00:00:01 → 00:00:04คุณรู้หรือไม่ว่าเรื่องเล็กๆรอบตัวอาจ
00:00:05 → 00:00:08เปลี่ยนชีวิตคุณได้ Did you know คุณ
00:00:08 → 00:00:12รู้หรือไม่วันนี้เราจะพาคุณผู้ฟังไปสำรวจ
00:00:12 → 00:00:16ภาวะลึกลับที่ชื่อว่าโรคกลัวรูภาวะที่ทำ
00:00:16 → 00:00:19ให้คนจำนวนไม่น้อยรู้สึกอึดอัดขยะแขยง
00:00:19 → 00:00:23เมื่อเห็นวัตถุที่มีรูจำนวนมากคุณผู้ฟัง
00:00:23 → 00:00:26ครับเคยรู้สึกขนลุกคลื่นไส้หรือกระอัก
00:00:26 → 00:00:29กระอ่วนเพียงแค่เห็นรูพรุนเล็กๆรวมกัน
00:00:29 → 00:00:32เป็นกลุ่มหรือไม่ครับบางคนเจอแล้วแค่ขยะ
00:00:32 → 00:00:36แขยงแต่บางคนถึงขั้นใจสั่นหายใจติดขัด
00:00:36 → 00:00:40แล้วจริงๆมันคือโรคกลัวรูหรือเป็นเพียง
00:00:40 → 00:00:43ภาพหลอนทางจิตใจที่เราคิดไปเองกันแน่วัน
00:00:43 → 00:00:47นี้เราจะพาไปไขความลับเบื้องหลังภาวะกลัว
00:00:47 → 00:00:50รูตั้งแต่วิทยาศาสตร์สมองประวัติศาสตร์
00:00:50 → 00:00:53วิวัฒนาการไปจนถึงวิธีรับมือในชีวิตประจำ
00:00:53 → 00:00:57วันถ้าพร้อมแล้วเราไปสำรวจเรื่องราวหน้า
00:00:57 → 00:01:00ทึ่งนี้ด้วยกันครับหัวข้อที่ 1 ทำความรู้
00:01:00 → 00:01:04จักกับผู้ร้ายที่ชื่อไโพโฟเบีย
00:01:04 → 00:01:08คำว่าไโพโฟเบียมาจากภาษากรีก 2 คำรวมกัน
00:01:08 → 00:01:13คือไป้าที่แปลว่ารูและโฟเบียที่แปลว่า
00:01:13 → 00:01:17ความกลัวแต่ที่น่าสนใจคือนักวิจัยพบว่า
00:01:17 → 00:01:20ความจริงแล้วนี่ไม่ใช่ความกลัวอย่างที่
00:01:20 → 00:01:24เข้าใจงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเอพบว่า
00:01:24 → 00:01:27เมื่อผู้ที่มีอาการนี้เห็นภาพรูจำนวนมาก
00:01:27 → 00:01:31สมองจะตอบสนองด้วยความรู้สึกขยะแขยงมาก
00:01:31 → 00:01:34กว่าความกลัวลองนึกภาพตามนะครับสมมุติคุณ
00:01:34 → 00:01:37เห็นภาพฝักบัวที่มีเมล็ดเรียงกันเป็น
00:01:37 → 00:01:40ระเบียบหรือฟองน้ำที่มีรูพรุนทั่วทั้ง
00:01:40 → 00:01:44พื้นผิวสำหรับคนทั่วไปนี่คือภาพธรรมดาแต่
00:01:44 → 00:01:47สำหรับผู้ที่มีภาวะนี้สมองจะส่งสัญญาณ
00:01:47 → 00:01:51เตือนภัยทันทีอาการที่เกิดขึ้นมีตั้งแต่
00:01:51 → 00:01:55ขนลุกทั่วร่างกายคลื่นไส้อยากอาเจียนหัว
00:01:55 → 00:01:58ใจเต้นเร็วเหงื่อออกรู้สึกคันยิบๆตามผิว
00:01:58 → 00:02:02หนังและบางรายรุนแรงถึงขั้นตัวสั่นเป็น
00:02:02 → 00:02:06ล้มแล้วทำไมสมองถึงตอบสนองแบบนี้ล่ะคำตอบ
00:02:06 → 00:02:09อาจอยู่ในประวัติศาสตร์วิวัฒนาการของ
00:02:09 → 00:02:13มนุษย์เราครับหัวข้อที่ 2 ย้อนเวลาสู่ยุค
00:02:13 → 00:02:16ดึกดำบรทฤษฎีวิวัฒนาการที่อธิบายอาการ
00:02:16 → 00:02:21กลัวรู้ที่น่าสนใจคือภาวะนี้ไม่ใช่ความบก
00:02:21 → 00:02:24พร่องของสมองแต่กลับอาจเป็นคุณสมบัติที่
00:02:24 → 00:02:28ช่วยให้บรรพบุรุษของเรารอดชีวิตมาได้งาน
