00:00:00 → 00:00:03สวัสดีค่ะหมอพรรักหมอผ่าตัดตาต้อเนื้อต้อ
00:00:03 → 00:00:06กระจกต้อหินและศัลยกรรมเปืกตาหมอตาเฉพาะ
00:00:06 → 00:00:09ทางด้านต้อหินใน Episode นี้นะคะเราจะมา
00:00:09 → 00:00:15คุยกันเรื่องของการรักษาคนไข้ที่สูญเสีย
00:00:15 → 00:00:18อาการมองเห็นจากต้อหินไปแล้วให้การมอง
00:00:18 → 00:00:21เห็นนั้นน่ะกลับคืนมาได้อย่างไรค่ะสำหรับ
00:00:21 → 00:00:24การรักษาที่จะพูดถึงใน Episode นี้ก็คือ
00:00:24 → 00:00:27การรักษาด้วย STEM เซล
00:00:27 → 00:00:30transplantation หรือการปลูกถ่ายสตมเซลล
00:00:30 → 00:00:32วันนี้เราไปฟังกันเลยค่ะทางการแพทย์การ
00:00:33 → 00:00:36ที่เอาสเตมเซลล์มาใช้รวมถึงเอ่อการรักษา
00:00:36 → 00:00:38สเต็มเซลล์ด้วยต้อหินเนี่ยมีการศึกษา
00:00:38 → 00:00:42วิจัยกันมานานมากเลยนะคะประมาณ 40-50 ปี
00:00:42 → 00:00:45ที่ผ่านมาแล้วค่ะแต่ว่าเอ่อในเรื่องของ
00:00:45 → 00:00:48ต้อหินวันนี้จะได้มาอัปเดตกันนะคะว่าการ
00:00:48 → 00:00:52ใช้สเต็มเซลล์ที่จะมารักษาคนไข้ที่ตาบอด
00:00:52 → 00:00:54ไปแล้วสูญเสียการมองเห็นไปแล้วจากต้อหิน
00:00:54 → 00:00:56เนี่ยสามารถที่จะเอากลับคืนมาได้ไหมแต่
00:00:56 → 00:01:00ก่อนที่จะไปเอ่อลงลึกกันในเรื่องของสเต็ม
00:01:00 → 00:01:03ในวันนี้จะต้องมีความรู้พื้นฐานใน 2
00:01:03 → 00:01:05เรื่องซึ่งก็จะเป็นเนื้อหาในวันนี้ด้วยนะ
00:01:05 → 00:01:08คะเรื่องแรกที่จะต้องมีความรู้ก็คือ
00:01:08 → 00:01:13เรื่องของเซลล์ที่ถูกทำลายในต้อหินต้อง
00:01:13 → 00:01:16เข้าใจก่อนว่าคือเซลล์อะไรอันที่ 2
00:01:16 → 00:01:20สเตมเซลล์คืออะไรทำไมมันสามารถที่จะเอา
00:01:20 → 00:01:22การมองเห็นที่สูนเสียบไปแล้วเนี่ยกลับคืน
00:01:22 → 00:01:25มาได้ข้อที่ 3 อยากจะให้เห็นภาพว่าถ้าเอา
00:01:25 → 00:01:28สเต็มเซลล์มารักษาเนี่ยจะต้องทำอย่างไร
00:01:28 → 00:01:30บ้างและใครบ้างที่เหมาะกับกับการรักษา
00:01:30 → 00:01:34ด้วยสเตมเซลล์รวมถึงณปัจจุบันการทดลอง
00:01:34 → 00:01:37วิจัยในเรื่องของสเตมเซลล์ไปถึงไหนแล้ว
00:01:37 → 00:01:41และอนาคตข้างหน้าจะไปเป็นอย่างไรให้ติด
00:01:41 → 00:01:43ตามกันค่ะก่อนที่จะไปเข้าเนื้อหากันนะคะ
00:01:43 → 00:01:47อยากจะให้ทุกคนช่วยกดติดตามกดไลค์แล้วก็
00:01:47 → 00:01:49กดแชร์คลิปนี้เพื่อจะให้คลิปนี้เนี่ยเผย
00:01:49 → 00:01:52แพร่ไปอย่างกว้างขวางเพื่อเป็นความรู้ทาง
00:01:52 → 00:01:55การแพทย์แล้วก็ให้ข้อมูลแก่ผู้ที่สนใจใน
00:01:55 → 00:01:57เรื่องของตราสมองวิทยาศาสตร์ค่ะนอกจากนี้
00:01:58 → 00:02:00นะคะทุกคนก็สามารถที่จะเอ่อซัพพอร์ตด้วย
00:02:00 → 00:02:03การให้ซุเปอร์แตงขอบคุณไว้ล่วงหน้านะคะ
00:02:03 → 00:02:07การที่มนุษย์เราคิดว่าจะเอาการมองเห็นที่
00:02:07 → 00:02:09สูญเสียไปแล้วของคนไข้ที่เป็นต้อหินเนี่ย
00:02:09 → 00:02:13กลับคืนมามีเหตุผลดังนี้นะคะข้อแรกเนี่ย
00:02:13 → 00:02:17คือมีคนไข้ต้อหินกลุ่มนึงค่ะรักษาแบบ
00:02:17 → 00:02:21อย่างดีอย่างดีเลยแต่ว่าการมองเห็นก็ยัง
00:02:21 → 00:02:25เสียไปอยู่ดีบางคนผ่าตัดหลายครั้งเอ่อใช้
00:02:25 → 00:02:28ยาก็แล้วไม่ได้ผลเลเซอร์ก็แล้วไม่ได้ผล
00:02:28 → 00:02:31อันนี้นะคะจึงเป็นเหตุผลข้อนึงว่ามีคน
00:02:32 → 00:02:34กลุ่มนี้ที่อย่างไรก็แล้วแต่เนี่ยก็ยัง
