น้ำตาลในปริมาณมากส่งผลต่อร่างกายอย่างไร?

ระวัง!! สิ่งนี้ ยิ่งทำยิ่งแก่| Doctor’s Talk EP.6

จากช่อง : Zerosick


ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:0000:00:01เกิดการอักเสบเหมือนกันหน้าคุณแดงหน้าคุณ
00:00:0100:00:04ร้องอ้าวแต่ทำไมผิวดีขึ้นการอักเสบเล็กๆ
00:00:0400:00:07น้อยๆคือสิ่งหนึงที่เราไม่ค่อยใส่ใจและนำ
00:00:0700:00:10ไปสู่การเสื่อมไม่ว่าจะเป็นหลอดเลือดหัว
00:00:1000:00:12ใจเสื่อมสมองเสื่อมภูมิคุ้มกันเสื่อมคน
00:00:1200:00:15จึงเป็นมะเร็งเยอะขึ้นการเป็นมะเร็งจึง
00:00:1500:00:17เจอสูงขึ้นแล้วก็เจอในคนที่อายุน้อยมาก
00:00:1700:00:20ขึ้นสิ่งเหล่าเนี้ยคือปัญหาที่จะส่งผลต่อ
00:00:2000:00:24สุขภาพเราในระยะยาวและส่งผลให้เกิดปัญหา
00:00:2400:00:26ที่อันตรายต่อชีวิตเรา
00:00:2600:00:29ด้วยสวัสดีครับยินดีต้อนรับเข้าสู่ Doctor
00:00:2900:00:31Talk podcast ที่หมอและผู้เชี่ยวชาญทาง
00:00:3100:00:34ด้านสุขภาพจะมาพูดคุยประเด็นเรื่องสุขภาพ
00:00:3400:00:36ต่างๆอยู่กับผมหมอจิมมี่แพทย์ผู้เชี่ยว
00:00:3600:00:39ชาญทางด้านวิทยศาสตร์ป้องกัน EP นี้เราจะ
00:00:3900:00:42มาพูดถึงการชะลอวัยถ้าพูดถึงเรื่องทอินี้
00:00:4200:00:44แล้วเนี่ยยังไงก็ต้องเจิอาจารย์ของผมครับ
00:00:4400:00:47ซึ่งเป็นเจ้าของคลินิคเป็นเจ้าของหนังสือ
00:00:4700:00:49เรียกว่า Anti aging by doct มาดขอ
00:00:4900:00:51เชิญอาจารย์มาดนะครับอาจารย์ครับสวัสดี
00:00:5100:00:54ครับสวัสดีครับอาจารย์มีความคิดยังไงบ้าง
00:00:5400:00:56เกี่ยวกับเรื่องความแก่เพราะบางคนเนี่ย
00:00:5600:00:59อุ๊ย 40 แล้วฉันเริ่มแก่หรือเปล่าฉัน
00:00:5900:01:01เริ่มมีริ้วรอย่างเงี้ยครับอาจารย์คิดว่า
00:01:0100:01:02ความแก่คืออะไรอ่ะครับความแก่มันคือ
00:01:0200:01:06เรื่องของธรรมชาติเนาซึ่งเราก็คงถ้าเคย
00:01:0600:01:08หลักการธรรมะเนี่ยเราก็คงจะได้ยินเกิดแก่
00:01:0800:01:11เจ็บตายแต่มนุษย์เราเนี่ยเป็นสิ่งที่
00:01:1100:01:14พยายามจะเอาชนะธรรมชาติเนาะเพราะฉะนั้นพอ
00:01:1500:01:18เราพบว่าเราเกิดการเจ็บป่วยเราก็พยายามหา
00:01:1800:01:20ต้นเหตุของความเจ็บป่วยนั่นคือที่มาของ
00:01:2100:01:23ศาสตร์ของแพทย์แผนปัจจุบันแต่จริงๆแล้ว
00:01:2300:01:24ก่อนที่จะเกิดศาสตร์ของแพทย์ปัจจุบัน
00:01:2400:01:26เนี่ยเราก็มีศาสตร์แห่งการเยียวยารักษา
00:01:2600:01:29ตัวเองไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนจีนแพทย์แผน
00:01:2900:01:31ไทยแต่ว่าศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับมากที่
00:01:3100:01:33สุดก็ต้องยอมรับว่ามันคือศาสตร์ของแพทย์
00:01:3300:01:36ปัจจุบันหรือที่เกิดขึ้นจากยุโรปนั่นเอง
00:01:3600:01:38เพราะว่ามันมีการพิสูจน์มันมีการทดลองมี
00:01:3800:01:41วิธีการคิดแบบวิทยาศาสตร์เนาะเราก็เริ่ม
00:01:4100:01:44ไปดูความแก่นะซึ่งเราก็มองว่าเอ๊ะการแก่
00:01:4400:01:46มันใช่เรื่องธรรมชาติหรือเปล่านักศาสตร์
00:01:4600:01:48ทางด้านนึงก็อาจจะมองว่าเอทุกคนยังไงก็
00:01:4800:01:50ต้องแก่แต่สิ่งนึงเราพบว่าคนที่อายุเท่า
00:01:5000:01:53กัน 60 เท่ากันทำไมหน้าตาแก่ไม่เท่ากัน
00:01:5300:01:56ทำไมบางคนป่วยบางคนยังแข็งแรงอาจารย์ยัง
00:01:5600:01:58อยู่เด็กเลยอ่าแปลว่าการแกะเนี่ยมันต้อง
00:01:5800:02:01มีต้นเหตุครับดนั้นมันก็เลยเกิดการ
00:02:0100:02:03พัฒนาศาสตร์ทางด้านนี้นะซึ่งในเมืองนอกก็
00:02:0300:02:05อาจจะใช้ชื่อว่า Anti aging ซึ่งมันเกิด
00:02:0500:02:08ในปี 1992 เนาะณวันนี้เนี่ยศาทางด้าเนี่ย
00:02:0800:02:11ค่อยๆเติบโตซึ่งตอนแรกๆในช่วงใหม่ๆก็ต้อง
00:02:1100:02:14ยอมรับว่าแพทย์บันก็ไม่ยอมรับเพราะเชื่อ
00:02:1400:02:16ว่ามันไม่มีอยู่จริงแต่พอผ่านไปสัก 20
00:02:1600:02:19นี่จะครบรอบ 30 ปีแล้วเนี่ยเราเริ่มพบว่า
00:02:1900:02:22มันมีหลักฐานการพิสูจน์ว่าเรารู้ว่าต้น
00:02:2200:02:25เหตุของการแก่แล้วเราก็พบว่าคนแต่ละคน
00:02:2500:02:28เนี่ยมีต้นเหตุของการแก่แล้วก็มีเอ่อ
00:02:2800:02:31ปัจจัยที่เร่งแก่หรือบางคนอาจจะมีปัจจัย
00:02:3100:02:34ที่ชะลอการแก่ดังนั้นสิ่งเหล่านี้เนี่ยพอ
00:02:3400:02:37มันเกิดการรับรู้ในหมู่ผู้คนมากยิ่งขึ้น
00:02:3700:02:40แน่นอนมันคือสิ่งนึงที่คนหลายคนก็ไม่อยาก
00:02:4000:02:43จะแก่หรือเอาจริงๆแล้วทุกคนต้องแก่ละแต่
00:02:4300:02:46อยากแก่ให้ช้าที่สุดชะล้อให้มากที่สุด
00:02:4600:02:49หรืออยากแก่แบบมีคุณภาพชีวิตที่ดีดังนั้น
00:02:4900:02:51นี่คือที่มาของศาสตร์ทางด้านเนี้ยก็เลย
00:02:5100:02:54ได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นมีคนพยายามที่
00:02:5400:02:56จะแสวงหาความรู้มากยิ่งขึ้นนะครับแล้วก็
00:02:5600:03:00ความยอมรับในหมู่ประชาชนและในขณะเดียวกัน
00:03:0000:03:02งานวิจัยก็เริ่มออกมามากยิ่งขึ้นในวงการ
00:03:0200:03:06แพทย์ก็เริ่มค่อยๆทยอยยอมรับไปช้าๆอ่า
00:03:0600:03:08อย่างอย่างที่อาจารย์เคยสอนผมเนาะตอนที่
00:03:0800:03:09ผมเรียนอาจารย์ก็จะบอกว่าเออเราควรมี
00:03:0900:03:12optimal Health คือสุขภาพแข็งแรงที่ดี
00:03:1200:03:15ที่สุดถึงแม้ว่าคุณจะอยู่วัยไหนก็แล้วแต่
00:03:1500:03:18คราวนี้เรามาดูสาเหตุของความแก่บ้างเออัน
00:03:1800:03:21หลักๆเนี่ยต้องพูดเลยก็คือเรื่องของน้ำ
00:03:2100:03:25ตาลคือน้ำตาลเนี่ยมันเหมือนยาเสพติดกิน
00:03:2500:03:29แล้วฟินยิ่งกินยิ่งอ้วนแล้วส่งผลทำให้คุณ
00:03:2900:03:31สุขภาพเสียมากยิ่งขึ้นด้วยใช่มครับเพราะ
00:03:3100:03:34ว่าเวลาที่คุณอะไรก็ได้ที่เป็นน้ำตาลหรือ
00:03:3400:03:36ส่วนผสมของน้ำตาลเนี่ยมันเกิดเขาเรียกว่า
00:03:3600:03:40ขบวนการไชขบวนการเคือน้ำตาลเนี่ยมันไป
00:03:4000:03:43อยู่กับโปรตีนและทำให้โปรตีนเราเสื่อม
00:03:4300:03:47เสียมากยิ่งขึ้นเซลล์ยิ่งตายไม่้ขึ้นพอ
00:03:4700:03:49เซลล์ตายมันก็ออกมาทางผิวหนังของเราเป็น
00:03:4900:03:53ริ้วรอยเป็นเกิดการฆ่าการอักเสบมากขึ้น
00:03:5300:03:55แล้วอาจารย์คิดว่าค่าการอักเสบเมันเกิด
00:03:5500:03:57ขึ้นได้ไงในร่างกายของเราแล้วมันเชื่อม
00:03:5700:04:00โยงกับความแก่ยังไงอ่ะครับเราพูดถึงน้ำำ
00:04:0000:04:03ตาลคนส่วนใหญ่หรือทั่วๆไปเลยก็จะรับรู้
00:04:0300:04:05ว่าน้ำตาลคือาที่ให้พลังงานคือ1ึใน
00:04:0500:04:07คาร์โบไฮเดรตนะแต่ปัจจุบันเนี่ยน้ำตาลมัน
00:04:0700:04:10มีเยอะมากขึ้นแล้วเราก็พบว่าอะไรก็ตาม
00:04:1000:04:12เยอะเกินไปก็ไม่ดีมากเกินไปก็ไม่ได้นะ
