00:00:00 → 00:00:03This is Thai PBS podcast view the
00:00:03 → 00:00:06world by the voice.
00:00:06 → 00:00:08โรคสะเก็ดเงินเนี่ยจริงๆแล้วมันนับเป็น
00:00:08 → 00:00:11การอักเสบชนิดนึงของร่างกายกับของผิวหนัก
00:00:11 → 00:00:13สาเหตุเนี่ยจริงๆเนี่ยบอกไม่ได้เลยว่ามี
00:00:13 → 00:00:16สาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไรอาจจะมี
00:00:16 → 00:00:18กรรมพันธ์อะไรบางอย่างที่ติดตัวมาตั้งแต่
00:00:18 → 00:00:21เกิดในครอบครัวสายตรงเป็นโรคสะเก็ดเงินนะ
00:00:21 → 00:00:23คะมีความเสี่ยงที่จะเป็นมากกว่าผู้ป่วย
00:00:23 → 00:00:25หลายคนเนี่ยไม่ได้มีประวัติครอบครัวอะไร
00:00:25 → 00:00:28มาก่อนเป็นคนแรกของครอบครัวเลยก็มีค่ะการ
00:00:28 → 00:00:30ถ่ายทอดทางพันธุกรรมเนี่ยมันไม่ได้ 100%
00:00:30 → 00:00:33ค่ะถ้าจะนับแค่เอาความเครียดอย่างเดียว
00:00:33 → 00:00:34แล้วกระตุ้นให้เกิดโรคจะเก็บเงินหรือ
00:00:35 → 00:00:37เปล่าต้องบอกตามว่าอาจจะไม่ใช่การ
00:00:37 → 00:00:39สูบบุหรี่การดื่มคนเหนื่อยแอลกอฮอล์ที่
00:00:39 → 00:00:41เยอะเกินไปอะไรพวกเนี้ยค่ะก็เป็นอีกหนึ่ง
00:00:41 → 00:00:44สิ่งกระตุ้นเหมือนสวิตช์เปิดให้เกิดโรค
00:00:44 → 00:00:47สะเก็ดเงินขึ้นมาค่ะ
00:00:48 → 00:00:51ฟังทุกเรื่องสุขภาพอัปเดตทุกโรคภัยฟังราย
00:00:51 → 00:00:54การโรงหมอกับดิฉันสุรีพรวงษ์สถิตพรค่ะ
00:00:54 → 00:00:57>> This is Thai PBS Podcast
00:00:57 → 00:01:00>> วันนี้ค่ะคุณผู้ฟังคะเราจะมาคุยกันถึง
00:01:00 → 00:01:02เรื่องของโรคสะเก็ดเงินนะคะก็เกี่ยวข้อง
00:01:02 → 00:01:05กับเรื่องของภูมิคุ้มกันของตัวเราด้วยนะ
00:01:05 → 00:01:07คะอะไรที่ทำให้เราเป็นโรคสะเก็ดเงินได้
00:01:07 → 00:01:09เดี๋วันนี้เรามาคุยกันกับแพทย์หญิง
00:01:10 → 00:01:12กมลรัตน์สุนันทวณิตนายแพทย์ชำนาญการ
00:01:12 → 00:01:15สถาบันโรคผิวหนังกระทรวงสาธารณสุขกันค่ะ
00:01:15 → 00:01:17สวัสดีค่ะคุณหมอคะ
00:01:17 → 00:01:18>> สวัสดีค่ะ
00:01:18 → 00:01:20>> ค่ะวันนี้คุยกันถึงเรื่องของโรคสะเก็ด
00:01:20 → 00:01:24เงินก็คงต้องมาทำความเข้าใจกับโรคสะเก็ด
00:01:24 → 00:01:26เงินกันก่อนนะคะคุณหมอคะว่าโรคสะเก็ดเงิน
00:01:26 → 00:01:31คืออะไรแล้วก็ลักษณะอาการรูปของโรคสะเก็ด
00:01:31 → 00:01:34เงินคือเวลาที่เราจะสังเกตได้เนี่ยมีวิธี
00:01:34 → 00:01:35การสังเกตยังไงคะคุณหมอคะ
00:01:35 → 00:01:37>> ก็ต้องบอกว่าโรคสะเก็ดเงินเนี่ยจริงๆแล้ว
00:01:37 → 00:01:40มันนับเป็นการอักเสบชนิดนึงของร่างกายกับ
00:01:40 → 00:01:42ของผิวหนังอ่ะค่ะมันเป็นการอักเสบเรื้อ
00:01:42 → 00:01:45รังชนิดนึงนะคะสาเหตุเนี่ยจริงๆเนี่ยบอก
00:01:45 → 00:01:47ไม่ได้เลยว่ามีสาเหตุที่แท้จริงเกิดจาก
00:01:47 → 00:01:50อะไรแต่ส่วนใหญ่แล้วเนี่ยคนไข้ที่เป็น
00:01:50 → 00:01:53สะเก็ดเงินน่ะค่ะอาจจะมีกรรมพันธ์อะไรบาง
00:01:53 → 00:01:56อย่างที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดว่าจะเสี่ยง
00:01:56 → 00:01:59ที่จะเป็นกลุ่มโรคนี้อ่ะค่ะแล้วพอ
00:01:59 → 00:02:01กรรมพันธ์ที่เรามีความเสี่ยงเนี่ยไปเจอ
00:02:01 → 00:02:04สิ่งกระตุ้นที่เหมาะสมมันก็จะแสดงอาการ
00:02:04 → 00:02:06โรคขึ้นมาได้เช่นบางคนอาจจะมีสิ่งกระตุ้น
00:02:06 → 00:02:09จากการติดเชื้ออะไรบางอย่างความเครียดการ
00:02:10 → 00:02:12นอนน้อยพักผ่อนน้อยอะไรพวกเนี้ยค่ะก็เลย
00:02:12 → 00:02:13ทำให้โรคเหอะขึ้นมา
00:02:13 → 00:02:16>> คือแสดงว่าหมายความว่าบางคนอาจจะมีโอกาส
00:02:16 → 00:02:19เป็นแต่ก็ไม่ได้บอกว่าจะเป็นกันทุกคนใช่
00:02:19 → 00:02:20มั้ยคะ
00:02:20 → 00:02:23>> ถูกต้องใช่ค่ะก็ในครอบครัวสายตรงเป็นโรค
00:02:23 → 00:02:25สะเก็ดเงินน่ะค่ะก็ต้องบอกว่ามีความ
00:02:25 → 00:02:27เสี่ยงที่จะเป็นมากกว่า
00:02:27 → 00:02:29>> ครอบครัวอื่นๆที่เขาไม่มีประวัติโรค
00:02:29 → 00:02:31สะเก็ดเงินเลยแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ได้
00:02:31 → 00:02:34100% ค่ะผู้ป่วยหลายคนเนี่ยไม่ได้มี
00:02:34 → 00:02:36ประวัติครอบครัวอะไรมาก่อนเป็นคนแรกของ
00:02:36 → 00:02:38ครอบครัวเลยก็มีค่ะเพราะฉะนั้นเนี่ยการ
00:02:39 → 00:02:41ถ่ายทอดทางพันธุกรรมเนี่ยมันไม่ได้ 100%
00:02:41 → 00:02:41ค่ะ
00:02:41 → 00:02:45>> อืแต่ถ้าเกิดว่ามีเคยมีโอกาสเสี่ยง
00:02:45 → 00:02:47เปอร์เซ็นต์ก็จะเยอะกว่าโดยปกติทั่วไป
00:02:48 → 00:02:49>> ใช่ถูกต้องใช่ค่ะ
00:02:49 → 00:02:51>> อแต่ทีนี้มันมันเกี่ยวข้องเกี่ยวกับ
00:02:51 → 00:02:53เรื่องของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายด้วย
00:02:53 → 00:02:54หรอคะคุณหมอคะ
00:02:54 → 00:02:58>> ก็จริงๆก็มีความเกี่ยวค่อนข้างเยอะเลยอ่ะ
00:02:58 → 00:03:00ค่ะแต่ว่าเรื่องระบบภูมิคุ้มกันที่ผิด
00:03:00 → 00:03:03ปกติไปของคนที่เป็นโรคสะเก็ดเงินเนี่ย
00:03:03 → 00:03:05>> อจริงจริงๆคนกลุ่มเนี้ยไม่ได้เป็นกลุ่ม
00:03:05 → 00:03:09โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องอะไรนะคะเอาจริงๆ
00:03:09 → 00:03:11แล้วเนี่ยภูมิคุ้มกันเนี่ยทำงานค่อนข้าง
00:03:11 → 00:03:14เยอะกว่าคนอื่นด้วยซ้ำแต่ว่ามันมีการทำ
00:03:14 → 00:03:16งานที่ผิดเพี้ยนไป
00:03:16 → 00:03:16>> อ
00:03:16 → 00:03:19>> พอมีการกระตุ้นเล็กๆน้อยๆเนี่ยหรืออาจจะ
00:03:19 → 00:03:21ไม่มีการกระตุ้นอะไรเลยเนี่ยเกิดการ
00:03:21 → 00:03:23อักเสบบริเวณที่ผิวหนังทำให้เกิดรอยโรค
00:03:23 → 00:03:26ขึ้นมาหรือจะเรียกง่ายๆว่าเป็นกลุ่มภาวะ