00:02:34 → 00:02:36เอ่อสูญเสียการมองเห็นอยู่ดีทั้งๆที่
00:02:36 → 00:02:39รักษาเต็มที่แล้วแล้วก็เหตุผลข้อที่ 2 นะ
00:02:39 → 00:02:42คะอันเนี้ยเป็นเหตุผลที่ส่วนใหญ่เนี่ยใน
00:02:42 → 00:02:45ชีวิตจริงเนี่ยที่เจอบ่อยเลยก็คือคนไข้
00:02:45 → 00:02:48ที่เป็นต้อหินเนี่ยมาถึงระยะท้ายของโลก
00:02:48 → 00:02:51แล้วแปลว่าคนไข้มาถึงตอนที่ตามมัวแล้วค่ะ
00:02:51 → 00:02:54พอตามมัวแล้วการมองเห็นมันสูญเสียไปแล้ว
00:02:54 → 00:02:56บางทีไม่สามารถเอากลับคืนมาได้เพราะ
00:02:56 → 00:03:00ฉะนั้นเนี่ยเราจะรักษาอย่างไรเอ่อทางการ
00:03:00 → 00:03:02แพทย์จะรักษาอย่างไรให้คนไข้เนี่ยมีการ
00:03:02 → 00:03:04มองเห็นที่กลับคืนมาดังนั้นเนี่ยนัก
00:03:04 → 00:03:06วิทยาศาสตร์หรือนักวิจัยก็เลยคินโดวิี
00:03:06 → 00:03:09วิธีนี้ขึ้นมานะคะทางการแพทย์เนี่ยการเอา
00:03:09 → 00:03:13สเต็มเซลล์มาใช้เนี่ยใช้ในแพร่หลายนะคะ
00:03:13 → 00:03:15ไม่ว่าจะเป็นเอ่อโรคมะเร็งที่โรคมะเร็ง
00:03:15 → 00:03:18เม็ดเลือดโกมะเรงเตมต่อมน้ำเหลืองเป็นต้น
00:03:18 → 00:03:21สิ่งแรกที่อยากจะให้เข้าใจก่อนนะคะก็คือ
00:03:21 → 00:03:24เรื่องของเอ่อการมองเห็นปกติมันเป็นอย่าง
00:03:25 → 00:03:30ไรการมองเห็นปกติเนี่ยเมื่อมีแสงเข้ามา
00:03:30 → 00:03:33ที่ตาโดยที่จะต้องผ่านกระจกตาผ่านเลนตา
00:03:33 → 00:03:37ที่ใสผ่านน้ำมุดตาที่ใสแสงเหล่านั้นจะไป
00:03:37 → 00:03:41ตกที่จอประสาทตาจอประสาทตานี้เองนะคะจะ
00:03:41 → 00:03:45เป็นตัวที่มีเซลล์ประสาทตาเซลล์ประสาทตา
00:03:46 → 00:03:49ที่เกี่ยวเนื่องกับการมองเห็นมีหลายตัว
00:03:49 → 00:03:51แต่ตัวที่สำคัญแล้วก็เกี่ยวเนื่องกับต้อ
00:03:51 → 00:03:55หินแล้วก็จะรวมตัวกันเป็นเส้นประสาทเรียก
00:03:56 → 00:04:00ว่า retinal แกนเซลลหรือ
00:04:00 → 00:04:04rgc เซลล rgc เซลลนี่แหละมันจะอยู่ในจอ
00:04:04 → 00:04:09ประสาทตาเป็นล้านๆตัวเลยตัว rgc เซลล์
00:04:09 → 00:04:13เนี่ยมันจะมีแขนขายื่นออกมาเรียกว่าแอน
00:04:13 → 00:04:18แล้วก็เดนแขนขาของมันเนี่ยค่ะก็คือตัวที่
00:04:18 → 00:04:23ยื่นแล้วก็ยื่นจากตัวจอในจอประสาทตาเป็น
00:04:23 → 00:04:28เส้นใยเล็กๆเล็กๆจนไปรวมตัวกันในจุดๆหนึ
00:04:28 → 00:04:33ซึ่งจุดที่ตัวเจ้า rgc เซลล์เนี่ยรวมตัว
00:04:33 → 00:04:38กันเนี่ยคือจุดบริเวณขั้วประสาทตาหรือ
00:04:38 → 00:04:40Optic nerve
00:04:40 → 00:04:44Head เพราะอะไรถึงรวมกันเพราะว่าตัว
00:04:44 → 00:04:48ไฟเบอร์หรือว่าตัวเอ่อที่เป็นแขนขายื่น
00:04:48 → 00:04:50ออกมาของตัว rgc เซลล์เนี่ยจะรวมตัวกัน
00:04:50 → 00:04:54มัดรวมตัวกันค่ะแล้วก็แทงออกไปทะลุข้าง
00:04:54 → 00:04:58หลังลูกตาทะลุไปเชื่อมต่อกับสมองไปไขว้
00:04:58 → 00:05:01กันที่บริเวณเหมือนถานสมองแล้วก็ไปเอ่อ
00:05:01 → 00:05:06เกาะที่บริเวณสมองด้านหลังของเรานะคะก็ทำ
00:05:06 → 00:05:09หน้าที่ให้เรามองเห็นดังนั้นเวลาที่แสง
00:05:09 → 00:05:15เข้ามาที่ตาจะผ่านสิ่งที่ใสทั้งหมดเลยจน
00:05:15 → 00:05:20จุดตัวรับแสงนั้นน่ะก็คือ rgc เซลล์แล้ว
00:05:20 → 00:05:23ก็เซลล์ที่อยู่ในจอภสาตาทำหน้าที่พูดคุย
00:05:23 → 00:05:29สื่อสารกันนะคะส่งสัญญาณไฟฟ้าไปที่คู่
00:05:29 → 00:05:33ประสาทตาผ่านทางเส้นประสาทตาเข้าไปที่
