00:00:00 → 00:00:03รู้ทันป้องกันโรคกระเพาะอาหารอาการเจ็บ
00:00:03 → 00:00:06ป่วยที่ดูเล็กน้อยแต่ไม่ควรมองข้ามปวด
00:00:06 → 00:00:09ท้องเรื้อรังอย่าปล่อยไว้สัญญาณเกิดโรค
00:00:09 → 00:00:12ร้ายที่ไม่ใช่แค่โรคกระเพาะอาหารเตือน
00:00:12 → 00:00:15ระวังอันตรายจากโรคกรดไหลย้อนอาการที่
00:00:15 → 00:00:19สร้างความรำคาญอาจนำไปสู่โรคมะเร็งติดตาม
00:00:19 → 00:00:23เรื่องราวทั้งหมดได้ในรายการ TNN Health
00:00:23 → 00:00:25วัน
00:00:25 → 00:00:29นี้สวัสดีค่ะขอต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่ราย
00:00:29 → 00:00:32การที่ tn Health เข้าถึงทุกสาระสุขภาพ
00:00:32 → 00:00:35เสริมภูมิคุ้มกันรู้ทันโรคไปกับ TNN
00:00:35 → 00:00:38Health ค่ะและดิฉันหมอดาวแพทย์หญิง
00:00:38 → 00:00:41ชัดดาวจังวังกรแพทย์เฉพาะทางสาขา
00:00:41 → 00:00:44เวชศาสตร์ครอบครัวพร้อมที่จะรับหน้าที่
00:00:44 → 00:00:47เป็นผู้ดำเนินรายการพาคุณผู้ชมไปเข้าถึง
00:00:47 → 00:00:49สาระสุขภาพดีๆกัน
00:00:49 → 00:00:56[เพลง]
00:00:56 → 00:01:00ค่ะสำหรับสัปดาห์นี้นะคะเราจะมาพูดกันใน
00:01:00 → 00:01:03เรื่องของภัยใกล้ตัวค่ะนั่นก็คือรู้ทัน
00:01:03 → 00:01:06ป้องกันโรคกระเพาะอาหารอาการเจ็บป่วยที่
00:01:06 → 00:01:10ไม่ควรมองข้ามเมื่อพูดถึงโรคกระเพาะอาหาร
00:01:10 → 00:01:12เป็นโรคที่พบได้บ่อยในปัจจุบันเนื่องจาก
00:01:12 → 00:01:15พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เร่งรีบทำให้การ
00:01:15 → 00:01:18รับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้องซึ่งสาเหตุ
00:01:18 → 00:01:20หนึ่งที่ทำให้คนเป็นโรคนี้ส่วนใหญ่มัก
00:01:21 → 00:01:24เป็นๆหายๆแต่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจเพราะหาก
00:01:24 → 00:01:26ปล่อยไว้เรื้อรังอาจทำให้เกิดแผลใน
00:01:26 → 00:01:29กระเพาะอาหารหรือมีเลือดไหลในกระเพาะ
00:01:29 → 00:01:32อาหารจนเกิดภาวะแทรกซ้อนอาจเสี่ยงเป็นโรค
00:01:32 → 00:01:35มะเร็งกระเพาะอาหารได้โดยโรคกระเพาะอาหาร
00:01:35 → 00:01:39นั้นสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ค่ะ 1
00:01:39 → 00:01:42กลุ่มโรคกระเพาะอาหารชนิดที่ไม่มีแผลเป็น
00:01:42 → 00:01:45กลุ่มที่พบได้มากที่สุดโดยมีสาเหตุมาจาก
00:01:45 → 00:01:48การทำงานที่ผิดปกติเช่นการบีบตัวของ
00:01:48 → 00:01:52กระเพาะกับลำไส้ที่ทำงานไม่ประสานกัน 2
00:01:52 → 00:01:55กลุ่มที่พบสาเหตุความผิดปกติของกระเพาะ
00:01:55 → 00:01:58อาหารเช่นเกิดแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้
00:01:58 → 00:02:01เล็กส่วนต้น 3 กลุ่มความผิดปกติจากโรค
00:02:01 → 00:02:05มะเร็งกระเพาะอาหารพบได้น้อยมากประมาณ 2%
00:02:05 → 00:02:08ของผู้ป่วยที่มาด้วยอาการปวดท้องซึ่ง
00:02:08 → 00:02:12สงสัยว่าเป็นโรคกระเพาะอาหารโดยผู้ป่วยจะ
00:02:12 → 00:02:16มีอาการดังต่อไปนี้ 1 ปวดท้องก่อนและหลัง
00:02:16 → 00:02:19รับประทานอาหาร 2 คลื่นไส้หรืออาเจียน
00:02:19 → 00:02:23หลังรับประทานอาหาร 3 ปวดเสียดตื้อจุกและ
00:02:23 → 00:02:26แน่นบริเวณใต้ลิ้นปี่ 4 เบื่ออาหาร 5 มี
00:02:26 → 00:02:30อาการปวดท้องแบบเป็นๆหายๆ 6 ท้องอืดเฟ้อ
00:02:30 → 00:02:33เรอบ่อย 7 อาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือด 8
00:02:33 → 00:02:37ปวดท้องตอนท้องว่างหรือปวดท้องกลางดึกโดย
00:02:37 → 00:02:40ถ้าใครนะคะสังเกตอาการตัวเองแล้วเรามี
00:02:40 → 00:02:43อาการปวดท้องเรื้อรังเป็นเป็นหายๆแบบนี้
00:02:43 → 00:02:47อย่ารีรอค่ะรีบไปพบแพทย์จะดีกว่าสนับสนุน
00:02:47 → 00:02:52โดยแอปหมอดีหมอประจำบ้านในมือ
00:02:52 → 00:02:56คุณเรายังอยู่ที่รู้ทันป้องกันโรคกระเพาะ
00:02:56 → 00:03:00อาหารอาการเจ็บป่วยที่ไม่ควรมองข้ามใน
00:03:00 → 00:03:02ช่วงนี้นะคะเดี๋ยวเราจะไปพูดคุยกับ
00:03:02 → 00:03:09อาจารย์หมอจากแอปพลิเคชันหมอดีกัน
00:03:09 → 00:03:14[เพลง]
00:03:14 → 00:03:17ค่ะสวัสดีค่ะอาจารย์ขอเริ่มที่คำถามแรก
00:03:17 → 00:03:20เลยนะคะโรคกระเพาะอาหารค่ะมักเกิดขึ้นกับ
00:03:20 → 00:03:23คนกลุ่มใดคะอาจารย์โรคกระเพาะอาหารนะครับ
00:03:23 → 00:03:26นะสามารถเกิดกับคนกลุ่มใดนะครับนะคำตอบ
00:03:26 → 00:03:29คือเกิดกับคนทุกกลุ่มเลยนะครับนะโดยมักจะ
00:03:29 → 00:03:31เกิดเกิดบ่อยในกลุ่มคนวัยทำงานนะครับนะ
00:03:31 → 00:03:34กับคนสูงอายุวัยทำงานเนี่ยครับเป็นวัยที่
00:03:34 → 00:03:36ทำงานหนักนะครับกินข้าวไม่ตรงเวลาข้าว
00:03:36 → 00:03:38เช้าไม่กินกินกาแฟเป็นต้นนะครับนะซึ่ง
00:03:38 → 00:03:40อันเนี้ยคือความเสี่งอย่างหนึ่งนะครับนะ
