00:00:00 → 00:00:03สวัสดีครับยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งกับ
00:00:03 → 00:00:07พcสที่จะมอบดีๆและแรงบันดาลใจเชิงบวก
00:00:07 → 00:00:10เพื่อการพัฒนาตัวเองในแบบที่เข้าใจง่าย
00:00:10 → 00:00:12ให้คุณสามารถรับฟังจนจบได้ภายในเวลาเพียง
00:00:12 → 00:00:165-10 นาทีสำหรับเนื้อหาใน EP นี้เราจะ
00:00:16 → 00:00:19พูดถึงเรื่องของปัญหาสุขภาพและการดูแลตัว
00:00:19 → 00:00:21เองซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่เหมาะกับทุก
00:00:21 → 00:00:24ช่วงวัยโดยเฉพาะสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูง
00:00:24 → 00:00:28วัยครับวันนี้ผมมีเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่
00:00:28 → 00:00:31อยากจะมาแบ่งปันกับทุกท่านโดยเฉพาะอย่าง
00:00:31 → 00:00:34ยิ่งผู้ที่อยู่ในวัยกลางคนและผู้สูงอายุ
00:00:34 → 00:00:37อย่างเราท่านครับหลายครั้งที่เราพยายามดู
00:00:37 → 00:00:40แลสุขภาพอย่างดีทั้งการเลือกรับประทาน
00:00:40 → 00:00:43อาหารที่มีประโยชน์ออกกำลังกายพักผ่อนให้
00:00:43 → 00:00:46เพียงพอแต่บางครั้งสิ่งที่เรามองข้ามไป
00:00:46 → 00:00:48เล็กน้อยอาจกลายเป็นภัยเงียบที่ซ่อนอยู่
00:00:48 → 00:00:51ในครัวของเราเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งตู้เย็น
00:00:51 → 00:00:53ที่เราคิดว่าเป็นแหล่งถนอมอาหารชั้นยอด
00:00:53 → 00:00:57ครับหลายท่านคงจะเคยได้ยินคำว่าแช่เย็น
00:00:57 → 00:01:00แล้วดีแต่จริงๆแล้วไม่ใช่อาหารทุกชนิดนะ
00:01:00 → 00:01:03ครับที่เหมาะกับการแช่เย็นบางอย่างกลับ
00:01:03 → 00:01:06กลายเป็นผลเสียมากกว่าผลดีเสียอีกโดย
00:01:06 → 00:01:08เฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงวัย
00:01:08 → 00:01:11อย่างเราที่ภูมิต้านทานอาจไม่แข็งแรงเท่า
00:01:11 → 00:01:13วัยหนุ่มสาวและร่างกายมีความเปราะบางมาก
00:01:13 → 00:01:16กว่าจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษครับวัน
00:01:16 → 00:01:19นี้ผมจะมาเปิดเผย 4 อาหารที่ไม่ควรแช่ตู้
00:01:19 → 00:01:22เย็นเด็ดขาดและเหตุผลว่าทำไมเราจึงควร
00:01:22 → 00:01:25หลีกเลี่ยงเพื่อสุขภาพที่ดีห่างไกลโรคภัย
00:01:25 → 00:01:26ไข้เจ็บ
00:01:26 → 00:01:30ครับอันดับที่ 4 แตงโมผลไม้ฉ่ำน้ำที่อาจ
00:01:30 → 00:01:34ช้ำใจเมื่อเข้าตู้เย็นท่านผู้ฟังครับแตง
00:01:34 → 00:01:37โมเป็นผลไม้ที่ให้ความสดชื่นยิ่งอากาศ
00:01:37 → 00:01:40ร้อนๆยิ่งอยากได้แตงโมเย็นๆใช่ไหมครับแต่
00:01:40 → 00:01:43รู้หรือไม่ว่าการนำแตงโมไปแช่ตู้เย็นที่
