00:00:00 → 00:00:01จริงหรือเปล่าที่การไม่มีฟันนั้นเป็น
00:00:01 → 00:00:04เรื่องปกติของผู้สูงอายุแล้วเราจะสามารถ
00:00:04 → 00:00:08ที่จะรักษาสุขภาพช่องปากและฟันให้ดีไปจน
00:00:08 → 00:00:10วันสุดท้ายของชีวิตได้หรือไม่นี่คือหัว
00:00:10 → 00:00:12ข้อที่เราจะคุยกันในบุพการีที่เคารพคู่
00:00:12 → 00:00:17มือการดูแลพ่อแม่ของคนเจนลูกในวันนี้นะ
00:00:17 → 00:00:21ครับคนมักจะมีความรู้สึกว่าเอ๊ะพอแก่แล้ว
00:00:21 → 00:00:23เนี่ยจะต้องมีปัญหาเรื่องฟันเวลาเรานึก
00:00:23 → 00:00:26ถึงคนแก่ก็นึกถึงฟันปลอมนึกถึงฟันร่วมนึก
00:00:26 → 00:00:28ถึงปากที่มีฟันเหลือไม่กี่ซี่จริงๆแล้ว
00:00:28 → 00:00:32มันต้องเป็นแบบนั้นมั้ยครับ
00:00:32 → 00:00:35เรามีฟันธรรมชาติตระจนชั่วชีวิตเราจนถึง
00:00:35 → 00:00:38วันสุดท้ายของชีวิตเราก็ได้ฉะนั้นเนี่ยพอ
00:00:38 → 00:00:40เรารู้สึกว่าพอเป็นผู้ใหญ่ะแล้วเดี๋ยวเรา
00:00:40 → 00:00:42ค่อยมาเตรียมตัวดูแลเพราะเราเตรียมตัวแก่
00:00:42 → 00:00:45ครับมันอาจจะไม่ทันแล้วก็
00:00:45 → 00:00:47[เพลง]
00:00:47 → 00:00:51ได้อะไรคือปัญหาที่กลุ่มคุณพ่อคุณแม่ซัก
00:00:51 → 00:00:5460 70 80 เนี่ยมักจะเจอประจำเกี่ยวกับ
00:00:54 → 00:00:56พวกเรื่องฟันและช่องปากครับผมจะเห็นว่า
00:00:56 → 00:00:59บางทีผู้สูงอายุมักจะมีความเข้าใจหรือ
00:00:59 → 00:01:02หรือว่าอาจจะเป็นความเชื่อที่แบบผิดๆก็
00:01:02 → 00:01:05ได้นะครับเช่นเจ็บฟันป้องกันฟันผุอมน้ำ
00:01:05 → 00:01:09เกลืออ่าน้ำกูบนปากช่วยมครับอยากจะใช้ยา
00:01:09 → 00:01:16สีฟันสมุนไพรอืได้ม
00:01:16 → 00:01:19ครับบุพการีที่เคารพคู่มือการดูแลพ่อแม่
00:01:19 → 00:01:22ของคนเจนลูกถ้าชอบเนื้อหาแบบนี้ก็อย่าลืม
00:01:22 → 00:01:25กด Subscribe ไว้ด้วยนะครับคุณผู้ชมเคย
00:01:25 → 00:01:27สังเกตมั้ยครับว่าพอเราอายุมากๆแล้วเนี่ย
00:01:27 → 00:01:29บางทีความสุขของเรานี่มันอาจจะไม่ได้มี
00:01:29 → 00:01:31เป็นเรื่องของความสำเร็จในชีวิตหรือว่า
00:01:31 → 00:01:33เป็นความสำเร็จอะไรยิ่งใหญ่ใหญ่โตนะครับ
00:01:33 → 00:01:36ลองไปสังเกตดูสำหรับคุณพ่อคุณแม่ในหลายๆ
00:01:36 → 00:01:38ครอบครัวนะครับบางทีความสุขในการมีชีวิต
00:01:38 → 00:01:40อยู่ในแต่ละวันก็เป็นความสุขเรื่องเล็กๆ
00:01:40 → 00:01:42น้อยๆนี่แหละครับก็คือได้กินของอร่อยนะ
00:01:43 → 00:01:45ครับแล้วก็รู้สึกว่าแหม enjoy eating นะ
00:01:45 → 00:01:48ฮะแต่ก็ลองตั้งคำถามดูนะครับว่าถ้าหากว่า
00:01:48 → 00:01:51เป็นคนชอบกินแต่ว่าปัญหาเรื่องสุขภาพช่อง
00:01:51 → 00:01:53ปากหรือว่าฟันไม่ดีแล้วอันนี้ก็จะเป็น
00:01:53 → 00:01:55ปัญหาใหญ่ทีเดียวนะครับที่จะเกิดขึ้นได้
00:01:56 → 00:01:58เพราะฉะนั้นเลยอยากจะชวนทุกท่านมาฟัง
00:01:58 → 00:02:00เรื่องนี้นะครับเรื่องของการดูแลสุขภาพ
00:02:01 → 00:02:04ช่องปากแล้วก็ดูแลเรื่องฟันโดยเฉพาะของคน
00:02:04 → 00:02:06รุ่นคุณพ่อคุณแม่เรานะครับแล้วก็เรื่อง
00:02:06 → 00:02:08ทัศนคติที่บางทีคุณพ่อคุณแม่เรามักจะมี
00:02:08 → 00:02:10ความเชื่อที่อาจจะบอกว่าเป็นความเชื่อที่
00:02:10 → 00:02:13เราอาจจะตั้งคำถามว่าเอ๊ะอย่างงั้นถูก
00:02:13 → 00:02:17หรือผิดนะครับวันนี้เราจะคุยกับทันตแพทย์
00:02:17 → 00:02:19นะครับคุณหมอกนกวันเอื้อธรรมาภิมุขหรือ
00:02:19 → 00:02:23ว่าคุณหมอแคทนะครับอยู่ที่ Facebook เดร
00:02:23 → 00:02:26แคทพีวนะครับจากคลินิกทันตะวันทันตแพทย์
00:02:26 → 00:02:29นะครับที่จะคุยเรื่องของการดูแลในเชิงการ
00:02:29 → 00:02:32ป้องกันมากกว่าการรักษานะครับสวัสดีนะ
00:02:32 → 00:02:36ครับคุณหมอแคสวัสดีค่ะสวัสดีครับแหเอา
00:02:36 → 00:02:39เริ่มที่คำถามแรกก่อนเลยครับคนมักจะมี
00:02:39 → 00:02:42ความรู้สึกว่าเอ๊ะพอแก่แล้วเนี่ยจะต้องมี
00:02:42 → 00:02:44ปัญหาเรื่องฟันเวลาเรานึกถึงคนแก่ก็นึก
00:02:44 → 00:02:47ถึงฟันปลอมนึกถึงฟันร่วมนึกถึงปากที่มี
00:02:47 → 00:02:49ฟันเหลือไม่กี่ซี่จริงๆแล้วมันต้องเป็น
00:02:49 → 00:02:51แบบนั้นมั้ยครับคุณมแคทคือจริงๆเนี่ยคน
00:02:51 → 00:02:54ไข้มาปรึกษาเยอะเลยนะคะเรื่องเกี่ยวกับ
00:02:54 → 00:02:57เรื่องฟันปลอมในคนไข้ผู้ใหญ่นะคะจริงๆ
00:02:57 → 00:03:00แล้วก็จะบอกคนไข้ว่าชีวิตเราเนี่ยเมื่อ
00:03:00 → 00:03:03อายุมากขึ้นหรือเป็นผู้สูงวัยเราไม่
00:03:03 → 00:03:06จำเป็นที่จะต้องมีฟันปลอมก็ได้อืฮะแปลว่า