00:04:1200:04:15เพราะฉะนั้นน้ำตาลที่มากขึ้นเนี่ยเราก็
00:04:1500:04:18คิดว่ามันคือการที่ไปสะสมเป็นไขมันเป็น
00:04:1800:04:21พลังงานส่วนเกินเป็นความอ้วนแล้วที่แค่
00:04:2100:04:24นั้นคือจบแต่หลังจากนั้นเราพบว่าน้ำตาลมี
00:04:2400:04:27ปัญหาเยอะมากกว่านั้นอย่างที่บอกว่าคือ 1
00:04:2700:04:30นะครับเวลาที่มันเยอะมากๆมันก็จะจะไปเกาะ
00:04:3000:04:33กับโมเลกุลต่างๆซึ่งแน่นอนถ้ามันเป็นผิว
00:04:3300:04:35ของเราสิ่งที่เกิดขึ้นคือมันก็ทำให้เรา
00:04:3500:04:38เหี่ยวเบโทรมแก่คนหลายคนจะกลัวการแก่จาก
00:04:3800:04:41แสงแดดเพราะแสงแดดเป็นตัวทำลายคอลลาเจนทำ
00:04:4100:04:42ให้เกิดกระตุ้นมาลงมะเร็งเนาะแต่สิ่ง
00:04:4200:04:44หนึ่งที่ไม่รู้ก็คือว่าเอ้ยการที่เรากิน
00:04:4400:04:47อาหารปกติกินบิงซูกินนู่นนี่นั่นอะไรตนี้
00:04:4700:04:49อะไรเนี่ยก็ไม่ได้ต่างอะไรกับที่เราไปตาก
00:04:4900:04:51แดดเลยตัวเยพอมันไปเกราะโมเลกุลทำให้เกิด
00:04:5100:04:54เบรคดาวสิ่งที่สะตามมาต่อคือมันทำให้
00:04:5400:04:57โมเลกุลเหล่านั้นกลายเป็นอนุมูลอิสระหรือ
00:04:5700:04:59เราเรียกว่า Advance G cation เ Product
00:04:5900:05:02เนาซึ่งอนุมอิสระก็เป็นต้นเหตุของความ
00:05:0200:05:04เสื่อมการแกะเนาะเพราะฉะนั้นน้ำตาลก็มี
00:05:0400:05:06ขบวนการแบบนี้นะครับเวลาที่มันสูงขึ้นใน
00:05:0600:05:08กระแสเลือดอย่างรวดเร็วมันก็อาจจะไป
00:05:0800:05:11กระตุ้นฮอร์โมนอินซูลินนะครับซึ่งถ้าคน
00:05:1100:05:14ปกติทั่วไปตับอ่อนแข็งแรงดีอินซูลินก็อาจ
00:05:1400:05:16จะหลังได้มากเพียงพอแต่ทุกๆครั้งที่
00:05:1600:05:18อินซูลินหลัอินซูลินจะกระตุ้นให้เกิดการ
00:05:1900:05:21อักเสบเล็กๆซึ่งการอักเสบเล็กๆอย่างเงี้ย
00:05:2100:05:24ทางการแพทย์เนี่ยไม่สนใจเพราะเาจะสนใจ
00:05:2400:05:27อะไรที่มันรุนแรงหรือเกิดภาวะฉุกเชินเนาะ
00:05:2700:05:30ดังนั้นการอักเสบน้อยๆทีละนิดเนี่ยเราไม่
00:05:3000:05:32ได้มีอาการเจ็บปวดหรือไม่มีอาการอะไรเรา
00:05:3200:05:34ก็อาจจะไม่ไปพบแพทย์หรือแม้แต่ว่าถ้าเรา
00:05:3400:05:36มีแล้วเราไปพบแพทย์แพทย์ก็ไม่ได้สนใจ
00:05:3600:05:38เพราะว่าปัญหาอะไรที่มันเป็นปัญหาเล็กๆ
00:05:3900:05:41น้อยๆและเรื้อรังเนี่ยมันไม่ได้ส่งผล
00:05:4100:05:43กระทบในระยะสั้นๆเนี่ยมันจะถูก ignore
00:05:4300:05:46ถูกทิ้งไว้แล้วมันจะไปเห็นความเสื่อมคือ 5
00:05:4600:05:49ปีหรือ 10 ปีนะซึ่งอันเนี้ยเราก็พบว่ามัน
00:05:4900:05:51คือต้นเหตุอันหนึ่งของการที่หลอดเลือด
00:05:5100:05:52อักเสบหลอดเลือดเสื่อมเพราะกระบวนการ
00:05:5200:05:55เหล่าเนี้ยไม่ได้เกิดขึ้นใน 2 3 วัน 5
00:05:5500:05:58วัน 1 เดือนแต่มันเกิดขึ้นคือ 5 ปีหรือ 10
00:05:5800:06:01ปีดังนั้นการบริโภคระยะยาวเรากินสัก 15
00:06:0100:06:04อายุ 15-25 ปีมันเริ่มส่งผลการเสื่อม
00:06:0400:06:0835-45 แล้วมันก็เโป๊ะแตกตอน 45-55 เพราะ
00:06:0800:06:10งั้นสิ่งเหล่านี้มันคือสิ่งที่เป็นขบวน
00:06:1000:06:13การที่มันเกิดขึ้นกระทบและต่อเนื่องการ
00:06:1300:06:16อักเสบเล็กๆน้อยๆคือสิ่งนึงที่เราไม่ค่อย
00:06:1600:06:19ใส่ใจแล้วนำไปสู่การเสื่อมไม่ว่าจะเป็น
00:06:1900:06:21หลอดเลือดหัวใจเสื่อมไม่ว่าจะเป็นสมอง
00:06:2100:06:23เสื่อมไม่ว่าจะเป็นภูมิคุ้มกันเสื่อมทำ
00:06:2300:06:26ให้เกิดการแพ้ภูมิคุ้มกันแปรปวนอะไรตามมา
00:06:2600:06:29เยอะแยะมากมายนะนอกจากนี้แล้วเนี่ยน้ำตาล
00:06:2900:06:32มันสะสมเป็นส่วนเกินไปเป็นไขมันไขมันเรา
00:06:3200:06:34พบว่ามันไม่ใช่แหล่งของการสะสมพลังงานเฉย
00:06:3400:06:38ๆแต่ไขมันเองยังปล่อยสารสื่อการอักเสบ
00:06:3800:06:40ซึ่งสารสื่อการอักเสบเหล่านี้เนี่ยมันก็
00:06:4000:06:44ทำให้เกิดการอักเสบน้อยๆทบไปกับไอ้น้ำตาล
00:06:4400:06:46ที่ก่อให้เกิดปัญหาอีกนะครับและนอกจากนี้
00:06:4600:06:49แล้วน้ำตาลก็อาจจะทำให้ลำไส้เราแปปรวน
00:06:4900:06:50แล้วปัจจุบันเราก็เริ่มพบว่าน้ำตาลเอง
00:06:5100:06:54เนี่ยนะครับลำไส้ที่แปะปรวนทำให้เกิดโรค
00:06:5400:06:56เกือบทุกๆโรคที่เป็นความเสื่อมนั่นเอง
00:06:5600:06:58แล้วภาวะนี้ที่ลำไส้แปปรวนเนี่ยมักจะไม่
00:06:5800:07:00ค่อยได้รับการใส่ใจแล้วก็ไม่ค่อยได้รับ
00:07:0000:07:03การรักษาแล้วคนส่วนใหญ่ก็มีปัญหารำไส้แปบ
00:07:0300:07:05วนนี้เยอะมากพอสมควรดังนั้นเราจะเห็นได้
00:07:0500:07:08ว่าน้ำตาลโมเลกุลเดียวแค่นี้เนี่ยนะครับ
00:07:0800:07:11มันไม่ได้มีปัญหาเ่อรุนแรงขนาดนั้นหรอก
00:07:1100:07:14ถ้ามันไม่ได้มากจนเกินไปแต่ในปัจจุบัน
00:07:1400:07:16เนี่ยคนส่วนใหญ่เนี่ยบริโภคคาร์โบไฮเดรต
00:07:1600:07:17หรือน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินไปโดยที่ไม่
00:07:1800:07:20รู้ตัวแล้วมันก็ส่งผลให้เกิดความเสื่อม
00:07:2000:07:23อ๋อมันก็คือว่าพอเรากินนานๆไปเรื่อยๆมัน
00:07:2300:07:25คือการอักเสบแบบเรื้อรังหรือเราเรียกว่า
00:07:2500:07:27chronic inflammation ซึ่งที่จริงมัน
00:07:2700:07:29มันมีความต่างระหว่าง acute inflammation
00:07:2900:07:31กับ Chic inflation ใช่มั้ยครับอาจารย์
00:07:3100:07:33หลายคนบอกว่าอ้าวไปพิเลเซอรสิมันเกิดการ
00:07:3300:07:35อักเสบเหมือนกันหน้าคุณแดงหน้าคุณร้อง
00:07:3500:07:38อ้าวแต่ทำไมผิวดีขึ้นเออมันมันที่จริงมัน
00:07:3800:07:40แตกต่างกันนะครับเนาะคอกับคือค่อยเป็น
00:07:4000:07:43ค่อยไปคุณไม่รู้ตัวซะด้วยซ้ำมันเป็นภัย
00:07:4300:07:46เงียบอือแล้วคุณอาจจะโป๊ะแตกเมื่อกี้ที่
00:07:4600:07:48อาจารย์บอกมา 30 หรือ 40 ปีข้างหน้าแต่
00:07:4800:07:50acute inflammation ที่จริงมันอาจจะ
00:07:5000:07:53เป็นการรักษาของร่างกายกระบวนการที่รีบ
00:07:5300:07:56รักษาให้มันหายเร็วมันจะได้เห็นชัดมีแดง
00:07:5600:07:59มีปวดมีบัวมีร้อนที่มันชัดเจนแต่คนอมัน
00:07:5900:08:02ไม่แสดงอาการออกมาและอีกอย่างนึงคือปิ้ง
00:08:0200:08:05ย่างทำให้เราแก่มากขึ้นเพราะว่าการที่เรา
00:08:0500:08:08เอาอาหารไปโดนอุณหภูมิที่สูงมากขึ้นเนี่ย
00:08:0800:08:11ตัวโมเลกุลข้างในของอาหารไม่ว่าเป็นเนื้อ
00:08:1100:08:13สัตว์เนี่ยมันมีโปรตีนและน้ำตาลมันก็เกิด
00:08:1300:08:16ขบวนการเรียกว่าไกชนั่นเองขบวนการนี้
00:08:1600:08:19เนี่ยน้ำตาลที่ไปติดกับมอเลกุลพวกนี้ใน
00:08:1900:08:21อุณหภูมิที่สูงมากเวลาโดนความร้อนเนี่ย
00:08:2100:08:24มันจะไปทำลายเนื้อเยื่อข้างในของมันแล้ว
00:08:2400:08:28เราก็กินมันเข้าไปในร่างกายของเรากคช End
