00:00:00 → 00:00:03สวัสดีครับวันนี้ผมจะพาทุกคนมารู้เท่าทัน
00:00:03 → 00:00:07กับสิ่งเสพติดอย่างหนึ่งที่เรียกว่าleน
00:00:07 → 00:00:10ตัวนี้นะครับเป็นที่ยอดนิยมในหมู่วัยรุ่น
00:00:10 → 00:00:12แล้วก็นักเที่ยวจำนวนมากเลยนะครับและวัน
00:00:12 → 00:00:16นี้ครับผมจะมาอธิบายให้ฟังว่ามันคืออะไร
00:00:16 → 00:00:19กันแน่มันมาจากไหนทำไมมันกลายเป็นสิ่งที่
00:00:19 → 00:00:22ยอดฮิตในหมู่วัยรุ่นและนักเที่ยวมันมี
00:00:22 → 00:00:25อันตรายอย่างไรและเราที่เป็นผู้ใหญ่เนี่ย
00:00:25 → 00:00:27จะต้องรู้เท่าทันเรื่องไหนบ้างเดี๋ยวจะ
00:00:27 → 00:00:29เล่าให้ฟังนะครับพบกับผมนะครับนายแพทย์
00:00:29 → 00:00:31แพทย์ธนีธนียวเป็นอาจารย์แพทย์อยู่ที่
00:00:31 → 00:00:33ประเทศสหรัฐอเมริกาเชี่ยวชาญโรคปอดการ
00:00:33 → 00:00:37ปลูกถ่ายปอดและวิกฤตบำบัดนะครับผมเคยทำ
00:00:37 → 00:00:42คลิปเรื่องยาโปรและยาให้ฟังไปรอบนึงแล้ว
00:00:42 → 00:00:46นะครับวันนี้เนี่ยก็จะมาแนะนำแล้วให้เรา
00:00:46 → 00:00:48รู้เท่าทันกับสิ่งเสพติดอีกอย่างหนึ่งที่
00:00:48 → 00:00:51วัยรุ่นชอบใช้กันนะครับและเหมือนกับคลิป
00:00:51 → 00:00:55ที่แล้วครับผมจะต้องบอกว่ายาลิ้นยาเนี้ย
00:00:55 → 00:00:59มันเป็นยาที่มีความอันตรายนะครับและถ้า
00:00:59 → 00:01:02ใครใช้อยู่นะฮะถึงแม้ว่าคุณจะบอกว่าคุณ
00:01:02 → 00:01:04ไม่เห็นเป็นอะไรเลยใช้มาตั้งนานแล้วร่าง
00:01:04 → 00:01:07กายก็ปกติแข็งแรงดีนะครับต้องบอกอย่างงี้
00:01:07 → 00:01:10ครับคุณไม่เคยไปตรวจร่างกายคุณจะรู้ได้
00:01:10 → 00:01:12ยังไงว่ามันแข็งแรงใช่มั้ฮะหรือบางคนมี
00:01:12 → 00:01:15ปัญหาร่างกายไปแล้วแต่ก็ยังไม่ยอมรับนะ
00:01:15 → 00:01:17ครับถ้าคุณอยากจะรู้ว่าคุณติดหรือเปล่า
00:01:17 → 00:01:20คุณมีปัญหาร่างกายหรือยังคุณลองหยุดมันไป
00:01:20 → 00:01:21สักอาทิตย์นึงสิครับแล้วดูซิว่าคุณจะมี
00:01:21 → 00:01:24ปัญหามั้ยถ้าคุณหยุดไปแล้วคุณไม่มีปัญหา
00:01:24 → 00:01:27อะไรเลยร่างกายสบายออกแรงได้นอนหลับดี
00:01:27 → 00:01:29อารมณ์ปกติทำงานได้ทุกอย่างนะครับก็แปล
00:01:30 → 00:01:31ว่าโอเคคุณไม่ได้ติดแต่ถ้าคุณไม่ได้เป็น
00:01:31 → 00:01:34อย่างนั้นแล้วหยุดไปแป๊บเดียวโอโหรู้สึก
00:01:34 → 00:01:36หงุดหงิดงุ่นง่าเลยทีเดียวนะครับนั่นก็
00:01:36 → 00:01:38แปลว่าคุณติดยาเข้าแล้วล่ะครับแล้วมันก็
00:01:38 → 00:01:41มีผลต่อร่างกายแล้วทีเดียวงั้นผมท้านะ
00:01:41 → 00:01:44ครับถ้าคุณกล้าคุณแน่จริงคุณจุดมันให้ได้
00:01:44 → 00:01:45นะ
00:01:45 → 00:01:48ครับเรามาเริ่มเข้า
00:01:48 → 00:01:52ถึงเรื่องที่มาที่ไปของยาีนดีกว่านะครับ
00:01:52 → 00:01:57ีนเนี่ยนะฮะมันเป็นสิ่งเสพติดอย่างหนึ่ง
00:01:57 → 00:02:01ที่คนคิดเนี่ยนะครับเค้าพยายามที่จะเอายา
00:02:01 → 00:02:04ที่หาได้ง่ายๆที่มันถูกกฎหมายที่หมอสั่ง
00:02:04 → 00:02:08ได้เนี่ยมาผสมกันเพื่อที่จะใช้เสพให้ได้
00:02:08 → 00:02:12ความมึนเมาโดยที่เขาจะได้ไม่ต้องไปเอา
00:02:12 → 00:02:16สิ่งเสพติดที่มันผิดกฎหมายมาใช้ครับและ
00:02:16 → 00:02:19การที่เขาทำแบบเนี้ยมันได้ความคิดที่เข้า
00:02:19 → 00:02:22ข้างตัวเอง 2 อย่างนะครับอย่างแรกมันไม่
00:02:22 → 00:02:25ใช่ยาเสพติดนี่แล้วมันก็เป็นยาที่หมอสั่ง
00:02:25 → 00:02:27จ่ายได้แปลว่ามันต้องเป็นยาที่ปลอดภัย
00:02:27 → 00:02:30เปล่าครับคุณใช้ปริมาณมากมันไม่ปลอดภัย
00:02:30 → 00:02:33ครับบางทีปริมาณที่ใช้เนี่ยสูงกว่าที่หมอ
00:02:33 → 00:02:36สั่งจ่าย 10 20 บางที 30 เท่าเลยทีเดียว
00:02:36 → 00:02:39นะครับก็จะเปิดอันตรายได้นะ
