00:00:00 → 00:00:02และนี่นะคะก็คือเป็นฉากจากภาพยนตร์นะคะ
00:00:02 → 00:00:05ที่เรานำมาวิเคราะห์อาการไมเกรนกำเริบแสง
00:00:05 → 00:00:10ที่มันเข้าตาพระเอกของเราเนี่ยมันจ้ามาก
00:00:10 → 00:00:14ๆเป็นอาการที่มันปวดรุนแรงมากๆนะ
00:00:15 → 00:00:18คะไมเกรนกำเริบขึ้นมาเนี่ยอาการมันทุกข์
00:00:18 → 00:00:20ทรมานแล้วก็รุนแรงได้ขนาดนี้เลยหรอ
00:00:20 → 00:00:22วิเคราะห์ภาพยนตร์ชัตเตอร์ไอแลนด์ความ
00:00:23 → 00:00:26เครียดไมเกรนอาการกลัวแสงและกลัวเสียงฉาก
00:00:26 → 00:00:28นี้นะคะหมอนำมาจากภาพยนตร์ชัตเตอร์
00:00:28 → 00:00:30ไอแลนด์นะคะซึ่งเป็นฉากที่พระเอกดของเรา
00:00:30 → 00:00:32เนี่ยกำลังเผชิญกับความเครียดอย่างรุนแรง
00:00:32 → 00:00:34นะคะแล้วหลังจากนั้นเขาก็มีอาการไมเกรน
00:00:34 → 00:00:37กำเริบขึ้นซึ่งในภาพยนตร์นะคะสามารถแสดง
00:00:37 → 00:00:40อาการนำแล้วก็อาการไมเกรนได้อย่างเป็นฉาก
00:00:40 → 00:00:42ๆได้อย่างดีเลยเดี๋ยวเรามาดูแล้ว
00:00:42 → 00:00:47วิเคราะห์ไปพร้อมๆกันเลยนะ
00:00:47 → 00:00:49คะ
00:00:50 → 00:00:55you I'm fine
00:00:55 → 00:00:56Just
00:00:56 → 00:01:04itens He mar
00:01:04 → 00:01:14migra M imag
00:01:14 → 00:01:17some โอเคค่ะก็จบไปแล้วนะคะทีนี้นะคะ
00:01:17 → 00:01:19เดี๋ยวเราจะมานั่งวิเคราะห์กันให้เห็น
00:01:19 → 00:01:21เป็นทีละฉากๆเลยนะคะว่าปกติเนี่ยเวลาคน
00:01:21 → 00:01:24ไข้ไมเกรนกำเริบ 1 คนเนี่ยมันเกิดอะไร
00:01:24 → 00:01:27ขึ้นบ้างนะคะอันแรกเลยนะคะฉากแรกเลยเนี่ย
00:01:27 → 00:01:29ก็คือเป็นฉากที่พระเอกเนี่ยจะต้องเจอกับ
00:01:29 → 00:01:31ความเครียดนะคะอันนี้เขาต้องการแสดงให้
00:01:31 → 00:01:34เห็นว่าเวลาเรามีตัวกระตุ้นนะคะโดยเฉพาะ
00:01:34 → 00:01:36เรื่องของความเครียดอ่ะค่ะสถานการณ์บาง
00:01:36 → 00:01:39อย่างนะคะก็จะทำให้เป็นการกระตุ้นอาการ
00:01:39 → 00:01:42ไมเกรนกำเริบขึ้นมาได้นะคะซึ่งพอเวลาเรา
00:01:42 → 00:01:44มีความเครียดเกิดขึ้นเนี่ยมันก็จะมีการ
00:01:44 → 00:01:47หลั่งสารนพวกคอิชอหรือว่าการเปลี่ยนแปลง
00:01:47 → 00:01:49ของสารเคมีต่างๆในสมองที่มันผิดปกตินะคะ
00:01:49 → 00:01:51หลังจากนั้นเนี่ยก็จะเป็นการกระตุ้นวงจร
