00:00:00 → 00:00:04ช่วงนี้เด็กๆนักเรียนทั้งเอระดับประถม
00:00:04 → 00:00:08มัธยมนะฮะเขาปิดเทอมกันแล้วฮะครับผมเทอม
00:00:08 → 00:00:12ใหญ่ะด้วยง่ายใช่รถรถไม่ติดรถไม่ค่อยไม่
00:00:12 → 00:00:15ติดนะฮะไม่ติดนะครับชื่อเหมือนหนังเลยวัน
00:00:15 → 00:00:19นี้คุณหมอปิดเทอมใหญ่หัวใจวาวุ่นครับก็
00:00:19 → 00:00:22เชื่อว่าหลายๆท่านก็คงเป็นอาจะเป็นหนัง
00:00:22 → 00:00:25ที่ก็ดังมาเป็นอุหลายปีมากแล้วนะครับ
00:00:25 → 00:00:27เพราะงั้นวัยผู้ใหญ่อย่างพวกเราอ่ะน่าจะ
00:00:27 → 00:00:30ผ่านการชมภาพยนต์เรื่องนี้มาะใช่ฮก็น
00:00:30 → 00:00:32เรื่องก็เป็นเรื่องของความรักของวัยรุ่น
00:00:32 → 00:00:34อะไรอย่างงี้แต่ว่าเ่อในหัวข้อของเราเนะ
00:00:34 → 00:00:37ครับชื่อสอดคล้องกันก็จริงแต่ว่าเรายืม
00:00:37 → 00:00:39ชื่อมันในเรื่องของปิดเทอมใหญ่เี่แหละ
00:00:39 → 00:00:42ครับอฮะนะครับว่าปิดเทอมแล้วเนี่ยนะครับ
00:00:42 → 00:00:45ปิดเทอมก็อย่างที่เราทราบระบบการศึกษาของ
00:00:45 → 00:00:47บ้านเราส่วนใหญ่เนี่ยมีปิดเทอม 2 ช่วงอนะ
00:00:47 → 00:00:50ครับครับรู้สึกการการเรียนในแต่ละปีเนะก็
00:00:50 → 00:00:53จะแบบมีเทอม 1 เทอม 2 ใช่มั้ยครับระหว่าง
00:00:53 → 00:00:55เทอม 1 กับเทอม 2 ในช่วงแถวๆตุลาคม
00:00:55 → 00:00:57พฤศจิกายนจะปิดสั้นๆอาจจะปิดสักเดือน
00:00:57 → 00:01:01เดียวนะครับแต่พอผ่านเทอม 2 มาผ่านการสอบ
00:01:01 → 00:01:04ไล่ในเทอม 2 เสร็จก็คราวนี้จะเลื่อนชั้น
00:01:04 → 00:01:06ชั้นเรียนขึ้นไปละชั้นศึกษาก็จะเลื่อนปี
00:01:06 → 00:01:09ขึ้นไปไอ้ตรงนี้จะปิดนานขึ้นอบางทีก็
00:01:09 → 00:01:11ประมาณ 2 เดือน 2 เดือนกว่าๆอะไรเงี้ยนะ
00:01:11 → 00:01:13ครับก็ก็คือช่วงนี้พอดีนะครับังนเรียนก็
00:01:13 → 00:01:16ปิดกันลจะสังเกตได้ว่ารถลก็ว่างขึ้นนะ
00:01:16 → 00:01:19ครับเพคุณพ่อคุณแม่ไปทำงานก็สบายขึ้นแต่
00:01:19 → 00:01:23ว่าในในช่วงบเด็กเนี่ยนะครับตอนลูกปิด
00:01:23 → 00:01:25เทอมเดี๋ยวเราเท้าไปถึงวัยเด็กก่อนใช่ตอ
00:01:25 → 00:01:27ลูกปิดเทอมเนี่ยครับคนความลำบากคุณพ่อคุณ
00:01:27 → 00:01:30แม่ก็จะมีในเรื่องของคือตอนตอนที่เปิด
00:01:30 → 00:01:32เทอมมันก็ดีเหมือนกันแบบพไปส่งลูกเข้าโรง
00:01:32 → 00:01:34เรียนแล้วแม่พ่อแม่ก็เบาลงหน่อยนะฮะได้
00:01:34 → 00:01:36พักเหนื่อยอะไรบ้างนะเพราะว่าเด็กๆนี่เขา
00:01:36 → 00:01:39จะพลังไม่มีวันหมดนะฮะเล่นยังไงก็ไม่
00:01:39 → 00:01:40เหนื่อยพวกเราผู้ใหญ่เนี่ยโหเราจะเห็น
00:01:41 → 00:01:43สมัยเนี้ยเด็กคนเดียวเนี่ยทั้งครอบครัว
00:01:43 → 00:01:46เนี่ยรุมกันผู้ใหญ่รุมกัน 5-6 คนน่ะเอา
00:01:46 → 00:01:49ไม่อยู่เงกันมากแต่เด็กไม่เคยหมดพลังนะฮะ
00:01:49 → 00:01:52เล่นไปเรื่อยๆแต่นั่นมันก็แค่ห่วงเรื่อง
00:01:52 → 00:01:55เรื่องอุบัติเหตุจะไปล้มจะไปอันตรายเกิด
00:01:55 → 00:01:59ภัยอะไรแค่นั้นแต่พอโตขึ้นนะครับเป็น
00:01:59 → 00:02:01เรียนในช่วงที่ที่เราเรียกว่าวัยรุ่น
00:02:01 → 00:02:06เนี่ยนะครับนะอ่าหัวใจวปิดแหน่งของชาวุ่น
00:02:06 → 00:02:08เนี่ยคุณพ่อคุณแม่กังวลไม่ใช่แค่กังวลไอ้
00:02:08 → 00:02:10ไอ้เรื่องนี้่ะครับว่าเอ่อตอนที่เรียน
00:02:10 → 00:02:13เนี่ยเตอนเปิดเทอมอยู่เไปโรงเรียนแน่ๆแต่
00:02:13 → 00:02:15ตอนปิดเทอมเนี่ยอ่าปิดเทอมเนี่ยพ่อแม่ยัง
00:02:15 → 00:02:17ทำงานอยู่อ่ะแล้วช่วงที่อยู่ระหว่างวัน
00:02:17 → 00:02:19น่ะมันจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างนะครับเพราะ
00:02:19 → 00:02:22ฉะนั้นหัวใจว้าวุ่นเนี่ยหมอว่านอกจากลูก
00:02:22 → 00:02:24จากหัวใจว้าวุ่นไปกับเรื่องต่างๆที่เราจะ
00:02:24 → 00:02:27คุยกันแล้วเนี่ยนะครับคุณพ่อคุณแม่ก็คงจะ
00:02:27 → 00:02:30ว้าวุ่นเผลอๆจะมากกว่าด้วยนะครับอือก็เรา
00:02:30 → 00:02:33คุยกันวันนี้จะได้หาดูประเด็นว่าเอ๊ปิด
00:02:33 → 00:02:35เทอมใหญ่เนี่ยคุณว่าคุณแม่ควรจะต้องมีการ
00:02:35 → 00:02:38สังเกตสังการเตรียมตัวดูแลลูกหลานของท่าน
00:02:38 → 00:02:41ยังไงนะครับครับนะครับคราวนี้พอเราจะเข้า
00:02:41 → 00:02:44สู่เรื่องเนี้ยก็ต้องมาคุยเรื่องวัยรุ่น
00:02:44 → 00:02:47ก่อนนะครับเวลาเราบอกว่าปิดเทอมใหญ่แล้ว
00:02:47 → 00:02:50เราเป็นห่วงอ่าในเด็กๆวัยรุ่นเนี่ยนะครับ
00:02:50 → 00:02:52ว่าหัวใจเว้าวุ่นกันอย่างเงี้นะครับแล้ว
00:02:52 → 00:02:54มันจะไปก่อปัญหาอะไรตามมาให้ตัวเาให้
00:02:54 → 00:02:57ครอบครัวตามมาเนี่ยก็นิยามวัยรุ่นกันก่อน
00:02:57 → 00:02:59นะครับจริงๆการนิยามเรื่องวัยรุ่นเนี่ย
00:03:00 → 00:03:02นิยามมันมีหลายอันมากนะครับสมัยก่อนเี่
00:03:02 → 00:03:04ครับทางการแพทย์เราก็ถือว่านิยามว่าเข้า
00:03:04 → 00:03:06สู่วัยรุ่นนี่ก็คือช่วงที่มีการเปลี่ยน
00:03:06 → 00:03:10ผ่านจากวัยเด็กนะครับไปจนเป็นวัยผู้ใหญ่
00:03:10 → 00:03:13ครับนะครับซึ่งโดยทั่วไปเนี่ยสมัยเ่อก่อน
00:03:13 → 00:03:16เนี่ยนะครับก็คือเอ่อในทางการแพทย์เราก็
00:03:16 → 00:03:18จะมองว่าช่วงที่เปลี่ยนผ่านเนี่ยชัดๆ
00:03:18 → 00:03:20เนี่ยก็จะเป็นช่วงประมาณอายุก็ประ 13 ปี
00:03:20 → 00:03:23นะครับในผู้ชายก็จะเริ่มเห็นลักษณะของเพศ
00:03:23 → 00:03:26ชายมากขึ้นกล้ามเนื้อคำยำขึ้นเริ่มมีขน
00:03:26 → 00:03:29ขึ้นมีหนวดมีขนหน้าอกอะไรต่างๆเหล่านี้นะ
00:03:29 → 00:03:31ครับครับในฝั่งคุณผู้หญิงเนี่ยจะสังเกต
00:03:31 → 00:03:34ง่ายขึ้นเพราะว่าจะเริ่มมีแบบเอ่อมีส่วน
00:03:34 → 00:03:37ของเต้านมเนี่ยขยายขึ้นสะโพกพายขึ้นนะ
00:03:37 → 00:03:40ครับแล้วก็เ่อที่เห็นง่ายๆก็คือเริ่มมี
00:03:40 → 00:03:42ประจำเดือนอืนะครับอันนี้ก็เป็นการ
00:03:42 → 00:03:44เปลี่ยนแปลงที่สำคัญในช่วงวัยรุ่นนะครับ
00:03:44 → 00:03:46ซึ่งซึ่งเราก็เปลี่ยนแปลงแล้วก็เลยนับ
00:03:46 → 00:03:49อายุจาก 13 ไปจนกระทั่งถึงอายุ 20 ปีนะ
00:03:49 → 00:03:51ครับเราพบคิดว่าพ้น 20 ปีที่เราบอกว่า
00:03:51 → 00:03:54เอ่ออ่าบรรลุยุติภาวะแล้วอะไรเงี้ยนะครับ
00:03:54 → 00:03:56เพราะว่าอะไรเพราะว่าวัยรุ่นเนี่ยนอกจาก
00:03:56 → 00:03:59ดูเรื่องการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของสภาพ
00:03:59 → 00:04:01ร่างแล้วเนี่ยนะครับวัยรุ่นเนี่ยยังเป็น
00:04:01 → 00:04:04ช่วงที่มีการพัฒนาการเปลี่ยนแปลงหลายๆ
00:04:04 → 00:04:07เรื่องทั้งในเรื่องของเอ่อจิตใจนะครับ
00:04:07 → 00:04:10ทั้งในเรื่องของเอ่อเอ่อสุขภาวะจิตเ่อมุม
00:04:10 → 00:04:14มองความคิดต่างๆนะครับซึ่งตรงเนี้ยนะครับ
00:04:14 → 00:04:17นิยามเดิมที่เราเคยใช้ 13-20 ปีเนี่ยจริง
00:04:17 → 00:04:18ๆมันก็จะเปลี่ยนไปเพราะเพราะว่าเราก็จะ
00:04:18 → 00:04:20สังเกตได้ว่าสมมุติการเปลี่ยนแปลงทางร่าง
00:04:21 → 00:04:23กายเราไปดูการเปลี่ยนแปลงทางสรีระร่างกาย
00:04:23 → 00:04:25เว่ามีประจำเดือนอะไรอย่าเงี้ยเดี๋ยวนี้
00:04:25 → 00:04:27เด็กๆบางทีเนี่ยมีประจำเดือนเร็วขึ้น
00:04:27 → 00:04:29เพราะว่าบางทีอาหารที่เราบริโภคเนี่ยมัน
00:04:29 → 00:04:31มีพพวกฮอร์โมนจากธรรมชาติอะไรต่างๆที่มัน
00:04:31 → 00:04:33ไปเปลี่ยนแปลงสภาพนะครับเพราะฉะนั้นตอน
00:04:33 → 00:04:36เนี้ยบางที 11 12 ปีมีประจำเดือนแล้วก็
00:04:36 → 00:04:38มีนะครับเพราะฉะนั้นบางทีใช้นิยามเดิม
00:04:38 → 00:04:4213-20 ปีเนี่ยมันก็จะบางทีไม่ครอบคลุม
00:04:42 → 00:04:45เราก็จะงงๆอยู่ว่าเอ๊ะในรอยต่อเด็กอายุ 11
00:04:45 → 00:04:4612 เรานับเป็นเด็กหรือเป็นผู้ใหญ่เป็น
00:04:46 → 00:04:49วัยรุ่นกันแม่นะครับเอ่อล่าสุดนะครับหมอ
00:04:49 → 00:04:51ก็เลยไปค้นดูนะครับนิยามของกระทรวง
00:04:51 → 00:04:54สาธารณสุขนะครับกระทรวงสาธารณสุขเนี่ย
00:04:54 → 00:04:56ท่านก็เลยนับเอาตั้งแต่อายุช่วงกลางเี่นะ
00:04:56 → 00:05:01ครับ 10 ถึง 19 ปีก็คือ 19 ปีไปจนชน 20
00:05:01 → 00:05:03อ่ะพอแตะ 20 เมื่อไหร่ก็ให้เป็นวัยผู้
00:05:03 → 00:05:05ใหญ่นะครับเพราะว่าก็ที่เราตามกฎหมายแล้ว
00:05:05 → 00:05:07ก็มองว่าเป็นวัยที่บรรลุนิติภาวะและ
00:05:07 → 00:05:10สามารถกรอบความคิดเจริญเติบโตสามารถตัด
00:05:10 → 00:05:12สินใจอะไรต่างๆในทางกฎหมายได้ดีขึ้นนะ
00:05:12 → 00:05:16ครับเพราะฉะนั้นเรายึดที่ตามก 10 ไปจนถึง
00:05:16 → 00:05:18ชน 20 ปีเนี่ยนะครับนะในช่วงนี้จริงๆแบ่ง
00:05:18 → 00:05:21ได้เป็นอีกย่อยๆเป็น 3 ส่วนนะครับช่วงแรก
00:05:21 → 00:05:23ก็คือวัยรุ่นช่วงต้นเนี่ยแต่ช่วงอายุ
00:05:23 → 00:05:2610-13 ปีนะครับแล้วก็เป็นวัยรุ่นตอนกลาง
00:05:26 → 00:05:30เก็ 14-17 นะครับแล้วก็วัยรุ่นช่วงก็คือ
00:05:30 → 00:05:3318 19 20 ครับพชน 20 ก็เป็นไผู้ใหญ่นะ
00:05:33 → 00:05:36ครับอายุในวัยรุ่นช่วงนี้นะครับเราก็จะ
00:05:36 → 00:05:39เอ่อเรียนกันอยู่ในช่วงประมาณประถมปลายๆ
00:05:39 → 00:05:41ไปถึงมัธยมแล้วล่ะนะครับแล้วก็คาบเกี่ยว
00:05:41 → 00:05:44ไปถึงมหาลัยตอนต้นๆนะครับเพราะฉะนั้น
00:05:44 → 00:05:47เมื่ออยู่ในวัยนี้นะครับสิ่งที่เอ่อเรา
00:05:47 → 00:05:50ต้องตามดูมากขึ้นเนี่ยเอ่อในช่วงปิดเทอม
00:05:50 → 00:05:52นะครับซึ่งข้อมูลที่น่าสนใจจากกระทรวง
00:05:52 → 00:05:55สาธารณสุขที่เราติดตามดูนะครับอันนี้หมอ
00:05:55 → 00:05:58ก็ต้องขอขอบพระคุณมากๆนะครับสำหรับเพจให้
00:05:58 → 00:06:01ความรู้ทางการแพทย์นะครับที่เป็นเพจของ
00:06:01 → 00:06:04สุตินรีแพทย์ท่านหนึ่งนะครับก็เอ่ยชื่อ
00:06:04 → 00:06:07ท่านเลยก็ได้เป็นเพจของคุณพี่หมอ[\h__\h]
00:06:07 → 00:06:10เนี่ยนะครับซึ่งท่านก็จะมาตอข้อมูลต่างๆ
00:06:10 → 00:06:12ซึ่งหัวข้ออันนึงที่วันนี้เรามาคุยกัน
00:06:12 → 00:06:15เนี่ยก็ก็มาจากประเด็นตรงนี้เหมือนกันนะ
00:06:15 → 00:06:19ครับโดยท่านก็มองว่าเอ่อท่านก็ไปเอ่อติด