00:02:28 → 00:02:31วิจัยล่าสุดเสนอว่าสมองของเราถูกโปรแกรม
00:02:31 → 00:02:35มาให้ระวังลวดลายบางประเภทโดยเฉพาะลวดลาย
00:02:35 → 00:02:38ที่คล้ายคลึงกับสัตว์มีพิษโรคผิวหนังติด
00:02:38 → 00:02:40เชื้อหรือบาดแผลที่เต็มไปด้วยหนองและ
00:02:41 → 00:02:44ปรสิทธิ์ในยุคโบราณคนที่หลีกเลี่ยงสิ่ง
00:02:44 → 00:02:47เหล่านี้มีโอกาสรอดชีวิตและส่งต่อยีนได้
00:02:47 → 00:02:50มากกว่าและนี่คือสิ่งที่เรียกว่า
00:02:50 → 00:02:52involuntary protection against
00:02:52 → 00:02:55dermatosis หรือกลไกป้องกันโรคผิวหนัง
00:02:55 → 00:02:59โดยไม่รู้ตัวแต่ปัญหาหาคือในยุคปัจจุบัน
00:02:59 → 00:03:03สมองของเรายังคงตอบสนองแบบเดิมแม้ว่าจะ
00:03:03 → 00:03:05เห็นแค่รูในฝักบัวหรือฟองน้ำที่ไม่มี
00:03:05 → 00:03:10อันตรายใดๆแล้วทำไมบางคนมีอาการนี้ขณะที่
00:03:10 → 00:03:14บางคนไม่มีหัวข้อที่ 3 จากความรู้สึกสู่
00:03:14 → 00:03:18วิทยาศาสตร์การค้นพบที่สำคัญการศึกษาด้วย
00:03:18 → 00:03:21เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใช้เครื่องสแกน
00:03:21 → 00:03:25MRI เพื่อวัดการทำงานของสมองพบว่าเมื่อ
00:03:25 → 00:03:27ผู้ที่มีภาวะกลัวรูเห็นภาพกระตุ้นหุ้น
00:03:27 → 00:03:31สมอง 2 ส่วนจะทำงานพร้อมกันส่วนแรกคือ
00:03:31 → 00:03:34Visual Cortex ที่ทำหน้าที่ประมวลผลภาพ
00:03:34 → 00:03:37ซึ่งจะส่งสัญญาณไปยังส่วนที่ 2 คือ
00:03:37 → 00:03:40อินซูล่าและamิกาซึ่งเป็นศูนย์กลางของ
00:03:40 → 00:03:43อารมณ์ความรู้สึกโดยเฉพาะความรู้สึกขยะ
00:03:43 → 00:03:47แขยงงานวิจัยหลายชิ้นยังแสดงให้เห็นว่า
00:03:47 → 00:03:51ภาวะนี้มีความเชื่อมโยงกับโรคอื่นๆเช่น
00:03:51 → 00:03:55โรควิตกกังวลทั่วไปและโรคซึมเศร้าแต่การ
00:03:55 → 00:03:58มีภาวะนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเป็นโรค
00:03:58 → 00:04:01เหล่านั้นเสมอไปมันเป็นเพียงการแสดงให้
00:04:01 → 00:04:04เห็นถึงความซับซ้อนของการทำงานของสมอง
00:04:04 → 00:04:08มนุษย์หัวข้อที่ 4 ถ่างออกจากความเข้าใจ
00:04:08 → 00:04:11สู่การปฏิบัติโชคดีที่ความเข้าใจในกลไก
00:04:11 → 00:04:15เหล่านี้นำไปสู่วิธีการรับมือที่ได้ผล
00:04:15 → 00:04:18สำหรับผู้ที่มีอาการไม่รุนแรงการฝึกหายใจ
00:04:18 → 00:04:21ลึกๆเมื่อรู้สึกไม่สบายตาสามารถช่วยได้
00:04:21 → 00:04:24มากการค่อยๆเผชิญกับภาพที่กระตุ้นอาการ
00:04:24 → 00:04:28อย่างช้าๆก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้ผลใน
00:04:28 → 00:04:31ขณะที่การออกกำลังกายสม่ำเสมอและการนอน
00:04:31 → 00:04:34หลับให้เพียงพอช่วยให้สมองจัดการอารมณ์
00:04:34 → 00:04:37ได้ดีขึ้นแต่สำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรง
