- คำถาม:
- ทำไมยาแดงถึงค่อยๆหายไปจากความนิยมในปัจจุบัน?
- คำตอบ:
- ยาแดงค่อยๆหายไปเพราะมีสารปรอทเป็นส่วนประกอบ ซึ่งอาจซึมเข้าสู่ร่างกายและสะสมทำให้เกิดพิษต่อระบบประสาท ไต และอวัยวะภายใน โดยเฉพาะเด็กที่ใช้บ่อยหรือทาบริเวณแผลกว้าง รวมถึงมีรายงานผู้เสียชีวิตจากพิษปรอท และ FDA อเมริกาได้ถอนยาแดงออกจากกลุ่มยาปลอดภัยในปี 1998
ยาแดง-ยาเหลือง หายไปไหน ทำไมคนไม่ค่อยใช้กันแล้ว - ยาแดงมีปรอทจริงไหม ???
จากช่อง:หมออ๊อก Dr.OCT24
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:04:33นิยมไป ยาแดง ตัวยาคือเมอร์โบรมิน ตัวเนี้เรา- ทราบกันแล้วนะครับ พอมาดูโครงสร้างทางเคมี
00:04:40ของยาแล้ว ก็จะเห็นว่ามีสารปรอทเป็น ส่วนประกอบ ความเป็นสารปรอท เราก็กลัว
00:04:45ว่าพอทายาแดงเยอะๆ หรือว่าทาบ่อยๆไป ก็จะซึมเข้าสู่ร่างกาย พอสะสมเรื่อยๆ
00:04:51ก็จะเป็นพิษกับระบบประสาทบ้าง กับไตหรือ กับอวัยวะภายในอื่นๆ อีกจุดที่น่ากังวลก็
00:04:57คือยาแดง มักใช้ในเด็กครับเพราะว่า เด็กชอบทาแล้วไม่แสบ และเด็กก็มักจะ
00:05:02เป็นแผลใช่มั้ยครับ เป็นแผลบ่อยแล้วบาง ครั้งก็เป็นแผลใหญ่ ต้องทายาเยอะ การทายา-
00:05:07บ่อยกับทายาเยอะ เขาก็กลัวว่าอาจจะทำให้ เกิดผลข้ามเคียง และที่สุดแล้วนะครับในปี
00:05:131998 fda อเมริกา ก็ถอนยาแดงออกจาก กลุ่มยาที่ปลอดภัย ไปอยู่ในกลุ่มยา
00:05:19ที่ยังขาดหลักฐานความปลอดภัย และก็มีบาง ประเทศนะครับเช่นเยอรมัน สวิสต์ ฝรั่งเศส
00:05:25ก็ค่อยๆถอนตำรับยาตัวนี้ออก คราวนี้เรื่อง ของปรอทในยาแดงที่คนกลัวกัน มันเป็น
00:05:31ความจริงแค่ไหน เรื่องเนี้ยถึงแม้ว่ามัน ยังไม่มีผลในวงกว้างอ่ะนะครับ แต่ก็มีเคส
00:05:37หรือว่ามีรายงานเคสของคนได้รับพิษปรอทจาก ยาแดงอยู่นะครับ เช่นมีรายงานเคสในปี 1971