00:01:51 → 00:01:55การเกิดไมเกรนให้กำเริบขึ้นมานะคะฉากที่ 2
00:01:55 → 00:01:57นะคะก็คือเป็นฉากที่พระเอกเราเนี่ยเริ่ม
00:01:57 → 00:02:00มีอาการแสดงอาการเหมือนเริ่มจะปวดหุแล้ว
00:02:00 → 00:02:03ก็เริ่มหยี่ตาขึ้นมานะคะซึ่งฉากนี้นะคะใน
00:02:03 → 00:02:06หนังเนี่ยเาต้องการให้เราเห็นว่าพอพระเอก
00:02:06 → 00:02:09เนี่ยอยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดมากๆะ
00:02:09 → 00:02:11เริ่มรู้สึกไม่สุขสบายที่บริเวณศีรษะแล้ว
00:02:11 → 00:02:13นะคะโดยที่ตอนนั้นเนี่ยอาจจะยังไม่ได้มี
00:02:13 → 00:02:16อาการปวดหัวกำเริบขึ้นมารุนแรงมากแต่
00:02:16 → 00:02:18เริ่มรู้สึกแล้วล่ะว่าหนังศีรษะหรือว่า
00:02:18 → 00:02:21บริเวณขมับเนี่ยมันเริ่มผิดปกติเริ่มหยี
00:02:21 → 00:02:23ตาเนี่ยก็คือแสดงว่าเขาเริ่มรู้สึกว่าเขา
00:02:24 → 00:02:27เนี่ยไม่สามารถสู้แสงได้นะคะฉากที่ 3 นะ
00:02:27 → 00:02:30คะหลังจากนั้นนะคะหนังนะคะก็คือทำให้เห็น
00:02:30 → 00:02:33เลยว่ามีฟ้าผ่าลงมานะคะก็คือต้องการแสดง
00:02:33 → 00:02:37ให้เห็นชัดๆเลยว่าแสงที่มันเข้าตาพระเอก
00:02:37 → 00:02:39ของเราเนี่ยมันจ้ามากๆนะคะแล้วก็มีเสียง
00:02:39 → 00:02:43ฟ้าร้องตามมาด้วยนะคะซึ่งฉากนี้นะคะเป็น
00:02:43 → 00:02:45ฉากที่สำคัญมากๆนะคะที่จะทำให้คุณหมอ
00:02:45 → 00:02:48เนี่ยเค้าคิดถึงอาการไมเกรนนะคะภาวะนี้นะ
00:02:48 → 00:02:50คะก็คือเราเรียกว่าเป็นภาวะที่มี pH
00:02:51 → 00:02:53sensitivity นะคะหรือว่า phobia นะคะใน
00:02:53 → 00:02:56ในหนังเนี่ยคุณหมอเขาก็พูดคำนี้ไว้นะคะก็
00:02:56 → 00:02:59คืออาการที่คนไข้เนี่ยจะมีอาการกลัวแสงนะ
00:02:59 → 00:03:02คะหรือว่าวัยต่อแสงมากกๆคนเราเนี่ยเวลา
00:03:02 → 00:03:04เห็นแสงเ่าฟ้าผ่าเนี่ยก็จะเห็นเป็นแสงจ้า
00:03:04 → 00:03:06ปกติแต่ในหนังเนี่ยทำให้เห็นเลยว่า
00:03:06 → 00:03:08เลโอนาโดเนี่ยคือเห็นแสงจ้าจนแบบไม่
00:03:08 → 00:03:11สามารถสู้แสงได้อีกต่อไปนะคะรวมถึงอาการ
00:03:11 → 00:03:14เสียงฟ้าร้องก็เหมือนกันนะคะก็คือเราได้
00:03:14 → 00:03:16ยินเสียงฟ้าร้องธรรมดาแต่สำหรับเา้าอ่ะ
00:03:16 → 00:03:19คือมันเสียงฟ้าร้องที่มันแบบทรมานมากๆนะ
00:03:19 → 00:03:22คะหรือว่าอาการโฟโฟเบียนั่นเองนะคะเนาะ
