00:00:00 → 00:00:02แล้วพวกอาหารเสริมหรือมนอะไรอย่างเงี้ย
00:00:02 → 00:00:05คุณหมอมีมั้ยคะที่ทานเข้าไปแล้วช่วยแบบ
00:00:05 → 00:00:08ล้างพิษออกจากปอดมีมั้ยคะเอตรงๆคือไม่มี
00:00:08 → 00:00:11ฮะไม่มีมันไม่มีอาหารอะไรที่เข้าไปล้าง
00:00:11 → 00:00:14พิษได้เลยนะครับคือจริงๆตอนนี้เนี่ยก็จะ
00:00:14 → 00:00:18มีคนบอกว่าเอ่อกินอย่างกระชายขาวกิน
00:00:18 → 00:00:20สมุนไพรต่างๆเพื่อที่จะล้างพิษหรือบางที
00:00:20 → 00:00:23มีคอร์สล้างพิษอะไรพวกเยฮะมันก็ถ้ามัน
00:00:23 → 00:00:25ล้างได้ก็ดีแต่บังเอิญมันล้างไม่ได้นะฮะอ
00:00:25 → 00:00:29แต่ว่าสิ่งที่เราพอจะทำได้ก็คือเรารู้ว่า
00:00:29 → 00:00:32มันเป็นเกิดการอักเสบในร่างกายมันไปทำให้
00:00:32 → 00:00:34เซลล์ของเรากลายพันมันไปทำให้เซลล์ของเรา
00:00:34 → 00:00:37มันแก่ลงเราสามารถไปแก้ไขตรงนี้พอได้มัน
00:00:37 → 00:00:40มีวิธีธรรมชาติและวิธีที่ไม่ค่อยธรรมชาติ
00:00:40 → 00:00:43อ่าเอาธรรมชาติก่อนคุณหมอธรรมชาตินี่ผม
00:00:43 → 00:00:45ว่าทุกคนรู้จักดีอย่างแรกออกกำลังกายนี่
00:00:45 → 00:00:47ดีอยู่แล้วนะครับเป็นการกระตุ้นภูมิต้าน
00:00:47 → 00:00:49ทานให้มันกำจัดไอ้ของพวกนี้ได้เร็วขึ้นนะ
00:00:49 → 00:00:53ครับเราแข็งแรงแน่นอนว่าภูมิของเราก็ต้อง
00:00:53 → 00:00:55ต่อสู้กับสิ่งแปลกปล้อมได้ดีขึ้นค่ะการ
00:00:55 → 00:00:57ที่เราไม่ทำให้ร่างกายของเรามันมีปัญหา
00:00:57 → 00:01:01มากขึ้นมากกว่า IPM 2.5 เช่นถ้าเรามี PM
00:01:01 → 00:01:032.5 เราพักผ่อนไม่พอเราเครียดด้วยคราว
00:01:03 → 00:01:05นี้ก็เหมือนปัญหามีมากกว่า 1 อย่างแล้ว
00:01:05 → 00:01:08มันก็ยิ่งแย่แน่นอนการพักผ่อนเพียงพอพวก
00:01:08 → 00:01:11นี้ก็ลดการอักเสบต่างๆในร่างกายใช่มั้ย
00:01:11 → 00:01:14ครับการอยู่กับธรรมชาติปัจจุบันเราก็อยู่
00:01:14 → 00:01:18ในสถานที่ที่มันดูดูเป็นเมืองมีเล่น
00:01:18 → 00:01:21โซเชียลมีอะไรพวกเก็จะเครียดมากกว่าปกติ
00:01:21 → 00:01:24หรือเรียกิงพวกอาหารกลุ่มที่มันมีปัญหา
00:01:24 → 00:01:25ทุกคนก็คงรู้อยู่แล้วว่าทานอาหารประเภท
00:01:26 → 00:01:28ไหนแล้วมันดีต่อร่างกายอ่ะแล้ววิธีไม่
00:01:28 → 00:01:31ธรรมชาติบ้างคุณหมอถ้าไม่ธรรมชาติบ้าง
00:01:31 → 00:01:33อันเนี้ยก็ต้องบอกว่าเค้าก็เริ่มไปดูซิ
00:01:33 → 00:01:36ว่ามันมีกลไกอะไรมยที่เราจะจัดการกับพวก