00:03:40 → 00:03:42ในคนที่เป็นไปทำงานเนี่ยจะมีโรคของ
00:03:42 → 00:03:45กระเพาะได้ง่ายเนื่องจากว่ากินข้าวแบบ
00:03:45 → 00:03:48เช้าไม่กินข้าวงเงี้ยร่างกายแบบกินกาแฟ
00:03:48 → 00:03:50แทนก็ได้อ่ะคิดว่าแทแทนได้แต่เปล่าเลย
00:03:50 → 00:03:54กาแฟเนี่ยเป็นการสร้างกดมากขึ้นได้ทำให้
00:03:54 → 00:03:56เกิดการปลดทองได้ง่ายแล้วก็เรื่องของการ
00:03:56 → 00:03:59กินมื้อเที่ยงอ่ะมื้อเที่ยงเงยเรทไปเยอะ
00:03:59 → 00:04:01เลยเพราะว่าว่าขยันเกินทำงานไม่ทันแบบปั
00:04:01 → 00:04:04งานไงครับก็คือกินเื่อเที่ยงต 13:00 น
00:04:04 → 00:04:0514:00 น 14:00 นงี้ครับจะมีการปลดท้อง
00:04:05 → 00:04:08ได้เหมือนกันแล้วก็เรื่องของคนอ่าสูงอายุ
00:04:08 → 00:04:11นะครับนะเรื่องของตัวอ่าปัจจัยความเสี่ยง
00:04:11 → 00:04:14ต่างๆเช่นพกประจำตัวเยอะหรือว่าการใช้ยา
00:04:14 → 00:04:16หลายตัวนะครับนะแล้วก็เรื่องของความ
00:04:16 → 00:04:19เสื่อมของร่างกายการย่อยอาหารในการสร้าง
00:04:19 → 00:04:21กดเนี่ยมันแบบผิดแปลกไปจากเดิมเลยเกิด
00:04:21 → 00:04:23อาการรกกระเพาะได้ง่ายครับผมในเด็กนะครับ
00:04:23 → 00:04:26จะมีรกกระเพาะเหมือนกันแต่เด็กเนี่ยอาการ
00:04:26 → 00:04:29จะออกเป็นรูปแบบของท้องอืดมากกว่าอยาก
00:04:29 → 00:04:31ถ่ายถ่ายไม่ออกนะครับผมพวกเนี้ยมันเกิด
00:04:31 → 00:04:33จากการที่เขาอ่ะกินนมแล้วก็นอนกินแล้วนอน
00:04:33 → 00:04:35เลยอย่าเงี้ยทำให้เกิดอาการแบบพวกาะอาหาร
00:04:35 → 00:04:38บีบตัวได้ไม่ดีหรือว่าการย่อยเนี่ยแย่ลง
00:04:38 → 00:04:40ครับดังนั้นเด็กเนี่ยครับก็คือมีนก
00:04:40 → 00:04:42กระเพาะได้เหมือนกันเพียงแต่ว่าอาการจะ
00:04:42 → 00:04:44ไม่รุนแรงมากสำหรับการดื่มนมนะครับนม
00:04:44 → 00:04:46เนี่ยจะมีเอนไซม์ในการย่อยตัวนึงนะครับ
00:04:46 → 00:04:48นั้นการย่อยนมอยู่ซึ่งนมเนี่ยถือว่าย่อย
00:04:48 → 00:04:52ช้าคอาจารย์คะแล้วทำไมเชื้อโรค H pde
00:04:52 → 00:04:55เนี่ยทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารได้คะเชื้อ
00:04:55 → 00:04:57โรคนะครับที่ชื่อว่า helicobacter p
00:04:57 → 00:05:00ครับนะเป็นปัจจัยหนึ่งที่เกิดโรคกระเพาะ
00:05:00 → 00:05:03อาหารได้ตัวเชื้อนี้นะครับสามารถพบได้
00:05:03 → 00:05:05ทั่วๆไปเลยครับครึ่งนึงของชากรโลกเนี่ย
00:05:05 → 00:05:08สามารถพบเชื้อนะครับในร่างกายได้โดยเชื้อ
00:05:08 → 00:05:10เครับจะปนเปื้อนมากับอาหารและน้ำได้แต่
00:05:10 → 00:05:12ส่วนใหญ่เนี่ยไม่มีอาการนะครับตัวเชื้อ
00:05:12 → 00:05:14เนี้ยเป็นเชื้อแบคทีเรียแกรมลบนะครับตัว
00:05:14 → 00:05:17เองเนี่ยจะสร้างเบสเข้ามาคุมตัวเองไว้ทำ
00:05:17 → 00:05:19ให้ตัวเชื้อเนี่ยครับทนทานต่อกดในเพาะ
00:05:19 → 00:05:23อาหารได้ดังนั้นจึงอยู่ได้นานแล้วก็ตัว
00:05:23 → 00:05:25มันเองเนี่ยจะสร้างพวกเอนไซม์พวกท็อกซิน
00:05:25 → 00:05:29ต่างๆทำให้เกิดการอักเสบที่ผิวของบาอาหาร
00:05:29 → 00:05:31ได้ครับครับเมื่ออักเสบนานๆๆเนี่ยก็คือจะ
00:05:31 → 00:05:32กลายเป็นพวกโรคกระเพาะตามมาได้และอาจจะ
00:05:32 → 00:05:35เกิดแผลนะพอาหารตามมาได้แล้วตัวเราจะรู้
00:05:35 → 00:05:37ได้อย่างไรคะว่านี่คืออาการปวดทองที่มา
00:05:37 → 00:05:40จากโรคกระเพาะอาหารไม่ใช่มาจากสาเหตุอื่น
00:05:40 → 00:05:42อ่ะค่ะอาการปวดทองนะครับเกิดได้จากหลาย
00:05:42 → 00:05:44อย่างมากๆเลยเราจะรู้ได้ไงว่าโรคกระเพาะ
00:05:44 → 00:05:47คืออะไรเนาะโรคกระเพาะเนี่ยนิยามเลยครับ
00:05:47 → 00:05:51คือโรคที่มีอาการปวดท้องแน่นท้องมวลท้อง
00:05:51 → 00:05:55ไม่สบายท้องแบบมีเรอขึ้นไส้อาเจียนกิน
00:05:55 → 00:05:57อาหารแล้วแบบอิ่มเร็วขึ้นนะครับโดยอาการ
00:05:57 → 00:06:00ปวดเนี่ยมักจะเป็นตรงบริเวณใต้้นปี่จนถึง
00:06:00 → 00:06:02เหนือันดืนครับโดยอาการปวดเนี่ยครับมักจะ
00:06:02 → 00:06:05เป็นเป็นหายๆมักจะมีโรคอื่นเข้ามาร่วม
00:06:05 → 00:06:08ด้วยนะครับเช่นกดไหลย้อนลำไส้แปรป่วนได้
00:06:08 → 00:06:11ครับโดยอาการที่ปวดเนี่ยจะต้องไม่มี
00:06:11 → 00:06:13สัญญาณเตือนโรคอันตรายเช่นมีประวัติ
00:06:13 → 00:06:15ครอบครัวเป็นมะเร็งเพะอาหารมีประวัติ
00:06:15 → 00:06:17เรื่องของการถ่ายดำอาจจะเป็นเลือดนะครับ
00:06:17 → 00:06:20เบื่ออาหารมากๆกินข้าวไม่ได้เลยน้ำหนักลด
00:06:20 → 00:06:235% ใน 1 เดือนนะครับรวมถึงคนที่เรื่อง
00:06:23 → 00:06:25ของมีอาการเส้ไปปนหนักๆนะครับจำเป็นต้อง
00:06:25 → 00:06:28ตรวจเพิ่มเติมก่อนโดยในคนที่รกระพาะมา
00:06:28 → 00:06:31เนี่ยหมอจะทำการตรวจเพิ่มเติมได้เพื่อ
00:06:31 → 00:06:35เช็คส่วนอื่นๆด้วยเช่นหลอดอาหารตับลำไส้
00:06:36 → 00:06:38ถุงน้ำดีครับผมเพราะว่ามักเกี่ยวข้องกัน