00:03:06 → 00:03:09อะไรแปลว่าเรามีฟันธรรมชาติตราบจนชั่ว
00:03:09 → 00:03:12ชีวิตเราจนถึงวันสุดท้ายของชีวิตเราก็ได้
00:03:12 → 00:03:16อืครับลองนึกถึงมัมมี่นะคะอ่า 3,000 ปี
00:03:16 → 00:03:182,000 ปีเราจะเห็นว่ามีโครงกระดูกแล้ว
00:03:18 → 00:03:21อย่าลืมว่าเรามีฟันในมัมมี่อยู่ด้วยแปล
00:03:21 → 00:03:24ว่าฟันเนี่ยถูกดีไซน์มาให้อยู่กับร่างกาย
00:03:24 → 00:03:27เราได้ตราบนานเท่านานแสดงว่าสมมุติว่าเรา
00:03:27 → 00:03:29ผมยกตัวอย่างสมมุติเราเสียชีวิตตอนอายุ 80
00:03:29 → 00:03:31ถ้าเราดูฟันดูแลฟันดีดีๆเราอาจจะมีฟันจน
00:03:31 → 00:03:34ถึงอายุ 80 ก็ได้ได้ค่ะครบทุกซี่ได้ด้วย
00:03:34 → 00:03:35อุ๊ยครบทุกซี่ได้ด้วยเหรอครับใช่ค่ะเรา
00:03:35 → 00:03:38ไม่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสียฟันเลยนะ
00:03:38 → 00:03:41คะแต่คราวนี้ถามว่าทำไมคนเอ่อผู้ใหญ่ผู้
00:03:41 → 00:03:44สูงอายุนะคะถึงมีการสูญเสียฟันแล้วบางคน
00:03:44 → 00:03:47เนี่ยเอ่อพี่ประสานจะเห็นเลยว่าบางคนถึง
00:03:47 → 00:03:49ขั้นต้องใส่ฟันปลอมทั้งปากทั้งบนทั้งล่าง
00:03:49 → 00:03:52นะคะซึ่งมันมีปัญหาเรื่องของการกลืนการ
00:03:52 → 00:03:54เคี้ยวกันแบบมีความมั่นใจในตัวเองตามมา
00:03:54 → 00:03:56เนาะอ่าแต่เรายยังไม่ได้พูดถึงตรงนั้นแต่
00:03:57 → 00:04:00ถามว่าอะไรที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ใหญ่
00:04:00 → 00:04:02เนี่ยคุณพ่อคุณแม่เราต้องสูญเสียฟันอือ
00:04:02 → 00:04:04แปลว่าเา้าเป็นโรคอะไรบางอย่างที่เกี่ยว
00:04:04 → 00:04:07ข้องกับฟันกับเหงือกมาตั้งแต่ตอนที่เขา
00:04:07 → 00:04:09อาจจะเป็นหนุ่มสาวหรือเริ่มเป็นโรคเหล่า
00:04:09 → 00:04:13นั้นตั้งแต่เด็กอออครับฉะนั้นเนี่ยพอเรา
00:04:13 → 00:04:15รู้สึกว่าพอเป็นผู้ใหญ่ะแล้วเดี๋ยวเรา
00:04:15 → 00:04:17ค่อยมาเตรียมตัวเอ่อเราไปวทำงานแล้วเรา
00:04:17 → 00:04:19เป็นผู้ใหญ่แล้วเดี๋ยวเราค่อยมาเตรียมตัว
00:04:19 → 00:04:21ดูแลเพราะเราเตรียมตัวแก่ครับมันอาจจะไม่
00:04:21 → 00:04:23ทันแล้วก็ได้มันอาจจะต้องเตรียมตัวตั้ง
00:04:24 → 00:04:26แต่วัยเด็กมั้ยหรือวัยหนุ่มสาวมั้ยหรือ
00:04:26 → 00:04:30ว่าวัยทำงานมั้ยเพื่อที่จะให้พร้อมรับมือ
00:04:30 → 00:04:33กับความเสื่อมถอยตามธรรมชาติเมื่อเข้าสู่
00:04:33 → 00:04:37วัยสูงวัยแบบที่มีคุณภาพแบบที่มีฟันครบ
00:04:37 → 00:04:40แบบที่สูญเสียฟันน้อยที่สุดคะโอ้นี้ผมว่า
00:04:40 → 00:04:43ประเด็นนี้น่าสนใจเพราะว่าเวลาคนมักจะคิด
00:04:43 → 00:04:46ถึงเรื่องปัญหาช่องปากปัญหาฟันก็จะไปคิด
00:04:46 → 00:04:48ว่าแก่แล้วก็เลยต้องเป็นแบบนี้แหละต้อง
00:04:48 → 00:04:51ไม่ก็จะก็จะไม่มีฟันหรือไปดูแลตอนนั้น
00:04:51 → 00:04:53เพราะว่าฟันมันจะหลุดร่วงบดปากก็ตอนนั้น
00:04:53 → 00:04:56แต่คุณหมอแคทกำลังจะบอกว่าจริงๆเรื่องของ
00:04:56 → 00:04:58ฟันเรื่องของสุขภาพช่องปากนี่มันต้องถอย
00:04:58 → 00:05:01ไปดูตั้งแต่เราแก่สด้วสไปค่ะครับใช่ค่ะ
00:05:01 → 00:05:03อยากจะเล่าอย่างงี้ค่ะว่าจริงๆสุขภาพช่อง
00:05:03 → 00:05:05ปากกับฟันเนี่ยมันมีความสำคัญในทุก
00:05:05 → 00:05:08โมเมนต์ของชีวิตค่ะคุณษาลองคิดดูว่า
00:05:08 → 00:05:10ฟังก์ชันหรือหน้าที่ของปากเราอ่ะมีแค่
00:05:10 → 00:05:14อะไรบ้างมีแค่กินใช่มีแค่ทำให้เราหน้าตา
00:05:14 → 00:05:17ดีแล้วเวลาเราพูดคุยกันเสียงออกมาชัด
00:05:17 → 00:05:19เพราะตัวอักษรต่างๆภาษาไทยภาษาอังกฤษภาษา
00:05:19 → 00:05:22ต่างๆมันจะต้องมีการลมผ่านฟันผ่านลิ้น
00:05:22 → 00:05:25ผ่านปากทำให้เสี่ยงชัดแต่หน้าที่แค่ 3
00:05:25 → 00:05:28อย่างเนี่ยค่ะแคทว่ามัน 99% ของชีวิตเลย
00:05:28 → 00:05:31เนาะเออใช่เนาเพราะว่าเอาง่ายๆว่าเอาแค่
00:05:31 → 00:05:35กินอย่างเดียวเนี่ยแค่กินไม่ได้สุขภาพ
00:05:35 → 00:05:37อย่างอื่นก็จะถดถอยไปหมดเลยนะครับสาร
00:05:37 → 00:05:40อาหารไม่ได้หรือเรากินได้สมมุติว่าเอ่อ
00:05:40 → 00:05:42ผู้ใหญ่คุณพ่อคุณแม่เรามีฟันเหลือไม่กี่
00:05:42 → 00:05:45ซี่แทนที่จะได้กินโปรตีนเนื้อสัตว์ผัก
00:05:45 → 00:05:48ผลไม้หลากหลายท่านกินไม่ได้ท่านจะกินอะไร
00:05:48 → 00:05:51แป้งน้ำตาลเพราะมันกินง่ายมันนิ่มแปลว่า
00:05:51 → 00:05:53ขาดสารอาหารไม่ได้เลยแล้วเราจะเกิดภาวะ
00:05:53 → 00:05:56ขาดสารอาหารครับแค่การเรื่องกินเรื่อง
00:05:56 → 00:05:58เคี้ยวเนี่ยค่ะพี่ประสาลองนึกดูโต๊ะกิน
