ยาแก้อักเสบ กับ ยาปฏิชีวนะ มันต่างกันอย่างไร และควรใช้ในกรณีไหนบ้าง

คำถาม:
ยาแก้อักเสบ กับ ยาปฏิชีวนะ มันต่างกันอย่างไร และควรใช้ในกรณีไหนบ้าง?
คำตอบ:
ยาแก้อักเสบคือยาที่ใช้ลดการอักเสบ เช่น อาการปวด บวม แดง จากการบาดเจ็บ เคล็ดขัดยอก หรือกล้ามเนื้ออักเสบ ส่วนยาปฏิชีวนะเป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรค ไม่สามารถใช้รักษาไวรัสได้ ดังนั้นควรใช้เฉพาะเมื่อมีการติดเชื้อแบคทีเรียจริง ๆ และต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์ เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อดื้อยาและผลข้างเคียงที่อาจทำให้เสียชีวิตได้

"อย่าหาทำ กินยาฆ่าเชื้อ แทน ยาแก้อักเสบ" : หมอคุยข่าว :【คุยกับหมออัจจิมา】

คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:01:32อันนี้ตกใจมากเพราะฉะนั้นคุณผู้ชมเราต้องมาแยก
00:01:35ให้ออกว่า
00:01:36แล้วจริงๆยาฆ่าเชื้อกับยาแก้อักเสบเนี้ย
00:01:39มันคนละตัวกันหรอแล้วเราจะกินใน
00:01:41กรณีไหนยังไงบ้างคะคุณหมอ
00:01:43จริงๆแล้วเนี่ยมันคนส่วนใหญ่อาจจะไม่ทราบว่าจริงๆ
00:01:44ยาแก้อักเสบกับยาปฏิชีวนะเนี่ยมัน
00:01:47เป็นคนละตัวกัน
00:01:48ยาแก้อักเสบก็คือลดการอักเสบ
00:01:50ส่วนยาปฏิชีวนะคือยา
00:01:51ฆ่าเชื้อโรค
00:01:53คนละแบบ
00:01:54คนละแบบเพราะฉะนั้นวิธีการใช้มันก็จะไม่เหมือนกัน
00:01:57ทีนี้เวลาเราพูดถึงยาแก้อักเสบจริงๆแล้วก็คือยา
00:01:59ต้านการอักเสบเอาไว้บรรเทาอาหารอักเสบ
00:02:02ถามว่าการอักเสบมีอะไรก็คืออาการ
00:02:04พวกปวด ลด
00:02:06บวม แดงนะ
00:02:07ปวดกล้ามเนื้อ เคล็ด ขัด ยอก
00:02:09ก็คือเป็นอาการพวกนี้นะหรือว่า
00:02:11เป็นพวกเส้นพลิก เอ็นอักเสบ
00:02:13กล้ามเนื้ออักเสบอะไรพวกเนี้ย กลุ่มพวกเนี้ยคือ
00:02:16ต้องใช้ยาแก้อักเสบ
00:02:18แต่ว่ามันคนละตัวกับยา
00:02:20ปฏิชีวนะ
00:02:22ต้องทำความเข้าใจใหม่
00:02:23ซึ่งยาปฏิชีวนะเองมันก็แบ่งไปอีก
00:02:25ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
00:02:27เพื่อฆ่าเชื้อไวรัส
00:02:29มันก็จะเป็นคนละตัวคนละแบบกัน
00:02:34เขาถึงบอกว่าอย่าซื้อยากินเองแบบนี้นี่เอง
00:02:36ใช่ คือหมอว่าอันนี้พอ
00:02:39เราเข้าใจผิด
00:02:40ถ้าเราไม่มีความรู้เราไปร้านขายยาเองเราก็จะบอกว่าโอเค
00:02:44เอายาแก้อักเสบ
00:02:45เขาก็อาจจะ
00:02:46ไปจ่ายยาปฏิชีวนะให้
00:02:49พอเราพูดถึงยาปฏิชีวนะหรือต้านแบคทีเรีย
00:02:51มันก็ไม่ได้ไปต้านไวรัส
00:02:53เพราะงั้นเวลาเป็นอะไรเนี่ยจริงๆหาแพทย์
00:02:55แพทย์เขาก็จะ
00:02:56อ๋อโอเค
00:02:57คุณเป็นโรคนี้คุณต้องใช้อันนี้
00:02:59ถ้าเราไปแบบ
00:03:00เลือกใช้ตัวที่มัน
00:03:02ครอบคลุมเยอะๆ
00:03:03เพราะอันนี้ฉันกินแล้วหาย
00:03:05แต่จริงๆยาที่ครอบคลุมเยอะๆ
00:03:07มันก็ไป
00:03:08ฆ่าหมดเลย
00:03:09ฆ่าเกลี้ยงเลย
00:03:10มันก็จะฆ่าตัวในแถบเดียวของมันไปทั้งหมด
00:03:13มันก็ไปฆ่าแบคทีเรีย
00:03:14ตัวดีของเราไปด้วย
00:03:16งั้นกลายเป็นว่ามันฆ่า
00:03:17ทั้งแบคทีเรียก่อโรคและแบคทีเรียตัวดี
00:03:20งั้นในลำไส้เราก็จะขาด
00:03:21แบคทีเรียตัวดีมันทำให้คนสมัยเนี้ยคุณแนน
00:03:24เป็นโรคเกี่ยวกับลำไส้กันเยอะมาก
00:03:27แล้วบางทีเนี่ย
00:03:28การที่กินยาพร่ำเพรื่อของเรา
00:03:30มันส่งผลทำให้เชื้อมันดื้อยา
00:03:32มันพัฒนาไปเรื่อยคุณแนน
00:03:34เลยทำให้เราต้องมียา
00:03:36ที่ไฮที่สูงขึ้นเรื่อยๆ
00:03:38จนกระทั่งถึงจุดที่
00:03:40เราไม่สามารถจะมียารักษาก็มี
00:03:43เหมือนในข่าวที่คุณหมอบอก
00:03:44แล้วก็
00:03:45เกิดเชื้อดื้อยา
00:03:47แล้วเอาไม่อยู่
00:03:48แล้วก็เสียชีวิต
00:03:49นอกจากนี้ก็
00:03:50ยังทำให้แพ้ยาได้
00:03:52เพราะฉะนั้นแล้วนะคะ
00:03:53เป็นอุทาหรณ์สอนใจทุกๆครั้งเลยไม่ว่า
00:03:55จะเป็นโรคอะไร จะเล็กน้อย
00:03:58ยิ่งโรคใหญ่ๆยากๆหรือหนักๆต้องพบแพทย์อยู่แล้ว
00:04:01เราก็จะได้
00:04:02หายจากโรคนั้นแบบไม่มีผลข้างเคียง
00:04:04ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอันตรายถึง
00:04:06ขั้นเสียชีวิตได้ระยะยาวแบบนี้นะคะ
00:04:09ฝากเอาไว้วันนี้เราทำความเข้าใจแล้วนะว่า
00:04:10ยาแก้อักเสบกับยาปฏิชีวนะ
00:04:13คนละตัวกัน
00:04:13ใช้ไม่เหมือนกันและไม่ควร
00:04:15ซื้อรับประทานเองนะคะ