00:04:37 → 00:04:40การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอาจเป็นทางเลือกที่
00:04:40 → 00:04:43ดีกว่านักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์สามารถแนะ
00:04:43 → 00:04:47นำวิธีการบำบัดที่เหมาะสมเช่นการบำบัดโดย
00:04:47 → 00:04:50การเผชิญหน้าหรือการบำบัดคิดและพฤติกรรม
00:04:51 → 00:04:53ซึ่งมีประสิทธิภาพในการช่วยจัดการกับ
00:04:53 → 00:04:57อาการสิ่งที่สำคัญไม่ใช่การพยายามรักษา
00:04:57 → 00:04:59ให้หายขาดแต่เป็นการเรียนรู้ที่จะอยู่กับ
00:04:59 → 00:05:02มันอย่างเข้าใจและค่อยๆฝึกให้เผชิญกับ
00:05:03 → 00:05:06สิ่งที่กลัวไม่ควรบังคับหรือล้อเลียน
00:05:06 → 00:05:09เพราะจะยิ่งทำให้รุนแรงขึ้นคุณผู้ฟังครับ
00:05:09 → 00:05:13โรคกลัวรูอาจไม่ใช่โรคอย่างเป็นทางการแต่
00:05:13 → 00:05:16มันเป็นประสบการณ์จริงที่หลายคนเผชิญหลัง
00:05:16 → 00:05:19จากย้อนรอยเรื่องราวของโรคกลัวรูตั้งแต่
00:05:19 → 00:05:22คำถามว่ามันกลัวจริงหรือจิตหลอนไปจนถึง
00:05:22 → 00:05:26ที่มาที่ไปของวิวัฒนาการเราพบว่ามันเป็น
00:05:26 → 00:05:29ปฏิกิริยาที่สมองเราสร้างขึ้นเพื่อปกป้อง
00:05:29 → 00:05:33ตัวเราเองแต่บางครั้งก็เกินจำเป็นจนรบกวน
00:05:33 → 00:05:36ชีวิตสำหรับวัยทำงานอย่างคุณลองเริ่มจาก
00:05:36 → 00:05:39เคล็ดลับง่ายๆอย่างการหลีกเลี่ยงภาพ
00:05:39 → 00:05:42กระตุ้นในโซเชียลหรือฝึกหายใจลึกๆ 3
00:05:42 → 00:05:45ครั้งเมื่อเจอถ้าอาการรุนแรงลองลองการ
00:05:45 → 00:05:49เผชิญหน้าทีละน้อยเช่นดูภาพเบลอๆก่อนแล้ว
00:05:49 → 00:05:52ค่อยชัดขึ้นร่วมกับการทำสมาธิเพื่อลดความ
00:05:52 → 00:05:56เครียดสะสมและจำไว้เสมอครับการมีภาวะนี้
00:05:56 → 00:05:59ไม่ได้แปลว่าคุณอ่อนแอหรือผิดปกติแต่มัน
00:05:59 → 00:06:02คือร่องรอยของวิวัฒนาการที่ยังคงอยู่ใน
00:06:02 → 00:06:05สมองของเราหวังว่าเรื่องราวเกี่ยวกับโรค
00:06:05 → 00:06:08กลัวรูที่เราเล่ามาจะช่วยให้คุณผู้ฟัง
00:06:08 → 00:06:11เข้าใจตัวเองและคนรอบข้างมากขึ้นไม่ว่าจะ
00:06:11 → 00:06:14เป็นความกลัวความกังวลหรือความรู้สึกแปลก
00:06:14 → 00:06:18ประหลาดใดๆการเข้าใจที่มาที่ไปช่วยให้เรา
00:06:18 → 00:06:22รับมือได้ดีขึ้นเสมอสำหรับวันนี้ Did you
00:06:22 → 00:06:25know คุณรู้หรือไม่ก็ต้องขอตัวลาไปก่อน
00:06:25 → 00:06:27ครับหวังว่าเรื่องราวที่เราเล่าไปจะช่วย
00:06:27 → 00:06:30ให้คุณผู้ฟังคลายความกังวลและใช้ชีวิตได้
00:06:30 → 00:06:34อย่างมั่นใจมากขึ้นแล้วอย่าลืมนะครับว่า
00:06:34 → 00:06:37การรู้เท่าทันข้อมูลคือกรอบป้องกันที่ดี
00:06:37 → 00:06:40ที่สุดในการใช้ชีวิตของเราแล้วพบกันใหม่
00:06:40 → 00:06:43ในตอนหน้าพร้อมเกล็ดน่ารู้ที่จะทำให้
00:06:43 → 00:06:46ชีวิตประจำวันของคุณง่ายขึ้นและปลอดภัย
00:06:46 → 00:06:50ขึ้นครับสวัสดีครับ