00:00:00 → 00:00:04เ็วิธีดูแลสุขภาพจิตทำอย่างไรให้มีความ
00:00:04 → 00:00:08สุขผ่อนคลายหายเครียดติดตามเรื่องราวทั้ง
00:00:08 → 00:00:13หมดได้ในรายการ TNN He วัน
00:00:13 → 00:00:17[เพลง]
00:00:17 → 00:00:21นี้สวัสดีค่ะขอต้อนรับเข้าสู่รายการ TNN
00:00:21 → 00:00:24Health เข้าถึงทุกสาระสุขภาพเสริมภูมิ
00:00:24 → 00:00:28คุ้มกันรู้ทันโรคกับ TNN Health ค่ะและ
00:00:28 → 00:00:31ดิฉันหมอดาวแพทย์หญิงฉัาวจังวังกรแพทย์
00:00:31 → 00:00:34เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ครอบครัวพร้อมที่จะ
00:00:34 → 00:00:37รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการพาคุณผู้ชม
00:00:37 → 00:00:42มาเข้าถึงสาระสุขภาพดีๆกัน
00:00:42 → 00:00:46[เพลง]
00:00:46 → 00:00:50ค่ะและสัปดาห์นี้ค่ะคุณผู้ชมเราจะมารู้
00:00:50 → 00:00:53จักกับโรคที่เราอาจไม่คุ้นเคยนักนั่นก็
00:00:53 → 00:00:56คือ Walking C Syndrome โรคศพเดินได้
00:00:56 → 00:01:00ที่คิดว่าตัวเองตายไปแล้วโรคนี้นะคะถึง
00:01:00 → 00:01:02แม้ว่าจะไม่ค่อยได้ยินหรือว่าไม่ค่อยได้
00:01:03 → 00:01:05เกิดแต่ถ้าหากเกิดกับใครแล้วตายทั้งเป็น
00:01:05 → 00:01:09เชียวล่ะค่ะโรคศพเดินได้เป็นอย่างไรกัน
00:01:09 → 00:01:12แน่โรคศพเดินได้หรือ Walking corps
00:01:12 → 00:01:15Syndrome เป็นภาวะทางจิตเวทที่พบไม่บ่อย
00:01:15 → 00:01:18ค่ะเพียง 200 รายจากทั่วโลกเท่านั้นซึ่ง
00:01:18 → 00:01:21เกิดจากความเชื่อผิดๆที่ผู้ป่วยเข้าใจว่า
00:01:21 → 00:01:24ร่างกายของตนเองเกิดความผิดปกติกำลังจะ
00:01:24 → 00:01:27ตายหรือคิดว่าร่างกายของตนเองไม่มีอยู่
00:01:27 → 00:01:30จริงมักเกิดขึ้นกับคนที่เป็นภาวะซึมเศร้า
00:01:30 → 00:01:34อย่างรุนแรงและโรคจิตบางประเภทหรืออาจมา
00:01:34 → 00:01:37พร้อมกับสภาวะทางระบบประสาทอื่นๆแม้จะ
00:01:37 → 00:01:40เป็นอาการที่ค่อนข้างรุนแรงค่ะแต่ผู้ป่วย
00:01:40 → 00:01:42จะอาการดีขึ้นได้เมื่อได้รับการรักษา
00:01:42 → 00:01:46อย่างทันท่วงทีอาการหลักของโรคศพเดินได้
00:01:46 → 00:01:49ก็คืออาการหลงผิดที่เชื่อว่าโลกใบนี้ไม่
00:01:49 → 00:01:52มีสิ่งใดมีค่าหรือมีความหมายและอาจรวมไป
00:01:53 → 00:01:55จนถึงความเชื่อที่ว่าไม่มีสิ่งใดมีอยู่
00:01:55 → 00:01:58จริงผู้ที่เป็นโรคศพเดินได้นั้นจะมีความ
00:01:58 → 00:02:01รู้สึกเหมือนว่าตัวตัวเองได้ตายไปแล้ว
00:02:01 → 00:02:04หรือเน่าสลายไปแล้วหรือในบางกรณีอาจถึง
00:02:04 → 00:02:07ขั้นเชื่อว่าตัวเองไม่มีตัวตนอยู่จริงๆ
00:02:07 → 00:02:10โรคนี้มีความใกล้เคียงอย่างมากกับโรคซึม
00:02:10 → 00:02:12เศร้างานวิจัยได้พบว่าผู้ป่วยที่เป็นโรค
00:02:12 → 00:02:16ศพเดินได้กว่าร้อยละ 89 จะมีอาการของโรค
00:02:16 → 00:02:19ซึมเศร้านอกจากนี้ก็อาจจะมีอาการเหล่านี้
00:02:19 → 00:02:23ร่วมด้วยเช่น 1 วิตกกังวล 2 เกิดภาพหลอน 3
00:02:23 → 00:02:27คิดไปเองว่าป่วย 4 รู้สึกผิด 5 หมกมุ่น
00:02:27 → 00:02:30อยู่กับความคิดที่จะทำร้ายตัวเองหรือคิด
00:02:30 → 00:02:34ถึงแต่เรื่องตายหนึ่งในกรณีตัวอย่างในปี
00:02:34 → 00:02:371880 จิตแพทย์และนักประสาทวิทยาชาว
00:02:37 → 00:02:42ฝรั่งเศสที่ชื่อว่าูโารได้พบกับคนไข้หญิง
00:02:42 → 00:02:45รายหนึ่งเธอมาหาเขาพร้อมบอกอาการว่าเธอ
00:02:45 → 00:02:48ไม่มีสมองไม่มีหน้าอกไม่มีท้องไม่มีลำไส้
00:02:48 → 00:02:50ร่างกายของเธอมีแค่กระดูกและผิวหนังเท่า
00:02:50 → 00:02:53นั้นแล้วเธอยังบอกอีกว่าเธอไม่จำเป็นต้อง
00:02:53 → 00:02:56กินเพราะตอนนี้เธอได้ตายไปแล้วเธอจะตาย
00:02:56 → 00:02:59อีกรอบไม่ได้แล้วทางเดียวที่ทำให้เธอหาย
00:02:59 → 00:03:02ไปจากโลกนี้ได้คือต้องเผาร่างของเธอคนไข้
00:03:03 → 00:03:06หญิงคนนี้ถูกเรียกว่ามาด x ค่ะสาเหตุของ