00:06:19 → 00:06:22ตามข้อมูลมาครับแล้วก็พบว่าสสสนะครับซึ่ง
00:06:22 → 00:06:24เราก็รู้จักกันดีสก็คือสำนักงานกองทุน
00:06:24 → 00:06:26สนับสนุนการสร้างเสือสุขภาพนะครับที่เรา
00:06:26 → 00:06:29ได้ยินกันอยู่เรื่อยๆเนี่ยนะครับได้ให้
00:06:29 → 00:06:33ข้อมูลไว้ว่าเมื่อปี 2563 นะครับก็คือ 4
00:06:33 → 00:06:36ปีที่แล้วเนี่ยนะครับมีการเก็บข้อมูลพบ
00:06:36 → 00:06:39ว่าอัตราของประชากรที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น
00:06:39 → 00:06:41ก็คือเนี่ยครับ 10 จถึงชน 20 ปีเนี่ยมี
00:06:41 → 00:06:44อยู่ประมาณ 8 ล้านคนครับนะครับแล้วพอเรา
00:06:44 → 00:06:46ดูในรายละเอียดของวัยรุ่น 8 ล้านคนเนี่ย
00:06:46 → 00:06:50นะครับเอ่อเราพบว่าเอ่อในช่วงที่คุณพ่อ
00:06:50 → 00:06:53คุณแม่ไปทำงานเนี่ยนะครับนะคือเอ่อใน
00:06:53 → 00:06:56กลุ่มเก็คือประชากรไทยเนี่ยนะครับที่เป็น
00:06:56 → 00:06:59ครอบครัวเนี่ยนะครับเราพบว่ามีอยู่ 10 เ
00:06:59 → 00:07:02ที่เป็นครอบครัวเดี่ยวอืครับลักษณะ
00:07:02 → 00:07:04วัฒนธรรมครอบครัวเราจะจะจะต่างจากจาก
00:07:04 → 00:07:07ตะวันตกก็คือเอ่อของเราเี่เราจะเห็นว่า
00:07:07 → 00:07:09บางทีคุณพ่อคุณแม่แต่งงานมีลูกใช่มั้ย
00:07:09 → 00:07:10ครับแต่คุณพ่อคุณแม่ก็ยังอยู่กับดูแลคุณ
00:07:10 → 00:07:13ตาคุณยายอะไรคุณปู่คุณย่าเอยู่เราเราอยู่
00:07:13 → 00:07:16แบบครอบครัวขยายอ่ะก็อยู่กันเป็นกลุ่มๆ
00:07:16 → 00:07:18เพราะฉะนั้นบางทีคุณพ่อคุณแม่ไปทำงาน
00:07:18 → 00:07:20เนี่ยก็ยังมีคุณตาคุณยายคอยเป็นผัวเป็นตา
00:07:20 → 00:07:22ดูแลลูกหลานได้อันนี้เป็นข้อดีของ
00:07:22 → 00:07:24ครอบครัวขยายของเราแต่ว่าสมัยปัจจุบัน
00:07:24 → 00:07:28เนี่ยเอ่อครอบครัวขยายแบบเดิมเบางทีเราก็
00:07:28 → 00:07:30อาศัยอยู่อ่าไม่ไม่ไม่ได้อยู่กลางเมืองฮะ
00:07:30 → 00:07:33อยู่ชาญๆเมืองแล้วก็พบาทีคุณพ่อคุณแม่วัย
00:07:33 → 00:07:35ทำงานเนี่ยต้องเข้ามาทำงานแบบบริษัทหรือ
00:07:35 → 00:07:37ที่ทำงานยอยู่ในกลุ่มที่อยู่กลางเมืองมาก
00:07:37 → 00:07:40ขึ้นบางทีก็ต้องแยกครอบครัวออกมาโดยย้าย
00:07:40 → 00:07:43ถิ่นฐานเพื่อที่จะทำให้เราเอ่อไปทำงาน
00:07:43 → 00:07:45ง่ายขึ้นน่ะไม่งั้นรถมันติดมันก็เดินทาง
00:07:45 → 00:07:47ไม่ไหวใช่ครับเพราะฉะนั้นก็เลยมีลักษณะ
00:07:47 → 00:07:49ของการแยกมาเป็นครอบครัวเดี่ยวที่อยู่กัน
00:07:49 → 00:07:51แค่พ่อแม่แล้วก็มีลูกของตัวเองเนี่ยตัด
00:07:51 → 00:07:54ขาดจากตัดขาดจากรุ่นคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณ
00:07:54 → 00:07:56ยายแล้วเนี่ยนะครับเ่อเราพบว่าในทั้งหมด
00:07:56 → 00:07:58ประชากรที่เป็นครอบครัวเนี่ยจะมี 10%
00:07:58 → 00:08:01ครับที่อยู่ไปเป็นครอบครัวเดี่ยวอืครับนะ
00:08:01 → 00:08:04ครับก็ก็อาจจะฟังดูไม่เยอะนะครับแต่ว่า
00:08:04 → 00:08:06ถ้าเทียบกับประชากรไทยทั้งหมดเนี่ยก็ถือ
00:08:06 → 00:08:08ว่าเป็นจำนวนหลายล้านคนทีเดียวนะครับซึ่ง
00:08:08 → 00:08:11ถ้าเรามองตรงเนี้ยในแง่ของครอบครัวเดี่ยว
00:08:12 → 00:08:15ของเอ่อฝรั่งยุโรปอเมริกันอันนี้เป็น
00:08:15 → 00:08:18เรื่องปกติเเเหมือนกับที่เราเคยเห็นใน
00:08:18 → 00:08:20ภาพยนตร์นะครับตโตมาแล้วเป็นวัยร่วมก็
00:08:20 → 00:08:23ย้ายไปทำงานก็แยกไปอยู่ด้วยตัวเองละอคราว
00:08:23 → 00:08:25นี้ใน 10% ที่เป็นครอบครัวเดี่ยวเนี่ยนะ
00:08:25 → 00:08:28ครับถ้าเราศึกษาลงไปลึกๆเนี่ยนะครับเอ่อ
00:08:28 → 00:08:32เฉพาะกลุ่มเนะครับเดี่ยวเนี่ยเดี่ยวแบบ
00:08:32 → 00:08:35สุดๆเลยก็คือมีแค่คุณแม่อยู่คนเดียวก็คือ
00:08:35 → 00:08:38อาจจะมีการเลิกรากันคุณพ่อไม่อยู่แล้ว
00:08:38 → 00:08:40อะไรเงี้ยนะครับนะก็เป็นคุณแม่ที่ต้อง
00:08:40 → 00:08:42เลี้ยงลูกเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวเนี่ยนะครับ
00:08:42 → 00:08:46ประมาณ 30% อืนะครับค่ะเพราะฉะนั้นใน
00:08:46 → 00:08:48กลุ่มเนะครับไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่คุณแม่
00:08:48 → 00:08:49เลี้ยงเลี้ยงอยู่คนเดียวหรือว่าอาจจะเป็น
00:08:49 → 00:08:51คุณพ่อคุณแม่ก็ได้เหมือนกันนั่นแหละแต่
00:08:51 → 00:08:52ว่าพอทั้ง 2 คนต้องออกไปทำงานทั้งคู่
00:08:52 → 00:08:55เพราะว่าเดี๋ยวนี้เศเศษฐานอ่าเศรษฐกิจมัน
00:08:55 → 00:08:57รัดตัวนะครับนะเราเราจะทำงานเหมือนสมัย
00:08:57 → 00:09:01ก่อนนะรุ่นคุณตาคุณยายปูนยากบางทีฝ่ายผู้
00:09:01 → 00:09:03ชายทำงานคนเดียวคุณผู้หญิงเป็นแม่บ้าน
00:09:03 → 00:09:05อยู่กับบ้านเมันไม่ค่อยมีรหัสต้องช่วยกัน
00:09:05 → 00:09:07ทำงานเพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นอย่างที่เรา
00:09:07 → 00:09:09บอก 30% ที่เป็นคุณแม่เลี้ยงคนเดียวหรือ
00:09:09 → 00:09:11จะเป็นอีก 70% ที่อยู่กันเป็น famil ทั้ง
00:09:11 → 00:09:14พ่อแม่เะอือเวลาเวลาปิดเทอมแล้วทั้ง 2
00:09:14 → 00:09:17ท่านไปทำงานนะครับมันจะมีช่วงเวลาที่ลูก
00:09:17 → 00:09:19ต้องอยู่ตามลำพังนะครับซึ่งพอเราเก็บข้อ
00:09:19 → 00:09:22มูลตรงเนะครับจากวัยรุ่น 8 ล้านคนเนี่ยจะ
00:09:22 → 00:09:26มีประมาณสัก 2.4 ล้านคนนะครับหรือประมาณ
00:09:26 → 00:09:3030% เนี่ยที่ลูกจะมีช่วงที่อยู่ตามังอื
00:09:30 → 00:09:33ฮึครับทที่อยู่ตามลำพังทำอะไรกันบ้างนะ
00:09:33 → 00:09:37ครับอนี้แหละครับเป็นช่วงที่เราในช่วงที่
00:09:37 → 00:09:39ปิดเทอมเนี่ยเป็นหัวข้อที่เราต้องให้ความ
00:09:39 → 00:09:43สำคัญกันว่าแหมมันมันว้าวุ่นใจนะคุณพ่อ
00:09:43 → 00:09:45คุณแม่เนี่ยนะครับเพราะว่าเราก็ต้องมา
00:09:45 → 00:09:47เข้าใจความคิดของลูกๆของบุตรหลานท่านด้วย
00:09:47 → 00:09:50ว่าในช่วงเนี้ยนะครับในช่วงที่มีพลังขับ
00:09:50 → 00:09:52เคลื่อนทางเพศน่ะในช่วงของการเปลี่ยนแปลง
00:09:52 → 00:09:54ทางฮอร์โมนทางร่างกายอย่างที่เราบอกไป
00:09:54 → 00:09:56แล้วเนี่ยนะครับอเอ่อเด็กก็จะมีความสนใจ
00:09:56 → 00:10:00ในเรื่องเพศมากขึ้นนะครับวัยรุ่นเนี่ยจะ
00:10:00 → 00:10:03จะมีการออย่างที่เราทราบกันก็จะมีแฟนมี
00:10:03 → 00:10:07แบบมีรักกุ๊กกิกกันอะไรเงี้ยก็ในช่วงวัย
00:10:07 → 00:10:09รุ่นก็จะมากขึ้นตอนเด็กๆไม่มีอะไรหครับ
00:10:09 → 00:10:11แบบวิ่งตีกันเด็กผู้ชายผู้หญิงตีกันเละ
00:10:11 → 00:10:14เทะนะฮะตอนพอโตขึ้นอ่ะเริ่มมีจีบกันเริ่ม
00:10:14 → 00:10:17มีแบบเขินอายกันอะไรอย่างเงี้ยนะครับอัน
00:10:17 → 00:10:19นี้ก็เป็นเป็นธรรมชาติแหละนะครับเพียงแต่
00:10:19 → 00:10:21ว่าในปัจจุบันเในกบความคิดที่มันแตกต่าง
00:10:21 → 00:10:25กันไปขึ้นมากขึ้นก็คือปัจจัยอันสำคัญอัน
00:10:25 → 00:10:28นึงก็คือเดี๋ยวเนี้ยเด็กๆเนี่ยมีโรค
00:10:28 → 00:10:31โซเชียลครับนะครับแล้วก็หมอทราบดีว่าคุณ
00:10:32 → 00:10:33พ่อคุณแม่หลายๆท่านน่ะก็เห็นปัญหาตรงนี้
00:10:33 → 00:10:36แล้วก็พยายามปิดกั้นน่ะนะครับเช่นลูกตอน
00:10:36 → 00:10:38เป็นวัยเด็กเลยเนี่ยไม่ให้เล่นโทรศัพท์
00:10:38 → 00:10:41มือถือไม่เล่นก็ให้เล่นในเวลาจำกัดนะครับ
00:10:41 → 00:10:45แต่แล้วก็เอ่อถ้าจะเล่นเนี่ยนะฮะส่วนใหญ่
00:10:45 → 00:10:48เด็กในวัยนั้นก็แค่เล่นเกมไงนะครับเราก็
00:10:48 → 00:10:50แค่ตามดูเอ่อให้เล่นเกมกี่ชั่วโมงอะไรตาม
00:10:50 → 00:10:53ที่ไม่ให้อไม่ให้อันตรายให้เขานอนไม่ดึก
00:10:53 → 00:10:55เกินไปอะไรอย่าเงี้ยนะครับอันนั้นก็จบละ
00:10:55 → 00:10:57ปิดเทอมอาจจะให้เล่นมากหน่อยแต่พอเป็นวัย
00:10:57 → 00:10:59รุ่นเนี่ยมันมีเรื่องของความสนใจเรื่อง
00:10:59 → 00:11:01เพศเรื่องอะไรมาเกี่ยวข้องด้วยนะครับแล้ว
00:11:01 → 00:11:04ก็เมื่อเป็นเช่นเนี้ยนะครับบรรดาสินค้า
00:11:04 → 00:11:06หรืออะไรต่างๆที่เราเห็นเนี่ยก็จะมีการ
00:11:06 → 00:11:10แบบล่อหลอกกันครับใช้อย่างเ้าโฆษณาสินค้า
00:11:10 → 00:11:12ต่างๆเนี่ยมันจะสื่อไปในทางที่เป็นแบบวัย
00:11:12 → 00:11:14รุ่นหวานแหววรักไคร้กันอะไรเงี้ยหรือว่า
00:11:14 → 00:11:18แม้แต่เรื่องเ่อบทเด็กๆเก็ฟังเพลงกันเพลง
00:11:18 → 00:11:20ก็เป็นเพลงรักซะส่วนใหญ่อะไรเงี้ยนะครับ
00:11:20 → 00:11:22เพราะฉะนั้นสิ่งแวดล้อมต่างๆเนี่ยพอเด็กเ
00:11:22 → 00:11:25เข้าถึงโซเชียลได้ด้วยตัวเองนะครับบางที
00:11:25 → 00:11:27ก็ยากมากอ่ะที่คุณพ่อคุณแม่จะเข้าไปปิด
00:11:27 → 00:11:29กั้นเรื่องพวกนี้เหมือนตอนที่เคยังเป็น
00:11:29 → 00:11:32เด็กเล็กๆครับไอ้ฉันจะปิดกั้นไปเลยเนี่ย
00:11:32 → 00:11:34นะครับอืเชื่อเครับเค้าก็หาช่องทางอัน
00:11:34 → 00:11:36อื่นไปจริงครับมันมีหลากหลายช่องทางนะคุณ
00:11:36 → 00:11:39หมอนะใช่ครับแล้วเราก็ไม่รู้ว่าลูกดูอะไร
00:11:39 → 00:11:42อยู่อเพื่อนอีกนะครับอไปไปอยู่ไปดูที่โรง
00:11:42 → 00:11:45เรียนก็ได้ไปดูกับเพื่อนๆอะไรแอบๆดูกัน
00:11:45 → 00:11:48ได้หมดเลยนะครับเพราะฉะนั้นจึงจึงมีงาน
00:11:48 → 00:11:51วิจัยในในต่างประเทศนะครับเาก็มีข้อโต้
00:11:51 → 00:11:53แย้งกันอยู่เหมือนกันเอ๊ะเราควรจะปิดกั้น
00:11:53 → 00:11:55เด็กไปเลยหรือว่าอต้องเปิดเหมือนกับเอา
00:11:55 → 00:11:57เรื่องเนี้ยให้มันขึ้นมาอยู่บนโต๊ะซะอย่า
00:11:57 → 00:12:00เอาไว้ใต้โต๊ะนะครับออืแล้วก็อย่างที่เรา
00:12:00 → 00:12:02บอกกันว่าหมอว่าในช่วงหลายๆปีเเราคงเห็น
00:12:02 → 00:12:05สื่อทางทางทางเอ่อโทรทัศน์เครับที่
00:12:05 → 00:12:08กระทรวงสุพยายามออกมาว่าคุยเรื่องเพศกับ
00:12:08 → 00:12:11ลูกอ่ะอืออ่าเราเราต้องเปลี่ยนมุมมองนะ
00:12:11 → 00:12:13ไม่ใช่อย่าไปทำให้เรื่องเพศเี่กลายเป็น
00:12:13 → 00:12:15เรื่องที่อุ๊ยเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ
00:12:15 → 00:12:18เป็นเรื่องที่ไม่ดีแล้วก็ไม่พูดถึงบางที
