00:00:00 → 00:00:03มียารักษาโรคไข้ทรพิษหรือว่าฟิวดาตรงนี้
00:00:03 → 00:00:06ไหมนะคะสำหรับยารักษานั้นก็มีอยู่ 2 ชนิด
00:00:06 → 00:00:07ค่ะ
00:00:07 → 00:00:10ยาซิโดฟอร์เวย์เป็นยาต้านไวรัสที่ใช้
00:00:10 → 00:00:13รักษาการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งในผู้ป่วย
00:00:13 → 00:00:16โรค HIV และยานี้มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ
00:00:16 → 00:00:19ฝีดาษในหลอดทดลองด้วยแต่มีข้อเสียคือเกิด
00:00:19 → 00:00:24พิษต่อไตในมนุษย์ยาที่ 2 คือยาขี้โคลิแมท
00:00:24 → 00:00:28นะคะในเดือนกรกฎาคมปี 2018 สำนักงานคณะ
00:00:28 → 00:00:31กรรมการอาหารและยาสหรัฐอเมริการับรองยา
00:00:31 → 00:00:35เช็กโคปรีแมพสำหรับใช้รักษาไข้ทรพิษโดยมี
00:00:35 → 00:00:38ผลการศึกษาในหลอดทดลองพบว่ายาช่วยยับยั้ง
00:00:38 → 00:00:41การเจริญของเชื้อไข้ทรพิษมีประสิทธิภาพใน
00:00:42 → 00:00:45การรักษาสัตว์ทดลองที่มีอาการป่วยโดยโรค
00:00:45 → 00:00:47ที่ใกล้เคียงกับฝีดาษนอกจากนี้ยังได้ทด
00:00:47 → 00:00:51ลองใช้กับอาสาสมัครที่มีสุขภาพดีพบว่ามี
00:00:51 → 00:00:54ผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแต่
00:00:54 → 00:00:57สำหรับการใช้ยานั้นยังต้องอยู่ภายใต้
00:00:57 → 00:01:00ดุลยพินิจของแพทย์ค่ะเพราะว่ายาทั้ง 2
00:01:00 → 00:01:02อย่างนี้นะคะยังไม่เคยนำมาใช้ในคนจริงๆ
00:01:02 → 00:01:06เพราะว่ายังไม่ได้มีการระบาดของโรคแต่
00:01:06 → 00:01:08ทั้งนี้นะคะก็ได้ริเริ่มที่จะมีการใช้ยา
00:01:09 → 00:01:11ขึ้นจริงๆแล้วนะคะในประเทศบราซิลเนื่อง
00:01:11 → 00:01:14จากว่ามีผู้ป่วยนะคะที่ติดเชื้อไข้ทรพิษ
00:01:14 → 00:01:16หรือว่าฝีดาษอย่างรุนแรงจนถึงเสียชีวิต
00:01:16 → 00:01:19ซึ่งรัฐบาลบราซิลก็ได้วางแผนตรงจุดนี้
00:01:19 → 00:01:22แล้วค่ะส่วนตำรับยาในแพทย์แผนไทยนะคะ
00:01:22 → 00:01:25อย่างที่กล่าวไปค่ะว่าเราก็มีตำรับยาใน
00:01:25 → 00:01:28การดูแลเรื่องของไข้ทรพิษหรือว่าฝีดาษนะ
00:01:28 → 00:01:31คะโดยเป็นกลุ่มยาที่เรียกว่าค่ายพิษไข้
00:01:31 → 00:01:34การค่ะซึ่งจะเป็นกลุ่มยาที่ใช้ในการดูแล
00:01:34 → 00:01:38เรื่องของการกระทุ้งพิษไข้หรือว่าอย่าหา
00:01:38 → 00:01:40รากนั่นเองค่ะและในส่วนมุมมองของผู้
00:01:40 → 00:01:43เชี่ยวชาญทางด้านตำรับยาแพทย์แผนไทยท่าน