00:01:36 → 00:01:38การอักเสบต่างๆในร่างกายก็จะมีคนพยายาม
00:01:38 → 00:01:41คิดว่าถ้าไม่นับเรื่องอาหารแล้วอาหาร
00:01:41 → 00:01:44เสริมมีส่วนมยหรือการไปทำวิธีต่างๆตาม
00:01:44 → 00:01:48คลินิกหรือตามเวชศาสตร์ชะลอวัยพอจะมีส่วน
00:01:48 → 00:01:51ช่วยได้บ้างไค่ะต้องบอกไว้ก่อนว่าวิธี
00:01:51 → 00:01:53ทั้งหมดตรงนี้เนี่ยนะครับมันยังไม่ได้รับ
00:01:53 → 00:01:58การพิสูจน์ว่าจะทำได้แน่ๆแต่มันมีการคิด
00:01:58 → 00:02:01ทางทฤษฎีว่าอาจจะทำได้ยกตัวอย่างตอนนี้
00:02:01 → 00:02:05เนี่ยที่ดังๆก็มี nad ใช่ม nmn nr ค่ะ
00:02:05 → 00:02:10กับหลายๆตัวกลุ่มยาิิอย่างเงี้ยนะครับ
00:02:10 → 00:02:13เยอะแยะไปหมดเลยอืซึ่งในเรื่องของปอดคุณ
00:02:13 → 00:02:17หมอมีประสบการณ์มยที่ว่าเอ่อใช้ควบคู่กับ
00:02:17 → 00:02:19คนไข้อะไรอย่าเงี้ยแล้วมันแบบว่าเออมัน
00:02:19 → 00:02:23มันมันช่วยตรงนี้นี่ยังไม่มีตรงๆเพราะว่า
00:02:23 → 00:02:26ผมจะอธิบายคนไข้ไว้ก่อนว่าของพวกนี้เนี่ย
00:02:26 → 00:02:29มันไม่ได้รับการพิสูจน์ค่ะระยะยาวแล้วก็
00:02:29 → 00:02:31ต่อให้มันพิสูจน์ในระยะยาวมันพิสูจน์ใน
00:02:31 → 00:02:35ใครค่ะโรคไหนใช่มั้ยฮะแต่ผมก็จะบอกเ้าไว
00:02:35 → 00:02:38ก่อนว่าทางทฤษฎีมันอาจจะดีก็ได้ถ้าเกิดจะ
00:02:38 → 00:02:42ลองก็ได้อ่าเราก็เราก็ต้องบอกไปตรงๆแบบ
00:02:42 → 00:02:45นี้เพราะตอนนี้รีเสิร์ชส่วนใหญ่ก็ยังเป็น
00:02:45 → 00:02:48หนูใช่มั้ยคะคุณหมอมีเริ่มในคนบ้างแล้ว
00:02:48 → 00:02:50แต่ว่ามันยังไม่ค่อยถึงขั้นที่เราสามารถ
00:02:50 → 00:02:52บอกได้ว่ามันดีแน่ๆฮะอืออย่างศาสตร์พวก
00:02:52 → 00:02:54นี้ส่วนใหญ่เเอามาใช้ในการย้อนไวก่อนใช่
00:02:54 → 00:02:57มั้ยฮะเริ่มมาจากค่ะจริงๆก็เริ่มมาจากดร
00:02:57 → 00:03:00David ซิคที่เขาไปค้นพบยีนที่เกี่ยวข้อง
00:03:00 → 00:03:04กับการแก่ตัวนึงชื่อเซ Twin แล้วก็เขาไป
00:03:04 → 00:03:07ลองทำยังไงสักวิธีนึงที่ทำให้ยีนตัวนี้
00:03:07 → 00:03:09มันทำงานดีขึ้นนะครับเขาคบอกว่ามันย้อน
00:03:09 → 00:03:13ได้เลยนะมันแบบหนูแบบหงอกแล้วก็กลับไปไม่
00:03:13 → 00:03:15หงอกอะไรอย่างงี้เลยอันนั้นเป็นอีกวิธี
00:03:15 → 00:03:17นึงครับอ๋อเป็นอีกวิธีนึงเหรอคะใช่อัน
00:03:17 → 00:03:20นั้นจริงๆมันถ้าคุยอาจจะยาวนิดนึงมันเป็น
00:03:20 → 00:03:23วิธีอย่างนึงของดรชินยะยานากะเป็นคน
00:03:24 → 00:03:26ญี่ปุ่นที่ค้นพบวิธีในการย้อนไวเซลล์ได้