00:06:38 → 00:06:41อาจารย์ขาแล้วผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหาร
00:06:41 → 00:06:44เนี่ยมีโอกาสที่จะเสียชีวิตจากโรคนี้ได้ม
00:06:44 → 00:06:48คะมีโอกาสเสียชีวิตได้จากโรคแทรกซ้อนนะ
00:06:48 → 00:06:50ครับที่บอกไปเมื่อกี้อีก 2 โรคเนาะอันแรก
00:06:50 → 00:06:52นะครับนะคือโรคกระเพาะทะลุนะครับจากแผล
00:06:52 → 00:06:54กระเพาะอาหารเนี่ยที่มันเป็นการกัดก่อน
00:06:54 → 00:06:57เรื่อยๆนะครับก็จนเป็นรูขึ้นมาตัวน้ำย่อย
00:06:57 → 00:07:00ตัวกดต่างๆเข้าสู่ร่างกายกายเกิดการ
00:07:00 → 00:07:02อักเสบอย่างรุนแรงเกิดการติดเชื้อเกิด
00:07:02 → 00:07:05ภาวะช็อกได้ครับจำเป็นต้องภโรงพยาบาล
00:07:05 → 00:07:08เพื่อทำการผ่าตัดเย็บซ่อมปิดแผนมันไปครับ
00:07:08 → 00:07:12ผมหรือว่า 2 โลบมะเร็งนะครับครับที่เกิด
00:07:12 → 00:07:14ขึ้นเรื่อยๆช้าๆนะครับร่างกายก็จะสูญเสีย
00:07:15 → 00:07:18เลือดไปทางการขับถ่ายที่ผิดปกติไปหรือว่า
00:07:18 → 00:07:21การกินที่แย่ลงก็ได้ค่อยๆผอมซุปลงได้ครับ
00:07:21 → 00:07:24โดยมะเร็งนะครับที่ไทยเนี่ยเราแย่ลงเพราะ
00:07:24 → 00:07:28ว่าเราพบช้าคนที่มามักจะเป็นคนแก่อาจารย์
00:07:28 → 00:07:31คะแลแล้วการรักษาโรคกระเพาะอาหารนั้นมี
00:07:31 → 00:07:34กี่วิธีคะการรักษาเนี่ยจะมีอยู่ 3 ข้อ
00:07:34 → 00:07:37หลักๆเลยนะครับข้อ 1 คือการปรับพฤติกรรม
00:07:37 → 00:07:40การกินและการใช้ชีวิตนะครับ 1 นะครับปรับ
00:07:40 → 00:07:43การกินใหม่หลีกเลี่ยงของมันของทอดของรส
00:07:43 → 00:07:46จัดนะครับชากาแฟแอลกอฮอล์เนาะ 2 นะครับ
00:07:46 → 00:07:50เป็นการใช้ยาเพื่อให้อาการดีขึ้นนะครับ
00:07:50 → 00:07:53โดยยาแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักๆกลุ่มแรกคือยา
00:07:53 → 00:07:56รดกดนะครับเรากินเพื่อรักษาให้ตัวกดไม่
00:07:56 → 00:07:59มากเกินไปการระคายเครืองพหารน้อย้อย 2
00:07:59 → 00:08:02เป็นยาช่วยให้อาการดีขึ้นพวกยาแก้อาการ
00:08:02 → 00:08:04ต่างๆแก้ท้องอืดท้องเฟ้อแก้คลื่นไส้แก้
00:08:05 → 00:08:07แด่นท้องนะครับแก้ปลดท้องได้ข้อ 3 นะครับ
00:08:07 → 00:08:10คือเคสกลุ่มคนที่ใช้ยาก็ไม่ดีขึ้นลองปรับ
00:08:10 → 00:08:14พิต่างๆก็ไม่ดีขึ้นควรจะส่องกล้องเพื่อดู
00:08:14 → 00:08:17ตั้งแต่ออกอาหารลงไปเขก็หาถลำไส้ครับดู
00:08:17 → 00:08:20ว่ามีพวกแผลมยมีการติดเชื้อมนะครับซึ่ง
00:08:21 → 00:08:23ส่วนใหญ่ครับนะมักจะเป็นแผลรมของการการ
00:08:23 → 00:08:26ติดเชื้อเสพด้วยอาจารย์ขาแล้วยากลุ่มใด
00:08:26 → 00:08:29ที่ผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหารไม่ควรรับ
00:08:29 → 00:08:31ประทานคะในคนที่โกกระเพาะเนี่ยควรจะ
00:08:31 → 00:08:34เลี่ยงยา 2 กลุ่มครับกลุ่มแรกเป็นยาแก้
00:08:34 → 00:08:37ปวดกลุ่มเอเซตนะครับกลุ่มยาแก้ปวดที่ไม่
00:08:37 → 00:08:41ใช่สเตียรอยด์เช่นยาบูเฟนฟนต่างๆครับพวก
00:08:41 → 00:08:44ยาพสนนะครับนะหรือแบบพวกยาพวกไฟกแก้ปวด
00:08:44 → 00:08:46ได้ 2 นะครับเป็นยาแก้ปดกลุ่มสเตียรอยด์
00:08:46 → 00:08:49นะครับเช่นเพรนยาแก้อักเสียบเป็นต้นเนาะ
00:08:49 → 00:08:52ยาเหล่านี้ถ้าเลี่ยงได้ควรเลี่ยงนะครับนะ
00:08:52 → 00:08:54แล้วก็ห้ามกินกับพวกสุราาหรือว่า
00:08:54 → 00:08:56แอลกอฮอล์ด้วยอาจารย์คะอาหารที่ผู้ป่วย
00:08:56 → 00:08:59โรคกระเพาะอาหารควรรับประทานและไม่ควรรับ
00:08:59 → 00:09:02ประทานมีอะไรบ้างคะกลุ่มที่ควรนะครับควร
00:09:02 → 00:09:05กินอาหารที่ย่อยง่ายผักเครับนะย่อยง่าย
00:09:05 → 00:09:08อยู่มีกากใหยสูงด้วยพวกปลาครับช่วยได้
00:09:08 → 00:09:11หรือว่าพวกอ่าอาหารที่ช่วยเสริมสร้างการ
00:09:11 → 00:09:14ย่อยได้ครับเช่นพวกนมเปรี้ยวโยเกิร์ตนะก็
00:09:14 → 00:09:15คือช่วยให้การกับถ่ายดีขึ้นด้วยแล้วก็
00:09:15 → 00:09:17ช่วยให้ช่วยย่อยอย่างี้ด้วยเหมือนกันนะ
00:09:17 → 00:09:20ครับห้ามอะไรบ้างห้ามนะครับพวกของที่ย่อย
00:09:20 → 00:09:22ยากๆเนื้อสัตว์พวกแบบเนื้อวัวนะครับติด
00:09:22 → 00:09:26มันงเยยากๆของมันของทอดนะครับข้อ 3 นะ
00:09:26 → 00:09:28ครับของรสจัดนะครับของรสจัดนะพวกแบบ
00:09:28 → 00:09:31เปี้ยวๆจัดเผ็ดจัดเนี่ยกระตุ้นการหลังกด
00:09:31 → 00:09:35ได้ครับแอลกอฮอล์ชากาแฟนะครับคาเฟอีน
00:09:35 → 00:09:37แอลกอฮอลเนี่ยมีผลในการกระตุ้นการเกิด
00:09:37 → 00:09:40กลังกดได้ครับดังนั้นควรจะีกเลี่ยงหนของ
00:09:40 → 00:09:44เหล่านี้ด้วยอาจารย์คะคำถามนี้เอาใจคนที่
00:09:44 → 00:09:48ชอบรับประทานบุฟเฟต์ค่ะมีวิธีการนะคะหรือ
00:09:48 → 00:09:50ป้องกันอย่างไรสำหรับคนที่บุฟเฟ่ต Lover
