สัญญาณเตือนของโรคเบาหวานมีอะไรบ้าง

ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:0000:00:04คุณผู้ฟังและคุณผู้ชมเคยคิดไหมคะว่ามีภัย
00:00:0400:00:07เงียบที่มองไม่เห็นแต่กำลังคุกคามชีวิตคน
00:00:0700:00:11ไทยจำนวนมากอยู่ทุกวันและที่น่าตกใจคือ
00:00:1100:00:14หลายคนอาจกำลังเป็นส่วนหนึ่งของภัยเงียบ
00:00:1400:00:17นี้โดยไม่รู้ตัวด้วยค่ะโรคเหล่านี้ไม่ใช่
00:00:1700:00:20โรคติดเชื้อที่แพร่กระจายจากคนสู่คนแต่
00:00:2000:00:22เป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของ
00:00:2200:00:25เราเองครับและที่ร้ายกว่านั้นคือมันมักจะ
00:00:2600:00:29ไม่มีอาการแสดงชัดเจนในระยะแรกกว่าจะรู้
00:00:2900:00:32ตัวก็อาจจะสายไปแล้วคุณกำลังเผชิญกับมัน
00:00:3200:00:35อยู่หรือเปล่าครับนี่คือประเด็นสำคัญที่
00:00:3500:00:38เราจะมาไขคำตอบและมอบทางออกให้คุณในวัน
00:00:3800:00:42นี้ค่ะสุขภาพสนทนาสร้างสุขภาพดีที่เริ่ม
00:00:4200:00:44ต้นจากความเข้าใจและก่อนที่เราจะไปเจาะ
00:00:4400:00:47ลึกเนื้อหากันอย่าลืมกดติดตามและกด
00:00:4700:00:50กระดิ่งแจ้งเตือนช่องสุขภาพสนทนาของเรา
00:00:5100:00:53ไว้ด้วยนะคะจะได้ไม่พลาดทุกเรื่องราว
00:00:5300:00:56สุขภาพดีๆที่เรานำมาฝากกันค่ะสวัสดีครับ
00:00:5700:00:59คุณผู้ฟังและคุณผู้ชมทุกท่านยินยินดีต้อน
00:00:5900:01:02รับกลับเข้าสู่รายการสุขภาพสนทนาอีกครั้ง
00:01:0200:01:06นะครับวันนี้เรามีหัวข้อที่ผมเชื่อว่าทุก
00:01:0600:01:09คนควรให้ความสนใจและทำความเข้าใจอย่างลึก
00:01:0900:01:13ซึ้งนั่นก็คือเรื่องของ NCD หรือโรคไม่
00:01:1300:01:17ติดต่อเรื้อรังนั่นเองครับสวัสดีค่ะ NCD
00:01:1700:01:20ไม่ได้เป็นแค่ชื่อโรคยากๆทางการแพทย์นะคะ
00:01:2000:01:23แต่เป็นกลุ่มโรคที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพ
00:01:2300:01:26ชีวิตและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น
00:01:2600:01:29ๆของคนไทยมาอย่างยาวนานไม่ว่าจะเป็นเบา
00:01:2900:01:33หวานความดันโลหิตสูงไขมันในเลือกสูงหรือ
00:01:3300:01:38ภาวะอ้วนลงพุงที่เราเห็นกันจนชินตาวันนี้
00:01:3800:01:41เราเลยจะมาพูดคุยกันแบบเจาะลึกทุกแง่มุม
00:01:4100:01:45ในหัวข้อ NCD ภัยเงียบคร่าชีวิตคนไทยเจาะ
00:01:4500:01:50ลึกเบาหวานความดันไขมันสูงอ้วนลงพุงป้อง
00:01:5000:01:53กันและอยู่ร่วมได้ให้คุณได้เข้าใจกันแบบ
00:01:5300:01:56เคลียร์ชัดๆไปเลยค่ะไม่ว่าคุณจะยังไม่
00:01:5600:02:00ป่วยมีความเสี่ยงหรือกำลังป่วยอยู่แล้ว
00:02:0000:02:03รับรองว่าฟังจบวันนี้คุณจะเข้าใจ NCD
00:02:0300:02:06อย่างถ่องแท้และมีแนวทางในการดูแลตัวเอง
00:02:0600:02:10ได้อย่างมั่นใจแน่นอนค่ะถ้าอย่างนั้นเรา
00:02:1000:02:12มาเริ่มกันที่คำถามพื้นฐานที่สุดก่อนเลย
00:02:1200:02:16ดีไหมครับว่า NCD คืออะไรกันแน่ครับและ
00:02:1600:02:19ทำไมเราถึงได้ยินคำว่าไผ่เงียบบ่อยๆเมื่อ
00:02:1900:02:23พูดถึงโรคกลุ่มนี้ครับคำถามที่ดีมากๆเลย
00:02:2300:02:26ค่ะ NCDS ย่อมาจาก Noncommunicable
00:02:2600:02:29Diseas ค่ะหรือถ้าแปลเป็นภาษาไทยไม่ง่าย
00:02:2900:02:33ก็คือโรคไม่ติดต่อเรื้อรังนั่นเองค่ะชื่อ
00:02:3300:02:36ก็บอกอยู่แล้วนะคะว่าไม่ติดต่อหมายความ
00:02:3600:02:39ว่าไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อไม่ได้แพร่
00:02:3900:02:42กระจายจากคนสู่คนเหมือนไข้หวัดหรือโควิด-
00:02:4200:02:45199 ค่ะอ๋ออย่างนี้นี่เองครับผมเคยได้
00:02:4500:02:48ยินคนเรียกสั้นๆว่า NCD มาตลอดแต่ไม่รู้
00:02:4800:02:51ว่าย่อมาจากอะไรครับแล้วมันหมายถึงโรค
00:02:5100:02:54อะไรบ้างครับกลุ่มโรค NCD หลักๆที่เป็น
00:02:5400:02:58ปัญหาใหญ่และเราจะพูดถึงในวันนี้ก็คือโรค
00:02:5800:03:01เบาหวาน diabetis nลitusโรคความดันโลหิต
00:03:0100:03:06สูง hypertension โรคไขมันในเลือดสูง
00:03:0600:03:09dislipidemia โรคอ้วน Obesity หรือภาวะ
00:03:0900:03:13อ้วนลงพุง abdominal obesity นอกจากนี้
00:03:1300:03:16ยังมีโรคอื่นๆที่จัดอยู่ในกลุ่ม NCD ด้วย
00:03:1600:03:19เช่นโรคหลอดเลือดสมองโรคหัวใจและหลอด
00:03:1900:03:22เลือดโรคมะเร็งบางชนิดหรือโรคปอดอุดกั้น
00:03:2200:03:26เรื้อรังค่ะเยอะเหมือนกันนะครับแล้วทำไม
00:03:2600:03:28ถึงเรียกมันว่าภัยเงียบล่ะครับฟังดูน่า
00:03:2800:03:31กลัวนะครับที่เรียกว่าภัยเงียบก็เพราะว่า
00:03:3100:03:34ในระยะเริ่มแรกของโรคเหล่านี้มักจะไม่มี
00:03:3400:03:37อาการแสดงที่ชัดเจนเลยค่ะคุณอาจจะเป็นเบา
00:03:3700:03:41หวานความดันสูงหรือไขมันสูงมาหลายปีแล้ว
00:03:4100:03:44โดยที่ไม่รู้สึกผิดปกติอะไรเลยทำให้หลาย
00:03:4400:03:48คนละเลยไม่ไปตรวจสุขภาพแล้วไม่รู้ว่าตัว
00:03:4800:03:51เองกำลังป่วยค่ะอืมอย่างนี้นี่เองครับ
00:03:5100:03:54แล้วพอมีอาการแสดงก็แสดงว่าโรคอาจจะเข้า
00:03:5400:03:57ขั้นรุนแรงแล้วใช่ไหมครับถูกต้องเลยค่ะ
00:03:5700:04:00เมื่ออาการเริ่มปรากฏมักจะเป็นตอนที่โรค
00:04:0000:04:03ดำเนินไปมากแล้วหรือเริ่มมีภาวะแทรกซ้อน
00:04:0300:04:07เกิดขึ้นแล้วค่ะเช่นบางคนมาด้วยอาการชา
00:04:0700:04:10ปลายประสาทเสื่อมจากเบาหวานบางคนมาด้วย
00:04:1000:04:13อาการแน่นหน้าอกจากโรคหัวใจและหลอดเลือด
00:04:1300:04:16ซึ่งสัมพันธ์กับความดันและไขมันสูงหรือ
00:04:1600:04:19บางรายก็เป็นอัมพริกอัมพาตจากโรคหลอด
00:04:1900:04:22เลือดสมองซึ่งทั้งหมดนี้เป็นผลพวงมาจาก
00:04:2200:04:25NCD ที่ผูกละเลยนั่นเองค่ะโอ้โหฟังดู
00:04:2500:04:29แล้วน่ากลัวจริงๆครับแล้วสถานการณ์ของ NCD
00:04:2900:04:31ในประเทศไทยเป็นยังไงบ้างครับมันเป็น
00:04:3100:04:34ปัญหาใหญ่ขนาดไหนข้อมูลจากกระทรวง
00:04:3400:04:37สาธารณสุขชี้ให้เห็นว่า NCD เป็นสาเหตุ
00:04:3800:04:40การเสียชีวิตอันดับต้นๆของคนไทยมาอย่าง
00:04:4000:04:43ต่อเนื่องค่ะในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจาก
00:04:4300:04:46กลุ่มโรคเหล่านี้เป็นจำนวนมากและยังมีผู้
00:04:4600:04:49ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกวันค่ะนอกจากนี้
00:04:4900:04:52ยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
00:04:5200:04:55และเป็นภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของ
00:04:5500:04:58ประเทศที่สูงมากด้วยค่ะอืมแสดงว่าไม่ว่า
00:04:5800:05:01เราจะป่วยหรือไม่ป่วยเราทุกคนก็ควรจะต้อง
00:05:0100:05:04รู้เรื่อง NCD ไว้ใช่มั้ครับเพราะมันใกล้
00:05:0400:05:07ตัวเรากว่าที่คิดใช่เลยค่ะการรู้เท่าทัน
00:05:0700:05:10NCD ไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ป่วยแต่เป็น
00:05:1000:05:14เรื่องของทุกคนในครอบครัวและสังคมค่ะ
00:05:1400:05:16เพราะการป้องกันและดูยาตัวเองตั้งแต่
00:05:1600:05:19เนิ่นๆจะช่วยลดความเสี่ยงลดความรุนแรงของ
00:05:1900:05:22โรคและช่วยให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีไปได้
00:05:2200:05:26นานๆค่ะครับพอเราบอกว่า NCD เป็นภัยเงียบ
00:05:2600:05:29หลายคนก็คงอยากรู้แล้วใช่ไหมครับว่าแล้ว
00:05:2900:05:32เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองกำลังมีความ
00:05:3200:05:34เสี่ยงหรือเริ่มมีสัญญาณของโรคเหล่านี้
00:05:3400:05:37แล้วครับมีสัญญาณเตือนอะไรที่เราพอจะ
00:05:3700:05:40สังเกตได้ครับเป็นคำถามที่สำคัญมากค่ะแม้
00:05:4000:05:44ว่าในระยะแรก NCD มักไม่มีอาการชัดเจนแต่
00:05:4400:05:46ก็พอจะมีสัญญาณเตือนบางอย่างที่เราอาจจะ
00:05:4600:05:49พอสังเกตได้หรือควรให้ความสำคัญเมื่อตรวจ
00:05:4900:05:52สุขภาพค่ะเรามาไล่เรียงกันทีละโรคเลยนะคะ
00:05:5300:05:55ครับเริ่มที่โรคเบาเบาหวานก่อนเลยครับ
00:05:5500:05:58สำหรับโรคเบาหวานนะคะสัญญาณที่พบบ่อยและ
00:05:5800:06:01ควรสังเกตคือปัสสาวะบ่อยผิดปกติโดยเฉพาะ
00:06:0200:06:04กลางคืนเพราะร่างกายพยายามขับน้ำตาลส่วน
00:06:0400:06:07เกินออกทางปัสสาวะกระหายน้ำบ่อยและดื่ม
00:06:0700:06:10น้ำมากเป็นผลจากร่างกายสูญเสียน้ำจากการ
00:06:1000:06:14ปัสสาวะบ่อยหิวบ่อยกินจุแต่น้ำหนักลดลง
00:06:1400:06:16แม้จะกินเยอะแต่เซลล์นำน้ำตาลไปใช้เป็น