00:03:22 → 00:03:25ซึ่งลักษณะ 2 อย่างนี้นะคะทั้งฟฟียและ
00:03:25 → 00:03:28โฟเบียเนี่ยเป็นลักษณะที่สำคัญเลยที่เรา
00:03:28 → 00:03:31จะทำให้นึกถึงว่าคนไข้คนเนี้ยเป็นปวด
00:03:31 → 00:03:34ศีรษะไมเกรนนะคะฉากที่ 4 นะคะฉากนี้นะคะ
00:03:34 → 00:03:36คุณหมอเนี่ยเขาก็บอกแล้วว่ามี
00:03:36 → 00:03:39photosensitivity นะคะมี Head sometimes
00:03:39 → 00:03:42แล้วเขาก็เลยถาม Leonardo เลยว่า do you
00:03:42 → 00:03:44Having a migraines นะคะก็คือฉากนี้นะ
00:03:44 → 00:03:46คะเขาต้องการสแกนแงให้เห็นว่าคุณหมอเนี่ย
00:03:46 → 00:03:48วินิจฉัยอาการไมเกรนคนไข้จากที่คนไข้มี
00:03:48 → 00:03:50ปวดหัวเป็นระยะนะคะแล้วก็มีอาการ
00:03:50 → 00:03:54photosensitivity นะคะแล้วก็ทำให้เขา
00:03:54 → 00:03:56เนี่ยนึกถึงว่าคนไข้เนี่ยน่าจะมีอาการ
00:03:56 → 00:03:58ไมเกรนซึ่งก็สอดคล้องกับการวินิจฉัย
00:03:58 → 00:04:01ไมเกรนของเรานะคะคะต่อไปนะคะฉากที่ 5 นะ
00:04:01 → 00:04:04คะก็คือพระเอกนะคะเริ่มมีอาการปวดศีรษะ
00:04:04 → 00:04:07มากขึ้นนะคะแล้วก็เริ่มทำให้เห็นว่าเค้า
00:04:07 → 00:04:09เนี่ยมีคลื่นไส้อาเจียนและนะคะซึ่งอาการ
00:04:09 → 00:04:12คลื่นไส้อาเจียนในไมเกรนเนี่ยก็เป็นหนึ่ง
00:04:12 → 00:04:14ในอาการที่เจอร่วมกันได้บ่อยนั่นเองนะคะ
00:04:14 → 00:04:17เนาะโดยปกตินะคะคนไข้ไมเกรนเวลามีอาการ
00:04:17 → 00:04:21ปวดศีรษะขึ้นมาแล้วนะคะจะต้องมี 1 ใน 2
00:04:21 → 00:04:24อย่างนะคะจากลักษณะ 2 ข้อที่เขาแสดงให้
00:04:24 → 00:04:27เราเห็นก็คือข้อแรกเนี่ยเป็นโฟเบียและ
00:04:27 → 00:04:30โฟเบียนะคะอันที่ 2 ก็คือมีขึ้นไส้อัก
00:04:30 → 00:04:33เจียนนั่นเองนะคะซึ่งหนังเรื่องนี้นะคะก็
00:04:33 → 00:04:36ทำให้เห็นว่ามีทั้ง 2 ข้อเลยก็ยิ่งมั่นใจ
00:04:36 → 00:04:38มากๆแล้วว่าเนี่ยน่าจะเป็นไมเกรนนะคะต่อ
00:04:38 → 00:04:41ไปนะคะฉากที่ 6 นะคะก็คือคุณหมอเนี่ยเา
00:04:41 → 00:04:45บรรยายอาการไมเกรนของเลโอนาโดนะคะว่า
00:04:45 → 00:04:47เหมือนเป็นอาการที่มันปวดรุนแรงมากๆนะคะ
00:04:47 → 00:04:49เหมือนมีใครเอาเลื่อยเนี่ยมาเปิดกะโหลก
00:04:50 → 00:04:52ของเขาแล้วก็เอามีดแทงเข้าไปเลยคือฉาก
00:04:52 → 00:04:54เนี่ยเขาต้องการแสดงให้เห็นว่าเวลาคนไข้