00:08:2800:08:30produc ในร่างกายของเราก็จะเพิ่มมากยิ่ง
00:08:3000:08:32ขึ้นมันยิ่งทำให้เซลล์เรายิ่งเสื่อมครับ
00:08:3200:08:35คือจริงๆแล้วเนี่ยเราก็ต้องมองมองว่ากคช
00:08:3500:08:37เนี่ยคือกระบวนการที่คาร์โบไฮเดรตไปเกาะ
00:08:3700:08:40กับโมเลกุลต่างๆเนาะความร้อนอาจจะช่วยใน
00:08:4000:08:42ขณะเดียวกันอาหารที่เรากินเอ้ยไม่มีน้ำ
00:08:4200:08:44ตาลแต่เครื่องปรุงมันต้องมีอยู่แล้วนะ
00:08:4400:08:46แล้วโดยเอ่อวัตถุดิบของอาหารเนี่ยมันจะมี
00:08:4600:08:48คาร์โบไฮเดรตในตัวของมันเองอยู่แล้วแต่
00:08:4800:08:50สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดของอาหารกลิ้ง
00:08:5000:08:52ย่างก็คืออุณหภูมิที่สูงนะเพราะฉะนั้นการ
00:08:5200:08:55บริโภคอาหารที่อุณหภูมิสูงเกินไปนะมันก็
00:08:5500:08:57จะก่อให้เกิดอัน้ำมูลอิสระเพราะว่าโครง
00:08:5700:09:00สร้างของคาร์โบไฮเดรตเองโปรตีนหรือไขมัน
00:09:0000:09:03เองเนี่ยถ้ามันไม่ทนต่อความร้อนแล้วมัน
00:09:0300:09:05โดนความร้อนเยอะนะครับอนุอิสระก็คือการ
00:09:0500:09:08ที่โมเลกุลต่างๆมันอยู่มันปกติดีแล้วมัน
00:09:0800:09:11ได้รับพลังงานส่วนเกินพลังงานส่วนเกินที่
00:09:1100:09:14เยอะอย่างเช่นแสงแดดมลพิษมลภาวะหรือ
00:09:1400:09:16อุณหภูมิจากการปิ้งย่างอบเบเกอรี่อะไร
00:09:1600:09:18ทั้งหลายเนี่ยล้วนแล้วแต่ทำให้โครงสร้าง
00:09:1800:09:21ของสารอาหารเปลี่ยนอย่างที่เรารู้กันอยู่
00:09:2100:09:24อย่างเช่นน้ำมันพอทอดหลายๆรอบก็คือสาร
00:09:2400:09:27ก่อบมะเร็งเนาะหรือโปรตีนพอมันไหม้มันก็
00:09:2700:09:30จะเป็นดำๆนะทั้งรสชาติทั้งโครงสร้างก็ไม่
00:09:3000:09:33เหมือนแล้วมันก็เป็นสารกอมะเร็งดังนั้น
00:09:3300:09:35พวกของเหล่านี้เนี่ยที่อุณหภูมิสูงเนี่ย
00:09:3500:09:38มันก็เป็นสิ่งที่เป็นผลเสียต่อร่างกายโดย
00:09:3800:09:40ตรงอยู่แล้วแล้วใครๆก็ยอมรับอยู่แล้วเนาะ
00:09:4000:09:42และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือสิ่งเหล่านี้
00:09:4200:09:45เนี่ยบางครั้งมันไม่ได้ออกแบบมาในรูปที่
00:09:4500:09:48เรามองเห็นด้วยตาเปล่าอย่างเช่นเวลาที่
00:09:4800:09:51น้ำมันทอดหลายๆรอบมันดำเนาะหรือว่าสาร
00:09:5100:09:53ปิ้งย่างมันดูไหม้นะแต่บางครั้งอุณหภูมิ
00:09:5300:09:57สูงๆอย่างเช่นอบหรือเบคนะหรือว่าเบเกอรี่
00:09:5700:09:59อะไรทั้งหลายเหล่านี้นะมันก็ดูหน้าตา
00:09:5900:10:01อย่างสวยอยู่เลยแต่อุณหภูมิที่สูงเหล่า
00:10:0100:10:03นั้นมันเปลี่ยนโครงสร้างโดยที่เรามองไม่
00:10:0300:10:05เห็นนะหรือแม้แต่ลมควางอย่างเงี้ยซึ่ง
00:10:0500:10:08อุณหภูมิอาจจะ 500 - 1,000 องเซซสิ่ง
00:10:0800:10:10เหล่านี้คือสิ่งหนึ่งที่พวกเราไม่ค่อย
00:10:1000:10:12คอนเซิร์นแล้วก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นะ
00:10:1200:10:15เพราะว่าหน้าตามันยังดูดีอยู่หรือพูดง่าย
00:10:1500:10:18ๆว่าบางครั้งเนี่ยมันดูเป็นของที่ดูชั่ว
00:10:1800:10:21ร้ายแต่มันไปถูกใส่ตะกร้าล้างน้ำซะมันก็
00:10:2100:10:22เลยทำให้คนไม่รู้ว่าเบื้องหลังของมัน
00:10:2200:10:25เนี่ยมีความชั่วร้ายยังไงแล้วสิ่งเหล่าเ
00:10:2500:10:27คือสิ่งที่เราจะมองเห็นได้ว่าเออทำไมคน
00:10:2700:10:30จึงเป็นมะเร็งเยอะขึ้นการเป็นมะเร็งจึง
00:10:3000:10:32เจอสูงขึ้นแล้วก็เจอในคนที่อายุน้อยมาก
00:10:3200:10:35ขึ้นนะครับและในบางครั้งเองเนี่ยเราจะ
00:10:3500:10:37เห็นได้ว่าอย่างเช่นท้องผูกเนี่ยเป็น
00:10:3700:10:39ปัจจัยเสี่ยงอันนึงของการเกิดมะเร็งลำไส้
00:10:3900:10:42ซึ่งบางครั้งท้องผูกมันอาจจะสัก 20-30 ปี
00:10:4200:10:44ถึงค่อยเป็นแต่เดี๋ยวนี้บางคนเนี่ยอายุ
00:10:4400:10:47เอ่อท้องผูกมาสัก 5-10 ปีอายุ 28 ปีเป็น
00:10:4700:10:49มะเร็งลำไส้อย่างเงี้ยนะครับแล้วเป็นระยะ
00:10:4900:10:524 ระยะสุดท้ายเราเจอเยอะมากยิ่งขึ้นสิ่ง
00:10:5200:10:54หนึ่งที่เราควรจะต้องคิดคือมลพิษมลภาวะ
00:10:5400:10:56ที่มันอยู่รอบตัวเราแล้วเราคุ้นเคยกับมัน
00:10:5600:10:59เพราะเราไม่ได้คิดว่าสิ่งเหล่าเนี้ยคือ
00:10:5900:11:03ปัญหาที่จะส่งผลต่อสุขภาพเราในระยะยาวและ
00:11:0300:11:05ส่งผลให้เกิดปัญหาที่อันตรายต่อชีวิตเรา
00:11:0500:11:08ด้วยอย่างงั้นเนี่ยถ้าเราไม่อยากแก่เรา
00:11:0800:11:10ไม่ต้องกินน้ำตาลไม่กินอาหารปิ้งย่างแต่
00:11:1000:11:13ถ้าเราติดหวานจริงๆอ่ะครับอาจารย์แล้วแบบ
00:11:1300:11:16อยากกินชานมไข่มุกอยากกินของหวานๆพวก
00:11:1600:11:18เนี้ยเราจะมีวิธีการไหนบ้างที่ทำให้เรา
00:11:1800:11:21ไม่แก่และเราอร่อยไปด้วยอ่ะครับเอ่อทาง
00:11:2100:11:24เลือกที่มันมีอยู่แล้วก็คือสารทดแทนความ
00:11:2400:11:26หวานแทนน้ำตาลเนาะซึ่งจริงๆแล้วสารทดแทน
00:11:2600:11:29ความหวานแทนน้ำตาลเนี่ยก็ถือว่าเป็นการ
00:11:2900:11:31หลีกเลี่ยงน้ำตาลที่น่าสนใจอันนึงแต่
00:11:3100:11:33ประเด็นคือถ้าเมื่อไหร่ที่มันเป็นสาร
00:11:3300:11:35สังเคราะห์อย่างที่เราเห็นกันอยู่ใน
00:11:3500:11:38ผลิตภัณฑ์ทั่วๆไปนะครับแล้วเพราะว่าสาร
00:11:3800:11:40เคมีเหล่านี้เนี่ยจริงๆแล้วบางตัวมีการ
00:11:4000:11:42ใช้มาเป็น 100 ปีแต่พอตอนหลังๆก็เริ่ม
00:11:4200:11:44เพราะว่ามันอาจจะเกี่ยวข้องกับการเกิด
00:11:4400:11:46มะเร็งในสัตว์ทดลองหรือเปล่าหรือว่าบาง
00:11:4600:11:49ตัวเองเนี่ยพอระยะยาวก็อาจจะส่งให้ผลการ
00:11:4900:11:52เกิดการอักเสบหรือการเอ่อเสื่อมของระบบ
00:11:5200:11:54ประสาทหรืออะไรต่างๆซึ่งอันนี้ก็คงจะเป็น
00:11:5400:11:56อีกสิ่งหนึ่งที่เราคงจะต้องเลี่ยงว่าเออ
00:11:5600:11:58เราจะเลือกอะไรดีระหว่างไม่เอาน้ำตาลหน้า
00:11:5800:12:01นี้ีเสือมาปะจระเข้อีกแบบนึงหรือเปล่าโดย
00:12:0100:12:03ส่วนตัวพี่เองพี่ก็เพราะว่าบางครั้งสารทด
00:12:0300:12:05แทนความหวานแทนน้ำตาลเองเนี่ยมันก็ไม่ได้
00:12:0500:12:07เลวร้ายซักทีเดียวเพราะว่ามันยังมีสารทด
00:12:0700:12:10แทนความหวานเ่อแทนน้ำตาลที่เอ่อเป็น
00:12:1000:12:13ธรรมชาติแล้วก็ยังไม่พบว่ามีผลข้างเคียง
00:12:1300:12:16ยกตัวอย่างเช่นสารสกัดจากย้าหวานนะแล้วก็
00:12:1600:12:19เอ่อตัวหล่ออังกวยเหล่านี้นะซึ่งพวก
00:12:1900:12:22เนี้ยยเป็นสารธรรมชาติแล้วก็ยังไม่พบว่า
00:12:2200:12:25มีผลข้างเคียงในการใช้ระยะยาวนะแล้วก็
00:12:2500:12:27เป็นตัวเลือกอีกอันนึงเพียงแต่ข้อเสียของ
00:12:2700:12:30พวกนี้เนี่ยมันอาจจะมี After Test ก็คือ
00:12:3000:12:33แบบว่าหลังจากหวานไปแล้วมันรู้สึกมันขมๆ