00:06:1600:06:19พลังงานไม่ได้ร่างกายจึงดึงไขมันและกล้าม
00:06:1900:06:23เนื้อมาใช้อ่อนเพลียเหนื่อยง่ายไม่สดชื่น
00:06:2300:06:26ร่างกายขาดพลังงานเป็นแผลแล้วหายช้าหรือ
00:06:2600:06:30ติดเชื้อบ่อยๆเช่นเชื้อราช่องคลอดอักเสบ
00:06:3000:06:33ผิวหนังอักเสบเพราะระดับน้ำตาลในเลือดสูง
00:06:3300:06:36ทำให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่ดีตามัวมอง
00:06:3600:06:39เห็นไม่ชัดเจนเกิดจากน้ำตาลในเลือดที่สูง
00:06:3900:06:42ขึ้นส่งผลต่อเลนส์stตารฟังดูเหมือนเป็น
00:06:4200:06:45อาการที่หลายคนอาจจะมองข้ามไปได้ง่ายๆเลย
00:06:4500:06:47นะครับแล้วความดันโลหิตสูงล่ะครับมี
00:06:4700:06:51สัญญาณอะไรบ้างครับสำหรับความดันโลหิตสูง
00:06:5100:06:53นี่แหละค่ะที่เป็นภัยเงียบตัวจริงเพราะ
00:06:5400:06:57ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการเลยในระยะแรกค่ะ
00:06:5700:06:59หลายคนมารู้ตัวก็ตอนที่ไปตรวจสุขภาพประจำ
00:06:5900:07:02ปีหรือตอนที่เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง
00:07:0200:07:05แล้วเท่านั้นค่ะแต่ก็มีบางรายที่อาจมี
00:07:0500:07:09อาการบ้างเช่นปวดศีรษะตุบๆโดยเฉพาะท้ายทอ
00:07:0900:07:13ตอนเช้าเวียนศีรษะมึนงงอ่อนเพลียใจสั่นตา
00:07:1300:07:17พร่ามัวเลือดกำเดาไหลบ่อยๆแน่นหน้าอกหาย
00:07:1700:07:20ใจลำบากเป็นสัญญาณอันตรายที่อาจบ่งบอกถึง
00:07:2000:07:23ภาวะแทรกซ้อนแล้วดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุด
00:07:2300:07:26สำหรับรู้ทันความดันโลหิตสูงคือการตรวจ
00:07:2600:07:29วัดความดันโลหิตเป็นประจำค่ะนี่แหละครับ
00:07:2900:07:31ที่น่ากลัวเพราะไม่มีอาการเลยจริงๆครับ
00:07:3200:07:34แล้วไขมันในเลือดสูงล่ะครับมีสัญญาณอะไร
00:07:3400:07:37ให้สังเกตมั้ครับสำหรับไขมันในเลือดสูงก็
00:07:3700:07:40เป็นอีกหนึ่งภัยเงียบที่ไม่มีอาการแสดง
00:07:4000:07:43ชัดเจนเลยในระยะแรกค่ะการจะรู้ว่ามีไขมัน
00:07:4300:07:46ในเลือดสูงหรือไม่ต้องอาศัยการตรวจเลือด
00:07:4600:07:49เท่านั้นค่ะแต่ถ้าไขมันสูงมากๆจนเริ่มมี
00:07:4900:07:52ภาวะแทรกซ้อนก็อาจจะมีสัญญาณบางอย่างที่
00:07:5200:07:55แสดงออกมาเช่นมีไขมันสะสมตามจุดต่างๆของ
00:07:5500:07:59ร่างกายเช่นรอบดวงตาที่เปลือกตาอาการของ
00:07:5900:08:02โรคหลอดเลือดหัวใจหรือหลอดเลือดสมองเช่น
00:08:0200:08:06เจ็บหน้าอกแน่นหน้าอกชาครึ่งซีกอ่อนแรง
00:08:0600:08:08ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง
00:08:0800:08:11แล้วครับสรุปคือเบาหวานพอมีสัญญาณให้
00:08:1100:08:14สังเกตบ้างแต่ความดันกับไขมันนี่ต้อง
00:08:1400:08:17อาศัยการตรวจสุขภาพอย่างเดียวเลยใช่มั้ย
00:08:1700:08:20ครับถูกต้องเลยค่ะนี่คือเหตุผลว่าการตรวจ
00:08:2000:08:23สุขภาพประจำปีจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด
00:08:2300:08:26ในการคัดกรองและค้นหา NCD เหล่านี้ตั้ง
00:08:2600:08:29แต่เนิ่นๆค่ะและสุดท้ายคือโรคอ้วนและภาวะ
00:08:2900:08:32อ้วนลงพูงค่ะสัญญาณของโรคนี้ค่อนข้างชัด
00:08:3200:08:35เจนที่สุดนะคะนั่นก็คือน้ำหนักตัวที่เกิน
00:08:3500:08:38เกณฑ์มาตรฐานและมีรอบเอวที่เกินกว่าปกติ
00:08:3800:08:41ค่ะครับอ้วนลงพุงนี่ดูง่ายที่สุดเลยใช่
00:08:4200:08:45ไหมครับใช่ค่ะโดยทั่วไปถ้าผู้ชายมีรอบเอว
00:08:4500:08:49เกิน 90 ซม.ประมาณ 35.5 นิ้วและผู้หญิงมี
00:08:4900:08:53รอบเอวเกิน 80 ซม.ประมาณ 31.5 5 นิ้วก็
00:08:5300:08:56ถือว่าเข้าขายภาวะอ้วนลงพุงแล้วค่ะและนอก
00:08:5600:08:59จากรูปร่างแล้วผู้ที่มีภาวะอ้วนลงพุงก็
00:08:5900:09:02มักจะมีอาจารย์ร่วมด้วยเช่นเหนื่อยง่าย
00:09:0200:09:05หายใจลำบากปวดข้อเข่าหรือมีปัญหาเรื่อง
00:09:0500:09:08การนอนค่ะครับสัญญาณเหล่านี้เป็นเรื่อง
00:09:0800:09:10ที่เราต้องใส่ใจจริงๆนะครับไม่ใช่แค่
00:09:1000:09:13เรื่องของรูปร่างแต่เป็นสัญญาณเตือนภัย
00:09:1300:09:16ของ NCD ที่รอเราอยู่ข้างหน้าใช่เลยค่ะ
00:09:1700:09:19การรู้จักและสังเกตสัญญาณเหล่านี้รวมถึง
00:09:1900:09:22การไปตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ
00:09:2200:09:25จะเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการป้องกัน
00:09:2500:09:28และจัดการกับภัยเงียบ NCD เหล่านี้ได้
00:09:2800:09:31อย่างมีประสิทธิภาพค่ะครับพอเราทราบถึง
00:09:3100:09:34สัญญาณเตือนภัยของ NCD กันไปแล้วคำถามต่อ
00:09:3400:09:37ไปที่สำคัญไม่แพ้กันเลยก็คืออะไรคือ
00:09:3700:09:40สาเหตุหลักที่ทำให้เราเป็น NCD เหล่านี้
00:09:4000:09:42ครับเพราะถ้าเรารู้สาเหตุเราก็น่าจะป้อง
00:09:4200:09:45กันได้ถูกจุดใช่ไหมั้ครับถูกต้องเลยค่ะ
00:09:4500:09:48การรู้สาเหตุคือหัวใจสำคัญของการป้องกัน
00:09:4800:09:52NCD ค่ะและสาเหตุหลักๆของโรคกลุ่มนี้มา
00:09:5200:09:55จากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราแทบทั้งสิ้น
00:09:5500:09:58เลยค่ะเรามาดูกันทีละประเด็นนะคะครับ
00:09:5800:10:01เริ่มที่สาเหตุแรกเลยครับสาเหตุแรกและ
00:10:0100:10:04เป็นสาเหตุใหญ่ที่สุดเลยก็คือพฤติกรรมการ
00:10:0400:10:08กินที่ไม่เหมาะสมค่ะซึ่งรวมถึงการบริโภค
00:10:0800:10:11น้ำตาลและอาหารที่มีน้ำตาลสูงมากเกินไป
00:10:1100:10:15เช่นน้ำหวานชานมไข่มุกน้ำอัดลมขนมหวาน
00:10:1500:10:19ต่างๆน้ำตาลที่มากเกินไปจะถูกเปลี่ยนเป็น
00:10:1900:10:22ไขมันสะสมในร่างกายทำให้เกิดโรคอ้วนและ
00:10:2200:10:25เพิ่มความเสี่ยงต่อเบาหวานและไขมันสูงค่ะ
00:10:2500:10:29การบริโภคไขมันที่ไม่ดีไขมันทรานซไขมัน
00:10:2900:10:33อิ่มตัวสูงและคอเลสเตอรอลสูงเช่นอาหารทอด
00:10:3300:10:38ของมันอาหารแปรรูปfastฟู้ดขนมอบต่างๆสิ่ง
00:10:3800:10:42เหล่านี้ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลไม่ดี LDLC
00:10:4200:10:45เพิ่มสูงขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ
00:10:4500:10:48และหลอดเลือดค่ะการบริโภคโซเดียมเกลือมาก
00:10:4800:10:52เกินไปพบมากในอาหารแปรรูปอาหารสำเร็จรูป
00:10:5200:10:55บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขนมกรุบกรอบและอาหาร
00:10:5500:10:59รสจัดโซเดียมที่มากเกินไปเป็นสาเหตุหลัก
00:10:5900:11:02ของโรคความดันโลหิตสูงเลยค่ะการบริโภค
00:11:0200:11:05อาหารที่ผ่านการแปรรูปสูง Ultra Process
00:11:0500:11:08Food อาหารเหล่านี้มักมีน้ำตาลไขมันไม่
00:11:0800:11:12ดีและโซเดียมสูงในปริมาณมากแถมยังมีใย
00:11:1200:11:16อาหารและสารอาหารน้อยส่งผลเสียต่อสุขภาพ
00:11:1600:11:19โดยรวมอย่างมากค่ะโอ้โหสาเหตุหลักๆก็คือ
00:11:1900:11:22สิ่งที่เรากินกันอยู่ทุกวันนี่แหละนะครับ
00:11:2200:11:25แล้วสาเหตุถัดไปล่ะครับสาเหตุที่ 2 คือ
00:11:2500:11:27การขาดการเคลื่อนไหวร่างกายหรือไม่ออก
00:11:2700:11:30กำลังกายอย่างสม่ำเสมอ Sedentary
00:11:3000:11:33Lifestyle ค่ะเมื่อเรานั่งนอนไม่ได้
00:11:3300:11:36เคลื่อนไหวร่างกายอย่างเพียงพอร่างกายก็
00:11:3600:11:39จะเผาผลาญพลังงานได้น้อยลงทำให้พลังงาน
00:11:3900:11:42ที่กินเข้าไปเกินความจำเป็นสะสมเป็นไขมัน
00:11:4200:11:45นำไปสู่โรคอ้วนและเพิ่มความเสี่ยงต่อการ
00:11:4500:11:48เกิดเบาหวานความดันและไขมันสูงตามมาค่ะ
00:11:4800:11:51การออกกำลังกายยังช่วยเพิ่มความไวของ
00:11:5100:11:53อินซูลินและช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรงด้วย
00:11:5300:11:57ค่ะครับการใช้ชีวิตแบบนั่งๆนอนของคนยุค
00:11:5700:11:59ใหม่นี่เป็นปัญหาใหญ่จริงๆนะครับแล้วมี
00:11:5900:12:02สาเหตุอื่นๆอีกมั้ครับสาเหตุที่ 3 คือการ
00:12:0300:12:06สูบบุหรี่ค่ะขวัญบุหรี่มีสารเคมีที่เป็น
00:12:0600:12:08อันตรายจำนวนมากซึ่งทำลายหลอดเลือดทั่ว
00:12:0800:12:12ร่างกายทำให้หลอดเลือดแข็งตัวตีบตันเพิ่ม
00:12:1200:12:15ความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงโรคหัวใจ
00:12:1500:12:18และหลอดเลือดโรคหลอดเลือดสมองและมะเร็ง
00:12:1800:12:21หลายชนิดค่ะงดบุหรี่นี้สำคัญมากเลยนะครับ
00:12:2100:12:24แล้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ล่ะครับสาเหตุ