00:03:06 → 00:03:09โรคศพเดินได้สาเหตุของอาการนี้ค่อนข้าง
00:03:09 → 00:03:12คลุมเครือพูดได้อีกอย่างคือยังไม่มีใคร
00:03:12 → 00:03:15ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของอาการนี้ใน
00:03:15 → 00:03:18ปัจจุบันนักวิจัยตั้งสมมติฐานว่าสาเหตุ
00:03:18 → 00:03:22ของอาการนี้มาจากอาการทางจิตเวทความผิด
00:03:22 → 00:03:25ปกติของระบบประสาทเนื่องจากส่วนใหญ่ของ
00:03:25 → 00:03:28ผู้ที่มีอาการบเดินได้มีอาการซึมเศร้าและ
00:03:28 → 00:03:32อาการทางจิตอย่างอื่นร่วมด้วยเช่น 1 โรค
00:03:32 → 00:03:35ไบโพล่า 2 ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด 3 กระจ
00:03:36 → 00:03:39โทเนีย 4 ความผิดปกติของบุคคลิกภาพ 5
00:03:39 → 00:03:43ภาวะซึมเศร้า 6 การติดเชื้อในสมอง 7
00:03:43 → 00:03:47เนื้องอกในสมอง 8 ภาวะสมองเสื่อม 9 โรคลม
00:03:47 → 00:03:51บ้าหมู 10 ไมเกรน 11 โรคพาร์กินสัน 12
00:03:51 → 00:03:55โรควิตกกังวล 13 การใช้สารเสพติด 14 โรค
00:03:55 → 00:03:59จิตเภท 15 โรคเส้นเลือดในสมองตีด 16
00:03:59 → 00:04:02เลือดออกนอกสมองเนื่องจากการบาดเจ็บที่
00:04:02 → 00:04:06สมองอย่างรุนแรง 17 โรคไข้สมองอักเสบได้
00:04:06 → 00:04:09รู้จักกับโรคศพเดินด้ายกันไปแล้วนะคะเรา
00:04:09 → 00:04:13ยังอยู่ที่โรคศพเดินได้ยภาวะทางจิตที่คิด
00:04:13 → 00:04:16ว่าตัวเองตายไปแล้วค่ะและในช่วงนี้นะคะ
00:04:16 → 00:04:18เราจะมาพูดคุยกับอาจารย์จิตแพทย์ผู้
00:04:18 → 00:04:21เชี่ยวชาญ
00:04:21 → 00:04:24กันสวัสดีค่ะอาจารย์ขอเริ่มที่คำถามแรก
00:04:24 → 00:04:26เลยนะคะ
00:04:26 → 00:04:33[เพลง]
00:04:33 → 00:04:36อาจารย์คะเพราะอะไรถึงเรียกโรคนี้ว่าโรค
00:04:36 → 00:04:40ศพเดินได้อ่ะคะครับคำว่าโรคสุบเดินได้
00:04:40 → 00:04:42เนี่ยทางภาษาอังกฤษจะเรียกว่าเป็นโคทา
00:04:42 → 00:04:45Syndrome นะครับมันก็จะเป็นโรคทางจิตเวท
00:04:45 → 00:04:48ชนิดหนึ่งผู้ป่วยเนี่ยจะเหมือนกับว่ามี
00:04:48 → 00:04:50ความคิดความเชื่อที่ว่าตัวเองได้เสีย
00:04:50 → 00:04:53ชีวิตไปแล้วหรือว่าอวัยวะภายในของตัวเอง
00:04:53 → 00:04:56เนี่ยมีการเน่าเปื่อยก็จึงเป็นที่มาของคำ
00:04:56 → 00:04:58ว่าเหมือนเป็นศพเดินได้นั่นเองทีเนี้ยพอ
00:04:59 → 00:05:01เ้ามีความคิดแบบนี้มีความเชื่อแบบเนี้ย
00:05:01 → 00:05:04มันก็อาจจะนำไปสู่พฤติกรรมบางอย่างอย่าง
00:05:04 → 00:05:07เช่นการแบบไม่กินอาหารเพราะว่าเขาคก็คิด
00:05:07 → 00:05:09ว่าจะกินทำไมในเมื่อเขาตายไปแล้วจะกิน
00:05:09 → 00:05:12ทำไมในเมื่อกินไปก็ย่อยไม่ได้เพราะว่าตับ
00:05:12 → 00:05:15ไตไส้พุงเนี่ยเน่าสลายไปนะครับทำให้
00:05:15 → 00:05:18เหมือนมีการสู้ผอมก็ทำให้หน้าตาดูคล้ายศพ
00:05:18 → 00:05:21จริงๆขึ้นมาหรือบางคนไม่ขยับไม่เคลื่อน
00:05:21 → 00:05:24ไหวอยู่นิ่งๆก็เกิดเป็นแผลกดทับขึ้นมาได้
00:05:24 → 00:05:28ทำให้ทั้งสภาพจิตใจสภาพร่างกายเนี่ยเกิด
00:05:28 → 00:05:31การเสื่อมถอยลงไปเสียดายแล้วเหตุใดผู้
00:05:31 → 00:05:33ป่วยโรคนี้ถึงคิดว่าตัวเองตายไปแล้วอ่ะคะ
00:05:33 → 00:05:37อาจารย์ก็ยังไม่ได้มีการเข้าใจสาเหตุที่
00:05:37 → 00:05:40ชัดเจนของความเชื่อแบบนี้นะครับก็มีทฤษฎี
00:05:40 → 00:05:43บางทฤษฎีบอกว่ามันจะมีส่วนของสมองซึ่งทำ
00:05:43 → 00:05:45งานผิดปกติไปซึ่งส่วนของสมองตรงนี้เนี่ย
00:05:45 → 00:05:47จะทำหน้าที่เกี่ยวกับการตรวจจับใบหน้า
00:05:47 → 00:05:50อย่างเช่นสมมุติว่าคนปกติเนี่ยมองกระจก
00:05:50 → 00:05:52เขาก็จะทราบว่าอันนั้นน่ะคือตัวเองแต่ใน
00:05:52 → 00:05:55ผู้ป่วยาบางรายมีการพบว่าสมองส่วนที่ตรวจ
00:05:55 → 00:05:58จับใบหน้าเนี่ยเสียไปทำให้พอมองกระจกปุ๊บ