00:09:50 → 00:09:53หรือว่าชอบรับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์ที่จะ
00:09:53 → 00:09:55ป้องกันไม่ให้เกิดโรคกระเพาะอาหารขึ้นคะ
00:09:55 → 00:09:59ไลฟ์สไตล์ของไวปัจจุบันเนาะคนเราจะมีการ
00:09:59 → 00:10:02กินที่แบบปิดแปลกไปเช่นเน้นบุฟเฟ่ต์เป็น
00:10:02 → 00:10:04หลักนะครับนะในการกินบุฟเฟ่ต์เนี่ยเป็น
00:10:04 → 00:10:07สิ่งที่เลียงไม่ได้นะบางคนเนาะเออเจอ
00:10:07 → 00:10:10เพื่อนสังสันอะไรเงี้ยเราสามารถลดความรุน
00:10:10 → 00:10:14แรงได้ด้วยการที่อ่าเพิ่มเพิ่มผักแต่ละ
00:10:14 → 00:10:16มือครับเพิ่มน้ำนิดนึงนะครับลดเนื้อนิด
00:10:17 → 00:10:18นึงนะครับหรือว่าเนื้อเนี่ยควรจะเป็น
00:10:18 → 00:10:21เนื้อที่ติดมันน้อยๆอยากจะฝากไว้ 5 ข้อนะ
00:10:21 → 00:10:24ครับข้อแรกครับกินตรงเวลาครับกินตรงเวลา
00:10:24 → 00:10:27เนี่ยก็คือการปรับพฤติกรรมการกินข้าวเนาะ
00:10:27 → 00:10:30เราควรจะกินข้าวให้มันตรงมือครับนะแม้ว่า
00:10:30 → 00:10:31ไม่หิวก็ตามเมื่อร่างกายหลักดมาเป็น
00:10:31 → 00:10:34ไซเคิลแล้วเนี่ยเมื่อเราไม่หิวปุ๊บเราจะ
00:10:34 → 00:10:36ไปกินนิดนึงให้ร่างกายมันรู้ว่าเนี่ยช่วง
00:10:36 → 00:10:38เคือต้องกินและเพื่อให้ร่างกายทำงานปกติ
00:10:38 → 00:10:41เหมือนเดิมหลังจากกินเนี่ยควรจะมีเวลาไป
00:10:41 → 00:10:43ทำอย่างอื่นเช่นแบบเดินเล่นหรือว่านั่ง
00:10:43 → 00:10:45คุยนั่งพักผ่อนไปอีก 3 ชั่วโมงอย่างน้อย
00:10:45 → 00:10:47เพราะว่าถ้าเรากินแล้วนอนเลยเนี่ยจะเกิด
00:10:47 → 00:10:51อาการกดไหลย้อนได้จะเกิดอาการท้องอืดท้อง
00:10:51 → 00:10:53เฟอแน่นทองได้ครับมื้อดึกที่ควรกินเนี่ย
00:10:53 → 00:10:56ควรจะห่างจากก่อนนอนเนี่ย 3 ช่มนะครับนะ
00:10:56 → 00:10:59หรือว่าถ้าแบบกินแล้วง่วงมากอ่ะให้นั่ง
00:10:59 → 00:11:01หลับได้เอนหลังได้ครับแต่ว่าห้ามนอนหรือ
00:11:01 → 00:11:04ว่าถ้าแบบว่าไม่ไหวจริงๆนอนก็ได้แต่ว่า
00:11:04 → 00:11:06ควรนอนตะแคงทรายครับเพื่อป้องกันการเกิด
00:11:06 → 00:11:09กฎไลย้อนเนาะข้อ 2 นะครับนะเป็นการปรับ
00:11:09 → 00:11:13การกินกินให้ดีกินให้ของที่มีประโยชน์กิน
00:11:13 → 00:11:15ของครบ 5 หมู่นะครับข้อที่ 3 นะครับการ
00:11:15 → 00:11:19หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆเช่นบุหรี่
00:11:19 → 00:11:23เหล้ายาแก้ปวดบางตัวข้อที่ 4 การลดความ
00:11:23 → 00:11:26เครียดเพราะความเครียดทำให้เกิดการหลักด
00:11:26 → 00:11:29มากขึ้นได้แล้วก็ข้อ 5 เมื่อมีอาการเตือน
00:11:29 → 00:11:34แล้วเช่นจุกแน่นท้องเลอบ่อยอาหารไม่ย่อย
00:11:34 → 00:11:37ควรเริ่มใช้ยาและพบแพทย์เบื้องต้นครับ
00:11:37 → 00:11:39เพราะว่าถ้าทิ้งไว้จะเกิดอาการภาวะแทรก
00:11:39 → 00:11:42ซ้อนได้ในอนาคตเช่นแผนเพาะอาหารหรือว่า
00:11:42 → 00:11:45มะเร็งเพาะอาหารได้ครับขอบพระคุณอาจารย์
00:11:45 → 00:11:48หมอนะคะจากแอปพลิเคชันหมอดีที่มาให้ความ
00:11:48 → 00:11:50รู้ความเข้าใจในเรื่องของโรคกระเพาะอาหาร
00:11:50 → 00:11:54กับพวกเรามากขึ้นค่ะสนับสนุนโดยแอปหมอดี
00:11:54 → 00:11:57หมอประจำบ้านในมือ
00:11:57 → 00:12:00คุณ
00:12:00 → 00:12:02สวัสดีครับคุณผู้ชมครับต้อนรับเข้าสู่
00:12:02 → 00:12:05ช่วงที่ 3 ของรายการ TNN Health นะครับ
00:12:05 → 00:12:07ช่วงนี้ว่ากันด้วยเรื่องของปัญหาสุขภาพ
00:12:07 → 00:12:09โรคกรดไหลย้อนนั่นเองนะครับหลายคนเป็นกัน
00:12:09 → 00:12:11เยอะแล้วก็มีแนวโน้มนะครับที่จะมีผู้ป่วย
00:12:11 → 00:12:13เนี่ยเพิ่มมากขึ้นทั่วโลกเลยนะครับไม่ใช่
00:12:13 → 00:12:16แค่เฉพาะประเทศไทยของเราสาเหตุมาจากอะไร
00:12:16 → 00:12:18แล้วจะมีวิธีในการดูแลสุขภาพให้ดียิ่ง
00:12:18 → 00:12:20ขึ้นได้อย่างไรบ้างวันนี้ผมเชิญผู้เชี่ยว
00:12:20 → 00:12:22ชาญมาร่วมพูดคุยกัน 2 ท่านด้วยกันนะครับ
00:12:22 → 00:12:26ท่านแรกก็คือดรกำพลภูผาวัฒนากิจ Chief
00:12:26 → 00:12:28medical Research officer ครับและอีก
00:12:28 → 00:12:32ท่านนึงนะครับเภสัชกรศรสาหัสอาชานิภาดา
00:12:32 → 00:12:35พัฒผู้บริหารบริษัทอาชิ laboratory
00:12:35 → 00:12:37ประเทศไทยจำกัดหรือว่าเภสัชกร x นั่นเอง
00:12:37 → 00:12:40นะครับสวัสดีทั้ง 2 ท่านครับสวัสดีครับขอ
00:12:40 → 00:12:46เริ่มต้นกันที่ดรกำพลก่อนนะครับ
00:12:46 → 00:12:50[เพลง]
00:12:50 → 00:12:53ครับจริงมั้ยครับว่าที่ปัจจุบันนี้เนี่ย
00:12:53 → 00:12:56คนทั่วโลกเนี่ยป่วยเป็นโรคกรดลย้อนเพิ่ม
00:12:56 → 00:12:59มากขึ้นครับจริงครับเพราะว่าไม่ใช่แค่
00:12:59 → 00:13:03ทั่วโลกนะครับผมว่าทุกๆบ้านเลยทุกบ้านเลย
00:13:03 → 00:13:06ทุกบ้านเลยนะครับต้องมีคนที่มีความรู้สึก
00:13:06 → 00:13:09แล้วที่น่ากังวลมากๆตอนนี้ไม่ใช่เป็นโรค
