ทำไมบางคนถึงมีแนวโน้มคิดลบและทำให้ตัวเองล้มเหลวในเป้าหมายที่ตั้งไว้

คำถาม:
ทำไมบางคนถึงมีแนวโน้มคิดลบและทำให้ตัวเองล้มเหลวในเป้าหมายที่ตั้งไว้?
คำตอบ:
สาเหตุหลักมาจากแพทเทิร์นการคิดที่เรียกว่า self sabotage โดยเฉพาะเมื่อคนรู้สึกว่าตนเองไม่ดีพอ ไม่สมควรได้รับความรักหรือความสำเร็จ ซึ่งนำไปสู่พฤติกรรมเช่น การเลื่อนเวลาทำงาน (procrastinate) การพยายามทำให้ดีที่สุดจนเหนื่อยล้า หรือกลัวการถูกวิจารณ์จนไม่กล้าเริ่มต้น สุดท้ายทำให้ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ เหตุผลทางการแพทย์คือสมองมนุษย์ถูกออกแบบมาเพื่อการอยู่รอด ไม่ใช่เพื่อความสุข การคิดลบจึงเป็นกลไกที่ช่วยให้เราระวังภัย แต่เมื่อคิดลบมากเกินไปจะกลายเป็นอุปสรรคต่อการเติบโต