00:02:39 → 00:02:44ครับและที่มากไปกว่านั้นนะครับก็จะคิดว่า
00:02:44 → 00:02:47เออนอกเหนือจากมันไม่อันตรายแล้วเนี่ยนะ
00:02:47 → 00:02:51ฮะมันยังเป็นสิ่งที่ไม่ผิดกฎหมายอย่าง
00:02:51 → 00:02:54งั้นเราก็ไม่ต้องกังวลความอันตรายร้ายแรง
00:02:54 → 00:02:56ของมันไม่ได้เท่ากับสิ่งเสพติดอย่างงั้น
00:02:56 → 00:02:59ก็แปลว่าเราใช้ได้ซึ่งเป็นการหลอกตัวเอง
00:02:59 → 00:03:02อย่างยิ่งเลยครับนะดังนั้นแล้วเนี่ยไม่
00:03:03 → 00:03:06ควรใช้เป็นอย่างยิ่งีนนะครับที่มาของ
00:03:06 → 00:03:09เขา้าเนี่ยมาจากอเมริกาครับมาจากกลุ่ม
00:03:09 → 00:03:13แรปเปอร์กลุ่มคนดำแล้วก็นักกีฬานะครับโดย
00:03:13 → 00:03:16เขาจะเอาส่วนผสมหลักๆในนั้นก็คือยาแก้ไอ
00:03:16 → 00:03:19ตัวนึงชื่อว่าโคดีนนะครับหรือคนไทยเรา
00:03:19 → 00:03:22เรียกว่าโคเดอีนนั่นเองเวลาไปเรียกภาษา
00:03:22 → 00:03:24อังกฤษเนี่ยอ่าเราอาจจะไม่คุ้นเคยนะครับ
00:03:24 → 00:03:27มันต้องเรียกว่าโคenไม่ใช่โคดอินนะครับ
00:03:27 → 00:03:29แต่ว่าผมจะเรียกว่าเป็นโคเดอีนแล้วกัน
00:03:29 → 00:03:31เพื่อให้คนที่มาฟังเนี่ยเข้าใจได้ง่าย
00:03:31 → 00:03:34แล้วก็เข้าใจตรงกันนะครับตัวนึงในนั้นใน
00:03:34 → 00:03:37ก็จะเป็นโคดอีนนะครับอีกตัวนึงคือโมทาซีน
00:03:37 → 00:03:41ซึ่งจริงๆผมเคยพูดไปแล้วในตอนยาโปรกับ
00:03:41 → 00:03:43trราamalนะครับถ้าใครจำไม่ได้ลองย้อนกลับ
00:03:43 → 00:03:46ไปฟังดูแล้วเค้าก็จะเอา 2 ตัวเนี้ยผสมกับ
00:03:46 → 00:03:51ตัวโซดานะครับน้ำอัดลมต่างๆหรืออาจจะมี
00:03:51 → 00:03:54การใส่ลูกอมอะไรหวานๆเข้าไปในนั้นนะครับ
00:03:54 → 00:03:58ได้เป็นเครื่องดื่มที่มีรสชาติหอมหวาน
00:03:58 → 00:04:01อร่อยดื่มเข้าไปแล้วรู้สึกมึนเมามีความ
00:04:01 → 00:04:05สุขนะครับรู้สึกผ่อนคลายก็เลยเป็นที่มา
00:04:05 → 00:04:09ของการที่เค้าทำยาตัวนี้ขึ้นมานะครับดัง
00:04:09 → 00:04:13นั้นแล้วเนี่ยรสชาติอร่อยสีที่ดึงดูดแถม
00:04:14 → 00:04:18มันยังมีคนที่วัยรุ่นเนี่ยถือเป็นไอดอล
00:04:18 → 00:04:21เป็นต้นแบบอย่างนักกีฬาแรปเปอร์ต่างๆ
00:04:21 → 00:04:23เนี่ยนะครับเป็นคนที่เอาเรื่องนี้ออกมา
00:04:23 → 00:04:27พูดออกมาโปรโมทบางกีเขียนไว้ในเพลงของตัว
00:04:27 → 00:04:29เองเลยมันก็เลยยิ่งทำให้คนเนี่ยติดกัน
00:04:29 → 00:04:33ง่ายเข้าไปใหญ่เลยนะครับอ่านี่คือนี่คือ
00:04:33 → 00:04:36ปัญหาของมันทำไมคนมันถึงติดง่ายคำว่า
00:04:36 → 00:04:39leanนเนี่ยเออมันมาจากไหนนะครับ L E A
00:04:39 → 00:04:42NE เนี่ยนะครับมันไม่ได้แปลว่าร่างกาย
00:04:42 → 00:04:44ของเราผอมมันไม่ใช่แบบนั้นนะครับไม่ได้
00:04:44 → 00:04:49ใช้แล้วผอมนะแต่ีนในที่เนี้ยมันแปลว่าตัว
00:04:49 → 00:04:52ของเราเนี่ยมันเอนเอนพิงไปด้านใดด้าน
00:04:52 → 00:04:54หนึ่งนะครับ
00:04:54 → 00:04:58คือเวลาที่เรากินยาพวกนี้เข้าไปจนถึงขนาด
00:04:58 → 00:05:00หนึ่งแล้วเนี่ยมันจะกดการทำงานของสมองเรา
00:05:00 → 00:05:03ทำให้เราเนี่ยสะลึมสะลือนะครับแล้วก็
00:05:03 → 00:05:06โงนเงี้ไปด้านใดด้านหนึ่งนะครับถ้าใครจำ
00:05:06 → 00:05:09คลิปเรื่องของ fentanil ที่ผมเคยทำไปได้
00:05:09 → 00:05:12เนี่ยนะครับและเนanilเนี่ยมันทำให้คนกลาย
00:05:12 → 00:05:15ไปเป็นซอมบี้ได้เหตุผลเดียวกันเลยครับ
00:05:15 → 00:05:17นั่นแหละมันทำให้เราอยู่ในภาวะครึ่งหลับ
00:05:17 → 00:05:20เครื่องตื่นตัวเราก็จะเอนไปด้านใดด้าน
00:05:20 → 00:05:23หนึ่งแบบนั้นนะฮะนี่คือที่มาของคำว่า
00:05:23 → 00:05:27leanนแต่มันก็มีคำศัพท์คำอื่นที่เขาใช้