00:03:26 → 00:03:29ภูมิคุ้มกันเพี้ยนก็ได้ค่ะคือมันมีแหละ
00:03:29 → 00:03:31แล้วมันก็อาจจะเยอะด้วยแต่มันทำงานเพี้ยน
00:03:31 → 00:03:34ไปทำให้เกิดการอักเสบของร่างกาย
00:03:34 → 00:03:36ทำให้เกิดการอักเสบของระบบอื่นๆ
00:03:36 → 00:03:39>> ที่ตามมาได้ในกลุ่มคนไข้สะเก็ดเงินน่ะค่ะ
00:03:39 → 00:03:42>> อ๋ออ่ะภูมิคุ้มกันดีเกินทำงานทำหน้าเกิน
00:03:42 → 00:03:43หน้าที่อารมณ์ประมาณนั้น
00:03:44 → 00:03:45>> อะไรประมาณนั้นใช่ค่ะ
00:03:45 → 00:03:47>> คือจริงๆมีภูมิคุ้มกันในร่างกายคือทุกคน
00:03:47 → 00:03:49มีอยู่แล้วแหละภูมิคุ้มกันที่จะกันตัว
00:03:49 → 00:03:52ร้ายมันกลายเป็นว่าไปกันตัวดีที่ดีกับ
00:03:52 → 00:03:54ร่างกายของเราไปด้วยอย่างนั้นถูกมั้คะ
00:03:54 → 00:03:56>> ใช่ค่ะปกติภูมิคุ้มกันเราเนี่ยเรียกว่า
00:03:56 → 00:03:59เป็นเหมือนเป็นอีกด่านนึงของร่างกายเพื่อ
00:03:59 → 00:04:02กำจัดสิ่งแปลกปลอมไม่ว่าจะเป็นพวกสารแปลก
00:04:02 → 00:04:05ปลอมสารเคมีหรือว่าที่สำคัญเลยก็คือเชื้อ
00:04:05 → 00:04:07โรคต่างๆอ่ะค่ะแต่สำหรับคนไข้ที่เป็น
00:04:07 → 00:04:10กลุ่มโรคภูมิเพี้ยนหรือว่าเป็นกลุ่มภูมิ
00:04:10 → 00:04:12ไวเกินน่ะค่ะ
00:04:12 → 00:04:14>> สิ่งกระตุ้นเล็กๆน้อยๆก็กระตุ้นให้ร่าง
00:04:14 → 00:04:18กายเกิดปฏิกิริยาขึ้นมาที่มันเยอะเกินไป
00:04:18 → 00:04:19>> ทำให้เกิดการอักเสบขึ้นมาค่ะ
00:04:19 → 00:04:22>> อค่ะคำนี้น่าสนใจมากเลยค่ะคุณหมอตรงที่
00:04:22 → 00:04:24คุณหมอบอกว่าเป็นภูมิเพี้ยนไม่ใช่เป็น
00:04:24 → 00:04:29ภูมิแพ้แล้วมาเป็นน่ะคะภูมิมันเพี้ยนไปอื
00:04:29 → 00:04:32>> ปัจจัยด้วยความสาเหตุมันโอ้โหพันธุกรรมก็
00:04:32 → 00:04:34อาจจะใช่ไอ้ภูมิเพี้ยนก็อาจจะใช่เมื่อกี้
00:04:34 → 00:04:37มีคุณหมอบอกว่ามีเรื่องของความเครียดใช่
00:04:37 → 00:04:39มั้คะความเครียดอะไรต่างๆเหล่านี้พักผ่อน
00:04:39 → 00:04:42ไม่เพียงพอเฮ้ยทำให้เป็นง่ายขนาดนั้นเลย
00:04:42 → 00:04:43เหรอคะ
00:04:43 → 00:04:45>> ก็คือเหมือนมันต้องมี 2 อย่างที่มันคลิก
00:04:45 → 00:04:46กันนะคะ
00:04:46 → 00:04:47>> อื
00:04:47 → 00:04:50>> ก็คือต้องมีมีปัจจัยพื้นฐานของร่างกาย
00:04:50 → 00:04:53อยู่แล้วที่มันพร้อมจะเกิดการอักเสบพร้อม
00:04:53 → 00:04:56ที่จะเกิดการกระตุ้นได้ง่ายกว่าคนอื่นพอ
00:04:56 → 00:04:58โดนสิ่งกระตุ้นขึ้นมา
00:04:58 → 00:05:01>> มันก็เลยทำให้เกิดตัวโรคขึ้นมาได้อ่ะค่ะอ
00:05:01 → 00:05:04>> เพราะฉะนั้นเนี่ยเอาจริงๆเลยถ้าจะนับแค่
00:05:04 → 00:05:06เอาความเครียดอย่างเดียวแล้วกระตุ้นให้
00:05:06 → 00:05:08เกิดโรคจะเก็บเงินหรือเปล่านี่ต้องบอกตาม
00:05:08 → 00:05:09ตรงว่าอาจจะไม่ใช่
00:05:09 → 00:05:11>> เพราะฉะนั้นเนี่ยประชากรเราทั่วไปอ่ะค่ะ
00:05:11 → 00:05:13มีความเครียดอยู่แล้ว
00:05:13 → 00:05:16>> แต่ว่าความคุ้มกันเขาหรือว่าbackบgrาวของ
00:05:16 → 00:05:18เขาเนี่ยไม่ได้เสี่ยงจะเป็นโรคสะเก็ดเงิน
00:05:18 → 00:05:19>> อื
00:05:19 → 00:05:20>> เพราะฉะนั้นเนี่ยความเครียดอย่างเดียว
00:05:20 → 00:05:22เนี่ยไม่ได้สามารถทำให้เกิดตัวโรคขึ้นมา
00:05:22 → 00:05:23ได้อ่ะค่ะ
00:05:23 → 00:05:26>> โอ้โหแสดงว่าปัจจัยอย่างที่ที่คุณหมอบอก
00:05:26 → 00:05:28ว่ามันโอ้หลายอย่างไม่สามารถระบุได้ชัด
00:05:28 → 00:05:31เจนแน่นอนว่าเกิดจากตัวนี้แน่นอนอ่าถ้า
00:05:31 → 00:05:33สมมุติเกิดจากความเครียดต้องไม่เครียดนะ
00:05:33 → 00:05:35จะได้ไม่เป็นโรคสะเก็ดเงินอันนี้พูดได้
00:05:35 → 00:05:36ไม่เต็มปากด้วยออ
00:05:37 → 00:05:38>> ถูกต้องใช่ค่ะ
00:05:38 → 00:05:39>> โอ้โห
00:05:39 → 00:05:41>> ก็นอกจากเรื่องความเครียดนะคะที่สำคัญเลย
00:05:41 → 00:05:44ก็คือสิ่งที่เราสามารถหลีกเลี่ยงได้แล้ว
00:05:44 → 00:05:46กันค่ะความเครียดเนี่ยหรือว่าการพักผ่อน
00:05:46 → 00:05:48น้อยเนี่ยบางทีเราเลือกไม่ได้เราหลีก
00:05:48 → 00:05:50เลี่ยงไม่ได้เรามีงานต้องทำอะไรเงี้ยค่ะ
00:05:50 → 00:05:52ความเครียดมันอีกก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่
00:05:52 → 00:05:54เราต้องเจอในชีวิตประจำวันอยู่และแต่สิ่ง
00:05:54 → 00:05:57ที่เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ก็คือการสูบ
00:05:57 → 00:05:59บุหรี่การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่
00:05:59 → 00:06:00เยอะเกินไปอะไรพวกเนี้ยค่ะ
00:06:00 → 00:06:03>> อืออันเป็นสิ่งที่เราไม่ได้จำเป็นในชีวิต
00:06:03 → 00:06:05ประจำวันเรามากค่ะเราสามารถหลีกเลี่ยง
00:06:05 → 00:06:08สิ่งเหล่านี้ได้เพราะว่าการสูบบุหรี่การ
00:06:08 → 00:06:10ดื่มคนอื่นแอลกอฮอล์ที่เยอะเกินไปอะไรพวก
00:06:10 → 00:06:13เค่ะก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งกระตุ้นที่ทำให้
00:06:13 → 00:06:16เกิดเหมือนสวิตช์เปิดให้เกิดโรคสะเก็ด
00:06:16 → 00:06:17เงินขึ้นมาค่ะ
00:06:17 → 00:06:19>> ก็ปัจจัยความเสี่ยงต่างๆก็นำไปสู่โรคอื่น
00:06:20 → 00:06:21ๆได้อีกต่างหากด้วยนะไม่ใช่แค่โรคสะเก็ด
00:06:21 → 00:06:23เงินอย่างเดียวก็
00:06:23 → 00:06:25>> เป็นพื้นฐานเบสิคที่เราก็รู้ขึ้นอยู่มาก
00:06:25 → 00:06:28เลยแต่แต่
00:06:28 → 00:06:30>> แต่เราก็ชอบมีความเสี่ยงชีวิตมันต้องมี
00:06:30 → 00:06:32ลุ้นให้มันเสี่ยงไปอะไรประมาณนี้หรือ
00:06:32 → 00:06:34เปล่าอะไรอย่างเงี้ใช่มั้คะ
00:06:34 → 00:06:37>> ใช่คืออันไหนที่มันอันนี้ก็ต้องอะไรที่
00:06:37 → 00:06:40ไม่ได้จำเป็นกับชีวิตเราก็ไม่ได้จำเป็น