Self sabotage ในมุมการแพทย์

คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:00:14ไปไม่ถึงเป้าหมายเท่าที่นึกออกในแง่ของ
00:00:17การแพทย์เนี่ยประมาณ 3 อย่างนะครับที่
00:00:19เป็นแพทเทิร์นที่น่าจะพอนึกออกอย่างแรก
00:00:21คือนะฮะคือความรู้สึกว่าเราเนี่ย low
00:00:23serv Stream คือเราคิดว่าเราไม่ดีพอเรา
00:00:26ไม่ deserve ที่จะถูกรักไม่ deserve ที่
00:00:29จะมีความสุขไม่ดีเทฟที่จะประสบความสำเร็จ
00:00:32นะครับพฤติกรรมที่เราเซ็นออกมายกตัวอย่าง
00:00:34เช่นเราคิดว่าเราไม่ดีพอใช่มั้ยฮะเราก็
00:00:37รู้สึกว่าเราคงไม่สามารถทำอะไรอย่างเงี้ย
00:00:39ได้สำเร็จหรอกเราก็จะพยายาม procrastinate
00:00:42สิ่งที่เราทำไปเรื่อยๆจนสุดท้ายเราไม่ได้
00:00:44ทำมันก็ไม่ได้ตอบโจทย์ว่าเราดีพอสักทีนะ
00:00:48ครับหรือสมมุติเป็นพฤติกรรมเราคิดว่าเรา
00:00:50ไม่ดีพอนะฮะเราก็เลยแบบว่าเราพยายามทำ
00:00:53อะไรให้มันดีที่สุดดีที่สุดทุกอย่างเลยนะ
00:00:55ฮะแต่คำว่าดีที่สุดเนี่ยเราก็ไม่รู้นะว่า
00:00:58จุดไหนมันดีที่สุดจนสุดท้ายเราพยายามจน
00:01:00เยอะจนเราเหนื่อยไปเองแล้วเราก็เลิกทำ
00:01:03หรือเราคิดว่าเราไม่ดีพอนะครับเวลาเราจะ
00:01:05ลงมือทำอะไรสักอย่างเราก็กลัวว่าเดี๋ยวคน
00:01:08อื่นจะวิจารณ์เราเดี๋ยวคนอื่นจะบอกว่าเรา
00:01:10ไม่เก่งไม่ดีสุดท้ายทำให้เรารีชไม่กล้าทำ
00:01:13สิ่งนั้นไปเลยและสุดท้ายเราก็ไม่ได้ทำ
00:01:15สิ่งนั้นนะครับนี้คืออย่างแรกคือ
00:01:17แพทเทิร์นของการคิดว่าเราไม่ดีพอส่งผล
00:01:20กระทบกับพฤติกรรมของเรานะครับอย่างที่ 2
00:01:23นะฮะคุณอาจจะไม่ถึงขนาดว่าคุณรู้สึกไม่ดี
00:01:25พอแต่ว่าคุณเคยทำผิดพลาดซ้ำในอดีตมาแล้ว
00:01:29นะครับและคุณมักจะมีแพทเทิร์นการคิดที่
00:01:32โทษตัวเองนะครับเช่นพอมาทำอีกสิ่งนึงนะ
00:01:35ครับก็คือเราจะทำสิ่งใหม่ใช่มั้ครับเราก็
00:01:37จะมีความกลัวว่าเราจะผิดพลาดนะครับพอเรา
00:01:40จะทำปั๊บมันก็จะมีความคิดเหมือนเฮ้ย
00:01:43เดี๋ยวจะพลาดผิดผิดพลาดอีกแล้วซ้ำแล้วซ้ำ
00:01:45เล่าเดี๋ยวมันจะตอกย้ำอดีตที่เราบอกว่า
00:01:48เรามันโทษตัวเองตลอดเลยนะครับก็ทำให้คุณ
00:01:51เนี่ยไม่กล้าทำสิ่งนั้นสุดท้ายก็เลยไม่
00:01:53ได้ทำพฤิกรรมนั้นอีกนะครับอันนี้คือข้อ
00:01:55ที่ 2 นะครับอย่างที่ 3 นะครับอาจจะเป็น
00:01:58เรื่องของความสัมพันธ์นะครับสมตว่าเราคิด
00:01:59ว่าเราแบบว่าเติบโตในครอบครัวที่ทำให้เรา
00:02:02รู้สึกว่าเราอคลในความสัมพันธ์คือเราไม่
00:02:06มั่นคงในความสัมพันธ์นะครับเวลาที่เราไป
00:02:08คบกับใครนะครับเราก็จะมีความกลัวว่าเาจะ
00:02:12ไม่ชอบเราหรือเปล่าหรือว่าเค้าจะเห็นด้าน
00:02:16ได้ไม่ดีของเราหรือเปล่าสมมุตินะครับแล้ว
00:02:18เขาจะหนีเรากลัวว่าเขาจะทิ้งเรานะครับ
00:02:21เวลาคบกับใครแล้วเนี่ยถ้ามีความรู้สึกพวก
00:02:23นี้ความรู้สุของ incquity เนี่ยนะฮะเวลา
00:02:27อีกฝ่ายนึงมีการตอสอบางอย่างที่บางทีแค่
00:02:30เปลี่ยนไปนิดเดียวจริงๆมันอาจจะเป็น
00:02:32นิวทรัลนะแต่คุณจะแปลความสิ่งๆนั้นว่า
00:02:35เป็นลบว่าเขาไม่ชอบเราหรือเปล่าเพราะว่า
00:02:38ลึกๆคุณรู้สึกว่าตัวเองแบบว่าไม่ไม่ควร
00:02:41ค่าพอที่จะรักหรือว่าไม่ควรค่าพอที่คน
00:02:43อื่นจะมาชอบนะครับมันก็เลยเป็นแพทเทิร์น
00:02:46ของความสัมพันธ์ว่าเคุณคบกับใครแล้วเนี่ย
00:02:48นะฮะคุณรู้สึกอคลใช่มั้ยฮะและจริงๆเขาอาจ
00:02:51จะทำทำแพทเทิร์นของอ่าพฤติกรรมที่มันเป็น
00:02:55นิวทรัลคือเป็นแบบ 0 แต่คุณแปลความว่าเขา
00:02:58ไม่ชอบคุณคือเป็นลบคุณก็จะยิ่งถอยหนีนะฮะ
00:03:02หรือบางคนก็จะเป็นความกังวลก็จะถามซ้ำๆนะ
00:03:05ครับทำให้ความสัมพันธ์ของคุณเนี่ยไม่ค่อย
00:03:07นิ่งสุดท้ายแล้วเขาก็ทิ้งคุณไปจริงๆก็ทำ
00:03:10ให้ตอกย้ำไปอีกว่าคุณไม่ควร่าพอที่จะรัก
00:03:13นะครับอันนี้ก็เป็นในเรื่องของความ
00:03:15สัมพันธ์แลเป็นข้อ 3 นี้นะครับก็ถ้าใครมี
00:03:18แพทเทิร์นต่งกับข้อไหนก็ลองคอมเมนต์แชร์
00:03:20กันได้นะฮะซึ่งเซบาเราคนเราเป็นกันเยอะนะ
00:03:23ครับเพราะว่าจริงๆมนุษย์เราเนี่ยถูก
00:03:25ดีไซน์มาไม่ให้ไม่ได้ดีไซน์เพื่อความสุข
00:03:29มนุษย์เราดีไซน์เพื่อความอยู่รอดนะครับ
00:03:31บางทีการมีคิดลบๆที่เป็นพฤติกรรม
00:03:34แพทเทิร์นที่มันคิดลบๆเนี่ยมันทำบางทีให้
00:03:36เราเป็นส่วนให้เราพัฒนาตัวเราดีขึ้น
00:03:38เรื่อยๆนะครับเพียงแต่ว่าบางคนถ้ามันคิด
00:03:40ลบเยอะๆนะครับการจะเปลี่ยนจากการคิดลบ
00:03:43เยอะๆเป็นการคิดบวกกับตัวเองเนี่ยมันยาก
00:03:46เพราะมันใช้พลังงานเยอะนะร่างกายเราจะ
00:03:49preserve พลังงานเพื่อการอยู่รอดใช่ไหมม
00:03:51ครับเราก็มักจะคิดลบเป็นแพทเทิร์นเหมือน
00:03:53เดิมตลอดเลยนะครับประมาณนั้นก็น่าจะ
00:03:55ประมาณนี้ครับสำหรับ Self sabotage ใน
00:03:57มุมของการแพทย์นี้เป็นแค่ความเห็นของผม
00:04:00เท่านั้นนะฮะเอถ้าจะสรุปง่ายๆของเซ
00:04:02sabotage ก็คือว่าคุณมีความรู้สึกลบภาย
00:04:04ในใจใช่มั้ครับการจับเปลี่ยนจากลบเป็นบวก
00:04:07เนี่ยมันใช้พลังงานเยอะมากสมองของคนเราก็
00:04:10เลยมักจะทำให้คุณยังคิดลบอย่างนั้นอยู่
00:04:13โดยการมองหาประสบการข้างนอกและเลือกพอแต่
00:04:17สิ่งลบๆที่อยู่ภายนอกจะได้มาตอกย้ำความ
00:04:19รู้สึกลบภายในใจจะได้ไม่ใช้พลังงานมากใน
00:04:22การเปลี่ยนจากความรู้สึกลบเป็นความรู้สึก
00:04:24บวกนะประมาณนั้นเองนะครับ