00:05:58 → 00:06:01ก็ไม่คิดว่าเป็นตัวตัวเองคิดว่านี่เป็น
00:06:01 → 00:06:03ใครก็ไม่รู้นำมาซึ่งความเชื่อที่ว่าตัว
00:06:03 → 00:06:06เองก็หายไปไม่รู้ว่าคือใครมันก็มีความผูก
00:06:06 → 00:06:10โยงความคิดต่อไปว่าตัวเองตายไปแล้วอวัยวะ
00:06:10 → 00:06:13เน่าเปื่อยแบบนั้นอาจารย์ขาแล้วโรคศพเดิน
00:06:13 → 00:06:16ได้กับภาวะซึมเศร้ามีความเหมือนหรือว่า
00:06:16 → 00:06:19แตกต่างกันอย่างไรคะก่อนอื่นขอบอกว่าไม่
00:06:19 → 00:06:21ได้เหมือนกันนะครับแต่จะบอกว่าภาวะศพเดิน
00:06:21 → 00:06:24ได้กับซึมเศร้าเนี่ยก็มีความเกี่ยวโยงกัน
00:06:24 → 00:06:27บางอย่างคนที่เป็นซึมเศร้าเนี่ยก็มักจะมา
00:06:27 → 00:06:30ด้วยความคิดที่เป็นความคิดเชิงลบนะครับ
00:06:30 → 00:06:32อาจจะเป็นความคิดเชิงลบกับตัวเองกับผู้
00:06:32 → 00:06:35อื่นกับสิ่งต่างๆรอบข้างถึงขั้นที่ว่า
00:06:35 → 00:06:37เกิดความเชื่อผิดๆขึ้นมาว่าตัวเองเสีย
00:06:37 → 00:06:39ชีวิตไปแล้วว่าตัวเองเน่าเปื่อยนะครับมัน
00:06:39 → 00:06:41ก็นำไปสู่ภาวะศพเดินได้แบบเนี้ยได้เหมือน
00:06:42 → 00:06:44กันแต่ว่าโอกาสค่อนข้างน้อยนะครับที่ซึม
00:06:44 → 00:06:47เศร้าจะนำไปสู่ภาวะแบบศพเดินได้แบบนี้คือ
00:06:47 → 00:06:49ต่างกันแต่ก็มีส่วนคล้ายกันบ้างถ้าซึม
00:06:49 → 00:06:51เศร้าเป็นหนักๆอาจจะมีอาการเหมือนกับเป็น
00:06:51 → 00:06:54ศพเดินได้ในขณะเดียวกันภาวะศพเดินได้
00:06:54 → 00:06:56เนี่ยก็มักจะมาพร้อมกับอาการที่เหมือนกับ
00:06:56 → 00:07:00มีความเศร้าความเบื่อความไม่อยากทำไปแบบ
00:07:00 → 00:07:02นั้นซึ่งมันก็เป็นอาการที่คล้ายกับภาวะ
00:07:02 → 00:07:04ซึมเศร้าได้เหมือนกันคนเป็นซึมเศร้าทั่ว
00:07:04 → 00:07:06ไปนะครับต่อให้เขาคไม่อยากทำอะไรต่อให้
00:07:06 → 00:07:08เขาคอยากนอนอยู่ในห้องเฉยๆมันจะไม่ถึง
00:07:08 → 00:07:11ขนาดที่ว่าเขาคิดว่าตัวเองเน่าเปื่อยเหตุ
00:07:11 → 00:07:13ผลมันจะต่างกันแต่ในพาสดนได้เนี่ยเหตุผล
00:07:13 → 00:07:16มันคือการที่คิดว่าตัวเองตายไปแล้วนำมา
00:07:16 → 00:07:19ซึ่งการที่ไม่ทำอะไรแต่ไม่ได้แปลว่าซึม
00:07:19 → 00:07:22เศร้าทุกคนต้องมาด้วยอาการศพเดินได้ยไม่
00:07:22 → 00:07:24ได้แปลว่าศพเดินได้ทุกคนต้องเป็นซึมเศร้า
00:07:24 → 00:07:27นะครับมันมีส่วนที่ซ้อนทับกันอยู่แต่ไม่
00:07:27 → 00:07:29ได้เหมือนกันซะทีเดียวอาจารย์คะแล้วใน
00:07:29 → 00:07:33ปัจจุบันค่ะเราเนี่ยพบโรคศพเดินได้ใน
00:07:33 → 00:07:36ประเทศไทยค่ะมากน้อยแค่ไหนคะพบได้ค่อน
00:07:36 → 00:07:39ข้างน้อยมากนะครับเหตุผลที่พบได้น้อยมาก
00:07:39 → 00:07:42เนี่ยเพราะว่าปัจจุบันการรักษาทางจิตเวท
00:07:42 → 00:07:44เนี่ยค่อนข้างดีขึ้นทำให้สามารถไปตรวจเจอ
00:07:45 → 00:07:47คนที่อาจจะมีความเสี่ยงต่อการป่วยสมมุติ
00:07:48 → 00:07:50ว่าเป็นซึมเศร้าจะได้รับการรักษาก่อนก่อน
00:07:50 → 00:07:53ที่จะพัฒนากกลายเป็นภาวะในลักษณะนี้เพราะ
00:07:53 → 00:07:56ฉะนั้นในแสนคนอาจจะเจอสัก 1 คนหรหรือว่า
00:07:56 → 00:07:59อาจจะน้อยกว่านั้นถามว่าในประเทศไทยมีม
00:07:59 → 00:08:01ถ้าตามสถิติมันก็ต้องมีแน่นอนมันอาจจะ
00:08:01 → 00:08:05น้อยจนไม่ได้พบเจอในชีวิตประจำวันแล้วคน
00:08:05 → 00:08:07กลุ่มใดคะอาจารย์ที่มีภาวะเสี่ยงที่จะ
00:08:07 → 00:08:11เป็นโรคศพเดินได้คะคนที่มีภาวะซึมเศร้านะ
00:08:11 → 00:08:13ครับที่มีอาการรุนแรงไม่ได้รับการรักษา
00:08:14 → 00:08:16อันนี้ก็มีความเสี่ยงหรือว่าคนที่มีภาวะ
00:08:16 → 00:08:19ทางมีโรคทางจิตเภทก็มีความเสี่ยงที่จะมี
00:08:19 → 00:08:21อาการแบบนี้ได้เหมือนกันหรือว่าโรคทาง
00:08:21 → 00:08:23สมองบางอย่างอย่างเช่นสมองเสื่อมหรือการ
00:08:23 → 00:08:26บาดเจ็บทางสมองก็อาจจะทำให้เกิดภาวะแบบ