00:05:27 → 00:05:30เรียกยาตัวนี้เช่น Purple Drank นะครับ
00:05:30 → 00:05:33เพราะว่าตัวน้ำที่ผสมออกมามันเป็นสีม่วง
00:05:33 → 00:05:35นะครับเออมันเป็นสีม่วงไอ้ตัวดังเดิมแหละ
00:05:36 → 00:05:37แต่ว่าเดี๋ยวนี้ก็อาจจะมีการผสมให้มัน
00:05:37 → 00:05:39เป็นสีอื่นก็ได้นะครับแต่ Purple Drank
00:05:39 → 00:05:43เนี่ยคือชื่อของตัว Le นั่นเองบางคนจะได้
00:05:43 → 00:05:46ยินที่อเมริกามีชื่อว่า Scisserb นะครับ
00:05:46 → 00:05:48Sciss ตัวนี้ก็จะเป็นอีกตัวนึงที่เป็น
00:05:48 → 00:05:52ชื่อของมันแล้วก็มีเอิ่ม Purple Tonic
00:05:52 → 00:05:54หรืออะไรพวกเนะครับคืออะไรที่มันสีม่วงๆ
00:05:54 → 00:05:56เนี่ยก็จะเป็นเรื่องนี้เหมือนกันนะฮะใน
00:05:56 → 00:05:58หมู่วัยรุ่นไทยบางคนก็จะเรียกว่าleนบางคน
00:05:58 → 00:06:01ก็อาจจะเรียกว่าม่วงนะครับหรือดื่มม่วงนะ
00:06:02 → 00:06:03เอาจจะเป็นตัวนี้ก็ได้นะ
00:06:03 → 00:06:07ครับปัญหาของมันอยู่ที่ไหนขอเริ่มเป็นตัว
00:06:07 → 00:06:11ๆก่อนนะครับคือต้องบอกอย่างี้ว่าีนเนี่ย
00:06:12 → 00:06:14หลักๆตัวที่อันตรายของมันนะครับข้อแรกขอ
00:06:14 → 00:06:16เริ่มที่โคดีนก่อนที่อยู่ในนั้นโคเดอีน
00:06:16 → 00:06:19ตัวเนี้ยโคเดอีนเนี่ยมันเป็นอนุพันธ์ของ
00:06:19 → 00:06:22ฝิ่นชนิดหนึ่งเวลามันเข้าไปในร่างกายของ
00:06:22 → 00:06:25เราแล้วเนี่ยนะครับมันจะทอกมันจะเจอพวก
00:06:25 → 00:06:28เอนไซม์ในตับเนี่ยเปลี่ยนให้มันกลายไป
00:06:28 → 00:06:31เป็นมอร์ฟีนเออโคดินเนี่ยถูกเปลี่ยนไป
00:06:31 → 00:06:35เป็นมอร์ฟีนครับแล้วมรฟีนตัวเนี้ยมันมี
00:06:36 → 00:06:39ฤทธิ์ในการกดประสาททำให้เราง่วงเหงาหาว
00:06:39 → 00:06:44นอนนะครับกดสูญหายใจกดการทำงานของหัวใจนะ
00:06:44 → 00:06:47ครับและมันไปทำให้เราไม่รู้สึกเจ็บรู้สึก
00:06:47 → 00:06:50ปวดใดอย่างใดนะครับก็เลยทำให้เรารู้สึก
00:06:50 → 00:06:54มึนเมาง่วงนอนผ่อนคลายไม่รู้สึกเจ็บรู้
00:06:54 → 00:06:57สึกปวดแล้วถ้าเกิดกินเยอะเกินไปหัวใจหยุด
00:06:57 → 00:07:01เต้นหายใจไม่ได้เสียชีวิตนะครับนี่คือตัว
00:07:01 → 00:07:05โคดีนและซ้ำร้ายไปกว่านั้นครับเอนไซม์ที่
00:07:05 → 00:07:08ตับที่เมื่อกี้ผมพูดเนี่ยมันคือตัวที่
00:07:08 → 00:07:11ชื่อว่าไซโตโครมนะครับเออมันจะมีบางคนที่
00:07:11 → 00:07:15มีความผิดปกติที่ทำให้เอนไซม์ตัวเนี้ยมัน
00:07:15 → 00:07:18ทำหน้าที่ดีเกินไปมันก็เลยสามารถเปลี่ยน
00:07:18 → 00:07:21โคดอีนเนี่ยกลายไปเป็นมอร์ฟินได้เร็วมากๆ
00:07:21 → 00:07:25เลยนะครับถ้าเป็นแบบนั้นคนที่ดื่มเข้าไป
00:07:25 → 00:07:27แม้เพียงนิดเดียวนะครับก็จะได้ผลของ
00:07:27 → 00:07:31โคเดอินแบบรุนแรงมากๆก็จะเกิดอาการกด
00:07:31 → 00:07:33ประสาทอย่างรุนแรงและอาจจะถึงขั้นเสีย
00:07:33 → 00:07:37ชีวิตเลยก็ได้นะครับไม่เพียงแค่นั้นครับ
00:07:37 → 00:07:39ในช่วงที่เรามึนเมาโดนกรดประสาทอยู่เนี่ย
00:07:39 → 00:07:43บางคนมีอาการคลื่นไส้อาเจียนแล้วเป็นยัง
00:07:43 → 00:07:44ไง
00:07:44 → 00:07:47ครับอาเจียนมันขึ้นมาตรงนี้แล้วมันลงไปใน
00:07:47 → 00:07:50ปอดครับปอดอักเสบได้นะฮะอันนี้คือสิ่งที่
00:07:50 → 00:07:52เราเจอโดยเฉพาะบางคนมึนมันเมาๆแล้วไม่รู้
00:07:52 → 00:07:55ตัวนะครับก็กลายเป็นแบบนั้นได้นะครับนี่
00:07:55 → 00:07:56คือตัว
00:07:56 → 00:07:59โคดีอีนอีกตัวนึงซึ่งอยู่ในนั้นคือ
00:07:59 → 00:08:01โมเมตาซีนโมเมตาซีนเนี่ยมันเป็นยากลุ่ม
00:08:01 → 00:08:04แอนตี้ฮิสตามีนคือโดยทั่วไปเป็นยาแก้แพ้
00:08:04 → 00:08:07เอาไว้ลดอาการอาเจียนนะครับแต่ถ้าเกิดว่า