00:06:40 → 00:06:42ต้องไปเสี่ยงกับมันเพราะเอาจริงๆเราก็ไม่
00:06:42 → 00:06:43รู้ว่า
00:06:43 → 00:06:46>> เอ่อในร่างกายเราเนี่ยมีความเสี่ยงของ
00:06:46 → 00:06:48ความเป็นโรคสะเก็ดเงินมากน้อยแค่ไหนถูก
00:06:48 → 00:06:49มั้คะ
00:06:49 → 00:06:49>> ค่ะ
00:06:49 → 00:06:51>> ถ้าเราหลีกเลี่ยงสิ่งที่มันจะกระตุ้นภาย
00:06:51 → 00:06:52หลัง
00:06:52 → 00:06:56>> เช่นเราไม่สุกบุหรี่เลยไม่ดื่มเครื่องดู
00:06:56 → 00:06:59แอลกอฮอล์ที่เยอะเกินไปอะไรพวกเนี้ยค่ะ
00:06:59 → 00:07:00>> ถึงเรามีความเสี่ยงเนี่ยเราก็อาจจะไม่
00:07:00 → 00:07:02แสดงอาการของโรคขึ้นมาได้
00:07:02 → 00:07:05>> อืคือฟังดูอาจจะแบบแค่โรคสะเก็ดเงินเป็น
00:07:05 → 00:07:08โรคทางผิวหนังอาจจะดูแบบเหมือนเอ้อก็ไม่
00:07:08 → 00:07:10มีอะไรคงรักษาได้แหละหรืออะไรอย่างเงี้ย
00:07:10 → 00:07:13แต่ว่าเคสที่วันนี้ได้นำเรื่องมาพูดคุย
00:07:13 → 00:07:16กับคุณหมอให้คุณผู้ฟังฟังเนี่ยก็มีเคสเคส
00:07:16 → 00:07:19นึงที่ส่งให้คุณหมอได้ได้เห็นเบื้องต้น
00:07:19 → 00:07:21น่ะค่ะที่เป็นนักวิ่งใช่มั้คะวิ่งโอ
00:07:21 → 00:07:25สุขภาพแข็งแรงมากเลยค่ะวิ่งจนแบบว่าเอ๊ะ
00:07:25 → 00:07:27ร่างกายก็เตือนแล้วแต่
00:07:27 → 00:07:30>> ไม่น่าเชื่อแบบภูมิคุ้มกันตกแล้วกลายเป็น
00:07:30 → 00:07:32โรคสะเก็ดเงินมาได้อันนี้มันมันยังไงคะ
00:07:32 → 00:07:33คุณหมอคะ
00:07:33 → 00:07:35>> ต้องไปสืบอีกทีนึงอ่ะค่ะอาจจะต้อง
00:07:35 → 00:07:38วิเคราะห์อีกทีนึงว่านอกจากปัจจัยเรื่อง
00:07:38 → 00:07:41ที่สงสัยว่าเป็นจากการออกกำลังกายที่เยอะ
00:07:41 → 00:07:44เกินไปเนี่ยก่อนหน้าที่จะแสดงอาการของโรค
00:07:44 → 00:07:45สะเก็ดเงินน่ะค่ะ
00:07:45 → 00:07:47>> นักกีฬาหรือว่านักวิ่งท่านนั้นเนี่ยมี
00:07:47 → 00:07:49สิ่งกระตุ้นอย่างอื่นหรือเปล่าเช่นเป็น
00:07:49 → 00:07:52จังหวะที่ชีวิตพักผ่อนน้อยหรือเปล่ามี
00:07:53 → 00:07:55ความเครียดหรือเปล่าหรือว่ามีการติดเชื้อ
00:07:55 → 00:07:56อะไร
00:07:56 → 00:07:58>> มาก่อนที่จะแสดงอาการของโรคหรือเปล่าเช่น
00:07:58 → 00:08:01อาจจะเป็นไข้หวัดเมื่อก่อนเป็นโรคเอ่อ
00:08:01 → 00:08:03cคovิด-19อะไรอย่างเงี้ยก็เป็นตัว swit
00:08:04 → 00:08:05on อีกตัวนึงได้หมายถึงว่าการติดเชื้อ
00:08:06 → 00:08:08ค่ะมันก็เป็นอีกตัวนึงที่กระตุ้นให้แสดง
00:08:08 → 00:08:11อาการขึ้นมาได้คราวเนี้ยพอพูดถึงเรื่อง
00:08:11 → 00:08:13การออกกำลังกายกับผู้ป่วยสะเก็ดเงินน่ะ
00:08:13 → 00:08:17ค่ะจริงๆเนี่ยจะแนะนำให้ออกได้ซ้ำเพราะ
00:08:17 → 00:08:20ว่ามันทำให้ร่างกายเหมือนแข็งแรงมากขึ้น
00:08:20 → 00:08:22จัดการกับภูมิคุ้มกันที่มันผิดเพี้ยนไป
00:08:22 → 00:08:25ได้ง่ายขึ้นอีกอย่างนึงก็คือผู้ป่วยที่
00:08:25 → 00:08:27เป็นโรคสะเก็ดเงินนะ่ะค่ะหรือว่าหลายๆโรค
00:08:27 → 00:08:30ก็ตามเนี่ยส่วนใหญ่เราจะแนะนำว่าให้ดูแล
00:08:30 → 00:08:32เอ่อน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
00:08:33 → 00:08:35การออกกำลังกายก็เป็นอีกหนึ่งในวิธีที่ทำ
00:08:35 → 00:08:38ให้เราดูแลน้ำหนักตัวได้ถูกมั้คะ
00:08:38 → 00:08:41>> ถ้าเอาตรงๆเลยก็คือผู้ป่วยสะเก็ดเงิน
00:08:41 → 00:08:43เนี่ยจริงๆเราไม่ได้ห้ามการออกกำลังกายก็
00:08:43 → 00:08:46คือออกได้แต่ถามว่าของนักวิ่งรายนั้น
00:08:46 → 00:08:48เนี่ยท่านนั้นเนี่ยมีสิ่งกระตุ้นอย่าง
00:08:48 → 00:08:51อื่นหรือเปล่าหรือว่าเอ๊ะเรา
00:08:51 → 00:08:54>> เอ่อหรือออกกำลังกายเยอะเกินไปแล้วแบบพัก
00:08:54 → 00:08:57ผ่อนไม่เพียงพอหรือมีสิ่งกระตุ้นหรือความ
00:08:57 → 00:08:59เครียดในร่างกายอย่างอื่นอีกหรือเปล่านะ
00:08:59 → 00:08:59คะ
00:08:59 → 00:09:03>> อืก็ต้องมาหาเอ่อย้อนไปซะก่อนที่จะเกิด
00:09:03 → 00:09:06โรคว่ามันมีปัจจัยอะไรที่มากระตุ้นหรือ
00:09:06 → 00:09:10อะไรอย่างี้ได้นึงใช่มั้คะโอ้โหถูกใช่ใช่
00:09:10 → 00:09:13ค่ะก็คือเอาจริงๆแล้วก็คือการออกกำลังกาย
00:09:13 → 00:09:15ไม่ได้ทำให้ตัวโรคสะเก็ดเงินแฟรขึ้นมาก็
00:09:16 → 00:09:18คือไม่ได้ทำให้เกิดการแสดงอาการของโรค
00:09:18 → 00:09:19ขึ้นมาค่ะ
00:09:19 → 00:09:19>> ค่ะ
00:09:19 → 00:09:22>> หมอว่ามันอาจจะต้องดูอีกหลายปัจจัยก่อน
00:09:22 → 00:09:24หน้านั้นนะคะว่าเอ๊ะมีอะไรกระตุ้นอย่าง
00:09:24 → 00:09:25อื่นหรือเปล่าอ่ะค่ะ
00:09:25 → 00:09:28>> อืมันก็คงเป็นไปได้เหมือนกันนะคะคุณหมอขอ
00:09:28 → 00:09:31ตรงที่ว่าบางทีเราอาจจะมีความเครียดโดย
00:09:31 → 00:09:33แบบไม่รู้ตัวเราคิดว่าเราไม่เครียดจริงๆ
00:09:33 → 00:09:36แล้วอาจจะเครียดนอนน้อย
00:09:36 → 00:09:38>> ด้วยอะไรคือปัจจัยมันเยอะเยอะเกินอาจจะ
00:09:38 → 00:09:41ริงบ้างหรือว่าอาจจะแบบเข้าสังคมบ้างนะคะ
00:09:41 → 00:09:43การดื่มอะไรอย่างเงี้ยแต่ดื่มเพื่อเข้า
00:09:43 → 00:09:47สังคมบางคนก็ไม่เหมือนกันอีกอ่ะค่ะคุณหมอ
00:09:47 → 00:09:47>> ก็ใช่ๆ
00:09:47 → 00:09:50>> สังคมหนักเลยอะไรประมาณนี้อื
00:09:50 → 00:09:52>> อาจจะไปอยู่ในเ่อไปออกกำลังกายในที่ที่
00:09:52 → 00:09:56อากาศมันเอ๊ไม่พอดีกับร่างกายอากาศร้อน
00:09:56 → 00:10:01จัดอะไรพวกเนี้ยค่ะก็ทำให้เกิดการกำกะ
00:10:01 → 00:10:04ก็คือไม่อยากให้ไปคิดว่า
00:10:04 → 00:10:07>> ไม่ออกกำลังกายและเดี๋ยวเผื่อฉันมี
00:10:07 → 00:10:09พันธุกรรมอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ไปออกกำลัง
00:10:09 → 00:10:11กายเดี๋ยวกระตุ้นจะเก็บเงินขึ้นมาอะไร