00:01:43 → 00:01:46อุณหภูมิต่ำกว่า 7 องศเซซียกลับส่งผลเสีย
00:01:46 → 00:01:49ต่อคุณภาพของมันอย่างไม่น่าเชื่อโมเลกุล
00:01:49 → 00:01:52ของน้ำไอ้แตงโมเมื่อโดนความเย็นจัดๆจะมี
00:01:53 → 00:01:55ความหนาแน่นมากขึ้นทำให้เนื้อแตงโมเเล้
00:01:55 → 00:01:59และช้ำน้ำรสชาติก็จะแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด
00:01:59 → 00:02:02ปรากฏการณ์นี้ทางการแพทย์เรียกว่าอาการ
00:02:02 → 00:02:05สะท้าหนาวครับที่สำคัญกว่านั้นคือมีงาน
00:02:05 → 00:02:08วิจัยที่น่าสนใจชิ้นหนึ่งได้ศึกษาการเก็บ
00:02:09 → 00:02:12แตงโมที่อุณหภูมิต่างกันและพบว่าการเก็บ
00:02:12 → 00:02:15แตงโมที่อุณหภูมิห้องหรือประมาณ 21 องศ
00:02:15 → 00:02:18เซียเป็นระยะเวลา 14 วันกลับช่วยเพิ่ม
00:02:18 → 00:02:21ปริมาณสารสำคัญอย่างไลโคปีนซึ่งเป็นสาร
00:02:21 → 00:02:24ต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ในการป้อง
00:02:24 → 00:02:27กันโรคมะเร็งได้มากกว่า 10% เลยทีเดียว
00:02:27 → 00:02:30นอกจากนั้นยังช่วยเพิ่มเบต้าแครโรทีนซึ่ง
00:02:30 → 00:02:32มีประโยชน์ในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้ม
00:02:32 → 00:02:36กันของร่างกายและบำรุงสายตาได้มากกว่า 50%
00:02:36 → 00:02:38ตรงกันข้ามกับการเก็บที่อุณหภูมิ 5 องศ
00:02:38 → 00:02:41เซซียซึ่งเป็นอุณหภูมิต่ำสุดที่ใช้ในการ
00:02:41 → 00:02:44ศึกษากลับพบว่าสารสำคัญเหล่านี้กลับมี
00:02:44 → 00:02:48ปริมาณลดลงครับดังนั้นสำหรับผู้สูงวัย
00:02:48 → 00:02:51อย่างเราที่ต้องการสารต้านอนุมูลอิสระ
00:02:51 → 00:02:53เพื่อปกป้องร่างกายจากความเสื่อมและโรค
00:02:53 → 00:02:56มะเร็งการเก็บแตงโมไว้ที่อุณหภูมิห้องจึง
00:02:56 → 00:02:59เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดครับหากท่านอยาก
00:02:59 → 00:03:02รับประทานแตงโมเย็นๆก็สามารถนำไปแช่ตู้
00:03:02 → 00:03:05เย็นในระยะเวลาสั้นๆเพียง 2-3 ชั่วโมง
00:03:05 → 00:03:08ก่อนรับประทานก็พอแล้วครับรสชาติและเนื้อ
00:03:08 → 00:03:10สัมผัสจะไม่เปลี่ยนแปลงและยังคงได้รับ
00:03:10 → 00:03:11ประโยชน์เต็มที่
00:03:11 → 00:03:15ครับอันดับที่ 3 กล้วยดิบสารอาหารสำคัญ
00:03:15 → 00:03:19ถูกยับยั้งแถมอาจท้องผูกกล้วยเป็นผลไม้
00:03:19 → 00:03:22ที่ทานง่ายมีประโยชน์และเป็นแหล่งพลังงาน
00:03:22 → 00:03:25ที่ดีสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงวัยแต่สำหรับ
00:03:26 → 00:03:28กล้วยดิบนั้นเป็นอาหารที่ไวต่ออาการ
00:03:28 → 00:03:31สะท้านหนาวอย่างมากครับหากเรานำกล้วยดิบ