00:04:54 → 00:04:57มีอาการไมเกรนกำเริบขึ้นมาเนี่ยมันรุนแรง
00:04:57 → 00:05:00มากๆนะคะจนสามารถแบบว่าทำให้คนไข้เนี่ยมี
00:05:00 → 00:05:03ความทุกข์ทรมานได้อย่างมากได้เลยนะคะซึ่ง
00:05:03 → 00:05:05อันเนี้ยถ้าเกิดคนที่ไม่เคยเป็นไมเกรนก็
00:05:05 → 00:05:08อาจจะไม่ได้เข้าใจความรุนแรงตรงนี้นะคะ
00:05:08 → 00:05:10และสุดท้ายนะคะคือฉากที่ 7 เนี่ยคือคุณ
00:05:10 → 00:05:13หมอเนี่ยเขาก็บอกว่าอ่ะเอายาให้พระเอกของ
00:05:13 → 00:05:16เรากินนะคะแล้วก็กระซิบคนข้างๆว่าให้พาไป
00:05:16 → 00:05:19นอนพักซะนะคะซึ่งอันนี้นะคะก็คือเป็นวิธี
00:05:19 → 00:05:22การแก้ปัญหาหรือว่าการรักษาไมเกรนเบื้อง
00:05:22 → 00:05:24ต้นนั่นเองเมื่ออาการไมเกรนกำเริบขึ้นมา
00:05:24 → 00:05:28แล้วนะคะคนไข้ส่วนใหญ่นะคะต้องได้รับยา
00:05:28 → 00:05:30แก้ปวดหรือว่ายาระงับปวดนะคะเหมือนใน
00:05:30 → 00:05:32เรื่องเนี่ยพระเอกพอจะพยายามจะบอกว่าไม่
00:05:33 → 00:05:35กินยาไม่กินยาแต่คุณหมอบอกว่าคุณต้องกิน
00:05:35 → 00:05:37ยาเพื่อ stop the Pain นะคะต้องหยุด
00:05:38 → 00:05:40ระงับความปวดนี้ถ้าเรายิ่งปล่อยให้อาการ
00:05:40 → 00:05:43ไมเกรนมันกำเริบต่อไปเรื่อยๆแล้วไม่ใช้ยา
00:05:43 → 00:05:46ระงับปวดเนี่ยจะทำให้อาการมันเป็นปวดมาก
00:05:46 → 00:05:48ขึ้นเรื่อยๆแล้วก็ปวดได้นานหลายชั่วโมง
00:05:48 → 00:05:51ถึงหรือว่าบางทีเป็นวันๆได้เลยนะคะเนาะคน
00:05:51 → 00:05:54ไข้ไมเกรนอ่ะพอมีภาวะกลัวแสงและกลัวเสียง
00:05:54 → 00:05:57แล้วนะคะสิ่งหนึ่งที่จะทำให้อาการไมเกรน
00:05:57 → 00:05:59สงบเร็วได้นะคะก็คือต้องไปนอนพักอยู่ใน
00:05:59 → 00:06:03ที่เงียบๆแล้วก็อยู่ในที่แสงไม่จ้าจนเกิน
00:06:03 → 00:06:06ไปนะคะก็คือไปพักเลยนอนพักเลยปิดไฟแล้วก็
00:06:06 → 00:06:09ทำเสียงให้เงียบที่สุดนะคะอาการไมเกรนก็
00:06:09 → 00:06:12จะสงบลงได้เร็วที่สุดนะคะและนี่นะคะก็คือ
00:06:12 → 00:06:15เป็นฉากจากภาพยนตร์นะคะที่เรานำมา
00:06:15 → 00:06:18วิเคราะห์อาการไมเกรนกำเริบในคนไข้กันนะ
00:06:18 → 00:06:20คะซึ่งในภาพยนตร์เนี่ยเาบรรยายอาการ
00:06:20 → 00:06:23ไมเกรนได้อย่างละเอียดเลยนะว่าตั้งแต่
00:06:23 → 00:06:25เริ่มแรกเนี่ยก็คืออยู่ในภาวะที่มีตัว