00:03:26 → 00:03:30คนแรกแล้วทำได้จริงๆแต่ว่ามันจะต้องใช้
00:03:30 → 00:03:33ยีน 4 ตัวด้วยกัน 1 ในนั้นเป็นยีนมะเร็ง
00:03:33 → 00:03:37ด้วยว้ายอือทีนี้ดรซิคเไปทำเนี่ยเาไม่
00:03:37 → 00:03:40อยากได้ยีนมะเร็งเขาจะเอาแค่ไอ้ 3 ยีนที่
00:03:40 → 00:03:43เหลือแล้วก็ต้องไปเ่อปรับปรุงมันอีกนิด
00:03:43 → 00:03:45นึงเพราะว่าถ้าเราใช้วิธีนี้ย้อนไวเรา
00:03:45 → 00:03:47กำหนดไม่ได้เลยว่าจะย้อนไปถึงเมื่อไหร่
00:03:47 → 00:03:49ใช่มั้ยสมมุติว่าเราย้อนวัย 40 แล้วกลาย
00:03:49 → 00:03:52ไปเป็น 0 ปีอย่างเงี้ยออค่ะใช่มั้ยฮะเรา
00:03:52 → 00:03:54ก็ต้องมีการกำหนดได้ว่าเอ้ยเราอยากจะย้อน
00:03:54 → 00:03:57ไป 5 ปีไม่มากกว่านั้นเนี่ยคือสิ่งที่เขา
00:03:57 → 00:04:01ทำอยู่แนตคืออะไรคะแล้วมันสำคัญกับร่าง
00:04:01 → 00:04:05กายยังไงแล้วทำไมหลายๆคนถึงอยากจะไปอยาก
00:04:05 → 00:04:07จะเพิ่มอยากจะไปฉีดตัวแทเนี่ยมันเป็น
00:04:07 → 00:04:10อนุพันธ์หรือเเรียกว่าเพื่อนๆของวิตามิน
00:04:11 → 00:04:13B3 แล้วะกันค่ะสารตัวนี้เนี่ยมันเป็นสาร
00:04:13 → 00:04:16ที่มันมีอยู่ในร่างกายของเราอยู่แล้วทุก
00:04:16 → 00:04:18เซลล์อยู่แล้วมันเกี่ยวข้องกับการสร้าง
00:04:18 → 00:04:20พลังงานให้กับร่างกายกับทุกๆเซล์ทุกเซลล์
00:04:20 → 00:04:22เราต้องใช้พลังงานมันก็ต้องใช้ตัวนี้
00:04:22 → 00:04:24เหมือนกันแต่ว่ามันไม่ได้มีหน้าที่แค่
00:04:24 → 00:04:27สร้างพลังงานอย่างเดียวมันยังมีหน้าที่ใน
00:04:27 → 00:04:30การร่วมกับตัวอื่นๆซ่อมแสแซมเซลล์ที่มัน
00:04:30 → 00:04:33เสียค่ะอ่าหรือเซลล์ที่มันมี DNA ที่มัน
00:04:33 → 00:04:36ผิดปกติไปช่วยในการที่ทำให้ตัวโรงงานผลิต
00:04:36 → 00:04:38พลังงานของเราหรือไมโตคอนเดรียเนี่ยมันมี
00:04:38 → 00:04:40การสร้างตัวใหม่ขึ้นมาเพราะว่าถ้าโรงงาน
00:04:40 → 00:04:43มันเก่ามันก็ไม่ค่อยดีเราช่วยให้มันสร้าง
00:04:43 → 00:04:46ใหม่แล้วก็ลดการอักเสบคือมันแทบจะทุก
00:04:46 → 00:04:48อย่างเลยที่มันช่วยได้มันฟังดูเป็น
00:04:48 → 00:04:52Miracle มากเลยใช่แล้วปัญหาคือมันจะสูง
00:04:52 → 00:04:55ที่สุดประมาณอายุแถวๆ 25-30 ปีแล้วหลัง
00:04:55 → 00:04:57จากนั้นมันลดลงไปเรื่อยๆอออย่างเช่นถ้า
00:04:57 → 00:04:59อายุ 50 เนี่ยก็จะเหลือสักประมาณครึ่งนึง
00:05:00 → 00:05:02ค่ะของช่วงที่มันพีคสูงสุดอ่ะครับค่ะคนก็