00:03:31 → 00:03:33ไปเก็บที่อุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศเซซีย
00:03:34 → 00:03:36เปลือกกล้วยจะเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำซึ่งไม่
00:03:36 → 00:03:38ใช่แค่เรื่องของสีสันที่ไม่น่ารับประทาน
00:03:38 → 00:03:40นะครับแต่ความเย็นยังไปยับยั้งกระบวนการ
00:03:40 → 00:03:43สุกของกล้วยด้วยการยับยั้งการผลิตก๊าซ
00:03:43 → 00:03:46เอทิลีนซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สำคัญในการบ่ม
00:03:46 → 00:03:48กล้วยให้สุกอย่างสมบูรณ์การรับประทาน
00:03:48 → 00:03:51กล้วยดิบที่ยังไม่สุกเต็มที่นั้นอาจส่งผล
00:03:51 → 00:03:55ให้เราได้รับสารแทนนิลในปริมาณที่สูงและ
00:03:55 → 00:03:57ยังมีแป้งชนิดที่เอนไซม์ในร่างกายของเรา
00:03:57 → 00:04:00ไม่สามารถย่อยได้ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจนำไป
00:04:00 → 00:04:03สู่อาการท้องผูกได้ครับซึ่งอาการท้องผูก
00:04:03 → 00:04:06เป็นปัญหาที่พบบ่อยในผู้สูงวัยและอาจนำไป
00:04:06 → 00:04:09สู่ปัญหาทางเดินอาหารอื่นๆได้อีกด้วยดัง
00:04:09 → 00:04:12นั้นวิธีที่ดีที่สุดในการเก็บรักษากล้วย
00:04:12 → 00:04:15ดิบคือการเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องและให้
00:04:15 → 00:04:18พ้นจากแสงแดดครับกล้วยดิบจะค่อยๆสุกตาม
00:04:18 → 00:04:21ธรรมชาติใช้เวลาประมาณ 7-10 วันและเมื่อ
00:04:22 → 00:04:24สุกแล้วก็สามารถรับประทานได้เลยครับการ
00:04:24 → 00:04:27ปล่อยให้กล้วยสุกตามธรรมชาติจะช่วยให้เรา
00:04:27 → 00:04:30ได้รับสารอาหารครบถ้วนและหลีกเลี่ยงปัญหา
00:04:30 → 00:04:31ท้องผูก
00:04:31 → 00:04:35ครับอันดับที่ 2 หอมหัวใหญ่และกระเทียม
00:04:35 → 00:04:39ภัยเงียบจากเชื้อราและสารพิษหอมหัวใหญ่
00:04:39 → 00:04:41และกระเทียมเป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหาร
00:04:41 → 00:04:44ไทยเกือบทุกจานแต่เชื่อหรือไม่ว่าการนำ
00:04:44 → 00:04:47หอมหัวใหญ่และกระเทียมไปแช่ตู้เย็นเป็น
00:04:47 → 00:04:49สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่งครับสาเหตุ
00:04:49 → 00:04:51หลักคือความชื้นในตู้เย็นจะทำให้หอมและ
00:04:51 → 00:04:54กระเทียมขึ้นราได้ง่ายมากท่านผู้ฟังครับ
00:04:55 → 00:04:57เชื้อราปลาที่เกิดขึ้นบนหอมหัวใหญ่และ
00:04:57 → 00:04:59กระเทียมนั้นไม่ใช่แค่ทำให้เสียของนะครับ
00:04:59 → 00:05:02แต่เชื้อราบางชนิดสามารถผลิตสารพิษที่
00:05:02 → 00:05:05เป็นอันตรายต่อเซลล์ในร่างกายของเราได้
00:05:05 → 00:05:07และยังส่งผลกระทบต่อตับที่น่ากลัวกว่า
00:05:07 → 00:05:11นั้นคืออาจเป็นสารก่อมะเร็งได้ด้วยครับ