00:12:18 → 00:12:20เด็กมาถามอย่าเงี้ยมาถามเรื่องเพศบางที
00:12:20 → 00:12:23ถามเป็นการเปลี่ยนแปลงทางสี่าร่างกายเ
00:12:23 → 00:12:26ทำไมหน้าอกใหญ่ทำไมมีขนอะไรพวกเนี้ยเรา
00:12:26 → 00:12:29นอกจากไม่ตอบแล้วยังแบบไปวาดไปวลูกด้วย
00:12:29 → 00:12:31อ่ะอุยคุยเรื่องอะไรก็ไม่รู้อะไรเงี้นะ
00:12:31 → 00:12:34ครับครานี้เด็กเเก็ไม่มีทางหาคำตอบจากเรา
00:12:34 → 00:12:36นะเราไปทำให้มันกลายเป็นเรื่องแบบดำๆมืด
00:12:36 → 00:12:40มัวเนี่ยเขาก็คู้กันเองซึ่งตรรงเครับมัน
00:12:40 → 00:12:42จะเป็นอันตรายเพราะว่าอาจจะเข้าไปสู่เว็บ
00:12:42 → 00:12:45ต่างๆเว็บพนันีเว็บโปสื่อรามกอะไรต่างๆ
00:12:45 → 00:12:48ที่ไม่รู้จะตามปิดกั้นกันไหวยังไงนะครับ
00:12:48 → 00:12:51ก็หมอเห็นได้ข่าวก็ประเทศเราปิดกั้นก็
00:12:51 → 00:12:53เห็นปิดกั้นได้อยู่ไม่กี่เว็บอ่ะมันก็ยัง
00:12:53 → 00:12:57โผล่มาครับนะครับคุณโอ๊คหัวเราะเลยนะ
00:12:57 → 00:13:02ฮะอามีตัวที่เราไม่ได้ตั้งใจครับใช่มคุณ
00:13:03 → 00:13:04โอ๊คอาจจะดูพวกเว็บธรรมะอยู่แต่ว่ามัน
00:13:04 → 00:13:09โผล่มาเองนะครับมันเด้งเหมเฉยๆฮะไปไปที่
00:13:09 → 00:13:13หัวเรื่องต่อเคุณโอนะครับเพราะฉะนั้นเอ่อ
00:13:13 → 00:13:16เ่อสิ่งที่ควรจะเป็นเนี่ยนะครับคุณพ่อคุณ
00:13:16 → 00:13:18แม่เนี่ยก็คงควรจะต้องคอยดูนะครับทั้งใน
00:13:18 → 00:13:20แง่มุงที่ว่าในเมื่อเราผิดการไม่ได้เนี่ย
00:13:20 → 00:13:22ก็ต้องทำให้มันเป็นเรื่องที่ถูกต้องนะ
00:13:22 → 00:13:24ครับโดยที่เราต้องยอมรับว่าการเปลี่ยน
00:13:24 → 00:13:28แปลงของเด็กๆเนี่ยนะครับก็เป็นช่วงที่มัน
00:13:28 → 00:13:30เป็นเรื่องเรื่องฮอร์โมนเรื่องการขับดัน
00:13:30 → 00:13:32ทางเพศความสนใจอะไรต่างๆพวกนี้มันแก้ไม่
00:13:32 → 00:13:34ได้หรอกครับเราก็เคยผ่านรุ่นวัยรุ่นมาถึง
00:13:34 → 00:13:38พ่อแม่จะเข้มงวดกับเราเราก็สมัยก่อนมันก็
00:13:38 → 00:13:40มันก็ออกจากบ้านไม่ได้ง่ายๆอะไรงี้ใช่
00:13:40 → 00:13:42มั้ยครับจะแอบไปเจอกันอะไรเงี้ยหมอว่า
00:13:42 → 00:13:45สมัยก่อนก็เป็นเขียนจดหมายหากันอะไรมัน
00:13:45 → 00:13:47มันก็แค่นั้นแหละมันก็ไม่ได้มีอะไรตรแต่
00:13:47 → 00:13:51จะเรเด็กเ่อส่งไปส่งไนหากันติดต่อกันนัด
00:13:51 → 00:13:53กันไปเจอกันอะไรเงี้ยต้องดูได้เลยนะครับ
00:13:53 → 00:13:55เพราะฉะนั้นดีที่สุดเนี่ยต้องให้ความเข้า
00:13:55 → 00:13:58ใจเว่าไอ้ความรู้สึกตเนี้เเเป็นยังไงมี
00:13:58 → 00:14:01แฟนรึอะไรให้เได้กล้าแบบพูดคุยกับเรานะ
00:14:01 → 00:14:04ครับให้เได้เข้าใจว่ากระบวนการที่เอ่อมี
00:14:04 → 00:14:06ความรู้สึกชอบพอรักใกันอย่าเงี้ยมันก็
00:14:06 → 00:14:08เหมือนกับรุ่นพ่อแม่อย่างเงี้ยแต่ว่ามัน
00:14:08 → 00:14:11ก็ต้องให้เขารู้ด้วยว่าภัยที่มันจะตามมา
00:14:11 → 00:14:14เนี่ยมันคืออะไรคือรักกันช่วยกันเรียนอัน
00:14:14 → 00:14:17นั้นดีแต่ว่ารักกันแล้วไปมีเพศสัมพันธ์
00:14:17 → 00:14:19กันก่อนเวลาอันขวดเนี่ยมันก็จะนำมาซึ่ง
00:14:19 → 00:14:21ปัญหามากมายนะครับไม่ว่าจะเป็นเรื่องการ
00:14:22 → 00:14:25ตั้งครรภ์อ่าก่อนก่อนที่เราเรียกว่าท้อง
00:14:25 → 00:14:27ไม่พร้อมอ่ะนะครับรวมไปถึงการติดโรคติด
00:14:27 → 00:14:30ต่อต่างๆนะครับซึ่งตรงเนี้ยมีข้อมูลที่
00:14:30 → 00:14:34น่าสนใจนะครับจจากสสสว่าเอ่อเวลาเราติด
00:14:34 → 00:14:38ตามดูเครับอายุเฉลี่ยของเอ่อเด็กวัยรุ่น
00:14:38 → 00:14:41ของไทยนะครับที่เก็บข้อมูลมาเนี่ยเอ่อที่
00:14:41 → 00:14:43เริ่มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเนี่ยนะครับ
00:14:43 → 00:14:45เก็บข้อมูลได้ว่าจะเริ่มที่อายุประมาณ 16
00:14:45 → 00:14:50ปีอื 16 16 ปีนะครับถ้าถามว่าในที่บอก
00:14:50 → 00:14:52ว่าเริ่มมีั้งหน้า 16 ปีเนี่ยมีจำนวนมาก
00:14:52 → 00:14:54เท่าไหร่อันนี้ก็จะมีอยู่เฉลี่ยประมาณสัก
00:14:54 → 00:14:5716% ของเด็กอยละ 16 นะฮะอืละ 16 ซึ่งพวก
00:14:57 → 00:15:00เยก็จะเป็นข้อมูลงานวิจัยที่ให้เด็กตอบ
00:15:00 → 00:15:03แบบสอบถามอะไรต่างๆเวลาเทำในโรงเรียนหรือ
00:15:03 → 00:15:07ว่าทางการแพทย์ศึกษาแต่เชื่อครับว่าเด็ก
00:15:07 → 00:15:09ที่ตอบไม่จริงอ่ะคือเขาไม่บอกเนี่ยก็อาจ
00:15:09 → 00:15:12จะมีอีกส่วนหนึ่งเราก็ชื่อว่าตัวเลขที่
00:15:12 → 00:15:16มากกว่านี้ก็ได้ครับคราวนี้เอ่อจากการ
00:15:16 → 00:15:18ศึกษามาเรื่อยๆเนี่ยนะครับเราพบว่าวัย
00:15:18 → 00:15:21รุ่นเนี่ยเมีแนวโน้มจะมีเพศสัมพันธ์เร็ว
00:15:22 → 00:15:25ขึ้นแล้วก็เอ่อในส่วนที่มีเพศสัมพันธ์ไป
00:15:25 → 00:15:28แล้วเนี่ยนะครับนะเอ่อก็เป็นที่เป็นหน้า
00:15:28 → 00:15:31เป็นห่วงก็คือเราพูดถึงเรื่องโรคที่เรา
00:15:31 → 00:15:33กลัวหรือว่าการตั้งครรภ์ที่ไม่คุณประสงค์
00:15:33 → 00:15:36เนี่ยครับแต่ปรากฏว่าจะมีแค่ 20% เท่า
00:15:36 → 00:15:38นั้นที่รู้จักป้องกันโดยใช้สุยอนามัยอ๋อ
00:15:38 → 00:15:41เหรอฮะอันนี้น่าห่วงนะครับซึ่งตรงนี้นะ
00:15:41 → 00:15:44ครับเอ่อพอเราศึกษาแยกย่อยไปอีกนะครับ
00:15:44 → 00:15:46โอเคเรื่องตั้งคันที่ส่งนั้นก็เป็นส่วน
00:15:46 → 00:15:48หนึ่งครับแต่ว่าเรื่องของการติดโรคนะครับ
00:15:48 → 00:15:50โรคติดต่อทงพศสพันเต็มไปหมดเลยครับไม่ว่า
00:15:50 → 00:15:55จะเป็นิิิเริมหนองในหุดนะอะไรต่างๆเหล่า
00:15:55 → 00:15:57นี้แล้วก็อันที่เรากลัวมากที่สุดก็คือ
00:15:57 → 00:16:01เอ่อการติดเชื้อ hiv หรือลบนะครับเราพบ
00:16:01 → 00:16:04ว่าในเด็กวัยรุ่นเนี่ยนะครับอ่าอายุช่วง
00:16:04 → 00:16:07ประมาณ 15-19 ปีก็คือเป็นวัยรุ่นตอนกลาง
00:16:07 → 00:16:09มาถึงตอนปลายแล้วเนี่ยนะครับอเราพบตัวเลข
00:16:09 → 00:16:13ว่ามีผู้ที่ป่วยเป็น HIV เนี่ย 60,000
00:16:13 → 00:16:14ราย
00:16:14 → 00:16:18โอ้โหซึถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมากมาเป็น
00:16:18 → 00:16:20ตัวเลขที่เยอะมากแล้วเราลองลองคิดดูครับ
00:16:20 → 00:16:23ที่เราบอกว่าประเทศเราเนี่ยเอ่อเริ่มมี
00:16:23 → 00:16:26ประชากรเกิดใหม่น้อยลงใช่มั้ยครับอต่อไป
00:16:26 → 00:16:29เราจะก้าวเข้าสู่ยุคของเอ่อเอ่อทงประเทศ
00:16:29 → 00:16:32ที่มีประชากรสูสูงไวัใช่แล้วเด็กที่เป็น
00:16:32 → 00:16:34วัยรุ่นที่จะต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ซึ่งเ
00:16:34 → 00:16:36จะต้องแบบเป็นคนอ่าจเป็นคนพัฒนาประเทศต่อ
00:16:36 → 00:16:40ไปอ่ะนะครับอืเขมาป่วยด้วยการติดเชื้อ hiv
00:16:40 → 00:16:42อย่างเงี้ยนะครับก็จะกลายเป็นภาระเพิ่ม
00:16:42 → 00:16:45ขึ้นมาของประเทศมากขึ้นเรื่อยๆนะครับ
00:16:45 → 00:16:47เพราะฉะนั้นเอ่อเมื่อเรามองว่าอันตราย
00:16:47 → 00:16:51เหล่านี้นะครับเด็กบางทีเเเไม่รู้เท่าทัน
00:16:51 → 00:16:54ความเปลี่ยนแปลงทางสรีระร่างกายทางอารมณ์
00:16:54 → 00:16:56ต่างๆที่มันมาเร็วนะครับแล้วก็สื่อ
00:16:56 → 00:16:58โซเชียลต่างๆที่มันปิดกั้นลำบากเนี่ยผู้
00:16:58 → 00:17:00ใหญ่เองอจะต้องเป็นคนคอยชี้แนะเรื่องพวก
00:17:00 → 00:17:04นี้อืนะครับเอ่อคืออย่างี้เราเราอย่าบอก
00:17:04 → 00:17:06ว่าเราคือมันทำงานมันเหนื่อยอ่ะมันไม่มี
00:17:06 → 00:17:09เวลาจะมาดูแลเรื่องพวกเนะครับจริงๆก็ใช้
00:17:09 → 00:17:12เวลากับลูกทุกๆวันเทานข้าวดกันหรืออะไร
00:17:12 → 00:17:14ต่างๆแบบเยนะครับหรือก่อนเขไปโรงเรียน
00:17:14 → 00:17:16หรือตอนเกลับโรงเรียนเนี่ยคุยกันไม่กี่
00:17:16 → 00:17:19นาทีอ่ะครับทักทายความเป็นอยู่สาทุกสุขิด
00:17:19 → 00:17:21เนี่ยครับแล้วก็แล้วก็จะได้มีโอกาสให้
00:17:21 → 00:17:23ความรู้เรื่องพวกนี้ได้บ้างมีใครมาจีบ
00:17:23 → 00:17:27หรือยังตเราอะไมันเค้ามีมุมมองคิดเรื่อง
00:17:27 → 00:17:29เพศอะไรยังไงอะไรพวกเนี้ยถ้ามีโอกาสโดย
00:17:29 → 00:17:32ถ้าลูกเป็นฝ่ายเอ่ยถามเนี่ยโออันเนี้ยเรา
00:17:32 → 00:17:34เราต้องถือโอกาสนั้นเป็นโอกาสดีที่จะได้
00:17:34 → 00:17:38คุยกับเพยายามหาช่องทางในการคุยเหมือนกับ
00:17:38 → 00:17:41คุยเล่นคุยให้มันเป็นเรื่องที่แบบให้เขา
00:17:41 → 00:17:45เปิดกับพเราคนที่เป็นพ่อเป็นแม่ให้มากที่
00:17:45 → 00:17:49สุดอย่าไปไม่ต้องไปบอกเอ้ยอันนี้ไม่ควรมา
00:17:49 → 00:17:51พูดนะเรื่องแบบนี้อย่ามาพูดกันนะอะไร
00:17:51 → 00:17:54เงี้ยน่าเกลียดผู้หญิงยิ่งเป็นผู้หญิง
00:17:54 → 00:17:57ด้วยห้ามพูดแบบนี้ครับแต่สิ่งนี้มันต้อง
00:17:57 → 00:18:01ปลูกฝังมาแต่เด็กๆนะมันไม่ใช่แบบเริ่มแบบ
00:18:01 → 00:18:04วัยรุ่นแล้วค่อยมาพูดนะคะเพราะว่าความ
00:18:04 → 00:18:07คุ้นชินสำหรับอันนี้พูดในมุมมองผู้หญิง
00:18:07 → 00:18:09เพราะว่าเอ่อถ้าพูดตั้งแต่เด็กๆเนี่ยมัน
00:18:10 → 00:18:14จะคุ้นชินแต่ว่าถ้าสตาร์ทปุ๊บวัยพุแบบวัย
00:18:14 → 00:18:18อโตนิดนึงแบบ 12 ขวบอะไรเงี้ยมันจะไม่ชิน
00:18:18 → 00:18:21ละอันเนี้ยมุมผู้หญิงคุณหมอมองว่าเรื่อง
00:18:21 → 00:18:25เนี้ยมันควรต้องเริ่มสตาร์ทตั้งแต่คุยตอน
00:18:25 → 00:18:27อายุประมาณเท่าไหร่คะอือฮึครับครับอย่าง
00:18:27 → 00:18:30ที่คุณโขวัญพูดถึงเนี่ยนะครับอ่าก็อันนี้
00:18:30 → 00:18:32ถูกต้องเลยนะครับคือเราพอเราเราบอกว่าจะ
00:18:32 → 00:18:35ให้ความรู้เรื่องที่ศึกษากับลูกให้คำแนะ
00:18:35 → 00:18:37นำกับลูกเนี่ยนะครับประเด็นสำคัญที่สุดก็
00:18:37 → 00:18:40คือมันจะไปเริ่มแนะนำยังไงถ้าถ้าพื้นฐาน
00:18:40 → 00:18:42ความสำคัญของเรากับลูกเนี่ยมันมันไม่ได้
00:18:42 → 00:18:45แบบเหมือนเป็นเพื่อนกันน่ะคืออย่างที่คุณ
00:18:45 → 00:18:47โอ๊คพูดถึงเราเราต้องทำให้บรรยากาศมัน
00:18:47 → 00:18:50เหมือนกับเรากับลูกเี่คือเพื่อนกันที่แบบ
00:18:50 → 00:18:52เอคอยช่วยกันคิดคอยช่วยลูกจะได้คอยเล่า