00:12:2400:12:26ที่ 4 คือการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใน
00:12:2600:12:29ปริมาณมากเป็นประจำค่ะแอลกอฮอล์ให้พลัง
00:12:2900:12:33งานสูงทำให้เกิดภาวะอ้วนลงพุงเพิ่มระดับ
00:12:3300:12:35ไตรกรีเซอไรด์ในเลือดและยังส่งผลเสียต่อ
00:12:3500:12:38ตับอ่อนทำให้เพิ่มความเสี่ยงเบาหวานได้
00:12:3800:12:41ด้วยค่ะที่สำคัญยังเป็นสาเหตุหนึ่งของโรค
00:12:4100:12:44ความดันโลหิตสูงและเพิ่มความเสี่ยงโรคตับ
00:12:4400:12:46แข็งอีกด้วยนะคะครับทั้งบุหรี่และ
00:12:4600:12:49แอลกอฮอล์นี่เป็นตัวรายที่ต้องระวังเลยนะ
00:12:4900:12:52ครับแล้วเรื่องของจิตใจล่ะครับมีผลด้วย
00:12:5200:12:55มั้ยครับมีผลอย่างมากเลยค่ะสาเหตุที่ 5
00:12:5500:12:58คือความเครียดเรื้อรังและการนอนหลับไม่
00:12:5800:13:01เพียงพอค่ะเมื่อเราเครียดร่างกายจะหลัง
00:13:0100:13:04ฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมาซึ่งฮอร์โมนนี้
00:13:0400:13:06สามารถเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มความ
00:13:0600:13:09ดันโลหิตและส่งเสริมการสะสมไขมันในช่อง
00:13:0900:13:12ท้องได้ค่ะครับความเครียดนี่น่ากลัวจริงๆ
00:13:1200:13:16นะครับส่งผลกระทบไปหมดเลยใช่ค่ะและการนอน
00:13:1600:13:19หลับไม่เพียงพอก็ส่งผลคล้ายกันค่ะรบกวน
00:13:1900:13:22การทำงานของฮอร์โมนที่ควบคุมความหิวและ
00:13:2200:13:25ความอิ่มทำให้หิวบ่อยกินเยอะขึ้นและยังทำ
00:13:2500:13:27ให้ร่างกายดื้อต่ออินซูลินได้ง่ายขึ้น
00:13:2700:13:31ด้วยค่ะครับแสดงว่าทั้งพฤติกรรมการกินการ
00:13:3100:13:34เคลื่อนไหวการสูบบุหรี่ดื่มแอลกอฮอล์และ
00:13:3400:13:37ความเครียดล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่
00:13:3700:13:41NCDS ทั้งหมดเลยนะครับถูกต้องเลยค่ะนอก
00:13:4100:13:44จากพฤติกรรมเหล่านี้แล้วพันธุกรรมก็มี
00:13:4400:13:46ส่วนเกี่ยวข้องด้วยนะคะเช่นถ้ามีคนใน
00:13:4600:13:49ครอบครัวเป็นเบาหวานหรือความดันเราก็อาจ
00:13:4900:13:52จะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปแต่ถึงแม้
00:13:5200:13:54จะมีพันธุกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่
00:13:5400:13:57เรากล่าวมานี้ก็ยังเป็นวิธีที่ดีที่สุดใน
00:13:5700:14:00การลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดโรคค่ะ
00:14:0000:14:03สรุปว่าเราสามารถควบคุมและลดความเสี่ยง
00:14:0300:14:06NCDS ได้ด้วยการดูแลพฤติกรรมการใช้ชีวิต
00:14:0600:14:09ของเราเองใช่ไหมครับใช่เลยค่ะนี่คือสิ่ง
00:14:0900:14:12ที่เราสามารถทำได้เพื่อสุขภาพของเราเอง
00:14:1200:14:16ค่ะครับหลังจากที่เราเข้าใจภาพรวมของ NCDS
00:14:1600:14:19และสาเหตุหลักๆกันไปแล้วตอนนี้เราจะมา
00:14:1900:14:21เจาะลึกกันทีละโรคเลยนะครับเริ่มต้นที่
00:14:2100:14:24โรคเบาหวานครับผมเชื่อว่าหลายคนขุนเคยกับ
00:14:2400:14:27ชื่อนี้ดีแต่ยังไม่เข้าใจมันอย่างถองแท้
00:14:2700:14:31ครับได้เลยค่ะโรคเบาหวานหรือไดอิทิส
00:14:3100:14:33เมลิทัเป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากความผิด
00:14:3300:14:36ปกติของการผลิตฮอร์โมนอินซูลินหรือการที่
00:14:3600:14:39ร่างกายใช้อินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
00:14:3900:14:42ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติอย่าง
00:14:4200:14:45ต่อเนื่องค่ะอินซูลินตัวนี้สำคัญยังไง
00:14:4500:14:47ครับอินซูลินเป็นฮอร์โมนที่ผลิตจากตับ
00:14:4700:14:51อ่อนมีหน้าที่สำคัญในการนำน้ำตาลกลูโคส
00:14:5100:14:54จากเลือดเข้าสู่เซลล์ต่างๆทั่วร่างกาย
00:14:5400:14:57เพื่อใช้เป็นพลังงานค่ะเปรียบเสมือนกุญแจ
00:14:5700:14:59ที่ไขประตูเซลล์ให้น้ำตาลเข้าไปได้ค่ะ
00:15:0000:15:02เข้าใจแล้วครับแล้วเบาหวานมีกี่ชนิดครับ
00:15:0200:15:06โดยหลักๆมี 2 ชนิดค่ะเบาหวานชนิดที่ 1
00:15:0600:15:09เกิดจากตับอ่อนถูกทำลายทำให้ผลิตอินซูลิน
00:15:0900:15:12ไม่ได้เลยหรือผลิตได้น้อยมากมักพบในเด็ด
00:15:1300:15:15และวัยรุ่นผู้ป่วยต้องฉีดอินซูลินตลอด
00:15:1500:15:18ชีวิตค่ะเบาเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นชนิดที่
00:15:1800:15:22พบมากที่สุดค่ะประมาณ 90-95% ของผู้ป่วย
00:15:2200:15:24เบาหวานทั้งหมดเกิดจากร่างกายสร้าง
00:15:2400:15:27อินซูลินได้ไม่เพียงพอหรือเซลล์เกิดภาวะ
00:15:2700:15:30ดื้ออินซูลินอซูลิน resistance ทำให้ร่าง
00:15:3100:15:34กายใช้อินซูลินได้ไม่ดีมักพบในผู้ใหญ่ที่
00:15:3400:15:37อ้วนหรือมีภาวะอ้วนลงพุงรวมถึงผู้ที่มี
00:15:3700:15:40ประวัติครอบครัวเป็นเบาหวานค่ะอ๋อเบาหวาน
00:15:4000:15:43ชนิดที่ 2 นี่แหละครับที่เกี่ยวข้องกับ
00:15:4300:15:46พฤติกรรมโดยตรงแล้วสัญญาณเตือนที่เราควร
00:15:4600:15:48ระวังมีอะไรบ้างครับอย่างที่เราได้พูดไป
00:15:4800:15:51ก่อนหน้านี้ค่ะสัญญาณคลาสสิคของเบาหวาน
00:15:5100:15:55คือปัสสาวะบ่อยกระหายน้ำบ่อยหิวบ่อยแต่
00:15:5500:15:58น้ำหนักลดลงรวมถึงอาการอื่นๆเช่นอ่อน
00:15:5800:16:01เพลียชาปลายมือปลายเท้าแผลหายช้าหรือตา
00:16:0100:16:04มัวค่ะครับถ้ามีอาการเหล่านี้ก็ต้องรีบไป
00:16:0400:16:07ตรวจเลยใช่มั้ยครับแล้วค่าระดับน้ำตาลใน
00:16:0700:16:09เลือดที่บ่งบอกว่าเป็นเบาหวานคือเท่าไหร่
00:16:0900:16:12ครับการวินิจฉัยเบาหวานที่แม่นยำต้อง
00:16:1200:16:15อาศัยการตรวจเลือดโดยแพทย์ค่ะโดยค่าหลักๆ
00:16:1500:16:18ที่ใช้พิจารณาคือระดับน้ำตาลในเลือดขณะอด
00:16:1800:16:21อาหาร Fasting Plasma GLโคส FPG อดอาหาร
00:16:2100:16:25อย่างน้อย 8 ชม.ถ้าค่าเท่ากับหรือมากกว่า
00:16:2500:16:28126 มกรัต่อเดซิลถือเป็นเบาหวานระดับน้ำ
00:16:2800:16:32ตาลสะสมในเลือด HBA1C เป็นค่าเฉลี่ยน้ำ
00:16:3200:16:35ตาลในเลือด 2-3 เดือนย้อนหลังถ้าค่าเท่า
00:16:3500:16:39กับ 6.5% 5% ถือเป็นเบาหวานหรือมีอาการ
00:16:3900:16:41ของเบาหวานร่วมกับระดับน้ำตาลในเลือดที่
00:16:4100:16:44ตรวจตอนไหนก็ได้แรนomพลาสmaกลูโคสเท่ากับ
00:16:4500:16:48หรือมากกว่า 200 มกรัต่อเดซลิตรชัดเจนเลย
00:16:4800:16:50ครับถ้าอย่างนั้นสำหรับผู้ที่ได้รับการ
00:16:5000:16:53วินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานแล้วหรือผู้ที่
00:16:5300:16:55อยากป้องกันไม่ให้เป็นเบาหวานมีแนวทางการ
00:16:5500:16:58จัดการและการดูแลตัวเองอย่างไรบ้างครับ
00:16:5800:17:01การจัดการเบาหวานชนิดที่ 2 และการป้องกัน
00:17:0100:17:03เบาหวานพึ่งพาการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการ
00:17:0300:17:06ใช้ชีวิตเป็นหลักเลยค่ะ 1 การควบควบคุม
00:17:0600:17:09อาหารลดน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตขัดสีเช่น
00:17:0900:17:13ข้าวขาวขนมปังขาวน้ำหวานขนมหวานต่างๆเน้น
00:17:1300:17:16คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนและใยอาหารสูงเช่น
00:17:1700:17:20ข้าวกล้องธัญพืชไม่ขัดสีผักใบเขียวผลไม้
00:17:2000:17:23ที่ไม่หวานจัดเลือกโปรตีนไม่ติดมันเนื้อ
00:17:2300:17:27ปลาไข่ไก่ถั่วเต้าหู้ลดไขมันอิ่มตัวและไข
00:17:2700:17:30มันทรานซเน้นไขมันดีจากพืชและปลาควบคุม
00:17:3000:17:33ปริมาณอาหารให้เหมาะสมไม่กินมากเกินไปใน
00:17:3300:17:36แต่ละมื้อ 2 การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
00:17:3600:17:39อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์สำหรับการ
00:17:3900:17:42ออกกำลังกายแบบแอโรบิความหนักปานกลางเช่น
00:17:4200:17:46เดินเร็ววิ่งเหยาะหรือปั่นจักรยานมีการ
00:17:4600:17:47เสริมสร้างกล้ามเนื้อ resistance
00:17:4700:17:50training อย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์
00:17:5000:17:53การออกกำลังกายช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือก
00:17:5300:17:55เพิ่มความไวของอินซูลินและช่วยควบคุมน้ำ
00:17:5500:17:59หนักค่ะ 3 การควบคุมน้ำหนักหากมีภาวะน้ำ
00:17:5900:18:02หนักเดินหรืออ้วนการลดน้ำหนักเพียง 5-10%
00:18:0200:18:04ของน้ำหนักตัวก็สามารถช่วยควบคุมระดับน้ำ
00:18:0400:18:07ตาลในเลือดได้อย่างมีนัยยะสำคัญแล้วค่ะ 4.
