00:00:02 → 00:00:03หมอคุยข่าว
00:00:03 → 00:00:07สนับสนุนโดย Allvite นวัตกรรมเพื่อความกระจ่างใส
00:00:07 → 00:00:09ที่ได้รับการวิจัยและพัฒนา
00:00:09 → 00:00:13ด้วยเทคโนโลยีที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะจากประเทศเกาหลี
00:00:35 → 00:00:37มาค่ะคุณผู้ชมเริ่มต้นรายการวันนี้เหมือนเดิม
00:00:37 → 00:00:39กับช่วงหมอคุยข่าวนะคะ
00:00:39 → 00:00:42และช่วงนี้ของเราสนับสนุนโดย Allvite
00:00:42 → 00:00:45นวัตกรรมเพื่อความกระจ่างใสจากประเทศเกาหลี
00:00:45 → 00:00:47ไม่ต้องขายของเยอะของเขาดีคุณผู้ชมก็ซื้อไปแล้วกันนะคะ
00:00:47 → 00:00:48รีบๆซื้อด้วย
00:00:49 → 00:00:51ตอนนี้มีข่าวที่อยากชวนคุณหมอคุย
00:00:51 → 00:00:55เพราะว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวแล้วก็ยิ่งช่วงCOVID-19นะคุณหมอ
00:00:55 → 00:00:58เราได้เห็นข่าวของคนเป็นโรคนี้เยอะมาก
00:00:58 → 00:00:58ใช่ค่ะ
00:00:58 → 00:01:01คราวนี้เกิดดีขึ้นเมื่อไม่นานมานี้นะคะ
00:01:01 → 00:01:04เป็นเรื่องราวของสาวไทยวัย 43 ปีคนนึงคุณผู้ชม
00:01:04 → 00:01:06เป็นเรื่องเศร้าคุณหมอค่ะ
00:01:06 → 00:01:07คือมีคนพบศพของเธอเนี่ย
00:01:07 → 00:01:10กระโดดลงมาจาก MRT นะคะ
00:01:10 → 00:01:11แล้วก็ลงมาเสียชีวิตที่พื้น
00:01:11 → 00:01:15แล้วก็จากการที่สอบสวนพี่สาวผู้ตายก็บอกว่าน้องเนี่ย
00:01:15 → 00:01:19มีอาชีพรับจ้างดูแลผู้ป่วยหรือว่าคนแก่
00:01:19 → 00:01:22แต่ว่าช่วงระยะหลังเนี่ยน้องมีอาการซึมๆ
00:01:22 → 00:01:24แล้วมักจะบ่นจะโทษตัวเองเสมอ
00:01:24 → 00:01:27ตั้งแต่คุณพ่อจากไปด้วยโรคชราเมื่อ 2 ปีที่แล้ว
00:01:27 → 00:01:30ก็ซึมเศร้ามาตลอดแล้วก็เครียดนะคะ
00:01:30 → 00:01:32โทษตัวเองว่าดูแลพ่อไม่ดี
00:01:32 → 00:01:34เลยทำให้พ่อเสียชีวิตอะไรอย่างนี้นะคะ
00:01:34 → 00:01:37แต่ว่าที่มาเป็นหนักๆมากๆคือช่วง COVID-19
00:01:38 → 00:01:41อาจจะด้วยภาวะของการถูกให้อยู่บ้าน
00:01:41 → 00:01:44ไม่ค่อยมีงานไม่ค่อยมีเงินหรืออะไรก็ตามแต่
00:01:44 → 00:01:45ไม่ได้พบปะผู้คน
00:01:45 → 00:01:45ใช่
00:01:45 → 00:01:47เขาก็บอกว่าน้องก็ซึมไป
00:01:47 → 00:01:51จนอยู่ดีๆก็ทราบข่าวว่าน้องมาฆ่าตัวตายซะแล้วนะคะ
00:01:51 → 00:01:54วันนี้ก็เลยต้องชวนคุณหมอคุยเกี่ยวกับโรคที่
00:01:54 → 00:01:57ท่านนี้เป็นแล้วก็หลายๆคนใกล้ๆตัวแนนก็เป็นเหมือนกัน
00:01:58 → 00:02:01อาการมันเป็นยังไงสำหรับโรคนี้แล้วรักษาได้ไหม
00:02:01 → 00:02:01ค่ะ
00:02:01 → 00:02:03โรคซึมเศร้าเนี่ยคุณหมอคะ
00:02:03 → 00:02:06คือจริงๆต้องบอกว่าโรคซึมเศร้าเนี่ย
00:02:06 → 00:02:09นับว่าเป็นโรคที่เราพบบ่อยในปัจจุบัน
00:02:09 → 00:02:12อาจจะเป็นเพราะว่าคนให้ความสนใจมากขึ้น
00:02:12 → 00:02:15คนรู้จักมากขึ้นแล้วก็เรามีข่าวมากขึ้น
00:02:15 → 00:02:16เรามีโซเชียลมากขึ้น