00:05:58 → 00:06:01ข้าวที่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตาได้กินข้าว
00:06:01 → 00:06:04กับลูกทุกคนเลยคามสุแต่ว่ากินไม่ได้เพราะ
00:06:04 → 00:06:06ว่าต้องนั่งมองคนอื่นกินแล้วคราวนี้ตัว
00:06:06 → 00:06:08เองได้กินอะไรกินแต่โจ๊กปั่นเพราะว่ากิน
00:06:08 → 00:06:11อะไรอย่างอื่นไม่ได้เลยไม่มีฟันเคี้ยว
00:06:11 → 00:06:15ความสุขครับน้อยลงความมั่นใจในตัวเองน้อย
00:06:15 → 00:06:18ลงจากเดิมที่เคยทำงานเป็นระดับ CEO
00:06:18 → 00:06:21อธิบดีนั่นนี่วันนึงแค่กินไม่ได้กับลูก
00:06:21 → 00:06:23แค่นั้นจะออกไปกินข้าวนอกบ้านนั่งมองลูก
00:06:23 → 00:06:27เฉยๆเศร้าใจมั้ยคะเศร้านะมีปัญหาเรื่อง
00:06:27 → 00:06:32สังคมมีปัญหาเรื่องของความมั่นใจในตัวเอง
00:06:32 → 00:06:33เ
00:06:33 → 00:06:38กลือบางกบางถึงขซึเศร้าหรือว่าถึงขั้นรู้
00:06:38 → 00:06:42สึกว่าไม่แปลกแยกออกจากสังคมนะคะนอกจาก
00:06:42 → 00:06:45สารอาหารเรื่องความสุขในชีวิตแปลกแยกต่อ
00:06:45 → 00:06:49สังคมมีภาวะต่อจิตใจการกินด้วยปากบด
00:06:49 → 00:06:53เคี้ยวอาหารทำให้สมองเราทำงานค่ะออมัน
00:06:53 → 00:06:56เกี่ยวข้องกันถูกต้องค่ะถ้าสมองเริ่มไม่
00:06:56 → 00:06:58ทำงานสักพักร่างกายมันเป็นเด็กขี้เกียจ
00:06:58 → 00:07:02พิ่มทำานเจะชัดดาวแล้วไม่ทำงานจริงๆแปล
00:07:02 → 00:07:05ว่าอาจจะเกิดสภาวะสมองเสื่อมแปลว่าอาจจะ
00:07:05 → 00:07:09เกิดมนเชียอัลไซเมอร์ตามมาก็ได้ค่ะครับ
00:07:09 → 00:07:12อุ๊ยแสดงว่าเกิดว่าเราไม่ได้มีโอกาสบด
00:07:12 → 00:07:15เคี้ยวบ่อยๆเพราะฟันเราไม่ดีสักพักนึงพวก
00:07:15 → 00:07:17บรรดาตระกูลโรคสมองสื่อมนี่ก็จะตามมาใช่
00:07:17 → 00:07:19ค่ะโอมันสัมพันธ์กันนะครับสัมพันธ์กันค่ะ
00:07:19 → 00:07:21แล้วก็มีงานวิจัยหลายตัวนะคะที่ออกมาใน
00:07:21 → 00:07:25ช่วงหลังๆเนี่ยพบว่าถ้าเกิดภาวะสมอง
00:07:25 → 00:07:29เสื่อมนะคะมักมีความสัมพันธ์กับจำนวนฟัน
00:07:29 → 00:07:33ที่เหลือในช่องปากโอ้เหรอน่าสนใจเนาะมี
00:07:33 → 00:07:35ที่เล่าให้ฟังว่าทั้งเรื่องของสารอาหาร
00:07:35 → 00:07:37เนาะเรื่องของความแปลกแยกสังคมมนุษย์เป็น
00:07:37 → 00:07:40สาสังคมค่ะถ้าเราไม่ได้อยู่ในสังคมไม่ได้
00:07:40 → 00:07:44พูดคุยไม่ได้ออกสังคมเราก็จะถอยสมองก็ไม่
00:07:44 → 00:07:47ได้ทำงานนอกจากการกินเรื่องการเข้าสังคม
00:07:47 → 00:07:51อีกนะคะแล้วก็เรื่องของภาวะที่ติดเชื้อใน
00:07:51 → 00:07:55ในปากเราเลยทำให้เสียฟันไอ้เชื้อโรคบาง
00:07:55 → 00:07:57อย่างในปากเรานั่นแหละที่เป็นตัวที่อาจจะ
00:07:57 → 00:08:00กระตุ้นทำให้เกิดการเสื่อมของสมองไปก็คือ
00:08:00 → 00:08:03หลายอย่างรวมกันหลายปัจจัยอครับครับโอบาง
00:08:03 → 00:08:06ทีกลายเป็นว่าเรานี่มักจะไปให้ความสำคัญ
00:08:06 → 00:08:09กับอย่างอื่นนะฮะอย่างเช่นกลัวว่าคุณพ่อ
00:08:09 → 00:08:11คุณแม่จะป่วยเป็นไอ้นู่นไอ้นี่เป็นเบา
00:08:11 → 00:08:14หวานความดันโรคหัวใจอะไรหรือเปล่าดูแล
00:08:14 → 00:08:16สุขภาพร่างกายหมดแต่บางทีเราลืมบริเวณ
00:08:16 → 00:08:19แอเรียเล็กๆตรงนี้นะว่าว่าจะต้องว่ามันจะ
00:08:19 → 00:08:21เป็นจุดกำเนิดอะไรหลายๆอย่างใชค่ะขอ
00:08:21 → 00:08:24อนุญาตพูดเรื่องเบาหวานเล็กน้อยครับนะคะ
00:08:24 → 00:08:26เบาหวานเนี่ยเรียกว่าเป็นโรคท็อปฮิตอืใช่
00:08:26 → 00:08:29นะคะโดยเฉพาะคนไทยน่ะอาหารของไทยตงไหนมัน
00:08:30 → 00:08:32ไม่มีหวานแล้วไม่มีแป้งบ้างคือน้อยมากนะ
00:08:32 → 00:08:35คะแต่เราจะกินยังไงให้เรา Enjoy แล้วแบบ
00:08:35 → 00:08:38เบาหวานเราไม่ขึ้นหรือไม่แย่ถามว่ามัน
00:08:38 → 00:08:40เกี่ยวกับฟันยังไงย้อนกลับไปค่ะไม่มีฟัน
00:08:41 → 00:08:42คุณพ่อคุณแม่เราจะกินแต่แป้งกับน้ำตาล
00:08:42 → 00:08:45เป็นหลักเพราะมันกินง่ายน้ำตาลก็ขึ้นแล้ว
00:08:45 → 00:08:48พบว่าเชื้อโรคที่ทำให้เกิดโรคเหงือกนะคะ
00:08:48 → 00:08:51หรือว่าโรคปริทัณฑ์อักเสบหรือทำให้ฟันโยก
00:08:51 → 00:08:54จนหลุดอือเชื้อโรคกลุ่มนั้นทำให้เบาหวาน
00:08:54 → 00:08:57ควบคุมน้ำตาลในเลือดไม่ค่อยได้เบาหวานจะ
00:08:57 → 00:08:58แย่ลง
00:08:58 → 00:09:01อ๋อหานโดยที่ควบคุมน้ำตาในเลือดไม่ได้จะ
00:09:01 → 00:09:03ทำให้ไอ้โรคเหงือกที่ว่าเแล้วทำให้ฟันโยก
00:09:04 → 00:09:06เนี่ยเป็นมากขึ้นมันมีความสัมพันธ์กันโดย
00:09:06 → 00:09:10ตรงอันนี้เขพูพิสูจน์มานานแลออเหรนะคะ