00:18:0700:18:09การทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
00:18:0900:18:12สำหรับผู้ป่วยที่แพทย์วินิจฉัยให้ทานยา 5.
00:18:1200:18:14การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดและพบแพทย์ตาม
00:18:1500:18:17นัดเพื่อติดตามอาการและปรับแผนการรักษา
00:18:1700:18:20อย่างต่อเนื่องชัดเจนเลยครับแสดงว่าการดู
00:18:2000:18:23แลเบาหวานเนี่ยไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
00:18:2300:18:25นะครับถ้าเราเข้าใจและปรับพฤติกรรมตัวเอง
00:18:2500:18:29ได้ดีใช่เลยค่ะเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถ
00:18:2900:18:32ควบคุมได้และบางรายก็สามารถเข้าสู่ภาวะ
00:18:3200:18:34สงบของโรคได้ด้วยการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์
00:18:3400:18:37อย่างจริงจังค่ะสิ่งสำคัญคือความสม่ำเสมอ
00:18:3700:18:41และวินัยค่ะครับมาถึงโรค NCDS ตัวถัดไป
00:18:4100:18:45ครับนั่นคือโรคความดันโลหิตสูงไฮเปอร์ชั
00:18:4500:18:48นี่แหละคือภัยเงียบตัวจริงเลยใช่มั้ยครับ
00:18:4800:18:51ถูกต้องเลยค่ะโรคความดันโลหิตสูงเป็น
00:18:5100:18:54ฆาตกรเงียบที่แท้จริงเพราะผู้ป่วยส่วน
00:18:5400:18:57ใหญ่ไม่มีอาการแสดงใดๆเลยจนกว่าจะเกิด
00:18:5700:19:01ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงค่ะไม่มีอาการเลย
00:19:0100:19:03แล้วเราจะรู้ได้ยังไงครับว่าเป็นหรือไม่
00:19:0300:19:06เป็นครับทีเดียวที่จะรู้ได้คือการตรวจวัด
00:19:0600:19:09ความดันโลหิตเป็นประจำค่ะโดยเฉพาะอย่าง
00:19:0900:19:12ยิ่งสำหรับผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไปควรวัด
00:19:1200:19:14ความดันโลหิตอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งหรือ
00:19:1500:19:17บ่อยขึ้นหากมีความเสี่ยงค่ะแล้วค่าความ
00:19:1700:19:20ดันโลหิตปกติคือเท่าไหร่ครับและเท่าไหร่
00:19:2000:19:23ที่ถือว่าสูงค่าความดันโลหิตจะมี 2 ตัว
00:19:2300:19:26เลขค่ะตัวบน Systolic Blood Pressure
00:19:2600:19:30คือความดันขณะที่หัวใจบีบตัวตัวล่าง
00:19:3000:19:32Diastolic Blood Pressure คือความดัน
00:19:3200:19:37ขณะที่หัวใจคลายตัวค่าปกติน้อยกว่า 12080
00:19:3700:19:42มมปลอดค่าความดันโลหิตสูงตั้งแต่ 140 90
00:19:4200:19:45มม.ปลอดขึ้นไปในการวัดที่แตกต่างกันอย่าง
00:19:4500:19:49น้อย 2 ครั้งหากค่าอยู่ระหว่าง
00:19:4900:19:51120-139
00:19:5100:19:5580-89 มม.ปล.จะเรียกว่าภาวะความดันโลหิต
00:19:5500:19:59สูงระยะก่อนเป็นโรคพypertensionซึ่งเป็น
00:19:5900:20:02สัญญาณเตือนให้เริ่มปรับพฤติกรรมค่ะครับ
00:20:0200:20:04ตัวเลขพวกนี้สำคัญมากจริงๆนะครับแล้ว
00:20:0400:20:07สาเหตุของความดันโลหิตสูงเกิดจากอะไรได้
00:20:0700:20:10บ้างครับสาเหตุส่วนใหญ่ประมาณ
00:20:1000:20:1390-95% เป็นความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบ
00:20:1300:20:16สาเหตุ Essential Hypertension ซึ่ง
00:20:1600:20:18สัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและ
00:20:1800:20:21พันธุกรรมค่ะได้แก่การบริโภคโซเดียมเกลือ
00:20:2100:20:25สูงเป็นสาเหตุหลักที่สำคัญที่สุดค่ะภาวะ
00:20:2500:20:29อ้วนและอ้วนลงพุงการไม่ออกกำลังกายการ
00:20:2900:20:32ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาตการสูบบุหรี่
00:20:3200:20:36ความเครียดเรื้อรังพันธุกรรมส่วนน้อยอาจ
00:20:3600:20:39เกิดจากสาเหตุอื่นๆเช่นโรคไตโรคต่อมหมวก
00:20:3900:20:42ไต Secondary Hypertension ซึ่งแพทย์จะ
00:20:4200:20:45ตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมค่ะแสดงว่าส่วนใหญ่
00:20:4500:20:48เราก็ควบคุมมันได้ด้วยตัวเองใช่ไหมครับ
00:20:4800:20:50แล้วถ้าปล่อยให้ความดันสูงไปเรื่อยๆจะ
00:20:5000:20:53เกิดอะไรครับอันตรายร้ายแรงมากเลยค่ะความ
00:20:5300:20:56ดันโลหิตสัวที่ควบคุมไม่ได้เป็นสาเหตุ
00:20:5600:20:59สำคัญของโรคหลอดเลือดสมองทำให้เป็น
00:20:5900:21:03อัมพฤกษ์อัมพาตหรือเสียชีวิตได้โรคหัวใจ
00:21:0300:21:06และหลอดเลือดหัวใจกล้ามเนื้อหัวใจขาด
00:21:0600:21:10เลือดหัวใจวายโรคไตวายเรื้อรังนำไปสู่การ
00:21:1000:21:14ฟอกไตภาวะตาพร่ามัวจอประสาทตาเสื่อมอาจทำ
00:21:1400:21:18ให้ตาบอดได้หลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบตัน
00:21:1800:21:21ภาวะสมองเสื่อมเพราะความดันที่สูงอยู่
00:21:2100:21:24ตลอดเวลาจะไปทำลายผนังหลอดเลือดทั่วร่าง
00:21:2400:21:29กายทำให้หลอดเลือดแข็งตัวตีบแตกง่ายค่ะ
00:21:2900:21:32ฟังดูแล้วต้องรีบดูแลตัวเองจริงๆนะครับ
00:21:3200:21:35แล้วแนวทางการจัดการและการป้องกันโรคความ
00:21:3500:21:39ดันโลหิตสูงล่ะครับทำยังไงสามารถทำได้ค่ะ
00:21:3900:21:43โดยหลักๆคือ 1 ควบคุมอาหารลดโซเดียมเกลือ
00:21:4300:21:46ลดการปรุงรสเค็มเลือกอาหารสดหลีกเลี่ยง
00:21:4600:21:50อาหารแปรรูปอาหารสำเร็จรูปขนมกรุบกรอบ
00:21:5000:21:51เน้นผักและผลไม้
00:21:5100:21:54เพิ่มใยอาหารโพแทสเซียมเลือกโปรตีนไม่ติด
00:21:5400:21:58มันและไขมันดีลดปริมาณน้ำตาล 2 ออกกำลัง
00:21:5800:22:02กายสม่ำเสมออย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
00:22:0200:22:06เน้นแอโรบิเช่นเดินเร็ววิ่งเหยาะ 3 ควบ
00:22:0600:22:09คุมน้ำหนักหากมีน้ำหนักเกินหรืออ้วนการลด
00:22:0900:22:12น้ำหนักช่วยลดความดันได้มาก 4 งดสูบ
00:22:1200:22:15บุหรี่และลดการดื่มแอลกอฮอล์ 5 จัดการ
00:22:1500:22:19ความเครียดฝึกหายใจทำสมาธิทำกิจกรรมผ่อน
00:22:1900:22:22คลาย 6 ทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
00:22:2200:22:25สำหรับผู้ที่แพทย์วินิจฉัยให้ใช้ยา 7 วัด
00:22:2500:22:28ความดันโลหิตเองที่บ้านและพบแพทย์ตามนัด
00:22:2800:22:31เพื่อติดตามผลอย่างใกล้ชิดเห็นภาพเลยครับ
00:22:3100:22:34ว่าการดูแลความดันโลหิตสูงเนี่ยไม่ได้น่า
00:22:3400:22:36กลัวอย่างที่คิดถ้าเราเริ่มจากการปรับ
00:22:3600:22:40พฤติกรรมและที่สำคัญคือต้องวัดความดัน
00:22:4000:22:43เป็นประจำนะครับใช่ค่ะการวัดความดันคือ
00:22:4300:22:47การรู้เท่าทันภัยนี้ค่ะครับมาถึง NCD ตัว
00:22:4700:22:50ที่ 3 แล้วนะครับนั่นคือโรคไขมันในเลือด
00:22:5100:22:53สูงidีเมียซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งภัยเงียบที่
00:22:5300:22:56ผมได้ยินบ่อยๆว่าไม่มีอาการเหมือนกันใช่
00:22:5600:22:59มั้ครับถูกต้องเลยค่ะเช่นเดียวกับความดัน
00:22:5900:23:02โลหิตสูงภาวะไขมันในเลือดสูงก็มักจะไม่มี
00:23:0200:23:05อาการแสดงใดๆในระยะแรกเริ่มค่ะคุณจะรู้
00:23:0500:23:07ได้ก็ต่อเมื่อไปตรวจเลือดเท่านั้นค่ะ
00:23:0700:23:10อื้อหือสัญญาณเตือนก็คือการตรวจเลือดนี่
00:23:1000:23:13แหละนะครับแล้วไขมันในเลือดนี่มันมีกี่
00:23:1300:23:15ประเภทครับที่เราได้ยินบ่อยๆอย่าง
00:23:1500:23:17คอเลสเตอรอลดีคอเลสเตอรอลร้ายเนี่ยครับ
00:23:1700:23:20มันคืออะไรกันแน่ในการตรวจตรวจไขมันใน
00:23:2000:23:24เลือดหลักๆแล้วเราจะดูค่าอยู่ 4 ตัวค่ะ 1
00:23:2400:23:27คอเลสเตอรอลรวม Total Cholesterol เป็น
00:23:2700:23:31ค่ารวมของไขมันทุกชนิด 2 LDLC Low
00:23:3100:23:34Densityโปรteนคอเลสเตอรอลอันนี้ล่ะค่ะคือ
00:23:3400:23:38คอเลสเตอรอลร้ายหรือไขมันไม่ดียิ่งสูง
00:23:3800:23:40ยิ่งไม่ดีเพราะมันจะไปสะสมที่ผนังหลอด
00:23:4000:23:43เลือดทำให้หลอดเลือดตีบและแข็งตัวเพิ่ม
00:23:4300:23:46ความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดค่ะ 3
00:23:4600:23:49HBLC High Density L Proteน
00:23:4900:23:52คอเลสเตอรอลอันนี้คือคอเลสเตอรอลดีค่ะ
00:23:5200:23:56ยิ่งสูงยิ่งดีเพราะ HDLC ทำหน้าที่เก็บ
00:23:5600:23:58คอเลสเตอรอลส่วนเกินจากเซลล์และหลอดเลือด
00:23:5800:24:01กลับมาที่ตับเพื่อกำจัดทิ้งช่วยป้องกัน
00:24:0100:24:04การเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจค่ะ 4.
