00:00:00 → 00:00:04[เพลง]
00:00:04 → 00:00:06You're listening to Sad X channel
00:00:06 → 00:00:07podcast
00:00:07 → 00:00:11>> สวัสดีครับและนี่คือรายการพcastสุขภาพดี
00:00:11 → 00:00:14ชีวิตดีสร้างได้พื้นที่เล็กๆสำหรับคนวัย
00:00:14 → 00:00:17ทำงานรวมถึงผู้ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่วัย
00:00:17 → 00:00:21เกษียณและผู้สูงวัยทุกท่าน
00:00:21 → 00:00:24ผู้ฟังครับคุณคิดว่าผักทุกชนิดปลอดภัย
00:00:24 → 00:00:28เสมอไปหากกินดิบหรือไม่คุณอาจคุ้นเคยกับ
00:00:28 → 00:00:31การกินผักสดเพื่อให้ได้วิตามครบถ้วนแต่
00:00:31 → 00:00:33รู้หรือไม่ว่ามีผักบางชนิดที่หากกินดิบ
00:00:33 → 00:00:36เข้าไปอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรงตั้ง
00:00:36 → 00:00:39แต่ท้องเสียลำไส้อักเสบไปจนถึงอันตราย
00:00:39 → 00:00:43ต่อมไทรรอยด์และที่น่าตกใจคือบางชนิดอาจ
00:00:43 → 00:00:47ถึงขั้นเป็นพิษต่อระบบประสาทและไตวันนี้
00:00:47 → 00:00:49เราจะมาเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับสผักยอด
00:00:49 → 00:00:52นิยมที่คนส่วนใหญ่มักกินดิบแต่แท้จริง
00:00:52 → 00:00:55แล้วกลับแฝงอันตรายซ่อนอยู่อย่าเพิ่งวาง
00:00:55 → 00:00:58ใจว่าผักที่คุณชอบกินดิบจะปลอดภัยเสมอไป
00:00:58 → 00:01:01เรามาทำความเข้าใจไปพร้อมกันครับว่าผัก
00:01:01 → 00:01:03ชนิดใดบ้างที่เราควรหลีกเลี่ยงการบริโภค
00:01:03 → 00:01:06ดิบและเหตุผลทางวิทยาศาสตร์เบื้องหลังคือ
00:01:06 → 00:01:09อะไรติดตามฟังให้จบใน 5-10 นาทีนี้ครับ
00:01:09 → 00:01:13เพื่อชีวิตที่ยืนยาวและแข็งแรงของคุณเอง
00:01:13 → 00:01:171 ถั่วงอบระวังภัยจากแบคทีเรียที่มองไม่
00:01:17 → 00:01:21เห็นถั่วงอบของโปรดของใครหลายคนนิยมใส่ใน
00:01:21 → 00:01:25ก๊วยเตี๋ยวยำหรือกินคู่กับผัดไทยด้วยความ
00:01:25 → 00:01:28กรอบอร่อยและสดใหม่แต่แท้จริงแล้วถั่วงอก
00:01:28 → 00:01:30ดิบมีความเสี่ยงสูงต่อการปนเปื้อน
00:01:30 → 00:01:33แบคทีเรียที่เป็นอันตรายเช่นเชื้อ
00:01:33 → 00:01:36อีโคไลด์และแซนโมเนล่าซึ่งเป็นสาเหตุหลัก
00:01:36 → 00:01:39ของอาการท้องเสียลำไส้อักเสบปวดท้อง
00:01:39 → 00:01:43รุนแรงและอาเจียนในกระบวนการเพาะถั่วงอก
00:01:43 → 00:01:46สภาพแวดล้อมที่อุ่นและชื้นนั้นเอื้อต่อ
00:01:46 → 00:01:48การเจริญเติบโตของเชื้อโรคเหล่านี้เป็น
00:01:48 → 00:01:51อย่างมากแบคทีเรียเหล่านี้สามารถเพิ่ม
00:01:51 → 00:01:53จำนวนได้อย่างรวดเร็วในถั่วงอกดิบทำให้