00:09:10 → 00:09:12แล้วถ้าเกิดคุณพ่อคุณแม่เรากินเคี้ยวไม่
00:09:12 → 00:09:15ได้เหมือนที่บอกกินแป้งกินน้ำตาลเป็นหลัก
00:09:15 → 00:09:18แต่ถ้าเกิดสมเขามีฟันจริงแปลว่าเขาหลีก
00:09:18 → 00:09:21เลี่ยงสามารถกินอาหารเช่นโปรตีนไข่ขาวผัก
00:09:21 → 00:09:24ใบอได้หลากหลายแปลว่าเขาก็จะคุมน้ำตาลได้
00:09:24 → 00:09:27ดีด้วยนะคะฉะนั้นมันมีความสัมพันธ์กันหมด
00:09:27 → 00:09:32เลยนะคะโรคไตรสมองนะคะความดันมะเร็งบาง
00:09:32 → 00:09:34ชนิดมีความสัมพันธ์เกี่ยวกับปากทั้งนั้น
00:09:34 → 00:09:37นะคะแต่ว่าในเรื่องในช่องปากเนี่ยการควบ
00:09:37 → 00:09:40คุมดูแลสุขภาพช่องปากเนี่ยคะบอกได้เลยว่า
00:09:41 → 00:09:43มันเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายๆมากอืเพียงแต่
00:09:44 → 00:09:47ว่าเราไม่รู้นะคะแล้วโรคฟันผุโรคเหงือก
00:09:47 → 00:09:49ที่เราเป็นกันเยอะๆนะคะไม่อยากจะบอกเลย
00:09:49 → 00:09:53ว่าแทบทั้งหมดป้องกันได้อืด้วยตัวเองด้วย
00:09:53 → 00:09:56ไม่ต้องให้หมอทำเหรอฮะใช่ค่ะอย่างที่เรา
00:09:56 → 00:09:58ไปมักจะไปหาหมอฟันประจำประอ่าอย่างเช่น
00:09:58 → 00:10:00โอเคขูถินนี่เป็นเรือกป้องกันใช่มั้ย
00:10:00 → 00:10:02เดี๋ยวแต่เดี๋ยวบางคนจะมีอาการฟันผุอุด
00:10:02 → 00:10:04ฟันนู่นนี่นั่นพวกนี้คือถ้าสมมุติว่าเรา
00:10:04 → 00:10:07ป้องกันจะป้องกันได้ไม่อยากจะบอกว่าเริ่ม
00:10:07 → 00:10:10ตั้งแต่พี่ประสานไปขูดหินปูนฮะถ้าพี่
00:10:10 → 00:10:12ประสานไปขูดหินปูนแปลว่ามีหินปูนแล้วใช่
00:10:12 → 00:10:15มั้ยคะใช่ถ้ามีหินปูนแล้วแปว่าพี่ประสาน
00:10:15 → 00:10:17เป็นโลคและอ้าเหรอฮะใช่เราผมนึกว่าเป็น
00:10:18 → 00:10:21เรื่องทำตามธรรมชาติอ่าเนี่ยๆเห็นมั้ยคะ
00:10:21 → 00:10:24จริงๆในสังคมเราเนี่ยบางทีเราอาจจะมีข้อ
00:10:24 → 00:10:27มูลที่ทำให้เราเข้าใจไปว่าอ๋อการขูดหิน
00:10:27 → 00:10:31ปูนคือเรื่องธรรมชาติอือือจริงๆมีนปูนแป
00:10:31 → 00:10:33ว่าอะไแปลว่าเรามีแบคทีเรียในปากที่เรา
00:10:34 → 00:10:37ควบคุมไม่ได้เราแปลงออกไม่ได้จนมันสะสม
00:10:37 → 00:10:40กลายเป็นของแข็งๆที่เรียกว่าหินปูนอ๋อมัน
00:10:40 → 00:10:42เกิดจากแบคทีเรียในปากเรานี่แรอครับใช่
00:10:42 → 00:10:45ฉะนั้นแปลว่าอะไรย้อนกลับไปค่ะพี่ประสาน
00:10:45 → 00:10:47แปลว่าถ้าเราไม่อยากมีหินปูนเราก็แปลงไอ้
00:10:47 → 00:10:49แบคทีเรียในปากที่เราเกิดขึ้นทุกวันให้
00:10:49 → 00:10:52สะอาดอแล้วไม่ต้องสะอาดโอเวอร์ด้วยนะคะ
00:10:52 → 00:10:55สะอาดประมาณนึงหินปูนก็ไม่มีแล้วแสดงว่า
00:10:55 → 00:10:57ถ้าย้อนกลับไปอย่างนี้พูดแบบนี้แสดงหมอ
00:10:57 → 00:10:58แคทกำลังจะบอกว่าให้ผมไปเรียนรู้เรื่อง
00:10:59 → 00:11:01กันแปลงฟันให้ถูกเพื่อจะได้กำจัดไอ้เจ้า
00:11:01 → 00:11:03แบคทีเรียนี้ออกไปแค่ถามพี่ประสานว่าพี่
00:11:03 → 00:11:07ประสานเรียนรู้การแปลงฟันจากใครโอพ่อแม่
00:11:07 → 00:11:11เขสมัยก่อนอ่าใช่มั้ยคะแล้วก็คุณครคุณครู
00:11:11 → 00:11:15ซึ่งก็นานมากใช่หรือไม่ก็สื่อทางโทรทัศน์
00:11:15 → 00:11:17ใช่แต่พี่พี่ประสานสังเกตมั้ยคะวิธีการ
00:11:17 → 00:11:19เรียนรู้จากเราเนี่ยค่ะมันเป็นการเรียน
00:11:19 → 00:11:23รู้แบบข้อมูลที่เป็น Gen ทั่วๆไปอืแต่ใน
00:11:23 → 00:11:25ทุกวันนี้พี่ประสานลองลองสังเกตดูฟันพี่
00:11:25 → 00:11:29ประสานฟันน้องๆที่ทำงานไม่มีใครเคยเหมือน
00:11:29 → 00:11:32กันเออลักษณะไลฟ์สไตล์การดำเนินดำเนิน
00:11:32 → 00:11:35ชีวิตของทุกคนไม่เคยเหมือนกันบางคนอาจจะ
00:11:35 → 00:11:38กินชานมไข่บุ๊กเยอะบางคนไม่ชอบกินหวานเลย
00:11:38 → 00:11:41บางคนแปลงฟันวันละ 5 รอบบางคนตื่นเช้ามา
00:11:41 → 00:11:44ยังไม่อยากแปลงอแล้วทำไมวิธีการแนะนำคน
00:11:44 → 00:11:47ไข้ในการดูแลสุขภาพช่องปากตัวเองเหมือน
00:11:47 → 00:11:50กันทุกคนใจมคะใช่เค้าจะมีคัมภีร์พูดง่ายๆ
00:11:50 → 00:11:52คัมภีร์เฉพาะว่าแปลงต้องเป็นอย่างงี้แต่
00:11:52 → 00:11:55จริงๆหมอแคทกำลังจะบอกว่าแต่ละคนต้องมี
00:11:55 → 00:11:57วิธีการไม่เหมือนกันถูกต้องค่ะแล้วทุกวัน
00:11:57 → 00:12:00นี้เนี่ยด้วยความที่โลกเราเนี่ยพัฒนาการ
00:12:00 → 00:12:04ดีไซน์เครื่องมือหรือแปลงสีฟันอุปกรณ์
00:12:04 → 00:12:08ต่างๆเรียกว่า Personal มากเฉพาะบุคคลมาก
00:12:08 → 00:12:10ความต้องการของมนุษย์แต่ละคนไม่เคยเหมือน