00:13:09 → 00:13:12ของคนแก่อีกแล้วนะครับเป็นโรคของวัยทำงาน
00:13:12 → 00:13:14เป็นโรคของวัยรุ่นและแม้กระทั่งเด็กเล็กๆ
00:13:14 → 00:13:16ตอนนี้ก็เริ่มเป็นกันแล้วเพราะอะไรครับ
00:13:16 → 00:13:18เพราะว่าการใช้ชีวิตของคนสมัยนี้หรือ
00:13:18 → 00:13:20เปล่าครับผมมันเป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้าน
00:13:20 → 00:13:23สังคมแลก็วัฒธรรมนะครับตอนนี้เรามีการเ้า
00:13:23 → 00:13:27เรียกว่ากินมากขึ้นกินเยอะขึ้นกินบ่อยมาก
00:13:27 → 00:13:30ขึึ้นแล้วก็ไม่ค่อยระวังนะครับตอนนี้ตัว
00:13:30 → 00:13:33เลือกมันเยอะมากขึ้นแต่ว่าร่างกายของเรา
00:13:33 → 00:13:36ไม่มีการเปลี่ยนแปลงนะครับการย่อยการนำไป
00:13:36 → 00:13:39ใช้เนี่ยมันยังเหมือนเมื่อ 100 ปีที่แล้ว
00:13:39 → 00:13:42แต่ว่าเราตอนนี้เรากินเทียบกับคน 100 ปี
00:13:42 → 00:13:44ที่แล้วเนี่ประมาณ 5-10 เท่านะครับและก็
00:13:44 → 00:13:47ความหลากหลายรวมทั้งพฤติกรรมความเครียด
00:13:47 → 00:13:50การทำงานกันอยู่ของสังคมนะครับมันเขา
00:13:50 → 00:13:53เรียกว่าอัดๆกันทำให้คนมีอาการพวกนี้ออก
00:13:53 → 00:13:55มาแล้วอย่างงี้อาการของผู้ป่วยที่เป็นโรค
00:13:55 → 00:13:58กรดย้อนนี่เป็นอย่างไรบ้างครับดรกำพลครับ
00:13:58 → 00:14:00ก็ก็จริงๆกดไหลย้อนของตัวมันเองเนี่ยมี
00:14:00 → 00:14:03อยู่ 3 ระดับนะครับเริ่มแรกเนี่ยซึ่ง
00:14:03 → 00:14:06เกือบทุกคนจะเป็นนะครับเกือบทุกคนจะเป็น
00:14:06 → 00:14:09เลยตั้งแต่ท้องอืดบ้างท้องเฟ้อบ้างอาหาร
00:14:09 → 00:14:12ไม่ย่อยบ้างรู้สึกมีการอึดอัดบ้างบางคน
00:14:12 → 00:14:14ถึงกับหายใจไม่ค่อยออกหลังจากที่รับ
00:14:14 → 00:14:17ประทานอาหารอย่างนี้นะครับเกือบทุกคนจะ
00:14:17 → 00:14:19เป็นอันนี้เป็นขั้นหนึ่งแล้วนะมฉะนั้นเ
00:14:19 → 00:14:21เกือบทุกคนจะมีอาการเริ่มต้นของกดไหลย้อน
00:14:22 → 00:14:24อยู่แล้วนะครับขั้นที่ 2 นี่ก็คือเพิ่ม
00:14:24 → 00:14:27เข้ามาก็จะมีการแบบรู้สึกว่ามีรสชาติ
00:14:27 → 00:14:31เปรี้ยวบ้างบ้างขมบ้างอยู่ในปากนะครับบวก
00:14:31 → 00:14:34กับที่อึดอัดแน่นท้องอาหารไม่ย่อยนะครับ
00:14:34 → 00:14:37พวกนี้อันนี้เป็นระดับ 2 เพอระดับ 3
00:14:37 → 00:14:41เนี่ยก็จะมีความรุนแรงมาก็คือแสบยอดอกปวด
00:14:41 → 00:14:44ยอดอกหายใจไม่ออกมีความทุกข์ทรมานมากขึ้น
00:14:44 → 00:14:48นะครับระดับ 1 2 3 เนี่ยทรมานทั้งหมด
00:14:48 → 00:14:50แต่ระดับความทรมานไม่เหมือนกันแต่จริงๆ
00:14:50 → 00:14:53ทางการแพทย์เนี่ยมันมีระดับ 4 ด้วยโอ
00:14:53 → 00:14:57ระดับ 4 เนี่ยจะไม่ค่อยก็คือจะเป็นระดับ 3
00:14:57 → 00:14:59ที่ไม่ได้รับการอ่าเขาเรียกว่ารักษาอย่าง
00:14:59 → 00:15:03ถูกต้องมันก็เลยลามไปเป็นอ่าโรคภัยไข้
00:15:03 → 00:15:06เจ็บอื่นๆนะครับอย่างเช่นโรคหัวใจโรค
00:15:06 → 00:15:09เกี่ยวกับต่อมที่อยู่ในคอนะครับพวกนี้รวม
00:15:09 → 00:15:13ทั้งฟันผุบางคนฟันผุบางคนปวดหัวบางคนนอน
00:15:13 → 00:15:16ไม่หลับนะครับจะกรดที่มันไหลย้อนออกมาใช่
00:15:16 → 00:15:18ครับเพราะมันมีมีความเป็นกรดที่อยู่ตรง
00:15:18 → 00:15:22นั้นนานนะครับนานไปบางทีเนี่ยมันไปย่อย
00:15:22 → 00:15:24เนื้อเยื่อของเราทำให้เป็นแผลเป็นอะไรและ
00:15:24 → 00:15:27ทำให้เป็นเาเรียกว่ามะเร็งของทางเดิน
00:15:27 → 00:15:30อาหารช่วงบนในที่สุดด้วยอืนั่นหมายความ
00:15:30 → 00:15:32ว่าถ้าเป็นเนี่ยแล้วเราทนทุกทรมานเนี่ย
00:15:32 → 00:15:35มันจะทำให้เอ่ออาการของโรคเนี่ยมันกำเริบ
00:15:35 → 00:15:38นะครับมันรุนแรงไปจนถึงขั้นเป็นมะเร็งได้
00:15:38 → 00:15:41เลยครับผมได้อันนี้เป็นอีกขั้นนึงไปเป็น
00:15:41 → 00:15:44อีกขั้นนึงอย่างที่เอ่อดรกำพลบอกมันมี
00:15:44 → 00:15:46เอ่อจริงๆมี 3 แต่ว่าทางการแพทย์คือมอง
00:15:46 → 00:15:48ว่าเป็น 4 ระดับที่รุนแรงแบบนั้นเลยครับ
00:15:48 → 00:15:50แล้วเมื่อป่วยเมื่อทุกข์ทรมานแบบนี้แล้ว
00:15:50 → 00:15:53ครับต้องถามต่อเลยว่าแล้วรักษายังไรครับ
00:15:53 → 00:15:56ก็การรักษาโดยทั่วไปเลยคือถ้าเราไปหาหมอเ
00:15:56 → 00:15:58มันก็จะมียาอยู่ 3 ประเภทนะครับที่ตั้ง
00:15:58 → 00:16:02แต่ยาลดกดยาเคลื่อบกระเพาะอาหารยาปรับอ่า
00:16:02 → 00:16:04เรียกน้ำย่อยหรือว่าฮอร์โมนในการย่อย
00:16:04 → 00:16:07อาหารพวกนี้นะครับซึ่งตัวพวกนี้เป็นการ
00:16:07 → 00:16:10ใช้เา้าเรียกว่าเป็นเหมือนพลาสเตอร์ติดอ
00:16:10 → 00:16:13นะครับก็คือแก้ที่ปลายเหตุแต่เป็นมาตรฐาน
00:16:13 → 00:16:16การรักษาอย่างเงี้ยทั่วโลกเลยนะครับมิ
00:16:16 → 00:16:18ฉะนั้นเนี่ยสิ่งที่ต้องใส่เข้ามาคนทั่ว
00:16:18 → 00:16:21โลกเนี่ยมีวัฒนธรรมนะครับอย่างเช่นถ้าเรา