00:12:3300:12:35ปะแล่มๆมซึ่งมันจะต่างจากน้ำตาลนิดนึง
00:12:3500:12:38ซึ่งโดยส่วนตัวพี่เองเนี่ยพี่ก็ยังเ่อใช้
00:12:3800:12:40ของพวกอย่างเงี้ยในการทดแทนเมื่อเทียบกับ
00:12:4000:12:43สารทดแทนความหวานที่เป็นสิ่งที่มนุษย์
00:12:4300:12:46ประดิษฐ์หรือไม่เคยมีมาก่อนจริงๆแล้วหลัก
00:12:4600:12:48การดูแลสุขภาพคือที่ง่ายที่สุดหรือถ้าใคร
00:12:4800:12:50จำอะไรไม่ได้เลยรู้สึกวุ่นวายวินหัวปลด
00:12:5000:12:54หัวเนี่ยนะพยายามคิดว่ายุคก่อนที่มนุษย์
00:12:5400:12:56เราจะเจริญเติบโตพัฒนาเนี่ยสิ่งเหล่านี้
00:12:5600:12:59มันมีหรือเปล่าในโลกใบนี้ถ้ามันมีอยู่
00:12:5900:13:01แล้วตามธรรมชาติเนี่ยโอกาสที่มันจะเกิด
00:13:0100:13:03ปัญหาต่อชีวิตเราเนี่ยมันค่อนข้างน้อยแต่
00:13:0300:13:05อะไรก็ตามที่มนุษย์เราพยายามเอาชนะและ
00:13:0500:13:08ประดิษฐ์และคิดค้นขึ้นมาเกือบจะแทบทุก
00:13:0800:13:11อย่างเนี่ยส่งผลต่อสุขภาพชีวิตเราในระยะ
00:13:1100:13:13ยาวแทบทั้งสิ้นดังนั้นเวลาเราคิดในมุมนี้
00:13:1300:13:17เนี่ยอะไรก็ตามที่มันเบสิคธรรมชาติหรือ
00:13:1700:13:19เป็นธรรมชาติมากที่สุดอันนั้นคือสิ่งที่
00:13:1900:13:21น่าจะปลอดภัยกับชีวิตเรามากที่สุดครับ
00:13:2100:13:22อย่างเมื่อกี้อาจารย์แนะนำมาเรื่องของ
00:13:2200:13:24อาหารหวานถูกมั้ยครับว่าอ่ะควรลดยังไง
00:13:2400:13:27ปรับใช้พวกหญ้าหวานทดแทนถูกมั้ยครับส่วน
00:13:2700:13:29เรื่องอาหารปิ้งย่างเนี่ยคือถ้าเราจะกิน
00:13:2900:13:31ยังไงให้อาหารปิ้งย่างมันดีมากยิ่งขึ้น
00:13:3100:13:34ที่อันเนี้ยผมไปนั่งอ่านมาเ้าก็แนะนำว่า
00:13:3400:13:36เนื้อสัตว์ที่เราจะเอามาปิ้งย่างครับเขา
00:13:3600:13:39แนะนำว่าถ้าอยากลดเรื่องของไชันะครับเอา
00:13:3900:13:41ไปหมักก่อนไว้ 1 ชั่วมงหมักเดหรือว่า
00:13:4100:13:44มาริตเนี่ยด้วยอะไรที่เป็นกรดไม่ว่าจะ
00:13:4400:13:47เป็นไวนน้ำส้มสายชูน้ำมะนาวน้ำส้มพวก
00:13:4700:13:50เนี้ยครับการที่เอาไปหมักกับกรดพวกเนี้ย
00:13:5000:13:53มันจะลดกคชได้เกือบครึ่งนึงเลยทีเดียว
00:13:5300:13:56แล้วเวลาที่คุณเอาไปปิ้งเอาไปย่างปิ้งนาน
00:13:5600:14:00ๆปิ้งช้าๆและใช้อุณหภูมิต่ำๆเพื่อเกิดการ
00:14:0000:14:03ป้องกันของไกชเวลาที่คุณกินเข้าไปช้าๆมัน
00:14:0300:14:06จะได้ไม่ทำให้สุขภาพคุณเสื่อมไปเร็วและ
00:14:0600:14:08อีกอันนึงที่อยากจะถามอาจารย์เหมือนกัน
00:14:0800:14:10ครับเรื่องของ fre Radical หรืออนุมูล
00:14:1000:14:12อิสระอนุมูลอิสระมันทำยังไงกับร่างกายของ
00:14:1200:14:15เราครับถ้าเรามันมีมากๆอ่ะครับอาจารย์คือ
00:14:1500:14:18อนุอิสระเนี่ยคือทฤษฎีอันแรกที่เราเจอว่า
00:14:1800:14:20มันทำให้เกิดความเสื่อมนะหลักการมันคือ
00:14:2000:14:23ง่ายๆเลยว่าเซลล์ทุกๆเซลล์เนี่ยที่ยังมี
00:14:2300:14:26ชีวิตอยู่เนี่ยมันต้องมีพลังงานนะแล้ว
00:14:2600:14:29พลังงานส่วนหนึเนี่ยเกิดจากอีอิเล็กตรอน
00:14:2900:14:31และโปรตอนที่อยู่ในโครงสร้างที่เล็กที่
00:14:3100:14:33สุดของมันมันเกิดการเคลื่อนไหวและการ
00:14:3300:14:36เคลื่อนไหวเหล่านี้เนี่ยถ้าเมื่อไหร่มี
00:14:3600:14:38การส่งต่อพลังงานอิเล็กตรอนที่มันหลุด
00:14:3800:14:41กระเด็นออกจากวงโคจรเนี่ยมันทำให้เกิด
00:14:4100:14:44ความไม่เสถียรเราต้องนึกถึงง่ายๆว่าถ้า
00:14:4400:14:47เกิดว่าเราเสถียรตเราอยู่ดีๆมันเหมือนลูก
00:14:4700:14:49ขางที่เรากำลังหมุนๆๆอย่างสวยๆเสร็จแล้ว
00:14:4900:14:51เนี่ยเรากำลังหมุนอยู่ดีๆมีพลังงานอะไร
00:14:5100:14:53สักอย่างนึงปึ้งแล้วเราก็เหวี่ยงหมดวง
00:14:5300:14:57สวิงนั่นคือความที่มันไม่เสถียรดังนั้นพอ
00:14:5700:14:59เกิดความไม่เสถียรทุกๆคนน่ะไม่ไม่ว่าเ่อ
00:14:5900:15:01อิเล็กตรอนเองหรือว่าตัวเราเองเนาะถ้าเรา
00:15:0100:15:04เริ่มมีความไม่เสถียรเราจะเริ่มไขว่คว้า
00:15:0400:15:06ที่จะหาอะไรสักอย่างนึงเพื่อให้เรากลับมา
00:15:0600:15:09เสถียรดังนั้นพออิเล็กตรอนมันหายไปมันก็
00:15:0900:15:11จะต้องพยายามทำให้ตัวเองเสถียรโดยที่การ
00:15:1100:15:14ที่เอาจะไปเบียดเบียนคนข้างๆเพื่อที่จะ
00:15:1400:15:17ให้ตัวเองเสถียรแล้วการเบียดเบียนนั้นก็
00:15:1700:15:19จะเกิดการลุกลามต่อไปจากโครงสร้างโมเลกุล
00:15:2000:15:22เล็กๆก็จะกลายไปสู่โครงสร้างที่ใหญ่ขึ้น
00:15:2200:15:25นะไปสู่เซลล์ไปสู่สารพันธุกรรมไปสู่เอ่อ
00:15:2500:15:28เอ่อโครงสร้างต่างๆแล้วก็นำไปสู่ความ
00:15:2800:15:30เสื่อมซึ่งถ้าเปรียบเทียบให้ชัดเจนก็คงจะ
00:15:3000:15:33คล้ายกับสนิมซึ่งเวลาที่มันเกิดอันเล็กๆ
00:15:3300:15:35เรามองไม่เห็นแต่ถ้าเราปล่อยทิ้งไว้มัน
00:15:3500:15:37เริ่มลามแล้วเราก็เห็นชัดเจนมากจริงขึ้น
00:15:3700:15:39แต่อิเล็กตรอนหรือประจุเหล่านั้นเนี่ยมัน
00:15:3900:15:42ลุกลามและเกิดขึ้นเร็วและไวกว่าตัวของ
00:15:4200:15:45สนิมนะเพราะฉะนั้นอันนี้เนี่ยมันก็เป็น
00:15:4500:15:47สิ่งหนึ่งที่เราพบว่าโรคเสื่อมต่างๆทั้ง
00:15:4700:15:49หลายเนี่ยล้วนแล้วแต่เกิดจากการที่เกิด
00:15:4900:15:53อนุมูลอิสระแทบทั้งสิ้นซึ่งในอนุมูลอิสระ
00:15:5300:15:56นี้เนี่ยคนปกติก็มีนะเพราะว่าเวลาที่เรา
00:15:5600:15:59หายใจนะเราได้ออกซิเจนเข้าไปเรากินอาหาร
00:15:5900:16:02การสันดาบออกซิเจนการสันดาบอาหารเหล่า
00:16:0200:16:05นั้นต้องมีการขนส่งอิเล็กตรอนและมันก็จะ
00:16:0500:16:08เกิดอนุมิตขึ้นในขณะเดียวกันร่างกายเราก็
00:16:0800:16:11มีกลไกในการปกป้องเราก็จะมีสารต้านอนุ
00:16:1100:16:13อิสระซึ่งสารต้านอนุอิสระเนี่ยก็จะเป็น
00:16:1300:16:16ตัวที่มีอิเล็กตรอนมากเพียงพอแล้วก็
00:16:1600:16:19บริจาคอิเล็กตรอนให้กับตัวที่มันหายไป
00:16:1900:16:21แอนติออกซิแดนท์เนี่ยร่างกายเราก็มีการ
00:16:2100:16:24สร้างนะครับแต่ประเด็นก็คือว่าถ้าเมื่อ
00:16:2400:16:26ไหร่เราเสียสมดุลนะครับเสียสมดุลคือ
00:16:2600:16:29อนุมูลสลมากเกินไปนะครับแล้วสารต้านอนุสา
00:16:2900:16:32ที่เราสร้างไม่พอมันก็ทำให้เกิดเราเรียก
00:16:3200:16:34ว่า oxidative stress ก็คือเราเรียกง่าย
00:16:3400:16:38ๆว่าเกิดผลลบนะหรือเกิดการเสียสมดุลนะ
00:16:3800:16:41ซึ่งเมื่อนั้นน่ะมันก็จะทำให้เกิดความ
00:16:4100:16:44ปัญหาต่อสุขภาพของเราในระยะยาวนะครับซึ่ง
00:16:4400:16:47อ่อการที่เกิดปัญหาเหล่านี้เนี่ย 1 นอก
00:16:4700:16:50จากที่เราการมีการสร้างอนุอิสระเยอะอย่าง
00:16:5000:16:52เช่นกินเยอะหรือออกกำลังกายเยอะหรือ
00:16:5200:16:55เครียดหรือมีการติดเชื้อในขณะเดียวกันใน