00:08:08 → 00:08:11กินในขนาดสูงเนี่ยนะฮะมันจะมีผลอย่างอื่น
00:08:11 → 00:08:13ตามมาด้วยข้อแรกคือยาพวกเนี้ยกินแล้วมัน
00:08:13 → 00:08:16ง่วงนอนมันมึนเมานะครับแต่ถ้าขนาดสูงมัน
00:08:16 → 00:08:21จะมีผลที่เรียกว่าanิcolคinจicนะครับพวก
00:08:21 → 00:08:23นี้เนี่ยจะจะทำให้เราปากแห้งคอแห้ง
00:08:23 → 00:08:26ปัสสาวะไม่ออกนะครับเออบางคนถ้าคนไหน
00:08:27 → 00:08:29เสี่ยงเป็นต้อหินตาก็จะกลายไปเป็นต้อหิน
00:08:29 → 00:08:31เลยนะครับปวดตาแล้วก็อาจจะตาบอดได้ถ้า
00:08:31 → 00:08:35รักษาไม่ทันนะครับมันยังทำให้ตัวของเรา
00:08:35 → 00:08:37เนี่ยมีอุณหภูมิสูงขึ้นตัวร้อนขึ้นแล้ว
00:08:37 → 00:08:40บางคนชักได้นะครับโดยเฉพาะถ้ากินเข้าไป
00:08:40 → 00:08:43ขนาดสูงนะนี่คือตัวปัญหาของ
00:08:43 → 00:08:47โปรตาซีนนะครับเอา 2 อย่างนี้มาผสมกัน
00:08:47 → 00:08:50แล้วเกิดอะไรขึ้นผลที่มันเสริมฤทธิ์กัน
00:08:50 → 00:08:52คือผลด้านการกดประสาทครับกฎการหายใจแล้ว
00:08:52 → 00:08:56บางคนชักได้ต่างหากนะปัสสาวะไม่ออกอีกนะ
00:08:56 → 00:08:59มีอีกหลายอย่างเลยที่มันมากับพวกนี้ซึ่ง
00:08:59 → 00:09:02อันเนี้ยถือว่าเป็นอันตรายอย่างมากแล้ว
00:09:02 → 00:09:06ไม่เพียงแค่นั้นครับมันยังผสมของที่มันมี
00:09:06 → 00:09:08รสหวานเข้าไปในนั้นทำให้วัยรุ่นเนี่ยชอบ
00:09:08 → 00:09:10ที่จะดื่มเพราะมันอร่อยนะครับบางคนผสม
00:09:11 → 00:09:14แอลกอฮอล์ก็ยิ่งกดประสาทเข้าไปใหญ่การผสม
00:09:14 → 00:09:16ของที่มันหวานเข้าไปในนั้นเนี่ยนะฮะจะมี
00:09:16 → 00:09:20บางคนมีฟันผุได้ง่ายมากเลยคนที่ใช้ีน
00:09:20 → 00:09:23เนี่ยนะครับฟันผุง่ายมากเหตุผลมีหลาย
00:09:23 → 00:09:25อย่างอย่างแรกนะครับคือคนที่ใช้ยาเสพติด
00:09:25 → 00:09:28พวกเนี้จะไม่ค่อยดูแลตัวเองแล้วครับนะจะ
00:09:28 → 00:09:31ไม่ค่อยดูแลตัวเองฟันก็ไม่แปลงน้ำก็ไม่
00:09:31 → 00:09:34อาบนะครับไม่เพียงแค่นั้นของที่มันหวานๆ
00:09:34 → 00:09:37ที่มันอยู่ในลีนเนี่ยนะครับมันก็ทำให้ฟัน
00:09:37 → 00:09:40ของเราเนี่ยผุได้ง่ายและโพเมตาซินเมื่อ
00:09:40 → 00:09:44ตะกี้นี้มันทำให้ปากแห้งครับปากแห้งไม่มี
00:09:44 → 00:09:47น้ำลายพอไม่มีน้ำลายปุ๊บเนี่ยฟันมันจะผุ
00:09:47 → 00:09:50ง่ายเพราะว่าโดยทั่วไปในน้ำลายเนี่ยมันจะ
00:09:50 → 00:09:53มีสารที่เอาไว้ต้านแบคทีเรียแล้วก็มี
00:09:53 → 00:09:55เกลือแร่ต่างๆมีพวกอ่ามีแคลเซียมมีอะไร
00:09:55 → 00:09:57อยู่ในนั้นที่ทำให้ฟันเนี่ยมันก็ไม่ค่อย
00:09:57 → 00:10:00ผุแต่ถ้าเกิดว่าไม่มีน้ำลายแล้วล่ะก็มัน
00:10:00 → 00:10:03ก็จะทำให้ฟันผุได้ง่ายขึ้นดังนั้นจริงๆ
00:10:03 → 00:10:06เนี่ยนะครับคนไหนที่กินแอนตี้ฮีสตามีนไม่
00:10:06 → 00:10:09ว่าตัวไหนก็แล้วแต่โดยเฉพาะแอนฮิสตามีน
00:10:09 → 00:10:12generation 1 เช่นคลอเฟenนนะครับหรือ
00:10:12 → 00:10:15โปรเฟนซิเอ่อตัวยาโปรตัวนี้นะครับ
00:10:15 → 00:10:18โปรมตาซีนตัวเนี้ยถ้ามันมีปากแห้งบ่อยๆ
00:10:18 → 00:10:20บางคนก็จะมีอาการฟันผุได้ง่ายอันนี้ก็
00:10:20 → 00:10:22ต้องไปดูด้วยนะครับว่าเรากินยาพวกนั้น
00:10:22 → 00:10:24อยู่หรือเปล่านะครับอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำ
00:10:24 → 00:10:27ให้เราฟันผูกก็ได้นะครับว่าบางคนบอกโอ๊
00:10:27 → 00:10:29แปลงฟันดีแล้วทำไมมันผูกจังอาจจะต้องไปดู
00:10:29 → 00:10:32ตรงนี้หน่อยว่ายาที่เรากินมันไปทำให้เรา
00:10:32 → 00:10:36ไม่มีน้ำลายหรือเปล่านะครับดังนั้นที่เรา
00:10:36 → 00:10:40เจอก็คือ 1 มีการกดประสาทนะฮะกดการหายใจ
00:10:40 → 00:10:46กดหัวใจจากตัวโคดีนนะครับคนที่มีกิน