00:01:53 → 00:01:56แม้การล้างด้วยน้ำสะอาดเพียงอย่างเดียวก็
00:01:56 → 00:01:58อาจไม่เพียงพอที่จะกำจัดแบคทีเรียออกไป
00:01:58 → 00:02:02ได้ทั้งหมดดังนั้นเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
00:02:02 → 00:02:05จึงควรนำถั่วงอกไปลวกหรือทำให้สุกด้วย
00:02:05 → 00:02:08ความร้อนก่อนบริโภคเพียงการลวกในน้ำเดือด
00:02:08 → 00:02:11ระยะเวลาสั้นๆก็สามารถช่วยลดความเสี่ยง
00:02:11 → 00:02:13จากการปนเปื้อนเชื้อโรคได้อย่างมีนัยยะ
00:02:13 → 00:02:16สำคัญแล้วครับโดยเฉพาะกลุ่มเป่าบางเช่น
00:02:16 → 00:02:19เด็กเล็กผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีภูมิคุ้ม
00:02:19 → 00:02:22กันบกพร่องควรหลีกเลี่ยงการบริโภคถั่วงอก
00:02:22 → 00:02:24ดิบโดยเด็ดขาดครับ
00:02:24 → 00:02:282 กะหล่ำปลีและกะหล่ำดอกผัก 2 สหายที่
00:02:28 → 00:02:31ผู้ป่วยไทรอยด์ควรหลีกเลี่ยงดิบๆกะหล่ำ
00:02:31 → 00:02:33ปลีและกะหล่ำดอกเป็นผักอีก 2 ชนิดที่ได้
00:02:33 → 00:02:37รับความนิยมสูงมักถูกนำมาทำสลัดหรือกิน
00:02:37 → 00:02:40คู่กับน้ำพริกแบบดิบๆอย่างไรก็ตามผัก
00:02:40 → 00:02:43ตระกูลกะหล่ำเหล่านี้มีสารที่เรียกว่า
00:02:43 → 00:02:45กลอยโตเจนซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่สามารถ
00:02:46 → 00:02:49เข้าไปรบกวนการทำงานของต่อมไทรอยด์ได้สาร
00:02:49 → 00:02:52กลอยโตเจนจะเข้าไปยับยั้งการดูดซึม
00:02:52 → 00:02:55ไอโอดีนซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่ต่อม
00:02:55 → 00:02:58ไทรรอยด์จำเป็นต้องใช้ในการผลิตฮอร์โมน
00:02:58 → 00:03:01การบริโภคดิบในปริมาณมากจึงอาจทำให้ภาวะ
00:03:01 → 00:03:04ไทรอยด์ต่ำแย่ลงไปอีกและสำหรับคนทั่วไป
00:03:04 → 00:03:07ที่สุขภาพแข็งแรงการกินในปริมาณที่พอ
00:03:07 → 00:03:10เหมาะอาจไม่เป็นปัญหาแต่การปรุงให้สุก
00:03:10 → 00:03:12ด้วยความร้อนจะช่วยลดปริมาณสารกลอยโตเจน
00:03:12 → 00:03:15ลงได้มากเนื่องจากความร้อนจะไปทำลายโครง
00:03:15 → 00:03:18สร้างของสารเหล่านี้ทำให้ผักเหล่านี้ปลอด
00:03:18 → 00:03:21ภัยยิ่งขึ้นสำหรับทุกคนครับ
00:03:21 → 00:03:243 หน่อไม้และมันสำปะหลังอันตรายร้ายแรง
00:03:24 → 00:03:28จากไซยานายหน่อไม้และมันสัมปหลังเป็นพืช
00:03:28 → 00:03:30ที่มีประโยชน์และเป็นส่วนประกอบของอาหาร
00:03:30 → 00:03:33หลายชนิดแต่ทั้ง 2 ชนิดนี้มีสารพิษตาม
00:03:33 → 00:03:35ธรรมชาติที่ร้ายแรงมากนั่นคือไฮโดรเจน
00:03:36 → 00:03:38ไซยานไนายซึ่งเป็นสารพิษที่ออกฤทธิ์ต่อ
00:03:38 → 00:03:40ระบบประสาทอย่างรุนแรงและอาจเป็นอันตราย
