00:00:00 → 00:00:09[เพลง]
00:00:09 → 00:00:12เชื่อมั้ยครับว่า 25-30%
00:00:12 → 00:00:15ของคนไทยกำลังเผชิญกับภาวะไขมันพอกตับแบบ
00:00:15 → 00:00:20ไม่รู้ตัวต้องยอมรับว่าสมัยนี้ใครๆก็มัก
00:00:20 → 00:00:23เร่งรีบแข่งขันกับเวลาโดยเฉพาะการรับ
00:00:23 → 00:00:27ประทานอาหารยิ่งได้เร็วได้ไวทานง่ายอิ่ม
00:00:27 → 00:00:31อร่อยยิ่งเป็นที่นิยมโดยเฉพาะจังฟู้ดที่
00:00:31 → 00:00:33เน้นให้พลังงานสูงแต่กลับมีคุณค่าทาง
00:00:33 → 00:00:37โภชนาการน้อยเช่นอาหารประเภทของทอดและ
00:00:37 → 00:00:41อาหารที่มีปริมาณไขมันคาร์โบไฮเดรตน้ำตาล
00:00:41 → 00:00:44และโซเดียมในระดับสูงซึ่งอาหารเหล่านี้
00:00:44 → 00:00:47แม้จะมีความอร่อยสะดวกแต่ก็แฝงไปด้วยความ
00:00:47 → 00:00:50น่ากลัวและความอันตรายที่อาจส่งผลต่อตับ
00:00:50 → 00:00:53ของเราได้และยังมีผลต่อการเกิดโรคร่วม
00:00:53 → 00:00:58ต่างๆที่ตามมาเช่นโรคเบาหวานไขมันในเลือด
00:00:58 → 00:01:02สูงและโรคอ้วนตับคืออวัยวะที่ทำงานหนัก
00:01:02 → 00:01:05มากที่สุดอวัยวะหนึ่งมีหน้าที่หลากหลาย
00:01:05 → 00:01:09ทั้งการเผาผันสารอาหารกำจัดสารพิษและเก็บ
00:01:09 → 00:01:12สะสมสารอาหารที่สำคัญจึงเปรียบได้กับโรง
00:01:12 → 00:01:15งานหลักของร่างกายที่ขาดไม่ได้เมื่อรับ
00:01:15 → 00:01:19ประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์มากเกินไปไข
00:01:19 → 00:01:22มันที่ตับจะเริ่มกอดตัวมากขึ้นเมื่อตับ
00:01:22 → 00:01:25ไม่สามารถนำพลังงานไปใช้ได้ตามที่ควรจะ
00:01:25 → 00:01:28เป็นก็จะยิ่งก่อตัวใหญ่ขึ้นจนเกิดเป็นไข
00:01:28 → 00:01:32มั่นสะสมและพอกตับเอาไว้ไขมันพอกตับใน
00:01:32 → 00:01:36ระยะแรกเราอาจจะยังไม่พบสัญญาณอะไรหลายคน
00:01:36 → 00:01:38จึงไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของร่าง
00:01:38 → 00:01:42กายแต่พอนานไปจะส่งผลให้เกิดโรคหลายอย่าง
00:01:42 → 00:01:45ไม่ว่าจะเป็นตับอักเสบตับแข็งไปจนถึง
00:01:45 → 00:01:48มะเร็งตับนอกจากนี้ยังส่งผลให้เกิดโรค
00:01:48 → 00:01:52แทรกซ้อนที่สำคัญในการเกิดโรคในระบบอื่นๆ
00:01:52 → 00:01:55และเพิ่มโอกาสเสียชีวิตจากโรคหัวใจและ
00:01:55 → 00:01:58หลอดเลือดด้วยซึ่งในปัจจุบันยังไม่มียา
00:01:58 → 00:02:02รักษาภาวะไขมันพอกตับโดยตรงแต่คุณเองก็
00:02:02 → 00:02:04สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความ
00:02:05 → 00:02:08เสี่ยงที่จะเกิดภาวะไขมันพอกตับได้โดยงด
00:02:08 → 00:02:11หรือลดการรับประทานอาหารที่มีไขมัน
00:02:11 → 00:02:15คาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลสูงได้แก่อาหารทอด
00:02:15 → 00:02:18อาหารแปรรูปหรือจังฟู้ดหลีกเลี่ยงการดื่ม
00:02:18 → 00:02:22แอลกอฮอล์และสูตรบุหรี่ออกกำลังกายสม่ำ
00:02:22 → 00:02:25เสมอและสำหรับผู้ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์
00:02:25 → 00:02:27ปกติควรลดน้ำหนักให้อยู่ในระดับที่ปลอด
00:02:27 → 00:02:28ภัย
00:02:28 → 00:02:32โดยลดให้ได้ 5-10% ของน้ำหนักปัจจุบันใน
00:02:32 → 00:02:35ระยะเวลา 6 เดือนสำหรับผู้ที่มีภาวะ
00:02:35 → 00:02:39เสี่ยงก็สามารถตรวจคัดกรองภาวะไขมันพอก
00:02:39 → 00:02:42ตับได้โดยการเจาะเลือดเพื่อดูการทำงานของ
00:02:42 → 00:02:46ตับว่ามีค่าการอักเสบสูงกว่าปกติหรือไม่
00:02:46 → 00:02:49ในผู้ที่มีภาวะไขมันพอกตับอาจพบระดับน้ำ
00:02:49 → 00:02:53ตาลและระดับไขมันในเลือดสูงร่วมด้วยการ
00:02:53 → 00:02:57ตรวจอัตต้าซาวบริเวณช่องท้องจะประเมินว่า
00:02:57 → 00:03:00มีไขมันพอกตับมากน้อยได้อย่างคร่าวๆและ
00:03:00 → 00:03:04ช่วยวินิจฉัยโรคตับแข็งและมะเร็งตับและ
00:03:04 → 00:03:08การตรวจไฟสแกนเพื่อดูภาวะผังผืดที่ตับ
00:03:08 → 00:03:11พร้อมกับการประเมินระดับไขมันที่สะสมภาย
00:03:11 → 00:03:15ในเนื้อตับการลดโอกาสเกิดภาวะไขมันพอกตับ
00:03:15 → 00:03:19โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงคือโรคเบาหวานไขมันใน
00:03:19 → 00:03:23เลือดสูงและโรคอ้วนสามารถทำได้ด้วยการ
00:03:23 → 00:03:26ตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอและปรับ
00:03:26 → 00:03:29พฤติกรรมในชีวิตประจำวันให้เหมาะสมเช่น
00:03:29 → 00:03:31การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์หลีก
00:03:31 → 00:03:34เลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมัน
00:03:34 → 00:03:38คาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลสูงได้แก่อาหารทอด
00:03:38 → 00:03:42อาหารแปรรูปหรือจังฟู้ดและงดการดื่ม
00:03:42 → 00:03:46แอลกอฮอล์สูบบุหรี่รวมถึงออกกำลังกายเป็น
00:03:46 → 00:03:48ประจำเพื่อควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์
00:03:48 → 00:03:52ปกติเพียงเท่านี้ก็สามารถลดโอกาสเกิดภาวะ
00:03:52 → 00:03:57ไขมันพอกตับได้แล้ว