00:01:43 → 00:01:46จะมีมุมมองอย่างไรนั้นติดตามชมได้เลยค่ะ
00:01:47 → 00:01:51ศิลาจารึกที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันเนี่ยมี 2
00:01:51 → 00:01:54ศิลาจารึกศิลาจารึกที่เกิดก่อนคือสีดาจะ
00:01:54 → 00:01:55รู้วัดราช
00:01:55 → 00:02:00ที่ถูกบันทึกไว้ในสมัยรัชกาลที่ 3
00:02:00 → 00:02:03ศิลาจารึกถัดมาก็คือศิลาจารึกวัด
00:02:03 → 00:02:06พระเชตุพนถึงวัดโพธิ์ก็ในรัชกาลที่ 3
00:02:06 → 00:02:11เหมือนกันแล้วในศิลาจารึกวัดราชโอรส
00:02:11 → 00:02:16มีศิลาจารึกอยู่หลักหนึ่งเขียนว่าแผนฝี
00:02:16 → 00:02:18ด่าง
00:02:18 → 00:02:22พอขั้นตอนการรักษาไว้และบอกตำรับยารักษา
00:02:22 → 00:02:28ไหมโรคฝีดาษ
00:02:28 → 00:02:34พ่น
00:02:34 → 00:02:38บอกไว้ละเอียดเลยนะเป็นขั้นตอนเลยนะเวลา
00:02:38 → 00:02:42ฝีดาษมันขึ้นเนี่ยมันก็ต้องผุดมาตามเนื้อ
00:02:42 → 00:02:45ตามตัวถูกไหมขนาดที่ 1 ท่านบอกว่า
00:02:45 → 00:02:51แปร 4 รายให้เป็นดีครั้งหนึ่งที่สยาม
00:02:51 → 00:02:56ต้องทำสงครามกับทางเรียบชื่อสงครามนาม
00:02:56 → 00:02:59สยามยุทธลบกันถึง 7 ปีเลยนะ
00:02:59 → 00:03:04กองทัพสยามถูกส่งไปรบแล้วปรากฏเกิดโรค
00:03:04 → 00:03:09ระบาดขึ้นในกองทัพคือโลกฝีดาษซึ่งหมอไทย
00:03:09 → 00:03:13ก็รักษาหายแต่ตอนนั้นปัดเรย์เขามาแล้ว
00:03:13 → 00:03:16บัตรเลยเนี่ยปลูกฝีดาษได้แต่เราใช้แผน
00:03:16 → 00:03:19ฝรั่งผ่านทางหมอบอกเลยเพื่อป้องกันไม่ให้
00:03:19 → 00:03:21เกิดเป็นคนใหม่คือเป็นการประสมกันระหว่าง
00:03:21 → 00:03:26แผนตะวันออกและแผนตะวันตกอย่างทานฉลาด
00:03:26 → 00:03:31หนึ่งไว้ป้องกัน 1 ไวรัสตามคัมภีร์ตรรกะ
00:03:31 → 00:03:35ศิลาเขาก็ระบุไว้ว่าถ้าเกิดโรคระบาดขึ้น
00:03:35 → 00:03:39ไม่เกี่ยวกับฝีดาษแม้แต่โควินเขาบอกว่า
00:03:39 → 00:03:44ต้องกระทุ้งเสียก่อนกระทุ้งก็คือ
00:03:44 → 00:03:48เรียกออกมาก่อนเลือกเอามาทำไมเรียกออกมา
00:03:48 → 00:03:50ไอ้ที่มันซ่อนอยู่ข้างหลังเพื่อจัดการนำ
00:03:50 → 00:03:54ใช้ยาเบญจะโลกะวิเชียรคือบ้านในการ
00:03:54 → 00:03:57กระทุ้งค่ะและต้องขอขอบพระคุณผู้เชี่ยว
00:03:57 → 00:04:00ชาญทางด้านแพทย์แผนไทยที่เอื้อต้องการให้
00:04:00 → 00:04:02ข้อมูลกับทีมงานของเราในวันนี้ค่ะขอบคุณ
00:04:02 → 00:04:04ค่ะ