00:08:26 → 00:08:29นี้ได้สิ่งใดๆก็ตามที่มีการทำให้เกิดการ
00:08:29 → 00:08:31กระทบกระเทือนกับสมองอุบัติเหตุที่มีการ
00:08:31 → 00:08:34บาดเจ็บทางศีรษะนะครับการใช้ยาบางอย่าง
00:08:34 → 00:08:36สารเสพติดก็ทำให้การทำงานของสมองเปลี่ยน
00:08:36 → 00:08:40แปลงไปได้อย่างที่ผมบอกมีทฤษฎีว่าภาวะศพ
00:08:40 → 00:08:42เดินได้เนี่ยมีความเกี่ยวข้องกับการทำงาน
00:08:42 → 00:08:45ของสมองส่วนที่มีการตรวจจับใบหน้าอาจารย์
00:08:45 → 00:08:48คะแล้วผู้ป่วยภาวะโรคศพเดินได้นี้นะค่ะมี
00:08:49 → 00:08:51ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคแทรกซ้อนอะไรได้
00:08:51 → 00:08:53หรือไม่คะแล้วโรคแทรกซ้อนที่ว่านี่คือ
00:08:53 → 00:08:56อะไรบ้างคนที่มีภาวะเหมือนกับศพเดินได้
00:08:56 → 00:08:59เนี่ยก็มักจะไม่ค่อยกินไม่ค่อยดื่มน้ำไม่
00:08:59 → 00:09:01ค่อยเคลื่อนไหวมันก็นำมาซึ่งภาวะที่ขาด
00:09:01 → 00:09:04สารอาหารนะครับพอน้ำหนักลดไปมากๆเนี่ย
00:09:04 → 00:09:06สมองขาดสารอาหารร่างกายขาดสารอาหารร่าง
00:09:06 → 00:09:09กายก็จะพยายามชัดดาวอวัยวะส่วนต่างๆที่
00:09:09 → 00:09:13มันไม่จำเป็นไปทำให้บางทีหัวใจทำงานผิด
00:09:13 → 00:09:16ปกติไปได้นะครับไตทำงานผิดปกติกัดจากภาวะ
00:09:16 → 00:09:19ขาดน้ำอาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้ถ้าไม่กิน
00:09:19 → 00:09:21ไม่ดื่มเลยในส่วนของการไม่ขยับเนี่ยก็อาจ
00:09:21 → 00:09:24จะทำให้เกิดเป็นแผลกดทับขึ้นมาได้มีการ
00:09:24 → 00:09:27ติดเชื้อต่างๆตามมาพอยิ่งไม่กินภูมิคุ้ม
00:09:28 → 00:09:30กันก็ยิ่งไม่ดีแผลกรดทับก็ไม่หายก็สามารถ
00:09:30 → 00:09:32เสียชีวิตได้เช่นเดียวกันถ้าไม่ได้รับการ
00:09:32 → 00:09:35รักษาไม่ได้รับการตรวจเจออาจารย์คะแล้ว
00:09:35 → 00:09:38หากสงสัยค่ะว่าตัวเราเองหรือแม้กระทั่งคน
00:09:38 → 00:09:41ใกล้ตัวค่ะเป็นโรคศพเดินได้จะมีวิธีการ
00:09:41 → 00:09:44สังเกตอย่างไรบ้างคะก่อนอื่นนะครับคนที่
00:09:44 → 00:09:46จะมีภาวะศพเดินได้เขาจะไม่สงสัยว่าตัวเอง
00:09:46 → 00:09:48เป็นศพเดินได้เพราะว่าเขาคิดว่าตัวเอง
00:09:48 → 00:09:50เป็นศพเาคิดว่าตัวเองตายไปแล้วปราศจากข้อ
00:09:50 → 00:09:52สงสัยข้อกาขาใดๆทั้งสิ้นเพราะว่ามันคือ
00:09:53 → 00:09:56ความเชื่อซึ่งเขาไม่สามารถโต้แยงได้มัน
00:09:56 → 00:09:58ค่อนข้างเป็นความเชื่อที่ฟิกมากในสมองเขา
00:09:58 → 00:10:02นะครับครับเพราะฉะนั้นต้องอาศัยการสังเกต
00:10:02 → 00:10:05จากคนรอบข้างว่าคนเนี้ยดูมีพฤติกรรมที่
00:10:05 → 00:10:09เปลี่ยนไปไม่ทำอะไรไม่ออกไปไหนไม่ยอมกิน
00:10:09 → 00:10:10ทีนี้ก็ต้องมาดูเหตุผลว่าเขาไม่กินเพราะ
00:10:11 → 00:10:12อะไรถ้าสมมุติบอกว่าเออเพราะว่าคิดว่าตัว
00:10:12 → 00:10:15เองตายไปแล้วอันนี้มันก็มันก็ฟังดูยังไง
00:10:15 → 00:10:17ก็ต้องผิดปกตินะครับถ้าสมมุติว่าเจอความ
00:10:18 → 00:10:21ผิดปกติแบบเนี้ยก็ต้องรีบพามาพบแพทย์
00:10:21 → 00:10:23เพื่อทำการประเมินแล้วก็รักษาให้เร็วที่
00:10:23 → 00:10:26สุดเพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นภาวะศพเดินได้
00:10:26 → 00:10:29หรือภาวะอื่นๆทางจิตเวทซึ่งก่อให้เกิด
00:10:29 → 00:10:32พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมนะครับ
00:10:32 → 00:10:34ตัวเขาเองจากเมื่อก่อนเคยเป็นคนสดใสพูด
00:10:34 → 00:10:37คุยอยู่ดีๆก็เงียบลงอันนี้อาจจะเป็นสิ่ง
00:10:37 → 00:10:39ที่สะท้อนว่ามีโรคทางจิตเวทบางอย่างเกิด
00:10:39 → 00:10:43ขึ้นเพราะฉะนั้นยิ่งตรวจเจอไวยิ่งรักษา
00:10:43 → 00:10:46ได้ไวก็จะยิ่งทำให้หายได้ไวโอกาสหายมาก
00:10:46 → 00:10:48ขึ้นนะครับเพราะฉะนั้นคนรอบข้างเนี่ยก็มี
00:10:48 → 00:10:51บทบาทสำคัญในการที่จะช่วยคนที่คุณรักให้