00:05:02 → 00:05:05เลยมีความคิดว่าเอ๊ะไอเพราะอย่างนี้หรือ
00:05:05 → 00:05:08เปล่ามันถึงทำให้ร่างกายเรามีปัญหาต่างๆ
00:05:08 → 00:05:10ตามมาตามอายุเพราะว่ามันลดลงไปเรื่อยๆเลย
00:05:10 → 00:05:13ค่ะแล้วถ้าเราไปเติมมันล่ะมันจะแก้ไข
00:05:13 → 00:05:15ปัญหาทางด้านความเสื่อมต่างๆของร่างกาย
00:05:15 → 00:05:17หรือโรคที่มากับอายุได้ไหมเช่นเบาหวาน
00:05:17 → 00:05:19ความดันโรคอ้วนไขมันสมองอะไรอย่างเงี้ยฮะ
00:05:19 → 00:05:22เอ่อแล้วนอกจากอายุแล้วอ่ะค่ะมันมีปัจจัย
00:05:22 → 00:05:26อะไรมั้ยคะที่เอ่อมันทำให้แบบแนตของเรา
00:05:26 → 00:05:30นี่มันยิ่งลดลงเร็วคือคืออย่างที่เมื่อ
00:05:30 → 00:05:32กี้บอกนะครับตัวแนทเนี่ยมันเป็นตัวที่
00:05:32 → 00:05:34ต้องประกอบกับอย่างอื่นเพื่อที่จะใช้ใน
00:05:34 → 00:05:37การทำหน้าที่บางอย่างเช่นสมมุติว่าคนเรา
00:05:37 → 00:05:39ใช้ชีวิตเจอ PM 2.5 ทุกวันร่างกายมีการ
00:05:39 → 00:05:42อักเสบตลอดเวลาเซลล์มันมีปัญหาแล้วมัน
00:05:42 → 00:05:44ต้องซ่อมในกระบวนการซ่อมเซลล์พวกนี้นะ
00:05:44 → 00:05:46ครับมันก็จะต้องทำหน้าที่ร่วมกับตัวอื่น
00:05:46 → 00:05:49เช่นมันจะมีเอนไซม์ตัวนึงชื่อ parp ค่ะ
00:05:49 → 00:05:51ตัวนี้เนี่ยมันจะไปบอกเลยว่าออเซลล์ตรง
00:05:51 → 00:05:54นี้มันผิดปกติเหมือนเอาสติ๊กเกอร์ไปแปะ
00:05:54 → 00:05:56แล้วไอ้ตัว nid มันก็ต้องเข้ามาร่วมออค่ะ
00:05:56 → 00:05:59ตัว cin เมื่อตะกี้ที่เล่าไปก็ต้องเข้ามา
00:05:59 → 00:06:01ร่วมกันบอกว่าให้เราซ่อมกันดีกว่าทีนี้
00:06:01 → 00:06:03ถ้าเกิดมันมีเซลล์พวกเเสียเยอะๆจะเราเจอ
00:06:03 → 00:06:06แสงเจอ pm5 เยอะๆมันก็ต้องใช้แนตเนี่ย
00:06:06 → 00:06:09เยอะขึ้นเรื่อยๆเรื่อยๆค่ะใครเจอเยอะมัน
00:06:09 → 00:06:13ก็ใช้เยอะมันก็ลดเร็วค่ะถูกมั้ยฮะใครเจอ
00:06:13 → 00:06:15น้อยไม่ค่อยเครียดไม่ค่อยเจอปัญหาเรื่อง
00:06:15 → 00:06:18PM 2.5 มันก็อาจจะไม่ค่อยต้องใช้เยอะ
00:06:18 → 00:06:21พูดง่ายๆชีวิตใคร extrem หน่อยก็ก็จะไป
00:06:21 → 00:06:24เร็วก็ก็จะก็จะมีส่วนเหมือนกันครับอืมา
00:06:24 → 00:06:28ที่ nmn กับ nr บ้างค่ะคุณหมอ 2 ตัวนี้
00:06:28 → 00:06:30เนี่ยมันจะเป็นตัวที่เรากินเข้าไป nmn
00:06:30 → 00:06:33เนี่ย ninam mononucleotide นะครับคือ
00:06:33 → 00:06:35มันก็จะมีตัวสารนิโคติน am เป็นเป็นก้อน
00:06:35 → 00:06:38นึงแล้วกันแล้วก็ไปบวกกับนิวคลีโอไทด์