00:10:46 → 00:10:48โปรไมตาซินเข้าไปสูงๆมีอุณหภูมิในร่างกาย
00:10:48 → 00:10:52สูงขึ้นมีอาการชักได้กดประสาทได้ฟันก็
00:10:52 → 00:10:55เสียฟันผุได้ง่ายๆนะครับและพวกเนี้ยใช้ไป
00:10:55 → 00:10:57นานๆแน่นอนครับติดเพราะว่าอย่าลืมโคดีน
00:10:57 → 00:11:00คือมันแปลงร่างไปเป็นมอร์ฟินในร่างกาย
00:11:00 → 00:11:03ซึ่งพวกเนี้ยจะทำให้เราติดได้ง่ายมากๆเลย
00:11:03 → 00:11:06นะครับแล้วพอติดระยะยาวปุ๊บมันก็จะส่งผล
00:11:06 → 00:11:10เลยนะครับระบบประสาทของเราเนี่ยนะฮะถ้า
00:11:10 → 00:11:13เจออนุพันธ์ของฝิ่นโคดีนมอร์ฟินพวกนี้
00:11:13 → 00:11:16เข้าไปเรื่อยๆนะครับมันจะทำให้สมองของเรา
00:11:16 → 00:11:19เสียถาวรความคิดก็จะช้านะนะครับสมาธิก็
00:11:19 → 00:11:21ไม่มีถึงแม้เราจะเลิกไปแล้วเราก็ยังไม่
00:11:21 → 00:11:24คอยปกตินะครับบางทีเราจะเป็นคนที่มี
00:11:25 → 00:11:27อารมณ์ซึมเศร้ามีอารมณ์วิตกกังวลพวกนี้
00:11:27 → 00:11:29ได้ง่ายๆนะครับนอกเหนือจากนี้พวก
00:11:29 → 00:11:33โปรเมตาซีนน่ะกินเยอะๆเกิดอาการหลอนนะ
00:11:33 → 00:11:36หลอนได้เลยเห็นผีเห็นอะไรขึ้นมาอย่าง
00:11:36 → 00:11:38เงี้ยนะครับหรือบางทีได้กลิ่นที่ไม่ควรจะ
00:11:38 → 00:11:40ได้กลิ่นมีความรู้สึกตามตัวที่มันไม่ควร
00:11:40 → 00:11:43จะมีความรู้สึกมีหูแว่วมีภาพอะไรอย่าง
00:11:43 → 00:11:46เงี้ยนะฮะคือมันรวมๆแล้วมันทำให้เรากลาย
00:11:46 → 00:11:50เป็นคนที่มีปัญหาขึ้นมาหลายอย่างเลยทั้ง
00:11:50 → 00:11:53ด้านร่างกายและจิตใจนะ
00:11:53 → 00:11:57ครับโคดีนตัวนี้เนี่ยนะที่อยู่ในตัวยาลีน
00:11:57 → 00:12:01เนี่ยคุณกินเข้าไปเรื่อยๆไม่ใช่แค่สมอง
00:12:01 → 00:12:05ที่มีปัญหานะครับระบบสืบพันธุ์ก็มีปัญหา
00:12:05 → 00:12:08เออระบบสืบพันธุ์ก็มีปัญหาคุณอาจ
00:12:08 → 00:12:12จะไม่มีอารมณ์ทางเพศหรือบางคนมีแต่ว่านก
00:12:12 → 00:12:16เข่ามันไม่ขันแล้วหรืออาจจะมีลูกยากไม่
00:12:16 → 00:12:18ได้แปลว่าทุกคนจะต้องเป็นนะครับแต่ว่าถ้า
00:12:18 → 00:12:21ใช้มาเป็นระยะเวลานานๆเนี่ยก็จะมีแบบนี้
00:12:22 → 00:12:25การนอนหลับก็จะผิดปกติไปหมดเลยนะครับคือ
00:12:25 → 00:12:27พวกเนี้ยจะมีวิจะมีการหยุดหายใจในขณะหลับ
00:12:27 → 00:12:30แบบพิเศษที่เราเรียกว่า Central apne นะ
00:12:30 → 00:12:32ครับคือสมองมันไม่สั่งให้หายใจอ่ะเพราะ
00:12:32 → 00:12:35ว่ายาพวกนี้มันไปกดเอาไว้นะครับคุณอาจจะ
00:12:35 → 00:12:38เสียชีวิตเพราะเหตุนั้นเลยก็ได้นะครับนะ
00:12:38 → 00:12:40ดังนั้นอันนี้เป็นสิ่งที่น่ากังวลมากๆของ
00:12:40 → 00:12:44ยาีนนะฮะยังไม่จบแค่นั้นครับเดี๋ยวนี้
00:12:44 → 00:12:47เนี่ยโคดีนเนี่ยมันเป็นยาในกลุ่มที่หมอ
00:12:47 → 00:12:51ต้องเป็นคนสั่งดังนั้นแล้วเนี่ยหาลำบาก
00:12:51 → 00:12:55ขึ้นมันก็เลยจะมีวัยรุ่นที่เขาหัวใสไปหา
00:12:55 → 00:12:58วิธีอื่นนะครับก็คือใช้ยาแก้ไออีกตัวนึง
00:12:58 → 00:13:00ชื่อว่า Dextrometr Fan ตัวเนี้ยหาซื้อ
00:13:00 → 00:13:03ได้ทั่วไปเลยฮะแต่เค้าก็จะไปซื้อมาไม่ได้
00:13:03 → 00:13:06เพื่อแก้ไอครับเพื่อเอามาเมานะครับต้อง
00:13:06 → 00:13:09บอกว่ายาตัวเนี้ยจริงๆมันปลอดภัยถ้าเรา
00:13:09 → 00:13:13ใช้ในขนาดที่ใช้ในการแก้ไอธรรมดาแต่วัย
00:13:13 → 00:13:15รุ่นพวกนี้ครับมันก็จะเอายาdextrometแฟน
00:13:15 → 00:13:18เนี่ยมาใส่เข้าไปอย่างเยอะเลยนะครับ 10
00:13:18 → 00:13:22เท่าบ้าง 30 เท่าบ้างของที่เราใช้ปกติใน
00:13:22 → 00:13:24ทางการแพทย์พอเอาใส่เข้าไปเยอะๆอย่าง
00:13:24 → 00:13:27เงี้ยแล้วอีกตัวนึงโปรตาซีนสมมุติหาไม่