00:12:10 → 00:12:13กันลักษณะทางกายภาพการดำเนินชีวิต
00:12:13 → 00:12:16ไลฟ์สไตล์ไม่เคยเหมือนกันฉะนั้นวิธีการ
00:12:16 → 00:12:19ดีไซน์ที่แนะนำให้แต่ละคนดูแลสุขภาพช่วง
00:12:19 → 00:12:22ปากตัวเองก็ต้องไม่เหมือนกันค่ะแต่
00:12:22 → 00:12:24อันเนี้ยคนไข้ไม่รู้ละต้องเป็นเอ่อปรึกษา
00:12:25 → 00:12:27กับคุณหมอหรือทันตแพทย์นะคะจะได้ช่วยดู
00:12:27 → 00:12:31ว่าเอฟันเราน่ะควรจะดูแลยังไงนะอบางคนฟัน
00:12:31 → 00:12:34ซ้อนต้องดูแลอย่างงนี้บางคนฟันห่างก็ต้อง
00:12:34 → 00:12:37ดูแลอีกแบบนึงฟันซ้อนกับฟันห่างไม่น่าจะ
00:12:37 → 00:12:39ดูแลเหมือนกันถูกต้องมค่ะอืครับเพราะ
00:12:39 → 00:12:43ฉะนั้นพูดง่ายๆว่าคือฟันแต่ละคนนี่วิธี
00:12:43 → 00:12:45การแปลงฟันนี่ต้องเป็นแบบเมสเหมือนกันใช่
00:12:45 → 00:12:48มั้ยฮะการดูแลทันตกรรมหรือการป้องกันหรือ
00:12:48 → 00:12:50การแปลงฟันทุกอย่างต้องเป็นเทอมหมดเฉพาะ
00:12:50 → 00:12:52บุคคลหมดอครับเพราะฉะนั้นแต่ละคนที่อาจจะ
00:12:52 → 00:12:55ต้องไปหาความรู้ว่าฟันตัวเองดูแลยังไงมี
00:12:55 → 00:12:58วิธีการแปลงมีวิธีการยังไงถูกต้องค่ะแล้ว
00:12:58 → 00:13:00ถ้าเราเราก็จะกลับมากลับมาที่คุณพ่อคุณ
00:13:01 → 00:13:03แม่ของเราล่ะครับที่เราจะต้องคอยดูแลเขาค
00:13:04 → 00:13:07เป็นประจำประจำนี่นะครับอะไรคือปัญหาที่
00:13:07 → 00:13:10กลุ่มคุณพ่อคุณแม่ซัก 60 70 80 เนี่ย
00:13:10 → 00:13:12มักจะเจอประจำเกี่ยวกับพวกเรื่องฟันและ
00:13:12 → 00:13:16ช่องปากครับไม่ว่าจะอายุไหนๆย้อนกลับไป
00:13:16 → 00:13:18นิดนึงว่าเราก็ต้องเมดครับคุณพ่อคุณแม่
00:13:18 → 00:13:22เราก็ต้องเมดเหมือนกันเอ่อส่วนตัวแล้วแคท
00:13:22 → 00:13:24อยากจะบอกว่าจริงๆโลกในช่องปากมันเป็นโรค
00:13:24 → 00:13:27ของไลฟ์สไตล์ค่ะอืโลคของไลฟ์สไตล์เหรอใช่
00:13:27 → 00:13:30ค่ะถ้าเราไม่ทำซ้ำๆครับที่เราชอบทำจะทำ
00:13:30 → 00:13:34ซ้ำๆใช่ถ้าเราไม่ทำซ้ำๆโโลในช่องปากไม่
00:13:34 → 00:13:37เกิดเอนะคะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่เราเขาจะ
00:13:37 → 00:13:40ต้องมีไลฟ์สไตล์แล้วก็มี background หรือ
00:13:40 → 00:13:43ข้อมูลอะไรหรือสิ่งใดที่เขาชอบเป็น
00:13:43 → 00:13:46กิจวัตรประจำวันที่เขาทำซ้ำๆครับอันนั้น
00:13:46 → 00:13:48เราก็ต้องดูว่าเอ๊ะเขายังไงนะคะแล้วเรา
00:13:48 → 00:13:51ค่อยๆแก้ไปทีละอย่างอย่างเช่นยกตัวอย่าง
00:13:51 → 00:13:53เช่นโลคในช่องปากอย่างเช่นโรกฟันผูค่ะที่
00:13:53 → 00:13:56เราพูดถึงเมื่อสักครู่พีประสานโรคฟันผุ
00:13:56 → 00:13:59เนี่ยเกิดจากสิ่งปัจจัยแค่ไม่กี่ปัจจัย
00:13:59 → 00:14:03ที่เป็นหลักนะคะ 1 คือเรื่องของมีฟันอถ้า
00:14:03 → 00:14:06มีฟันน่ะผุได้แน่ใช่ 2 คือแบคทีเรียในปาก
00:14:06 → 00:14:09ซึ่งตั้งแต่วันวันวันเกิดถึงวันตายของเรา
00:14:09 → 00:14:12เนี่ยค่ะมีเสมอเราทำได้อย่างเดียวคือคุม
00:14:12 → 00:14:16ไม่ให้เขาเกิดโรคกับเราออแต่เราจะจากกัน
00:14:16 → 00:14:18ไม่ได้คือไม่สามารถเอาเออกไปได้จะอยู่เอา
00:14:18 → 00:14:21ออกไปได้แต่คุ้มให้น้อยแต่ว่าให้กำจัดให้
00:14:21 → 00:14:24หมดเหลือ 0 ไม่ได้ไม่ได้อ่า 3 ก็คืออาหาร
00:14:24 → 00:14:27ที่กินโดยเฉพาะกลุ่มแป้งน้ำตาลครับนะคะ
00:14:27 → 00:14:31ถ้าเรากินแป้งน้ำตาเมื่อไหร่โอกาสที่
00:14:31 → 00:14:33อาหารเหล่านี้ไปเลี้ยงแบคทีเรียได้แน่นอน
00:14:33 → 00:14:36แล้วทำให้เกิดฟันผุ 4 สุดท้ายค่ะคือ
00:14:36 → 00:14:40เรื่องเวลาแปลว่าเราจะต้องกินเยอะกินถี่
00:14:40 → 00:14:43กินบ่อยกินนานซ้ำๆกิจวัตรอยู่อย่างนั้นอ
00:14:43 → 00:14:46กินเยอะกินถี่กินบ่อยกินนานอ่าอ่านะคะทำ
00:14:46 → 00:14:49เป็นประจำนะคะมันถึงจะสามารถที่จะมีระยะ
00:14:49 → 00:14:51เวลาได้นานพอที่จะทำให้แบคทีเรียย่อยแป้ง
00:14:51 → 00:14:54น้ำตาลให้กลายเป็นกรดจี่อยู่บนฟันเราจนทำ
00:14:54 → 00:14:57ให้เกิดรูผุอืแปลว่าถ้า 4 อย่างเยเราฆ่า
00:14:57 → 00:15:00ตัดตอนไปซะ 1 อย่างครับวงจรนี้ไม่เกิด
00:15:00 → 00:15:03แล้วนะคะออเราจะตัดตอนอะไรดีพี่ประสานเรา
00:15:03 → 00:15:07ถอดฟันทิ้งหมดดีมั้ยคะไม่ดีนะไม่ได้เนอ
00:15:07 → 00:15:09งั้นเราเหลือตัดตอนอยู่ 3 อย่างครับคือ
00:15:09 → 00:15:12เวลาเราก็อย่ากินเยอะเราอย่ากินถี่เรา
00:15:12 → 00:15:16อย่ากินบ่อยแล้วเราก็อย่ากินนานอ๋อกิน
00:15:16 → 00:15:17แป้งกินน้ำตาลได้เพราะว่าเราต้องการ