00:05:33 → 00:05:36สมองแล้วสมองก็แปรภาพออกมาให้เรามองเห็น
00:05:36 → 00:05:40อันนี้คือการมองเห็นปกติต้อหินเกิดจากการ
00:05:40 → 00:05:45ที่ตัว rgc เซลล์เนี่ยมันตายค่ะพอตาย
00:05:45 → 00:05:50เสร็จเนี่ยแขนขาของมันก็รีบทำให้ตัวเวลา
00:05:50 → 00:05:54ที่มันเป็นขั้วประสาทตาเนี่ยมันจะเหมือน
00:05:54 → 00:05:57เป็นรูปถ้วยมันจะเหมือนคือขั้วประสาทตา
00:05:57 → 00:06:00เนี่ยมันต้องอัดแน่นด้วยไฟเบอร์ของ rgc
00:06:00 → 00:06:03เซลล์พอปกติแล้วเนี่ยไฟเบอร์ของ rgc
00:06:03 → 00:06:06เซลล์มันก็ต้องอ้วนใช่มั้ยคะสัดส่วนของรู
00:06:06 → 00:06:09ที่เป็นจุดรวมกันเค้าเรียกว่าคัเนี่ย
00:06:09 → 00:06:12เหมือนถ้วยลงไปเนี่ยมันจะเป็นเ่อไม่ใหญ่
00:06:12 → 00:06:16มากแต่พอการที่เป็นต้อหินตัว rgc เซลล์
00:06:16 → 00:06:20ตายตัวขั้วประสาทตามันก็จะใหญ่เค้าเรียก
00:06:20 → 00:06:24ว่าขับขับใหญ่ cd หรือว่า Cup dis rti
00:06:24 → 00:06:29เนี่ยก็คือตัวคัเทียบกับตัวขนาดของเอ่อ
00:06:29 → 00:06:32ตัวจอประสาทเอ้ยตัวขั้วประสาทตาเนี่ยมัน
00:06:32 → 00:06:36จะใหญ่ขึ้นนะคะก็เลยบางทีเนี่ยก็จะได้ยิน
00:06:36 → 00:06:40คุณหมอบอกว่าเออเนี่ยมีเอ่อคดิเรชใหญ่
00:06:40 → 00:06:42หรือว่าตัวพั้วประสาทตาใหญ่พูดง่ายๆนะ
00:06:42 → 00:06:44ความจริงมันเป็นมันไม่ใช่ตัวขั้วประสาทตา
00:06:44 → 00:06:48ใหญ่มันเป็นตัวสัดส่วนของตัวเอ่อตัวไอ้
00:06:48 → 00:06:51เนี่ยแหละตัวไฟเบอร์ที่การหวังการเป็นคั
00:06:51 → 00:06:53ภาษาอังกฤษเรียกว่าคัอ่ะนะคะการที่มัน
00:06:53 → 00:06:57หวับลงไปกับตัวไอ้ตัวขั้วประสาทตาขนาดของ
00:06:57 → 00:07:00ขั้วประสาทตาทั้งหมดเนี่ยถ้าถ้ามันใหญ่
00:07:00 → 00:07:02อย่างเงี้ยก็เกิดจากการที่ rgc เซลล์
00:07:02 → 00:07:05เนี่ยมันตายแล้วเส้นใยมันก็บางก็ต่อมาก็
00:07:05 → 00:07:08ทำให้คับใหญ่พอคับใหญ่สัญญาณปสาที่ส่งไป
00:07:09 → 00:07:12เนี่ยมันก็จะไม่แรงพอนะคะอันเนี้ยเซลล์
00:07:12 → 00:07:15ที่รู้จักในวันนี้ก็คือ rgc เซลล์พอมัน
00:07:15 → 00:07:21ตายเสร็จมันก็จะทำให้คนไข้ที่เอ่อเป็นตัว
00:07:21 → 00:07:25เป็นต้อหินที่ RC เซลล์ตายเนี่ยมองไม่
00:07:25 → 00:07:29เห็นนักวิทยาศาสตร์ว่าหมอเนี่ยก็เลยคิดคน
00:07:29 → 00:07:32ว่าถ้างั้นน่ะเราหาตัว rgc เซลล์มาปลูก
00:07:32 → 00:07:35ถ่ายได้ไมถ้าปลูกถ่ายได้คนไข้ก็จะมองเห็น
00:07:35 → 00:07:38กลับคืนมาใช่มั้คะทีนี้เซลล์ที่จะสามารถ
00:07:38 → 00:07:41ปลูกถ่ายได้เนี่ยก็คือสเต็มเซลค่ะอ่ะเรา
00:07:41 → 00:07:44มารู้จักสเต็มเซลกันนะคะว่าคืออะไร
00:07:44 → 00:07:49สเตมเซลล์เนี่ยมันคือตัวเซลล์คิดดูนะว่า
00:07:49 → 00:07:52เวลาเราเกิดมาเราไม่ได้มีครบ 32 ใช่มั้ย
00:07:52 → 00:07:55คะเราเกิดจากการปตปฏิสนธิกันของเอ่อไข่
00:07:55 → 00:07:58กับอสุจิหลังจากปฏิสนธิกันแล้วเนี่ยก็จะ
00:07:58 → 00:08:01ค่อยๆแบ่งเซล์ค่อยๆแบ่งเซลล์อันนั้นแหละ
00:08:01 → 00:08:04ค่ะก็คือ STEM เซลลคือ embryonic เซลลนะ
00:08:04 → 00:08:07คะเป็นเซลล์ที่มีความสามารถที่จะแบ่งตัว
00:08:07 → 00:08:11เองได้และกลายไปเป็นอะไรก็ได้การของ
00:08:11 → 00:08:14สเตมเซลล์เนี่ยก็คือสเตมเซลล์เนี่ยมันจะ
00:08:14 → 00:08:17สามารถที่จะเป็นเซลล์ได้ทั้งเอ่อเซลล์
00:08:17 → 00:08:21กล้ามเนื้อเซลล์ตับรวมถึงเซลล์ประสาทตา