00:05:11 → 00:05:13โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงวัยที่มีภูมิคุ้ม
00:05:14 → 00:05:16กันอาจไม่แข็งแรงเท่าเดิมการได้รับสารพิษ
00:05:16 → 00:05:19เหล่านี้แม้เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลเสีย
00:05:19 → 00:05:23ต่อสุขภาพในระยะยาวได้ครับนอกจากนี้ความ
00:05:23 → 00:05:26เย็นยังทำลายเนื้อสัมผัสของหอมหัวใหญ่ทำ
00:05:26 → 00:05:28ให้เหี่ยวนิ่มไม่กรอบและไม่น่ารับประทาน
00:05:28 → 00:05:32อีกต่อไปวิธีการเก็บรักษาที่ถูกต้องคือ
00:05:32 → 00:05:34การแยกเก็บกระเทียมเป็นกลีบๆและเก็บหอม
00:05:34 → 00:05:37หัวใหญ่แบบทั้งหัวในที่แห้งไม่มีความชื้น
00:05:37 → 00:05:41และอากาศถ่ายเทสะดวกครับด้วยวิธีนี้เรา
00:05:41 → 00:05:43สามารถเก็บหอมหัวใหญ่และกระเทียมไว้ได้
00:05:43 → 00:05:46นานถึง 1-2 เดือนเลยทีเดียวครับปลอดภัย
00:05:46 → 00:05:48กว่าและยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าอีก
00:05:48 → 00:05:52ด้วยครับอันดับที่ 1 อาหารกระป๋องที่เปิด
00:05:52 → 00:05:55แล้วภัยร้ายจากโลหะ
00:05:55 → 00:05:58มาถึงอันดับที่น่าตกใจที่สุดนั่นคืออาหาร
00:05:58 → 00:06:00กระป๋องที่เปิดแล้วครับไม่ว่าจะเป็นอาหาร
00:06:00 → 00:06:03คาวกระป๋องหรือแม้กระทั่งผลไม้กระป๋องก็
00:06:03 → 00:06:06ตามหลายท่านอาจจะเคยชินกับการที่กินไม่
00:06:06 → 00:06:09หมดแล้วเอาทั้งกระป๋องไปแช่ตู้เย็นต่อใช่
00:06:09 → 00:06:12ไหมครับแต่พฤติกรรมนี้แหละครับคือภัย
00:06:12 → 00:06:14เงียบที่ร้ายแรงที่สุดทันทีที่เราเปิด
00:06:15 → 00:06:18กระป๋องความชื้นและออกซิเจนในตู้เย็นจะ
00:06:18 → 00:06:20กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการกัด
00:06:20 → 00:06:23กร่อนและการเกิดสนิมของตัวกระป๋องและ
00:06:23 → 00:06:26เมื่อกระป๋องเกิดสนิมหรือถูกกัดกร่อนโลหะ
00:06:26 → 00:06:29หนักจากกระป๋องก็จะปนเปื้อนลงมาในอาหาร
00:06:29 → 00:06:33ที่เรากำลังจะรับประทานครับท่านผู้ฟัง
00:06:33 → 00:06:35ครับการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนโลหะ
00:06:35 → 00:06:38หนักเหล่านี้ซ้ำๆเป็นเวลานานอาจทำให้เกิด
00:06:38 → 00:06:41พิษต่อเซลล์ในร่างกายของเราส่งผลกระทบต่อ
00:06:41 → 00:06:44การทำงานของตับอย่างร้ายแรงและที่น่ากลัว
00:06:44 → 00:06:47ที่สุดคืออาจเป็นสารก่อมะเร็งตามมาได้
00:06:47 → 00:06:50ครับโดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ใหญ่และผู้สูง
00:06:50 → 00:06:52วัยที่ตับปาทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
