00:00:00 → 00:00:03คุณรู้หรือไม่ว่าเรื่องเล็กๆรอบตัวอาจ
00:00:03 → 00:00:06เปลี่ยนชีวิตคุณได้ Did you know คุณ
00:00:06 → 00:00:10รู้หรือไม่วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยว่า
00:00:10 → 00:00:13ทำไมปลาที่ดูปกติอย่างปลาบ้าถึงมีชื่อ
00:00:14 → 00:00:17แปลกๆแบบนี้คุณผู้ฟังหลายคนอาจจะเคยได้
00:00:17 → 00:00:20ยินชื่อปลาบ้าผ่านหูมาบ้างแต่รู้หรือไม่
00:00:20 → 00:00:24ว่าที่มาของชื่อนี้ไม่ได้มาจากพฤติกรรมดุ
00:00:24 → 00:00:27ร้ายของตัวปลาเองเลยครับแต่กลับเป็นอาการ
00:00:27 → 00:00:30ของคนที่กินมันเข้าไปต่างหากคุณลองนึกภาพ
00:00:30 → 00:00:34ตามนะครับในสมัยก่อนมีคนนำปลาชนิดนี้ไปทำ
00:00:34 → 00:00:38อาหารแล้วเมื่อกินเข้าไปกลับอาการมึนเมา
00:00:38 → 00:00:42สับสนและมีพฤติกรรมคล้ายคนเสียสติฟังดู
00:00:42 → 00:00:44น่าเหลือเชื่อใช่ไหมั้ครับเรื่องนี้ไม่
00:00:44 → 00:00:46ใช่เรื่องเล่นๆเลยเพราะสาเหตุของอาการ
00:00:47 → 00:00:49เหล่านั้นมาจากสิ่งที่ปลาบ้ากินเข้าไป
00:00:49 → 00:00:53นั่นเองวันนี้เราจะพาคุณผู้ฟังไปเจาะลึก
00:00:53 → 00:00:56เรื่องราวของปลาตัวนี้กันว่าทำไมมันถึง
00:00:56 → 00:00:59ได้ชื่อนี้และอันตรายของมันคือไรเราจะมา
00:00:59 → 00:01:03หาคำตอบไปพร้อมกันครับปลาบ้ามีชื่อทาง
00:01:03 → 00:01:07วิทยาศาสตร์ว่าเลpโtoตบาบัสโฮวีจัดอยู่ใน
00:01:07 → 00:01:10ตระกูลปลาตะเพียนและเป็นปลาที่พบได้ใน
00:01:10 → 00:01:12แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ของประเทศไทยและ
00:01:12 → 00:01:15ประเทศอื่นๆในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
00:01:15 → 00:01:19เช่นมาเลเซียและอินโดนีเซียโดยธรรมชาติ
00:01:19 → 00:01:22ของมันปลาชนิดนี้มีพฤติกรรมชอบกินผลไม้
00:01:22 → 00:01:25ป่าที่ร่วงลงไปในน้ำเป็นอาหารโดยเฉพาะ
00:01:25 → 00:01:29อย่างยิ่งลูกลำโพงและลูกกระเบาซึ่งผลไม้
00:01:29 → 00:01:31เหล่านี้มีสารพิษที่ออกฤทธิ์ต่อระบบ
00:01:32 → 00:01:34ประสาทเมื่อปลาบ้ากินผลไม้ป่าเหล่านี้
00:01:34 → 00:01:38เข้าไปพิษจะสะสมอยู่ในร่างกายของมันโดย
00:01:38 → 00:01:41เฉพาะในส่วนหัวและเครื่องในซึ่งเป็นส่วน
00:01:41 → 00:01:44ที่มีปริมาณสารพิษที่สูงกว่าส่วนอื่นๆ
00:01:44 → 00:01:47ส่วนเนื้อปลาจะมีปริมาณสารพิษที่น้อยกว่า
00:01:47 → 00:01:50แต่เมื่อคนนำปลาไปทำอาหารก็เท่ากับว่าได้
00:01:50 → 00:01:53รับพิษจากปลาต่ออีกทอดหนึ่งทำให้เกิด