00:13:27 → 00:13:29ได้ปุ๊บเค้าก็ไปเอายาแอนตี้ฮิสตามินตัว
00:13:29 → 00:13:32อื่นเหมือนๆกันเช่นยาคลอเฟนามีน CPM ที่
00:13:32 → 00:13:35เราหาได้นะครับหรือดรามามีนอะไรอย่าง
00:13:35 → 00:13:38เงี้ยเอา 2 ตัวเนี้ยมารวมกันเป็นวิธี
00:13:38 → 00:13:41creครateแบบใหม่นะฮะเอามันมารวมกันแล้ว
00:13:41 → 00:13:44เกิดอะไรขึ้นนะครับกลุ่มแอนตี้ฮิสตามีนก็
00:13:44 → 00:13:46คล้ายกับกลุ่มโปรตาซินเมื่อตะกี้ที่พูดไป
00:13:46 → 00:13:49นะครับคือมันจะทำให้มีอาการง่วงเหงาเหา
00:13:49 → 00:13:52นอนนะครับแล้วก็บางคนเนี่ยมันจะไม่ง่วงนะ
00:13:52 → 00:13:55มันจะได้ผลตรงกันข้ามคือมันจะตื่นมันจะมี
00:13:55 → 00:13:57การกระตุ้นประสาทนะครับแล้วก็อาจจะมี
00:13:57 → 00:14:01อาการหลอนบางคนเยอะไปก็มีอาการชักนะครับ
00:14:01 → 00:14:04เออได้แต่ตัวDexrometrแฟนตัวนี้เป็นตัว
00:14:04 → 00:14:07พิเศษนะครับเพราะตัวมันเองเนี่ยมันมีความ
00:14:07 → 00:14:10คล้ายกับพวกฝิ่นพวกมอรฟินอยู่บ้างนะครับ
00:14:10 → 00:14:12แต่ว่าฤทธิ์ของมันเนี่ยจะไม่เหมือนกันเลย
00:14:12 → 00:14:15นะครับโดยทั่วไปถ้ากินในขนาดปกติยาแก้ไอ
00:14:15 → 00:14:18ไอธรรมดาเนี่ยไม่ได้มีปัญหาอะไรแต่ถ้าเรา
00:14:18 → 00:14:21กินเข้าไปขนาดเยอะๆแล้วเนี่ยมันจะเริ่มมี
00:14:21 → 00:14:24ผลคล้ายๆกับฝิ่นแล้วนะครับก็คือคุณอาจจะ
00:14:24 → 00:14:28มีอาการรู้สึกเออผ่อนคลายง่วงเหงาหาวนอน
00:14:28 → 00:14:32นะครับแล้วก็กดการหายใจได้แต่ว่า
00:14:32 → 00:14:34Dexrometrแฟนน่ะมันไม่ได้แค่นั้นมันมี
00:14:34 → 00:14:39อย่างอื่นอีกนั่นก็คือตัวมันนะครับสามารถ
00:14:39 → 00:14:43ทำให้ซีโรโทนินในสมองเนี่ยสูงขึ้นได้และ
00:14:43 → 00:14:46ซีโรโทนินในสมองถ้าสูงขึ้นมากๆนะก็มันจะ
00:14:46 → 00:14:49เกิดภาวะหนึ่งเรียกว่าซีโรทonin syndrome
00:14:49 → 00:14:52แล้วภาวะนี้นะครับเสียชีวิตได้โดยคนที่
00:14:52 → 00:14:54เกิดซีโรทonนิน syndrome เนี่ยหลังจาก
00:14:54 → 00:14:57ดื่มีนที่มันผสมด้วยไอ้Dexกalฟนเข้าไป
00:14:57 → 00:15:00เยอะๆเนี่ยนะครับมันจะมีอาการตัวร้อนทั้ง
00:15:00 → 00:15:03ตัวเลยนะครับตัวแดงร้อนนะครับกล้ามเนื้อ
00:15:03 → 00:15:06แข็งเกร็งนะครับแข็งเกร็งมากๆจนกระทั่ง
00:15:06 → 00:15:08เกิดกล้ามเนื้อสลายแล้วบางคนไตวายเพราะ
00:15:08 → 00:15:10ไอ้เรื่องนี้เลยนะครับแล้วก็รีฟleกหรือ
00:15:10 → 00:15:13ปฏิกิริยาตอบสนองเวลาที่เราไปเคาะตามเส้น
00:15:13 → 00:15:15เอ็นเนี่ยเคาะปุ๊บมันจะเด้งอย่างทันทีนะ
00:15:15 → 00:15:17ครับโดยทั่วไปเราเคาะห์แล้วเออมันอาจจะ
00:15:17 → 00:15:19ไม่ค่อยเด้งอาจจะนิดๆหน่อยๆแต่ถ้าคนพวก
00:15:19 → 00:15:21นี้เคาะปุ๊บเด้งทันทีนะครับแล้วก็มีอีก
00:15:21 → 00:15:24อย่างนึงซึ่งผมเคยพูดไปแล้วนั่นก็คือโนัส
00:15:24 → 00:15:27นะครับเช่นถ้าเราเอามือจับตรงเนี้ยแล้ว
00:15:27 → 00:15:29กระตุกมาแรงๆทีนึงอ่ะมือเขาจะกลายเป็น
00:15:29 → 00:15:32อย่างนี้เลยนะฮะที่เท้าก็จะเป็นแบบนี้นะ
00:15:32 → 00:15:35ครับพวกเนี้ยคืออาการแสดงของซิโรทonนิน
00:15:35 → 00:15:38syนrมแล้วถ้าเรากินีนแบบที่เอา
00:15:38 → 00:15:40deกxtromfanนผสมเข้าไปในนั้นเนี่ยเออมัน
00:15:40 → 00:15:44ก็จะเกิดเรื่องนะครับที่อเมริกาเนี่ย
00:15:44 → 00:15:46Dexomet ตัวแฟนมันจะมีชื่อการค้าตัว
00:15:46 → 00:15:49หนึ่งชื่อว่า Robitusin นะครับพวกวัยรุ่น
00:15:49 → 00:15:52ที่เขา้าไปใช้ยาพวกเนี้ยบางทีเขาจะใช้
00:15:52 → 00:15:56ชื่อโคด name หรือใช้ชื่อแลงแปลกๆอย่าง
00:15:56 → 00:15:59ถ้าเอาไปใช้Robitัซินเนี่ยเขาก็จะเรียก
