อาการของโรคฮิสทีเรียแบ่งเป็นกี่ประเภท และแต่ละประเภทมีลักษณะอย่างไร

คำถาม:
อาการของโรคฮิสทีเรียแบ่งเป็นกี่ประเภท และแต่ละประเภทมีลักษณะอย่างไร?
คำตอบ:
แบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก คือ 1) โรคประสาทแบบการพูดคุย (conversational disorder) ที่มีอาการทางระบบประสาท เช่น ชา ชัก ตาบอด แต่ตรวจแล้วไม่พบความผิดปกติทางร่างกาย และ 2) บุคลิกภาพแบบฮิสทรีออนิก (histrionic personality disorder) ที่มีลักษณะต้องการความสนใจสูง ชอบดราม่า เข้าสังคมได้ดีแต่ความสัมพันธ์ลึกซึ้งไม่เกิด

เข้าใจผู้ป่วย “โรคฮิสทีเรีย” โรคที่เกิดจากบุคลิกภาพผิดปกติ l TNN HEALTH l 03 02 67

จากช่อง:TNN
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:04:47แบ่งออกเป็นกี่ประเภทคะอ่าใช้คำว่าสมัย
00:04:50นี้แล้วกันเนาะฮิสเตรียสมัยเก่าที่ที่เรา
00:04:53รู้ว่าจริงๆแล้วมันไม่ได้เกี่ยวกับมดลูก
00:04:55มันไม่ได้เกี่ยวกับขาดผู้ชายไม่ได้สมัย
00:04:58นี้ที่เรารู้ว่าเกี่ยวกับอารมณ์จิตใจอ่ะ
00:05:00ค่ะหลักๆก็คือจะแบ่งเป็น 2 อย่าง 2 อย่าง
00:05:03จริงๆก็คือโรคที่อย่างที่บอกสมัยก่อนผู้
00:05:05หญิงที่อยู่ก็ชายอยู่ๆก็ร้องโหยหวนกรีด
00:05:09ร้องหรือว่ามีอาการทางกายซึ่งส่วนใหญ่มัก
00:05:12จะเป็นอาการทางระบบประสาทไม่ว่าจะชาไม่
00:05:14ว่าจะอ่อนแรงไม่ว่าจะอยู่พูดไม่ได้อาการ
00:05:17เนี้ยคืออาการที่สมัยใหม่เราเรียกว่า
00:05:20conventional disorder คือการที่มี
00:05:22อาการทางระบบประสาทที่มีอาการออกมาทาง
00:05:26ระบบประสาทแต่ตรวจแล้วไม่ได้มีสมองที่ผิด
00:05:28ปกติไม่ได้มีอ่าเส้นประสาทหรืออะไรที่ผิด
00:05:31ปกติอันนี้เป็นประเภทที่ 1 กับประเภทที่ 2
00:05:34ชื่อจะยังคงความคล้ายียอยู่เรียกว่า
00:05:37histrionic
00:05:38personality disorder หรือมีบุคลิกภาพ
00:05:41ผิดปกติแบบ histrionic hisonic คืออะไร
00:05:44hisonic เป็นภาษาอังกฤษค่ะที่จริงๆแล้ว
00:05:47มันก็คือแปลว่าต้องการแบบมีความดราม่า
00:05:50อยู่สูงมีความเยอะมีความต้องการเพราะ
00:05:54ฉะนั้นคนกลุ่มเนี้ยถ้าพูดภาษาสมัยใหม่ให้
00:05:57เข้าใจง่ายก็คือเป็นคนที่หิวแสงต้องการ
00:06:00ความสนใจซึ่งเป็นได้ทั้งผู้หญิงทั้งผู้
00:06:02ชายต้องการความสนใจจากทุกคนไม่ได้แค่
00:06:05เฉพาะผู้ชายผู้หญิงบางทีเขาก็จะมีการแสดง
00:06:08ออกที่เรียกร้องที่ดูเหมือนเจาะแจ้คุยกับ
00:06:11ทุกคนได้แต่ความสัมพันธ์เขามันไม่สามารถ
00:06:13ลงลึกได้มันมีแค่ความผิวเผินอย่างเงี้ย
00:06:16ค่ะอาจารย์คะในการเรียกร้องความสนใจจาก
00:06:19ผู้ป่วยฮิสเรียนั้นเขาจะเลือกที่จะเรียก
00:06:22ร้องจากคนที่เขาต้องการจะเรียกร้องหรือ
00:06:24เขาจะเรียกร้องไปทั่วเลยอ่ะคะอาจารย์คือ