00:01:53 → 00:01:57อาการมึนเมาสับสนและประสาทหลอนหากพูดถึง
00:01:57 → 00:02:00รายละเอียดของสารพิษในลูกลำโพงและลูก
00:02:00 → 00:02:03กระเบาเราจะพบว่าสารพิษเหล่านี้มีโครง
00:02:03 → 00:02:06สร้างทางเคมีที่คล้ายคลึงกับสารพิษใน
00:02:06 → 00:02:08กลุ่มแอลคอย์ซึ่งเป็นสารที่สามารถออก
00:02:08 → 00:02:11ฤทธิ์กดประสาทหรือกระตุ้นระบบประสาทกลาง
00:02:11 → 00:02:14ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ได้รับสำหรับปลาบ้า
00:02:14 → 00:02:17นั้นแม้ว่ามันจะไม่ได้ผลิตพิษเองแต่การ
00:02:17 → 00:02:20ที่มันกินผลไม้ป่าที่มีพิษเหล่านี้เข้าไป
00:02:20 → 00:02:23จะทำให้พิษสะสมอยู่ในร่างกายของมันโดย
00:02:23 → 00:02:27เฉพาะในช่วงฤดูฝนหรือฤดูที่ผลไม้ป่าออกผล
00:02:27 → 00:02:29เยอะซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ความเสี่ยงในการ
00:02:29 → 00:02:33บริโภคปลาบ้าสูงที่สุดนอกจากนี้การกระจาย
00:02:33 → 00:02:36ตัวของพิษในร่างกายปลาบ้าก็มีความสำคัญ
00:02:36 → 00:02:39มากหากคุณเคยเห็นคนแกะปลาบ้าเพื่อนำมา
00:02:39 → 00:02:42ปรุงอาหารคุณอาจจะสังเกตเห็นว่าเขาจะหลีก
00:02:42 → 00:02:45เลี่ยงการกินส่วนหัวและเครื่องในเพราะ
00:02:45 → 00:02:48ส่วนเหล่านี้เป็นแหล่งสะสมพิษหลักขณะที่
00:02:48 → 00:02:51เนื้อปลามักมีพิษน้อยกว่าแต่ถึงแม้จะเป็น
00:02:51 → 00:02:54เช่นนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเนื้อปลาจะ
00:02:54 → 00:02:57ปลอดภัยเสมอไปโดยเฉพาะหากปลาตัวนั้นมาจาก
00:02:57 → 00:03:01แหล่งน้ำธรรมชาติที่มีผลไม้ป่าจำนวนมาก
00:03:01 → 00:03:03อาการของผู้ที่ได้รับพิษจากปลาบ้าอาจแตก
00:03:03 → 00:03:06ต่างกันไปขึ้นอยู่กับปริมาณพิษที่ได้รับ
00:03:06 → 00:03:10บางคนอาจเริ่มรู้สึกมึนงงเวียนศีรษะคลื่น
00:03:10 → 00:03:13ไส้หรืออาเจียนซึ่งอาการเหล่านี้อาจดู
00:03:13 → 00:03:16เหมือนเป็นโรคทั่วไปแต่หากปริมาณพิษสูง
00:03:16 → 00:03:19ขึ้นอาจทำให้เกิดอาการประสาทหลอนสับสน
00:03:19 → 00:03:22หรือแม้กระทั่งหมดสติและในกรณีที่ร้ายแรง
00:03:22 → 00:03:26ที่สุดอาจขั้นเสียชีวิตได้เลยครับอย่างไร
00:03:26 → 00:03:29ก็ตามข่าวดีก็คือในปัจจุบันปลาบ้าส่วน
00:03:29 → 00:03:32ใหญ่ที่เราเห็นในท้องตลาดมักจะมาจากฟาร์ม
00:03:32 → 00:03:35เพาะเลี้ยงเกษตรกรจะให้อาหารเม็ดทำให้ปลา
00:03:35 → 00:03:38ไม่ได้กินผลไม้ป่าเหล่านั้นจึงไม่มีสาร
00:03:38 → 00:03:41พิษสะสมและปลอดภัยต่อการบริโภคแต่ถ้าคุณ