00:15:59 → 00:16:03ว่า Robo Trip นะครับ Robotp มาจากคำว่า
00:16:03 → 00:16:07Robitusin นะฮะหรือถ้าเรียก dextromet
00:16:07 → 00:16:10ก็จะบอกว่าเนี่ยเดี๋ยวเราไปDexซingนะ
00:16:10 → 00:16:12Dexing นี่ก็คือการกินไอ้ Dexomfan เข้า
00:16:12 → 00:16:14ไปจนเมานี่แหละแล้วเขาก็จะไปผสมกับ
00:16:14 → 00:16:17แอนิฮิสตามินตัวอื่นๆที่หาได้นะครับผสม
00:16:17 → 00:16:21ผสมกันของพวกเนี้ยก็กินแล้วมึนเมานะดัง
00:16:21 → 00:16:24นั้นแล้วเนี่ยทั้งหมดนี้มันอันตรายนะครับ
00:16:24 → 00:16:27แล้วleนไม่ได้มีสูตรตายตัวบางคนเอาทุก
00:16:27 → 00:16:29อย่างที่ผมพูดมาทั้งหมดเนี่ยผสมกันหมดเลย
00:16:29 → 00:16:32เช่นเอาโคดีนใส่เข้าไปนะครับเอา
00:16:32 → 00:16:35Dexrometแฟanใส่เข้าไปเอาโปรตาซีนใส่เป็น
00:16:35 → 00:16:37อันนั้นบางคนหยอดมาอไปด้วยเอาให้หมดเลยนะ
00:16:38 → 00:16:41ครับกินคู่กับอะไรน้ำหวานโซดาหวานๆหรือ
00:16:41 → 00:16:45บางคนเอาเหล้าเข้าไปกินมียาอย่างอื่นอีก
00:16:45 → 00:16:48คือแบบนั้นมันก็จะได้ผลเสียของยาทุกตัวมา
00:16:48 → 00:16:50รวมกันนั่นแหละครับแล้วถ้าเกิดคนไหนโชค
00:16:50 → 00:16:54ร้ายก็เสียชีวิตทันทีคนไหนที่โชคร้ายรอง
00:16:54 → 00:16:58ลงมาก็อาจจะมีผลข้างเคียงระยะยาวที่มัน
00:16:58 → 00:16:59แก้ไม่ได้นะ
00:16:59 → 00:17:03ครับพอเรารู้อย่างนี้แล้วเนี่ยมันจะมี
00:17:03 → 00:17:06วิธีอะไรที่เราสังเกตได้ไหมว่าลูกหลานของ
00:17:06 → 00:17:09เราเค้ากำลังติดยาอะไรซะอย่างอยู่ตรง
00:17:09 → 00:17:12เนี้ยเป็นสิ่งสำคัญและนะครับข้อแรกนะ
00:17:12 → 00:17:15พฤติกรรมกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมไม่
00:17:15 → 00:17:17ว่าอะไรก็แล้วแต่ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจจะ
00:17:17 → 00:17:19มีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือเหตุผล
00:17:19 → 00:17:23อื่นก็ได้นะครับเช่นอยู่ๆเค้าเก็บตัวเค้า
00:17:23 → 00:17:25ไม่คบกับเพื่อนกลุ่มเดิมเเปลี่ยนไปคบ
00:17:25 → 00:17:30เพื่อนอีกกลุ่มนึงนะครับหรือเค้าอาจจะมี
00:17:30 → 00:17:34สลงแปลกๆที่เขาใช้นะอย่างเมื่อกี้เอ่อไป
00:17:34 → 00:17:39ยาโปรนะไปติดโปรนะฮะอย่างเงี้ยถูกมั้ฮะ
00:17:39 → 00:17:42หรือว่าเอ่อleนนะครับพวกคำศัพท์แปลกแปลก
00:17:42 → 00:17:45พวกนี้ถ้าอยู่ๆมันไม่มีแล้วมันมีมาตอน
00:17:45 → 00:17:47เนี้ยแล้วเค้าไม่ยอมอธิบายให้เราฟังนะพวก
00:17:47 → 00:17:49นั้นสงสัยไว้ก่อนว่ามีของแปลกๆอยู่ในบ้าน
00:17:49 → 00:17:53แล้วแหละนะครับหรือถ้ามียาบางอย่างที่
00:17:53 → 00:17:56เอ๊ะทำไมเค้าซื้อมาเยอะจังแก้ไอนี่มันมัน
00:17:56 → 00:17:58ไอมันตลอดเวลาหรือไงเค้าก็ไม่เห็นไอทำไม
00:17:58 → 00:18:00เคซื้อมาตั้งเยอะตั้งแยะนะครับหรือเรา
00:18:00 → 00:18:02ซื้อยาแก้ไอไว้ทำไมมันหายไปเรื่อยๆนะหรือ
00:18:02 → 00:18:05ยาของเราที่ใช้บางทีเราใช้ยากลุ่มมอร์ฟีน
00:18:05 → 00:18:08ใช้ยากลุ่มโคดีนอยู่เนี่ยฮะทำไมมันถึงหาย
00:18:08 → 00:18:12ไปเอออันเนี้ยต้องสงสัยว่ามันมีการติดยา
00:18:12 → 00:18:14เกิดขึ้นในครอบครัวของเราแล้วนะครับและ
00:18:14 → 00:18:17พวกนั้นต้องรีบพาไปจัดการรักษาเพราะมิ
00:18:17 → 00:18:20ฉะนั้นถ้าปล่อยไว้นะครับมันจะยิ่งยาวและ
00:18:20 → 00:18:23พวกนี้นะครับถ้าเกิดผลเสียขึ้นกับร่างกาย
00:18:23 → 00:18:30แล้วมันมักจะแก้ไขไม่ได้นะครับคนที่ใช้ยา
00:18:30 → 00:18:32มานานๆเนี่ยนะครับแล้วถึงวันนึงเนี่ยอยาก
00:18:32 → 00:18:36เลิกมันไม่ได้เลิกง่ายนะครับเลิกแล้วมัน
00:18:36 → 00:18:39ก็จะมีอาการถอนยาก็คือปวดเมื่อยตามร่าง