00:08:21 → 00:08:24ด้วยสเตมเซลล์ที่เราอยากจะได้ก็คือเซลล์
00:08:24 → 00:08:27ที่ไปเป็นตัวเซลล์ประสาทตาก็คือ rgc
00:08:27 → 00:08:32เซลล์ค่ะสรุปนะคะก็คือว่าหลักการเนี่ยต้อ
00:08:32 → 00:08:37หินเกิดจาก rgc เซลล์เอ่อตายทำให้ตัวคดิ
00:08:37 → 00:08:42เรชหรือว่าตัวเอ่อแขนขาของตัวประสาทตา
00:08:42 → 00:08:48เนี่ยอมันตายลงมันก็จะต้องหาตัวเซลล์ที่
00:08:48 → 00:08:51มาทดแทนตัวเซลล์ที่มาทดแทนที่เป็นหลักการ
00:08:51 → 00:08:55ที่จะคิดว่าใช้ได้เนี่ยก็คือสเตมเซลล์
00:08:55 → 00:08:57เพราะว่าสเตมเซลล์เนี่ยมันเปลี่ยนแปลงไป
00:08:57 → 00:09:00เป็นอะไรก็ได้ขั้นต้นของของการทดลองนะคะ
00:09:00 → 00:09:03ก็คือเราจะต้องเอาสเต็มเซลล์แล้วมาเพาะ
00:09:03 → 00:09:06เป็น rgc เซลล์ให้ได้ทีนี้นักวิทยาศาสตร์
00:09:06 → 00:09:10เนี่ยก็เก่งมากนะคะตั้งแต่ปี 2006 มีนัก
00:09:11 → 00:09:13วิทยาศาสตร์ที่ได้รางวัล nobel Price
00:09:13 → 00:09:17เค้าค้นพบสิ่งที่เรียกว่า indu Poly
00:09:17 → 00:09:18potent Stemcell
00:09:18 → 00:09:21หรือย่อว่า
00:09:21 → 00:09:24ipcs นะคะ Poly potent STEM Sell ตัว
00:09:24 → 00:09:29นี้แหละมันเอ่อเป็นเซลล์ที่สามารถไปเป็น
00:09:29 → 00:09:33อะไรก็ได้โดยที่เราสามารถทำให้มันเอ่อไป
00:09:33 → 00:09:36เป็นอะไรก็ได้ก็คิดค้นเรื่อยมาจนปัจจุบัน
00:09:37 → 00:09:41นะคะเค้าอ่ะสามารถเพาะเลี้ยง rgc เซลล์
00:09:41 → 00:09:45ได้คือเอาเซลล์ในร่างกายจะเอาเลือดจะเอา
00:09:45 → 00:09:49แบบแค่แบบตัดผิวหนังอ่ะค่ะแล้วก็ไปเพาะใน
00:09:49 → 00:09:52ห้องแลบออกมาเป็น rtc เซลล์ได้อันเนี้ย
00:09:52 → 00:09:55เป็นเทคโนโลยีแรกที่ปัจจุบันเนี่ยเราทำ
00:09:55 → 00:09:59สำเร็จแล้วก็คือเราสามารถที่จะแปลง
00:09:59 → 00:10:03สเตมเซลล์จากเซลล์ของธรรมดานี่แหละ induce
00:10:03 → 00:10:06มันให้มันเป็นสเต็มเซลแล้วสเต็มเซลนั้น
00:10:06 → 00:10:11เนี่ยสามารถที่จะไปเป็น rgc เซลล์ได้แล้ว
00:10:11 → 00:10:14การที่จะทำให้มันน่ะสตมเซลล์ 1 ไปเป็น rgc
00:10:14 → 00:10:17เซลล์มันก็ต้องมีเทคโนโลยีเรียกว่าจน
00:10:17 → 00:10:20editing หรือว่าการปรับเปลี่ยนจีนนะคะ
00:10:20 → 00:10:23ให้จีนนั้นน่ะมันบอกว่าเออ STEM เซลล์นี้
00:10:23 → 00:10:27นะไปเป็น rgc เซลล์นะซึ่งตอนเนี้ยเราทำ
00:10:27 → 00:10:31ได้แล้วก็ในปี 2000 15 ก็มีการใช้เอ่อ
00:10:31 → 00:10:36ตัวเอ่อ ipsc เนี้ยเป็นการใช้ในคนจริงๆก็
00:10:36 → 00:10:39คือประมาณ 9 ปีต่อมาก็ได้นำเอ่อสเต็มเซล
00:10:39 → 00:10:44ที่ใช้ในการทดลองในห้องทดลองนะคะในในในแพ
00:10:44 → 00:10:47ทดลองในห้องแลบเนี่ยเอามาใช้ในคนจริงแล้ว
00:10:48 → 00:10:52ในปี 2015 ทีนี้นะคะพอเราเพาะตัว rgc เซล
00:10:52 → 00:10:54ได้นะ
00:10:54 → 00:10:57เอ่อในห้องทดลองแล้วเราก็จำลองตัวจอ
00:10:57 → 00:11:00ประสาทตาคะว่า rgc เซลล์ที่เราเพาะได้
00:11:00 → 00:11:03เนี่ยมันอยู่ในจอประสาทตาเป็นยังไงบ้าง
00:11:03 → 00:11:06ค่ะหลังจากเพาะเสร็จเนี่ยก็ต้องทำให้ rgc
00:11:06 → 00:11:09เซลล์เแข็งแรงอ่าใช้เวสมมุติใช้เวลาเพาะ
00:11:09 → 00:11:13ประมาณ 10 วันเออแต่ทีเนี้ยจะทำให้ rgc
00:11:13 → 00:11:16เซลล์เนี่ยมันจะแข็งแรงอยู่ได้ยังไงมันจะ
00:11:16 → 00:11:21เอ่อมีการเอ่อแตกแขนขาเชื่อมต่อกับเซลล์