00:03:41 → 00:03:44กำลังจะบริโภคปลาบ้าที่จับมาจากแหล่งน้ำ
00:03:44 → 00:03:47ธรรมชาติโดยเฉพาะแหล่งน้ำในป่าหรือภูเขา
00:03:47 → 00:03:50ก็ยังคงต้องระมัดระวังให้ดีเพราะเราไม่
00:03:50 → 00:03:53สามารถรู้ได้เลยว่าปลาตัวนั้นกินอะไรเข้า
00:03:53 → 00:03:56ไปบ้างดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการกิน
00:03:56 → 00:03:59เครื่องในและส่วนหัวของปลาที่มาจากแหล่ง
00:03:59 → 00:04:02น้ำธรรมชาติครับนอกจากนี้ยังมีเคล็ดลับ
00:04:02 → 00:04:05เล็กๆน้อยๆที่คุณสามารถใช้เพื่อตรวจสอบ
00:04:05 → 00:04:08ความปลอดภัยของปลาบ้าก่อนนำมาปรุงอาหาร
00:04:08 → 00:04:12เช่นลองสอบถามชาวบ้านในพื้นที่เกี่ยวกับ
00:04:12 → 00:04:14ฤดูกาลที่เหมาะสมในการจับปลาหรือสังเกต
00:04:14 → 00:04:17ลักษณะของเนื้อปลาหากพบว่าเนื้อมีสีผิด
00:04:17 → 00:04:20ปกติหรือมีกลิ่นแปลกๆก็ควรหลีกเลื่องการ
00:04:20 → 00:04:23บริโภคโดยเด็ดขาดเพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณ
00:04:23 → 00:04:27เตือนว่าปลาตัวนั้นมีพิษสะสมสมอยู่คุณผู้
00:04:27 → 00:04:29ฟังครับจากเรื่องราวของปลาบ้าที่เราได้
00:04:29 → 00:04:32ฟังกันไปในวันนี้ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า
00:04:32 → 00:04:35สิ่งมีชีวิตในธรรมชาติมีความสัมพันธ์กัน
00:04:35 → 00:04:38อย่างซับซ้อนการบริโภคอาหารที่มาจากแหล่ง
00:04:38 → 00:04:41ธรรมชาติจึงต้องอาศัยความรู้และความเข้า
00:04:41 → 00:04:44ใจที่รอบด้านโดยเฉพาะในเรื่องของห่วงโซ่
00:04:44 → 00:04:47อาหารดังนั้นการเรียนรู้เรื่องราวใกล้ตัว
00:04:47 → 00:04:50แบบนี้อาจช่วยให้เราวางแผนการเลือกซื้อ
00:04:50 → 00:04:53อาหารได้ดียิ่งขึ้นและมั่นใจได้ว่าสิ่ง
00:04:53 → 00:04:55ที่เรานำมาบริโภคนั้นปลอดภัยและดีต่อ
00:04:56 → 00:04:59สุขภาพครับสำหรับวันนี้ Did you know
00:04:59 → 00:05:02คุณรู้หรือไม่ก็ต้องขอตัวลาไปก่อนครับ
00:05:02 → 00:05:04หวังว่าเรื่องราวที่เราเล่าไปจะช่วยให้
00:05:04 → 00:05:07คุณผู้ฟังคลายความกังวลและใช้ชีวิตได้
00:05:07 → 00:05:10อย่างมั่นใจมากขึ้นอย่าลืมครับว่าการรู้
00:05:10 → 00:05:13เท่าทันข้อมูลคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
00:05:13 → 00:05:17ในการดูแลสุขภาพแล้วพบกันใหม่ในตอนหน้า
00:05:17 → 00:05:19พร้อมเกล็ดน่ารู้ที่จะทำให้ชีวิตประจำวัน
00:05:19 → 00:05:23ของคุณง่ายขึ้นและปลอดภัยขึ้นครับสวัสดี
00:05:23 → 00:05:26ครับ