00:16:5500:16:58บางครั้งอนุสระเราอาจจะไม่เยอะแต่สารต้าน
00:16:5800:17:01อนุสระที่เราสร้างเนี่ยมันอาจจะต้องอาศัย
00:17:0100:17:04เกลือแร่วิตามินหรืออะไรบางอย่างซึ่งถ้า
00:17:0400:17:07เราขาดเหล่านี้เนี่ยสารต้านออนุอิสระที่
00:17:0700:17:09เราสร้างขึ้นมามันก็ทำงานได้ไม่มี
00:17:0900:17:11ประสิทธิภาพเต็มที่ดังนั้นมันก็จะเกิด
00:17:1100:17:14oxidative stress หรือเกิดผลลบนะครับ
00:17:1400:17:17แล้วจะเห็นได้ว่าคนบางคนเนี่ยถ้ามีอนุวิท
00:17:1700:17:20เยอะเค้าก็จะแกะเร็วอย่างเช่นคุณไปโดนแดด
00:17:2000:17:22เยอะๆแล้วคุณไม่มีอะไรป้องกันคุณก็จะแกะ
00:17:2200:17:25เร็วกว่าคนที่โดนแดดน้อยๆหรือคนบางคนที่
00:17:2500:17:28ออกกำลังกายหนักมากๆเราก็จะเห็นว่าเออ
00:17:2800:17:30ทำไมมันดูแข็งแรงนะแต่มันดูผิวเหี่ยวๆ
00:17:3000:17:33โทรมๆหรือบางคนที่แบบป่วยหนักอย่างเงี้ย
00:17:3300:17:36เราก็จะเห็นได้ว่าอนุอิสระเคก็จะเยอะกว่า
00:17:3600:17:38คนปกติมันก็จะทำให้ร่างกายเดูโทรมเร็ว
00:17:3800:17:41กว่าปกตินั่นเองดังนั้นนี่ก็คือภาพที่
00:17:4100:17:43อธิบายให้เห็นจากทฤษฎีมาสู่ภาพปฏิบัติ
00:17:4300:17:46ง่ายๆให้เราเห็นได้ชัดเจนว่าอนุมูลอิสระ
00:17:4600:17:50มันมีบทบาทต่อการแก่หรือการเจ็บป่วยของ
00:17:5000:17:52เรายังไงโอเห็นเห็นภาพชัดมากเลยครับที่
00:17:5200:17:54อาจารย์ออกมาแล้วเมื่อกี้อาจารย์มีพูด
00:17:5400:17:56เรื่องของแสงแดดถูกมั้ยครับอาจารย์คราว
00:17:5600:17:58นี้เนี่ยเราจำเป็นต้องทาครีมกันแดดตลอด
00:17:5800:18:00เวลามั้ยครับอาจารย์หรือเวลาแบบอยู่ในรถ
00:18:0000:18:02อยู่ในร่มอะไรอย่างเงี้ยครับบางคนก็บอก
00:18:0200:18:05อ้าวก็อยู่ในที่ร่มกันแดดแล้วทำไมต้องทา
00:18:0500:18:08ครีมกันแดดมันส่งผลกระทบต่ออ่ะ oxidative
00:18:0800:18:10stress fre Radical ผิวหนังเราหรือ
00:18:1000:18:12เปล่าซึ่งครีมกันแดดของเราปกติเราก็ต้อง
00:18:1200:18:14ป้องกัน uva uvb ใช่มั้ยครับอาจารย์แล้ว
00:18:1400:18:17ครีมกันแดดเดี๋ยวเนี้ยมีเยอะมากอาจารย์มี
00:18:1700:18:18ความคิดเห็นยังไงเกี่ยวกับเรื่องของเรา
00:18:1800:18:21ต้องทาจำเป็นมครับที่ต้องทาครีมกันแดด
00:18:2100:18:23ปัญหาอย่างนึงก็คือแสงแดดในปัจจุบันมัน
00:18:2300:18:26น่ากลัวกว่าสมัยก่อนนะเ่อก๊าซเรือนกระจก
00:18:2600:18:29รั่วนู่นนี่นั่นอะไรก็ว่ากันไปเอาง่ายๆ
00:18:2900:18:31เราไม่ต้องถามว่าเราต้องทาครีมกันแดดมั้ย
00:18:3100:18:34หรือเปล่าเราเอาง่ายๆก่อนว่าแค่ทาครีมกัน
00:18:3400:18:37แดดจริงๆเนี่ยก็ยังปกป้องไม่ได้ 100% เลย
00:18:3700:18:40นะครับเพราะอะไรครับเพราะว่า 1 ครีมกัน
00:18:4000:18:43แดดเนี่ยที่ได้มาตรฐานตามข้างที่เลเบล
00:18:4300:18:46เนี่ยบางทีก็ไม่ได้ดังนั้นนะครับ 2 ถึง
00:18:4600:18:49แม้ได้มาตรฐานเต็มจริงๆแต่เราทามไม่ถูก
00:18:4900:18:51วิธีก็ได้ไม่เต็มอย่างที่ควรจะเป็นซึ่ง
00:18:5200:18:54บางครั้งเนี่ยเบอกว่ามีวิธีการทานะ 1 ข้อ
00:18:5400:18:572 ข้ออะไรทาอะไรก็ว่ากันไปงไว้ 30 นาที
00:18:5700:18:59อะไรอย่าเงี้ครับแล้วบางพอเราทาครีมกัน
00:18:5900:19:02แดดอย่างดีแล้วก็ตามเนี่ยนะครับมันอยู่
00:19:0200:19:04ไม่ทนนะโดนเหงื่อโดนอะไรต่อไม่ไรมันก็
00:19:0400:19:06หลุดลอกแล้วมันก็ไม่ได้มีประสิทธิภาพใน
00:19:0600:19:08การปกป้องเท่าที่ควรจะเป็นโดยความเห็น
00:19:0800:19:11ส่วนตัวของพี่เองเนี่ยพี่คิดว่านอกจากทา
00:19:1100:19:13ครีมกันแดดแล้วเนี่ยอาจจะต้องใช้แป้งแข็ง
00:19:1300:19:16รองพื้นที่มีกันแดดทับอีกทีนึงด้วยซ้ำไป
00:19:1600:19:19เพื่อให้ครีมกันแดดนั้นมันติดทนกว่าปกติ
00:19:1900:19:22รวมไปถึงพอ 2 ช่วโมงหรือ 3 ชั่วโมงถ้าเรา
00:19:2200:19:24จำเป็นต้องออกแดดจริงๆหรือมีแดดเนี่ยอาจ
00:19:2400:19:26จะต้องใช้แป้งแข็งรองพื้นที่มีกันแดดนั่น
00:19:2600:19:29น่ะทับอีกรอบนึงเพราะว่าพวกนี้เนี่ยมัน
00:19:2900:19:31ต้องทาซ้ำทุก 2 ช่มมันไม่ได้ทาปุ๊บแล้ว
00:19:3100:19:33มันอยู่ได้ยาวนะเพราะอย่างที่บอกว่า
00:19:3300:19:35เทคนิคการทาของเราก็ไม่ได้ว่าจะดีอะไร
00:19:3500:19:38ขนาดนั้นถูกมดังนั้นแล้วเนี่ยเอ่อเหตุผล
00:19:3800:19:41อันนึงคือแสงแดดคือตัวทำลายผิวที่สำคัญ
00:19:4100:19:44ที่สุดแต่สิ่งหนึงก็ต้องรู้ว่าบางคนมันก็
00:19:4400:19:47บอกเอ้ยจริงๆแล้วแสงแดดได้วิตามินดีนะอ
00:19:4700:19:49ซึ่งซึ่งวิตามินดีคือสิ่งที่จำเป็นและ
00:19:4900:19:51สำคัญแล้วเราก็พบว่าคุณต้องเลือกเอาแล้ว
00:19:5100:19:54ล่ะว่าคุณจะเอาวิตามินดีหรือคุณจะเอาแสง
00:19:5400:19:59แดดนะที่เ่อที่ที่มันทำลายถูกมโดยส่วนตัว
00:19:5900:20:01พี่พี่เลือกพี่คิดว่าพี่ป้องกันแสงแดด
00:20:0100:20:03ก่อนดีกว่าส่วนวิตามินดีเนี่ยใช้กินเอา
00:20:0300:20:07เนาะซึ่งมันก็ทำให้เราหลีกเลี่ยงผลลัพธ์
00:20:0700:20:09ที่มันไม่ต้องการทั้งคู่ดังนั้นนี่คือนี่
00:20:0900:20:12คือข้อดีของสารเสริมอาหารที่เข้ามาช่วยนะ
00:20:1200:20:15ครับแล้วอีกอย่างนึงถ้าเราจะไปโดนแดดจริง
00:20:1500:20:18ๆเนี่ยแค่หน้าแค่ตัวไม่ต้องทาครีมกันแดด
00:20:1800:20:20เนี่ยไม่พอเพราะคุณจะต้องแก้ผ้าทั้งตัว
00:20:2000:20:24เลยนะตากแดดประมาณสัก 1 ชมงปิ้งไปปิ้งมา
00:20:2400:20:26ต้องใช้พื้นที่ผิวทั้งตัวถึงจะได้วิตามิน
00:20:2600:20:29ดีที่เพียงพอนะครับคือถ้าเกิดจะเอาแค่
00:20:2900:20:32ป้องกันกระดูกหักกระดูกพุนอาจจะแค่โดนแดด
00:20:3200:20:35นิดๆหน่อยๆแล้วผิวแค่นี้ได้แต่ปัจจุบัน
00:20:3500:20:37เรามีงานวิจัยที่พบว่าวิตมินดีต้องการมาก
00:20:3700:20:39กว่านั้นเยอะแล้วก็มีประโยชน์มากกว่าแค่
00:20:3900:20:41กระดูกและฟันดังนั้นอย่างที่บอกอ่ะมัน
00:20:4100:20:44ต้องการถึงขนาดนี้ซึ่งถ้าเราไม่สามารถโดน
00:20:4400:20:46แดดได้ก็ทาครีมกันแดดเถอะแล้วก็กินอาหาร
00:20:4600:20:49เสริมวิตามินดีเอาน่าจะเป็นทางเลือกที่ดี
00:20:4900:20:51ที่สุดครับอคือคือผมไปนั่งอ่านมาครับคือ
00:20:5100:20:54เมืองไทยเราร้อนมากแล้วแสง UV คือแบบแรง
00:20:5400:20:57มากๆคือถ้าเราไปดูค่า UV อ่ะครับในเมือง
00:20:5700:21:00ไทยเนี่ยปกติเนี่ย 5 ไม่สูงมากไม่สูงคือ
00:21:0000:21:03ไม่เกิน 8 นะครับเนาะอันเนี้ยถือว่ายัง
00:21:0300:21:05โอเคแต่ยังไงคุณก็ต้องคาครีมกันแดดอยู่ดี
00:21:0500:21:07เพื่อป้องกันความเสื่อมของผิวหนังแต่
00:21:0700:21:10เมืองไทยถ้าผมมาดูทั้งประเทศแล้วเนี่ยคือ
00:21:1000:21:12อยู่ในเกณฑ์ประมาณ 11-12 หมดเลยสูงมาก
00:21:1200:21:15แล้วยิ่งสูงที่สุดก็คือภาคใต้ของเราภาค