00:18:52 → 00:18:55เรื่องต่างๆให้ฟังนะครับคราวนี้ถ้าถาม
00:18:55 → 00:18:57อย่างทีุ่ขวัญถามมาเนี่ยว่างั้นพวจะเป็น
00:18:57 → 00:18:59ช่วงเวลาไหนที่เหมาะสมที่สุดที่เราจะปลูก
00:18:59 → 00:19:01ฝังมาตั้งแต่เด็กจริงๆเนี่ยเด็กจะเริ่ม
00:19:01 → 00:19:04เอ่อรับรู้หรือแยกในเรื่องของเพศต่างๆ
00:19:04 → 00:19:07เนี่ยนะครับได้ตั้งแต่อายุประมาณสัก 7-8
00:19:07 → 00:19:09ขวบอันนี้จะเริ่มแยกได้ชัดเจนะนะครับ
00:19:09 → 00:19:12เพราะงั้นตอนก็จะเป็นวัยที่เข้าสู่ประถม
00:19:12 → 00:19:14อ่ะนะครับตรงเนี้ยจะเริ่มแล้วเด็กรับรู้
00:19:14 → 00:19:16เลยว่าเอออันนี้เป็นห้องน้ำของผู้หญิง
00:19:16 → 00:19:19ต้องแยกผู้หญิงผู้ชายอะไรยังไงมีความ
00:19:19 → 00:19:20เปลี่ยนแปลงที่ต่างกันยังไงอะไรอย่าง
00:19:20 → 00:19:23เงี้ยนะครับแล้วก็เอ่อในส่วนของเอ่อ
00:19:23 → 00:19:26อวัยวะของสงวนต่างๆเนี่ยเด็กเวลาไปจะต้อง
00:19:26 → 00:19:29รู้จักดูแล้วเป็นสิทธิพื้นที่ส่วนบุคคลจะ
00:19:29 → 00:19:32ไม่มีใครเข้ามาแบบมายุ่งยากมามาสัมผัสได้
00:19:32 → 00:19:34อะไรอย่างเงี้ยนะครับจริงๆจะอยู่ในช่วง
00:19:34 → 00:19:36วัยประถมเนี่ยแหละครับซึ่งปัจจุบันเนี้ย
00:19:36 → 00:19:38ในทางกระทรวงศึกษาธิการเองเนี่ยก็จะได้
00:19:38 → 00:19:41เริ่มมีการปลูกฝังที่จะค่อยๆเอ่อเหมือน
00:19:41 → 00:19:44กับเอ่อสอดแทรกไอเรื่องความรู้พวกนี้เข้า
00:19:44 → 00:19:46ไปเรื่อยๆแต่ว่าในส่วนของเราเนี่ยเราก็
00:19:46 → 00:19:48คุยกับลูกตั้งแต่วัยประฐมนี่แหละครับว่า
00:19:48 → 00:19:51ให้เขาเข้าใจความแตกต่างว่าเอ๊เด็กผู้ชาย
00:19:51 → 00:19:54ทำไมถึงสูงเร็วกว่าเราทำไมถึงเอ่อร่างกาย
00:19:54 → 00:19:56กำยำทำไมผู้หญิงถึงเป็นยังไงแล้วก็เดี๋ยว
00:19:56 → 00:20:01ักๆลูกจะมีประจำเดือนอะไรต่างๆอซืทำต่างๆ
00:20:01 → 00:20:03เมันมันก็พูดไปเรื่อยๆเป็นชีวิตประจำวัน
00:20:03 → 00:20:07ได้ครับอืนะทำทำให้มันเป็นธรรมชาติที่สุด
00:20:07 → 00:20:10ให้เรียกว่าเอาประสบการณ์ของคุณพ่อคุณแม่
00:20:10 → 00:20:13มามามาทำให้ลูกรู้สึกว่าไอ้เรื่องแบบนี้
00:20:13 → 00:20:17มันเราทุกคนต้องผ่านมาทุกคนต้องมี
00:20:17 → 00:20:20ประสบการณ์เรื่องแบบการเปลี่ยนแปลงของ
00:20:20 → 00:20:22ลักษณะกายภาพของของเพศหญิงเพศชายทุกคน
00:20:23 → 00:20:25ต้องมีความเปลี่ยนแปลงหมดแหละไม่ต้องเขิ
00:20:25 → 00:20:26อายทุกคนเป็นหมดเพียงแต่ว่ามาคุยกันได้
00:20:26 → 00:20:29พ่อกับแม่เป็นที่ปรึกษาที่ดีให้ลูกได้
00:20:29 → 00:20:32ครับอืครับอย่างงั้นแล้วก็ในส่วนของ
00:20:32 → 00:20:35เรื่องของเอ่อความสัมพันธ์เนี่ยนะครับคือ
00:20:35 → 00:20:37บางทีคุณพ่อคุณแม่เราเราเข้าใจอ่ะทุกคน
00:20:37 → 00:20:41อยากให้ลูกแบบยนเก่งๆมีอนาคตดีๆรออยู่
00:20:41 → 00:20:44เงี้ยบางทีเราเข้มงวดเกินไปอตึงไปใช่มคุณ
00:20:44 → 00:20:47พ่อคุณแม่ที่ดุๆอ่ะลูกรู้สึกว่าดุเนี่ยนะ
00:20:47 → 00:20:50ครับมันมันก็ยากที่พบถึงวัยรุ่นแล้วเจะ
00:20:50 → 00:20:52เข้าหาเราหรือว่ายอมพูดอะไเพราะฉะนั้น
00:20:52 → 00:20:55จริงๆน่ะเหมือนคุณขวัญว่าแหละถ้าเริ่มถ้า
00:20:55 → 00:20:57เริ่มวัยที่เราเริ่มพูดได้เนี่ยก็คือ
00:20:57 → 00:20:59เรื่องวัยประฐมเนี่ยเนี่ยนะครับก็ต้อง
00:20:59 → 00:21:01สร้างความสนิกสนมะมันมันหมดสมัยที่จะไปดุ
00:21:01 → 00:21:04ลูกว่าดุทุกเรื่องอ่ะลูกเถียงไม่ได้อย่า
00:21:04 → 00:21:06เถียงผู้ใหญ่ได้ยังไงอันนี้มันเเถียงได้
00:21:06 → 00:21:08สิฮะเราก็ต้องอธิบายกันด้วยเหตุผลว่าอัน
00:21:08 → 00:21:10นี้มันเพราะอะไรอะไรมาอืเพราะฉะนั้นมัน
00:21:10 → 00:21:12รวมทุกเรื่องแล้วก็อย่างที่คุณบอกแหละเรา
00:21:12 → 00:21:14ต้องหยิบไอ้เรื่องเรื่องราชีวิตประจำวัน
00:21:14 → 00:21:16มาสอนเพราะว่าเด็กในวัยประถมเนี่ยการ
00:21:16 → 00:21:18เรียนรู้เนี่ยส่วนใหญ่จะเรียนรู้จากสิ่ง
00:21:18 → 00:21:21ที่เป็นรูปธรรมมากกว่านะครับเด็กยังขาด
00:21:21 → 00:21:23จินตนาการในเรื่องนามมาธถ้าเราเอาอะไรที่
00:21:23 → 00:21:25คุยเป็นมันจะเกิดอันนี้เกิดขึ้นแต่เขาไม่
00:21:25 → 00:21:28เห็นภาพเนี่ยโอกาสที่เขาจะเข้าใจหรือยอม
00:21:28 → 00:21:30รับเนี่ยจะน้อยกว่านะครับอย่างเราจะเห็น
00:21:30 → 00:21:33ได้ว่าเดี๋ยวเนี้ยเ่อระบบการศึกษาในพณะ
00:21:33 → 00:21:35ประถมเบางทีถ้าเราบอกเราจะเรียนเรื่อง
00:21:35 → 00:21:37สัตว์อะไรเงี้ยคุณครูก็จะจัดกิจกรรมแล้ว
00:21:37 → 00:21:39ก็เดินลงไปในสวนข้างหลังแล้วไปเรียนรู้
00:21:39 → 00:21:42สัตว์ไปดูคือต้องไปดูของจรริงอ่ะออะไร
00:21:42 → 00:21:44ต่างๆเหล่านี้นะครับเพื่อๆแต่ว่าเรื่อง
00:21:44 → 00:21:47เพศไม่ใช่นะต้องให้เด็กได้ดูเพศเรื่องเพศ
00:21:47 → 00:21:50ของจริงไม่ใช่อย่างงั้นนะฮหมายถึงว่ามัน
00:21:50 → 00:21:51ก็ทำให้เราเข้าใจได้มากขึ้นอย่างเงี้ย
00:21:51 → 00:21:53สมมุติเราไปดูสัตว์เราก็เห็นะสัตัวผู้ตัว
00:21:53 → 00:21:55เมียตัวเมียออกลูกอะไรเป็นยังไงมันก็
00:21:55 → 00:21:58เทียบเคียงได้แม่ก็พ่อแม่มีหนูมาอะไร
00:21:58 → 00:22:00อย่างเงี้ยอือย่างงั้นนะครับเอาเรื่องที่
00:22:00 → 00:22:05มันใล้ตัวคุคะแต่ว่าคืออย่างคุณมคุณพ่อ
00:22:05 → 00:22:09คุณแม่ที่อยู่ในสำหรับเด็กเจนซีเข้าใจว่า
00:22:09 → 00:22:13น่าจะเป็นเจน S และเจน Y ซึ่งคุณพ่อคุณ
00:22:13 → 00:22:15แม่ที่จะสอนเด็กเจนซีเนี่ยกลายเป็นว่า
00:22:15 → 00:22:18ประสบการณ์ของคุณแม่คุณแม่คุณพ่อหรือผู้
00:22:18 → 00:22:22ปกครองในในที่จะสอนเด็กเจนทรีเนี่ยกลาย
00:22:22 → 00:22:26เป็นกันสังคมถูกครอบงำให้ไม่ได้พูดถึง
00:22:26 → 00:22:30เรื่องของเพศในทางที่กวกว้างขวังมามากนัก
00:22:30 → 00:22:33ตรงเนี้ยเอ่อคุณพ่อคุณแม่เองควรปรับตัว
00:22:33 → 00:22:37ยังไงหรือมีช่องทางในการที่จะเข้าถึงเด็ก
00:22:37 → 00:22:42จินรีให้อย่างถูกต้องและคู่ควนกับการแบบ
00:22:42 → 00:22:45เข้าถึงทางสุขภาพจิดของเด็กเนี่ยยังไงที่
00:22:45 → 00:22:49จะเป็นวิธีการที่ดีคะครับดีที่สุดเนี่ยนะ
00:22:49 → 00:22:51ครับอันแรกคือเราต้องเข้าไปนั่งอยู่ในใจเ
00:22:51 → 00:22:54เราก็ต้องรู้ว่าในใจเคิดอะไรเไปรับรู้
00:22:54 → 00:22:57สิ่งใดมานะครับเราพูดกันอยู่แล้วว่าเด็กๆ
00:22:57 → 00:23:00เข้าถึงโรโซเชียลไปหาข้อมูลจากตรงนั้นได้
00:23:00 → 00:23:03เนี่ยเราก็เข้าได้ฮะอค่ะหลายๆายๆท่าน
00:23:03 → 00:23:06เนี่ยก็จะก็จะมันมีกลไกอยู่แล้วครับที่
00:23:06 → 00:23:08เราจะตามดูได้ว่าเอ๊ะลูกเนี่ยเข้าไปดู
00:23:08 → 00:23:12เรื่องอะไรบ้างเข้าดเราก็จะได้รู้มุมมอง
00:23:12 → 00:23:14ของเขานะครับแต่ว่าแอบดูพวกเนี้ยต้องไม่
00:23:14 → 00:23:17ให้เรู้ตัวนะครับไม่ไม่ใช่ว่าดูแล้วมา
00:23:17 → 00:23:19นั่งซักถามว่าอันนี้จะไปดูอันนี้ทำไมมัน
00:23:19 → 00:23:21ไม่ใช่อย่างงั้นเราต้องดูแล้วทุกวันก็ไม่
00:23:21 → 00:23:24ใช่เรื่องเออค่ะใช่เพราะว่าถ้าลูกเรู้สึก
00:23:24 → 00:23:26ว่าเรามาล่วงรู้อะไรสิ่งที่เเป็นรับับของ
00:23:26 → 00:23:29เเนี่ยหลังจากนั้นเก็จะปิดตลอดไปบล็อกนะ
00:23:29 → 00:23:31ครับอครับนะเด็ก
00:23:31 → 00:23:34เจนะครับคราวนี้ก็เหมือนอย่างที่ขวัญพูด
00:23:34 → 00:23:37มาเมื่อสักครู่อแบบดีมากเลยคือบางทีในวัย
00:23:37 → 00:23:40ของคุณพ่อแม่ genx geny เนี่ยมันเราเรา
00:23:40 → 00:23:43ถูกปลูกฝังไปอีกแบบครับแล้วเราจะรู้สึก
00:23:43 → 00:23:45ว่าเอเราก็ถูกปลูกฝังเป็นอย่างเงี้ยเราก็
00:23:45 → 00:23:47จะปลูกฝังลูกแบบนี้อันเนี้ยถ้าเป็นสมัย
00:23:47 → 00:23:49ก่อนที่โลกมันไม่ได้เชื่อมต่อถึงกันด้วย
00:23:49 → 00:23:51อินเทอร์เน็ตเนี่ยมันก็พอทำได้แหละ
00:23:51 → 00:23:53วัฒนธรรมบ้านเราเป็นงงี้ก็อยู่กับย้าเฝ้า
00:23:53 → 00:23:56กับเรือนแล้วก็ทำไปนะเดี๋ยวนี้มันไม่ใช่
00:23:56 → 00:23:59แล้วนี่ครับโลกเนี่ยเข้าถึงหมดนะทั่วทุมม
00:23:59 → 00:24:02โลกเพราะฉะนั้นเอ่อเราจะบอกว่าเราถูก
00:24:02 → 00:24:03เลี้ยงดูมาอย่างงั้นเราจะต้องเลี้ยงดูลูก
00:24:03 → 00:24:06ต่อไปเนี่ยมันจะไปรอเปลี่ยนที่รุ่นลูก
00:24:06 → 00:24:08เนี่ยมันไม่ทันหรอกครับครับเราต้อง
00:24:08 → 00:24:10เปลี่ยนที่รุ่นเราเมื่อเราตระหนักในตรง
00:24:10 → 00:24:11นี้ได้ว่านี่เป็นลูกเราเป็นคนที่เรารัก
00:24:11 → 00:24:14มากที่สุดหอย่างเดีเนี่ยนะครับเราต้องทำ
00:24:14 → 00:24:16งานหนักขึ้นเราบอกว่าเราทำงานมาเหนื่อย
00:24:16 → 00:24:18แล้วเนี่ยนะครับช่วงเวลากลางคืนช่วงเวลา
00:24:18 → 00:24:20กลับบ้านเนี่ยเราต้องให้เวลากับลูกมาก
00:24:20 → 00:24:22ขึ้นนะครับเข้าอย่างที่บบอกเข้าไปดูว่า
00:24:22 → 00:24:26ลูกดูอะไรแล้วก็หาหาวิธีที่จะได้มีโอกาส
00:24:26 → 00:24:28พูดถึงเรื่องพวกนี้ว่ายังไงอย่างเื่อที่
00:24:28 → 00:24:31แบบอืเคุณแม่บางท่านเนี่ยนะครับก็แค่
00:24:31 → 00:24:33แกล้งใช้ลูกเนี่ยให้เอ่อไปไปซื้อผ้า
00:24:33 → 00:24:36อนามัยที่ปักร้านของชำในซอยมาหน่อยให้รู้
00:24:36 → 00:24:38จักก่อนพอซื้อมาพอซื้อมาเสร็จปุ๊บเนี่ย
00:24:38 → 00:24:40มันก็มีโอกาสพูดคุยกันแล้วว่าอันนี้ซื้อ
00:24:40 → 00:24:43มาทำอะไรใช้อะไรทำไมมันถึงอค่ะครับมัน
00:24:43 → 00:24:46เป็นเรื่องประจำวันได้รู้จักได้หยิบ
00:24:46 → 00:24:49สัมผัสได้ให้เห็นได้อ่านบางทีก็อ่านไงว่า
00:24:49 → 00:24:53อันนี้คืออะไรใช่ครับอืเเเก็จะมีคำถาม
00:24:53 → 00:24:55อะไรต่างๆเราก็จะมีโอกาสได้พูดนะครับหรือ
00:24:55 → 00:24:58ว่าอย่างสมมุติมีช่วงอ้าเรามีเทศการเรา
00:24:58 → 00:25:00รู้ว่าเด็กๆเมีเทศกาแห่งความรักมี
00:25:00 → 00:25:04วาเลนไทน์ของเเนี่ยนะครับนะก็ก็ไปเลยเรา
00:25:04 → 00:25:06ก็จัดวาเลนไทน์ของเราเราก็มีวาเลนไทน์ของ
00:25:06 → 00:25:08พ่อแม่อะไรเหมือนกันให้เขารู้สึกว่าอ๋อ