00:16:21 → 00:16:24ไปแถวเ่อ middle East มีมโคอะไรอย่าง
00:16:24 → 00:16:27เงี้ยเวลาเรากินอาหารเสร็จเขาก็จะเสิร์ฟ
00:16:27 → 00:16:32ชามิ้นใช่ระแห่ครับเอ่อที่ประเทศยุโรปเจะ
00:16:32 → 00:16:36รับประทานพวกไซเดอร์กันแอร์นู่นนี่นั่นนะ
00:16:36 → 00:16:38ครับมีตั้งแต่แม้กระทั่งแอลกอฮอล์เมเซอร์
00:16:39 → 00:16:42พอมาทางการแพทย์แผนธรรมชาติบำบัดปัจจุบัน
00:16:42 → 00:16:45นี้ตอนนี้ที่กำลังดังมากๆก็จะมีพวกขิง
00:16:45 → 00:16:49แล้วรวมทั้งพวกแแมนนนะครับตอนนี้กำลังดัง
00:16:49 → 00:16:52มากๆเลยนะครับซึ่งใช้กันทั่วโลกนะครับอ่า
00:16:52 → 00:16:54เมืองไทยเองเนี่ยตอนนี้ก็มีการใช้พวก
00:16:54 → 00:16:57อาหารเสริมแลก็สมุนไพรเข้ามาร่วมในการ
00:16:57 → 00:16:59รักษาเยอะขึ้นมากครับงั้นกลับมาที่ประเทศ
00:17:00 → 00:17:02ไทยบ้านเรากันบ้างนะครับถามทางเพสากร X
00:17:02 → 00:17:04เลยนะครับสำหรับหลายคนที่ทุกข์ทรมานจาก
00:17:04 → 00:17:07โรคกรดไหลย้อนเนี่ยนะครับไม่ดีขึ้นสักที
00:17:07 → 00:17:10มีคำแนะนำอย่างไรบ้าง
00:17:10 → 00:17:17[เพลง]
00:17:17 → 00:17:20ครับจริงๆแล้วกฎไหล่งย้อนเหมือนกับที่ดร
00:17:20 → 00:17:23กำพลบอกเลยครับมันมีต้นเหตุสาเหตุเพียง
00:17:23 → 00:17:25แต่ว่าจริงๆโรคนี้นะครับมันไม่ได้ซับซ้อน
00:17:25 → 00:17:27ครับมันเป็นโรคที่ผมมักจะบอกคนไข้ทุกคน
00:17:27 → 00:17:30เลยว่าโรคไหลย้อนมันคือโรคเด็กอนุบาลหขอ
00:17:30 → 00:17:33แค่เราเข้าใจครับมันเหมือนเราไม่เคยเข้า
00:17:33 → 00:17:36ใจว่าไอ้พฤติกรรมเนี้ยที่เราทำเนี่ยไอ้
00:17:36 → 00:17:38การทำงานหนักไอ้ความเครียดไม่มีการผ่อน
00:17:38 → 00:17:40คลายไม่เคยออกกำลังกายสิ่งเนี้ยมันจะทำ
00:17:40 → 00:17:43ให้กระเพาะเราเนี่ยทำงานได้น้อยลงอือ่า
00:17:43 → 00:17:45รวมถึงอาหารที่เรากินครับมันเปลี่ยนไป
00:17:45 → 00:17:48เยอะมากครับเหมือนที่ดรกำพลบอกเลยครับ 100
00:17:48 → 00:17:50ปีกับตอนนี้ครับมันเปลี่ยนไปอย่างสิ้น
00:17:50 → 00:17:51เชิงเดี๋ยวนี้อาหารทุกมื้อที่เรากินเป็น
00:17:51 → 00:17:54อะไรครับอาหารแปรรูปครับและแน่นอนครับ
00:17:54 → 00:17:56อาหารแปรรูปประโยชน์มันน้อยนะครับคุณค่า
00:17:56 → 00:18:00ทางโภชากรต่ำมากแต่การย่อยยากมากครับ
00:18:00 → 00:18:02เพราะั้นเนี่ยการย่อยในกระเพาะอาหารของ
00:18:02 → 00:18:04เราเนี่ยทำงานหนักทุกๆวันครับแน่นอนครับ
00:18:04 → 00:18:07สุดท้ายปลายทางมันต้องอ่อนแอครับอ่าและ
00:18:07 → 00:18:10ที่สำคัญเลยพอมันย่อยยากปุ๊บน้ำย่อยมันจะ
00:18:10 → 00:18:12ตกค้างอยู่ในกระเพาะนานครับน้ำย่อย
00:18:12 → 00:18:14อันเนี้ยมันก็จะไปกัดเยื่อเมือกที่เคลือบ
00:18:14 → 00:18:17กระเพาะเอาไว้และยังไม่พอนะครับอาหารแปร
00:18:17 → 00:18:19รูปที่ตกค้างในกระเพาะนานมันจะเกิดแก๊ส
00:18:19 → 00:18:22เกิดลมนี่แหละครับคือต้นตอของการเกิดกด
00:18:22 → 00:18:25ไหล่ย้อนครับดังนั้นครับผมบอกเลยว่าโรคกด
00:18:25 → 00:18:28ไหล่ย้อนเป็นโรคที่ไม่ได้รุนแรงหรือรักษา
00:18:28 → 00:18:30ยากเลยขอแค่เราเข้าใจมันปรับเปลี่ยน
00:18:30 → 00:18:33พฤติกรรมให้ดีครับและสุดท้ายครับเราก็จะ
00:18:33 → 00:18:36หายจากโลคนี้ได้จริงๆแต่ถ้าเกิดเราไม่มี
00:18:36 → 00:18:38การปรับเปลี่ยนไม่มีความเข้าใจอะไรเลย
00:18:38 → 00:18:40เหมือนที่ดรกำพลบอกครับปลายทางของโลกนี้
00:18:40 → 00:18:44นะครับคือมะเร็งครับต้องเริ่มต้นจากการ
00:18:44 → 00:18:46เข้าใจก่อนแล้วก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของ
00:18:46 → 00:18:48เราด้วยนั่นเองนะครับแต่ว่าจริงๆการปรับ
00:18:48 → 00:18:50พฤติกรรมสมัยนี้มันก็ก็เลี่ยงยากอยู่
00:18:50 → 00:18:52เหมือนกันนะถูกต้องครับเลี่ยงยากทีนี้
00:18:52 → 00:18:54สิ่งที่ผมจะมาบอกเลยนะครับว่าก่อนอื่นเลย
00:18:54 → 00:18:56นะครับเราจะปรับพฤติกรรมความรู้ต่างๆเย
00:18:56 → 00:18:59ความรู้เราต้องมีมาก่อนนะครับเราต้องทราบ
00:18:59 → 00:19:02ก่อนว่า 4 ต้นตอของการเกิดกดไหล่ย้อน
00:19:02 → 00:19:04เนี่ยมันมีอะไรบ้างเราจะได้ไม่ทำเราจะได้
00:19:04 → 00:19:07เลี่ยงหรือทำให้น้อยที่สุดครับต้นตอนที่ 1
00:19:07 → 00:19:09ครับคือกระเพาะของเราเนี่ยระบบย่อยมัน
00:19:09 → 00:19:12อ่อนแอลงพอระบบย่อยอ่อนแอลงปั๊บเนี่ยเกิด
00:19:12 → 00:19:15อะไรขึ้นครับอาหารตกค้างนานก็เกิดแก๊สนะ
00:19:15 → 00:19:17ครับพอปล่อยไปนานๆปุ๊บเยื่อเมืองใน
00:19:17 → 00:19:19กระเพาะมันจะบางลงสุดท้ายเราจะมีอาการแสบ
00:19:19 → 00:19:22ร้อนท้องแล้วก็เป็นโรคกระเพาะตามมาอีก
00:19:22 → 00:19:24ครับนะครับประเด็นที่ 2 ครับต้นตอนที่ 2