00:10:11 → 00:10:12อย่างเงี้ยค่ะ
00:10:12 → 00:10:14>> ปกติก็มีข้ออ้างในการไม่ออกกำลังกายเยอะ
00:10:14 → 00:10:18อยู่แล้วค่ะคุณหมอทุกวันนี้อันนี้ก็ตัว
00:10:18 → 00:10:20เองแต่วันนี้ตัวเอง
00:10:20 → 00:10:22>> มีอชัการออกกำลังกายเยอะอ่ะค่ะ
00:10:22 → 00:10:24>> บอกว่าแต่ละคนสามารถแบบ
00:10:24 → 00:10:27>> อ่าปรับหรือว่าเลือกวิธีการออกกำลังกาย
00:10:28 → 00:10:29ที่เหมาะสมกับทุกคนได้ค่ะ
00:10:29 → 00:10:32>> อืใช่ค่ะทีนี้คุณหมอคะแล้วโรคสะเก็ดเงิน
00:10:32 → 00:10:35อ่ะจริงๆก็เคยได้ยินมาเนิ่นนานแล้วค่ะ
00:10:35 → 00:10:37ตั้งแต่เด็กๆตั้งแต่หรือใครก็คงจะเคยได้
00:10:37 → 00:10:39ยินแต่ความรู้จักที่อย่างจริงจังเราไม่
00:10:39 → 00:10:42ค่อยได้รู้จักกันสะเก็ดเงินนี้มีกี่ชนิด
00:10:42 → 00:10:45แล้วรูปรอยรอยโรคอาการมันแบบเค้าเรียกว่า
00:10:45 → 00:10:48อะไรดีอ่ะรูปร่างหน้าตามันเป็นยังไงคะเรา
00:10:48 → 00:10:50จะได้แบบว่าสังเกตได้อ่ะคะ
00:10:50 → 00:10:53>> จริงๆสะเก็ดเงินมีหลักๆประมาณ 3-4 ชนิดนะ
00:10:53 → 00:10:56คะที่เราเห็นบ่อยๆเนี่ยจะเป็นสะเก็ดเงิน
00:10:56 → 00:11:00ชนิดผื่นหนาคะหรือว่าซอisvalกาก็จะเป็น
00:11:00 → 00:11:04ลักษณะของผื่นแดงขอบเขตชัดมีขุยอะไรพวก
00:11:04 → 00:11:05เนี้ยค่ะ
00:11:05 → 00:11:07>> แล้วผื่นพวกเนี้ยจะเกิดขึ้นกระจัดกระจาย
00:11:07 → 00:11:10ทั่วร่างกายจุดที่มันชอบเนี่ยจะเป็นจุด
00:11:10 → 00:11:14ที่มีการเสียดสีค่อนข้างเยอะเช่นข้อศอก
00:11:14 → 00:11:16เข่าอะไรพวกเนี้ยค่ะเพราะว่าสะเก็ดเงิน
00:11:16 → 00:11:18เนี่ยมันถูกกระตุ้นจากสิ่งเหล่านี้ได้
00:11:18 → 00:11:20ง่ายค่ะหรือบางคนอาจจะมีอาการที่หนัง
00:11:21 → 00:11:24ศีรษะเป็นๆหายๆมาก่อนก็ได้ค่ะอันเนี้ย
00:11:24 → 00:11:26กลุ่มสะเก็ดเงินชนิดผืนหนาเนี่ยเป็นชนิด
00:11:26 → 00:11:28ที่เราเจอเเยอะสุดอันถัดมาก็จะเป็นกลุ่ม
00:11:28 → 00:11:31สะเก็ดเงินที่เรียกว่าชนิดหยดน้ำมันจะ
00:11:31 → 00:11:34เป็นจุดเล็กๆผื่นไม่ได้หนาไม่ได้ใหญ่มาก
00:11:34 → 00:11:36เป็นชนิดที่สัมพันธ์กับการติดเชื้ออะไร
00:11:37 → 00:11:39บางอย่างมาก่อนเช่นมีการติดเชื้อไข้หวัด
00:11:39 → 00:11:42คออักเสบมาก่อนแล้วก็เกิดผืนขึ้นมาค่ะอัน
00:11:43 → 00:11:46ถัดมาก็คือเป็นสะเก็ดเงินชนิดตุ่มหนอง
00:11:46 → 00:11:49อันเนี้ยจะมีอาการค่อนข้างรุนแรงนิดนึง
00:11:49 → 00:11:52อ่ะค่ะตุ่มหนองก็คือที่ผื่นผิวหนังเนี่ย
00:11:52 → 00:11:54นอกจากผื่นแดงแล้วเนี่ยก็จะมีตุ่มหนอง
00:11:54 → 00:11:55เล็กๆ
00:11:55 → 00:11:58>> ทดทั่วๆผื่นหรือว่าตามขอบผื่นก็ได้คราว
00:11:58 → 00:12:00เนี้ยคนที่เป็นสะเก็ดเงินชนิดตุ่มหนอง
00:12:00 → 00:12:03เนี่ยถ้ามีรอยโรคเยอะๆทั่วร่างกายบางคน
00:12:03 → 00:12:06อาจจะมีเรื่องไข้อ่อนเพียปวดข้ออะไรพวก
00:12:06 → 00:12:07นี้ได้ง่ายค่ะ
00:12:07 → 00:12:08>> อื
00:12:08 → 00:12:10>> กับอีกชนิดนึงชนิดสุดท้ายเจอไม่ได้บ่อย
00:12:10 → 00:12:12มากแต่ว่าก็เป็นกลุ่มที่อาการรุนแรงกว่า
00:12:12 → 00:12:15ชนิดอื่นๆก็คือเป็นสะเก็ดเงินชนิดผืนแดง
00:12:15 → 00:12:16ทั่วตัวเลย
00:12:16 → 00:12:17>> อ๋อ
00:12:17 → 00:12:20>> ก็คือในทั่วตัวเนี่ยแทบจะไม่มีผิวปกติเลย
00:12:20 → 00:12:21ค่ะ
00:12:21 → 00:12:25>> อ๋อครั้งคือเป็นขึ้นมาก็ผื่นขึ้นทั้งตัว
00:12:25 → 00:12:27เลยอย่างเงี้ยหรอคะหน้าเนือะไรไปด้วยหรอ
00:12:27 → 00:12:28คะ
00:12:28 → 00:12:30>> ใช่ค่ะเจอเจอทั่วร่างกายได้เลยโดยพี่ผู้
00:12:30 → 00:12:32เปิดกลุ่มเนี้ยอาจจะมีผื่นอย่างอื่นมา
00:12:32 → 00:12:34ก่อนเช่นผื่นสะเก็ดเงินแบบผื่นหนามาก่อน
00:12:34 → 00:12:37ก็ได้หรือเป็นผื่นสะเก็ดเงินชนิดตุ่มหนอง
00:12:37 → 00:12:40มาก่อนก็ได้ค่ะหรือในบางรายที่ไม่เคยมี
00:12:40 → 00:12:43ผืนเลยก็ยังเจอว่าการแสดงอาการของโรค
00:12:43 → 00:12:45เนี่ยเกิดทั่วตัวตั้งแต่ครั้งแรกเลยก็มี
00:12:45 → 00:12:46เหมือนกันค่ะ
00:12:46 → 00:12:50>> อือคือแล้วแต่ว่าภูมิคุ้มกันเอ่อเค้า
00:12:50 → 00:12:53เรียกภูมิเพี้ยนไปมากน้อยแค่ไหนหรือไปเจอ
00:12:53 → 00:12:56มันเป็นเชื้อสิ่งกระตุ้น
00:12:56 → 00:12:57>> สิ่งกระตุ้น
00:12:57 → 00:12:57>> อื
00:12:57 → 00:13:00>> ใช่ค่ะคือความสะเก็ดเงินเนี่ยมันมีความ
00:13:00 → 00:13:03รุนแรงที่หลากหลายแล้วก็ค่อนข้างไดนามิก็
00:13:03 → 00:13:06คือมันเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้ตลอดเวลาค่ะ
00:13:06 → 00:13:09>> โอ้โหแล้วมันคันมันอะไรยังไงมั้ยคะหรือ
00:13:09 → 00:13:10ว่าแบบก็
00:13:10 → 00:13:12>> คันได้สะเก็ดเงินเนี่ยคันได้แต่ว่าเป็น
00:13:12 → 00:13:15อีกหนึ่งโรคที่ผื่นดูค่อนข้างเยอะแต่ว่า
00:13:15 → 00:13:18อาการคันอาจจะน้อยกว่าปริมาณผืนที่เห็น
00:13:18 → 00:13:20แต่ก็คือคันได้ค่ะคันได้
00:13:20 → 00:13:24>> อืลักษณะอาการผื่นที่คล้ายๆกับโรคอื่นๆ
00:13:24 → 00:13:27มั้คะที่มันให้เราได้แยกออกบางทีแบบเป็น
00:13:27 → 00:13:29ผื่นขึ้นมาเอ๊ะก็ไม่รู้อะไรเหมือนกัน
00:13:29 → 00:13:33>> ก็คือผื่นมันจะใหญ่ค่อนข้างใหญ่อ่ะค่ะอาจ
00:13:33 → 00:13:36จะไซส์สซักประมาณเกือบๆเท่าฝ่ามือก็ได้
00:13:36 → 00:13:37ค่ะ
00:13:37 → 00:13:41>> ขอบเขตของพืชเนี่ยก็คือจะชัดค่อนข้างชัด
00:13:41 → 00:13:45เลยแล้วก็มีเค้าเรียกว่าเป็นขุย
00:13:45 → 00:13:45>> อื
00:13:45 → 00:13:49>> ที่มาของคำว่าสะเก็ดเงินน่ะค่ะก็คือเค้า
00:13:49 → 00:13:51ช่วงแรกๆเนี่ยคิดว่าขุยเนี่ยมันน่าจะ