00:24:0400:24:06ไตรกลีซอไรด์เป็นไขมันอีกชนิดหนึ่งที่
00:24:0600:24:09ร่างกายสร้างจากพลังงานส่วนเกินโดยเฉพาะ
00:24:0900:24:12จากการกินคาร์โบไฮเดรตและน้ำซานมากเกินไป
00:24:1200:24:15หากมีระดับสูงก็เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ
00:24:1500:24:18ได้เช่นกันค่ะเข้าใจแล้วครับแสดงว่า LDL
00:24:1800:24:21ต้องต่ำ HDL ต้องสูงไตรกลีซลดต้องไม่สูง
00:24:2100:24:24ใช่ไหมมั้ครับแล้วค่าปกติของแต่ละตัวคือ
00:24:2400:24:27เท่าไหร่ครับโดยทั่วไปค่าเป้าหมายที่แนะ
00:24:2700:24:32นำมีดังนี้ค่ะคอเลสเตอรอลรวมน้อยกว่า 200
00:24:3200:24:36mg/dlc C ไขมันร้ายน้อยกว่า 100 mg dl
00:24:3600:24:40หรือต่ำกว่านี้สำหรับผู้มีความเสี่ยงสูง
00:24:4000:24:44HDLC ไขมันดีมากกว่า 40 mg/dl สำหรับ
00:24:4400:24:47ผู้ชายและมากกว่า 50 mg/dl สำหรับผู้
00:24:4700:24:51หญิงยิ่งสูงยิ่งดีไตรกิเซอรไรด์น้อยกว่า
00:24:5100:24:55150 mg dl และตัวเลขเหล่านี้อาจมีการ
00:24:5500:24:57ปรับเปลี่ยนตามแนวทางของแพทย์และปัจจัย
00:24:5700:25:00ความเสี่ยงแต่ละบุคคลสำคัญมากเลยนะครับ
00:25:0000:25:03สำหรับตัวเลขพวกนี้แล้วอะไรคือสาเหตุหลัก
00:25:0300:25:06ที่ทำให้ไขมันในเลือดสูงครับสาเหตุหลักๆ
00:25:0600:25:09ก็คล้ายกับ NCD ตัวอื่นๆเลยค่ะการบริโภค
00:25:0900:25:12อาหารโดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง
00:25:1200:25:16เนื้อสัตว์ติดมันหนังสัตว์เนยชีสกะทิและ
00:25:1600:25:20ไขมันทรานซเบเกอรี่อาหารทอดซ้ำรวมถึงการ
00:25:2000:25:22บริโภคน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตขัดสีมากเกิน
00:25:2300:25:26ไปซึ่งจะเปลี่ยนเป็นไตรกิล
00:25:2600:25:29ภาวะอ้วนและอ้วนลงพุงการมีน้ำหนักเกินและ
00:25:2900:25:32ไขมันสะสมในช่องท้องมากทำให้การเผาผลาญไข
00:25:3200:25:35มันผิดปกติการไม่ออกกำลังกายลดการเผาผลาญ
00:25:3500:25:39ไขมันดีและเพิ่มไขมันไม่ดีการดื่ม
00:25:3900:25:43แอลกอฮอล์เพิ่มระดับไตรกลีซลด์พันธุกรรม
00:25:4300:25:46บางคนอาจมีภาวะไขมันสูงจากพันธุกรรมแม้จะ
00:25:4600:25:50ควบคุมอาหารดีแล้วก็ตามโรคบางชนิดเช่นเบา
00:25:5000:25:54หวานไตวายไทรอยด์ทำงานน้อยหรือยาบางชนิด
00:25:5400:25:57ก็อาจส่งผลต่อระดับไขมันได้ครับแสดงว่า
00:25:5700:26:00พฤติกรรมการกินเป็นเรื่องสำคัญมากเลยนะ
00:26:0000:26:03ครับแล้วถ้าปล่อยให้ไขมันในเลือดสูงไป
00:26:0300:26:06เรื่อยๆจะเกิดอะไรขึ้นครับผลกระทบที่ร้าย
00:26:0600:26:08แรงที่สุดคือการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง
00:26:0800:26:12ค่ะโดยเฉพาะที่หัวใจและสมองซึ่งจะนำไปสู่
00:26:1200:26:15โรคหัวใจขาดเลือด coronary artery
00:26:1500:26:19disease หัวใจวายเจ็บหน้าอกโรคหลอดเลือด
00:26:1900:26:23สมองสตกอัมพฤกษ์อัมพาตโรคหลอดเลือดแดง
00:26:2300:26:26ส่วนปลายตีบตันการสะสมของไขมันร้ายในผนัง
00:26:2600:26:29หลอดเลือดจะทำให้หลอดเลือดตีบแคบลงเลือด
00:26:2900:26:32ไหลเวียนไม่สะดวกและอาจเกิดลิ่มเลือดอุด
00:26:3200:26:35ตั่นได้ค่ะน่ากลัวจริงๆนะครับแล้วแนวทาง
00:26:3500:26:38จัดการและการป้องกันไขมันในเลือดสูงล่ะ
00:26:3800:26:42ครับทำยังไงทำได้ค่ะโดยหลักๆคือ 1 การ
00:26:4200:26:46ปรับพฤติกรรมการกินลดไขมันอิ่มตัวและไข
00:26:4600:26:49มันทรานซเลือกเนื้อไม่ติดมันนมพร่องมัน
00:26:4900:26:52เนยหลีกเลี่ยงอาหารทอดซ้ำเบโเกอรี่ลดน้ำ
00:26:5200:26:55ตาลและคาร์โบไฮเดรตขัดสีเพื่อลด
00:26:5500:26:59ไตรกลิเซอรดเพิ่มใยอาหารจากผักผลไม้
00:26:5900:27:03ธัญพืชไม่ขัดสีถั่วถั่วเพิ่มไขมันดีจาก
00:27:0300:27:07ปลาทะเลน้ำลึกแซลมอนปลาทูอะโวคาโดถั่วน้ำ
00:27:0700:27:11มันมะกอก 2 ออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยลด
00:27:1100:27:15LDLC และไตรกรซรายพร้อมทั้งเพิ่ม HDLC
00:27:1500:27:18ไขมันดี 3 ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์
00:27:1800:27:22ที่เหมาะสมลดไขมันสะสมในช่องท้อง 4 งดสูบ
00:27:2200:27:25บุหรี่และลดการดื่มแอลกอฮอล์ 5 ทานยาตาม
00:27:2500:27:27แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดสำหรับผู้ที่
00:27:2700:27:30แพทย์วินิจฉัยว่าจำเป็น 6 ตรวจระดับไขมัน
00:27:3000:27:34ในเลือดตามนัดเพื่อติดตามผลสรุปการจัดการ
00:27:3400:27:36ไขมันในเลือดสูงก็วนกลับมาที่เรื่อง
00:27:3600:27:39พฤติกรรมการกินและการออกกำลังกายเป็นหลัก
00:27:3900:27:42เลยนะครับที่สำคัญคือต้องตรวจเลือดเพื่อ
00:27:4200:27:45ดูค่าไขมันเป็นประจำด้วยใช่เลยค่ะการดูแล
00:27:4600:27:48สุขภาพแบบองค์รวมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดใน
00:27:4800:27:52การรับมือกับไขมันในเลือดสูงค่ะครับมาถึง
00:27:5200:27:54NCDS ตัวสุดท้ายที่เราจะเจาะลึกกันในวัน
00:27:5400:27:58นี้แล้วนะครับนั่นคือโรคอ้วนและภาวะอ้วน
00:27:5800:28:01ลงพุงซึ่งผมรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่อง
00:28:0100:28:04ที่เห็นชัดเจนที่สุดเลยใช่มั้ยครับใช่ค่ะ
00:28:0400:28:07โรคอ้วนและภาวะอ้วนลงพุงเป็น NCDS ที่เรา
00:28:0700:28:09สามารถสังเกตเห็นได้ง่ายที่สุดและที่
00:28:1000:28:13สำคัญคือเป็นต้นตอของ NCDS อื่นๆอีกมาก
00:28:1300:28:17มายเลยค่ะครับมาถึง NCDS ตัวสุดท้ายที่
00:28:1700:28:19เราจะเจาะลึกกันในวันนี้แล้วนะครับนั่น
00:28:1900:28:23คือโรคอ้วนและภาวะอ้วนลงพุงซึ่งผมรู้สึก
00:28:2300:28:25ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เห็นชัดเจนที่
00:28:2500:28:29สุดเลยใช่ไหมครับใช่ค่ะโรคอ้วนและภาวะ
00:28:2900:28:32อ้วนลงพุงเป็น NCDS ที่เราสามารถสังเกต
00:28:3200:28:35เห็นได้ง่ายที่สุดและที่สำคัญคือเป็นต้น
00:28:3500:28:39ตอของ NCDS อื่นๆอีกมากมายเลยค่ะอย่างที่
00:28:3900:28:42เราเคยคุยกันไปว่าพออ้วนแล้วก็มักจะตามมา
00:28:4200:28:45ด้วยเบาหวานความดันไขมันสูงใช่ไหมครับถูก
00:28:4500:28:48ต้องเลยค่ะโรคอ้วนไม่ได้เป็นแค่เรื่องของ
00:28:4800:28:51รูปร่างภายนอกแต่เป็นภาวะที่ร่างกายมี
00:28:5100:28:54ปริมาณไขมันสะสมมากเกินปกติจนส่งผลเสีย
00:28:5400:28:58ต่อสุขภาพค่ะเราจะวัดภาวะอ้วนได้จากค่า
00:28:5800:29:01ดัชนีมวลกาย BMI ค่ะ BMI นี่คำนวณยังไง
00:29:0200:29:06ครับ BMI คำนวณจากน้ำหนักตัวกิโลกรัมหาร
00:29:0600:29:11ด้วยส่วนสูงเมตรย^ 2 ค่ะค่าปกติ
00:29:1100:29:1718.5-22.9 กกัต่อเม 2 ค่ะน้ำหนักเกิน
00:29:1700:29:2223.0-24.9 กกัต่อเม 2 ค่ะอ้วนระดับ 1
00:29:2200:29:2425.0-29.9
00:29:2400:29:289 กกัต่อเมต ^ 2 ค่ะอ้วนระดับ 2 ตั้ง
00:29:2800:29:32แต่ 30.0 0 กกัต่อเมตรขึ้นไปแต่สำหรับคน
00:29:3200:29:35ไทยหรือคนเอเชียเราจะมีเกณฑ์ที่เข้มงวด
00:29:3500:29:38กว่าเล็กน้อยเนื่องจากโครงสร้างร่างกาย
00:29:3800:29:41และแนวโน้มการเกิดโรคค่ะแล้วภาวะอ้วนลง
00:29:4100:29:44พุงล่ะครับต่างจากโรคอ้วนทั่วไปยังไงภาวะ
00:29:4400:29:47อ้วนลงพุงเป็นการสะสมของไขมันในช่องท้อง
00:29:4700:29:51เป็นหลักค่ะซึ่งไขมันในช่องท้องal fat
00:29:5100:29:53เป็นไขมันที่อันตรายกว่าไขมันใต้ผิวหนัง
00:29:5300:29:56ศัพท Fat มากนะคะเพราะไขมันเหล่านี้อยู่
00:29:5600:29:59รอบๆอวัยวะภายในและผลิตสารเคมีที่ส่ง
00:29:5900:30:02เสริมการอักเสบในร่างกายทำให้เกิดภาวะ
00:30:0200:30:05เดื้ออินซูลินและเพิ่มความเสี่ยงต่อ NCD
00:30:0500:30:08อื่นๆได้สูงกว่าค่ะซึ่งการวัดรอบเอวเป็น
00:30:0800:30:10วิธีที่ง่ายและแม่นยำในการประเมินความ
00:30:1000:30:13เสี่ยง NCD ได้ดีกว่า BMI ในบางกรณีด้วย
00:30:1300:30:16ซ้ำค่ะแสดงว่าไขมันในช่องท้องนี่อันตราย
00:30:1600:30:19กว่าไขมันที่ต้นขาหรือสะโพกอีกนะครับแล้ว
00:30:1900:30:22เกณฑ์ของอ้วนลงพุงคือเท่าไหร่ครับโดยทั่ว
00:30:2200:30:25ไปสำหรับคนไทยถ้าผู้ชายมีรอบเอวตั้งแต่ 90
00:30:2500:30:29ซม. 35.5 5 นิ้วขึ้นไปแล้วผู้หญิงมีรอบ
00:30:2900:30:33เอวตั้งแต่ 80 ซม. 31.5 5 นิ้วขึ้นไปก็
00:30:3300:30:36ถือว่ามีภาวะอ้วนลงพูงแล้วค่ะซึ่งการวัด
00:30:3600:30:39รอบเอวเป็นวิธีที่ง่ายและแม่นยำในการ
00:30:3900:30:41ประเมินความเสี่ยง NCE ได้ดีกว่า BMI ใน
00:30:4100:30:45บางกรณีด้วยซ้ำไปค่ะครับต้องรีบไปวัดรอบ
00:30:4500:30:47เอวกันเลยนะครับแล้วสาเหตุหลักของโรคอ้วน
00:30:4800:30:51และอ้วนลงพุงคืออะไรครับสาเหตุหลักๆก็คือ
00:30:5100:30:54พลังงานที่ได้รับจากอาหารมากกว่าพลังงาน
00:30:5400:30:57ที่ร่างกายใช้ไปค่ะซึ่งเกิดจากการกิน
00:30:5700:30:59อาหารเกินความจำเป็นโดยเฉพาะอาหารที่มี
00:30:5900:31:03พลังงานสูงเช่นอาหารทอดของหวานน้ำหวาน
00:31:0300:31:06แป้งขัดขาวการขาดการออกกำลังกายหรือการ
00:31:0600:31:09เคลื่อนไหวร่างกายทำให้เผาผลาญพลังงานได้
00:31:0900:31:12น้อยลงความเครียดและการนอนไม่พอส่งผลต่อ
00:31:1200:31:14ฮอร์โมนที่ควบคุมการเผาผลาญและความอยาก