00:19:24 → 00:19:27นะครับก็คือเรื่องของท้องผูกขับถ่ายไม่ดี
00:19:27 → 00:19:29เชื่อมครับร้อยทั้งร้อยนะครับคุณนิวครับ
00:19:29 → 00:19:31คนที่เป็นกฎไหล่ย้อนนะฮะถ้าผมได้พูดคุย
00:19:31 → 00:19:34กับคนไข้นะ 90% มักจะมีอาการถ่ายไม่สุด
00:19:34 → 00:19:37หรือท้องผูกครับพอท้องผูกเปิดอะไขึ้นครับ
00:19:37 → 00:19:39อุจจาระที่มันตกค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่มันจะ
00:19:39 → 00:19:41เกิดแก๊สครับและแก๊สตัวนี้เป็นแก๊สพิษนะ
00:19:41 → 00:19:44ฮะมันจะทำให้เราจุกแน่นท้องรวมกับกระเพาะ
00:19:44 → 00:19:47ที่มีลมอยู่แล้วด้วยเรายิ่งไม่สบายท้อง
00:19:47 → 00:19:50ยิ่งอืดยิ่งจุกยิ่งแน่นอาหารยิ่งไม่ย่อย
00:19:50 → 00:19:52ครับนะฮะอันที่ 3 ครับคือความเครียดครับ
00:19:52 → 00:19:55ความเครียดสำคัญมากเพราะทุกครั้งที่เรา
00:19:55 → 00:19:57เครียดนะครับมันจะลงกระเพาะอือันนี้เป็น
00:19:57 → 00:19:59เรื่องจริงนะฮะครับเครียดแล้วลงกระเพาะ
00:19:59 → 00:20:02คือพอเราเครียดปั๊บเนี่ยมันจะกระตุ้นให้
00:20:02 → 00:20:04น้ำย่อยในกระเพาะมันหลั่งออกมาแต่เราไม่
00:20:04 → 00:20:06ได้กินอาหารไงครับเพราะฉะนั้นพอน้ำย่อย
00:20:06 → 00:20:08หลั่งออกมาปั๊บมันย่อยอะไรครับมันย่อย
00:20:08 → 00:20:10เนื้อเยื่อในกระเพาะเราครับเพราะะนั้น
00:20:10 → 00:20:12กระเพาะของเรามันก็จะบางลงเรื่อยๆๆสุด
00:20:12 → 00:20:14ท้ายเกิดเป็นแผลนั่นเองครับนะฮะอันสุด
00:20:14 → 00:20:17ท้ายอันที่ 4 เลยนคือเรื่องอาหารการกิน
00:20:17 → 00:20:19ครับครับถ้าเราคุมเรื่องอาหารการกินที่ดี
00:20:19 → 00:20:22ได้อาหารแปรรูปกินได้ครับแต่กินให้น้อย
00:20:22 → 00:20:25อย่ากินทุกมื้ออย่ากินทุกวันนะครับอาหาร
00:20:25 → 00:20:28ปิ้งย่างทอดกินให้น้อยครับอย่ากินทุกมื้อ
00:20:28 → 00:20:30อย่ากินทุกวันเช่นกันเพียงแค่นี้ครับถ้า
00:20:30 → 00:20:34เราจัดการ 4 เรื่องนี้ได้กดไหล่ย้อนผมบอก
00:20:34 → 00:20:36เลยครับมีแต่ดีขึ้นดีขึ้นแล้วก็หายครับ
00:20:36 → 00:20:39อ่าแค่อนุบาลเท่านั้นเองอาศัยความเข้าใจ
00:20:39 → 00:20:42นั้นเองนะครับครับแล้วก็อย่างที่เกร x นำ
00:20:42 → 00:20:44เสนอเนี่ยก็คือเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ
00:20:44 → 00:20:47ด้านนี้ศึกษาค้นคว้ามางั้นโอกาสนี้อยาก
00:20:47 → 00:20:49ให้เพสัจยากร x นะครับช่วยแนะนำตัวช่วยดี
00:20:49 → 00:20:51ๆสำหรับคุณผู้ชมของเราหน่อยครับคือเนื่อง
00:20:51 → 00:20:54จากเอ่อตัวเลือกที่ดีของผมนะอันที่ 1 เลย
00:20:54 → 00:20:56นะครับผมจะบอกคนไข้นะครับหรือคนที่ติดตาม
00:20:56 → 00:21:00ผมเนี่ยทุกคนว่าเราไม่ต้องไปพยายามหายามา
00:21:00 → 00:21:02ทานเราไม่ต้องไปพยายามไปหาอาหารเสริมมา
00:21:02 → 00:21:05ทานแต่สำหรับคนที่ต้องการตัวช่วยวันเนี้
00:21:05 → 00:21:07ผมก็จะมาแนะนำครับตัวช่วยที่ผมทำมาแล้ว
00:21:07 → 00:21:11ประมาณ 5 ปีนะครับได้รับการตอบรับนะครับ
00:21:11 → 00:21:12ค่อนข้างสูงมากๆนะครับมีคนที่ใช้
00:21:12 → 00:21:14ผลิตภัณฑ์ของผมเนี่ยตอนนี้นะครับมี
00:21:14 → 00:21:17500,000 กว่ารายแล้วก็มียอดขายมากกว่า 1
00:21:17 → 00:21:20ล้านกล่องในระยะเวลาเกือบ 5 ปีนะครับแล้ว
00:21:20 → 00:21:23ก็มีพี่หนุ่มนะครับพี่หนุ่มกัญชัยกำเนิด
00:21:23 → 00:21:25พลอยเป็นพรีเซ็นเตอร์มา 3 ปีซ้อนซึ่ง
00:21:25 → 00:21:28อาหารเสริมตัวเชื่อว่านะครับฮาชิ grd
00:21:28 → 00:21:31Plus ครับอ่าเป็นสูตรใหม่ที่ผมวิจัย
00:21:31 → 00:21:34พัฒนานะครับแล้วก็ไปได้รับรางวัลนะครับ
00:21:34 → 00:21:37inven gena นะครับปี 2021 มาด้วยนะครับ
00:21:37 → 00:21:40และที่สำคัญเลยนะครับสูตรใหม่ที่ผมพัฒนา
00:21:40 → 00:21:43นี้นะฮะมันจะมีตัวช่วยย่อยนะครับเราเรียก
00:21:43 → 00:21:46ว่าพรนนะครับเพราะฉะนั้นเนี่ยพอเราทาน
00:21:46 → 00:21:49ฮาชิ grd Plus เนี่ยมันจะช่วยทำให้การ
00:21:49 → 00:21:51ย่อยของเราเนี่ยมีประสิทธิภาพมากขึ้น
00:21:51 → 00:21:53เพราะงั้นพอกระเพาะเรามีเยื่อเมือกหนามัน
00:21:54 → 00:21:56จะหายแสบร้อนมันจะไม่เป็นโรคกระเพาะและ
00:21:56 → 00:22:00ระบบย่อยจะทำทำงานได้ดีมากๆครับอือ่าทั้ง
00:22:00 → 00:22:02หมด 3 แอคชั่นนี้นะครับผมบอกเลยว่ามันจะ
00:22:02 → 00:22:05ทำให้เรานะครับฟื้นฟูในกระเพาะอาหารของ
00:22:05 → 00:22:07เราได้ดีมากๆเลยครับผมแล้วพี่หนุ่มก็ใช้
00:22:07 → 00:22:09ด้วยเหรอครับผมพี่หนุ่มกชัยครับหนพี่
00:22:09 → 00:22:11หนุ่มกันชัยนะฮะ 3 ปีซ้อนเลยและสุดท้าย
00:22:11 → 00:22:13คือเป็นพีเซ็นเตอร์แล้วคือใช้จริงๆรือ
00:22:13 → 00:22:15เปล่าใช้จริงๆนะครับเพราะก่อนหน้าเยผมไม่
00:22:15 → 00:22:17ได้รู้จักพี่หนุ่มมาก่อนแต่พอพี่หนุ่มใช้