00:13:51 → 00:13:55คล้ายๆตัวสีเงินๆสีขาวๆเทาเทาอะไรพวก
00:13:55 → 00:13:56เนี้ยค่ะ
00:13:56 → 00:13:57>> ขุยจะค่อนข้างชัดเจน
00:13:58 → 00:13:59>> แล้วก็
00:13:59 → 00:14:02>> หลายคนเนี่ยจะมีผืนที่หนังศีรษะเป็นหายๆ
00:14:02 → 00:14:05มาก่อนคราวนี้มันก็จะไปใกล้เคียงกับโรค
00:14:05 → 00:14:08รังแคอักเสบหรือว่าโรคเซฟเดิมหรือว่าเซฟิ
00:14:09 → 00:14:10เดมติอ่ะค่ะ
00:14:10 → 00:14:13>> ซึ่งผื่นเนี่ยจะเป็นหายๆซึ่งจริงๆสะเก็ด
00:14:13 → 00:14:15เงินที่หนังศีรษะกับโรคเซฟเดิมเนี่ยมันก็
00:14:15 → 00:14:19มีความนิสัยคล้ายๆกันอีกที่ชอบมีสิ่ง
00:14:19 → 00:14:22กระตุ้นที่ใกล้เคียงกันเช่นความเครียดนอน
00:14:22 → 00:14:24น้อยดื่มเหล้าสุบบุหรี่พวกเนี้ยค่ะอ
00:14:24 → 00:14:26>> อือทั้ง 2 โรมันเป็นญาตค่อนข้างใกล้ชิด
00:14:27 → 00:14:29กันก็คือเป็นโรคการอักเสบเรื้อรังเป็นหาย
00:14:29 → 00:14:30ๆ
00:14:30 → 00:14:32>> แล้วก็มีสิ่งกระตุ้นที่ค่อนข้างคล้ายกัน
00:14:32 → 00:14:35น่ะค่ะแต่ว่าโรครังแคอักเสบหรือว่าโรคเซฟ
00:14:35 → 00:14:38เดิมเนี่ยผื่นมันมักจะอยู่ในบริเวณที่ใน
00:14:39 → 00:14:41ไรผมเท่านั้นมันจะไม่ค่อยลุกลามออกมา
00:14:41 → 00:14:45บริเวณอื่นเช่นที่หลังหูที่หน้าผากอะไร
00:14:45 → 00:14:48พวกเนี้ยค่ะหรือว่าตามข้อศอกตามเข่าเนี่ย
00:14:48 → 00:14:51ถ้ามีเกินขอบเขตที่หมอว่าเนี่ยลุกลึกล่าง
00:14:51 → 00:14:53ออกมาเนี่ยอันนี้ก็ต้องสงสัยว่าเอ๊ะอาจจะ
00:14:53 → 00:14:55เป็นโรคโรคสะเก็ดเงินมากกว่าโรคเซตเดิม
00:14:56 → 00:14:58นอกจากเรื่องอื่นน่ะค่ะสะเก็ดเงินเนี่ย
00:14:58 → 00:15:01มันอาจจะมีความผิดปกติของเล็บร่วมด้วย
00:15:01 → 00:15:05เช่นบางคนมีเล็บร่อนมีเล็บหนามีเล็บเป็น
00:15:05 → 00:15:08ขุยอะไรพวกเนี้ยค่ะถ้าเราเจอผื่นหรือผื่น
00:15:08 → 00:15:11อะไรก็ตามแต่แหละที่แบบเราไม่มั่นใจว่า
00:15:11 → 00:15:14เป็นโรคอะไรร่วมกับมีความผิดปกติของเล็บ
00:15:14 → 00:15:17เล็บดูหนาตัวขึ้นเล็บมีเปลี่ยนเป็นสีขาว
00:15:17 → 00:15:19มีเล็บเป็นหลุมอะไรพวกเนี้ยค่ะอันนี้ก็
00:15:19 → 00:15:22อาจจะต้องเอ๊ะนิดนึงว่าเอ๊ะเลือดเรื่อง
00:15:22 → 00:15:24ผื่นกับเรื่องเล็บมันจะเป็นเรื่องเดียว
00:15:24 → 00:15:26กันซึ่งก็คือโรคสะเก็ดเงินนั่นเองค่ะ
00:15:26 → 00:15:28>> อ๋อคือจริงๆดูแล้วไม่น่าเชื่อมโยงกันได้
00:15:28 → 00:15:32ผิวกับเล็บดูเหมือนจะคนละส่วนแต่จริงๆถ้า
00:15:33 → 00:15:35เป็นตรงผืนแล้วมีเรื่องเล็บด้วยเอาล่ะ
00:15:35 → 00:15:36สะเก็ดเงินแน่ๆอ
00:15:36 → 00:15:39>> ค่อนข้างมั่นใจว่าจะเป็นสะเก็ดเงินใช่ค่ะ
00:15:39 → 00:15:42เพราะโรคผิวหนังอื่นๆที่ทำให้เกิดผื่นแดง
00:15:42 → 00:15:43ๆคุยๆคล้ายๆกันเนี่ย
00:15:43 → 00:15:45>> จะไม่มีปัญหาเรื่องเล็บ
00:15:45 → 00:15:47>> อันนี้คือจุดสังเกตที่พิเศษแล้วผื่นมัน
00:15:48 → 00:15:51ค่อนข้างจะใหญ่โหเท่าฝ่ามือแขนก็จะไม่พอ
00:15:51 → 00:15:53แล้วใช่
00:15:53 → 00:15:55>> คือหมายถึงว่ามันไม่ได้จำเป็นว่าจะต้อง
00:15:55 → 00:15:57ใหญ่เท่าฝากมือทุกผืนนะคะแต่ว่าผืนสเก็ต
00:15:57 → 00:16:00เนี่ยมันจะค่อนข้างใหญ่อ๋อแล้วมันก็จะมี
00:16:00 → 00:16:03อีกฟีเจอร์นึงของผื่นก็คือตรงผืนสะเก็ด
00:16:03 → 00:16:06เงินน่ะค่ะถ้าเราไปแงะตรงขุยมันออกมันอาจ
00:16:06 → 00:16:09จะทำให้เกิดเห็นเป็นจุดเลือดออกซิบๆได้
00:16:09 → 00:16:09>> โอ
00:16:09 → 00:16:12>> หลังจากแกะออกอ่ะค่ะคือไม่แนะนำให้แกะนะ
00:16:12 → 00:16:15คะไม่ได้แนะนำให้ลองแกะดูแต่ว่าแบบอาจจะ
00:16:15 → 00:16:18เป็นอีกหนึจุดสังเกตที่แบบเอ้ยบางทีเรามี
00:16:19 → 00:16:20ผืนแล้วเราไปเผลอเสียดสี
00:16:20 → 00:16:21>> อือื
00:16:21 → 00:16:23>> ไปเท้ากับที่โต๊ะอะไรอย่างเงี้ยค่ะแล้ว
00:16:23 → 00:16:25แบบเอ๊ะมันมีเลือดออกอะไรอย่างเงี้ยค่ะ
00:16:25 → 00:16:29>> ค่ะอ๋อก็อาจจะสังเกตจากอ่าฮะ
00:16:29 → 00:16:31>> ใช่ผืนหลายอย่างเนี่ยหมอไม่แนะนำให้แกะ
00:16:31 → 00:16:34อยู่แล้วแล้วก็จริงๆผื่นอีกหลายๆอย่าง
00:16:34 → 00:16:37เนี่ยถึงไปโดนเสียดสีไปเพ้อก้าวเล็บขวด
00:16:37 → 00:16:39เนี่ยมันก็มีเลือดออกได้อยู่แล้วก็เลยบอก
00:16:39 → 00:16:41ว่ามันเป็นอีกหนึ่งจุดสังเกตเท่านั้นเอง
00:16:41 → 00:16:41ค่ะ
00:16:41 → 00:16:44>> โอคุณหมอไปห้ามไม่ให้แกะเกาหรืออะไรอย่าง
00:16:44 → 00:16:46งี้มันยากนะคะมันเห็นแล้วมันก็อยากจะแบบ
00:16:46 → 00:16:50แงะออกแกะออกเหมือนกันนะคะทีนี้ถ้าแบบ
00:16:50 → 00:16:52เอ้ยอย่างมีอย่างที่คุณหมอบอกมาเลยอย่าง
00:16:52 → 00:16:56เงี้ยค่ะเราควรจะไปหาหมอผิวหนังก่อนเลย
00:16:56 → 00:16:59มั้คะหรือว่าแบบเออไม่เป็นไรเดี๋ยวมันก็
00:16:59 → 00:17:03หายเองหรือไปหาซื้อยามาทาร้านขายยาอะไร
00:17:03 → 00:17:05อย่างเงี้ยค่ะจริงๆมันอันตรายแค่ไหน
00:17:05 → 00:17:08>> เข้ามาปรึกษาแพทย์ใช่ค่ะคนเข้ามาปรึกษา
00:17:08 → 00:17:10แพทย์ก่อน 1 ก็คือดูการวินิจฉัยให้ถูก
00:17:10 → 00:17:11ก่อน
00:17:11 → 00:17:12>> ว่าสรุปว่าเป็น
00:17:12 → 00:17:14>> เป็นโรคสะเก็ดเงินจริงมั้ยหรือว่าเป็นโรค
00:17:14 → 00:17:16ผิวน้ำอักเสบอื่นๆนะคะ
00:17:16 → 00:17:17>> ค่ะ
00:17:17 → 00:17:20>> ถ้าได้รับการวินิจฉัยแล้วว่าเป็นโรคสเก็ต
00:17:20 → 00:17:20เงินเนี่ย
00:17:20 → 00:17:21>> อื
00:17:21 → 00:17:24>> การรักษามันก็จะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของ
00:17:24 → 00:17:27โรคอ่ะค่ะคราวเนี้ยในประเด็นเนื่องนอกจาก
00:17:27 → 00:17:30นอกเหนือจากการรักษาของแพทย์อ่ะค่ะก็มี