00:25:08 → 00:25:11นี่มันเป็นการแสดงความรักหลายๆรูปแบบอืนะ
00:25:11 → 00:25:13ครับยกตัวอย่างให้เขาได้ได้เข้าใจนะครับ
00:25:13 → 00:25:16แต่ว่าเราก็ต้องเข้าใจด้วยว่าเราเราต้อง
00:25:16 → 00:25:18เราไปเรียนรู้เ้าหนักขึ้นเนี่ยนะครับนะ
00:25:18 → 00:25:20ว่าแต่ก็ต้องมีพื้นที่ส่วนตัวของเขาอย่า
00:25:20 → 00:25:24ไปลุกล้ำเนะครับแล้วก็สิ่งที่เราควรจะ
00:25:24 → 00:25:27ต้องเ่าตระหนักมากๆเนี่ยก็คือเอาเถอะครับ
00:25:27 → 00:25:30เราอาจจะเข้าเข้าถึงความต้องการหรืออะไร
00:25:30 → 00:25:33ในจิตใจของลูกได้ไม่ทั้ง 100% หรอกแต่ว่า
00:25:33 → 00:25:35หลายๆอย่างเนี่ยก็ต้องปล่อยให้เค้าเรียน
00:25:35 → 00:25:37รู้แล้วเโตขึ้นพอการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์
00:25:37 → 00:25:40เเข้าสู่วัยผู้ใหญ่เนี่ยนะเก็จะมีมุมมอง
00:25:40 → 00:25:42ที่เปลี่ยนไปแล้วก็เหมือนกบเออเป็นผู้
00:25:42 → 00:25:44ใหญ่ขึ้นออะไรเป็นเป็นเรื่องเป็นราวมาก
00:25:44 → 00:25:47ขึ้นอันเนี้ยนะครับแต่ในช่วงเนะครับถึง
00:25:47 → 00:25:49เราเข้าถึงทุกอย่างไม่ได้แต่ 2 สิ่งสำคัญ
00:25:49 → 00:25:52น่ะที่เราบอกแล้วว่าถ้าเรามีปัญหาเรื่อง
00:25:52 → 00:25:55ลูกๆไปหัวใจว้าวุ่นกับเรื่องที่สัมพันธ
00:25:55 → 00:25:58ตามสถิติที่เราเห็นเนี่ยปัหาที่จะกมี 2
00:25:58 → 00:26:01เรื่องนี่แหละครับคือการตั้งครรภ์โดยไม่
00:26:01 → 00:26:04พร้อมนะครับซึ่งอันนั้นมันทำลายอนาคตเ
00:26:04 → 00:26:06ทั้งหมดเลยกับอันที่ 2 ติดโรคทาง
00:26:06 → 00:26:09เพศสัมพันธ์ครับนะครับติดโรคอื่นๆที่มัน
00:26:09 → 00:26:12ไม่ร้ายแรงรักษาหายฟิิอะไรต่างๆเงี้โอเค
00:26:12 → 00:26:15แต่ถ้าไปติด HIV เนี่ยอันนั้นจบเลยชีวิต
00:26:15 → 00:26:17อืนะครับเป็นแล้วก็มีโอกาสเสียชีวิตได้
00:26:17 → 00:26:21สูงดังนั้นถ้าเราจะเข้าถึงหรือพูดจากับ
00:26:21 → 00:26:23ลูกเนี่ยก็ต้องเน้นมาที่การป้องกันใน 2
00:26:23 → 00:26:25ส่วนเนะครับป้องกันการตั้งันเมื่อไม่
00:26:26 → 00:26:28พร้อมก่อนครับเพราะั้นการป้องกันตั้งคอม
00:26:28 → 00:26:30เนี่ยทำได้หลายอย่างครับหลายๆท่านอาจจะ
00:26:30 → 00:26:33มองว่าโอ้เราหาความรู้เองเนี่ยมันก็บางที
00:26:33 → 00:26:35เราก็ไม่รู้ว่าอะไรถูกต้องนะครับเอ่อมี
00:26:35 → 00:26:39โอกาสนะครับเข้ามาปรึกษาคุณหมอก็ได้อืถูก
00:26:39 → 00:26:41มั้ยครับคุณแม่กว่าจะคลอดลูกคนนั้นมาได้
00:26:41 → 00:26:44นะครับคุณแม่ก็ผ่านคุณหมอสูงของตัวเองมา
00:26:44 → 00:26:46ครับสภายในกันอยู่ประจำทุกปีนะครับอะไร
00:26:46 → 00:26:48อย่างเงี้ยถ้ามีโอกาสเนี่ยนะครับนะก็ต้อง
00:26:48 → 00:26:52ช่วยกันคุยคุณแม่ก็คุยกับลูกสาวอืนะครับ
00:26:52 → 00:26:55วิธีการป้องกันจะต้องไม่มีเพศสัมพันธ์
00:26:55 → 00:26:58ก่อนนะครับนวลสงวนตัวอะไรต่างๆนี้ซึ่ง
00:26:58 → 00:27:02ซึ่งก็เข้าใจละมันพูดไปก็ก็ทำอะไรมันป้อง
00:27:02 → 00:27:04กันไม่ได้ 100% แต่ว่าก็ต้องพูดนะครับเพ
00:27:05 → 00:27:07มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องนะครับแล้วเดี๋ยวเ
00:27:07 → 00:27:09โตขึ้นเจะเข้าใจแต่ว่าในระหว่างเนี้ยพอ
00:27:09 → 00:27:11เราพูดถึงเรื่องเพศสัมพันธ์เนี่ยปึ๊บถ้า
00:27:11 → 00:27:14มันไปพลาดพั้งแล้วเคไปมีเพศสัมพันธ์มา
00:27:14 → 00:27:17เนี่ยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเอ่อต้องรู้
00:27:17 → 00:27:19ด้วยว่าคู่นอนของเขาเนี่ยมันจะมีโอกาสนำ
00:27:19 → 00:27:21เชื้อนะครับมีโอกาสที่จะผิดพลาดแล้วก็
00:27:21 → 00:27:23เกิดการตั้งครรภ์ขึึ้นมาได้ก็ต้องรู้จัก
00:27:23 → 00:27:26ให้ป้องกันดีที่สุดก็คือรู้จักการใช้ถุ
00:27:26 → 00:27:29อย่างอนามัยอูกต้องอใช่ครับเดี๋ยวเในใน
00:27:29 → 00:27:32โรงเรียนก็มีส่วนช่วยสอนนะครับเราอาจจะ
00:27:32 → 00:27:34ไม่ต้องถึงกับสอนละเอียดถึงวิธีการใช้
00:27:34 → 00:27:36อะไรขนาดนั้นก็ได้นะครับแต่ว่าแต่ว่าก็
00:27:36 → 00:27:39เราก็อธิบายให้เข้าใจว่าเป็นประโยชน์ของ
00:27:39 → 00:27:42มันในการป้องกันโรคต่างๆอืนะครับครับค่ะ
00:27:42 → 00:27:47การมีการมีครับแต่ตัวคุณพ่อคุณแม่เองอ่ะ
00:27:47 → 00:27:52ค่ะจะมีวิธีการเช็คเช็คความมั่นใจยังไงคะ
00:27:52 → 00:27:56ว่าลูกเราในวัยรุ่นเนี่ยเารู้และว่ามี
00:27:56 → 00:27:59วิธีการใช้ถึงยอนที่ถูกต้องอย่างไรทั้ง
00:28:00 → 00:28:03หญิงและชายแล้วก็ถ้าหากว่าเขาพลาดพั้งไป
00:28:03 → 00:28:07แล้วมีวิธีการควบคุมฉุกเฉินอย่างไรประมาณ
00:28:07 → 00:28:10เนี้ยค่ะเราจะมีคำถามที่เปิดใจยังไงที่
00:28:10 → 00:28:13แบบเกริ่นๆไปแล้วเขาจะเปิดใจกับเราอะไร
00:28:14 → 00:28:17เงี้ยค่ะอ่าครับอันนี้ถ้าถ้าถ้าจะเป็น
00:28:17 → 00:28:19วิธีที่เราแนะนำกัน
00:28:19 → 00:28:24เ่อที่นุ่มนวที่สุดเนะครับอย่างที่หมอบอก
00:28:24 → 00:28:26เด็กเนี่ยเขเรียนรู้จากจากสิ่งที่เป็นรูป
00:28:26 → 00:28:30ธรรมนะครับนั้นเราก็ใช้เหตุการณ์ต่างๆที่
00:28:30 → 00:28:32มันเกิดขึ้นเนี่ยแหละครับเราเห็นในข่าว
00:28:32 → 00:28:34เห็นในข้อมูลต่างๆที่เกิดขึ้นเนี่ยใช้ตรง
00:28:34 → 00:28:37นั้นเป็นตัวอย่างนะครับใชเป็นตัวอย่างให้
00:28:37 → 00:28:39เเห็นเนี่ยพอมีข่าวเด็กคนนี้เป็นอย่างง
00:28:39 → 00:28:41นี้แล้วเกิดการตั้งันขึ้นอะไรต่างๆเหล่า
00:28:41 → 00:28:43นี้ครับหรือว่าเราจะเห็นว่าสื่อที่ทำ
00:28:43 → 00:28:45เนี่ยเพยายามสสสพยายามสื่อให้เห็นเป็นภาพ
00:28:45 → 00:28:48จริงๆมากขึ้นนะครับเราเราต้องใช้เหตุ
00:28:48 → 00:28:51การณ์จริงเนี่ยมาช่วยเล่านะครับโดยที่มัน
00:28:51 → 00:28:53ไม่ต้องไปเล่าถึงตัวเขาไงครับมันไม่ใช่แบ
00:28:53 → 00:28:55เราเป็นเรื่องกับเราเล่าผ่านเรื่องแล้วก็
00:28:56 → 00:28:58ให้รู้ว่าเอ๊ะเขาใช้มันถูกต้องหรือเปล่า
00:28:58 → 00:29:02หรือว่าถ้าสถานการณ์นี้อ่าเอ่อ 72
00:29:02 → 00:29:05ชั่วโมงมั้ยกี่ชั่วโมง 48 หรือว่าอะไรยัง
00:29:05 → 00:29:07ไงก็ค่อยเช็คลิกันอีกทีอันนี้ถูกต้องมั้ย
00:29:07 → 00:29:11คะอ่านะครับครับแต่ว่าการการคุมกำเนิดแบบ
00:29:11 → 00:29:13ฉุกเฉิอย่างอย่างที่คุณขวัญพูดถึงเนี่ย
00:29:13 → 00:29:14อันนั้นก็คือป้องกันภายหลังเนี่ยนะครับ
00:29:14 → 00:29:16จริงๆแล้วถ้าเราพูดถึงให้เด็กแล้วให้เด็ก
00:29:16 → 00:29:18ทำเองเนี่ยอันนี้ก็มีความเสี่ยงอยู่เพราะ
00:29:18 → 00:29:20ว่าเท่าที่หมอแนะนำมาเนี่ยแม้แต่เป็นวัย
00:29:20 → 00:29:23ผู้ใหญ่แล้วเนี่ยนะครับบางบางทีเราแนะนำ
00:29:23 → 00:29:26ไปอ่ะยังทำพลาดเลยคราวนี้มันถ้ามันพลาด
00:29:26 → 00:29:28ปุ๊บมันคือตั้งครรภ์ไงเพราะฉะนั้นมันควร
00:29:28 → 00:29:30จะเป็นลักษณะของการที่ว่าให้เขารู้ว่า
00:29:30 → 00:29:32อะไรป้องกันเขาได้คือหุยังอนามัยใช่มครับ
00:29:32 → 00:29:34วิธีการป้องกันทั้งโลกป้องกันทั้งการคง
00:29:34 → 00:29:37แต่ว่าถ้ามันเกิดภาพครั้งไปแล้วเนี่ยดี
00:29:37 → 00:29:40ที่สุดต้องรีบแจ้งหมอหต้องต้องรีบแจ้งคุณ
00:29:40 → 00:29:42พ่อคุณแม่ดีที่สุดอนะครับหรือไม่อย่าง
00:29:42 → 00:29:44งั้นต้องรีบไปปรึกษาคุณหมอให้เร็วที่สุดอ
00:29:44 → 00:29:47ถึงจะมีการใช้ได้อย่างถูกต้องนะครับแล้ว
00:29:47 → 00:29:50ก็ถ้าพูดถึงตรงเก็ให้ความรู้เป็นคุณคุณ
00:29:50 → 00:29:53พ่อคุณแม่ไว้เลยเอ่อถ้าเกิดพลาดครั้งแล้ว
00:29:53 → 00:29:55เ่อมีพสัมพันธ์ไปแล้วสิ่งที่เราต้องป้อง
00:29:55 → 00:29:58กันมี 2 ส่วนก็คือเรื่องติดโลกกับเรื่องค
00:29:58 → 00:30:00ตั้งคันถ้าพูดถึงเรื่องการติดโรคพอพอเรา
00:30:00 → 00:30:02รู้ข้อมูลตรงนี้จากลูกเนี่ยนะครับก็พาไป
00:30:02 → 00:30:04ตรวจร่างกายนะครับตรวจร่างกายเนี่ยเราก็
00:30:04 → 00:30:07จะมีการตรวจโรคก็คือคุณหมอไม่ได้จับลูก
00:30:07 → 00:30:09จุดภายในอะไรอย่างงั้นนะครับแต่ว่ามันจะ
00:30:09 → 00:30:11มีโรคที่ถ่ายทอดจากเพศสัมพันธ์ที่เราต้อง
00:30:11 → 00:30:16ระมัดระวังก็คือพวก H นะครับเ่อตสชนิด B
00:30:16 → 00:30:19ิิพวกนี้ได้จากการจาดเลือดตรวจนะครับ
00:30:19 → 00:30:22เพราะฉะนั้นพวกเนี้ยเราตรวจพวกโรคต่างๆ
00:30:22 → 00:30:24นี้แล้วก็ในแง่ของการป้องกันหลังจากมีเทพ
00:30:24 → 00:30:26สัมพันธ์ไปแล้วเนี่ยก็คือมันจะมีการให้
00:30:26 → 00:30:28ฮอร์โมนนะครับที่เป็นยาคุมชนิดฉุกเฉิน
00:30:29 → 00:30:31เนี่ยนะครับตามหลังอือตามหลังการมี
00:30:31 → 00:30:33เพศสัมพันธ์ไปแล้วนะครับโดยจริงๆแล้วจะ
00:30:33 → 00:30:36ต้องให้ให้เร็วที่สุดนะครับอนะสำหรับ
00:30:36 → 00:30:40ครั้งแรกแล้วก็อีก 12 ชั่วโมงถัดไปเ
00:30:40 → 00:30:43ก็คุณหมอขาขอเป็นความรู้อีกนิดนึงค่ะใน
00:30:44 → 00:30:47กรณีที่เอ่อวัยรุ่นน่ะค่ะเขาไม่ได้พาบ
00:30:47 → 00:30:51ช้างหรอกแต่เขาถูกล่วงละเมิดใดๆก็ตามในใน
00:30:51 → 00:30:55ในสถานการณ์อะไรก็ตามเอ่อจริงๆแล้วเวลาพอ
00:30:55 → 00:30:59เจอสถานการณ์เนี้ยค่ะเควรที่ที่จะเอ่อไป
00:30:59 → 00:31:02แจ้งความทันทีถ้าถ้าเกิดเหตุการณ์นั้น
00:31:02 → 00:31:06หรือเอ่อเค้าไม่ควรอาบน้ำไม่ควรแตะอะไร
00:31:06 → 00:31:09เลยเพื่อที่จะให้ได้หลักฐานมากที่สุดอัน
00:31:09 → 00:31:12นี้ขอเป็นข้อความคือเป็นความรู้อ่ะค่ะให้
00:31:12 → 00:31:15กับเอ่อผู้ปกครองหรือว่าผู้ที่ดูแลน้องๆ
00:31:15 → 00:31:17เหล่านั้นอยู่อ่ะค่ะว่าจริงๆแล้ว
00:31:17 → 00:31:20สถานการณ์ถ้าเกิดขึ้นแบบนี้จริงๆแล้วเา
00:31:20 → 00:31:23ควรจะต้องทำยังไงคะครับอันนั้นเป็นอัน
00:31:23 → 00:31:24นั้นเป็นแง่มุมในทางกฎหมายใช่มั้ยครับ
00:31:25 → 00:31:27คราวนี้ในส่วนของในแง่ของสุขภาพของลูก
00:31:27 → 00:31:28เนี่ยอย่างที่ที่เราบอกแล้วทั้ง 2 เรื่อง
00:31:28 → 00:31:30คือเรื่องของการตั้งครรภ์โดยไม่ทุน
00:31:30 → 00:31:32ประสงค์กับเรื่องของการปิดโรคเนี่ยคนที่