00:06:38 → 00:06:40ซึ่งเป็นสารอีกชนิดหนึ่งค่ะส่วน nr เนี่ย
00:06:40 → 00:06:44มันจะไปบวกกับตัวน้ำตาลตัวนึงนะครับ nr
00:06:44 → 00:06:48คือนิตไบตัวมันจะเล็กกว่า nmn นะครับทั้ง
00:06:48 → 00:06:50หมดเนี่ยสุดท้ายที่เราต้องการให้เข้าไป
00:06:50 → 00:06:53อ่ะมันจะไปเพื่อเพิ่ม nad ในร่างกายนะ
00:06:53 → 00:06:56ครับตัวที่มันแปลงร่างตรงๆไปเป็น nid ได้
00:06:56 → 00:06:59เลยก็คือ nmn อื nr เนี่ยก็ได้เหมือนกัน
00:06:59 → 00:07:02แต่ตอนเที่อเมริกาเขามีประเด็นกันก็คือด
00:07:02 → 00:07:04David sinc เนี่ยเต้องการทำให้ nfn
00:07:04 → 00:07:07เนี่ยมันเป็นยาเพราะอะไรอ่ะคุณบอกคือจริง
00:07:07 → 00:07:10ๆถ้ามันเป็นยาปุ๊บเนี่ยจะมีการควบคุม
00:07:10 → 00:07:14คุณภาพจากทาง fda นะครับเพราะว่าอาหาร
00:07:14 → 00:07:16เสริมมันไม่ต้องเข้มขนาดนั้นพอมันไม่เข้ม
00:07:16 → 00:07:19ขนาดนั้นมันก็อไม่รู้คุณภาพมันดีจริงหรือ
00:07:19 → 00:07:21เปล่าค่ะแต่ถ้ามันเป็นยาเมื่อแร่เราก็ไม่
00:07:21 → 00:07:24ว่าจะบริษัทไหนผลิตมันจะมีมาตรฐานของมัน
00:07:24 → 00:07:26ว่าคุณต้องได้มาตรฐานเท่านั้นไม่งั้นจะ
00:07:26 → 00:07:29ไม่สามารถวางขายได้อืแล้วเาต้องการเอา nmn
00:07:29 → 00:07:32เนี่ยมาทดลองจริงๆเพราะว่าเขาเคยติดปัญหา
00:07:32 → 00:07:35อยู่ข้อนึงว่าคนที่เขากินน่ะบางทีก็บอก
00:07:35 → 00:07:37ไม่เห็นจะเกิดอะไรขึ้นเลยค่ะทีนี้แล้วจะ
00:07:37 → 00:07:40รู้ได้ังไงที่กินไปมันมีมาตรฐานจริงๆไม่
00:07:40 → 00:07:43หมายถึงว่ายี่ห้อนี้ที่กินอยู่อะไรอย่าง
00:07:43 → 00:07:45งี้ใช่มั้ยคะใช่เกิดมันเป็นอันที่ไม่ได้
00:07:45 → 00:07:47มาตรฐานเช่นมันมีปริมาณต่ำกว่าที่เขาบอก
00:07:47 → 00:07:50ไว้งคุณหมอเคยกินมั้ยคะอผมก็เคยกินเล่น
00:07:50 → 00:07:52ที่เราต้องระวังอย่างนึงก็คือว่าถ้าอัน
00:07:52 → 00:07:54ไหนที่มันไม่มี certificate อ่ะอ่าอันนี้
00:07:54 → 00:07:56ยังไม่ค่อยน่าเชื่อถือยกตัวอย่างเช่น
00:07:56 → 00:07:58สมมุติว่าเราจะกิน nmn ตัวนึงของยี่ห้อ
00:07:58 → 00:08:01อะไรสักอย่างนึงก็ไปดูว่ามันมีหน่วยงาน
00:08:01 → 00:08:03อิสระมาตรวจต้องเป็นเราต้องเช็คว่าหน่วย
00:08:03 → 00:08:07งานอิสระนั้นมีตัวตนจริงใช่เออเพราะบางที
00:08:07 → 00:08:10อ่ะไปจ้างมาให้ทำอันนี้ก็โดนอีกนะครับพอ
00:08:10 → 00:08:12ดูเข้าไปก็ต้องดูว่าปริมาณที่เขา