00:10:51 → 00:10:55มีสุขภาพกายสุขภาพจิตที่ดีได้ครับแพทย์จะ
00:10:55 → 00:10:58มีการวินิจฉัยโรคศพเดินได้อย่างไรบ้างคะ
00:10:58 → 00:11:01การวินิจฉเนี่ยก็จะได้มาจากการพูดคุยสัก
00:11:01 → 00:11:03ประวัตินะครับไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกับ
00:11:03 → 00:11:05ตัวผู้ป่วยเองหรือว่าพูดคุยกับญาติพี่
00:11:05 → 00:11:08น้องเพื่อดูว่าที่มาที่ไปของอาการเนี่ย
00:11:09 → 00:11:11เป็นยังไงอาจจะมีการเจาะเลือดหรือว่าการ
00:11:11 → 00:11:14สแกนสมองเพื่อหาพยายามหาสาเหตุทางกายที่
00:11:14 → 00:11:17เป็นไปได้ส่วนการรักษาเนี่ยอันที่สำคัญก็
00:11:17 → 00:11:20คงเป็นการใช้ยาไม่ว่าจะเป็นกลุ่มยาจิตเภท
00:11:20 → 00:11:22หรือว่ายาต้านเศร้าซึ่งก็จะพิจารณาเป็น
00:11:22 → 00:11:25เคสๆไปว่ายาไหนเหมาะกับใครที่สุดถ้า
00:11:25 → 00:11:28สมมุติว่าการรักษาด้วยยาไม่ได้ผลในบางราย
00:11:28 → 00:11:30อาจจะมีการพิจารณาทำการรักษาด้วยไฟฟ้าก็
00:11:30 → 00:11:32ได้เหมือนกันเช่นเดียวกับโรคทางจิตเวท
00:11:32 → 00:11:35อื่นๆก็ยังไม่ได้มีการพบสาเหตุแน่ชัดว่า
00:11:35 → 00:11:38สาเหตุของโรคศพเดินได้เนี่ยมาจากไหนนะ
00:11:38 → 00:11:41ครับไม่สามารถชี้นิ้วไปที่สาเหตุใดสาเหตุ
00:11:41 → 00:11:43หนึ่งได้เป็นเฉพาะเจาะจงมีการสันนิษฐาน
00:11:43 → 00:11:46บางอย่างว่ามันอาจจะเกี่ยวกับสมองส่วนที่
00:11:46 → 00:11:48ทำงานเกี่ยวกับการตรวจจับใบหน้าแต่นั่นก็
00:11:48 → 00:11:50ไม่ใช่ทุกเคสที่เป็นแบบนั้นเพราะฉะนั้น
00:11:50 → 00:11:53สาเหตุเนี่ยส่วนใหญ่มันก็จะมาจากหลาย
00:11:53 → 00:11:55สาเหตุร่วมกันไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรมหรือ
00:11:55 → 00:11:58ว่าสิ่งแวดล้อมก็อาจจะมีมามีบทบาทในการทำ
00:11:58 → 00:12:01ให้เกิดรโคนี้ขึ้นมาได้การรักษาโรคศพเดิน
00:12:01 → 00:12:05ได้ค่ะอาจารย์มีกี่วิธีคะแล้วมีโอกาสที่
00:12:05 → 00:12:08จะรักษาให้หายขาดได้หรือไม่คะอันที่สำคัญ
00:12:08 → 00:12:10ที่สุดในโรคนี้ก็น่าจะเป็นการใช้ยานะครับ
00:12:10 → 00:12:13ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มยาของยาจิตเภทนะครับ
00:12:13 → 00:12:16หรือว่ายาต้านเศร้าหมอจิตแพทย์ก็จะมา
00:12:16 → 00:12:19พิจารณาเป็นเคสๆไปว่าเคสไหนเหมาะกับยาตัว
00:12:19 → 00:12:22ไหนถ้าสมมุติว่าใช้ยาแล้วยังไม่ได้การตอบ
00:12:22 → 00:12:25สนองที่ดีพอก็อาจจะมีการพิจารณาการรักษา
00:12:25 → 00:12:28ด้วยไฟฟ้าเข้ามาด้วยเหมือนกันโรคนี้ก็มี
00:12:28 → 00:12:30โอกาสทำให้ดีขึ้นได้แต่ว่าโอกาสในการหาย
00:12:30 → 00:12:33มากหายน้อยก็จะแตกต่างกันแตกต่างกันไปใน
00:12:33 → 00:12:35ผู้ป่วยแต่ละคนครับก็จะมีการพยายามหา
00:12:36 → 00:12:38สาเหตุทางกายนะครับไม่ว่าจะเป็นการเจอง
00:12:38 → 00:12:41เลือดหรือว่าการสแกนสมองถ้าสมมุติพบว่ามี
00:12:41 → 00:12:44ความผิดปกติที่ตรวจเจอได้จากการสแกนสมอง
00:12:44 → 00:12:47อย่างเงี้เป็นต้นก็อาจจะมีการปรึกษาแพทย์
00:12:47 → 00:12:50ทางด้านระบบประสาทร่วมด้วยเพื่อทำการแก้
00:12:50 → 00:12:53ไขที่สาเหตุที่พบเจอได้คำถามข้อสุดท้าย
00:12:53 → 00:12:57ค่ะอาจารย์อยากจะให้อาจารย์แนะนำในการดู
00:12:57 → 00:13:00แลผู้ป่วยโรคนี้ทีค่ะสิ่งสำคัญนะครับก็
00:13:00 → 00:13:02คือการพยายามพามาพบแพทย์ให้เร็วที่สุดตอน
00:13:02 → 00:13:05ที่สงสัยแล้วก็เมื่อได้รับการวินิจฉัย
00:13:05 → 00:13:07เนี่ยก็จำเป็นที่ต้องได้รับการรักษาต่อ
00:13:07 → 00:13:09เนื่องไม่ควรขาดนัดไม่ควรหยุดยาเองส่วน
00:13:09 → 00:13:12ที่บ้านทำยังไงได้บ้างผมว่าสิ่งสำคัญก็
00:13:12 → 00:13:14คือพยายามกระตุ้นให้เขาคกินโรคนี้อย่าง
00:13:14 → 00:13:17ที่ผมบอกว่าบางทีไม่กินไม่ดื่มซึ่งจะทำ