00:11:21 → 00:11:23อื่นๆที่จะประสัตาได้ยังไงแล้วอยู่นานได้
00:11:23 → 00:11:26ยังไงไม่ใช่อยู่ตายไปนะคะอันเนี้ยก็เป็น
00:11:26 → 00:11:30การค้นพบรอบที่ 2 ก็คือมีการใช้เอ่อ
00:11:30 → 00:11:33เรื่องของ neuroprotective ักเข้าไปนะคะ
00:11:33 → 00:11:36ne protective ักนี้เองเนี่ยพอทดลอง
00:11:36 → 00:11:40เข้าไปแล้วนะก็พบว่าสามารถที่เอ่อจะทำให้
00:11:40 → 00:11:43ตัว rgc เซลล์เนี่ยแข็งแรงขึ้นอันเนี้ยก็
00:11:43 → 00:11:47เป็นการค้นพบที่ 2 ที่เอ่อคิดว่ามีความ
00:11:47 → 00:11:51หวังในการที่จะเอา rtc เซลล์เนี่ยไปเพาะ
00:11:51 → 00:11:54เลี้ยงในตาได้สิ่งที่ต่อมาที่อยากจะให้
00:11:54 → 00:11:57เอ่อตัว rgc เซลล์เนี่ยมันแข็งแรงก็คือ
00:11:57 → 00:12:01มันจะต้องเหมือนมีแขนขาของมันตามเอ่อตาม
00:12:01 → 00:12:03ปกติเพื่อที่มันอ่ะจะไปเชื่อมกับเซลล์
00:12:03 → 00:12:06อื่นนะคะเอ่อในห้องทดลองปัจจุบันเนี้ยก็
00:12:06 → 00:12:10คือสามารถที่จะทำให้ตัว rgc เซลล์เนี่ย
00:12:10 → 00:12:13มันอายุยืนขึ้นแล้วก็แข็งแรงขึ้นได้แล้ว
00:12:13 → 00:12:17อีกทั้งการค้นพบเอ่อในปี 2015 เนี่ยพบว่า
00:12:17 → 00:12:21rgc เซลล์ในตาของเราไม่ได้มีแค่ชนิด
00:12:21 → 00:12:24เดียวค่ะมีหลายชนิดมากเลยนะคะเป็นแบบ 10
00:12:24 → 00:12:27ๆกว่าชนิดเลยการที่ rgc เซลล์เนี่ยมีเป็น
00:12:27 → 00:12:31หลายชนิดเอ่อทำให้เอ่อนักทดลองนัก
00:12:31 → 00:12:34วิทยาศาสตร์เนี่ยเาสังเกตว่าเฮ้ยทำไมบาง
00:12:34 → 00:12:37ตัวมันสามารถที่จะปรับตัวได้มันสามารถที่
00:12:37 → 00:12:40จะ adap ตัวเองปรับตัวตัวเองให้แบบแข็ง
00:12:40 → 00:12:42แรงไม่ตายได้อ่ะเค้าก็เหมือนมีการทดลอง
00:12:42 → 00:12:45แบบเหมือนใส่เอ่อความเครียดลงไปหรือว่า
00:12:45 → 00:12:47ใส่โรคลงไปอย่าเงี้ยบางตัวเนี่ยมันแข็ง
00:12:47 → 00:12:50แรงมันรอดได้แต่บางตัวเนี่ยก็ไม่รอดนะคะ
00:12:50 → 00:12:53ซึ่งอันเนี้ยก็เป็นสิ่งที่เขาค้นพบใหม่
00:12:53 → 00:12:55ขึ้นมาเมื่อ 4-5 ปีก่อนนะแล้วเขาคก็
00:12:55 → 00:13:00สามารถที่จะเหมือนเอ่อเห็นแล้วว่าตัวบาง
00:13:00 → 00:13:04ตัวตัวเแหละตัว a สมมุติ rgc a เนี่ยมัน
00:13:04 → 00:13:07แข็งแรงมากกว่าเพื่อนเค้าก็พยายามที่จะ
00:13:07 → 00:13:10เหมือนเอ่อเลียนแบบตัว rgc เซลล์ a นี้
00:13:10 → 00:13:12เพื่อที่จะให้มันน่ะแข็งแรงโดยหาแบบ
00:13:12 → 00:13:16เหมือนเอ่อสิ่งที่มันแตกต่าง
00:13:16 → 00:13:19ไปจากการสังเกตนะคะก็ทำให้เข้าใจมากขึ้น
00:13:19 → 00:13:22ว่าตัว rgc เซลล์เนี่ยมันมีตัวที่แข็งแรง
00:13:22 → 00:13:25แล้วมันก็มีตัวที่อ่อนแอพักวิทยาศาสตร์ก็
00:13:25 → 00:13:28เลยศึกษาว่าเฮ้ยตัวที่แข็งแรงเนี่ยมันทำ
00:13:28 → 00:13:31ยังไงทำไมมันถึงแข็งแรงมันมีจีนโคดอะไร
00:13:31 → 00:13:34หรือว่ามันมีปัจจัยอะไรที่ทำให้แข็งแรง
00:13:34 → 00:13:36ดังนั้นเนี่ยเรื่องความแข็งแรงของ rgc
00:13:36 → 00:13:39เซลล์อันเนี้ยเราเหมือนจะได้คำตอบแล้วว่า
00:13:39 → 00:13:42ทำอย่างไรให้มันแข็งแรงและมันให้รอดนาน
00:13:42 → 00:13:45ขึ้นความท้าทายที่ 2 ของการปลูกถ่ายเลแ
00:13:45 → 00:13:47แกงเกียนเซล์หรือ rgc เซลล์นะคะเอ่อของ
00:13:47 → 00:13:51โรกต้อหินนะจริงๆแล้วก่อนที่เขาจะคิดว่า
00:13:51 → 00:13:54เอา rgc เซลล์เนี่ยมารักษาในโรคต้อหินเขา