00:22:17 → 00:22:19แล้วดีต้องการความมั่นใจก็เลยได้พูดคุย
00:22:19 → 00:22:22กับผมครับพอพี่หนุ่มใช้ดีอย่างต่อเนื่อง
00:22:22 → 00:22:25ผมก็เลยติดต่อพี่หนุ่มงั้นขออนุญาตให้พี่
00:22:25 → 00:22:26หนุ่มเป็นพรีเซ็นเตอร์ผมได้มั้ยพี่หนุ่ม
00:22:26 → 00:22:30ก็ตอนแรกเขาก็ต้องมั่นใจก่อนพอมั่นใจปุ๊บ
00:22:30 → 00:22:32ก็เป็นพีเซ็นเตอร์มา 3 ปีแล้วครับตอนนี้
00:22:32 → 00:22:34และนอกจากนี้นะครับในชิ grd Plus นะครับ
00:22:34 → 00:22:36ยังมีส่วนประกอบนึงที่สำคัญมากๆนะครับ
00:22:36 → 00:22:39นั่นก็คือเปเปอร์มิ้นสเปียมิ้นสเปคพิเศษ
00:22:39 → 00:22:41ที่ผมนำเข้ามาจากสเปนครับและสูตรเผมมาต่อ
00:22:41 → 00:22:45ยอดมาพัฒนานะครับแล้วก็ได้กลิ่นเลอออกมา
00:22:45 → 00:22:47พิเศษเลยนะครับเฉพาะตัวเลยนะครับที่ไม่มี
00:22:47 → 00:22:51สเปียมิ้นเป๊ปมิ้นไหนทำแบบนี้ได้ครับและ
00:22:51 → 00:22:52นอกจากนี้นะครับเนื่องจากมันเป็นสเปค
00:22:52 → 00:22:55พิเศษนะครับมันยังไปช่วยคลายกล้ามเนื้อ
00:22:55 → 00:22:57ของกระเพาะและลำไส้ได้ดีอีกด้วยครับลดการ
00:22:57 → 00:23:00การลำไส้แปรปรวนกระเพาะแปรปรวนด้วยครับ
00:23:00 → 00:23:02ครับผมเห็นว่าความเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญ
00:23:02 → 00:23:04แล้วก็พยายามที่จะแบ่งปันความรู้ตรงนี้
00:23:04 → 00:23:06ด้วยใช่มั้ยครับครับใช่ครับสิ่งที่ผม
00:23:06 → 00:23:09เนี่ยก็คือเราเน้นขายนะครับคือผมเน้นขาย
00:23:09 → 00:23:11ความรู้ความเข้าใจและผมได้ทำหนังสือครับ
00:23:11 → 00:23:13นะฮะหนังสือเล่มนี้นะครับเภสัชกร x นะฮะ
00:23:14 → 00:23:16โรคกฎไหล่ย้อนคือโรคเด็กอนุบาลอยากให้ทุก
00:23:16 → 00:23:18คนเข้าใจจริงๆนะฮะในหนังสือเล่มนี้นะครับ
00:23:18 → 00:23:21ผมใช้เอ่อประสบการณ์นะครับตลอดระยะเวลา 5
00:23:21 → 00:23:23ปีที่ผมดูแลคนไข้มานะครับต้องบอกว่าหลาย
00:23:23 → 00:23:26หมื่นคนนะฮะก็มารวบรวมเข่นหนังสือเป็น
00:23:26 → 00:23:29เล่มนี้นะครับนะฮะซึ่งถ้าคนไข้ทุกคนนะ
00:23:29 → 00:23:31ครับได้อ่านนะครับในเล่มนี้นะครับถ้าชอบ
00:23:31 → 00:23:34อ่านนะครับก็อ่านได้เลยหรือถ้าเราอยาก
00:23:34 → 00:23:37เอ่อชอบฟังนะครับผมก็จะมี QR coe นะครับ
00:23:37 → 00:23:40ให้สแกนแบบนี้แล้วก็จะลิงก์ไปฟังคลิป
00:23:40 → 00:23:43วีดีโอได้เลยนะครับผมอก็น่าสนใจก็เป็นอีก
00:23:43 → 00:23:45หนึ่งตัวเรที่สำคัญวันนี้ต้องขอบคุณทั้ง 2
00:23:45 → 00:23:48ท่านนะครับเราได้นำเสนอแล้วก็ให้คุณผู้ชม
00:23:48 → 00:23:49ได้ติดตามเรื่องความรู้นะครับที่เกี่ยว
00:23:49 → 00:23:52ข้องกับโรคกรดไต่ย้อนนะครับวิธีในการ
00:23:52 → 00:23:54รักษาแล้วก็บอกเลยว่าความเข้าใจเป็นสิ่ง
00:23:54 → 00:23:56ที่สำคัญมากๆวันนี้ต้องขอบคุณนะครับดร
00:23:56 → 00:23:59กำพลภูผาววัฒนากิจ Chief medical
00:23:59 → 00:24:02Research officer และเภสัชกรศรสาหัส
00:24:02 → 00:24:06อาชานภาดาพัฒนะครับผู้บริหารบริษัทอาชิ
00:24:06 → 00:24:08laboratory ประเทศไทยจำกัดหรือว่า
00:24:08 → 00:24:10เภสัชกร x นั่นเองขอบคุณทั้ง 2 ท่านมากนะ
00:24:10 → 00:24:13ครับและนี่แหละครับก็คือความรู้เกี่ยว
00:24:13 → 00:24:15ข้องกับโรคกรดไหลย้อนนะครับช่วงนี้กลับไป
00:24:15 → 00:24:18ที่คุณหมอดาวครับเป็นอย่างไรกันบ้างคะคุณ
00:24:18 → 00:24:22ผู้ชมสำหรับสาระสุขภาพดีๆที่ TNN นำมาฝาก
00:24:22 → 00:24:25คุณผู้ชมในวันนี้อย่าลืมนะคะนำไปปฏิบัติ
00:24:25 → 00:24:28ตามค่ะเพื่อให้เราแข็งแรงและครอบคที่เรา
00:24:28 → 00:24:31รักก็แข็งแรงด้วยคุณผู้ชมสามารถติดตามรับ
00:24:31 → 00:24:34ชมรายการ TNN Health ค่ะเป็นประจำทุกวัน
00:24:34 → 00:24:39เสาร์เวลาดี 15 นถ 15:30 นที่นี่ TNN
00:24:40 → 00:24:42ช่อง 16 และสามารถติดตามรับชมรีรันได้นะ
00:24:42 → 00:24:47คะทุกบ่ายวันจันทร์ค่ะ 14:30 นถ 15:00 น
00:24:47 → 00:24:50ไม่เพียงเท่านี้ค่ะเอาใจคนตื่นเช้าวัน
00:24:50 → 00:24:55เสาร์ค่ะ 6:00 นถ 6:30 นและสามารถติดตาม
00:24:55 → 00:24:57รับชมนะคะรายการ TE and Hell ได้ทาง
00:24:58 → 00:25:00ช่องนะคะ YouTube Facebook tiktok และ
00:25:00 → 00:25:03ติดตามน้องใหม่ค่ะ IG Instagram ได้ด้วย
00:25:03 → 00:25:06นอกจากนี้นะคะสาระดีๆยังมีอยู่ใน LINE
00:25:06 → 00:25:09official ค่ะกดไลคกดแชร์กด Subscribe
00:25:09 → 00:25:11เป็นกำลังใจให้หมอดาวและทีมงาน TNN
00:25:11 → 00:25:14Health ค่ะสำหรับวันนี้หมอดาวและทีมงาน
00:25:14 → 00:25:17ต้องขอตัวลาคุณผู้ชมไปก่อน TNN Health
00:25:17 → 00:25:19วันนี้สวัสดี
00:25:19 → 00:25:26[เพลง]
00:25:26 → 00:25:30ค่ะ
00:25:30 → 00:25:51[เพลง]
00:25:51 → 00:25:54เ