00:31:1400:31:17อาหารพันธุกรรมบางคนอาจมีแนวโน้มที่จะ
00:31:1700:31:20อ้วนง่ายกว่าคนอื่นยาบางชนิดหรือโรคบาง
00:31:2000:31:24อย่างเช่นไทรรอยด์ทำงานน้อยแสดงว่าก็วน
00:31:2400:31:26กลับมาที่พฤติกรรมการใช้ชีวิตเหมือนกันนะ
00:31:2600:31:30ครับแล้วผลกระทบของโรคอ้วนต่อสุขภาพมี
00:31:3000:31:33อะไรบ้างครับผลกระทบของโรคอ้วนและภาวะ
00:31:3300:31:36อ้วนลงพุงนั้นครอบคลุมไปทุกระบบของร่าง
00:31:3600:31:40กายเลยค่ะเพิ่มความเสี่ยงสูงมากต่ออื่นๆ
00:31:4000:31:43เบาหวานโดยเฉพาะชนิดที่ 2 ความดันโลหิก
00:31:4300:31:46สูงไขมันในเลือดสูงโรคหลอดเลือดหัวใจและ
00:31:4600:31:49สมองโรคข้อเข่าเสื่อมเพราะต้องแบกรับน้ำ
00:31:4900:31:53หนักตัวที่มากเกินไปภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
00:31:5300:31:56Sleep แnส่งผลให้พักผ่อนไม่เพียงพอและ
00:31:5600:31:59เพิ่มความเสี่ยงโรคอื่นๆโรคนิ่ในถุงน้ำดี
00:31:5900:32:03ไขมันพอกพวกตับมะเร็งบางชนิดเช่นมะเร็งลำ
00:32:0300:32:06ไส้ใหญ่มะเร็งเต้านมมะเร็งมดลูกปัญหาด้าน
00:32:0600:32:10จิตใจความนับถือตัวเองต่ำซึมเศร้าฟังแล้ว
00:32:1000:32:12น่ากลัวจริงๆนะครับไม่ใช่แค่เรื่องของ
00:32:1200:32:16ความสวยงามแล้วใช่เลยค่ะโรคอ้วนไม่ใช่แค่
00:32:1600:32:18เรื่องของรูปร่างแต่เป็นโรคเรื้อรังที่
00:32:1800:32:21ต้องได้รับการดูแลอย่างจริงจังค่ะแล้วแนว
00:32:2100:32:24ทางการจัดการและการป้องกันโรคอ้วนและอ้วน
00:32:2400:32:28ลงพุงล่ะครับทำยังไงสิ่งสำคัญที่สุดคือ
00:32:2800:32:30การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบ
00:32:3000:32:34องค์รวมค่ะ 1 การควบคุมอาหารลดพลังงานที่
00:32:3400:32:39ได้รับควบคุมปริมาณอาหารลดของทอดของมัน
00:32:3900:32:43ของหวานน้ำหวานเน้นโปรตีนไม่ติดมันช่วย
00:32:4300:32:46ให้อิ่มนานและรักษามวลกล้ามเนื้อเพิ่มผัก
00:32:4600:32:50และผลไม้เพิ่มใยอาหารวิตามินแร่ธาตุเลือก
00:32:5000:32:53คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนเข้ากล้องธัญพืชไม่
00:32:5300:32:58ขัดสีลดโซเดียมเพื่อสุขภาพโดยรวม 2 เพิ่ม
00:32:5800:33:01การออกกำลังกายและกิจกรรมทางกายตั้งเป้า
00:33:0100:33:04หมายออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อ
00:33:0400:33:07สัปดาห์ความหนักปานกลางหรือ 75 นาทีความ
00:33:0700:33:11หนักสูงลดพฤติกรรมนั่งนิ่งๆเพิ่มการ
00:33:1100:33:14เคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน 3. จัดการความ
00:33:1400:33:17เครียดและนอนหลับให้เพียงพอเพื่อปรับ
00:33:1700:33:20สมดุลฮอร์โมน 4. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเช่น
00:33:2000:33:23แพทย์นักโภชนาการหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการ
00:33:2300:33:26ออกกำลังกายเพื่อวางแผนการลดน้ำหนักที่
00:33:2600:33:29เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับแต่ละบุคคลค่ะ
00:33:2900:33:32แสดงว่าโรคอ้วนและอ้วนลงพุงเนี่ยเป็น
00:33:3200:33:35เหมือนจุดเริ่มต้นของ NCD อื่นๆเลยนะครับ
00:33:3500:33:37ถ้าจัดการได้ดีก็จะช่วยป้องกันโรคอื่นๆ
00:33:3700:33:41ได้อีกเยอะเลยถูกต้องเลยค่ะการลดน้ำหนัก
00:33:4100:33:43และรอบเอวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมเป็น
00:33:4300:33:46การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับสุขภาพใน
00:33:4600:33:49ระยะยาวเลยค่ะครับหลังจากที่เราได้เจาะ
00:33:4900:33:53ลึก NCD แต่ละโรคไปแล้วตอนนี้มาถึงหัวใจ
00:33:5300:33:56สำคัญของรายการเรานะครับนั่นคือการป้อง
00:33:5600:33:59กันและจัดการ NCDS ด้วยการปรับเปลี่ยน
00:33:5900:34:02ไลฟ์สไตล์โดยเฉพาะเรื่องของอาหารและการ
00:34:0200:34:05ออกกำลังกายครับดีเลยค่ะอย่างที่เราได้
00:34:0500:34:08พูดคุยกันมาตลอดนะคะว่า NCD ส่วนใหญ่เกิด
00:34:0900:34:11จากพฤติกรรมของเราเองเพราะฉะนั้นการปรับ
00:34:1100:34:14เปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้จึงเป็นกุญแจ
00:34:1400:34:17สำคัญในการป้องกันชะลอหรือแม้กระทั่งทำ
00:34:1700:34:20ให้โรคสงสงบลงได้เลยค่ะเรามาเริ่มที่
00:34:2000:34:23เรื่องอาหารกันก่อนนะคะครับสำหรับเรื่อง
00:34:2300:34:26อาหารเราควรเน้นอะไรเป็นพิเศษครับสำหรับ
00:34:2600:34:29การป้องกันและจัดการ NCD การปรับเปลี่ยน
00:34:2900:34:33พฤติกรรมการกินสามารถทำได้ดังนี้ค่ะ 1 ลด
00:34:3300:34:37หวานมันเค็มจัดนี่คือหัวใจหลักเลยค่ะหวาน
00:34:3700:34:41ลดน้ำตาลทรายน้ำหวานขนมหวานชานมไข่มุกน้ำ
00:34:4100:34:44อัดลมพลังงานส่วนเกินเหล่านี้จะถูกสะสม
00:34:4400:34:46เป็นไขมันและเพิ่มความเสี่ยงเบาหวานและ
00:34:4700:34:51อ้วนลงพุงค่ะมันลดอาหารทอดอาหารผัดที่ใช้
00:34:5100:34:54น้ำมันเยอะเนื้อสัตว์สิมันหนังสัตว์อาหาร
00:34:5400:34:57แปรรูปที่มีไขมันทรานซเหล่านี้จะเพิ่มไข
00:34:5700:35:00มันไม่ดีในเลือดค่ะเค็มลดการปรุงรสเค็ม
00:35:0000:35:04จัดลดอาหารแปรรูปบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขนม
00:35:0400:35:07กรุบกรอบอาหารตากแห้งอาหารหมากดองเพราะ
00:35:0700:35:10โซเดียมที่มากเกินไปเป็นสาเหตุหลักของ
00:35:1000:35:14ความดันโลหิตสูงค่ะ 2 เพิ่มผักและผลไม้
00:35:1400:35:17หลากสีสันควรบริโภคผักให้ได้วันละอย่าง
00:35:1700:35:21น้อย 400 กรัมประมาณ 4-6 ทัพพีและผลไม้
00:35:2100:35:25ที่ไม่หวานจัด 1-2 ส่วนค่ะใยอาหารในผัก
00:35:2500:35:28และผลไม้ช่วยให้อิ่มนานขึ้นลดการดูดซึม
00:35:2800:35:31น้ำซานและไขมันช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและ
00:35:3100:35:34ไขมันในเลือดและยังช่วยเรื่องระบบขับถ่าย
00:35:3400:35:38ด้วยค่ะ 3 เลือกโปรตีนไม่ติดมันเช่นเนื้อ
00:35:3800:35:42ปลาไก่ไม่ติดหนังไข่เต้าหู้ถั่วต่างๆ
00:35:4200:35:45ธัญพืชบางชนิดโปรตีนช่วยสร้างและซ่อมแซม
00:35:4500:35:48ส่วนที่สึกหรอช่วยให้อิ่มอิ่มนานและรักษา
00:35:4800:35:51มวลกล้ามเนื้อซึ่งสำคัญต่อการเผาผลาญพลัง
00:35:5100:35:54งานค่ะ 4. เลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนแทน
00:35:5400:35:57ข้าวขลาด้วยข้าวกล้องข้าวไรเบอร์รี่ขนม
00:35:5700:36:02ปันโฮวีทธัญพืชเช่นข้าวโอ๊ตลูกเดือยเผือก
00:36:0200:36:05มันคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนจะให้พลังงาน
00:36:0500:36:08อย่างช้าๆและต่อเนื่องทำให้ระดับน้ำตาลใน
00:36:0800:36:10เลือดไม่พุ่งสูงเร็วช่วยควบคุมระดับน้ำ
00:36:1000:36:13ตาลได้ดีกว่าค่ะชัดเจนเลยครับสำหรับ
00:36:1300:36:17เรื่องอาหารเน้นลดหวานมันเค็มและเพิ่มผัก
00:36:1700:36:20ผลไม้โปรตีนและคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนแล้ว
00:36:2000:36:23ในเรื่องของการออกกำลังกายล่ะครับเราควร
00:36:2300:36:26ทำอย่างไรบ้างเรื่องการออกกำลังกายสำคัญ
00:36:2600:36:28ไม่แพ้อาหารเลยค่ะและไม่ใช่แค่การออก
00:36:2800:36:31กำลังกายหนักๆเท่านั้นนะคะแต่รวมถึงการ
00:36:3100:36:33เพิ่มการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันด้วย
00:36:3300:36:37ค่ะ 1 ตั้งเป้าหมายการออกกำลังกายผู้ใหญ่
00:36:3700:36:40ควรออกกำลังกายแบบแอโรบิกความหนักปานกลาง
00:36:4000:36:44เช่นเดินเร็ววิ่งเหยาะปั่นจักรยานว่ายน้ำ
00:36:4400:36:48อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์หรือแบบ
00:36:4800:36:51แอโรบิกความหนักสูงเช่นวิ่งเร็วเต้น
00:36:5100:36:53แอรบิกหนักหนักอย่างน้อย 75 นาทีต่อ
00:36:5300:36:57สัปดาห์หรือผสมผสานกันไปค่ะ 2 เสริมสร้าง
00:36:5700:37:00กล้ามเนื้อ Strength training ควรทำ
00:37:0000:37:02อย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์โดยใช้การ
00:37:0300:37:05ยกน้ำหนักใช้แรงต้านจากยางยืดหรือใช้น้ำ
00:37:0600:37:10หนักตัวเช่นพื้น sit up squat การมีมวล
00:37:1000:37:12กล้ามเนื้อที่แข็งแรงจะช่วยเพิ่มการเผา
00:37:1200:37:15ผลาญพลังงานและช่วยควบคุมระดับน้ำตาลใน
00:37:1500:37:18เลือดได้ดีขึ้นค่ะ 3 หลดพฤติกรรมนั่งนิ่ง
00:37:1800:37:22ๆพยายามลุกขึ้นยืนเดินไปมาหรือยืดเส้นยืด
00:37:2200:37:25สายทุกๆ 30-60 นาทีหากต้องนั่งทำงานเป็น
00:37:2500:37:28เวลานานๆใช้บันไดแทนลิฟตเดินไปซื้อของ
00:37:2800:37:31ใกล้ๆแทนการขับรถจอดรถให้ไกลขึ้นอีกนิด
00:37:3100:37:34แล้วเดินการเพิ่มการเคลื่อนไหวเล็กๆน้อยๆ
00:37:3400:37:37ตลอดวันก็ช่วยสะสมพลังงานที่เผาผลานได้
00:37:3700:37:40ค่ะแสดงว่าไม่จำเป็นต้องเข้ายิ้มเสมอไป
00:37:4000:37:42ใช่ไหมั้ครับแค่เพิ่มการเคลื่อนไหวใน
00:37:4200:37:45ชีวิตประจำวันก็ช่วยได้แล้วใช่เลยค่ะ
00:37:4600:37:48เริ่มจากสิ่งเล็กๆน้อยๆที่ทำได้สม่ำเสมอ
00:37:4800:37:51จะดีกว่าการหักหแล้วทำได้ไม่นานค่ะสิ่ง
00:37:5100:37:55สำคัญคือความสม่ำเสมอและความยั่งยืนค่ะ