00:31:32 → 00:31:35จะแก้ปัญหานี้ได้คือคุณหมอครับอเพราะ
00:31:35 → 00:31:37ฉะนั้นดีที่สุดเนี่ยไปพบคุณหมอก่อนเลย
00:31:37 → 00:31:40ครับค่ะนะครับเราในแง่ที่ว่าเราจะชำระ
00:31:40 → 00:31:42ล้างอะไรต่างๆนั้นน่ะเราชำระล้างอะไรยัง
00:31:42 → 00:31:44ไงก็ไม่ทั่วหรอกครับครับอันนั้นไม่อัน
00:31:44 → 00:31:46นั้นไม่ต้องพยายามทำสมมุติ่อนเรามีการติด
00:31:46 → 00:31:49ติดโรคเนี่ยมันสมมติตถ่ายทอดทางกระแส
00:31:49 → 00:31:51เลือดมีเพศสัมพันธ์ปุ๊บเกิดแผลเกิดรอย
00:31:51 → 00:31:53ถลอกมันสารคัดหลั่งมันปนเปื้อนเข้าสู่
00:31:53 → 00:31:56กระแสเลือดมันเข้าไปแล้วล่ะครับอไปแบไป
00:31:56 → 00:31:58ฉีดล้างชำระชนั้นไม่มีประโยชน์นะครับดี
00:31:58 → 00:32:00ที่สุดเข้าหาคุณหมอแล้วคุณหมอก็จะมี
00:32:00 → 00:32:03บริการตามหลังอย่างที่เราบอกว่าต้องให้ยา
00:32:03 → 00:32:06เ่อคุมกำเนิดหลังจากมีเพสัมพันธ์เนี่ยให้
00:32:06 → 00:32:08เร็วที่สุดหรืออย่างช้าที่สุดต้องไม่เกิน
00:32:08 → 00:32:1272 ชมนะครับแล้วก็ให้ซ้ำหลังจากหากโดส
00:32:12 → 00:32:15แรกเนี่ยอีก 12 ช่วโมงถัดไปนะครับและวิธี
00:32:15 → 00:32:17การป้องกันก็ยังมีมากกว่านั้นอีกครับ
00:32:17 → 00:32:19สมมติเราเกิน 72 ชั่วมงไปแล้วเนี่ยนะครับ
00:32:19 → 00:32:21กว่าตัวอ่อนจะฝังตัวสำเร็จเนะครับจะมี
00:32:21 → 00:32:24ระยะเวลาประมาณ 5 วันเพราะฉะนั้นถ้าเลย
00:32:24 → 00:32:26จาก 72 ชั่มมาแล้วเนี่ยก็ยังมีการใส่ห่วง
00:32:26 → 00:32:29อนามัยนะครับตามหลังเพื่อป้องกันให้เกิด
00:32:29 → 00:32:31การตั้งคันได้ด้วยนะครับแต่ว่าจุดที่เรา
00:32:31 → 00:32:33มองเนี่ยเรามองในเรื่องของโรคติดเชื้อ
00:32:33 → 00:32:35ต่างๆมากกว่าเพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่
00:32:35 → 00:32:37เนี่ยไปพบคุณหมอครับแล้วคุณหมอก็จะเก็บ
00:32:37 → 00:32:39ตัวอย่างการติดเชื้ออะไรต่างๆที่เราบอก
00:32:39 → 00:32:40ว่ากลัวเราจะไม่มีหลักฐานอะไรต่างๆเนี่ย
00:32:41 → 00:32:43ถ้าถ้ายิ่งเป็นเคสที่ถูกกระทำเนี่ยนะครับ
00:32:43 → 00:32:46จะมีเรื่องหลักฐานทางคดีเนี่ยเมื่อไปสถาน
00:32:46 → 00:32:47พยาบาลเนี่ยคุณหมอก็จะเก็บเรื่องพวกนี้
00:32:47 → 00:32:49ให้ด้วยนะครับเสร็จแล้วหลังจากนั้นป๊บก็
00:32:50 → 00:32:52จะได้คือจะได้รับทั้งการดูแลต่างๆแล้วก็
00:32:52 → 00:32:55ก็จะมีข้อมูลจากทางคุณหมอเนี่ยเพื่อไปใช้
00:32:55 → 00:32:57ไปแจ้งความดำเนินคดีอะไรต่างๆกันต่อไป
00:32:57 → 00:33:00ครับนะครับเพราะฉะนั้นยังไงก็ตามเอา
00:33:00 → 00:33:02เรื่องการป้องกัน 2 เรื่องสำคัญที่หมอบอก
00:33:02 → 00:33:04เรื่องการตั้งครรภ์กับเรื่องการติดโรค
00:33:04 → 00:33:06ก่อนเป็นเรื่องแรกนะครับส่วนเรื่องที่จะ
00:33:06 → 00:33:09แบบต้องไปในดำเนินคดีอะไรต่างๆนั้นเนี่ย
00:33:09 → 00:33:12มันทำคู่กันตามหลังไปอืยไงเราต้องการหลัก
00:33:12 → 00:33:14ฐานทางการแพทย์อยู่แล้วนะครับเพราะฉะนั้น
00:33:14 → 00:33:17พบคุณหมอเพื่อแก้ปัญหาฉุกเฉินอันนี้ก่อน
00:33:17 → 00:33:21อืครับเอ่ออีกกรณีนึงก็คุณหมออันนี้อาจจะ
00:33:21 → 00:33:25เป็นเรื่องที่แบบเอ่ออันนี้อาจจะเป็น
00:33:25 → 00:33:28เรื่องที่แบบหลายๆคนอาจจะตั้งคำถามกันการ
00:33:28 → 00:33:32เปิดใจพูดคุยเรื่องแบบเนี้ยจริงๆแล้วเอ่อ
00:33:32 → 00:33:34มันก็ยังมีความเหนียมอายนะคุณหมอนะจริงๆ
00:33:34 → 00:33:38แล้วในในในพื้นฐานของคนไทยอ่ะคนไทยก็ยัง
00:33:38 → 00:33:41มีความเหนียมอายคนไทยมีโอ้ยมาพูดได้ยังไง
00:33:41 → 00:33:44ยิ่งยิ่งบ้านไหนมีลูกสาวด้วยยิ่งยิ่งพูด
00:33:44 → 00:33:47ลำบากเลยข้างบ้านก็แอบฟังด้วยไม่ถ้าเป็น
00:33:47 → 00:33:52พวกิิที่เลี้ยงลูกอ่ะอมันจะลำบากมากไม่
00:33:52 → 00:33:55ว่าจะเป็นคุณแม่เลี้ยงลูกชายคุณพ่อเลี้ยง
00:33:55 → 00:34:00ลูกสาวอันเนี้ยจะแบบออืเราจะเปิดความยากเ
00:34:00 → 00:34:02เปิดใจของตัวเองก่อนได้ยังไงดีกว่าผมว่า
00:34:02 → 00:34:04มันต้องเปิดใจตัวเองก่อนนะเปิดใจผู้ใหญ่
00:34:04 → 00:34:06นี่แหละมันจะเปิดใจยังไงดีคุณหมอครับ
00:34:06 → 00:34:10อันเนี้ยเวลาเวลาเราซึ่งเป็น Gen X Gen
00:34:10 → 00:34:12Y นะครับเราถ้าเราติดกับคำถามนี้อยู่
00:34:12 → 00:34:15เนี่ยก็แสดงให้เห็นอย่างนึงว่ามุมมองใน
00:34:15 → 00:34:16เรื่องนี้ของเราเนี่ยเรายังมองไปเป็น
00:34:16 → 00:34:19เรื่องที่ต้องหลบๆซ่อนๆอืครับซึ่งซึ่งก็
00:34:20 → 00:34:22ต้องก็ต้องเป็นเหมือนตอนต้นที่เราคุยกัน
00:34:22 → 00:34:24นะครับว่ามันในยุคปัจจุบันเราไม่สามารถ
00:34:24 → 00:34:26ป้องกันขนาดนั้นได้หรอกครับต้องต้องปรับ
00:34:26 → 00:34:28ปรับทัศนคติตัวเองเลยเลยปรับที่ตัวเรา
00:34:28 → 00:34:30เพราะว่าเราเรารู้อยู่แล้วว่าสิ่งเหล่า
00:34:30 → 00:34:33นี้มันปเราจะป้องกันยังไงสมมุติว่าลูกออก
00:34:33 → 00:34:36ไปลูกเ้าบอกสมมติเคแอบไปคบเพื่อนต่างเพศ
00:34:36 → 00:34:37ของเค้าแไปมีที่สัมพันธ์ไปอะไรอย่างเงี้ย
00:34:37 → 00:34:40นะครับเบอกเคไปเรียนเไปติววิชาเราไปตามดู
00:34:40 → 00:34:43ได้มไม่มีทางครับใช่มั้ยครับเพราะฉะนั้น
00:34:43 → 00:34:45เราเราต้องยอมรับก็ต้องกึ่งๆทำใจนะครับ
00:34:45 → 00:34:48คือถ้าอยู่ในสายตาเรามีมีผู้หลักผู้ใหญ่
00:34:48 → 00:34:50คอยไปตามดูไปรับไปส่งอันนั้นน่ะปลอดภัย
00:34:50 → 00:34:52ที่สุดก็แน่นอนครับทำอย่างงั้นไม่ได้
00:34:52 → 00:34:54เนี่ยต้องปรับที่ใจเรานะครับแล้วอย่างที่
00:34:54 → 00:34:57บอกว่าปรับเนี่ยปุ๊บในเมื่อเรายอมรับว่า
00:34:57 → 00:34:58มันเป็นสิ่งที่มันต้องเกิดขึ้นกับลูกเรา
00:34:58 → 00:35:01แน่ๆเนี่ยนะครับเราซึ่งมองเห็นปัญหาก่อน
00:35:01 → 00:35:03เนี่ยเราต้องเป็นคนเปิดประเด็นเพื่อ
00:35:03 → 00:35:06อธิบายเรื่องพู้นี้กับเก่อนดีมาให้เคไป
00:35:06 → 00:35:08เรียนรู้เองเราเราต้องปรับใจเราตรงนี้นะ
00:35:08 → 00:35:11ครับมันอาจจะขัดความรู้สึกว่าอ้าวไม่เห็น
00:35:11 → 00:35:12พ่อแม่ทำกับเราแบบนี้เลยทำไมเราต้องเป็น
00:35:12 → 00:35:16คนก็เรานแเก็นี่มันลูกเราไงอืนะครับใช่
00:35:16 → 00:35:18มั้ยครับมันจะไปผลักพล้าให้เป็นคนอื่นเรา
00:35:18 → 00:35:20จะบอกว่าพึ่งคุณครูพึ่งที่โรงเรียนเนี่ย
00:35:20 → 00:35:23แหมเดี๋ยวนี้ไม่ต้องอะไรข่าวเรื่องโรง
00:35:23 → 00:35:26เรียนเรื่องครูก็ก็เยอะเหลือเกินนะฮะ
00:35:26 → 00:35:28เพราะฉะนั้นก็ดีที่สุดเนี่ยลูกครูเ่อโรง
00:35:28 → 00:35:30เรียนอาจจะไม่ใช่บ้านแหล่งที่ 2 ที่ปลอด
00:35:30 → 00:35:33ภัยก็ได้ดังนั้นเราต้องมั่นใจที่จะให้ข้อ
00:35:33 → 00:35:37มูลกับลูกคราวนี้ถ้าเราจะพูดถึงว่าอย่าง
00:35:37 → 00:35:39ที่บอกครับเราใช้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของ
00:35:39 → 00:35:41คนอื่นเป็นสส่วนที่เล่านะครับแต่ว่าถ้า
00:35:41 → 00:35:46เรามีข้อสงสัยใดๆก็ตามเช่นบางทีไปค้นเจอ
00:35:46 → 00:35:49บางทีเห็นลูกทำไมมีถุงอนามัยอยู่มีอะไร
00:35:49 → 00:35:51ต่างๆที่อ่าสมมติถ้าไปเจอเหตุการณ์อย่าง
00:35:51 → 00:35:54งี้เข้าอะไรเงี้ยนะครับเนี่ยอันเนี้ยอัน
00:35:54 → 00:35:57นี้ก็ควรจะคุยกับลูกตรงๆอ่าต่างกันนะครับ
00:35:57 → 00:36:00ครับต่างกันแบบเราบอกว่าเราไม่ควรไปลุก
00:36:00 → 00:36:03ล้ำที่พื้นที่ส่วนตัวของเขว่าไปแอบดูว่าเ
00:36:03 → 00:36:05ดูอินเทอร์เน็ตอะไรบ้างอันนั้นถูกต้องเรา
00:36:05 → 00:36:07เราดูเพื่อไปไปให้เข้าใจจว่าเขาอยู่ยังไง
00:36:07 → 00:36:10แล้วหาทางคุยกับเขาแต่อย่าไปจับผิดว่าอ้า
00:36:10 → 00:36:12วันนั้นเข้าไปดูอันนี้อันอันนั้นเป็น
00:36:12 → 00:36:14เรื่องของเวลาเขเข้าไปดูเว็บไปดูอะไรแต่
00:36:14 → 00:36:17ว่าถ้ามันเป็นเรื่องถึงขนาดเราเจอมัยเจอ
00:36:17 → 00:36:19อะไรอย่างเงี้ยครับอันเนี้ยไม่ได้ละอัน
00:36:19 → 00:36:22นี้เราเราต้องคุยอ่าฮะนะครับคือเราเราจะ
00:36:22 → 00:36:25ไปรอให้เ้ามาถามว่าเป็นไปไม่ได้แน่ๆนะ
00:36:25 → 00:36:28ครับเพก็ต้องคุยแต่ว่าก็อยู่กับวิธีการ
00:36:28 → 00:36:30คุยของเราซึ่งมันก็เหมือนที่ิฝันพูดแว่า
00:36:30 → 00:36:33มันก็โยงมาตั้งแต่ความสนิทชึเชื้อของเรา
00:36:33 → 00:36:35อ่ะกับเขาตั้งแต่วัยเด็กที่เราปลูมามัน
00:36:35 → 00:36:39เป็นยังไงนะครับเราดุเเข้มงวดกับเเก็ไม่
00:36:39 → 00:36:41กล้าพูดอะไรนะครับเราเป็นเพื่อนกับเขาเา
00:36:41 → 00:36:43ก็เปิดใจที่จะเล่าเรื่องนี้ให้ฟังมากขึ้น
00:36:44 → 00:36:46อืนะครับไม่อย่างงั้นถ้าถ้ามันมีเรื่อง
00:36:46 → 00:36:49สมมติเราอาจจะยกตัวอย่างกันได้บางทีสมมติ
00:36:49 → 00:36:52เราบอกเราค้นเฉอใช่่มั้ยครับครับเอ่ออุ้ย
00:36:52 → 00:36:54ทำไมเนี่ยเราบอกเลยว่าเราก็เล่าเรื่อง
00:36:54 → 00:36:56อื่นๆขึ้นมาว่ามันเป็นเรื่องของลูกหลาน
00:36:57 → 00:36:59ของเพื่อนที่ทำงานเป็นอย่างเงี้ยอือบางที
00:36:59 → 00:37:02พอเค้าได้ฟังปุ๊บเนี่ยเคจะคือเราเราเล่า
00:37:02 → 00:37:04เรื่องคนอื่นแต่มันเรื่องเคนั่นแหละครับอ
00:37:04 → 00:37:06แต่ว่าเค้าก็จะได้ประโยชน์จากตรงนี้ไป
00:37:06 → 00:37:08ด้วยเนี่ยเพื่อนก็เลยเนี่ยวิ่งพาไปหาหมอ
00:37:08 → 00:37:11ไปทำอันนี้กันเเค้าก็จะพอเข้าใจมากขึ้นอื
00:37:11 → 00:37:15มีตัวอย่างเข้ามาให้เห็นภาพไอ้แบบเราเรา
00:37:15 → 00:37:18เน้นการที่เป็นรูปธรรมมากกว่าออฮะเราจะ
00:37:18 → 00:37:20เข้าใจมากขึ้นบางบาทียกตัวอย่างเนี่ย
00:37:20 → 00:37:21เพื่อนที่ทำงานแม่มีลูกเป็นอย่างเงี้น่ะ
00:37:21 → 00:37:24ดีนะที่วันนั้นวิ่งไปหาหมอี่ยังป้องกัน
00:37:24 → 00:37:26ได้ทันบางทีพอเกิดเรื่องปุ๊บเนี่ยพรุ่ง
00:37:26 → 00:37:30ขึ้นเด็กก็วิ่งไปหาหมอออืมครับค่ะผมถฝั่ง
00:37:30 → 00:37:32ตะวันตกเนี่ยนะครับหมอเคยเห็นอย่างบางทีเ