00:02:16 → 00:02:20ก็เลยเป็นอะไรที่ทำให้คนมีการตื่นตัวมากขึ้นนะคะ
00:02:20 → 00:02:22ในเรื่องของโรคซึมเศร้า
00:02:22 → 00:02:24เพราะว่าจริงๆแล้วโรคซึมเศร้าเนี่ย
00:02:24 → 00:02:27มันเหมือนมันหลบซ่อนอยู่ในคนทั่วๆไป
00:02:27 → 00:02:28เพราะว่าเราพบได้ทุกเพศทุกวัย
00:02:28 → 00:02:29เนี่ยคนนี้ 43
00:02:29 → 00:02:30ใช่ๆ
00:02:31 → 00:02:35เพราะจริงๆแล้วเนี่ยมันมีการพัฒนามาจากความเครียด
00:02:36 → 00:02:39ตั้งแต่ช่วงของวัยรุ่นหรือช่วงเริ่มต้นของวัยทำงานใหม่ๆ
00:02:40 → 00:02:42ที่มันมีทุกอย่างมันรุมเร้าการแข่งขันสูง
00:02:42 → 00:02:46การพักผ่อนน้อยความวิตกกังวลทั้งหมดเนี่ย
00:02:46 → 00:02:48พอมันมากขึ้นเรื่อยๆมันก็ทำให้คนเนี่ย
00:02:48 → 00:02:51มีความเสี่ยงมากขึ้นต่อเรื่องของภาวะอาการซึมเศร้า
00:02:51 → 00:02:52ค่ะ
00:02:52 → 00:02:54คุณแนนดูสิไม่ใช่แต่ในประเทศเรานะ
00:02:54 → 00:02:56ต่างประเทศก็เหมือนกัน
00:02:56 → 00:02:58ขนาดดารา hollywood ยังฆ่าตัวตาย
00:02:58 → 00:03:00หมอเองก็ยังเหมือนกันเลย
00:03:00 → 00:03:03ทุกอย่างที่มันส่งผลกระทบต่อจิตใจ
00:03:03 → 00:03:06มันส่งผลเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดปัญหา
00:03:06 → 00:03:07เรื่องของซึมเศร้าได้ง่าย
00:03:07 → 00:03:08ค่ะ
00:03:08 → 00:03:11แล้วทำให้คนเนี่ยมีความผิดปกติทางอารมณ์
00:03:11 → 00:03:12ค่ะ
00:03:12 → 00:03:18กลายเป็นคนที่รู้สึกเศร้าสิ้นหวังร้องไห้ง่ายอย่างเงี้ย
00:03:18 → 00:03:20เรื่องนิดๆหน่อยๆก็จะอ่อนไหวไปหมด
00:03:20 → 00:03:20ค่ะ
00:03:20 → 00:03:23จะดูแบบว่าไม่ ไม่สดชื่น ไม่แจ่มใส
00:03:24 → 00:03:25บางทีแบบไม่อยากจะอาบน้ำ
00:03:25 → 00:03:26ไม่อยากจะแต่งหน้า
00:03:26 → 00:03:30ไม่อยากจะทำอะไรที่มันเป็นกิจวัตรประจำวันของเรา
00:03:30 → 00:03:33หรือตื่นขึ้นมาก็จะแบบว่าอารมณ์ไม่ดี
00:03:33 → 00:03:36ฉุนเฉียว หงุดหงิด ขวางหูขวางตาไปหมดเลย
00:03:36 → 00:03:38กลายเป็นคนแบบอารมณ์ร้าย
00:03:38 → 00:03:41ทั้งๆที่แบบเคยเป็นคนอารมณ์เย็น
00:03:41 → 00:03:44แล้วความคิดก็เปลี่ยนคือกลายเป็นว่า
00:03:44 → 00:03:46เขารู้สึกว่าอะไรมันแย่ไปหมดเลย
00:03:47 → 00:03:49อนาคตแบบไม่มองไม่เห็นทางออก
00:03:49 → 00:03:51รู้สึกท้อแท้กับชีวิตของตัวเอง
00:03:51 → 00:03:53ไม่มีค่าต่อคนรอบข้าง
00:03:54 → 00:03:57ทำให้บางทีเขาก็ไม่รู้อยู่ทำไมตายดี
00:03:57 → 00:03:59คิดสั้น
00:03:59 → 00:04:02แต่ว่าหมอว่าอันนึงนอกจากเรื่องของอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลง
00:04:02 → 00:04:06อีกอันนึงที่ดูได้ก็คือสมาธิความจำเขาจะแย่ลง
00:04:06 → 00:04:06ค่ะ
00:04:07 → 00:04:09บางทีก็จะกลายเป็นว่าทำซ้ำๆ
00:04:09 → 00:04:12หรือบางทีลืมในสิ่งที่พูดไปแล้ว
00:04:13 → 00:04:16หรือบางทีก็เบื่ออาหารไม่ยอมทานอาหาร
