดหลักๆเลยติดจากแม่สู่ลูก
00:02:33 → 00:02:36คือในอดีตเนี่ยแม่เป็นไวรัสตอักเสบ B
00:02:36 → 00:02:39แล้วคลอดบุตรมาเนี่ยติดเนี้ยติดขณะคลอดนะ
00:02:39 → 00:02:41ครับไม่ได้ติดในคลันนะครับแล้วก็ไม่ใช่
00:02:41 → 00:02:43เป็นโรคพันธุกรรมปัจจุบันแม่ม่ที่เป็น
00:02:43 → 00:02:46ไวรัสบเราถึงฉีดวัคซีนป้องกันลูกไม่ติด
00:02:46 → 00:02:49ได้นอกจากนั้นก็อาจจะติดจากอย่างอื่นๆ
00:02:49 → 00:02:51เช่นการใช้เข็มฉีดยาร่วมกันทาง
00:02:51 → 00:02:53เพศสัมพันธ์ซึ่งทางเพศสัมพันธ์เนี่ยการ
00:02:53 → 00:02:56ติดของไวรัส B นะฮะมากกว่า HIV เป็น 100
00:02:56 → 00:02:58เท่าเลยเพราะปริมาณไวรัสมันเยอะมากมันก็
00:02:58 → 00:03:01โอกาสติดจะสูงกว่าและการติดไวรัสตับ
00:03:01 → 00:03:04อักเสบ B นำไปสู่การติดไวรัสตับอักเสบ D
00:03:04 → 00:03:07ไวรัส D เนี่ยเปรียบเหมือนปูเสฉวนมันต้อง
00:03:07 → 00:03:09อาศัยเปลือกไวรัส B อยู่งั้นคนต้องเป็น
00:03:10 → 00:03:12ไวรัส b ถึงจะเป็นไวรัส D ได้งั้นก็คือ
00:03:12 → 00:03:15อาจจะติดทั้ง B ทั้ง D พร้อมกันหรือไม่ก็
00:03:15 → 00:03:17ติด D มาซ้อน B คำว่าคือต้องมีเปลือก
00:03:17 → 00:03:19ไวรัส b ถึงจะอยู่ได้เพราะมันเป็นไวรัส
00:03:19 → 00:03:22ที่ไม่มีเปลือกมันต้องอาศัยเปลือกไวรัส B
00:03:22 → 00:03:25อยู่คนเป็นไวรัส B ที่เป็นดีบ้านเราน้อย
00:03:25 → 00:03:28มากเกือบไม่มีเลยคือจะมีบ้างก็คือคนที่
00:03:28 → 00:03:31ติดยาเสพติชนิดฉีดเขเส้นซึ่งพวกเนี้ยเขา
00:03:31 → 00:03:34มีการแชร์เข็มกันก็จะมีโอกาสติดได้สุด
00:03:34 → 00:03:37ท้ายสาเหตุการติดไวรัสตับอักเสบ 4 C
00:03:37 → 00:03:40เนี่ยเป็นตัวที่เจอหลังสุดอันเนี้ยหลักๆ
00:03:40 → 00:03:43ในอดีตเลยเนี่ยก็คือติดจากเลือดโดยเฉพาะ
00:03:43 → 00:03:47คนที่เกิดก่อนปี 2535 ซึ่งเราไม่มีการคัด
00:03:47 → 00:03:49กรองเลือดเนี่ย 10% ของเลือดที่มีการให้
00:03:50 → 00:03:52ไปเนี่ยจะมีไวรัสตัปเสบ C อยู่มันก็มี
00:03:52 → 00:03:55โอกาสติดได้เยอะมากขึ้นอันที่ 2 คือติด
00:03:55 → 00:03:58โดยการใช้เข็มฉีดยาโดยไม่ตั้งใจเช่นใน
00:03:58 → 00:04:01สมัยก่อนเนี่ยเราไม่มีเข็มฉีดยากระบอกฉีด
00:04:01 → 00:04:03ยาที่ใช้แล้วทิ้งเลยเหมือนปัจจุบันนะครับ
00:04:04 → 00:04:07ใช้แล้วล้างแล้วก็มาใช้ใหม่มีการนึ่งแต่
00:04:07 → 00:04:09ถ้าเกิดหมอชาวบ้านหมอเถือนเนี่ยเขาก็ไม่
00:04:09 → 00:04:11ได้นึ่งไม่ได้ทำความสะอาดเนี่ยมันก็จะติด
00:04:11 → 00:04:14กับทั้งหมู่บ้านนอกจากนั้นก็คือการใช้
00:04:14 → 00:04:16เข็มฉีดยาร่วมกันโดยลักษณะของคนที่ติดยา
00:04:16 → 00:04:19เสพติดในปัจจุบันอัตราคนที่ใช้ยาเสพติด
00:04:19 → 00:04:22ชนิดฉีดอ่ะลดลงคนที่ติดกลุ่มเนี้ยจะไม่
00:04:22 → 00:04:25ได้เยอะมากทางติดทางสุดท้ายก็คือกลุ่มชาย
00:04:25 → 00:04:29รักชายปัจจุบันเริ่มมีการรณรงค์ใช้ยาเพลบ
00:04:29 → 00:04:32กินเพื่อป้องกัน HIV จริงๆมันต้องใช้ยา
00:04:32 → 00:04:35เพลดบวกถุงยางอนามัยแต่ชักย่ามใจไม่ใช้
00:04:35 → 00:04:38ถุงยางอนามัยทำให้มีโอกาสติดไวรัสตับ
00:04:38 → 00:04:41อักเสบ C เพิ่มขึ้นครับความรุนแรงของ
00:04:41 → 00:04:43ไวรัสตับอักเสบนอกจากขึ้นอยู่กับชนิดแล้ว
00:04:43 → 00:04:46ยังเกี่ยวข้องกับอีกหลายปัจจัยรวมทั้ง
00:04:46 → 00:04:48ร่างกายของผู้ป่วยสามารถติดตามได้จากราย
00:04:48 → 00:04:51ละเอียดในชั่วก่อนแชร์อีกต่อหนึ่งนะครับ
00:04:51 → 00:04:53ยังมีอีกหลายเรื่องน่าสงสัยบนสังคม
00:04:53 → 00:04:56ออนไลน์หากได้รับอะไรมาอย่าเพิ่งแชร์ต่อ
00:04:56 → 00:05:02ร่วมตรวจสอบไปด้วยกันกับชั่วก่อนแชร์ M