00:13:17 → 00:13:19ให้สิ่งต่างๆแย่งลงไปได้เพราะฉะนั้น
00:13:19 → 00:13:21พยายามให้เขาคกินอาหารก็กินเหมือนปกติ
00:13:21 → 00:13:23เนี่ยแะครับแล้วก็พยายามกระตุ้นให้ออกมา
00:13:23 → 00:13:26ข้างนอกให้ทำนั่นทำนี่พยายามทำให้เขา
00:13:26 → 00:13:28เหมือนกับกลับมาเป็นคนเดิมให้ได้มากที่
00:13:28 → 00:13:31สุดเท่าที่จะทำได้จิตแพทย์ยาก็ส่วนหนึ่ง
00:13:31 → 00:13:33แต่อีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือที่บ้าน
00:13:33 → 00:13:36มีการช่วยยังไงบ้างซัพพอร์ตยังไงบ้างครับ
00:13:36 → 00:13:38ปัจจุบันในภาวะสังคมที่มีความเครียดมาก
00:13:38 → 00:13:41ขึ้นนะครับมันก็ทำให้แต่กละคนเนี่ยมีความ
00:13:41 → 00:13:44เสี่ยงต่อโรคทางจิตเวทมากขึ้นไปด้วยเพราะ
00:13:44 → 00:13:46ฉะนั้นถ้าสมมุติรู้สึกว่าตัวเองหรือว่าคน
00:13:46 → 00:13:49รอบข้างเนี่ยไม่ค่อยโอเคดูแปลกไปอยากจะ
00:13:49 → 00:13:51สนับสนุนให้มาพบจิตแพทย์เพื่อทำการ
00:13:52 → 00:13:54ประเมินนะครับว่าอาจจะมีโรคบางอย่างซ่อน
00:13:54 → 00:13:56อยู่หรือเปล่าการพบจิตแพทย์การพบนัก
00:13:56 → 00:13:59จิตวิทยาไม่ได้แปลว่าต้องป่วยจึงจะมาพบ
00:13:59 → 00:14:01ได้ก็เหมือนกันมาตรวจสุขภาพทั่วไปมาตรวจ
00:14:01 → 00:14:03เบาหวานตรวจความดันอันนี้ก็เหมือนกันมา
00:14:03 → 00:14:06ตรวจว่าสภาพจิตใจเป็นยังไงบ้างถ้าสมมุติ
00:14:06 → 00:14:08ว่ามีอะไรที่มันไม่ค่อยโอเคจะได้ทำการ
00:14:08 → 00:14:11ป้องกันแก้ไขได้ขอบพระคุณอาจารย์แพทย์ผู้
00:14:11 → 00:14:13เชี่ยวชาญนะคะที่มาให้ความรู้ความเข้าใจ
00:14:13 → 00:14:17ในเรื่องของรคศพเดินได้ค่ะเราจะไปรู้วิธี
00:14:17 → 00:14:21กันว่า 7 วิธีดูแลสุขภาพจิตให้ผ่อนคลาย
00:14:21 → 00:14:23หายเครียดเป็นอย่างไรกันบ้างแต่ก่อนที่จะ
00:14:23 → 00:14:26ไปรู้วิธีเหล่านี้ค่ะเรามารู้จักกับภาวะ
00:14:26 → 00:14:30ที่เรียกว่าสุขภาวะทางิไปดูกันว่าเป็นยัง
00:14:30 → 00:14:35ไงบ้างสุขภาวะทางจิตคือสภาวะที่บุคคลรู้
00:14:35 → 00:14:38สึกดีต่อตนเองและสามารถรับมือกับแรงกดดัน
00:14:38 → 00:14:42ในชีวิตประจำวันได้ดีการมีสุขภาพจิตที่ดี
00:14:42 → 00:14:45เป็นสิ่งสำคัญไปถึงคุณภาพชีวิตด้วยค่ะ
00:14:45 → 00:14:49เพราะสามารถส่งผลต่อวิธีคิดทัศนคติความ
00:14:49 → 00:14:52รู้สึกและพฤติกรรมของเรานอกจากนี้ยังช่วย
00:14:52 → 00:14:54ในการจัดการกับความเครียดความสัมพันธ์กับ
00:14:55 → 00:14:58ผู้อื่นรวมไปถึงการตัดสินใจในการทำบาง
00:14:58 → 00:15:01สิ่งบางอย่างมีหลายสาเหตที่อาจส่งผลต่อ
00:15:01 → 00:15:04สุขภาพจิตให้ทั้งดีและไม่ดีไม่ว่าจะเป็น
00:15:04 → 00:15:07สภาพแวดล้อมความเป็นอยู่พฤติกรรมส่วน
00:15:07 → 00:15:10บุคคลการเลือกใช้ชีวิตนอกจากนี้พันธุกรรม
00:15:10 → 00:15:13ก็ยังมีส่วนค่ะมีหลายขั้นตอนที่เราสามารถ
00:15:13 → 00:15:16ทำได้เพื่อปรับปรุงสุขภาพจิตให้ดีขึ้นโดย
00:15:16 → 00:15:20วิธีดูแลสุขภาพจิตแบบง่ายๆที่ทำแล้วจะมี
00:15:20 → 00:15:24สุขภาพจิตดีมีดังนี้ 1 มีปฏิสัมพันธ์กับ
00:15:24 → 00:15:27ผู้อื่นการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นจะช่วย
00:15:27 → 00:15:29ให้เกิดความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดีซึ่ง
00:15:29 → 00:15:32สิ่งนี้เป็นสิ่งจำเป็นต่อการมีสุขภาพจิต
00:15:32 → 00:15:36ที่ดีลองหาเวลาให้กับเพื่อนครอบครัวคนที่
00:15:36 → 00:15:39คุณรักและสัตว์เลี้ยงนอกจากนี้การช่วย
00:15:39 → 00:15:41เหลือผู้อื่นก็สามารถทำให้เรารู้สึกดีและ
00:15:42 → 00:15:45ทำให้ชีวิตของเรามีความหมายได้ 2 นอนหลับ
00:15:45 → 00:15:48ให้เพียงพอโดยปกติในวัยผู้ใหญ่จะต้องการ
00:15:48 → 00:15:51การนอนหลับประมาณ 7-8 ชมงต่อคืนและเมื่อ
00:15:51 → 00:15:54เราพักผ่อนอย่างเพียงพอเราก็จะสามารถรับ