00:37:32 → 00:37:34รู้ว่าลูกจะไปเข้าแคมป์หรือว่าต้องไป
00:37:34 → 00:37:38เรียนแบบสมมุติไปเรียนอ่ะไปอ่าเรามองถึง
00:37:38 → 00:37:40สหรัฐอเมริกาอย่าเงี้ยครับอืาที่ย้ายโรง
00:37:40 → 00:37:42เรียนไปไฮ School ไปเลยแล้วมันข้ามรัฐ
00:37:42 → 00:37:45เนี่ยเด็กต้องไปอยู่หอ่ะตอวเนี้บางทีเนะ
00:37:45 → 00:37:49ครับเค้าเพาลูกมาฝังยาคุมเลยครับชนิดป้อง
00:37:49 → 00:37:53กันแบยาวๆไป 3 ปี 5 ปีเลยเพราะเรู้ว่า
00:37:53 → 00:37:54อย่างน้อยเนี่ยมันทำอะไรไม่ได้อย่างน้อย
00:37:54 → 00:37:56ก็อยากให้ตั้งครรภ์มาเพราะมันเป็นเรื่อง
00:37:56 → 00:38:00ใหญ่มากไม่ไม่ค่ะจะเสียอนาคตเลยอ๋ออเป็น
00:38:00 → 00:38:02เป็นเรื่องของกระบวนการวิธีการตัวงเป็น
00:38:02 → 00:38:07อีกแนวทางนึงอ่ะนะคะก็เลยนึกถึงกรณีที่
00:38:07 → 00:38:09ความรักของวัยรุ่นในกลุ่ม
00:38:09 → 00:38:14lgbtq Plus ว่าเอ๊ะถ้าเขาไม่ใช่ผู้ยาย
00:38:14 → 00:38:17ผู้ชายผู้หญิงอย่างตรงกับเพศอย่างที่เขา
00:38:17 → 00:38:21เกิดมาคุณพ่อคุณแม่ควรมีวิธีการในการแบบ
00:38:21 → 00:38:24สื่อสารกับเขาแบบไหนยังไงเพราะว่าถ้าใน
00:38:24 → 00:38:25เรื่องของการตั้งครรภ์น่ะมันไม่มีอยู่
00:38:25 → 00:38:28แล้วแหละแต่ว่าถ้าเรื่องของการโรคติดต่อ
00:38:28 → 00:38:33ตางทางเพศสัมพันธ์เนี่ยมันก็จะมีเอ่อความ
00:38:33 → 00:38:37ที่ต่อคือต้องไม่ป้องกันมันยังไงก็ติด
00:38:37 → 00:38:41อยู่แล้วแหละอย่างเงี้ยค่ะเออครับค่ะอัน
00:38:41 → 00:38:45นี้อันที่ 1 ครับต้องต้องอธิต้องเราโยงไป
00:38:45 → 00:38:47ถึงความสนิทชิดเชืกับเขานะครับจริงๆหมอ
00:38:47 → 00:38:49ว่าเดี๋ยวเนี้คือถ้าครอบครัวไหนถ้าลูกมี
00:38:49 → 00:38:52พฤติกรรมที่อย่างสมมุติเบี่ยงเบนทางเพศไป
00:38:52 → 00:38:56เนี่ยมันมันหมดสมัยที่เราจะไปไปดุเ้าแล้ว
00:38:56 → 00:38:58อืถูกมั้ยเราเราเราดุเรายิ่งกันเออกไป
00:38:58 → 00:39:02เนี่ยเช่นแบบโอลูกผู้ชายพอเป็นเป็นตุ๊ด
00:39:02 → 00:39:05เป็นกะเทยแล้วโอคุณพ่อเนี่ยเข้าหน้าไม่
00:39:05 → 00:39:07ติดเลยถ้าจะเตะลูกอะไรอย่าเงี้ยอันนี้มัน
00:39:07 → 00:39:09เรื่องพวที่ต้องหมดไปะเพราะยังไงเเป็นลูก
00:39:09 → 00:39:12เราถูกมั้ยครับเพราะฉะนั้นน่ะดีที่สุด
00:39:12 → 00:39:16เนี่ยก็จะต้องก็จะต้องเข้าหาลูกนะครับ
00:39:16 → 00:39:18เอ่อทำไมเราถึงคุยเรื่องนี้ได้ถ้าเราก็
00:39:18 → 00:39:20ต้องมองว่าในครอบครัวเนี่ยใครจะเป็นฝ่าย
00:39:20 → 00:39:23คุยถ้าเป็นคนที่อยู่ทั้ง 2 คุณพ่อคุณพ่อ
00:39:23 → 00:39:25หรือคุณแม่จะเป็นคนคุยเรื่องพวกนี้ได้อื
00:39:25 → 00:39:28นะครับบางทีก็บางทีก็หลักๆมักจะเป็นคุณ
00:39:28 → 00:39:31แม่แหละเพราะว่าไม่ว่าจะเป็นลูกผู้ชายที่
00:39:31 → 00:39:34กระเดียดไปทางแบบความรู้สึกกระดดอ่อนโยน
00:39:34 → 00:39:36อ่าเขาก็คุณแม่ก็จะคุยง่ายกว่าเหมือน
00:39:36 → 00:39:39เหมือวผู้หญิงคุยกันใช่มั้ยครับเวลาเวลา
00:39:39 → 00:39:41คุณพ่อคุยเนี่ยเก็ไม่กล้าคุยด้วยเพราะคุณ
00:39:41 → 00:39:45พ่อมครับถ้าถ้าเป็นฝั่งลูกผู้หญิงที่มี
00:39:45 → 00:39:48ความเชมชอบกระเเดดไปทางผู้ชายเนี่ยมันก็
00:39:48 → 00:39:51คุณแม่คุยอยู่ดีเพราะว่าพื้นฐานก็เป็นผู้
00:39:51 → 00:39:53หญิงอยู่แล้วใช่มครับเพราะฉะนั้นไอ้ตรง
00:39:53 → 00:39:55เนี้ยเราต้องให้คำแนะนำที่ถูกต้องว่าการ
00:39:55 → 00:39:58มีโรคกเอ่อการติดโลจพสัพันธ์เนี่ยมันไม่
00:39:58 → 00:40:00จำเป็นต้องเป็นชายหญิงอย่างเดียวนะครับ
00:40:00 → 00:40:02มันติดจากการสัมผัสสังคัดหลั่งพวกนี้
00:40:02 → 00:40:06เพราะฉะนั้นถ้าเป็นวัยเหมือนกันครับเราก็
00:40:06 → 00:40:09ต้องคุยแบบยกตัวอย่างเคสที่เราเห็นในใน
00:40:09 → 00:40:12ข่าวในสังคมหรือว่าครับยกตัวอย่างปลอมๆ
00:40:12 → 00:40:15จากจากเพื่อนฝูงที่ทำงานอย่างที่ที่เรา
00:40:15 → 00:40:17เล่ากันน่ะแต่มันก็เป็นในเชิงของเคสของ
00:40:17 → 00:40:19เขาว่าเขาเป็นชายกับชายหญิงกับหญิงยังไง
00:40:19 → 00:40:22แล้วก็มันไปเกิดปัญหาอะไรยังไงเนี่ยวิธี
00:40:22 → 00:40:24ป้องกันที่ต้องทำเไปปรึกษาคุณหมอต้องทำ
00:40:24 → 00:40:26ยังไงอะไรอย่างเงี้ยอือนะครับมันก็จะเป็น
00:40:26 → 00:40:29การสอนโดยทางอ้อมนะครับอืออันนี้เป็น
00:40:29 → 00:40:31เรื่องสำคัญแล้วก็สิ่งสิ่งนึงที่ต้อง
00:40:31 → 00:40:34เรียนก็คือเวลาเราพูดถึงเมื่อกี้เราพูด
00:40:34 → 00:40:36ถึงการดูแลลูกผู้หญิงใช่มั้ยครับมันจะ
00:40:36 → 00:40:40สำคัการดูแล lgbt แต่ว่าเราต้องไม่ลืมนะ
00:40:40 → 00:40:42ครับว่าถ้าเราดูแลลูกผู้ชายอ่ะจริงๆต้อง
00:40:42 → 00:40:45ดูแลเขให้เเป็นสุภาพบุรุษอ่าฮะอันนี้นะ
00:40:45 → 00:40:47ครับไม่ไม่ให้เกียรติผู้หญิงนะครับไม่ไม่
00:40:47 → 00:40:52ไปร่วงละเมิดถ้าเราไม่ได้แต่งงานคือมัน
00:40:52 → 00:40:54แต่งงานเรียบร้อยอยู่ในภาวะที่สามารถจะมี
00:40:54 → 00:40:56ครอบครัวจะมีอะไรได้แล้วเนี่ยน่ะถึงจะไป
00:40:56 → 00:40:59มีภักับเาอันนั้นถึงจะถูกต้องที่สุดอืนะ
00:40:59 → 00:41:02ครับอืครับซึ่งตรงเนี้ยถ้าถ้าดูแลก็ก็
00:41:02 → 00:41:04ต้องให้เค้ามองได้ว่าแม่ก็เป็นผู้หญิง
00:41:04 → 00:41:06แล้วก็ถ้าเไม่ให้เกียตผู้หญิงมันก็ไม่ให้
00:41:06 → 00:41:09เกียรตแม่ตัวเองอืนะครับอะไรต่างๆเหล่า
00:41:09 → 00:41:12นี้ซึ่งซึ่งหลายหลายท่านจะจะมีความรู้สึก
00:41:12 → 00:41:14ว่ามันจะขัดขืนหรือยากในการทำช่วงแรก
00:41:14 → 00:41:16เพราะว่ามันไม่มีผิดไม่มีถูกนะครับแล้ว
00:41:16 → 00:41:18เราก็ไม่ได้เรียนสิ่งที่ถูกต้องหรือผิด
00:41:18 → 00:41:21อะไรต่างๆมาการคุยในเรื่องนี้จริงๆก็ยัง
00:41:21 → 00:41:23ไม่มีหลักเกณฑ์ผิดถูกอะไรเลยเพียงแต่ว่า
00:41:23 → 00:41:26เราต้องเราต้องสนิทิดเชื่อกับเก่อนแล้วก็
00:41:26 → 00:41:29เอ่อยกตัวอย่างอื่นๆให้เาเห็นเป็นรูปธรรม
00:41:29 → 00:41:31โดยโดยเป็นตัวอย่างของคนอื่นๆก็ได้ครับ
00:41:31 → 00:41:33ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องที่เรา
00:41:33 → 00:41:36สมมุติขึ้นมาหรือไม่ก็ตามครับบางทีที่เทำ
00:41:36 → 00:41:39ไปเนี่ยเฟังไปเก็จะเอาไปฟังด้วยว่าเเก็
00:41:39 → 00:41:42เป็นแบบนี้ไงเเพิ่งไปมีมาไ้เเต้องทำยังไง
00:41:42 → 00:41:44ไปป้องกันยังไงอะไรงี้อืครับครับแล้วก็
00:41:44 → 00:41:47ท้ายที่สุดนะครับถ้าเกิดสมมุติคุณแม่ยัง
00:41:47 → 00:41:50มีปัญหาในเรื่องนี้นะครับก็หมอเรียนแนะนำ
00:41:50 → 00:41:53ครับเข้าไปปรึกษากับคุณหมอที่เอ่อทางด้าน
00:41:53 → 00:41:56จิตแพทย์ที่ดูแลเรื่องพัฒนาการของวัยรุ่น
00:41:56 → 00:41:59ครับนะครับนะตามโรงพยาบาลใหญ่ๆมีครับเข้า
00:41:59 → 00:42:01ไปปรึกษาเรื่องเหล่านี้ได้ก็จะได้ได้รับ
00:42:01 → 00:42:04คำแนะนำที่เหมาะสมว่าควรจะดูแลปัญหาต่างๆ
00:42:04 → 00:42:06ที่เกิดขึ้นยังไงนะครับเพราะว่าผมชื่อว่า
00:42:06 → 00:42:08คนที่ต้องไปปรึกษาเนี่ยก็ต้องเป็นคนที่มี
00:42:08 → 00:42:12ปัญหาแล้วล่ะอืครับอีกอีกกรณีนึงที่ผมผม
00:42:12 → 00:42:17อาจจะเอ่อได้ข้อมูลมามามาบ้านนะคุณหมอ
00:42:17 → 00:42:20อย่างกรณีแบบเด็กเขาอยู่ในวัยเด็กอะไร
00:42:20 → 00:42:24ครับ 10 กว่าอะไรเงี้ยเอ่อแล้วมันเหมือน
00:42:24 → 00:42:28กับว่าเขาขาดคนรับฟฟังเหมือนกับว่าอยากจะ
00:42:28 → 00:42:30คุยกับพ่อแม่แหละแต่ว่าไม่ว่าจะด้วย
00:42:30 → 00:42:32เรื่องงานด้วย
00:42:32 → 00:42:36เอ่ออารมณ์ด้วยอะไรก็แล้วแต่ที่มันมัน
00:42:36 → 00:42:39เป็นปัจจัยเข้ามาเเด็กไม่รู้จะคุยกับไม่
00:42:39 → 00:42:42ไม่ไม่ไม่รู้จะคุยกับใครในครอบครัวได้
00:42:42 → 00:42:45จริงๆอย่างเงี้ยควรจะไปทางไหนอ่ะคุณหมอม
00:42:46 → 00:42:50ควรจะไปทางเอ่อเพื่อนควรจะไปปรึกษาใครดี
00:42:50 → 00:42:53หรือว่ามันมีช่องทางไหนที่เด็กจะใช้เป็น
00:42:53 → 00:42:57ช่องทางเอ้ยเป็นที่ปรึกษาให้ให้เราได้นะ
00:42:57 → 00:43:00โดยที่เราแบบเออมันไม่ต้องมันสบายใจแล้ว
00:43:00 → 00:43:04ก็ได้คำตอบที่ที่เอาไว้ใช้ได้ด้วยคุณหมอ
00:43:04 → 00:43:07มันพอจะมีช่องทางมั้ยฮะครับความสำคัญอัน
00:43:07 → 00:43:09นึงแล้วก็จริงๆแล้วถ้ามองอีกแง่นึงมันก็
00:43:09 → 00:43:12เป็นเหมือนข้อดีของสังคมของบ้านเราด้วยนะ
00:43:13 → 00:43:15ครับก็คือความที่เราเป็นสังคมขยายหรือ
00:43:15 → 00:43:17สังคมใหญ่เนี่ยนะครับนะอเ่อสิ่งนึงที่คุณ
00:43:17 → 00:43:20พ่อคุณแม่ต้องให้ความสำคัญก็คือเวลาลูกมี
00:43:20 → 00:43:22กิจกรรมอะไรที่โรงเรียนอะไรต่างๆเหล่านี้
00:43:22 → 00:43:25นะครับครับคุณพ่อคุณแม่ควรจะไปเข้าร่วม
00:43:25 → 00:43:27อือฮึเหตุผลคือไม่ใช่เข้าเรื่องเรื่อง
00:43:27 → 00:43:29เป็นกำลังใจลูกที่ลูกแสดงอะไรต่างๆต้อง
00:43:29 → 00:43:31โผล่ไปดูลูกบ้างอะไรเงี้ยนะครับเพเป็น
00:43:31 → 00:43:33ความภูมิใจของเขาน่ะนะครับอแต่เหตุผลอัน
00:43:33 → 00:43:35ที่แสงอยู่ก็คือเราต้องไปรู้จักพ่อแม่ของ
00:43:35 → 00:43:39เพื่อนๆลูกอืครับนะครับในในกลุ่มเนี้ยพอ
00:43:39 → 00:43:41รู้จักกันเนี่ยเราเราก็จะมีโอกาสครับที่
00:43:41 → 00:43:43บางทีลูกจัดงานวันเกิดเนี่ยเพื่อนลูกก็มา
00:43:43 → 00:43:46บ้านอะไรต่างๆเหล่านี้นะครับมันมันเหมือน
00:43:46 → 00:43:48กับผู้ใหญ่ด้วยกันพอเรารู้จักพ่อแม่กัน
00:43:48 → 00:43:50เนี่ยมันฝากฝังกันได้ว่าเอ้เดี๋ยววันนี้
00:43:50 → 00:43:52ฝากลูกไปลูกไปฉลองวันเกิดที่บ้านนะอะไร
00:43:52 → 00:43:54ต่างๆเหล่าเนี้ยมีเบอร์ติดต่อกันมันจะพอ
00:43:55 → 00:43:57เช็คกันได้ใช่มั้ยครับแล้วตรงเนี้ยอข้อดี
00:43:57 → 00:44:00ก็คือคุณพ่อคุณแม่เนี่ยช่วยกันสังเกตลูก
00:44:00 → 00:44:03ของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นอืบางทีอยู่นอกส
00:44:03 → 00:44:07ไม่มีใครดูใช่มยเอุาแต่ว่าพอดีพอเมาที่
00:44:07 → 00:44:09บ้านเรามาคุกคีกับลูกเราก็สนิทกับเขา