00:21:1500:21:17ใต้นี่คือประมาณ 13 เลยตอนเนี้ยที่เราพูด
00:21:1700:21:19ถึงอยู่อ่ะครับ UV ประมาณ 13 โดยส่วนตัว
00:21:1900:21:22พี่เนี่ยสมพี่เจอคนที่อยู่ภาคใต้เนี่ยนะ
00:21:2200:21:24พี่จะพบว่าเขาจะมีลักษณะของการเป็นฝ้าที่
00:21:2400:21:27แปลกกว่าคนภาคอื่นๆนั่นคือสิ่งหนึ่งที่
00:21:2700:21:30พี่สังเกตเห็นนะครับ 1 ค่อนข้างลึกเยอะ
00:21:3000:21:33แล้วก็รักษายากเพราะงั้นอันเนี้ยก็เไม่
00:21:3300:21:35รู้อ่ะแต่คิดว่ามันน่าจะเกี่ยวข้องกับ
00:21:3500:21:38เส้นสูยสูตรเกี่ยวข้องกับแสงแดดบริเวณ
00:21:3800:21:41บริเวณอียนั้นตามที่เราพูดมานะเพราะงั้น
00:21:4100:21:43นี่คือข้อสังเกตอันนึงอย่างที่บอกแล้วว่า
00:21:4300:21:45ไม่ว่าจะเราอยู่ที่ไหนอะไรยังไงก็ทาครีม
00:21:4500:21:48กันแดดดีกว่าและถึงแม้จะทาครีมกันแดดลอง
00:21:4800:21:50พื้นเต็มที่พี่บอกได้เลยว่าเวลาออกแดด
00:21:5000:21:54จริงๆหมวกกระดาษร่มมือผ้าทุกสิ่งอย่างก็
00:21:5400:21:56ควรจะต้องปกป้องเพราะว่าเวลาเราาครีมกัน
00:21:5700:21:59แดด 100% แล้วเนี่ยมันมันก็ไม่ได้ปกป้อง
00:21:5900:22:02ได้ 100% ถ้าใครทุกคนเห็นนะทาครีมกันแดด
00:22:0200:22:04เสร็จปุ๊บไปออกแดดนู่นนี่นั่นกลับมาก็ดำ
00:22:0400:22:07นะเหตุผลอันนึงคือมันไม่ได้ปกป้องได้ 100%
00:22:0700:22:10นะครับแต่อย่างน้อยมันป้องกันแมจนะป้อง
00:22:1000:22:12กันอันตรายสูงสุดได้แต่ว่าเรื่องของดำ
00:22:1200:22:14เรื่องของอะไรเนี่ยยังไงก็ตามก็ไม่สามารถ
00:22:1400:22:16ที่จะปกป้องได้ 100% แล้วจริงๆถ้าเรา
00:22:1600:22:19ต้องการลดสารอนุมูลอิสระในร่างกายของเรา
00:22:1900:22:21ครับที่จริงเราต้องมองไปที่สายรุ้งไม่ได้
00:22:2100:22:23ไม่ได้มองขึ้นบนเพดานนะครับอาจารย์มัน
00:22:2300:22:27หมายความว่าสายรุ้งคืออาหารของเราคือทาน
00:22:2700:22:29อาหารยังไงก็ได้ที่มีหลากหลายสีเมื่อกี้
00:22:2900:22:31อาจารย์พูดถึงเรื่องของแอนตี้ออกซินแล้ว
00:22:3100:22:33ถูกมั้ยครับอาหารที่มันมีหลากหลายสีปกติ
00:22:3300:22:36มันมี 5 สีด้วยกันนะครับสีแดงสีส้มนะครับ
00:22:3600:22:39เนาะสีเขียวสีฟ้าสีม่วงอยู่ด้วยกันแล้วก็
00:22:3900:22:41สีขาวสารอาหารพวกเนี้ยห้ามันอยู่ในจานของ
00:22:4100:22:45เรามันครบมันก็จะทำให้เรามีสารต้านอนุมูล
00:22:4500:22:48อิสระได้ค่อนข้างดีเพราะพวกเนี้ที่จริง
00:22:4800:22:51เจอในผักและผลไม้อาหารสดได้ทั้งหมดเลยไม่
00:22:5100:22:54ว่าผักใบเขียวพริกหยวกผลไม้ต่างๆใช่มั้ย
00:22:5400:22:56ครับเนาะซึ่งสารพวกเนี้มันช่วยป้องกัน
00:22:5600:23:00หลายๆโรคเลยและทำให้สารอนุมูลอิสระในร่าง
00:23:0000:23:02กายเราลดไปนั่นเองอย่างที่บอกครับว่าสาร
00:23:0200:23:04แอนติออกซิแดนท์เนี่ยคือโครงสร้างของ
00:23:0400:23:06โมเลกุลที่มีอิเล็กตรอนเยอะคือแอนติ
00:23:0600:23:08ออกซิแดนที่ค่อนข้างเสถียรเนี่ยดันพบใน
00:23:0800:23:11ผักผลไม้แล้วสารพวกเนี้ยเป็นสารที่ทำให้
00:23:1100:23:14ผักผลไม้นั้นมีสีดังนั้นเวลาที่มันมีสี
00:23:1400:23:16เนี่ยสีแต่ละสีที่แตกต่างกันเนี่ยเราก็พบ
00:23:1600:23:18ว่ามันเป็นสารที่มีโครงสร้างที่ไม่เหมือน
00:23:1800:23:21กันและโครงสร้างที่ไม่เหมือนกันก็มีบทบาท
00:23:2100:23:23หน้าที่ที่แตกต่างกันออกไปนี่คือที่มาที่
00:23:2300:23:26บอกว่าเออทำไมเราจึงกินผักให้มันมีความ
00:23:2600:23:29หลากสีเพราะว่ามันก็จะได้สารต้านอนุสระ
00:23:2900:23:33ที่มันมีความหลากหลายแล้วก็ทำงานที่ครบวง
00:23:3300:23:36จรนะแล้วนั่นคือที่มาว่าทำไมเรากินผัก
00:23:3600:23:39ผลไม้สดจากธรรมชาติจึงอาจจะน่าจะดีกว่า
00:23:3900:23:42การที่เราสกัดสารอาหารบางอย่างมาเป็น
00:23:4200:23:44วิตามินเสริมเพราะในความเป็นจริงแล้ว
00:23:4400:23:47เนี่ยเรามักจะลืมพฤกษะเคมีต่างๆที่มีอยู่
00:23:4700:23:50ตามธรรมชาติในผักผลไม้ซึ่งไม่ได้มี
00:23:5000:23:54ประโยชน์เพียงแค่ทำให้ผักผลไม้มีสีแต่ทำ
00:23:5400:23:57ให้การทำงานของร่างกายต่างๆเนี่ยเกิดความ
00:23:5700:23:58สมดุล
00:23:5800:24:00แล้วก็ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมาก
00:24:0000:24:02ที่สุดด้วยแล้วอีกอันนึงก็คือที่เมื่อกี้
00:24:0200:24:04อาจารย์พูดมาหลายผู้หญิงหลายๆคนถูกมยครับ
00:24:0400:24:07เนาะก็รักแน่นอนรักสวยรักงามไม่อยากแกถูก
00:24:0700:24:10มยครับคราวนี้อ่ะไปฉีดโบท็อกซ์ไปฉีด
00:24:1000:24:12ฟิลเลอร์แต่ไม่แก้ที่ฮอร์โมนแล้วไอผู้
00:24:1200:24:15หญิงเนี่ยมันมีการเข้าวทองหรือเข้าเมโน
00:24:1500:24:18พอสนั่นเองเนี่ยอฉีดพวกโบท็อกซ์แค่เนี้ย
00:24:1800:24:21พอไหมครับแต่ไม่แก้ฮอร์โมนก็แล้วแต่ว่า
00:24:2100:24:24คุณต้องการอะไรนะครับเ่อวงการแพทย์เนี่ย
00:24:2400:24:28มันก็เหมือนกับเรามีหน้าเราปุปะแล้วก็ลอง
00:24:2800:24:31พื้นโปะๆๆมันก็ได้ระดับนึงเนาะพอเราล้าง
00:24:3100:24:34หน้าก็คืนร่างเดิมใช่มแต่ถ้าเกิดว่าเราจะ
00:24:3400:24:37แบบบูรณปฏิสังขรเลยเราก็คงจะต้องทำอะไร
00:24:3700:24:40จากภายในดังนั้นมันขึ้นอยู่กับว่าเค้าค
00:24:4000:24:42คำนึงถึงอะไรนะครับเพราะงั้นการทำความงาม
00:24:4200:24:45แบบภายนอกท็อกซินฟลอร์อะไรทั้งหลายเนี่ย
00:24:4500:24:47มันก็ได้ประโยชน์เพราะบางครั้งเนี่ยการดู
00:24:4700:24:49แลจากภายในอย่างเดียวก็ช่วยไม่ได้นะครับ
00:24:5000:24:52โดยประสบการณ์ตัวเองที่เห็นเนี่ยคนไข้ที่
00:24:5200:24:55ฉีดท็อกซินฟอรหรือทำความงามอย่างเดียว
00:24:5500:24:58เนี่ยมักจะอายุสั้นอายุสั้นนี่ไม่ใช่ายุ
00:24:5800:25:01ไขเคนะหมายความว่ามันหมดฤทธิ์เร็วแล้วมัน
00:25:0100:25:05ก็ต้องมาทำบ่อยนะครับแล้วมันก็จะได้แค่
00:25:0500:25:08แค่สิ่งที่ได้เห็นจากเปลือกนอกแต่ภายใน
00:25:0800:25:11มันไม่ได้นะครับในขณะเดียวกันคนไข้ที่ดู
00:25:1100:25:14แลจากภายในอย่างเช่นอาหารการกินการนอนการ
00:25:1400:25:16ออกกำลังกายรวมถึงฮอร์โมนเนี่ยเราพบว่า
00:25:1600:25:20บางทีเทำน้อยลงทำช้าลงบางทีคนไข้นะมาเจอ
00:25:2000:25:23พี่เนี่ยนะจะพูดว่าพอเปิดตุมาเฮ้ยเคดูสวย
00:25:2300:25:25ขึ้นพี่ก็ทักเอ้ยสวยสวยขึ้นนะเบอกว่าไม่
00:25:2500:25:28ได้ไปทำที่ไหนนะคะบอกเปล่า
00:25:2800:25:30ไม่ได้สงสัยว่าไปทำที่ไหนแต่มันคือสวย
00:25:3100:25:33ขึ้นจริงๆซึ่งซึ่งเขก็ไม่ได้ทำที่ไหนจริง
00:25:3300:25:35ๆนะครับคือสิ่งนึงเราจะเห็นได้ว่าเอ้ยเ
00:25:3500:25:38เอ่อสิ่งที่ทำเนี่ยมันอยู่นานกว่าคนที่ทำ
00:25:3800:25:41แบบความงามฉาบฉวยนะครับและสิ่งนึงที่