00:04:16 → 00:04:17ก็อาจจะทำให้คนไข้บางที
00:04:17 → 00:04:19มาด้วยเรื่องของน้ำหนักลดเยอะได้
00:04:21 → 00:04:24ซึ่งมันก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกได้ว่า
00:04:25 → 00:04:26เข้าข่ายโรคซึมเศร้า
00:04:26 → 00:04:27เข้าข่ายโรคซึมเศร้าแล้ว
00:04:27 → 00:04:27ค่ะ
00:04:27 → 00:04:29หรือบางทีถ้าเป็นมากๆจริงๆเนี่ย
00:04:29 → 00:04:32ก็อาจจะทำให้เกิดมีภาวะประสาทหลอนร่วมด้วย
00:04:33 → 00:04:36หรือบางทีก็หูแว่วว่าเกิดเหตุการณ์อย่างนู้นอย่างนี้ขึ้น
00:04:36 → 00:04:37ซึ่งมันไม่มีเหตุการณ์ขึ้นมาจริง
00:04:37 → 00:04:38ค่ะ
00:04:38 → 00:04:41ก็ได้เหมือนกันในกรณีที่อาการเป็นมากๆ
00:04:41 → 00:04:43ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องทำการรักษา
00:04:43 → 00:04:44รักษาใช่ค่ะ
00:04:44 → 00:04:46เขาก็จะมียาพวกต้านการซึมเศร้า
00:04:46 → 00:04:50พวกนี้ก็จะเป็นยาที่ไปปรับสมดุลกับพวกสารเคมี
00:04:50 → 00:04:51ที่อยู่ในสมองของเรา
00:04:51 → 00:04:54มันก็จะช่วยทำให้เราควบคุมอารมณ์และความเครียดได้ดีขึ้น
00:04:55 → 00:04:57หรือบางทีอาจจะต้องพูดคุยนะคะ
00:04:57 → 00:04:59เพื่อบำบัดทางจิตพูดไปด้วย
00:04:59 → 00:05:01คือเป็นกลุ่มพวกpsychotherapyนะคะ
00:05:01 → 00:05:03แล้วนอกจากนี้เขายังมีการกระตุ้น
00:05:03 → 00:05:05การทำงานของเซลล์สมอง
00:05:05 → 00:05:07แล้วก็การงานของเซลล์ประสาทด้วย
00:05:07 → 00:05:10ก็จะมีการใช้กระแสไฟฟ้าอ่อนๆเอามาช่วย
00:05:10 → 00:05:12บางทีกระตุ้นคลื่นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าก็ได้
00:05:13 → 00:05:15อันนี้ก็มีทำในโรงพยาบาลเยอะทีเขาเรียกว่าTMS
00:05:15 → 00:05:18ก็คือเหมือนกับปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอ่อนๆ
00:05:18 → 00:05:20เข้าไปในสมองแล้วก็กระตุ้น
00:05:21 → 00:05:23วันนี้เป็นประโยชน์มากเลยนะคะคุณหมอ
00:05:23 → 00:05:26เพราะว่าคุณหมอได้พูดอาการต่างๆมากมาย
00:05:26 → 00:05:28ให้พวกเราได้สังเกตตัวเองแล้วก็คนรอบข้าง
00:05:28 → 00:05:32เพราะฉะนั้นถ้าคุณมีอาการปรึกษาแพทย์ทันทีดีกว่า
00:05:32 → 00:05:33ใช่ค่ะ
00:05:33 → 00:05:34แล้วถ้าเกิดคนข้างๆคุณเนี่ย
00:05:34 → 00:05:37ป่วยหรือว่าเป็นก็ขอให้คุณทำความเข้าใจเขา
00:05:37 → 00:05:38แล้วก็พาเขาไปพบแพทย์
00:05:38 → 00:05:41เพื่อรับประทานยาทำการรักษาจะได้หายนะคะคุณหมอ
00:05:42 → 00:05:42ใช่ค่ะ
00:05:42 → 00:05:44ถ้าอย่างงั้นช่วงหน้าอันนี้พลาดไม่ได้
00:05:44 → 00:05:45ค่ะ
00:05:45 → 00:05:47เป็นโรคหรือไม่เป็นโรคอันนี้ไม่รู้
00:05:47 → 00:05:50แต่ว่าถ้าเราสังเกตดีๆจากสิ่งๆนึง
00:05:51 → 00:05:52เพราะตรงดูตรงนี้บอกอนาคตได้
00:05:53 → 00:05:54หันมาตรงนี้บอกโรคได้
00:05:54 → 00:05:57อยากรู้เป็นยังไงช่วงหน้ามาคุยกันค่ะ