00:17:30 → 00:17:33สิ่งที่ผู้ป่วยจะต้องดูแลตัวเองร่วมด้วย
00:17:33 → 00:17:36เหมือนเป็นงานกลุ่มอ่ะค่ะเราต้องช่วยกัน
00:17:36 → 00:17:39>> หมอเนี่ยก็จะมีหน้าที่ในการ
00:17:39 → 00:17:41>> วินิจฉัยในการประเมินความรุนแรงของโลก
00:17:41 → 00:17:44แล้วก็เลือกการรักษาที่เหมาะสมของแต่ละ
00:17:44 → 00:17:46ระดับความรุนแรงของโรคอ่ะค่ะ
00:17:46 → 00:17:50>> ส่วนผู้ป่วยเนี่ยก็จะต้องช่วยเหลือหมอใน
00:17:50 → 00:17:52ประเด็นที่หมอช่วยเหลือไม่ได้ซึ่งก็คือ
00:17:52 → 00:17:54การดูแลตัวเองการจัดการกับความเครียดให้
00:17:54 → 00:17:58เหมาะสมการดูแลสุขภาพร่างกายโดยเฉพาะน้ำ
00:17:58 → 00:18:01หนักเนี่ยให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมนะคะ
00:18:01 → 00:18:03แล้วก็อีกประเด็นนึงก็คือสะเก็ดเงินเนี่ย
00:18:03 → 00:18:06นอกจากการอักเสบของที่บริเวณผิวหนังแล้ว
00:18:06 → 00:18:08ก็เล็บเนี่ยสะเก็ดเงินเนี่ยอาจจะมีการ
00:18:08 → 00:18:12อักเสบของระบบอื่นในร่างกายได้โดยเฉพาะ
00:18:12 → 00:18:14เรื่องข้ออักเสบสะเก็ดเงินค่ะแล้วก็
00:18:15 → 00:18:15>> อ
00:18:15 → 00:18:19>> ถ้าเราเจอว่ามีผู้ป่วยเป็นโรคสะเก็ดเงิน
00:18:19 → 00:18:21เนี่ยเราก็จะแนะนำให้ตรวจโรคกลุ่มอาการ
00:18:21 → 00:18:25โรคอ้วนอื่นๆเช่นเรื่องน้ำตาลเรื่อง
00:18:25 → 00:18:28คอเลสเตอรอลอะไรพวกเนี้ยค่ะเราเจอว่ามัน
00:18:28 → 00:18:31สัมพันธ์กับโรคสะเก็ดเงินได้ถึงตรวจครั้ง
00:18:31 → 00:18:33แรกไม่เจอก็จะต้องมีการตรวจเป็นระยะใน
00:18:33 → 00:18:37อนาคตถ้าเจอก็รักษาควบคู่กันไปแค่นั้นเอง
00:18:37 → 00:18:37ค่ะ
00:18:37 → 00:18:39>> อ๋อค่ะแล้วการรักษาของแต่ละคนดูความ
00:18:39 → 00:18:42รุนแรงของโรคเนี่ยค่ะอ่าที่ขั้นรุนแรงสุด
00:18:42 → 00:18:44นี้มันมันจะเป็นยังไงหรอคะ
00:18:44 → 00:18:47>> ถ้าง่ายสุดเลยความรุนแรงมากสุดก็คือมีผืน
00:18:47 → 00:18:51ที่เยอะอาจจะประมาณประมาณ 10-15% ของ
00:18:51 → 00:18:53ปริมาณพื้นผิวในร่างกายอ่ะค่ะเราเทียบ
00:18:53 → 00:18:56ประมาณ 1% ก็คือ 1 ฝ่ามือรวมถึงนิ้ว 1
00:18:56 → 00:18:58ฝ่ามือของคนไข้เนี่ยนับเป็น 1% ของร่าง
00:18:58 → 00:19:01กายของพื้นผิวในร่างกายอ่ะค่ะ
00:19:01 → 00:19:04>> ถ้าผืนเราเยอะกว่า 10-15% ขึ้นไปเนี่ยถือ
00:19:04 → 00:19:06ว่าปริมาณค่อนข้างเยอะและ
00:19:06 → 00:19:07>> อ๋อ
00:19:07 → 00:19:09>> แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถึงผื่นเราไม่ได้เยอะ
00:19:09 → 00:19:13มากแต่เรามีอาการอื่นๆเช่นมีอาการทั้งข้อ
00:19:13 → 00:19:17อะไรพวกเนี้ยค่ะหรือมีปัญหาที่เล็บเป็น
00:19:17 → 00:19:19ตุ่มหนองใต้ใต้เล็บอย่างเงี้ยค่ะ
00:19:19 → 00:19:19>> ค่ะ
00:19:19 → 00:19:21>> การรักษาเนี่ยมันก็จะต้อง steep up ขึ้น
00:19:21 → 00:19:22มา
00:19:22 → 00:19:24>> มันจะไม่เหมือน
00:19:24 → 00:19:27>> การทายาของผืนสะเก็ดเงินทั่วไปอ่ะค่ะ
00:19:27 → 00:19:28เพราะฉะนั้นเนี่ย
00:19:28 → 00:19:31>> ครั้งแรกเนี่ยหมอเลยอยากให้เจอคุณหมอ
00:19:31 → 00:19:34เพื่อดูเรื่องกายวินิจฉัยแล้วก็ประเมิน
00:19:34 → 00:19:36ความรุนแรงของโรคก่อนค่ะอือ
00:19:36 → 00:19:38>> ฮึเพราะว่ามันไอ้ตัวผื่นนี้มันเป็นกายภาพ
00:19:39 → 00:19:41ที่ดูเบื้องต้นได้ว่ามันจะเกิดความรุนแรง
00:19:42 → 00:19:44ของโรคได้หรือเปล่าด้วยอ่ะนะคะคุณหมอ
00:19:44 → 00:19:47>> 1 เป็นหนึ่งในหัวข้อของการที่เราต้อง
00:19:47 → 00:19:49ประเมินดีกว่าค่ะอ
00:19:49 → 00:19:51>> หลายคนที่เป็นสะเก็ดเงินรุนแรงเนี่ยผื่น
00:19:51 → 00:19:53จริงๆอาจจะไม่ได้เยอะก็ได้ค่ะ
00:19:53 → 00:19:56>> อืก็อันนี้กลายเป็นว่าแล้วแต่บุคคลเข้าไป
00:19:56 → 00:19:57อีกว่า
00:19:57 → 00:19:59>> ถูกต้องใช่มันเหมือนมีหลายหลายมุมที่เรา
00:19:59 → 00:20:01ต้องดู
00:20:01 → 00:20:03>> ในในผู้ป่วยที่เป็นสเกตนะคะ
00:20:03 → 00:20:05>> อืต้องวินิจฉัยกันอย่างอย่าแบบเอาให้ถูก
00:20:05 → 00:20:08ชนิดเลยคือถ้าเป็นก็จะได้แบบรักษาได้
00:20:08 → 00:20:10อย่างถูกต้องการรักษายุ่งยากมั้ยคะรักษา
00:20:10 → 00:20:12แล้วหายมยคะ
00:20:12 → 00:20:16>> การรักษาเนี่ยมีตั้งแต่การใช้ยาทาการใช้
00:20:16 → 00:20:19ยารับประทานการยาฉีดแล้วก็การฉายแสง
00:20:19 → 00:20:22อาทิตย์เทียมอ่ะค่ะมีมีหลายอชัมากเลยหลัง
00:20:22 → 00:20:24ๆเนี่ยต้องบอกว่ายุคหลังเนี้ยจะเรียกว่า
00:20:24 → 00:20:27เป็นยุคทองของการรักษาสะเก็ดเงินก็ได้มี
00:20:27 → 00:20:30แบบการพัฒนายาหลายๆอย่างมาเพื่อใช้ในผู้
00:20:30 → 00:20:32ป่วยกลุ่มนี้ค่อนข้างเยอะประสิทธิภาพก็ก็
00:20:32 → 00:20:35ขึ้นอยู่กับ 1 ก็คือตัวโรคของผู้ป่วยชนิด
00:20:35 → 00:20:39ของโรคของผู้ป่วยแล้วก็ยาที่ใช้มีตั้งแต่
00:20:39 → 00:20:43ปานกลางดีถึงดีมากเลยคราวเนี้ยการรักษา
00:20:43 → 00:20:45โรคสะเก็ดเงินน่ะค่ะส่วนใหญ่เนี่ยเราจะ
00:20:45 → 00:20:47ไม่ใช้คำว่าหายขาด
00:20:47 → 00:20:48>> อื
00:20:48 → 00:20:51>> เรารักษาให้ผู้ป่วยอาการสงบได้มากกว่าค่ะ
00:20:51 → 00:20:55อาการสงบก็คือไม่มีผืนไม่มีอาการทางข้อ
00:20:55 → 00:20:58หรือไม่มีอาการทางผิวหนังอย่างอื่นน่ะค่ะ
00:20:58 → 00:20:59อันเนี้เราเรียกว่าโรคสงบ
00:20:59 → 00:20:59>> อื
00:21:00 → 00:21:03>> แต่ว่าถามว่ามันจะหายขาดไปตลอดชีวิตหรือ
00:21:03 → 00:21:04เปล่าเนี่ยอันนี้ก็ต้องเรียนตามตรงว่าตอน
00:21:04 → 00:21:07นี้ยังไม่มีการรักษาวิธีไหนที่ทำให้ตัว
00:21:07 → 00:21:09โรคหายขาดทางชีวิตนะ่ะค่ะ