00:03:40 → 00:03:43ถึงชีวิตได้หากได้รับในปริมาณมากหรือแม้
00:03:43 → 00:03:46แต่ปริมาณน้อยๆก็อาจทำให้เกิดอาการคลื่น
00:03:46 → 00:03:50ไส้อาเจียนปวดท้องเวียนศีรษะและในกรณี
00:03:50 → 00:03:53รุนแรงอาจนำไปสู่ภาวะไตวายเฉียบพลันได้
00:03:53 → 00:03:57ครับการกำจัดสารพิษนี้สามารถทำได้โดยใช้
00:03:57 → 00:04:00ความร้อนซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่
00:04:00 → 00:04:03สุดการต้มหน่อไม้หรือมันสำปะหลังให้สุก
00:04:03 → 00:04:06นานพออย่างน้อย 10-15 นาทีหรือจนกว่าจะ
00:04:06 → 00:04:09นิ่มจะเป็นการช่วยสลายสารพิษเหล่านี้ให้
00:04:09 → 00:04:12หมดไปทำให้เราสามารถบริโภคได้อย่างปลอด
00:04:12 → 00:04:14ภัยและได้รับประโยชน์จากสารอาหารอื่นๆที่
00:04:14 → 00:04:18มีอยู่การบริโภคโดยไม่ผ่านการปรุงสุกจึง
00:04:18 → 00:04:21เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำโดยเด็ดขาดครับ
00:04:21 → 00:04:254. ผักโขมลดการดูดซึมแร่ท่าสำคัญหากกิน
00:04:25 → 00:04:28ดิบผักโขมเป็นผักใบเขียวที่ขึ้นชื่อ
00:04:28 → 00:04:30เรื่องธาตุเหล็กและแคลเซียมสูงซึ่งหลายคน
00:04:31 → 00:04:34นิยมนำมาทำสมูทตี้หรือกินในสลัดดิบๆเพื่อ
00:04:34 → 00:04:36หวังจะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่แต่ความ
00:04:36 → 00:04:39จริงแล้วผักโขมดิบมีสารที่เรียกว่า
00:04:39 → 00:04:42ออกซิเลตในปริมาณที่สูงมากครับสาร
00:04:42 → 00:04:45ออกซิเลตนี้มีคุณสมบัติในการจับตัวกับแร่
00:04:45 → 00:04:48ธาตุสำคัญอย่างแคลเซียมและเหล็กในทางเดิน
00:04:48 → 00:04:51อาหารทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมแร่ธาตุ
00:04:51 → 00:04:54เหล่านี้ไปใช้ได้อย่างเต็มที่และอาจนำไป
00:04:54 → 00:04:57สู่ปัญหาการสะสมของออกซิเลตในไตซึ่งเพิ่ม
00:04:57 → 00:04:59ความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไตได้ในระยะ
00:04:59 → 00:05:03ยาวการปรุงผักโขมด้วยความร้อนเช่นการต้ม
00:05:03 → 00:05:06หรือนึ่งจะช่วยลดปริมาณออกซิเลตลงได้
00:05:06 → 00:05:08อย่างมากทำให้ร่างกายสามารถดูดซึม
00:05:08 → 00:05:12แคลเซียมและเหล็กจากผักโขมได้ดีขึ้นและลด
00:05:12 → 00:05:14ความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพที่เกิดจาก
00:05:14 → 00:05:16ออกซิเลตสะสมครับการนึ่งหรือลวกเพียงไม่
00:05:16 → 00:05:19กี่นาทีก็เพียงพอที่จะลดระดับออกซิเลตลง
00:05:19 → 00:05:21ได้มากแล้ว
00:05:21 → 00:05:24ท่านผู้ฟังครับการบริโภคผักเป็นสิ่งที่ดี