00:06:52 → 00:06:55เท่าที่ควรการสะสมของโลหะหนักเหล่านี้
00:06:55 → 00:06:58เป็นอันตรายอย่างยิ่งครับจำไว้ให้ขึ้นใจ
00:06:58 → 00:07:01นะครับว่าอาหารกระป๋องนั้นถูกออกแบบมาให้
00:07:01 → 00:07:03สามารถเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องได้ตามฉลาก
00:07:03 → 00:07:06เลยครับดังนั้นหากเราเปิดอาหารกระป๋อง
00:07:06 → 00:07:09แล้วรับประทานไม่หมดสิ่งที่ต้องทำคือเท
00:07:09 → 00:07:12อาหารใส่ภาชนะอื่นที่เป็นแก้วหรือพลาสติก
00:07:12 → 00:07:14ที่ปิดสนิทแล้วจึงนำไปแช่ในตู้เย็นครับ
00:07:14 → 00:07:18ห้ามนำทั้งกระป๋องไปแช่เด็ดขาดแต่ถ้าเป็น
00:07:18 → 00:07:20ผลไม้กระป๋องที่ท่านอยากรับประทานแบบเย็น
00:07:20 → 00:07:23ๆก็สามารถนำกระป๋องที่ยังไม่เปิดไปแช่ใน
00:07:23 → 00:07:26ตู้เย็นได้ทั้งกระป๋องในระยะเวลาสั้นๆ
00:07:26 → 00:07:29เพียง 2-3 ชั่วโมงเท่านั้นครับเพราะใน
00:07:29 → 00:07:31กรณีนี้ยังไม่มีการสัมผัสกับออกซิเจนและ
00:07:31 → 00:07:34ไม่มีการกัดกร่อนเกิดขึ้นครับท่านผู้ฟัง
00:07:34 → 00:07:37ครับเห็นไหมครับว่าเรื่องใกล้ตัวอย่างการ
00:07:37 → 00:07:40เก็บอาหารในตู้เย็นก็มีความสำคัญอย่าง
00:07:40 → 00:07:43ยิ่งต่อสุขภาพของเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน
00:07:43 → 00:07:46วัยที่เราต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษอย่าง
00:07:46 → 00:07:49ผู้ใหญ่และผู้สูงวัยครับการปรับเปลี่ยน
00:07:49 → 00:07:51พฤติกรรมเล็กๆน้อยๆเหล่านี้จะช่วยให้เรา
00:07:51 → 00:07:54ห่างไกลจากความเสี่ยงต่างๆและมีคุณภาพ
00:07:54 → 00:07:57ชีวิตที่ดีขึ้นอย่างมากครับจำไว้เสมอนะ
00:07:57 → 00:08:00ครับว่าการดูแลสุขภาพของเราเป็นเรื่องของ
00:08:00 → 00:08:03การเรียนรู้และปรับตัวอย่างต่อเนื่องไม่
00:08:03 → 00:08:05มีคำว่าสายเกินไปที่จะเริ่มต้นเปลี่ยน
00:08:05 → 00:08:08แปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่าครับท่านผู้ฟัง
00:08:08 → 00:08:11ท่านใดที่มีคำถามเพิ่มเติมหรือต้องการคำ
00:08:11 → 00:08:14แนะนำด้านสุขภาพในหัวข้ออื่นๆสามารถส่งคำ
00:08:14 → 00:08:17ถามเข้ามาได้นะครับผมยินดีที่จะแบ่งปัน
00:08:17 → 00:08:19ความรู้และประสบการณ์เพื่อประโยชน์ของทุก
00:08:19 → 00:08:23ท่านครับหากคุณชอบพอพcสนี้อย่าลืมกดติด
00:08:24 → 00:08:27ตามและแชร์ให้เพื่อนๆหรือคนในครอบครัวที่
00:08:27 → 00:08:30คุณรักนะครับเพราะการแบ่งปันความรู้เป็น
00:08:30 → 00:08:33สิ่งที่ทำให้ชีวิตเรามีคุณค่ามากขึ้น
00:08:33 → 00:08:37ขอบคุณที่รับฟังแล้วพบกันใหม่ในตอนหน้า
00:08:37 → 00:08:41สวัสดีครับ