00:21:09 → 00:21:09>> อ๋อ
00:21:09 → 00:21:12>> ก็คือต้องมีการติดตามต้องมีการดูแลตัวเอง
00:21:12 → 00:21:15อย่างต่อเนื่องผู้ป่วยหลายคนแต่ก่อนจะได้
00:21:15 → 00:21:18ยินว่าสะเก็ดเงินรักษาไม่หายหรอกก็คือจะ
00:21:18 → 00:21:21ปล่อยตัวเองไปอันเนี้จริงๆไม่แนะนำเลยเรา
00:21:21 → 00:21:24รักษาไม่หายก็จริงแต่เราควบคุมอาการการ
00:21:24 → 00:21:27อักเสบของผิวหนังการอักเสบของร่างกายแล้ว
00:21:27 → 00:21:29ก็การอักเสบของข้อที่หมอกล่าวไปอ่ะค่ะให้
00:21:29 → 00:21:32อยู่ในอาการสงบได้ถ้าเรารักษาตั้งแต่การ
00:21:32 → 00:21:34อักเสบมันไม่ได้เยอะเนี่ย
00:21:34 → 00:21:36>> outcome การรักษาเนี่ยมันก็จะดีกว่า
00:21:36 → 00:21:39เพราะว่าถ้าสมมุติบางคนปล่อยปะละเลยไป
00:21:39 → 00:21:41เช่นมีอาการสะเก็ดเงินลงข้อแล้วไม่ได้ดู
00:21:41 → 00:21:44แลอย่างถูกต้องอ่ะค่ะข้อมันก็จะเกิดการ
00:21:44 → 00:21:46ผิดรูปขึ้นอ
00:21:46 → 00:21:49>> แล้วก็ใช่แล้วมันก็จะมีผลเสียต่อการใช้
00:21:49 → 00:21:51ข้ออะไรต่างๆค่อนข้างเยอะค่ะ
00:21:51 → 00:21:54>> โอ้โหแล้วก็ข้อก็สำคัญกับร่างกายเราด้วย
00:21:54 → 00:21:54นะคะ
00:21:54 → 00:21:57>> คือคนที่จะมีปัญหาเรื่องข้อหรืออาการรุน
00:21:57 → 00:22:00แรงของสะเก็ดเงินน่ะค่ะจริงๆ
00:22:00 → 00:22:02>> เปอร์เซ็นต์ไม่ได้เยอะนะค่ะ
00:22:02 → 00:22:02>> ค่ะ
00:22:02 → 00:22:04>> ไม่ได้เยอะมากหลายคนเนี่ยเป็นแค่เรื่อง
00:22:04 → 00:22:07ผื่นผิวหนังแล้วก็ปริมาณผื่นไม่ได้เยอะ
00:22:07 → 00:22:08มาก
00:22:08 → 00:22:11>> ก็ไม่อยากให้กลัวอะไรขนาดนั้นใช่ค่ะก็คือ
00:22:11 → 00:22:13ต้องมาให้หมอดูเป็นระยะ
00:22:13 → 00:22:14>> ใช่ถูกต้องค่ะ
00:22:14 → 00:22:17>> คือแล้วเวลาที่รักษาแบบผิวเราก็จะปกติไม่
00:22:17 → 00:22:21ได้มีรอยแดงเป็นป้านเบือบหรืออะไรอย่างี้
00:22:21 → 00:22:24ให้เห็นเป็นร่องรอยอะไรเลยใช่มั้ยคะ
00:22:24 → 00:22:26>> ใช่ผู้ป่วยหลายลายที่ผื่นเยอะๆทั่วตัวเลย
00:22:26 → 00:22:29เนี่ยพอรักษาโรคสงบเนี่ยผิวมาเป็นปกติได้
00:22:29 → 00:22:31เลยค่ะ
00:22:31 → 00:22:33>> แต่ว่าของบางท่านเนี่ยอาจจะเห็นรอยความ
00:22:33 → 00:22:35ผิดปกติของเม็ดสีเช่นเห็นเป็น
00:22:35 → 00:22:38>> รอยดำหรือรอยขาวเล็กๆน้อยๆได้ซึ่งพวก
00:22:38 → 00:22:40เนี้ยมันไม่ได้มีการอักเสบและมันเป็นการ
00:22:40 → 00:22:42ทำงานผิดปกติของเม็ดสีตามหลังการอักเสบ
00:22:42 → 00:22:45เฉยๆซึ่งซึรอยพวกเนี้ยค่ะไม่ไม่เราไม่
00:22:46 → 00:22:48ต้องทำอะไรกับมันใช้เวลาสักพักใหญ่ๆผิว
00:22:48 → 00:22:51หนังมันจะกลับมาทำงานได้ปกติเอง
00:22:51 → 00:22:54>> เออคุณหมอคะแล้วมันติดต่อได้มั้ยคะแบบเรา
00:22:54 → 00:22:56ไปสัมผัสโดนเงี้ยสำคัญเลยที่สำคัญเลยอัน
00:22:57 → 00:22:59นี้ต้องบอกเอาเป็นว่าบอกคนใกล้ชิดผู้ป่วย
00:22:59 → 00:23:02สะเก็ดเงินดีกว่าว่าโรคสะเก็ดเงินเนี่ย
00:23:02 → 00:23:04ไม่ใช่โรคติดต่ออ่ะค่ะ
00:23:04 → 00:23:04>> ออ
00:23:04 → 00:23:07>> คือผู้ป่วยเนี่ยไม่สามารถเอาไปติดใครได้
00:23:07 → 00:23:09แล้วก็ผู้ป่วยเป็นโรคเนี้ยก็ไม่ได้ไปติด
00:23:09 → 00:23:11จากใครมาเหมือนกันค่ะเหมือนเป็นโรคผิว
00:23:11 → 00:23:15หนังชนิดนึงแค่นั้นเองมันอาจจะดูแปลกมัน
00:23:15 → 00:23:17อาจจะดูไม่สวยงามแต่ว่าจริงๆแล้วไม่ไม่
00:23:18 → 00:23:20ได้ติดต่อไม่ได้น่ากลัวอะไรแล้วก็ไม่ใช่
00:23:20 → 00:23:24โรคที่น่ารังเกียจนะคะเหมาะว่าอันเนี้เรา
00:23:24 → 00:23:26สามารถอยู่กับตัวโรคนี้ได้ดีขึ้นเลย
00:23:26 → 00:23:29สำหรับปัจจุบันมีการรักษาอะไรต่างๆมากมาย
00:23:29 → 00:23:32ค่ะถ้าสงสัยว่าตัวเองหรือว่าคนใกล้ชิดจะ
00:23:32 → 00:23:34เป็นโรคสะเก็ดเงินเนี่ยแนะนำว่าอย่างน้อย
00:23:35 → 00:23:38เนี่ยเข้ามาให้หมอดูว่าจำเป็นต้องมีการ
00:23:38 → 00:23:41รักษาแบบไหนเป็นพิเศษหรือเปล่านะคะกับอีก
00:23:41 → 00:23:43อย่างนึงเนี่ยสะเก็ดเงินเนี่ยมันเป็นโรค
00:23:43 → 00:23:46ที่เป็นงานกลุ่มหมอก็จะช่วยคนไข้แต่ว่าคน
00:23:46 → 00:23:50ไข้ก็ต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยก็คือพยายาม
00:23:50 → 00:23:52ทำให้ร่างกายแข็งแรงพักพยายามพักผ่อนให้
00:23:52 → 00:23:55เพียงพอพยายามจัดการกับความเครียดให้ดีนะ
00:23:55 → 00:23:59คะพยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงอื่นๆที่
00:23:59 → 00:24:02ไม่จำเป็นเช่นการสูบบุหรี่การดื่ม
00:24:02 → 00:24:04แอลกอฮอล์ที่เยอะเกินไปอ่ะค่ะแล้วก็
00:24:04 → 00:24:07พยายามควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่
00:24:07 → 00:24:09เหมาะสมอันเนี้ยจะทำให้หมอแล้วก็คนไข้
00:24:09 → 00:24:12เนี่ยดูแลโรคสะเก็ดเงินได้ดีมากขึ้นค่ะ
00:24:12 → 00:24:15>> อืออืก็เป็นคำแนะนำซึ่งจริงๆทำได้ไม่ยาก
00:24:15 → 00:24:19นะคะแต่อยู่ที่จะทำหรือเปล่าอ่าวันนี้ได้
00:24:19 → 00:24:20ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของโรคสังเกตเงิน
00:24:20 → 00:24:23มากมายเลยทีเดียวนะคะแล้วก็ทำความเข้าใจ
00:24:23 → 00:24:25กันมากยิ่งขึ้นด้วยแล้วก็ดูแลตัวเองได้
00:24:25 → 00:24:27อย่างถูกต้องเหมาะสมด้วยขอบคุณคุณหมอ
00:24:27 → 00:24:29กมลรัตน์ค่ะที่มาร่วมพูดคุยกับรายการโรง
00:24:29 → 00:24:31หมอของเราในวันนี้ด้วยนะคะขอบคุณคุณหมอ
00:24:31 → 00:24:32ค่ะ
00:24:32 → 00:24:35>> ค่ะขอบคุณค่ะดีเลยค่ะ
00:24:35 → 00:24:36>> ค่ะสวัสดีค่ะ
00:24:36 → 00:24:37>> สวัสดีค่ะเอาล่ะค่ะคุณผู้ฟังหมดเวลาแล้ว