00:08:12 → 00:08:14วิเคราะห์มาเนี่ยมันถูกจริงหรือเปล่า
00:08:14 → 00:08:17เพราะว่าบางทีเขาจะใช้วิธีขี้โกงเช่นเรา
00:08:17 → 00:08:20ตรวจเจอ nmn 99% นะแต่สมมุติว่า nmn
00:08:20 → 00:08:24เม็ดหนของเค้าเนี่ยคือ 500 มกร 99% มัน
00:08:24 → 00:08:27ใช่ 99% ของ 500 มกรหรือเท่าไหร่กันแน่
00:08:27 → 00:08:29สมมุติว่าในในแคปซูลจริงๆมันมี 100
00:08:29 → 00:08:32มิลลิกรัมค่ะมันอาจจะเจอ 99 มิลกรัมก็ได้
00:08:32 → 00:08:34ก็คือไม่ใช่ 500 มิลลิกรัมอย่างที่เขาบอก
00:08:34 → 00:08:36อืดังนั้นเนี่ยถ้าเกิดเขาตรวจมาก็ต้องบอก
00:08:36 → 00:08:39ว่าใน 1 แคปซูลเราเจอทั้งหมด 500
00:08:39 → 00:08:43มิลลิกรัมเป็น nmn 99% ถ้าบอกมาอย่าง
00:08:43 → 00:08:45เงี้ยเชื่อได้แล้วก็ต้องไม่แค่นั้นก็ต้อง
00:08:45 → 00:08:48ดูว่าเขาบอกอีกมว่ามันมีสารเจือปนอะไรม
00:08:48 → 00:08:51เช่นยาฆ่าแมลงเดี๋ยวนี้ยา่าแมลงเป็น
00:08:51 → 00:08:54เรื่องใหญ่มากโลหะหนักต่างๆถ้าเ้าไม่บอก
00:08:54 → 00:08:57ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีแต่เขาไม่ได้ตรวจเรา
00:08:57 → 00:08:59ก็ต้องดูว่าตรวจเมื่อไหร่ด้วยแบตไหนถ้า
00:08:59 → 00:09:01เขาตรวจเมื่อ 5 ปีที่แล้วเขาสร้างแบตใหม่
00:09:01 → 00:09:04ไปแล้วก็ต้องตรวจใหม่อืมันมีข้อดีข้อเสีย
00:09:04 → 00:09:07มคะหมายถึงว่าให้เทียบกันระหว่าง nmn กับ
00:09:07 → 00:09:10nr ครับจริงๆ 2 ตัวนี้เนี่ยถ้าทานเข้าไป
00:09:10 → 00:09:13ด้วยปริมาณที่เขากำหนดน่ะมันไม่ได้ต่าง
00:09:13 → 00:09:16กันขนาดนั้นแต่ตอนเนี้ยเนื่องจากว่าด
00:09:16 → 00:09:18David sinc เขาจะทำให้ nmn เป็นยามันจะ
00:09:18 → 00:09:20ไม่สามารถขายในรูปอาหารเสริมได้ที่
00:09:20 → 00:09:23อเมริกางั้นเราจะเจอแต่ nr ที่อเมริกาถ้า
00:09:23 → 00:09:26nmn มีอ่ะมันก็อาจจะแอบขายก็ได้สต๊อก
00:09:26 → 00:09:30เก่าคุณหมอบอกว่า nmn nr เคเป็นญาติๆกับ
00:09:30 → 00:09:33วิตามิน B3 ใช่มั้ยคะอย่างงี้เรากิน B3
00:09:33 → 00:09:36แทนได้มั้ยคะปัญหามันอยู่ตรงนี้ร่างกาย
00:09:36 → 00:09:38เราจะเป็นคนเลือกเองว่าจะเปลี่ยนแปลง B3
00:09:38 → 00:09:41ไปเป็นอะไรถ้าเค้าเลือกให้ไปเป็น nad ที
00:09:41 → 00:09:43หลังเขาคก็จะค่อยๆเปลี่ยนของเขาไปเองแต่
00:09:43 → 00:09:46ว่าระหว่างทางมันเป็นอย่างอื่นได้ด้วยอื
00:09:46 → 00:09:48มันแปลงไปเป็นอะไรก็ได้ในร่างกายเราที่
00:09:48 → 00:09:51ร่างกายเรากำหนดนะดังนั้นการกินวิตามิน B3