00:06:25 → 00:06:28กระตุ้นก่อนมีภาวะสตสนมาก่อนหลังจากนั้น
00:06:28 → 00:06:30นะคะก็เริ่มรู้ึกรู้สึกว่าเหมือนไมเกรนจะ
00:06:30 → 00:06:33มาและเริ่มมีความไม่สุขสบายบริเวณหนัง
00:06:33 → 00:06:36ศีรษะเริ่มรู้สึกว่ามีภาวะที่เราไวต่อแสง
00:06:36 → 00:06:39และและพอเมื่อมีอาการปวดศีรษะกำเริบมาก
00:06:39 → 00:06:42ขึ้นก็มีอาการกลัวแสงกลัวเสียงนะคะหรือ
00:06:42 → 00:06:45โฟโฟเบียและโฟโฟเบียรวมไปถึงมีอาการคลื่น
00:06:45 → 00:06:48ไส้อาเจียนร่วมด้วยนะคะและหลังจากนั้นก็
00:06:48 → 00:06:52บอกวิธีการแก้ปัญหาของไมเกรนเบื้องต้นนะ
00:06:52 → 00:06:54คะก็คิดว่าจะเป็นประโยชน์นะคะสำหรับคนไข้
00:06:54 → 00:06:57ที่มีอาการไมเกรนกำเเริ่มนะคะหรือว่าคน
00:06:57 → 00:07:00รอบตัวของคนไข้ไมเกรนนะคะเพราะว่าบาง
00:07:00 → 00:07:02ครั้งนะคะคนรอบตัวเนี่ยอาจจะนึกภาพไม่ออก
00:07:02 → 00:07:04ว่าเวลาคนไข้ไมเกรนกำเริบขึ้นมาเนี่ย
00:07:04 → 00:07:06อาการมันทุกข์ทรมานแล้วก็รุนแรงได้ขนาด
00:07:06 → 00:07:09นี้เลยหรอนะคะซึ่งอันเนี้ยเป็นสิ่งสำคัญ
00:07:09 → 00:07:12มากๆนะคะที่เวลาคนไข้ไมเกรนนะคะถ้ามี
00:07:12 → 00:07:15อาการปวดขึ้นมาแล้วคนรอบข้างนะคะเข้าใจ
00:07:15 → 00:07:17แล้วก็ให้กำลังใจเนี่ยก็จะเป็นประโยชน์
00:07:17 → 00:07:19กับคนไข้อย่างมากเลยค่ะสำหรับใครนะคะที่
00:07:19 → 00:07:22มีอาการรู้สึกว่าปวดศีรษะคล้ายกับพระเอก
00:07:22 → 00:07:24ของเราในเรื่องนี้นะคะก็ให้ระวังไว้นะคะ
00:07:24 → 00:07:27ว่าอันเนี้ยอาจจะเป็นอาการไมเกรนก็ได้
00:07:27 → 00:07:29ซึ่งถ้ามีอาการบ่อยๆเข้านะคะและต้องใช้ยา
00:07:29 → 00:07:32แก้ปวดหรือยาระงับปวดบ่อยๆเนี่ยอันนี้ก็
00:07:32 → 00:07:34จะอาจจะต้องปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษา
00:07:34 → 00:07:36อย่างถูกต้องต่อไปค่ะถ้าเกิดใครเนี่ยไป
00:07:37 → 00:07:40เจอนะคะสื่อหนังหรือว่าอะไรต่างๆนะคะที่
00:07:40 → 00:07:42มันเกี่ยวข้องกับอาการไมเกรนหรือว่าอาการ
00:07:42 → 00:07:45ทางสมองอย่างอื่นๆนะคะสามารถแปะลิงก์ไว้
00:07:45 → 00:07:47ได้นะคะแล้วก็เดี๋ยวหมอจะเอานำมา
00:07:47 → 00:07:49วิเคราะห์ในเชิงของมุมหมอสมองให้ฟังกัน
00:07:49 → 00:07:52อีกครั้งค่ะ