00:15:54 → 00:15:57มือกับความเครียดได้ดียิ่งขึ้นรวมถึงยัง
00:15:57 → 00:16:03สามารถตัดใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ดีขึ้น 3
00:16:03 → 00:16:06รับประทานอาหารที่มีประโยชน์อาหารที่เรา
00:16:06 → 00:16:08กินอยู่ทุกวันนั้นมีผลกระทบอย่างมากต่อ
00:16:09 → 00:16:11อารมณ์และระดับพลังงานรวมถึงยังส่งผล
00:16:11 → 00:16:15กระทบต่อสุขภาพโดยรวมด้วยดังนั้นอย่าลืม
00:16:15 → 00:16:19กินผักผลไม้ถั่วและเมล็ดธัญพืชให้มากและ
00:16:19 → 00:16:22พยายามลดอาหารที่ส่งผลเสียต่อร่างกายเช่น
00:16:22 → 00:16:25อาหารที่มีน้ำตาลสูงอาหารที่ผ่านการแปร
00:16:25 → 00:16:30รูปรวมถึงอาหารที่มีไขมันทราสู 4 ออก
00:16:30 → 00:16:33กำลังกายอย่างสม่ำเสมอการออกกำลังกายเป็น
00:16:33 → 00:16:36วิธีที่ดีในการช่วยผ่อนคลายความเครียด
00:16:36 → 00:16:39พัฒนาระดับอารมณ์และช่วยบำรุงสุขภาพโดย
00:16:39 → 00:16:42รวมให้ดีขึ้นได้ลองตั้งเป้าออกกำลังกาย
00:16:42 → 00:16:46ระดับปานกลางค่ะอย่างน้อย 30 นาทีเป็น
00:16:46 → 00:16:50ระยะเวลา 3-4 วันต่อสัปดาห์ก็จะช่วยให้
00:16:50 → 00:16:54สุขภาพโดยรวมและสุขภาพจิตของเราดีขึ้นได้
00:16:54 → 00:16:575 ผ่อนคลายความเครียดลองหาวิธีผ่อนคลาย
00:16:57 → 00:17:01ความเครียดไม่ว่าจะเป็นโยคะการทำสมาธิการ
00:17:01 → 00:17:04หายใจเข้าออกลึกๆจะสามารถช่วยลดความ
00:17:04 → 00:17:07เครียดและทำให้อารมณ์ดีขึ้นได้นอกจากนี้
00:17:07 → 00:17:10การอยู่กับธรรมชาติในบางครั้งก็สามารถ
00:17:10 → 00:17:13ช่วยให้คุณผ่อนคลายและลดความเครียดลงได้
00:17:13 → 00:17:16ด้วยเช่นกัน 6 หลีกเลี่ยงการพูดถึงตัวเอง
00:17:16 → 00:17:20ในแง่ลบการพูดเชิงลบกับตัวเองการตำหนิ
00:17:20 → 00:17:23หรือกด่าตนเองนั้นสามารถนำไปสู่ความรู้
00:17:23 → 00:17:26สึกเศร้าวิตกกังวลและส่งผลให้เกิดความนับ
00:17:26 → 00:17:29ถือในตนเองต่ำดังนั้นก่อนที่จะตำหนิตนเอง
00:17:29 → 00:17:33จนกลายเป็นนิสัยลองหันมาใจดีต่อตัวเองและ
00:17:33 → 00:17:37พยายามโฟกัสไปที่จุดแข็งของเราจะดีกว่า 7
00:17:37 → 00:17:40รับการช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญหากคุณมี
00:17:40 → 00:17:43ปัญหาสุขภาพจิตคุณควรเข้ารับความช่วย
00:17:43 → 00:17:46เหลือจากผู้เชี่ยวชาญเพราะมีอีกหลายวิธี
00:17:46 → 00:17:49การรักษาที่มีประสิทธิภาพและผู้เชี่ยวชาญ
00:17:49 → 00:17:53ยังสามารถวางแผนการรักษาให้เหมาะกับคุณ
00:17:53 → 00:17:57ได้และในตอนนี้นะคะหมอดาวยังมี 7 อาหารดี
00:17:57 → 00:18:00ๆที่ช่วยต้านเศร้าทำให้จิตใจผ่อนคลาย
00:18:00 → 00:18:03อารมณ์ดีขึ้นด้วยไปดูกันดีกว่าค่ะ 1 ผล
00:18:03 → 00:18:06เบอร์รี่ผลเบอร์รี่เช่นบลูเบอร์รี่
00:18:06 → 00:18:08สตรอเบอร์รี่และราสเบอร์รี่อุดมไปด้วยสาร
00:18:08 → 00:18:12ต้านอนุมูลอิสระและวิตามินซีสารอาหาร
00:18:12 → 00:18:14เหล่านี้ช่วยลดการอักเสบและความเครียดจาก
00:18:14 → 00:18:17ปฏิกิริยาออกซิเดชันซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้
00:18:18 → 00:18:20เชื่อมโยงกับภาวะซึมเศร้าเมื่อเพลิดเพลิน
00:18:20 → 00:18:23กับลเบอร์รี่ 1 กำมือเป็นของว่างหรือ
00:18:23 → 00:18:26เพิ่มลงในเข้าวโอ๊ตตอนเช้าแล้วเพื่อเป็น
00:18:26 → 00:18:29การเริ่มต้นวันใหม่ที่สดใสและช่วยตุ้น
00:18:29 → 00:18:32อารมณ์ให้สดใสดีขึ้นด้วยค่ะ 2 ปลาที่มีไข
00:18:32 → 00:18:36มันดีปลาที่มีไขมันดีเช่นปลาแซลมอนปลาแคล
00:18:36 → 00:18:40และลาซานมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นไข
00:18:40 → 00:18:44มันดีจำเป็นต่อสุขภาพสมองโอเมก้า 3 ช่วย
00:18:44 → 00:18:48ควบคุมสารสื่อประสาทเช่นโดปามีนและ
00:18:48 → 00:18:51เซโรโทนินช่วยลดการอักเสบซึ่งอาจช่วย