00:13:54 → 00:13:57เอามารักษาในโรคอื่นก่อนแล้วก็คือโรคจอ
00:13:57 → 00:14:00ประสาทตาเสื่อมมีการปลูกไถยสเเซลล์เข้าไป
00:14:00 → 00:14:03นะคะซึ่งตัวโรคจอประสาทตาเสื่อมมันไม่ได้
00:14:03 → 00:14:06ซับซ้อนเหมือนโรคต้อหินโรคต้อหินเนี่ย
00:14:06 → 00:14:08อย่างที่บอกว่าตัว rgc เซลล์เนี่ยมันส่ง
00:14:08 → 00:14:11สัญญาณให้เพื่อนแล้วมันก็ไปรวมกันที่ขั้ว
00:14:11 → 00:14:14ประสาทตาแล้วมันก็ส่งสัญญาณต่อไปในสมอง
00:14:14 → 00:14:19เพื่อที่จะแปรผ้าแต่ว่าตัวเอ่อเรื่องของ
00:14:19 → 00:14:22ตัวจอประสาทตาเสื่อมนะคะมันจะเสื่อมแค่
00:14:22 → 00:14:25ตรงเอ่อเขาคเรียกว่าตัวแมคคูลตรงกลางของ
00:14:26 → 00:14:29จอประสาทตาพอเราเอา rgc เซลล์วางปึ๊บไป
00:14:29 → 00:14:35ตรงนั้นน่ะมันก็โอเคเลยนะคะแต่ว่าของต้อ
00:14:35 → 00:14:38หินน่ะไม่ใช่ต้อหินเนี่ยมันต้องอาศัยการ
00:14:38 → 00:14:44เหมือนเออประสานกันของตัว rgc เซลล์
00:14:44 → 00:14:46ประสานกันของตัวขั้วประสาทตาแล้วก็ประสาท
00:14:46 → 00:14:50งอกไปยังสมองเวลาที่มันตายอ่ะ rgt เซลล
00:14:50 → 00:14:53ตายลงแขนขามันตายลงขั้วประสาทตามันก็ตาย
00:14:53 → 00:14:56ลงด้วยขั้วประสาทตาขั้วประสาทตามันก็ตาย
00:14:56 → 00:14:58ลงด้วยเพราะฉะนั้นน่ะสัญญาณมันจะขาดตรง
00:14:58 → 00:15:01ที่ข้วทั่วประสาทตายังไงก็ไม่ไปถึงสมอง
00:15:01 → 00:15:03แล้วกว่าจะไปถึงสมองเนี่ยมันก็ยาวมากเลย
00:15:03 → 00:15:06การที่เราเนี่ยสมมุติเราเอ่อปลูกถ่าย rgc
00:15:06 → 00:15:08เซลลหรือว่า retinal แกงเกียนเซลล์ได้
00:15:08 → 00:15:11แล้วเนี่ยแต่ว่าถ้า retinal แกงเกี่น
00:15:11 → 00:15:13เซลล์ไม่สามารถที่จะยืดแขนขาแล้วก็เชื่อม
00:15:13 → 00:15:16ต่อแล้วก็ออกทะลุหลังลูกตาได้อันเนี้ยมัน
00:15:16 → 00:15:19ก็เป็นสิ่งท้าทายที่ปัจจุบันเนี่ยก็ยัง
00:15:19 → 00:15:21เป็นเรื่องที่ท้าทายอยู่ 4-5 ปีก่อนนะคะ
00:15:22 → 00:15:25เอ่อนักวิทยาศาสตร์เนี่ยก็พบว่ามีการฉีด
00:15:25 → 00:15:29ตัว rgc เซลล์เข้าไปในตานะในสัตว์ทดลอง
00:15:29 → 00:15:33นี่แหละเสร็จปุ๊บเอ่อ rgc เซลล์เนี่ยไม่
00:15:33 → 00:15:37สามารถที่จะเหมือนทะลุผ่านเข้าไปข้างใต้
00:15:37 → 00:15:41ชั้นจอประสาทตาได้เพราะว่ามีตัวเหมือนแบบ
00:15:41 → 00:15:44เป็นเส้นใยเป็นเมมเบรนเป็นแบบเหมือนเส้น
00:15:44 → 00:15:47ใญ่ที่เคลือบอยู่มีข้างหน้านะคะเป็นแผ่น
00:15:47 → 00:15:49ที่เคลือบอยู่ข้างหน้าตอนเนี้ยปัจจุบัน
00:15:49 → 00:15:52เนี้ยเค้าอ่ะทำสำเร็จแล้วก็คือเขาคมีสาร
00:15:52 → 00:15:55ตัวนึงที่สามารถที่จะลาดเส้นใยนี้ได้หรือ
00:15:55 → 00:15:58แม้แต่การเอ่อดึงเลาะผังผืดของเอ่อสิ่ง
00:15:58 → 00:16:01ที่อยู่บนชั้นบนของตัวจอประสาทตาเนี่ยออก
00:16:01 → 00:16:04ก็ทำให้ตัว rgc เซลล์เนี่ยเอ่อมันสามารถ
00:16:04 → 00:16:07ที่จะลงไปที่จอประสาทตาแล้วมันก็เหมือน
00:16:07 → 00:16:10แผ่ขยายสัญญาณน่ะไปเชื่อมกับเซลล์ต่างๆ
00:16:10 → 00:16:12ที่จอประสาทตาได้อันเนี้ยก็เป็นความ
00:16:12 → 00:16:16สำเร็จอีกอันนึงของเอ่อการค้นพบใน
00:16:16 → 00:16:19ปัจจุบันนี้ทีนี้อย่างที่บอกนะคะมันก็จะ
00:16:19 → 00:16:23มีแบบเหมือนเรื่องของการ
00:16:23 → 00:16:29เอ่อเชื่อมของตัวหลังลูกตาไปอีกเราเพราะ
00:16:29 → 00:16:34ว่าตัวเวลาที่เอ่อตัวแขนขาของ rtc เซลล์