00:09:51 → 00:09:53เข้าไปเนี่ยมันเหมือนเราต้องการเริ่มจาก
00:09:53 → 00:09:56ต้นทางให้มันไปปลายทางให้ได้ซึ่งมันอาจจะ
00:09:56 → 00:09:59ไปทางอื่นก็ได้แต่ถ้าเราเริ่มจาก nr n
00:09:59 → 00:10:01mn nid นี่มันตรงๆมันั้นมันสั้นกว่า
00:10:02 → 00:10:04โอกาสที่มันจะกลายไปเป็น nid ก็มีสูงกว่า
00:10:04 → 00:10:08แล้วอย่างงี้เราสามารถเพิ่มแนตด้วยวิธี
00:10:08 → 00:10:11การธรรมชาติได้มั้ยคุณหมอก็แน่นอนกลับไป
00:10:11 → 00:10:13สู่พื้นฐานออกกำลังกายนี่ช่วยแน่นอนอยู่
00:10:13 → 00:10:17แล้วจริงๆช่วยทุกอย่างเลยอาหารปัจจุบัน
00:10:17 → 00:10:19อาหารที่ดีที่สุดก็คือ Balance Diet อ
00:10:19 → 00:10:22แล้วก็จะเน้นพวกผักอะไรพวกนี้นิดนึงนะ
00:10:22 → 00:10:25ครับแล้วก็การพักผ่อนค่ะเพราะว่าถ้าเรา
00:10:26 → 00:10:28มัวแต่ใช้พลังงานทั้งวันเราไม่พักเลย nid
00:10:28 → 00:10:30มันก็ต้องถูกใช้ไปเรื่อยๆถูกมั้ยครับอื
00:10:30 → 00:10:33เ็นบอกว่า If ก็สามารถเพิ่ม nad ได้หรอคะ
00:10:33 → 00:10:36คุณหมอมันก็มีส่วนคือ If เนี่ยมันเป็นการ
00:10:36 → 00:10:39บอกร่างกายว่าขณะเนี้ยเรากำลังไม่มีพลัง
00:10:39 → 00:10:41งานมาเติมในร่างกายแล้วนะเราอดอาหารอยู่
00:10:41 → 00:10:44ใช่มั้ยครับพอเราไม่มีพลังงานร่างกายมัน
00:10:44 → 00:10:46ก็ต้องพยายามจะเก็บทุกๆอย่างไว้ค่ะมันก็
00:10:47 → 00:10:49จะเกิดกระบวนการต่างๆมากมายในการเก็บสาร
00:10:49 → 00:10:51พวกนี้ 1 ในนั้นก็คือกระบวนการที่เรียก
00:10:51 → 00:10:53ว่า autophagy หรือการีนลงของร่างกายเรา
00:10:54 → 00:10:57นะฮะคือถ้าเกิดว่าเรามีพลังงานมหาศาลเรา
00:10:57 → 00:10:58จะเอามันไปทำอะไรก็ได้เราไม่ต้องกลัวเรา
00:10:58 → 00:11:00ไม่ต้องประหยัดใช้แรกเลยแต่ถ้าเกิดสมมุติ
00:11:00 → 00:11:03ว่าเรามีปริมาณพลังงานจำกัดเนี่ยร่างกาย
00:11:03 → 00:11:05เรามันก็ต้องเอาของเก่ามาใช้เส่นสมมุติ
00:11:05 → 00:11:07ว่าเรามีเซลล์เก่าๆอยู่มันไม่ค่อยทำหน้า
00:11:07 → 00:11:10ที่เราย่อยมันทิ้งไปเลยดีกว่าค่ะหรือเรา
00:11:10 → 00:11:12มีไมโตคอนเดรียซึ่งมันเอาไว้ผลิตพลังงาน
00:11:12 → 00:11:14แต่มันแก่แล้วค่ะเราย่อยมันทิ้งไปเลยแล้ว
00:11:14 → 00:11:17ก็สร้างตัวใหม่ที่มันดีกว่านะครับไอ้แนต
00:11:17 → 00:11:19ก็อยู่ในกระบวนการนี้ทั้งหมดเหมือนกันนะ
00:11:19 → 00:11:20ครับ
00:11:20 → 00:11:23[เพลง]