00:15:17 → 00:15:19คาร์โบไฮเดรตนะคำว่ากินนานนี่คืออะไรครับ
00:15:19 → 00:15:21บอกกินแบบกินเป็นคนกินช้ากินไปเรื่อยๆ
00:15:21 → 00:15:23อย่างงี้ลอฮะพี่ประสานลองดูบางทีเรากินไป
00:15:23 → 00:15:26เม้าทไปออกินไปเนี่ยโอโหบุฟเฟ่ต์อันนี้
00:15:27 → 00:15:29ให้เวลา 3 ช่วโมงแล้ว 2 ช่ม 50 10 นาที
00:15:29 → 00:15:31เรายังกินไม่เสร็จเลยครับแล้วกินไปเรื่อย
00:15:31 → 00:15:34ๆเลยตลอด 2 2 ชั่วโมง 1 ชั่วโมงกินนานอ
00:15:34 → 00:15:36อันนี้เรียกกินนานเออ่ากินถี่เช่นสัปดาห์
00:15:36 → 00:15:41นึงเนี่ยค่ะเรากินชานมไข่มุก 7 ครั้งทุก
00:15:41 → 00:15:44คือทุกวันครับจริงๆต้องวันละ 2 ครับอัน
00:15:44 → 00:15:46นั้นคือกินบ่อยแปลว่า 1 วันเนี่ยเรากิน
00:15:46 → 00:15:50กี่ครั้งนะคะแล้วก็พอมาพูดมาถึงตรงนี้อ่ะ
00:15:50 → 00:15:52มาถึงดูแลคุณพ่อคุณแม่แล้วลูกๆบอกว่าตาย
00:15:52 → 00:15:54จริงแล้วจะต้องไปห้ามคุณพ่อคุณแม่ไม่ให้
00:15:54 → 00:15:57กินอย่างงั้นโอโหชีวิตมันเศร้านะอนะคะ
00:15:57 → 00:16:00ส่วนนึงก็คือว่าการดูแลสุขภาพช่องปากหลัก
00:16:00 → 00:16:03การที่สำคัญคือคนไข้ต้อง Enjoy ด้วยอื
00:16:03 → 00:16:06ส่วนตัวเลยนะคะชีวิตไม่มีความสุขครับครับ
00:16:06 → 00:16:09ไม่เอาชีวิตเราต้อง Enjoy ด้วยดูแลได้
00:16:09 → 00:16:12ด้วยสุขภาพดีด้วยแล้วมีความสุขทุกครั้ง
00:16:12 → 00:16:16ที่ดูแลอือแปลว่าอะไรทานได้ค่ะายกตัว
00:16:16 → 00:16:19อย่างว่าเราอาจจะกินข้าว 3 มื้อที่เป็น
00:16:19 → 00:16:22อาหารมื้อหลักไอ้พวกแป้งอาหารกับข้าวแกง
00:16:22 → 00:16:25จืดอะไรไม่ว่ากันนะคะออยากกินเค้กสัก 1
00:16:26 → 00:16:29ชิ้นอืออย่ากินเป็นสนคค่ะรวบมื้อเลยอ้า
00:16:29 → 00:16:33เลือกกินอะไรกินเค้กหลังอาหารเที่ยงออเรา
00:16:33 → 00:16:35กินข้าวไปส่วนนึงแล้วเผื่อท้องอยากกิน
00:16:35 → 00:16:38เค้กกินเค้กให้จบแล้วเลิกแล้วไม่มีสนค
00:16:38 → 00:16:42ระหว่างมื้อระหว่างมื้อกินน้ำเปล่าอืหรือ
00:16:42 → 00:16:46แบบไม่ไหวจริงๆสนคต้องมีหิวมากครับเลือก
00:16:46 → 00:16:50อะไรดีคะแซลมอนปิ้งย่างหมูปิ้งสักหน่อยดี
00:16:50 → 00:16:53มั้ยอหรือซาลาเปาแทนที่จะเป็นไส้ครีมหวาน
00:16:53 → 00:16:58ไส้เผือกเราเป็นไส้หมูสับดีมั้ยอืๆอ่าคือ
00:16:58 → 00:17:00อันนี้ก็คือแปลว่าดีไซน์ฉะนั้นถึงบอกว่า
00:17:00 → 00:17:02ทุกอย่างคือเทเลอร์เมดวิิธีการดูแลคุณพ่อ
00:17:03 → 00:17:05คุณแม่เราก็ต้องเทอร์มที่เราต้องรวบนี่
00:17:05 → 00:17:07เพราะอะไรครับหมอแคทเพราะว่าถ้าสมมุติเรา
00:17:07 → 00:17:09ไม่รวบเรากินข้าวเสร็จแล้วช่วงเบรก
00:17:09 → 00:17:11ระหว่างวันเราดันไปกินของหวานอีกนั่นหมาย
00:17:11 → 00:17:13ถึงว่าเราก็กำลังส่งของบางอย่างเข้าไป
00:17:13 → 00:17:15เลี้ยงแบคทีเรียในปากเลยอย่าือเป่าถูค่ะ
00:17:15 → 00:17:18แปลว่าเพิ่มระยะเวลาและความถี่จำนวนครั้ง
00:17:18 → 00:17:21ที่ทำให้แบคทีเรียได้แป้งและน้ำตาลเพื่อ
00:17:21 → 00:17:24จะย่อยให้กลายเป็นกรดละลายฟันเราหรือทำ
00:17:24 → 00:17:28ให้ฟันเราเป็นรูหรือฟันผุอีกแล้วออื
00:17:28 → 00:17:32ปากว่างบ้างอืๆอุยจริงๆอ่ะจะว่าไปแล้ว
00:17:32 → 00:17:34นิสัยแบบนี้นี่ไม่ต้องไม่ต้องเป็นคุณพ่อ
00:17:34 → 00:17:36คุณแม่ได้ก็ได้เป็นคนหนุ่มสาวเป็นอะไร
00:17:36 → 00:17:38อย่างงี้ได้ถ้ามีพฤติกรรมแบบนี้คุณก็จะนำ
00:17:38 → 00:17:40ไปสู่ความเสี่ยงเรื่องปัญหาฟันปัญหาช่อง
00:17:40 → 00:17:42ปากเหมือนกันถูกต้องค่ะหลักการที่ทำความ
00:17:42 → 00:17:45รู้ความเข้าใจเดียวกันเพียงแต่ว่าปรับ
00:17:45 → 00:17:49เปลี่ยนไปตามอายุช่วงวัยนะคะเช่นคนหนุ่ม
00:17:49 → 00:17:52สาวหรือว่าวัยทำงานเนี่ยนะคะเอ่อเขาก็จะ
00:17:52 → 00:17:55มีเรื่องของความแข็งแรงของระบบภูมิต้าน
00:17:55 → 00:17:59ทานตัวเองนะคะแต่ของคุณพ่อคุณแม่เราก็
00:17:59 → 00:18:02เรียกว่าคอมเซตเบาหวานก็มาไตก็มีความดัน
00:18:02 → 00:18:06ก็ใช่นะคะแล้วยาที่กินก็มีผลเรื่องของ
00:18:06 → 00:18:09ช่องปากทำให้แห้งทำให้แห้งเสร็จแบคทีเรีย
00:18:09 → 00:18:13ในปากโตได้ดีนะคะความเสื่อมถอยชราภาพทาง
00:18:13 → 00:18:16ร่างกายซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติระบบภูมิ
00:18:16 → 00:18:18ต้านทานของร่างกายก็สู้แบคทีเรียไม่ค่อย
00:18:18 → 00:18:22ไหวนะคะมือไม้ที่อาจจะกล้ามเนื้อไม่ค่อย
00:18:22 → 00:18:24ดีการแปรงฟันของคุณพ่อคุณแม่เราอาจจะ
00:18:24 → 00:18:27ประสิทธิภาพน้อยลงนะคะตาเตอมองไม่เห็น