00:18:51 → 00:18:54บรรเทาอาการซึมเศร้าได้อย่างน้อยคุณควรจะ
00:18:54 → 00:18:57มีมื้ออาหารที่มีปลาที่มีไข้มันดีอย่าง
00:18:57 → 00:18:59น้อยสัปดาห์ละ 2 ครเพื่อให้ได้ประโยชน์
00:18:59 → 00:19:03สูงสุดนะคะ 3 Dark ช็อกโกแลต Dark
00:19:03 → 00:19:05ช็อกโกแลตโดยเฉพาะที่มีปริมาณโกโก้สูงคือ
00:19:05 → 00:19:09ตั้งแต่ร้อยละ 70 ขึ้นไปมีสารต้านอนุมูล
00:19:09 → 00:19:12อิสระและสารประกอบที่สามารถกระตุ้นการ
00:19:12 → 00:19:15ผลิตสารเอนโดฟินซึ่งเป็นสารเพิ่มอารมณ์ดี
00:19:15 → 00:19:17ตามธรรมชาติค่ะลองเพลิดเพลินกับดค
00:19:17 → 00:19:19ช็อกโกแลตสี่เหลี่ยมเล็กๆเป็นของว่างเป็น
00:19:19 → 00:19:23ครั้งคราวค่ะเพื่อที่จะได้สัมผัสถึง
00:19:23 → 00:19:27อารมณ์ที่สดชื่นจบสส 4 ผักใบเขียวเช่นผัก
00:19:27 → 00:19:31โหมขนาผักกาดแก้วผักเหล่านี้อุดมไปด้วย
00:19:31 → 00:19:33โฟเลตซึ่งเป็นวิตามินบีที่ช่วยสร้างสาร
00:19:33 → 00:19:37สื่อประสาทเช่นซีโรโทนินและโดปามีนซึ่ง
00:19:37 → 00:19:40ส่งผลต่อความรู้สึกมีความสุขและความเป็น
00:19:40 → 00:19:44อยู่ที่ดี 5 ถั่วและเมล็ดพืชเช่นอัลมอนด์
00:19:44 → 00:19:47วอนัทเมล็ดแฟกและเมล็ดเชีย์เป็นแหล่งที่
00:19:47 → 00:19:51ดีของไขมันดีโปรตีนและไฟเบอร์ซึ่งไฟเบอร์
00:19:51 → 00:19:54ช่วยควบคุมระดับน้ำตาในเลือดนอกจากนี้ยัง
00:19:54 → 00:19:57มีแมกนีเซียมซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มีบทบาท
00:19:57 → 00:19:59สำคัญในการทำงานของ
00:19:59 → 00:20:03และควบคุมอารมณ์ลองรับประทานถั่วสกำมือ
00:20:03 → 00:20:05หรือโรยเมล็ดพืชในมื้ออาหารเพื่อทำให้
00:20:05 → 00:20:09อารมณ์ของเราดีขึ้น 6 ขมิ้นขมิ้นนั้นเป็น
00:20:09 → 00:20:11เครื่องเทศสีเหลืองสดมักใช้ในอาหารประเภท
00:20:11 → 00:20:15แกงขมิ้นมีสารประกอบที่เรียกว่าเคมินซึ่ง
00:20:15 → 00:20:18เชื่อมโยงกับสุขภาพสมองที่ดีขึ้นและลด
00:20:18 → 00:20:21อาการซึมเศร้า 7 ชาเขียวชาเขียวมีกรด
00:20:21 → 00:20:25อมิโนที่เรียกว่าแทนซึ่งพบว่าช่วยให้ผ่อน
00:20:25 → 00:20:28คลายและลดความวิตกกังวลลองเปลี่ยนกาแฟ
00:20:28 → 00:20:30ธรรมดาหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นชา
00:20:31 → 00:20:33เขียวสะแก้วค่ะเพื่อความรู้สึกสงบผ่อน
00:20:33 → 00:20:36คลายและคุณประโยชน์ที่ช่วยกระตุ้มอารมณ์
00:20:36 → 00:20:39ดีให้เกิดขึ้นได้เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับ
00:20:39 → 00:20:43สาระสุขภาพดีๆที่ t&n นำมาฝากคุณผู้ชมกัน
00:20:43 → 00:20:45ในวันนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณผู้ชมจะ
00:20:45 → 00:20:49สามารถนำสาระสุขภาพดีๆที่ได้ไปดูแลสุขภาพ
00:20:49 → 00:20:52ของตัวเองและครอบครัวกันนะคะและขอบคุณคุณ
00:20:52 → 00:20:55ผู้ชมค่ะที่ติดตามรับชมรายการ TE and
00:20:55 → 00:20:57Health เป็นประจำค่ะอย่าลืมนะคะติดตาม
00:20:57 → 00:21:00รับชมรายการเ tn hth เป็นประจำกันทุกวัน
00:21:00 → 00:21:05เสาร์เวลาดี 15:00 น- 15:30 นที่นี่ TNN
00:21:05 → 00:21:09ช่อง 16 ค่ะและที่สำคัญค่ะต้องไม่ลืมที่
00:21:09 → 00:21:11จะกดไลค์กดแชร์กด Subscribe เป็นกำลังใจ
00:21:11 → 00:21:14ให้หมอดาวและทีมงาน TNN Health ในช่อง
00:21:14 → 00:21:17ทางโซเชียล Network ต่างๆไม่ว่าจะเป็น
00:21:17 → 00:21:19YouTube Facebook tiktok Instagram
00:21:19 → 00:21:21และ LINE official ค่ะเพื่อที่จะเข้าถึง
00:21:22 → 00:21:25ทุกสาระสุขภาพเสริมภูมิคุ้มกันรู้ทันโรค
00:21:25 → 00:21:28กันและสำหรับวันนี้นะคะหมอดาวและทีมงาน
00:21:28 → 00:21:31งาน tn ต้องขอตัวลาคุณผู้ชมไปก่อนสำหรับ
00:21:31 → 00:21:34วันนี้สวัสดี
00:21:34 → 00:21:57[เพลง]
00:21:57 → 00:22:01ค่ะแ