00:16:34 → 00:16:36อ่ะมันเชื่อมกันใช่มั้ยคะมันก็จะทะลุออก
00:16:36 → 00:16:38สิ่งที่เรียกว่า Optic nate แล้วทะลุออก
00:16:38 → 00:16:42ข้างหลังอันเนี้ยมันก็มีปัญหาเหมือนกัน
00:16:42 → 00:16:45ว่าตัวสัญญาณน่ะมันไม่ปานั้นนะคะนัก
00:16:45 → 00:16:47วิทยาศาสตร์ก็เลยทดลองอีกอย่างนึงเรียก
00:16:47 → 00:16:51ว่าสเต็มเซลารีเลยสเตมเซลรีเลยเนี่ยจะ
00:16:51 → 00:16:54เป็นการปลูกถ่ายสเตมเซลล์ตรงเอ่อตรงขั้ว
00:16:55 → 00:16:59ประสาทตาเพื่อให้มันเชื่อมกับตัว rgc เซ
00:16:59 → 00:17:02ที่เราปลูกเข้าไปแล้วก็จะมีสัญญาณที่เป็น
00:17:02 → 00:17:05ตัวเชื่อมอีกตัวนึงนะคะซึ่งอันเนี้ยก็ยัง
00:17:05 → 00:17:08ไม่สำเร็จดีเท่าไหร่แต่ก็การมีการคิดคิด
00:17:08 → 00:17:11คดทฤษฎีนี้ขึ้นมาซึ่งก็คิดว่าในอนาคตก็
00:17:11 → 00:17:14น่าจะเป็นไปได้ข่าวดีอีกอย่างนึงของตัว
00:17:14 → 00:17:19อ่างานวิจัยนะคะก็ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้น
00:17:19 → 00:17:22มาเนี่ยงานวิจัยก็เกิดขึ้นเรื่อยๆค่ะมี
00:17:22 → 00:17:26เกือบ 50 เอ่อกว่างานวิจัยแล้วที่กำลัง
00:17:26 → 00:17:29เอ่อได้ทำการทดลองอยู่นะปัจจุบันนี้ค่ะ
00:17:29 → 00:17:34สรุปความสำคัญของการที่จะใช้สเต็มเซลแทน
00:17:34 → 00:17:38rgc เซลล์แรกเนี่ยเราจะต้องหาเซลล์ที่
00:17:38 → 00:17:41เป็น rgc เซลล์มาทดแทนซึ่งทำสำเร็จแล้วก็
00:17:41 → 00:17:44อย่างที่บอกนะคะตั้งแต่มีการเอ่อคิดค้นใน
00:17:44 → 00:17:46เรื่องของ pic potent STEM Sell เรา
00:17:46 → 00:17:50สามารถที่จะทำในห้องบได้ว่าอันเนี้ยเรา
00:17:50 → 00:17:52อ่ะทำให้มันเป็น rgc Cell สามารถที่จะ
00:17:52 → 00:17:56พร้อมฉีดเข้าไปในตาได้ข้อที่ 2 ก็คือการ
00:17:56 → 00:17:59ที่ทำให้ตัว rgc เซลล์ที่เราเพาะมาจาก
00:17:59 → 00:18:03สเตมเซลล์นั้นมันเจริญเติบโตได้มันเอ่อ
00:18:03 → 00:18:06เหมือนอยู่รอดได้ Survival ได้ในตาของคน
00:18:06 → 00:18:10จริงๆอันเนี้ยเราก็มีแนวทางแล้วโดยการใช้
00:18:10 → 00:18:14เอ่อการใช้ยานะคะที่ทำให้แบบเหมือนมันไม่
00:18:14 → 00:18:17ตายเร็วอันเนี้ยจากการทดลองจากแลบทดลอง
00:18:17 → 00:18:19เนี่ยสามารถที่จะทำได้แล้วอยู่รอดมากขึ้น
00:18:19 → 00:18:23แล้วข้อที่ 3 ที่เป็นข้อที่ยากจริงๆ
00:18:23 → 00:18:25สำหรับในปัจจุบันก็คือการที่ทำให้มันเอ่อ
00:18:26 → 00:18:29Connection น่ะค่ะถึงตั้งแต่ในจอประสาตา
00:18:29 → 00:18:31ขึ้นมาออกมาข้างหลังลูกตาแล้วก็เข้าไป
00:18:31 → 00:18:34ทะลุที่สมองอันเนี้ยยังยากมากๆอยู่อาจจะ
00:18:34 → 00:18:38ต้องปลุกถ่ายทั้งตัวเอ่อสเตมเซลล์ที่เป็น
00:18:38 → 00:18:40อาจิเซลล์ฉีดเข้าไปในตาแล้วก็ต้องอาจจะ
00:18:41 → 00:18:43ต้องบุกถ่ายทั้งที่อยู่ในเป็นสเตมเซลล์
00:18:44 → 00:18:47อเลที่ได้พูดไปแล้วปัจจุบันนี้นะคะสรุป
00:18:47 → 00:18:50แล้วนะคะการใช้สเต็มเซลล์ในการรักษาต้อ
00:18:50 → 00:18:54หินยังไม่มีประเทศไหนที่รองรับไม่ว่าจะ
00:18:54 → 00:18:58เป็น fda ของประเทศสหรัฐอเมริกาหรือของ
00:18:58 → 00:19:03ประเทศอื่นๆเพราะมันก็ยังมีความท้าทาย
00:19:03 → 00:19:07หลากหลายอยู่ในแง่ของการส่งสัญญาณประสาท
00:19:07 → 00:19:10อย่างที่ได้บอกไปจะต้องเตือนนะคะสำหรับคน
00:19:10 → 00:19:13ที่อยากจะไปเอ่อฉีดสเตมเซลล์ตามคลินิก