00:06:27ส่วนใหญ่อ่ะค่ะถ้าเป็นคำว่าอ่าต้องต้อง
00:06:29แยกก่อนถ้าเป็นคำว่าบุคลิกภาพเนี่ยมันก็
00:06:31จะมีตั้งแต่บุคลิกภาพเหมือนคนทั่วไปคน
00:06:34ทั่วไปเนี่ยมันก็เป็นไปได้ที่บางคนใช้คำ
00:06:36ว่า extrovert อทเวแล้วกันถ้าเข้าใจอย่าง
00:06:38สมัยนี้อันเนี้ยมันก็อยู่ในเกณฑ์ปกติแต่
00:06:41ถ้ามันซ้ายสุดขวาสุดขึ้นไปอีกมันก็จะเป็น
00:06:45เรื่องของบุคลิภาพเทรดเป็นลักษณะของ
00:06:47บุคภาพบางประการที่เริ่มแบบเยอะไปและแต่
00:06:50ถ้าสมมุติเข้าขั้นผิดปกติคือโอ้โหสุดซ้าย
00:06:54สุดขวาจริงๆอย่าเงี้ยค่ะมันก็คือแบบทุกคน
00:06:57ทุกอย่างนั่นแหละค่ะคือต้องการความสนใจ
00:07:00ต้องการเป็นจุดสนใจแต่ในขณะเดียวกันเขา
00:07:03อยู่แค่ในระดับของภายนอกระดับของเปลือก
00:07:06นอกเวลาเามีความสัมพันธ์เอาจจะดูเหมือน
00:07:09คุยได้กับทุกคนแต่ว่าถามว่าเขาสนิทกับใคร
00:07:11หรือเขาแม้แต่เจ้าตัวไว้วางใจใครจริงๆม
00:07:14บางทีมันแทบไม่มีเลยด้วยซ้ำเป็นความ
00:07:17สัมพันธ์ที่เยอะแต่ตื้นเขินผิวเผินแล้ว
00:07:21อาการของโรคคิเรียเป็นอย่างไรคะถ้าถามว่า
00:07:24อาการเป็นยังไงก็คืออย่างที่บอกว่าแบ่ง
00:07:25ออกเป็น 2 ประเภทอย่างที่เล่าไปแล้วอ่ะ
00:07:27ค่ะก็คือ 1 ก็คือถ้าเป็น convers
00:07:30conversational disorder ก็คือมีอาการ
00:07:32ทางระบบประสาทไม่ว่าจะชาอยู่ๆเกร็งอยู่ๆ
00:07:36ชักแต่แต่ชักแบบชักแบบเหมือนตรวจแล้วก็
00:07:39ไม่ได้มีคลื่นชักเลยค่ะอย่างเช่นถ้าคนชัก
00:07:41จริงๆบางทีคือกัดลิ้นปัสสาวะอุจจารราดอัน
00:07:44นี้ก็อาจจะแบบไม่มีหรือว่าพอจะล้มก็ล้ม
00:07:47ไม่ค่อยมีแผลอะไรเงี้ยค่ะแต่แต่ไม่ใช่เา
00:07:49แกล้งนะคะแต่ว่าเหมือนคนไข้เป็นทางจิตใจ
00:07:53คือไม่ได้เป็นทางกายงค่ะกับอีกอย่างนึงก็
00:07:55คืออย่างที่บอกว่าเป็นเรื่องปัญหาของ
00:07:57บุคลิกภาพคล้ายๆเหมือนเหมือนหิวแสงอะไร
00:08:00เงี้ยค่ะจะวินิจฉัยได้อย่างไรคะว่าเป็น
00:08:02โรคที่เียจริงๆก็คือถ้าถ้าสมมุติว่าเรา
00:08:05มองในอ่าศาสตร์สมัยใหม่ที่เรามีความรู้
00:08:08ความเข้าใจไม่ใช่แค่เฉพาะจิตใจแต่ว่าเรา
00:08:10เข้าใจในเรื่องของสมองสารเคมีรวมถึงเรา
00:08:14เข้าใจในเรื่องของจิตวิเคราะห์ที่มาที่ไป
00:08:16ต่างๆก็คืออ่าถ้าเป็น 2 โรคนี้คือถ้าเป็น
00:08:19กลุ่มเรื่องของ conversational disorder
00:08:22หรือว่าหรือว่าที่มีอาการทางระบบประสาท
00:08:24ไม่ว่าจะช้าพูดไม่มีเสียงอ่อนแรงตาบอด
00:08:27อะไรก็ตามที่เป็นเรื่องของอาการทางประสาท
00:08:29ก็คือ 1 คือต้องสำคัญสุดคือเราตรวจแล้ว
00:08:32จริงๆแล้วมันไม่ไม่ไม่ตรงไปตรงมาตามระบบ
00:08:35ประสาทอย่างเช่นสมมุตินะคะอย่างเช่นเวลา
00:08:37ชาอย่างเงี้ยค่ะเส้นปราสาทเนี่ยคนไข้จะ