00:05:24 → 00:05:26ต่อสุขภาพแต่การรับประทานอย่างถูกวิธี
00:05:26 → 00:05:29นั้นสำคัญยิ่งกว่าผักทั้ง 4 กลุ่มที่เรา
00:05:29 → 00:05:32ได้พูดถึงในวันนี้ไม่ว่าจะเป็นถั่วงอบ
00:05:32 → 00:05:34กะหล่ำปลีและกะหล่ำดอกหน่อไม้และมัน
00:05:34 → 00:05:37สำปะหลังหรือผักโขมล้วนมีคุณค่าทาง
00:05:37 → 00:05:40โภชนาการแต่ก็แฝงอันตรายไว้หากบริโภคแบบ
00:05:40 → 00:05:43ดิบโดยไม่รู้ถึงข้อควรระวังการหลีกเลี่ยง
00:05:43 → 00:05:46การกินผักเหล่านี้แบบดิบและหันมาปรุงให้
00:05:46 → 00:05:48สุกด้วยความร้อนที่เหมาะสมไม่ใช่เพียงแค่
00:05:48 → 00:05:51การป้องกันตัวเองจากสารพิษหรือเชื้อโรค
00:05:51 → 00:05:53แต่ยังเป็นการช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึม
00:05:53 → 00:05:56สารอาหารสำคัญได้อย่างเต็มที่อีกด้วยการ
00:05:56 → 00:05:58ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กน้อยนี้จะช่วยให้
00:05:58 → 00:06:01คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากผักที่คุณรัก
00:06:01 → 00:06:04และส่งผลให้ร่างกายแข็งแรงมีสุขภาพที่ดี
00:06:04 → 00:06:07ในระยะยาวลดความเสี่ยงของอาการป่วยที่อาจ
00:06:07 → 00:06:09เกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นครับผมหวังเป็น
00:06:09 → 00:06:12อย่างยิ่งว่าข้อมูลในวันนี้จะเป็น
00:06:12 → 00:06:14ประโยชน์และเป็นแรงบันดาลใจให้ท่านผู้ฟัง
00:06:14 → 00:06:17ทุกคนหันมาใส่ใจเรื่องการเตรียมและปรุง
00:06:17 → 00:06:19อาหารมากยิ่งขึ้นเพื่อสุขภาพที่ดีและ
00:06:19 → 00:06:22ชีวิตที่เปลี่ยนด้วยพลังหลังนะครับก่อน
00:06:22 → 00:06:25จากกันในวันนี้ผมอยากชี้แจงให้ทราบว่า
00:06:25 → 00:06:28เนื้อหาในพcastของเรามีวัตถุประสงค์เพื่อ
00:06:28 → 00:06:31ให้ข้อมูลและความรู้ทั่วไปเท่านั้นไม่
00:06:31 → 00:06:33สามารถใช้อ้างอิงหรือทดแทนคำแนะนำจาก
00:06:33 → 00:06:36แพทย์ได้คุณผู้ฟังควรพิจารณาและใช้
00:06:36 → 00:06:40วิจารณญาณในการตัดสินใจด้วยตนเองและหากมี
00:06:40 → 00:06:43ข้อสงสัยเรื่องสุขภาพควรปรึกษาแพทย์หรือ
00:06:43 → 00:06:46ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เสมอนะครับหากคุณ
00:06:46 → 00:06:50ชื่นชอบพcสของเราอย่าลืมกดติดตามและแชร์
00:06:50 → 00:06:52ให้เพื่อนเพื่อนๆหรือคนในครอบครัวที่คุณ
00:06:52 → 00:06:55รักนะครับเพราะการแบ่งปันความรู้เป็นสิ่ง
00:06:55 → 00:06:58ที่มีคุณค่าอย่างยิ่งขอบคุณที่รับฟังแล้ว
00:06:58 → 00:07:04พบกันใหม่ในตอนหน้าสวัสดีครับ