00:19:13 → 00:19:16ซึ่งเอ่อปัจจุบันเนี้ยในประเทศไทยก็ยัง
00:19:16 → 00:19:18ไม่ได้ถูกกฎหมายยังไม่ได้การรับรองและผล
00:19:18 → 00:19:23งานวิจัยก็ยังไม่ได้มีชัดแจ้งในมนุษย์ว่า
00:19:23 → 00:19:26สามารถที่จะทำให้เอ่อการมองเห็นเกลับคืน
00:19:26 → 00:19:29มาได้เพราะฉะนั้นก็ต้องระวังนะคะค่ะมี
00:19:29 → 00:19:32เอ่อเคส Report หรือการรายงานเคสที่ไปฉีด
00:19:32 → 00:19:35สเตมเซลล์ที่คลินิคแล้วเกิดเอ่อตาบาทั้ง 2
00:19:35 → 00:19:38ข้างเก็มีเช่นเดียวกันค่ะปัจจุบันการฉีด
00:19:38 → 00:19:42STEM saly คลิิเนี่ยก็แพงมากๆก็เจอคน
00:19:42 → 00:19:45ไข้ที่ไปฉีดมาเหมือนกันนะคะก็อันนั้นน่ะ
00:19:45 → 00:19:47ไม่ได้ผลแต่อันเนี้ยไม่ได้เอ่อหมอไม่ได้
00:19:47 → 00:19:49เจาะลึกเป็นคนไยต่างชาตินะหมอไม่ได้เจาะ
00:19:49 → 00:19:52ลึกไปว่าเค้าเนี่ยเออไปฉีดอะไรยังไงนะคะ
00:19:52 → 00:19:54ก็คือการมองเห็นอ่ะเค้าอ่ะก็ยังไม่ได้ดี
00:19:54 → 00:19:57ขึ้นสำหรับในอนาคตการที่เราจะได้ใช้
00:19:57 → 00:20:01สเต็มเซลในเอ่อตาการฉีดเข้าไปในตาเนี่ยจะ
00:20:01 → 00:20:06อีกสักกี่ปีนักวิทยาศาสตร์ก็มีการทดลอง
00:20:06 → 00:20:09แลบหลายๆที่ต่างพูดเป็นสียงเดียวกันนะคะ
00:20:09 → 00:20:12ว่าอาจจะไม่ใช่เร็วๆนี้ 1 ปี 2 ปีหรือว่า
00:20:12 → 00:20:153 ปีแต่ว่าภายใน 10 ปีนี้จะต้องเห็นการ
00:20:15 → 00:20:18เปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอนส่วนตัวก็คิดว่า 10
00:20:18 → 00:20:22ปีมันก็ไม่นานนะคะเอ่อถ้าสามารถที่จะเอา
00:20:22 → 00:20:25การมองเห็นเนี้ยกลับคืนมาได้อ่ะมันก็คุง
00:20:25 → 00:20:29ที่จะรอจริงๆสำหรับคนที่เป็น้หินก็อย่า
00:20:29 → 00:20:32เพิ่งหมดหวังนะคะ 10 ปีไม่นานเกินรอจริงๆ
00:20:32 → 00:20:36เราอาจจะได้เอ่อพบการรักษาแบบใหม่ของคน
00:20:36 → 00:20:39ที่เป็นต้อหินแล้วสูญเสียกับแล้วสูญเสีย
00:20:39 → 00:20:43ไปแล้วก็ให้กลับคืนมาได้อย่างไรก็แล้วแต่
00:20:43 → 00:20:46นะคะสำหรับคนที่อายุน้อยแล้วปัจจุบัน
00:20:46 → 00:20:50เนี้ยคนมีแนวโน้มว่าจะอายุยาวขึ้นหมอคิด
00:20:50 → 00:20:53ว่าอาจจะต้องดูแลตัวเองเพื่อที่จะเอ่อรับ
00:20:54 → 00:20:57กับการรักษานวัตกรรมใหม่ๆเทคโนโลยีใหม่ๆ
00:20:57 → 00:21:00ที่จะเกิดขึ้นโลกนี้อีก 10 ปีอาจจะไม่นาน
00:21:00 → 00:21:02เกินรอและปัจจุบันเนี่ยเทคโนโลยีมันก้าว
00:21:02 → 00:21:05ล้ำจริงๆแล้วอาจจะรอไม่ถึง 10 ปีก็เป็นไป
00:21:05 → 00:21:08ได้ค่ะสรุปวันนี้นะคะก็คืออยากจะให้ทุกคน
00:21:08 → 00:21:11เนี่ยได้รู้เรื่องของสเตมเซลล์ความก้าว
00:21:11 → 00:21:14หน้าของการใช้สเตมเซลล์ในการรักษาต้อหิน
00:21:14 → 00:21:17ว่ามันมีไปถึงไหนแล้วเอ่อคนที่จะใช้ก็จะ
00:21:17 → 00:21:21เป็นคนที่เหมือนเป็นต้อหินที่เอ่อสูญเสีย
00:21:21 → 00:21:24การมองเห็นไปแล้วนะคะไม่สามารถที่จะเอ่อ
00:21:24 → 00:21:27เห็นได้หรือว่าการมองเห็นที่แคบมากมี
00:21:27 → 00:21:29เซลล์ประสาทตาที่ายไปแล้วนะคะการใช้
00:21:29 → 00:21:32สเตมเซลล์เนี่ยก็อาจจะเป็นทางเลือกใน
00:21:32 → 00:21:36อนาคตของว่าความรู้นี้นะคะจะเอ่อเป็นส่วน
00:21:36 → 00:21:38ที่ทำให้คนที่สูนเสียการมองเห็นไปแล้วมี
00:21:38 → 00:21:41ความหวักมากขึ้นสำหรับ Episode นี้สวัสดี
00:21:41 → 00:21:43ค่ะ