00:18:27 → 00:18:31แปลงถูกบ้าผิดบ้างนะคะฉะนั้นเนี่ยถึงบอก
00:18:31 → 00:18:35ว่าปัจจัยหลักๆเรื่องันผุเหมือนที่เล่า 4
00:18:35 → 00:18:38อย่างแต่ว่ามีปัจจัยเสริมอื่นๆหรือมี
00:18:38 → 00:18:41เรื่องโรคอื่นๆหรือมีแบคกราวข้อมูลอื่นๆ
00:18:41 → 00:18:44ที่เกี่ยวข้องกับคนๆนั้นทำให้โรคมัน
00:18:44 → 00:18:46รุนแรงขึ้นหรือเป็นมากขึ้นหรือเป็นง่าย
00:18:46 → 00:18:50ขึ้นฉะนั้นทุกอย่างถึงมาจบที่เทเมค่ะต้อง
00:18:50 → 00:18:53เฉพาะบุคคลอ่าครับโอ้อันนี้ผมว่าผมว่าอัน
00:18:53 → 00:18:56นี้น่าสนใจนะครับเพราะว่าส่วนหนึ่งบางที
00:18:56 → 00:19:00เราก็มักจะเข้าใจว่าเฮ้ยแก่แล้วถึงจะมี
00:19:00 → 00:19:02อาการแต่จริงๆมันเป็นเรื่องของการสะสม
00:19:02 → 00:19:04ด้วยกอีกอย่างนึงพอสะสมมาเรื่อยๆแล้ว
00:19:04 → 00:19:06ประกอบกับพอเราอายุมากขึ้นเอ่อความ
00:19:07 → 00:19:08เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในร่างกายไม่ว่าจะ
00:19:08 → 00:19:10เป็นสายตากล้ามหรืออย่างที่เมื่อกี้คุณ
00:19:10 → 00:19:12หมอแคทบอกทำให้การดูแลต่อสู้กับบรรดา
00:19:12 → 00:19:16แบคทีเรียในปากนี่มันทำได้น้อยลงถ้ายาก
00:19:16 → 00:19:18เพราะถ้าเป็นนอนหนุ่มสาวเราเราอาจจะอย่าง
00:19:18 → 00:19:21เราอาจจะรับมือกับมันได้ค่ะอ่าครับอ่าผม
00:19:21 → 00:19:23ว่าอันนี้อันนี้ก็เป็นเป็นเรื่องที่น่าสน
00:19:23 → 00:19:26ใจมากๆถ้าอย่างนั้นขยับมาอีกประเด็นนึง
00:19:26 → 00:19:30ครับก็คือเรื่องของการดูแลละผมจะเห็นว่า
00:19:30 → 00:19:34บางทีผู้สูงอายุมักจะมีความเข้าใจหรือว่า
00:19:34 → 00:19:36อาจจะเป็นความเชื่อที่แบบผิดๆก็ได้นะครับ
00:19:37 → 00:19:40ที่บางทีเราเขาอาจจะก็ดูตามๆกันมาเนาะก็
00:19:40 → 00:19:42คือผมจะเห็นว่าบางทีผู้สูงอายุเนี่ยเวลา
00:19:42 → 00:19:45แปลงฟันเนี่ยถ้ายังเหลือฟันอยู่นะจะแปรง
00:19:45 → 00:19:48ฟันโอแปรงฟันแรงมากเลยนะครับแปรงฟันแรง
00:19:48 → 00:19:50เสร็จแล้วก็เหมือนประมาณว่าเวลากลั่วน้ำ
00:19:51 → 00:19:53ก็ต้องแบบเสียงดังๆอะไรเงี้นะฮะคือพอกลั่
00:19:53 → 00:19:57เสร็จก็ไอคันคออีกอะไรเงี้ยแล้วจริงๆไอ้
00:19:57 → 00:20:00ตรงความเชื่อพวกเครับเราจะไปอธิบายให้คุณ
00:20:00 → 00:20:03พ่อคุณแม่ผู้สูงายุฟังได้ยังไงครับว่าเออ
00:20:03 → 00:20:05มันมีวิธีการที่ถูกต้องอย่างไรในการแปรง
00:20:05 → 00:20:08ฟันโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุครับค่ะอันนี้
00:20:08 → 00:20:11เรียกว่าเป็นปัญหาระดับโลกปัญหาระดับโลก
00:20:11 → 00:20:15นะระดับโลกคือจริงๆเนี่ยเวลาที่คุณลูกนะ
00:20:15 → 00:20:18คะพาคุณพ่อคุณแม่มาหาหมอที่คลินิกเนาะ
00:20:18 → 00:20:22ครับจะต้องมีสิ่งที่ทำประจำเลยก็เ๋คุณพ่อ
00:20:22 → 00:20:24คุณแม่อย่าเพิ่งเข้ามาคุณลูกเข้ามาก่อนมี
00:20:24 → 00:20:27การบรีฟหมอก่อนเหรฮะค่ะคุณหมอคะคุณพ่อคุณ
00:20:27 → 00:20:30แม่ไม่ฟังเลยอืเตือนยังไงบอกยังไงก็ไม่
00:20:30 → 00:20:34เคยฟังนะคะคุณหมอช่วยพูดทีช่วยพูด 1 2 3
00:20:34 → 00:20:374 5 ดังต่อไปนี้นะคะนะคะช่วยช่วยลูก
00:20:37 → 00:20:41หน่อยนะคะจริงๆอยากทำความเข้าใจกับคุณลูก
00:20:41 → 00:20:43ซึ่งซึ่งบอกกับคุณลูกเสมอเลยเราจะต้องทำ
00:20:43 → 00:20:46ความเข้าใจกับคุณพ่อคุณแม่เราก่อนครับ
00:20:46 → 00:20:48ประเด็นที่ 1 นะคะก็คือว่าจริงๆเขาดูแล
00:20:48 → 00:20:50เรามาตั้งแต่เด็กอืเขาเห็นเราคือลูกเล็ก
00:20:50 → 00:20:53ของเขาเสมอครับเมื่อวันนึงเขารู้สึกว่า
00:20:53 → 00:20:55ร่างกายเขาเสื่อมถอยลงแล้วกลายเป็นว่าลูก
00:20:55 → 00:20:58เล็กที่เขาดูแลมาจะต้องกลายมาเป็นดูแลเขา
00:20:58 → 00:21:02เใช่นะคะคิดิดดูว่าหัวอกหัวใจของคุณพ่อ
00:21:02 → 00:21:03คุณแม่จะรู้สึกยังไงใช่ใช่เหมือนเป็นคน
00:21:03 → 00:21:05สั่งมาตลอดแล้ววันนึงต้องมารับคำสั่งแล้ว
00:21:05 → 00:21:08จะรู้สึกว่าอึดอัดแลอ่าแล้วก็รู้สึกว่า
00:21:08 → 00:21:11เราหวังดีกับลูกสิ่งที่เราทำให้ลูกดีที่
00:21:11 → 00:21:13สุดเสมอแต่วันนี้กลายเป็นว่าสิ่งนั้นที่
00:21:13 → 00:21:17เราจะพยายามทำดูแลตัวเองมันดูแลไม่ได้ะนะ
00:21:17 → 00:21:19คะอันนี้อยากให้เห็นใจคุณพ่อคุณแม่ด้วย
00:21:19 → 00:21:22ส่วนนึงอแต่ส่วนที่หมอจะให้ข้อเท็จจริง
00:21:22 → 00:21:24กับคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องห่วงให้ข้อเท็จ
