00:00:00 → 00:00:03จากเหตุการณ์ที่มีวัยรุ่นยิงคน ในห้างสรรพสินค้า
00:00:03 → 00:00:05จนกระทั่งบาดเจ็บและเสียชีวิต
00:00:05 → 00:00:10เหตุการณ์นี้อาจจะทำให้คนในสังคมเรา เกิดความตกใจ วิตกกังวล
00:00:10 → 00:00:12แล้วก็สงสัยว่า
00:00:12 → 00:00:15อาจจะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบขึ้น ในลูกหลานของเราหรือเปล่า
00:00:31 → 00:00:36[เสียงดนตรี]
00:00:36 → 00:00:39ปัจจัยที่จะเป็นตัวกระตุ้น ที่จะทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ
00:00:39 → 00:00:42จนกระทั่งออกมาเป็นความรุนแรงในสังคม
00:00:42 → 00:00:45[เสียงดนตรี]
00:00:45 → 00:00:50การเรียนรู้จากสื่อที่เราเห็นในสังคม ที่ค่อนข้างรุนแรง
00:00:50 → 00:00:51แล้วก็แพร่หลายไปทั่วโลก
00:00:51 → 00:00:55ภาพข่าวต่าง ๆ ภาพที่เห็นถึงอาวุธ การกระทำ
00:00:55 → 00:00:59การหลบหนี ภาพของคนที่แตกตื่นตระหนกตกใจมาก ๆ
00:00:59 → 00:01:053 สิ่งเหล่านี้จะไปกระตุ้น ทำให้คนที่มีความคิดอยากจะทำอยู่แล้ว
00:01:05 → 00:01:07หรือมีการควบคุมตัวเองไม่ดี
00:01:07 → 00:01:10ก็จะเลียนแบบวิธีการโดยการสังเกตเห็น
00:01:11 → 00:01:13หรือไปศึกษาเพิ่มเติมได้ว่าทำอย่างไร
00:01:13 → 00:01:16การเสพสื่อเหล่านี้โดยที่ขาดคนดูแล
00:01:16 → 00:01:18ก็จะทำให้เขาเรียนรู้ไปผิด ๆ นะครับ
00:01:18 → 00:01:21บวกกับปัญหาทางจิตใจที่เขามีอยู่แล้วนี่
00:01:21 → 00:01:23ก็จะทำให้เขาใช้วิธีการเลียนแบบแบบนี้ได้
00:01:23 → 00:01:25[เสียงดนตรี]
00:01:25 → 00:01:29การเล่นเกมนี่ ถ้าเล่นจนกระทั่ง ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
00:01:30 → 00:01:32จนเกิดเป็นโรคติดเกม
00:01:32 → 00:01:35ก็จะทำให้การควบคุมอารมณ์ ควบคุมตัวเองเสียไป
00:01:36 → 00:01:39เวลาโกรธไม่พอใจก้าวร้าว ก็จะแสดงออกมาได้
00:01:44 → 00:01:47โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเป็นเกมที่มีความก้าวร้าวรุนแรง
00:01:47 → 00:01:51ก็จะมีการเรียนรู้อีกต่อหนึ่ง ก็คือเรียนรู้วิธีการด้วยว่า
00:01:51 → 00:01:54วิธีการแสดงออกมา มันแสดงอย่างไรบ้าง
00:01:54 → 00:01:56เช่น มีการใช้อาวุธ หรือการทำร้ายทางร่างกาย
00:01:57 → 00:01:59ก็เลียนแบบจากในเกมนั้นได้
00:01:59 → 00:02:05เพราะฉะนั้นเราอาจจะต้องมีการดูแลการเล่นเกม ของเด็กและเยาวชนของเราให้พอเหมาะ
00:02:05 → 00:02:08ไม่ให้เกิดการเสพจนกระทั่งติดเกม
00:02:08 → 00:02:10[เสียงดนตรี]
00:02:10 → 00:02:13การเล่นกีฬาที่อาจจะมีความก้าวร้าวรุนแรง
00:02:13 → 00:02:15เช่น ยิงปืน ยิงธนู
00:02:15 → 00:02:19จริง ๆ แล้ว กีฬาที่มีความก้าวร้าวรุนแรงแฝงอยู่
00:02:19 → 00:02:23ถ้ามีการฝึก การสอน การแนะนำ
00:02:23 → 00:02:27พบว่าจะทำให้เด็กเรียนรู้ ที่จะควบคุมตัวเองได้มากกว่า
00:02:27 → 00:02:30เริ่มตั้งแต่การรู้จักจัดการกับตัวเอง ระมัดระวัง
00:02:30 → 00:02:34แล้วก็ควบคุมเรื่องของความปลอดภัยทั้งหลาย
00:02:34 → 00:02:35แต่ในทางกลับกันนะครับ
00:02:35 → 00:02:37กีฬาที่มีความรุนแรงเหล่านี้
00:02:37 → 00:02:40ถ้าไปอยู่ในเด็กที่มีความเสี่ยงอยู่แล้ว
00:02:40 → 00:02:43เป็นเด็กที่มีปัญหาทางอารมณ์ หรือมีปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง
00:02:44 → 00:02:48หรือเด็กที่มีโรคทางจิตเวชบางอย่าง ที่มีความก้าวร้าวอยู่แล้วและควบคุมไม่ได้
00:02:49 → 00:02:51ก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
00:02:51 → 00:02:57ก็จะทำให้เกิดการใช้กิจกรรมกีฬาเหล่านี้ ไปทำร้ายคนอื่นได้
00:02:57 → 00:02:59[เสียงดนตรี]
00:02:59 → 00:03:01อาจจะเริ่มต้นจากในครอบครัว