00:24:37 → 00:24:40กับรายการโรงหมอทางไทย PBS พcสนะคะวันนี้
00:24:40 → 00:24:42เราต้องลากันไปก่อนแล้วพบกันใหม่ครั้ง
00:24:42 → 00:24:45หน้านะคะสวัสดีค่ะ
00:24:45 → 00:24:47>> This is Thai PBS podcast
00:24:47 → 00:24:50>> ทำไมการทรงตัวได้ในผู้สูงอายุจึงเป็นจุด
00:24:50 → 00:24:52เริ่มต้นของการใช้ชีวิตแบบปลอดภัยผู้ช่วย
00:24:52 → 00:24:55ศาสตราจารย์ดร.เกสรสัมเภาทองจากคณะ
00:24:55 → 00:24:58สาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มา
00:24:58 → 00:25:00เล่าให้ฟังครับ
00:25:00 → 00:25:02>> ตั้งแต่เราเริ่มตื่นลืมตาแล้วเราก็
00:25:02 → 00:25:05เคลื่อนไหวร่างกายด้วยการเดินการ
00:25:05 → 00:25:08>> เอี่ยวตัวทำอะไรต่างๆเนี่ยการทรงตัวมีผล
00:25:08 → 00:25:11หมดเลยแล้วเมื่อไหร่ก็ตามที่เราเริ่มยืน
00:25:11 → 00:25:14แล้วการทรงตัวเราไม่ดีนะคะแรงดึงดูดของ
00:25:14 → 00:25:16โลกก็จะดึงให้เราล้มลงแล้วมันอาจจะไม่ได้
00:25:16 → 00:25:20ล้มแบบอ่อนโยนแล้วถ้าเป็นคนวัยอื่นนะ
00:25:20 → 00:25:21กระดูกอาจจะยังแข็งแรง
00:25:21 → 00:25:22>> ค่ะ
00:25:22 → 00:25:25>> ก็คงไม่หนักเนาะแต่ผู้สูงอายุเรามีปัญหา
00:25:25 → 00:25:28เรื่องกระดูกข้อเอ็นต่างๆที่อาจจะมี
00:25:28 → 00:25:31กระดูกบางนะคะมีความเปราะบางเกิดขึ้น
00:25:31 → 00:25:34กระดูกหักอีกอะไรอีกนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่
00:25:34 → 00:25:36>> ดังนั้นการทรงตัวจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่
00:25:36 → 00:25:38สำคัญก่อนที่จะบอกว่าโอ๊ยเดี๋ยวจะไปออก
00:25:38 → 00:25:41กำลังกายทำนู่นทำนี่อ้าทรงตัวให้ดีก่อน
00:25:41 → 00:25:44แล้วมันก็เลยเป็นเรียกว่าเป็นปฐมบทของการ
00:25:44 → 00:25:47ใช้ชีวิตเลยก็คือการทรงตัวจริงๆเราถามว่า
00:25:47 → 00:25:50ถ้าเราทรงตัวอยู่ได้ในท่านั่งท่ายืนเนี่ย
00:25:50 → 00:25:51นะคะ
00:25:51 → 00:25:53>> ก็เพราะว่ามันมีองค์ประกอบสำคัญหรือมี
00:25:53 → 00:25:56ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราอ่ะทรงตัวอยู่ได้
00:25:56 → 00:25:58มันเป็นเรื่องของเรียกว่าระบบของการทรง
00:25:58 → 00:26:01ตัวเนี่ยมันเป็นเรื่องของการที่เอ่อเราจะ
00:26:02 → 00:26:06ต้องมีการมองเห็นนะคะมีสายตามีระบบของการ
00:26:06 → 00:26:08เ่ออวัยวะเรื่องของการมองเห็นนะระบบสมอง
00:26:08 → 00:26:12ส่วนกลางนะคะให้รับรู้ว่าเราอยู่ในทิศไหน
00:26:12 → 00:26:16อย่างไรนะคะแล้วก็เป็นเรื่องของระบบหู
00:26:16 → 00:26:20เนี่ยหูชั้นในเกี่ยวข้องกับการทรงตัวบาง
00:26:20 → 00:26:23คนอาจจะบอกหูมันเกี่ยวอะไรกับการทรงตัวอ
00:26:23 → 00:26:25>> เกี่ยวนะคะเพราะว่าระบบที่ในหูชั้นในของ
00:26:26 → 00:26:29เราอ่ะมันจะเรียกว่ามีอ่าระบบประสาทส่วน
00:26:29 → 00:26:31หนึ่งที่จะทำให้เรารู้ว่าเราอยู่ใน
00:26:31 → 00:26:33ตำแหน่งไหน
00:26:33 → 00:26:36>> เราเอียงหรือเราตั้งตรงหรือเรานอนลงไป
00:26:36 → 00:26:38แล้วนอกจากนี้แล้วเรื่องของข้อต่อเอ็น
00:26:38 → 00:26:39ต่างๆเนี่ย
00:26:39 → 00:26:40>> ค่ะ
00:26:40 → 00:26:43>> เอ่อก็มีส่วนด้วยเช่นเดียวกันถัดออกมาก็
00:26:43 → 00:26:45คือเรื่องของกล้ามเนื้ออะไรต่างๆที่ทำให้
00:26:45 → 00:26:47เราก้าวเดินพยุงร่างกายกล้ามเนื้อแกนกลาง
00:26:48 → 00:26:48ของร่างกาย
00:26:49 → 00:26:49>> อื
00:26:49 → 00:26:52>> ทรงตัวอยู่ได้มยนะกล้ามเนื้ออ่อนแรงนี่ก็
00:26:52 → 00:26:54เป็นจุดเริ่มต้นเลยนะของการที่เราจะทำให้
00:26:54 → 00:26:55เราทรงตัวไม่ดี
00:26:55 → 00:26:55>> ค่ะ
00:26:55 → 00:26:58>> แล้วถ้ามีปัญหาเรื่องของปราสาทอ่าหูชั้น
00:26:58 → 00:27:01ในนะคะเราไม่รู้ว่าตำแหน่งเราอยู่ตรงไหน
00:27:01 → 00:27:04เนี่ยนะคะเราก็อาจจะล้มลงได้ก็เกี่ยวข้อง
00:27:04 → 00:27:06กับการทรงตัวหรือสายตา
00:27:06 → 00:27:07>> ออื
00:27:07 → 00:27:10>> เรามองไม่เห็นหรือว่ามันมืดเราไม่ค่อยรับ
00:27:10 → 00:27:12รู้ทิศทางแล้วเงี้ยค่ะ
00:27:12 → 00:27:15>> ก็จะมีผลต่อการทรงตัวแล้วทะลึกลงไปกว่า
00:27:15 → 00:27:16นั้นก็คือ
00:27:16 → 00:27:20>> ระบบสมองส่วนกลางที่ควบคุมอวัยวะต่างๆ
00:27:20 → 00:27:22เป็นเซ็นเตรที่จะควบคุมเพราะฉะนั้นเรื่อง
00:27:22 → 00:27:24การทรงตัวไม่ได้เรื่องเล็กๆอ่ะค่ะมันเป็น
00:27:24 → 00:27:26เรื่องใหญ่แต่ธรรมชาติของร่างกายของ
00:27:27 → 00:27:29มนุษย์เราที่มีความสมบูรณ์ดีมันทำไปอย่าง
00:27:29 → 00:27:33เป็นธรรมชาติไม่ว่าจะขึ้นบันไดจะลงบันได
00:27:33 → 00:27:37นะคะจะเดินจะวิ่งอะไรอย่างเงี้ยการทรงตัว
00:27:37 → 00:27:39มันจะอยู่ในการรับรู้ที่มันประสาน
00:27:39 → 00:27:41สัมพันธ์กันเป็นอย่างดีแต่พอสูงวัยปุ๊บ
00:27:41 → 00:27:44เนี่ยสิ่งต่างๆเหล่านี้มันเริ่มเสื่อมถอย
00:27:44 → 00:27:48กล้ามเนื้อก็อ่อนแรงนะคะข้อเอ็นต่างๆก็
00:27:48 → 00:27:49อาจจะยืดหยุ่นไม่ดี
00:27:49 → 00:27:49>> อือ
00:27:49 → 00:27:52>> หูก็อาจจะมีปัญหาเรื่องความเสื่อมสายตาก็
00:27:53 → 00:27:55มองเห็นไม่ชัดอันนี้ค่ะนำไปสู่ภาวะการทรง
00:27:55 → 00:28:00ตัวที่มันไม่สมดุลน่ะค่ะ
00:28:00 → 00:28:05>> This is Thai PBS Podcast
00:28:05 → 00:28:08ติดตามรายการของ Thai PBS Podcast ได้
00:28:08 → 00:28:10ทางเว็บไซต์ www.thaipspodcast.com
00:28:10 → 00:28:12thapodcast.com
00:28:12 → 00:28:16แอปพลิเคช Thai PBBS Podcast รวมถึงฟัง
00:28:16 → 00:28:19ผ่าน podcast ช่องทางอื่นๆ Spotify
00:28:19 → 00:28:22YouTube Apple Podcast และ Soundcloud
00:28:22 → 00:28:25เข้า