00:25:4100:25:44สำคัญที่สุดก็คือว่าอารมณ์สมรรถภาพเรานึก
00:25:4400:25:47ภาพออกมว่าเราจะทำสวยหน้าตึงคอตั้งทุก
00:25:4700:25:51สิ่งอย่างเลยแต่ในใจคือหดหู่เหี่ยวไม่มี
00:25:5100:25:53แรงไม่อยากไปไหนอารมณ์ไม่ได้เนาะเพราะ
00:25:5300:25:56ฉะนั้นจริงๆแล้วเนี่ยสิ่งนึงคือทั้ง 2
00:25:5600:25:59อย่างเนี่ยมันต้องไปด้วยกันนะมันมีงาน
00:25:5900:26:03ศึกษาวิจัยนะว่าทำหน้าสวยนะทำหน้าสวยไป
00:26:0300:26:06แล้วพอเห็นกระจกจิตใจดีขึ้นสุขภาพดีขึ้น
00:26:0600:26:10น่าหรือเราจะักจะคิดว่าสุขภาพดีขึ้นแล้ว
00:26:1000:26:14หน้าก็ผ่องขึ้นคือทั้ง 2 อันน่ะมันมันไม่
00:26:1400:26:16ใช่มันไก่กับไข่อ่ะไม่รู้อะไรเกิดก่อนกัน
00:26:1600:26:19หรอกแต่มันส่งผลซึ่งกันและกันถ้าเรามอง
00:26:1900:26:21อะไรที่มันด้านเดียวมันก็เป็นอะไรที่หนัก
00:26:2100:26:24ด้านเดียวดังนั้นบานหรือผสมผสานทั้ง 2
00:26:2400:26:27อย่างคือสิ่งที่สำคัญที่สุดอืแล้วนอกจาก
00:26:2700:26:29สารท็อกซินที่ๆที่อาจารย์พูดมาฟอแล้วตอน
00:26:2900:26:32นี้ฮิตฮอตมาก Collagen stimulator อัน
00:26:3300:26:34นี้มันมันมันช่วยจริงหรอครับอาจารย์มัน
00:26:3400:26:37มันมีกลไกยังไงครับในเวลาที่ฉีดเข้าไปใน
00:26:3700:26:40ผิวหนังของเรากลไกของมันก็คือสารเคมีที่
00:26:4000:26:43เราใส่เข้าไปแล้วมันกระตุ้นให้เกิดการ
00:26:4300:26:45อักเสบเมื่อไหร่ที่ร่างกายเกิดการอักเสบ
00:26:4500:26:49ร่างกายก็จะต้องสร้างนะสารต่างๆอย่างเช่น
00:26:4900:26:53สร้างไฟบัทิชชูคอลลาจคอลลาเจนเรานึกง่ายๆ
00:26:5300:26:56ถ้าเมื่อไหร่เรามีมีดบาตรเราก็จะเกิดการ
00:26:5600:26:58สร้างเนื้อเยอใหม่แต่เนื้อเยอใหม่ที่มัน
00:26:5800:27:00สร้างขึ้นมาในรูปแบบของวิบาทนั้นเราเรียก
00:27:0000:27:02ว่าแผเป็นนะแต่ว่าตัวนี้เนี่ยมันเป็นสาร
00:27:0200:27:05เคมีซึ่งค่อยๆซึมเข้าไปแล้วก็สร้างเนื้อ
00:27:0500:27:08เยื่อเรื่อยๆสร้างเยอะมากรุนแรงมากก็อาจ
00:27:0800:27:11จะเป็นพังผืกที่แข็งคล้ายกับแผลเป็นค่อยๆ
00:27:1100:27:14สร้างสร้างน้อยๆก็อาจจะเป็นเหมือนกับ
00:27:1400:27:16กระตุ้นคอลลาเจนตามธรรมชาติให้เพิ่มมาก
00:27:1600:27:18ขึ้นดังนั้นมันก็เป็นอีกขบวนการนึงที่
00:27:1800:27:20กระตุ้นให้เซลล์มีการฟื้นฟูซึ่งเราอย่าง
00:27:2000:27:23ที่บอกมนุษย์มันมีความเอาชนะเนาะมันมี
00:27:2300:27:27ทั้งการใช้ GR Factor ใช้โปรตีนซึ่งสาร
00:27:2700:27:29เหล่านี้เนี่ยมีการศึกษามานานแล้วก็เริ่ม
00:27:2900:27:32พบว่ามีความปลอดภัยแต่ว่าในความปลอดภัย
00:27:3200:27:34นั้นน่ะมันก็มี Range ของมันเนาะว่าแบบ
00:27:3400:27:37น้อยๆกระตุ้นน้อยๆหรือกระตุ้นมากๆกระตุ้น
00:27:3700:27:40มากๆก็เยอะหน่อยแต่ก็เสี่ยงนิดนึงนึกภาพ
00:27:4000:27:42ออกมั้ยนั่นก็คือสิ่งนึงที่เป็นธรรมชาติ
00:27:4200:27:45แหละอะไรที่มาเยอะก็ต้องระวังผลข้างเคียง
00:27:4500:27:47อะไรที่มาน้อยดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่าง
00:27:4700:27:49เนี่ยก็ปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่า
00:27:4900:27:52เอ้ยตัวไหนดีตัวไหนมากตัวไหนน้อยโดยปกติ
00:27:5200:27:54โดยส่วนตัวพี่อ่ะพี่จะชอบอะไรที่มันแบบ
00:27:5400:27:58ว่าไม่ต้องเยอะมากแล้วกลางๆแล้วพอดีๆดีนะ
00:27:5800:28:01ครับซึ่งอันนี้เนี่ยคือเราคิดว่ายังไงก็
00:28:0100:28:03ตามมันปลอดภัยที่สุดแต่แน่นอน at least
00:28:0300:28:05อย่างน้อยที่สุดสารเหล่าเนี้ยที่มีมาใน
00:28:0500:28:08ท้องตลาดมันก็ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย
00:28:0800:28:11ระดับนึงนะครับแต่ในดีเทลลึกๆอย่างที่บอก
00:28:1100:28:13เราคงต้องศึกษากันต่อไปว่าตัวไหนที่มันจะ
00:28:1300:28:15เหมาะกับเราหรือตัวไหนที่เรามองแล้วว่า
00:28:1500:28:18เอ้ยมันมันเอาแค่นี้พอไม่เอาเยอะอนั่นคือ
00:28:1800:28:21สิ่งที่เราจะต้องเรียนรู้ต่อไปอ่าเข้าใจ
00:28:2100:28:25แล้วครับและอีกอันนึงที่คนชอบใช้กันมาก
00:28:2500:28:26หรือว่าที่ผ่านมาเรื่องเป็นเรื่องฮิตฮอต
00:28:2600:28:30เรื่องการชลอยวมากเลยครับ nad ครับอาจาน
00:28:3000:28:33nad นี่มันส่งเสริมทำให้เราชะลอไวในร่าง
00:28:3300:28:35กายเรายังไงบ้าง่ะครับเราก็ต้องบอกก่อน
00:28:3500:28:37ว่าเวลาที่เซลล์ของเรามันทำงานทุกๆวัน
00:28:3700:28:40เนาะเซลล์เด็กๆเนี่ยพลังงานเยอะเพราะ
00:28:4000:28:43เซลล์แก่ๆพลังงานมันลดลงนะมันก็เหตุผลอัน
00:28:4300:28:46นึงก็คือเตาเผาผลิตพลังงานซึ่งไอ้เตาเผา
00:28:4600:28:49ผลิตพลังงานเนี่ยมันก็เป็นเตาอันนึงซึ่ง
00:28:5000:28:52ได้สารอาหารคือน้ำตาลที่เรากินเข้าไป
00:28:5200:28:55ออกซิเจนแล้วก็ใส่เตาเผาในระหว่างที่เกิด
00:28:5500:28:59การเกิดเตาเผาเนี่ยสารตัวนึงถูกสร้างขึ้น
00:28:5900:29:01มาเพื่อขนส่งพลังงานสารตัวนั้นเราเรียก
00:29:0100:29:05ว่า nad nad คือสารที่เกิดจากวิตามิน B3
00:29:0500:29:07นะครับซึ่ง B3 เนี่ยเป็น b ต้นๆเลยและ
00:29:0700:29:09เกี่ยวข้องกับการขนส่งพลังงานดังนั้น
00:29:0900:29:12เมื่อเรากินอาหารปกติที่มี B3 เข้าไปร่าง
00:29:1200:29:16กายจะเอาไปถูกเปลี่ยนเป็นสารที่ช่วยสร้าง
00:29:1600:29:19พลังงานที่ชื่อว่า nad ขบวนการเปลี่ยนตรง
00:29:1900:29:21เมนุษย์เราต้องทำเองแล้วเราก็พบว่าเวลา
00:29:2100:29:24ที่เซลล์เราอายุมากขึ้นเนี่ยการเปลี่ยน
00:29:2400:29:26วิตามิน B3 มาเป็น nad เนี่ยมันลดลงพอ
00:29:2600:29:29เซลล์มี nad ลดลงการสร้างพลังงานก็ลดลง
00:29:2900:29:32เซลล์นั้นก็แก่แล้วเราก็พบว่าเซลล์ที่มี
00:29:3200:29:35การมีข้อจำกัดในการสร้าง nad แล้วก็มี
00:29:3500:29:37ปัญหามากที่สุดก็คือเซลล์สมองแล้วก็เซลล์
00:29:3700:29:40ตับดังนั้นในโรคเสื่อมต่างๆเหล่านี้เนี่ย
00:29:4000:29:44มีการให้สาร nad เข้าไปแล้วเราก็พบว่ามัน
00:29:4400:29:46ช่วยชะลอความเสื่อมหรือช่วยฟื้นฟูให้
00:29:4600:29:48เซลล์มีพลังงานมากขึ้นเพราะเหมือนกับว่า
00:29:4800:29:51มันเหมือนกับฉันกำลังจะแย่แล้วอ่ะแล้วฉัน
00:29:5100:29:53สร้างไม่ได้พอให้เข้าไปปุ๊บอ่ะมันก็เริ่ม
00:29:5300:29:55ฟูมากยิ่งขึ้นดังนั้นก็เลยมีงานวิจัย
00:29:5500:29:58ศึกษาในเรื่องของ N กับโรคเสื่อมเหล่านี้
00:29:5800:30:01ก็พบว่ามันช่วยให้เอ่อการฟื้นฟูหรือการลด
00:30:0100:30:04ความเสื่อมดีขึ้นนั่นเองก็เลยมี ow มีบท
00:30:0400:30:08บาทของการใช้สารตัวนี้มาในแง่ของการชะลอ
00:30:0800:30:11ความชลหรือแอนไทิมากยิ่งขึ้นซึ่งอันนี้ใน
00:30:1100:30:13แง่ของการป้องกันเนี่ยอย่างที่บอกมันต้อง