00:44:09 → 00:44:11เนี่ยมันก็มีโอกาสช่วยกันดูแล้วก็ช่วยกัน
00:44:11 → 00:44:13เตือนกันได้เขาไม่กล้าพูดกับคุณพ่อคุณแม่
00:44:13 → 00:44:16เเนี่ยเราสังเกตความผิดปกติเนี่ยมีโอกาส
00:44:16 → 00:44:18ก็เรียบๆเคียงๆถามลูกเราเพื่อนเป็นยังไง
00:44:18 → 00:44:20เพื่อนของนี้เอ๊ดูจะมีปัญหาอะไรอย่าเงี้ย
00:44:20 → 00:44:24เรามีโอกาสก็พูดคุยกันได้บางทดีเเยังเปิด
00:44:24 → 00:44:26ใจพูดกับคนอื่นมากกว่ามากกว่าเพราะเกลัว
00:44:26 → 00:44:30คุณพ่อแม่ดุอืครับการการดูแลกันเป็นกลุ่ม
00:44:30 → 00:44:32แบบเนี้ยนะครับในในโรงเรียนเเอันนี้เป็น
00:44:32 → 00:44:36เรื่องที่สำคัญที่สุดอืแต่ถ้าถ้าถ้า
00:44:36 → 00:44:38ครอบครัวไหนโชคดีที่มันครอบครัวขยายไม่
00:44:38 → 00:44:40ใช่ครอบครัวเดี่ยวก็คือก็ตรงนี้แหละครับ
00:44:40 → 00:44:43ก็เป็นคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายอืครับเรา
00:44:43 → 00:44:44จะเห็นได้ว่าบางทีเราเลี้ยงลูกเนี่ยเรา
00:44:44 → 00:44:47มักจะโอบางทีเด็กๆก็ไปติดตั้งแต่วัยเด็ก
00:44:47 → 00:44:49อ่ะเขาจะติดคุณปู่ยากต่างญ่เรู้สึกว่า
00:44:49 → 00:44:52เป็นคนใจดีกว่าไม่ดูทอะไรของเใช่มั้ยฮะซึ
00:44:53 → 00:44:55ตรงเนี้ยท่านเหล่าเนี้ยจะเป็นคนช่วยดูได้
00:44:55 → 00:44:58อีกอแห่งหนึ่งนะครับแล้วก็เราก็คุยกับ
00:44:58 → 00:45:00เพื่อนกับกับลูกเราได้ว่าเพื่อนฝูงที่
00:45:00 → 00:45:02เห็นอยู่เนี่ยมีอะไรที่ผิดปกติเนี่ยก็
00:45:02 → 00:45:05เล่าให้กันฟังเออเหมือนในละครเลยคุณหมอ
00:45:05 → 00:45:08ที่แบบเอ้ยมีปัญหาพ่อแม่ไม่รับฟังวิ่งไป
00:45:08 → 00:45:12หาคุณปู่คุณย่าแล้วก็มานอนเล่าให้คุณปู่
00:45:12 → 00:45:16คุณย่าฟังแล้วเขาก็มารับฟังครับอันนี้ถึง
00:45:16 → 00:45:18บอกมันเป็นข้อดีของของครอบครัวขยายแบบ
00:45:18 → 00:45:20บ้านเราถ้าเป็นถ้าเป็นฝรั่งเาที่เป็น
00:45:20 → 00:45:23ครอบครัวเดยวหมดบางทีโหลำบากเลยครับจะแยก
00:45:23 → 00:45:25ครอบครัวมาแล้วจะกลับไปหาพ่อแม่อะไรก็
00:45:25 → 00:45:27เรียกว่าบางทีลูกกลับมาแต่แต่ลทีมันเอมี
00:45:27 → 00:45:29ปัญหาอะไรหรือเปล่าไม่งั้นเขาก็จะไม่กลับ
00:45:29 → 00:45:32มากันอะไรอย่างเงี้ยนะครับซึ่งตรงนี้นะ
00:45:32 → 00:45:35ครับเอ่ออันนึงที่เราจะมองเด็กเนี่ยเนอก
00:45:35 → 00:45:37จากเาปรึกษาเพื่อนมากกว่าพ่อแม่แล้วเนี่ย
00:45:37 → 00:45:40นะครับซึ่งเพื่อนเนี่จะเป็นคนช่วยช่วย
00:45:40 → 00:45:43aler ปัญหาเนี่ยให้ให้พ่อแม่ตรวจจริงได้
00:45:43 → 00:45:45ทราบเร็วที่สุดอืออ่าเขคก็จะปรึกษาพี่
00:45:45 → 00:45:49น้องเด้วยอือนะครับเพราะฉะนั้นการมีบางที
00:45:49 → 00:45:52เราลูกคนตัวครับลูกเล็กๆนี่แหละครับแต่
00:45:52 → 00:45:55ว่าเามีพี่พี่ชายพี่สาวที่คอยดูแลตรงนี้
00:45:55 → 00:45:58แทนอือมันก็เป็นส่วนนึงที่จะเป็นเหมือน
00:45:58 → 00:46:01กับเป็นกำลังของพ่อของแม่ได้นะครับบางที
00:46:01 → 00:46:03เราคุยกับลูกๆทุกคนเราแน่นอนนะครับอยากจะ
00:46:03 → 00:46:05สนิทหรือให้ให้ความแบบมีโอกาสให้ความรู้
00:46:05 → 00:46:08ของเขาทุกคนแต่ว่าในบางเรื่องอย่างเช่น
00:46:08 → 00:46:10เรื่องเพศาบก็มันก็ต้องคุยแยกๆกันซึ่งถ้า
00:46:10 → 00:46:12คุยแยกๆกันเนี่ยบางทีถ้าเรามีคนที่เป็น
00:46:12 → 00:46:14พี่เนี่ยวิธีการที่เราคุยกับคนเป็นพี่จะ
00:46:14 → 00:46:16ต่างกับคนที่เราคุยกับคนเป็นน้องเพราะว่า
00:46:16 → 00:46:18คุยกับคนเป็นพี่เนี่ยเราจะฝากฝังการรับ
00:46:18 → 00:46:22ผิดชอบดูแลน้องให้ด้วยอือืครับซึ่งพอเด็ก
00:46:22 → 00:46:24เคมีความรับผิดชอบขึ้นเนี่ย 1 เจะมีความ
00:46:24 → 00:46:27รู้สึกเรว่าน้องอ่ะติดตามดูเอยู่เค้าเป็น
00:46:27 → 00:46:29ตัวอย่างของน้องอยู่เพราะฉะนั้นเก็จะไม่
00:46:29 → 00:46:32พยายามไม่ประพฤตินอกรุนอกทางอือ 2 แล้วก็
00:46:32 → 00:46:34ถ้าเค้าเห็นอะไรผิดปกติมันก็สามารถเอ่อ
00:46:34 → 00:46:36เป็นคนที่ช่วยเกือนพ่อคุณแม่ได้เร็วที่
00:46:36 → 00:46:39สุดอืนะครับค่ะคุณหมอขาแต่ท่านล่วงเลย
00:46:40 → 00:46:44พลาดพั้งไปแล้วเลยเวลาที่จะแก้ไขไปแล้ว
00:46:44 → 00:46:48สถานการณ์ที่คนในครอบครัวที่เราจะพูดคุย
00:46:48 → 00:46:52กันเนี่ยมันจะเป็นไปในทิศทางไหนหรือทั้ง
00:46:52 → 00:46:55คุณพ่อคุณแม่หรือตัวเยาวชนเองอ่ะควรจะพูด
00:46:55 → 00:46:59คุยกันในเรื่องที่เอ่อพลาดพั้งไปแล้ว
00:46:59 → 00:47:03อย่างไรได้บ้างคะครับพลาดพั้งไปแล้วเนี่ย
00:47:03 → 00:47:05ไม่ใช่ผิดเไม่ได้ทำผิดนะครับเราต้องเรา
00:47:05 → 00:47:08ต้องยืนตรงนี้ก่อนเลยในมุมมองของเรานะ
00:47:08 → 00:47:10ครับแต่ว่าเพลาดทั้งไปแล้วนะครับสิ่งที่
00:47:10 → 00:47:13เราคือเราต้องอยู่ในมุมมองของการคุยที่
00:47:13 → 00:47:15เป็นเรื่องของการช่วยกันแก้ไขปัญหาละเรา
00:47:15 → 00:47:17จะไม่เราจะไม่
00:47:17 → 00:47:21ไปกันครับไม่ตำหนิไม่มีอะไรกันและก็คือ
00:47:21 → 00:47:22เมื่อเกิดเรื่องต้องแก้ปัญหาก่อนไปแก้
00:47:22 → 00:47:24ปัญหาเรื่องโลกไปแก้ปัญหาเรื่องการตั้ง
00:47:24 → 00:47:26ครรอะไรให้เรียบร้อยก่อนนะครับนะเสร็จ
00:47:26 → 00:47:29แล้วเราจะอยู่เคียงข้างเขาคอยช่วยดูแลนะ
00:47:29 → 00:47:32ครับอย่างที่เราบอกเอ้จะมีปัญหาไปมี
00:47:32 → 00:47:34เรื่องร่วงแล้วเมื่อต้องฟ้องร้องอะไรเรา
00:47:34 → 00:47:36ต้อง Take Action อืเราต้องเป็นคนออก
00:47:36 → 00:47:39หน้าแทนเขาอือเขาจะรู้สึกว่าเรานั่นแหละ
00:47:39 → 00:47:42คือคนที่พึ่งได้แลเป็นคนที่จะปกป้องป้อง
00:47:42 → 00:47:45กันเขาครับเพราะฉะนั้นไอ้้ในเรื่องใน
00:47:45 → 00:47:46เรื่องที่เราคุยกันเหมือนกับเรื่อง
00:47:47 → 00:47:49กุ๊กกิ๊กเป็นปิดเทอมใหญ่ของใจอาวุธเนี่ย
00:47:49 → 00:47:51แต่ว่าจริงๆแล้วเนี่ยนะครับเอ่อบางทีไม่
00:47:51 → 00:47:54ใช่ลูกๆว้าวุ่นความักลูกว้าวุ่นเรความรัก
00:47:54 → 00:47:58แกกลแฟแไม่รักอะไรแต่ไอ้พวกเราผู้ใหญ่ที่
00:47:58 → 00:48:01รอบๆเนี่ยวุ่นกันหนักเลยนะคุณหมอทุก
00:48:01 → 00:48:03เรื่องเลยอีกอันนึงที่เราแนะนำก็คือถ้า
00:48:03 → 00:48:06ช่วงปิดเทออ่ะเราควรจะมีโอกาสไปหากิจกรรม
00:48:06 → 00:48:09ที่ทำด้วยกันนะครับเช่นไปพาลูกไปเที่ยว
00:48:09 → 00:48:11พระคอหย่อนใจอะไรต่างๆเหล่าเนี้ยหา
00:48:11 → 00:48:13กิจกรรมออกกำลังกายเล่นกีฬาต่างๆคมันเป็น
00:48:13 → 00:48:15เก็จะรู้สึกมันมันมีความอบอุ่นเป็น
00:48:15 → 00:48:17ครอบครัวมากขึ้นอ๋อเห็นบางครอบครัวนี่เค
00:48:17 → 00:48:19อย่างงี้นะครับคุณพ่อคุณแม่ทำงานเนี่ยมัน
00:48:19 → 00:48:21ต้องมีวันหยุดนะแต่วันหยุดของคุณพ่อคุณ
00:48:21 → 00:48:24แม่เนี่ยก็คือเราหยุดเพื่อมาปฏิบัติหน้า
00:48:24 → 00:48:27ที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ใช่หยุดเลยออครับบางคน
00:48:27 → 00:48:29เทุกวันอาทิตย์เนี่ยเป็นวันครอบครัวเรา
00:48:29 → 00:48:32ต้องไปออกไปด้วยกันไปกินข้าวด้วยกันถ้า
00:48:32 → 00:48:34เป็นอย่างนี้พลูกก็จะไม่รับนัดเพื่อนไม่
00:48:34 → 00:48:36อะไรอย่างเงี้ยมันก็จะมันก็จะเป็นแบบทำ
00:48:36 → 00:48:38ให้เกิดความสดิกันมากขึ้นโดยที่เราไม่
00:48:38 → 00:48:41ต้องไปไปจัดแต่งอ่ะทำให้มันเป็นธรรมชาติ
00:48:41 → 00:48:43อย่างงี้เป็นมาตลอดเป็นเทอมลูกก็พากันไป
00:48:43 → 00:48:45เที่ยวเป็นครอบครัวอะไรตงเมันก็ระหว่าง
00:48:45 → 00:48:47ที่ออกไปทำกิจกรรมต่างๆมันก็มีโอกาสได้
00:48:47 → 00:48:50สดิตชิดเชื้อสังเกตความผิดปกติของลูกนะ
00:48:50 → 00:48:54ครับถามไข่แล้วก็มีโอกาสให้ความรู้ครับ
00:48:54 → 00:48:56มันจะเป็นธรรมชาติมากกว่าที่เราจะมาอ่า
00:48:56 → 00:48:58วันนี้จะมาคุยเรื่องนี้อะไรอย่าไปทำแบบ
00:48:58 → 00:49:01นั้นนะฮะทำแบบนั้นไม่ได้แน่นะครับครับก็
00:49:01 → 00:49:02ถือว่าเป็นอีกช่วงนึง
00:49:02 → 00:49:06ที่เป็นอีกช่วงนึงที่เอ่อเป็นอีกช่วงวัย
00:49:07 → 00:49:09รุ่นเนี่ยแหละของวัยรุ่นทั้งหลายเนี่ยที่
00:49:09 → 00:49:13คุณพ่อคุณแม่ก็อาจจะต้องใส่ใจในหลายๆมุม
00:49:13 → 00:49:16หลายๆด้านนะทั้งมุมตัวเองทั้งมุมของลูก
00:49:16 → 00:49:20เอ่อเพื่อที่จะก้าวข้ามวัยรุ่นอย่างมี
00:49:20 → 00:49:23คุณภาพไปพร้อมๆกันนะคุณหมอนะครับเราทำงาน
00:49:23 → 00:49:25เราบอกว่าเราทำงานหนักเราไม่มีเวลาหรอก
00:49:25 → 00:49:28ลูกมีปัญหาอเอ่อจริงๆแล้วเนี่ยนะครับเรา
00:49:28 → 00:49:31ทำงานอะไรทั้งหมดนะเราก็ทำเพื่อเพื่อ
00:49:31 → 00:49:34ครอบครัวเพื่อลูกอเพราะฉะนั้นถ้าเรามัว
00:49:34 → 00:49:36แต่ทำซะจนแบบเกิดปัญหาในครอบครัวไอ้ที่
00:49:36 → 00:49:39เราทำงานทั้งหมดไม่มีประโยชน์อะไรเลยอืนะ
00:49:39 → 00:49:41ครับถ้าลูกถ้าลูกเราพังชีวิตครอบครัวเรา
00:49:41 → 00:49:45ก็พังไปหมดอืนะครับเพราะฉะนั้นก็คงคุณพ่อ
00:49:45 → 00:49:48คุณแม่ที่ฟังรายการอยู่ถท่านเป็นเน x Gen
00:49:48 → 00:49:50Y เนี่ยคงต้องตื่นตัวมาทำความเข้าใจนะ
00:49:50 → 00:49:53ครับแล้วก็คือเป็นหน้าที่ของเราจะปัดให้
00:49:53 → 00:49:55ใครไม่ได้นะครับแล้วก็เราเองจะต้อง
00:49:55 → 00:49:58เปลี่ยนแปลงความคิดที่ตัวเราว่าเราไม่เคย
00:49:58 → 00:50:00ถูกสอนมาก็เรานี่แหละจะต้องเป็นคนแรกที่
00:50:00 → 00:50:02เป็นรุ่นที่สอนลูกไปแล้วก็พอเ้าได้เรียน
00:50:03 → 00:50:05รู้จากเราเคก็จะไปดูแลลูกเได้ดีขึ้นครับ
00:50:05 → 00:50:08วันนี้ขอบคุณคุณหบ่อมากครับที่มาคุยกัน
00:50:08 → 00:50:12กับปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่นนะฮะขอบคุพ่อ
00:50:12 → 00:50:15หวังว่าที่เราคุยกันคงไม่ทำไม่วาวุ้นเกิน
00:50:15 → 00:50:17ไปนะครับเป็นเนตั้งสติแล้วค่อยๆทำไปทีละ
00:50:17 → 00:50:20ขั้นนะครับครับขอบคุณคุณหมอมากครับครับ
00:50:20 → 00:50:25ครับสวัสดีครับครับ