00:03:01 → 00:03:07พ่อแม่ก็คงจะต้องสังเกตลูกหลานของเรา ว่าเขามีการเรียนรู้อย่างไรบ้าง
00:03:07 → 00:03:09ตามพัฒนาการ ตามวัยของเขานะครับ
00:03:09 → 00:03:12ในกรณีที่เป็นวัยรุ่นโตแล้วนี่นะครับ
00:03:12 → 00:03:17แล้วก็มีพฤติกรรมที่อาจจะก้าวร้าว หงุดหงิด เสียงดัง พูดไม่ค่อยเพราะบ้าง
00:03:17 → 00:03:22ซึ่งเราก็จะมีวิธีที่ให้การฝึกหรือสอนกันดี ๆ พูดกันดี ๆ เข้าใจกันนะครับ
00:03:23 → 00:03:26เราก็จะไม่ใช้ความก้าวร้าวตอบโต้กับวัยรุ่น เช่นเดียวกันนะครับ
00:03:26 → 00:03:28แนวทางป้องกันอีกด้านหนึ่งนะครับ
00:03:28 → 00:03:32ก็คือการป้องกันในสื่อต่าง ๆ ก็เป็นปัจจัยสำคัญทีเดียว
00:03:32 → 00:03:33เพราะเด็กจะเรียนรู้จากสื่อด้วยนะครับ
00:03:33 → 00:03:36เราจะทำอย่างไรให้เด็กได้สื่อที่ถูกต้อง
00:03:36 → 00:03:39หรือถ้ามีสื่อที่มีความเสี่ยงอยู่นี่
00:03:39 → 00:03:44พ่อแม่ ผู้ปกครองก็คงจะต้องมีวิธีการที่จะ ทำให้เด็กเสพสื่อนั้นได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
00:03:44 → 00:03:46แต่เราไม่รู้หรอกว่าเด็กจะเลียนแบบหรือเปล่า
00:03:46 → 00:03:49แต่พ่อแม่ที่ดีก็ควรจะคุยกับลูก
00:03:49 → 00:03:50เวลาเสพสื่อด้วยกันนี่นะ
00:03:50 → 00:03:53ว่าเขาคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไร
00:03:53 → 00:03:55เรียนรู้อะไรบ้างจากเหตุการณ์นี้นะ
00:03:55 → 00:03:56มีการแลกเปลี่ยนกันนะครับ
00:03:56 → 00:04:01เราก็จะเข้าใจวิธีการคิดของวัยรุ่นของเรา ในบ้านได้ว่าเขาคิดอย่างไร
00:04:01 → 00:04:03แนวทางป้องกันด้านที่ 3 นะครับ
00:04:03 → 00:04:07ก็คือการช่วยเหลือสำหรับเด็กที่มีความเสี่ยง จากพฤติกรรมของเขานะครับ
00:04:08 → 00:04:11หรือบางคนอาจจะมีปัญหาทางจิตเวชอยู่แล้วก็ได้
00:04:11 → 00:04:16ข้อนี้มีความสำคัญมากทีเดียวเพราะว่า การรักษาที่ดี ช่วยเหลือที่ดีนี่
00:04:16 → 00:04:18ก็จะช่วยลดพฤติกรรมก้าวร้าว
00:04:18 → 00:04:20และไม่ทำให้เขาไปกระทำซ้ำ
00:04:20 → 00:04:24แต่การช่วยเหลืออาจจะต้องมีความต่อเนื่อง ยาวนานพอสมควรครับ
00:04:25 → 00:04:29เช่น การใช้ยาในโรคบางโรค ในเด็กหรือวัยรุ่นนี่
00:04:29 → 00:04:31ถ้ารักษาไม่ต่อเนื่องนะครับ
00:04:31 → 00:04:33อาการของเด็กก็อาจจะกลับมา
00:04:33 → 00:04:36พฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงก็อาจจะกลับมา โดยที่เรานึกไม่ถึงก็ได้นะครับ
00:04:36 → 00:04:39ประเด็นที่ 4 คือเรื่องของการนำเสนอข่าว
00:04:39 → 00:04:42ควรจะต้องหลีกเลี่ยงการนำเสนอที่ชัดเจน
00:04:42 → 00:04:46หรือส่อไปในทาง ทำให้เกิดการเรียนรู้หรือเลียนแบบได้
00:04:47 → 00:04:50เช่น มีการเบลอภาพในบางตอนบ้าง
00:04:50 → 00:04:56ไม่ไปแนะนำทำให้เด็กได้เรียนรู้ว่า อ๋อ อันนี้มีการดัดแปลงได้
00:04:56 → 00:04:58เอาไปใช้ทำให้เกิดเป็นอาวุธได้อะไรทำนองนี้
00:04:58 → 00:05:02สื่อที่ดีก็ควรจะนำเสนอเหตุการณ์ เพียงแต่ให้เราเข้าใจ
00:05:02 → 00:05:04ไม่ได้เป็นภาพชัดเจน
00:05:05 → 00:05:09แต่น่าจะมีเรื่องของความรู้ วิธีการช่วยเหลือ
00:05:10 → 00:05:11หรือแก้ไข หรือป้องกันได้
00:05:11 → 00:05:14เรื่องเหล่านี้ ก็จะทำให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เรา
00:05:14 → 00:05:20ได้แนวคิดในเรื่องของการป้องกัน แก้ไข ไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นในสังคมเรา
00:05:20 → 00:05:25[เสียงดนตรี]
00:05:25 → 00:05:27ความรู้ทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้
00:05:27 → 00:05:29มหาวิทยาลัยมหิดล
00:05:29 → 00:05:30ปัญญาของแผ่นดิน