00:30:1300:30:16อาศัยงานวิจัยที่ใช้ผลระยะยาวนะครับแต่
00:30:1600:30:19โดยทฤษฎีแล้วเนี่ยสารตัวนี้คือสารอันนึง
00:30:1900:30:22ที่มีอยู่ตามธรรมชาตินะครับมีงานศึกษาที่
00:30:2200:30:26พยายามจะใช้อนุพันธ์ของวิตามินบนะครับ
00:30:2600:30:29อย่างเช่น nmn n อะไรทั้งหลายนะครับซึ่ง
00:30:2900:30:32เค่อนข้างฮอฮิตมากพอสมควรนะครับจากการ
00:30:3200:30:35ศึกษาของพี่เองแล้วพี่ก็อ่านหลายๆอย่างก็
00:30:3500:30:38พบว่าการกินสารเหล่านี้เราหวังว่าจะให้ไป
00:30:3800:30:41สร้างเป็น nad แล้วเพบว่ามันไม่ง่ายแล้ว
00:30:4100:30:44มันไม่ตรงไปตรงมาเหตุผลเพราะว่ามันเป็น
00:30:4400:30:47เหมือนกับการเปลี่ยนประจุอย่างรวดเร็วดัง
00:30:4700:30:50นั้นสารตัวนี้จะไม่เสถียรนะครับเพราะงั้น
00:30:5000:30:52เวลาที่เรากินเข้าไปสิ่งนึงคือโอกาสที่จะ
00:30:5200:30:55เปลี่ยนเป็นเดีบางทีอาจจะไม่ได้อย่างที่
00:30:5500:30:57ควรจะเป็นนะครับเพราะงั้นโดยส่วนตัวถ้า
00:30:5700:30:59ถามพี่ว่าจะกินสารพวกนี้มั้ยพี่จะตอบว่า
00:30:5900:31:02พี่คงไม่กินแต่พี่ก็คงจะคิดว่าการกินแบบ
00:31:0200:31:06รวมๆแล้วทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์สูงสุดแล้ว
00:31:0600:31:08ร่างกายอาจจะสร้าง nid ได้อันนั้นคือ
00:31:0800:31:10คอนเซปที่น่าจะถูกต้องมากกว่าังนั้นโดย
00:31:1000:31:12ส่วนตัวพี่จะไม่ค่อยบ้าไปกินอะไรตามที่คน
00:31:1200:31:15อื่นเคเกินกันเท่าไหร่แต่เราจะใช้หลักการ
00:31:1500:31:18หรือลิแล้วในบางครั้งอาจจะต้องรองานศึกษา
00:31:1800:31:21วิจัยเนาะและการที่เราจะพฟอะไรบางสิ่งบาง
00:31:2100:31:23อย่างอาจจะต้องมองระยะยาวซึ่งสิ่งเหล่า
00:31:2400:31:26นี้เนี่ยบางครั้งอาจจะยังไม่มี Paper
00:31:2600:31:28supp แต่ว่าถ้าเราดูตตามหลักการทฤษฎี
00:31:2800:31:31อะไรแล้วเนี่ยมันมีความที่จะเป็นไปได้
00:31:3100:31:33ซึ่งหลักการของศาสตร์ antiaging เนี่ยมัน
00:31:3300:31:36เกิดจากคอนเซปอย่างนี้ก่อนนะครับและมันจะ
00:31:3600:31:40ไม่มีสารตัวเดียวที่ใช้แล้วเป็นมหัศจรรย์
00:31:4000:31:43เนาะนะครับเ่ออย่างที่บอกว่าคุณภาพชีวิต
00:31:4300:31:45ที่ดีไม่ได้เกิดจากยาเพียงนิดเดียวแต่ทุก
00:31:4500:31:47สิ่งทุกอย่างต้องมองแบบองค์รวมไปพร้อมๆ
00:31:4700:31:50กันอครับผมเนาะก็อย่างที่อาจารย์พูดมาของ
00:31:5000:31:52nd คือเรื่องของเตาเผาที่อาจารย์มันค่อย
00:31:5200:31:54ๆหมดไปเรื่อยๆถูกมั้ยครับเตาเผาในเซลล์
00:31:5400:31:56ของร่างกายเราก็คืออยู่ตรงที่
00:31:5600:31:58ไมโทคอนเดรียนั่นเองนะครับเพราะฉะนั้นเรา
00:31:5800:32:01ก็ต้องทำยังไงให้ไมโคนเดียของเรากลับมาทำ
00:32:0100:32:03งานได้เหมือนเดิมเหมือนตอนที่เราอยู่ใน
00:32:0300:32:05วัยเด็กศาสตร์ Anti aging ก็เป็นศาสตร์
00:32:0500:32:08นึงที่เราสามารถเอามาใช้ดูแลตัวเราเอง
00:32:0800:32:11หรือคนรอบข้างคนในครอบครัวของเรารวมถึงคน
00:32:1100:32:13คนไข้ของผมด้วยเนาะผมก็เอามาสาสตรนี้มา
00:32:1300:32:16ใช้เพื่อดูแลทำให้สุขภาพเขาเนี่ยดีมาก
00:32:1600:32:19ยิ่งขึ้นหรือว่าหายจากโรคที่เขาเป็นค่อยๆ
00:32:1900:32:21แก้ไปทีละจุดแล้วะกันเนาะที่เราพูดมาทั้ง
00:32:2200:32:24หมดนะครับไม่ว่าจะเป็นการเสื่อมของร่าง
00:32:2400:32:27กายการลดความหวานการอาหารปิ้งย่างนะครับ
00:32:2700:32:30หรือสาเหตุต่างๆไม่ว่าจะเป็นของเรื่องของ
00:32:3000:32:33แสงแดดการป้องกันเนี่ยอันนี้ก็เป็นจุด
00:32:3300:32:36เล็กๆของของศาสตรแนจที่ผมเรียนกับอาจารย์
00:32:3600:32:38นะครับเนาะแต่ว่าอย่างน้อยเนี่ยมันอาจจะ
00:32:3800:32:42เป็นเอ่อข้อมูลที่คุณผู้ชมเนี่ยอาจจะได้
00:32:4200:32:44มีประโยชน์นะครับวันนี้ยังไงก็อยากจะ
00:32:4400:32:48ขอบคุณอาจารย์มากๆเลยนะครับที่คิวทองมาก
00:32:4800:32:51แล้วก็เสียสละมารายการเล็กๆของเรานะครับ
00:32:5100:32:54นะก็อาจารย์มีอะไรกล่าวกับผู้ชมบ้างครับ
00:32:5400:32:56ที่อาจารย์พูดถึงเรื่องของศาสตรแี้ aging
00:32:5700:33:00บ้างครับโอเคก็คงอยากจะบอกว่าศาสตร์อัน
00:33:0000:33:01นี้เนี่ยนะครับในปัจจุบันเนี่ยยังไม่ได้
00:33:0100:33:04รับการยอมรับนะครับมันจัดว่าเป็นแพทย์ทาง
00:33:0400:33:07เลือกหรือแพทย์ผสมผสานซึ่งถ้าเกิดคุณ
00:33:0700:33:10สมมุติว่าคุณป่วยนะครับเราก็ต้องรักษาตาม
00:33:1000:33:12มาตรฐานของแพทย์แผนปัจจุบันไปนะครับแต่
00:33:1200:33:15สิ่งหนึ่งคือการรักษาของแพทยผบาเป็นการ
00:33:1500:33:17แก้ที่ปลายเหตุซึ่งถ้าหากว่าต้นเหตุนั้น
00:33:1700:33:19ยังอยู่และการรักษานั้นไม่ได้ครอบคลุม
00:33:1900:33:22คลุมถึงนะครับสิ่งที่เราเป็นจะกลายเป็น
00:33:2200:33:24โรคเรื้อรังเราสามารถที่จะผสมผสานสิ่ง
00:33:2400:33:27เหล่านี้เข้าไปเพื่อทำให้การรักษาได้มา
00:33:2700:33:31ฐานดีที่สุดแล้วก็ทำให้ลดการใช้ยาลดผล
00:33:3100:33:34ข้างเคียงในขณะเดียวกันในกลุ่มคนที่ยัง
00:33:3400:33:36ไม่ถึงกับป่วยนะครับการปรับวิถีชีวิตการ
00:33:3700:33:40ใช้สาสตร์แบบนี้ก็อาจจะทำให้ชะลอหรือยืด
00:33:4000:33:42ระยะเวลาการเจ็บป่วยได้นานที่สุดแต่อย่าง
00:33:4300:33:46ไรก็ตามเมื่อมันไม่มีมาตรฐานความรู้และ
00:33:4600:33:50วิจารณญาณของของแต่ละคนคือสิ่งที่สำคัญ
00:33:5000:33:53เพราะในบางครั้งคนที่อาจจะใช้ฉกฉวยโอกาส
00:33:5300:33:58อันนี้ในการที่จะใช้คำเหล่านี้หรือใช้
00:33:5800:34:01ศาสตร์แบบนี้แบบที่ถูกบ้างตรงบ้างใช่บ้าง
00:34:0100:34:03หรือไม่ใช่บ้างเราในฐานะผู้บริโภคอ่ะเรา
00:34:0300:34:07ควรที่จะต้องมีความรู้แล้วก็เตรียมตัวให้
00:34:0700:34:10ทันนะครับและสิ่งที่สำคัญที่สุดอย่าหลง
00:34:1000:34:13เชื่อมันจะไม่มีวิธีการใดวิิธีการหนึ่งจะ
00:34:1300:34:15ไม่มียาตัวใดตัวหนึ่งจะไม่มีอาหารเสริม
00:34:1500:34:18เพียงแค่เม็ดหนึงที่ใช้แล้วครอบคลุมทุก
00:34:1800:34:21อย่างในจักรวาลมันเป็นไปไม่ได้นะครับ
00:34:2100:34:24เพราะฉะนั้นถ้าถามพี่ว่าอะไรสำคัญที่สุด
00:34:2400:34:27ในปัจจุบันพี่ก็คงจะต้องตอบว่าความรู้และ
00:34:2700:34:30วิจารณญาณคือสิ่งที่สำคัญที่สุดเพราะหลาย
00:34:3000:34:34ๆคนไม่รู้หรือขาดสตินั่นคือสิ่งที่นำมา
00:34:3400:34:38ซึ่งหายนะและก็สิ่งที่ดีอาจจะกลายเป็น
00:34:3800:34:40สิ่งที่เลวก็ได้ครับและนี่คือ doc Talk
00:34:4000:34:42podcast ที่หมอและผู้เชี่ยวชาญทางด้าน
00:34:4200:34:45สุขภาพจะมาพูดคุยประเด็นเรื่องสุขภาพต่าง
00:34:4500:34:48ๆถ้าชอบคทนแนวนี้ฝากกดไและ Subscribe
00:34:4800:34:53เป็นกำลังใจให้หมอด้วยนะครับสวัสดีครับ