00:37:5500:37:58ทั้งอาหารและการออกกำลังกายเป็นเรื่องที่
00:37:5800:38:01เราทุกคนสามารถเริ่มทำได้ทันทีเลยนะครับ
00:38:0100:38:04เพื่อป้องกันและจัดการ NCD เหล่านี้ถูก
00:38:0400:38:06ต้องค่ะและต้องย้ำว่าการปรับเปลี่ยน
00:38:0600:38:09พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงการรักษา
00:38:0900:38:11โรคแต่เป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพที่ดีใน
00:38:1100:38:14ระยะยาวและเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของ
00:38:1400:38:17เราเองค่ะครับนอกเหนือจากเรื่องอาหารและ
00:38:1700:38:20การออกกำลังกายแล้วอีก 2 ปัจจัยที่ผมได้
00:38:2000:38:24ยินมาว่าสำคัญกับ NCDS ไม่แพ้กันเลยก็คือ
00:38:2400:38:27การจัดการความเครียดและการนอนหลับครับ 2
00:38:2700:38:30สิ่งนี้มีความสำคัญยังไงกับ NCD ครับเป็น
00:38:3100:38:34ประเด็นที่สำคัญมากๆเลยค่ะหลายคนอาจจะมอง
00:38:3400:38:37ข้ามไปแต่ความเครียดเรื้อรังและการนอน
00:38:3700:38:40หลับไม่เพียงพอส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำ
00:38:4000:38:43งานของระบบต่างๆในร่างกายและเป็นปัจจัย
00:38:4300:38:46ที่เพิ่มความเสี่ยงต่อ NCD ได้อย่างมี
00:38:4600:38:49นัยยะสำคัญเลยค่ะครับเริ่มที่ความเครียด
00:38:4900:38:52ก่อนเลยครับมันส่งผลต่อร่างกายเรายังไง
00:38:5200:38:54ครับเมื่อเราเกิดความเครียดไม่ว่าจะเป็น
00:38:5400:38:57ความเครียดจากการทำงานปัญหาชีวิตหรือแม้
00:38:5700:38:59แต่ความเครียดที่เกิดจากไลฟ์สไตล์ที่ไม่
00:38:5900:39:02สมดุลร่างกายจะหลังฮอร์โมนแห่งความเครียด
00:39:0200:39:05ออกมาค่ะที่เรารู้จักกันดีคือคอร์ติและ
00:39:0500:39:09adดรนาลีนค่ะครับแล้วฮอร์โมนพวกนี้ส่งผล
00:39:0900:39:12ต่อ NCD ยังไงครับเมื่อคอร์ติหลั่งออกมา
00:39:1200:39:15มากและต่อเนื่องเป็นเวลานานมันจะส่งผล
00:39:1500:39:18เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดเพราะคอร์ติจะ
00:39:1800:39:21กระตุ้นให้ร่างกายสร้างน้ำตาลมากขึ้นทำ
00:39:2100:39:23ให้เซลล์ดื้อต่ออินซูลินได้ง่ายขึ้นเพิ่ม
00:39:2300:39:26ความเสี่ยงเบาหวานค่ะเพิ่มความดันโลหิต
00:39:2600:39:30ทั้งคอร์ติและทำให้หัวใจเต้นเร็วและบีบ
00:39:3000:39:33ตัวแรงขึ้นหลอดเลือดหดตัวส่งผลให้ความดัน
00:39:3300:39:36โลหิตสูงขึ้นค่ะส่งเสริมการสะสมไขมันใน
00:39:3700:39:40ช่องท้องคอรติซอลจะกระตุ้นให้ร่างกายเก็บ
00:39:4000:39:43สะสมไขมันไว้ที่บริเวณหน้าท้องเป็นพิเศษ
00:39:4300:39:46ซึ่งเป็นไขมันอันตรายที่เชื่อมโยงกับ NCD
00:39:4600:39:49หลายชนิดกระตุ้นให้กินเยอะขึ้นโดยเฉพาะ
00:39:4900:39:52อาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูงเพราะร่างกาย
00:39:5200:39:55ต้องการพลังงานเพื่อรับมือกับความเครียด
00:39:5500:39:57น่ากลัวจริงๆนะครับความเครียดนี่ส่งผล
00:39:5800:40:01เสียครอบคลุมมากเลยแล้วเราจะจัดการความ
00:40:0100:40:03เครียดได้อย่างไรบ้างครับแนะนำด้วยความ
00:40:0300:40:07เข้าใจเลยค่ะที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้ 1
00:40:0700:40:10ฝึกสติและสมาธิ Mindfulness and
00:40:1000:40:13Meditation การจดจ่ออยู่กับลมหายใจหรือ
00:40:1400:40:17การทำสมาธิสั้นๆวันละ 5-10 นาทีช่วยให้
00:40:1700:40:21จิตใจสงบลงได้ 2 ออกกำลังกายการออกกำลัง
00:40:2100:40:24กายเป็นวิธีระบายความเครียดที่ดีเยี่ยม
00:40:2400:40:27ช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเendดอฟินซึ่งเป็น
00:40:2700:40:30สารแห่งความสุข 3 นอนหลับให้เพียงพอการ
00:40:3000:40:34นอนที่ดีเป็นยาแก้เครียดที่ดีที่สุด 4 ทำ
00:40:3400:40:37กิจกรรมที่ชอบหาเวลาทำสิ่งที่ผ่อนคลายและ
00:40:3700:40:41มีความสุขเช่นอ่านหนังสือฟังเพลงวาดรูป
00:40:4100:40:44เล่นกับสัตว์เลี้ยง 5 ใช้เวลากับธรรมชาติ
00:40:4400:40:47การอยู่ท่ามคลังธรรมชาติช่วยลดระดับ
00:40:4700:40:50คอร์ติซอลได้ 6 พูดคุยระบายกับคนที่ไว้ใจ
00:40:5000:40:53หรือขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญหาก
00:40:5300:40:56จัดการตัวเองไม่ได้ครับการจัดการความ
00:40:5600:40:58เครียดนี่ต้องทำควบคู่กันไปกับเรื่อง
00:40:5800:41:01อาหารและออกกำลังกายเลยนะครับแล้วเรื่อง
00:41:0100:41:03การนอนหลับล่ะครับมันเกี่ยวอะไรกับ NCD
00:41:0300:41:07ครับการนอนหลับไม่เพียงพอหรือมีคุณภาพการ
00:41:0700:41:10นอนที่ไม่ดีส่งผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพ
00:41:1000:41:13และเพิ่มความเสี่ยง NCD ได้โดยตรงเลยค่ะ
00:41:1300:41:16รบกวนการทำงานของฮอร์โมนการนอนน้อยทำให้
00:41:1600:41:20ฮอร์โมนความหิวเกลินสูงขึ้นและฮอร์โมน
00:41:2000:41:23ความอิ่มลดลงทำให้คุณหิวบ่อยกินเยอะขึ้น
00:41:2300:41:26นำไปสู่โรคอ้วนเพิ่มภาวะดื้ออินซูลินการ
00:41:2700:41:30นอนไม่พอเพียง 1 คืนก็สามารถทำให้ร่างกาย
00:41:3000:41:32ดื้อต่ออินซูลินได้ชั่วคราวแล้วค่ะหาก
00:41:3200:41:35เป็นเรื้อรังก็เพิ่มความเสี่ยงเบาหวาน
00:41:3500:41:37เพิ่มความดันโลหิตร่างกายจะไม่มีช่วงเวลา
00:41:3700:41:40ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ทำให้ความดันโลหิต
00:41:4000:41:43สูงขึ้นได้เพิ่มการอักเสบในร่างกายการนอน
00:41:4400:41:46น้อยกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเรื้อรังซึ่ง
00:41:4600:41:50เป็นต้นตอของ NCD หลายชนิดครับโอ้โหฟังดู
00:41:5000:41:53แล้วการนอนสำคัญมากจริงๆนะครับเราควรนอน
00:41:5300:41:56กี่ชั่วโมงถึงจะเพียงพอครับผู้ใหญ่ส่วน
00:41:5600:41:59ใหญ่ควรนอนหลับให้ได้ 7-9 ช่โมงต่อคืนค่ะ
00:41:5900:42:02และที่สำคัญคือคุณภาพของการนอนหลับด้วยนะ
00:42:0200:42:05คะไม่ใช่แค่นอนนานอย่างเดียวลองปรับ
00:42:0500:42:08พฤติกรรมเพื่อสุขอนามัยการนอนที่ดีขึ้น
00:42:0800:42:11เช่นเข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลาสม่ำ
00:42:1100:42:13เสมอแม้ในวันหยุดสร้างสภาพแวดล้อมที่
00:42:1300:42:17เหมาะสมกับการนอนมืดเงียบอุณหภูมิสบาย
00:42:1700:42:19หลีกเลี่ยงคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ก่อนนอน
00:42:2000:42:22หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือหรือ
00:42:2200:42:25อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอนออกกำลังกาย
00:42:2500:42:28สม่ำเสมอแต่ไม่ควรออกกำลังกายหนักๆก่อน
00:42:2800:42:30นอนแสดงว่าการจัดการความเครียดและการนอน
00:42:3000:42:33หลับพักผ่อนให้เพียงพอเป็นอีก 2 เสาหลัก
00:42:3300:42:36ที่สำคัญมากๆในการป้องกันและจัดการ NCD
00:42:3700:42:39เลยนะครับไม่แพ้เรื่องอาหารและออกกำลัง
00:42:3900:42:42กายเลยถูกต้องเลยค่ะการดูแลสุขภาพแบบองค์
00:42:4300:42:46รวมทั้งกายใจและการพักผ่อนคือหนทางสู่การ
00:42:4600:42:49มีสุขภาพที่ดีและห่างไกลจาก NCD ได้อย่าง
00:42:4900:42:52แท้จริงค่ะครับเราได้เรียนรู้เกี่ยวกับ
00:42:5200:42:56NCD ในทุกมิติไปแล้วนะครับตอนนี้มาถึงคำ
00:42:5600:42:59ถามสุดท้ายที่สำคัญมากๆนั่นคือเมื่อไหร่
00:43:0000:43:02ที่เราควรปรึกษาพลาดและสำหรับผู้ที่ป่วย
00:43:0200:43:05เป็น NCD อยู่แล้วเราจะอยู่ร่วมกับโรคได้
00:43:0500:43:09อย่างไรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีครับเป็นคำ
00:43:0900:43:11ถามที่สำคัญและเป็นข้อคิดสุดท้ายที่เรา
00:43:1100:43:14อยากฝากไว้เลยค่ะเพราะการรักษา NCD ให้
00:43:1400:43:17ได้ผลดีที่สุดต้องอาศัยความร่วมมือ
00:43:1700:43:20ระหว่างตัวผู้ป่วยเองกับบุคลากรทางการ
00:43:2000:43:22แพทย์ค่ะครับเราควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่
00:43:2200:43:25ครับมีหลายสถานการณ์ที่คุณควรปรึกษาแพทย์
00:43:2500:43:29ทันทีหรืออย่างน้อยก็เร็วที่สุดค่ะ 1
00:43:2900:43:32เมื่อคุณมีอาการหรือสัญญาณเตือนของ NCD
00:43:3200:43:36เช่นปัสสาวะบ่อยกระหายน้ำมากน้ำหนักลดผิด
00:43:3600:43:40ปกติสัญญาณเบาหวานปวดหัวตุบทุบท้ายทอตา
00:43:4000:43:43พร่ามัวสัญญาณความดันสูงหรือมีอาการเจ็บ
00:43:4400:43:47หน้าอกฉากครึ่งซีกสัญญาณภาวะแทกซ้อนของ
00:43:4700:43:50โรคหัวใจสมอง 2 เมื่อตรวจสุขภาพประจำปี
00:43:5100:43:54แล้วพบค่าผิดปกติไม่ว่าจะเป็นระดับน้ำตาล
00:43:5400:43:57ในเลือดสูงความดันโลหิตสูงหรือไขมันใน
00:43:5700:44:01เลือดสูงแม้จะยังไม่มีอาการก็ตามนี่คือ
00:44:0100:44:03โอกาสทองในการรีบจัดการก่อนที่โรคจะลุก
00:44:0400:44:07ลาม 3 เมื่อมีประวัติครอบครัวเป็น NCD
00:44:0700:44:11ถ้าพ่อแม่พี่น้องเป็นเบาหวานความดันหรือ
00:44:1100:44:14โรคหัวใจคุณมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป
00:44:1400:44:17ควรปรึกษาศึกษาแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองและ
00:44:1700:44:20รับคำแนะนำในการป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ 4.