00:18:39 → 00:18:42กายมากๆเลยบางคนคลื่นแซ่เจียนบางคนมีน้ำ
00:18:42 → 00:18:45หูน้ำตาไหลนะครับน้ำมูกไหลเยอะเลยนะฮะ
00:18:45 → 00:18:48แล้วก็ท้องเสียด้วยนะครับเนี่ยคลืนไส้
00:18:48 → 00:18:51เจียนมาหมดทุกอย่างเลยแล้วมันทำให้เลิก
00:18:51 → 00:18:55ไม่ได้ซะทีนะครับเออจริงๆวิธีก็คือต้อง
00:18:55 → 00:18:57ค่อยๆลดปริมาณยาลงแล้วถ้ายังไงก็ควรจะ
00:18:57 → 00:18:59ปรึกษาจิตแพทย์เพราะว่าเขาจะมีวิธีในการ
00:18:59 → 00:19:01ช่วยเหลือทำให้อาการพวกเนี้ยมันเป็นน้อย
00:19:01 → 00:19:04ที่สุดระหว่างที่เลิกยาเนี่ยการออกกำลัง
00:19:04 → 00:19:09กายจะช่วยเราได้มากนะครับการที่เราอาจจะ
00:19:09 → 00:19:11หันเหความสนใจของเราไปทำอย่างอื่นใช้แรง
00:19:11 → 00:19:15แพงเยอะๆเนี่ยมันมีผลดีต่อร่างกายนะครับ
00:19:15 → 00:19:19ก็ต้องลองไปทำเรื่องพวกนี้ดูนะฮะทีนี้ผล
00:19:19 → 00:19:22ข้างเคียงที่ระยะยาวมันมักจะไม่หายนะถ้า
00:19:22 → 00:19:24คุณใช้มาระยะหนึ่งแล้วนะครับข้อแรกสมอง
00:19:24 → 00:19:28เสียความคิดความอ่านมันจะช้านะครับหลัก
00:19:28 → 00:19:30ตรรกะเหตุผลมันจะไม่ค่อยมีและเหมือนกับ
00:19:30 → 00:19:33เรื่องง่ายๆมันก็ทำไม่ได้ฮะทำไมสมาธิเรา
00:19:34 → 00:19:36ไม่มีเราต้องจดตลอดเวลาทั้งๆที่แต่ก่อน
00:19:36 → 00:19:38เราก็แบบเฮ้ยใครพูดเราก็จำได้ไอ้ของพวก
00:19:38 → 00:19:41นี้น่ะแก้ไม่ได้นะครับเสียแล้วเสียเลย
00:19:41 → 00:19:44สมองส่วนไหนที่มันพังไปจากยาเนี่ยมันพัง
00:19:44 → 00:19:46แล้วพังเลยแล้วทำให้มันกลับมาเหมือนเดิม
00:19:46 → 00:19:49ก็ไม่ได้แล้วครับหรือบางคนมันมีการนอน
00:19:49 → 00:19:52หลับที่ผิดปกติไปพวกนี้อาจจะพอดีขึ้นได้
00:19:52 → 00:19:55ถ้าเราหยุดยาไปนานๆเพราะว่ามันจะได้ไม่มี
00:19:55 → 00:19:58ยาอะไรไปกดประสาทอยู่แล้วนะครับคนที่มี
00:19:58 → 00:20:02ปัญหาทางด้านของอ่าอารมณ์ทางเพศหรือปัญหา
00:20:02 → 00:20:04ทางเพศสัมพันธ์ต่างๆพวกนี้เนี่ยที่ที่
00:20:04 → 00:20:07เกิดจากยาตรงนี้นะครับหรืออาจจะมีเรื่อง
00:20:07 → 00:20:09ของ
00:20:09 → 00:20:13เอ่อเรื่องเรื่องพวกน้ำอสุจิไม่เพียงพอ
00:20:13 → 00:20:16หรือเป็นคนที่มีปุดยากอะไรพวกเนี้ย
00:20:16 → 00:20:18อันเนี้ยรักษายากเหมือนกันนะครับส่วนใหญ่
00:20:18 → 00:20:20แล้วมันจะไม่ค่อยกลับมาเหมือนเดิมมันใช้
00:20:20 → 00:20:22เวลานานมากๆเลยบางคนก็ขึ้นอยู่กับคุณใช้
00:20:23 → 00:20:25ยาพวกนี้มันนานแค่ไหนถ้าใช้มาเป็นปีคุณก็
00:20:25 → 00:20:26รอไปหลายๆปีครับกว่ามันจะกลับมาเหมือน
00:20:26 → 00:20:28เดิมมันไม่ใช่หยุดแล้วก็ระยะเวลาเป็น
00:20:28 → 00:20:31เดือนจะกลับมาได้นะครับโอเควันนี้ผมก็
00:20:31 → 00:20:34หวังว่าสิ่งที่ผมเล่าให้ฟังในวันนี้นะ
00:20:34 → 00:20:37ครับจะทำให้ทุกคนเข้าใจว่าไอ้ยาีนตัว
00:20:37 → 00:20:39เนี้ยมันคืออะไรกันแน่ทำไมมันถึงอันตราย
00:20:39 → 00:20:43นักนะครับแล้ววิธีในการรักษาเนี่ยเราก็
00:20:43 → 00:20:46ต้องมีกำลังใจก่อนเลยอันดับแรกแล้วนะครับ
00:20:46 → 00:20:48ถ้าใครที่ใช้ยาพวกนี้อยู่แล้วคิดจะเลิกนะ
00:20:48 → 00:20:51ครับอย่างน้อยผมขอเป็นกำลังใจให้นะมัน
00:20:51 → 00:20:54เป็นความสำเร็จก้าวแรกที่เราจะนำไปสู่การ
00:20:54 → 00:20:56เลิกได้นะครับยิ่งเลิกเร็วผลข้างเคียงมัน
00:20:56 → 00:20:58ก็จะยิ่งน้อยนะครับแต่ถ้าเราปล่อยไว้นาน
00:20:58 → 00:21:01เกินผลข้างเคียงมันก็จะเยอะนะครับโอเควัน
00:21:01 → 00:21:03นี้ผมก็เล่าให้ฟังเพียงเท่านี้นะครับถ้า
00:21:03 → 00:21:05ใครมีอะไรสงสัยก็สอบถามมานะครับขอบคุณมาก
00:21:05 → 00:21:09ครับสวัสดีครับ