00:44:2000:44:23เมื่อคุณมีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วนลุงพุง
00:44:2300:44:26และไม่สามารถควบคุมน้ำหนักได้ด้วยตัวเอง
00:44:2600:44:29การปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการจะช่วยวาง
00:44:2900:44:32แผนการลดน้ำหนักที่เหมาะสมและปลอดภัยได้
00:44:3200:44:355. หากคุณต้องการเริ่มต้นปรับเปลี่ยน
00:44:3500:44:37ไลฟ์สไตล์อย่างจริงจังโดยเฉพาะถ้ามีโรค
00:44:3800:44:41ประจำตัวอยู่แล้วหรือไม่แน่ใจว่าการปรับ
00:44:4100:44:43เปลี่ยนพฤจกรรมแบบไหนที่เหมาะสมกับคุณ
00:44:4300:44:46แสดงว่าการไปหาหมอไม่ได้หมายความว่าเรา
00:44:4600:44:49ป่วยเสมอไปนะครับบางครั้งก็เพื่อการป้อง
00:44:4900:44:52กันและวางแผนดูแลตัวเองแล้วสำหรับผู้ที่
00:44:5200:44:55ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น NCD แล้วเราจะ
00:44:5500:44:57อยู่ร่วมกับโรคได้อย่างไรให้มีคุณภาพ
00:44:5700:45:00ชีวิตที่ดีครับนี่คือสิ่งสำคัญที่ผู้ป่วย
00:45:0100:45:05NCD ทุกคนควรทราบค่ะการเป็น NCD ไม่ได้
00:45:0500:45:08หมายถึงจุดจบของชีวิตแต่เป็นจุดเริ่มต้น
00:45:0800:45:10ของการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับโรคอย่าง
00:45:1000:45:15เข้าใจและมีความสุขค่ะ 1 ทำความเข้าใจโรค
00:45:1500:45:18ของคุณอย่างถ่องแท้ศึกษาข้อมูลจากแหล่ง
00:45:1800:45:22ที่น่าเชื่อถือเช่นองค์กรทางการแพทย์
00:45:2200:45:25เว็บไซต์โรงพยาบาลเกี่ยวกับโรคที่คุณเป็น
00:45:2500:45:29กลไกผลกระทบและแนวทางรักษายิ่งคุณเข้าใจ
00:45:2900:45:32มากเท่าไหร่คุณก็จะยิ่งดูแลตัวเองได้ดี
00:45:3200:45:36ขึ้นค่ะ 2 ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
00:45:3600:45:38อย่างเคร่งครัดไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทาน
00:45:3800:45:42ยาการปรับเปลี่ยนอาหารการออกกำลังกายหรือ
00:45:4200:45:45การตรวจติดตามผลแพทย์คือผู้เชี่ยวชาญที่
00:45:4500:45:48จะช่วยวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด
00:45:4800:45:51สำหรับคุณค่ะห้ามหยุดยาเองเด็ดขาดหากไม่
00:45:5100:45:55ได้รับคำแนะนำจากแพทย์นะคะ 3. ปรับ
00:45:5500:45:58เปลี่ยนไลฟ์สไตล์อย่างยั่งยืนนี่คือแกน
00:45:5800:46:01หลักของการจัดการ NCD ค่ะพยายามทำตามคำ
00:46:0100:46:05แนะนำเรื่องอาหารการออกกำลังกายการจัดการ
00:46:0500:46:08ความเครียดและการนอนหลับที่เราได้พูดคุย
00:46:0800:46:11กันไปในวันนี้อย่างสม่ำเสมอไม่ต้องหับโหม
00:46:1100:46:15แต่ขอให้ทำอย่างต่อเนื่องค่ะ 4. วัดค่า
00:46:1500:46:18สุขภาพด้วยตัวเองเป็นประจำเช่นวัดระดับ
00:46:1800:46:21น้ำตาลในเลือดสำหรับเบาหวานวัดความดัน
00:46:2100:46:25โลหิตสำหรับความดันสูงการมีข้อมูลเหล่า
00:46:2500:46:28นี้จะช่วยให้คุณและแพทย์ติดตามผลการรักษา
00:46:2800:46:31และปรับแผนได้ดียิ่งขึ้น 5. อย่าเก็บความ
00:46:3100:46:35กังวลไว้คนเดียวพูดคุยกับคนในครอบครัว
00:46:3500:46:38เพื่อนสนิทหรือเข้าร่วมกลุ่มผู้ป่วยการมี
00:46:3800:46:41กำลังใจและแรงสนับสนุนเป็นสิ่งสำคัญมากๆ
00:46:4100:46:45ในการรับมือกับโรคเรื้อรังค่ะ 6 ใส่ใจ
00:46:4500:46:48สุขภาพจิตโรคเรื้อรังอาจนำไปสู่ความ
00:46:4800:46:52เครียดหรือซึมเศร้าได้หากรู้สึกท้อแช้หมด
00:46:5200:46:55กำลังใจหรือมีอาการซึมเศร้าควรปรึกษา
00:46:5500:46:58จิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อรับการดูแล
00:46:5800:47:02ที่เหมาะสมนะคะสรุปเห็นภาพเลยครับว่า NCDS
00:47:0200:47:04ไม่ได้เป็นเรื่องที่เราต้องกลัวจนทำอะไร
00:47:0500:47:08ไม่ได้แต่เป็นเรื่องที่เราสามารถเรียนรู้
00:47:0800:47:11เข้าใจและอยู่ร่วมกับมันได้อย่างมีคุณภาพ
00:47:1100:47:14ที่สำคัญคือต้องปรึกษาแพทย์และดูแลตัวเอง
00:47:1400:47:17อย่างสม่ำเสมอนะครับใช่เลยค่ะการมี NCD
00:47:1700:47:20ไม่ได้หมายถึงการสิ้นสุดของชีวิตแต่เป็น
00:47:2000:47:23การเริ่มต้นของชีวิตใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ
00:47:2300:47:25มากขึ้นและเข้าใจร่างกายของตัวเองดียิ่ง
00:47:2500:47:28ขึ้นค่ะเพราะสุขภาพดีเริ่มต้นจากความเข้า
00:47:2800:47:31ใจค่ะครับคุณผู้ฟังฟังและคุณผู้ชมทุกท่าน
00:47:3200:47:34วันนี้เราได้เจาะลึกเรื่อง NCDS
00:47:3400:47:37Noncommunicable Disease โรคไม่ติดต่อ
00:47:3700:47:39เรื้อรังที่คนไทยเป็นเยอะที่สุดเป็นแบบ
00:47:4000:47:42ครบทุกแง่มุมเลยนะครับตั้งแต่ความหมาย
00:47:4200:47:46สัญญาณสาเหตุการเจาะลึกแต่ละโรคหลักไปจน
00:47:4600:47:49ถึงแนวทางการป้องกันจัดการและการอยู่ร่วม
00:47:4900:47:52กับโรคอย่างเข้าใจหวังว่าข้อมูลในวันนี้
00:47:5200:47:55จะเป็นประโยชน์และช่วยให้คุณเข้าใจ NCD
00:47:5500:47:57ได้อย่างถ่องแท้และสามารถนำไปปรับใช้ใน
00:47:5700:48:00การดูแลสุขภาพของตัวเองและคนในครอบครัว
00:48:0000:48:03ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพนะคะจำ
00:48:0400:48:07ไว้ว่า NCD เป็นภัยเงียบที่ป้องกันได้และ
00:48:0700:48:10จัดการได้สุขภาพดีเริ่มต้นจากความเข้าใจ
00:48:1000:48:14และการลงมือทำค่ะก่อนจากกันวันนี้ถ้าคุณ
00:48:1400:48:17ชอบเนื้อหาดีๆแบบนี้อย่าลืมกดไลค์คลิปนี้
00:48:1700:48:20และแชร์ไปให้เพื่อนๆหรือคนที่คุณรักได้
00:48:2000:48:22รู้ข้อมูลดีๆไปพร้อมกันนะครับและที่สำคัญ
00:48:2300:48:26ที่สุดอย่าลืมกดติดตามช่องสุขภาพสนทนาของ
00:48:2600:48:29เราพร้อมกดกระดิ่งแจ้งเตือนไว้ด้วยนะคะจะ
00:48:2900:48:31ได้ไม่พลาดทุกเรื่องราวสุขภาพดีๆที่เรานำ
00:48:3100:48:34มาฝากกันในทุกสัปดาห์ค่ะหากมีคำถามหรือ
00:48:3400:48:37ข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับ NCD หรือหัว
00:48:3700:48:40ข้อสุขภาพอื่นๆสามารถคอมเมนต์ไว้ใต้คลิป
00:48:4000:48:43นี้ได้เลยนะครับทีมงานสุขภาพสนทนายินดี
00:48:4300:48:46ตอบทุกคำถามครับสำหรับวันนี้ต้องขอลาไป
00:48:4600:48:49ก่อนขอให้ทุกท่านมีสุขภาพกายและสุขภาพใจ
00:48:4900:48:52ที่แข็งแรงนะคะแล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไป
00:48:5200:48:56ของสุขภาพสนทนาค่ะสวัสดี