00:21:24 → 00:21:27จริงแน่นอนนะคะแต่ว่าพอคนใกล้ชิดมากรัก
00:21:28 → 00:21:31กันมากหวังดีกันมากบางทีมันทนกันไม่ค่อย
00:21:31 → 00:21:33ไหวว่าเอ๊ะทำไมเราหวังดีแล้วกลายเป็นว่า
00:21:33 → 00:21:37คุณพ่อคุณแม่ไม่เชื่อเรานะคะหมอมีหน้าที่
00:21:37 → 00:21:41เป็นคนกลางให้นะคะในการดูแลคุณพ่อคุณแม่
00:21:41 → 00:21:44ไม่ยากเลยนะคะวิธีการที่แบบแปรงฟันทำความ
00:21:44 → 00:21:46สะอาดไม่ยากแต่ว่าเราก็ต้องมีปัจจัยหลายๆ
00:21:46 → 00:21:49อย่างนะคะเวลาที่หมอแนะนำคุณพ่อคุณแม่ว่า
00:21:49 → 00:21:51เอ๊ะเราจะดูแลสุขภาพช่องปากยังไงเราไปตาม
00:21:51 → 00:21:54สาเหตุของโลกเลยอาจจะต้องดูก่อนว่าคุณพ่อ
00:21:54 → 00:21:56คุณแม่เป็นโรคอะไรในช่องปากมาก่อนซึ่ง
00:21:56 → 00:21:58ส่วนใหญ่ก็จะเป็น 2 โรคที่ว่าคือโรคโโรค
00:21:58 → 00:22:02ฟันผูกับโโรโรคเหงือกนะคะฉะนั้นเรากำจัด
00:22:02 → 00:22:04สาเหตุก่อนเลยอาจจะต้องดูว่าคุณพ่อคุณแม่
00:22:04 → 00:22:07มีโรคประจำตัวอะไรครับนะคะเอ่อโรคประจำ
00:22:07 → 00:22:10ตัวแล้วแต่ละอันมีผลกระทบต่อในช่องปาก
00:22:10 → 00:22:12เหมือนที่เล่าให้พี่ประสานฟังว่าแค่ยาลบ
00:22:12 → 00:22:15ความดันที่มียาขับปัสสาวะด้วยก็ทำให้ปาก
00:22:15 → 00:22:19แห้งอออการที่ปากแห้งน้ำลายเราคือสารฆ่า
00:22:19 → 00:22:22เชื้อวิเศษที่มันร่างกายผลิตครับนะคะแล้ว
00:22:22 → 00:22:26ก็ทำให้เอ่อในปากมันชุ่มชื้นกินอาหารก็
00:22:26 → 00:22:30ง่ายแผลเกิดยากออือนะคะแล้วก็ตัวน้ำลาย
00:22:30 → 00:22:33เองจะช่วยย่อยอาหารแล้วถ้าเกิดสมมุติคุณ
00:22:33 → 00:22:35พ่อคุณแม่เราน้ำลายแห้งสิ่งที่เกิดขึ้น
00:22:35 → 00:22:38คือจะเกิดอัตราฟันผุกับโรคเหงือกรุนแรง
00:22:38 → 00:22:41และเยอะแล้วเร็วอืนะคะแล้วก็บางทีทาน
00:22:41 → 00:22:43อาหารก็กลืนยากกลืนลำบากเพราะน้ำลายแทน
00:22:44 → 00:22:45ที่จะช่วยทำให้อาหารนุ่มนะคะก็กลายเป็น
00:22:45 → 00:22:48กลืนไม่ได้นะคะเอาแค่ปัญหาเรื่องน้ำลาย
00:22:48 → 00:22:51อย่างเดียวก็มีเรื่องให้พูดเยอะแยะนะคะ
00:22:51 → 00:22:53ส่วนวิธีการทำความสะอาดคุณพ่อคุณแม่แปลง
00:22:53 → 00:22:57แรงๆเนี่ยเป็นคลาสสิคครับเพราะว่าคุณพ่อ
00:22:57 → 00:23:00คุณแม่อยากให้ฟันสะอาดไงใช่เอยากให้ดีไง
00:23:00 → 00:23:04คะคือขักคือขักเนี่ยนะฮะแล้วก็คุณพ่อคุณ
00:23:04 → 00:23:07แม่ยังมีความเชื่อว่าแปรงสีฟันที่ดีคือ
00:23:07 → 00:23:12อันที่แข็งๆเอ้อใช่อฮะค่ะแต่พี่ภาสาลอง
00:23:12 → 00:23:15นึกดูค่ะเวลาที่เราเช็ดรถครับเราใช้ผ้า
00:23:15 → 00:23:18ชามมัวใช่อ่ะคุณพ่อคุณแม่ชอบแหวนเพชร
00:23:18 → 00:23:21สร้อยคอคุณแม่เราจะเช็ดด้วยผ้านุ่มๆอย่าง
00:23:21 → 00:23:25ดีจะเป็นรอยอ้าแต่ทำไมฟันเรา sensitive
00:23:25 → 00:23:29กว่านั้นอีกทำไมเราถึงไปใช้แปลงแข็งๆหรือ
00:23:29 → 00:23:31แปลงแรงๆครับอันนี้เป็นเป็นแปลงแบบอ่า
00:23:31 → 00:23:34อะไรนะสเกลเดียวกับถูพื้นได้อ่าใช่อย่าง
00:23:34 → 00:23:36งั้นเลยค่ะเป็นแบบนั้นเลยนะคะอันนี้ก็
00:23:36 → 00:23:39สามารถที่ที่จะยกตัวอย่างและอธิบายให้คุณ
00:23:39 → 00:23:41พ่อคุณแม่ฟังได้แล้วมักจะมีคำถามจากคุณ
00:23:42 → 00:23:44พ่อคุณแม่ว่าอย่างเงี้ยเชื้อโรคขี้ฟันเศษ
00:23:44 → 00:23:48อาหารมันก็ไม่ออกสิใช่เราก็อาจจะต้องลอง
00:23:48 → 00:23:51ทำให้ดูค่ะคือจริงๆอ่ะแคทมักจะใช้สิ่งที่
00:23:51 → 00:23:55เรียกว่าน้ำยาย้อมแบคทีเรียอืคือจริงๆมัน
00:23:55 → 00:23:57มีผลิตมานานแล้วนะคะน้ำยาเนี้ยมันจะไม่
00:23:57 → 00:23:59ติดอะไรเลยค่ะค่ะพี่ประสานย้อมเข้าไปใน
00:23:59 → 00:24:01ปากปุ๊บมันจะติดเฉพาะแบคทีเรียที่อยู่ใน
00:24:01 → 00:24:04ปากเท่านั้นน้ำยาย้อมแบคทีเรียนะฮะใช่ค่ะ
00:24:04 → 00:24:06สาเหตุจริงๆก็คือจริงๆเขใช้กันทั่วโลก
00:24:06 → 00:24:09เพื่อให้คนไข้ได้เห็นว่าแบคทีเรียที่เรา
00:24:09 → 00:24:13ไม่มองไม่เห็นอยู่นะย้อมปุ๊บเพียบอ๋อแล้ว
00:24:13 → 00:24:15ต้องไม่เข้าใจผิดว่าสิ่งที่เราต้องการเอา
00:24:15 → 00:24:18ออกคือเศษอาหารครับสิ่งที่เราต้องการเอา
00:24:18 → 00:24:21ออกหลักๆคือแบคทีเรียอ๋อน้ำยาย้อมแบคที
00:24:21 → 00:24:22นี้ทำหน้าที่ไงทำหน้าที่พอใส่ค่อไปปุ๊บ
00:24:22 → 00:24:24เราจะเห็นแบคทีเรียเราจะเห็นสีเลยค่ะว่า
00:24:24 → 00:24:27ตรงไหนมีาบแบคทีเรียอยู่สีมันจะติดเห็น
00:24:27 → 00:24:29ได้ด้วยตาเปล่าเลยเ่าครับอ๋อสมมุติผมยอม
00:24:29 → 00:24:32นี่คืออ่าเหมือนถบ้วนเหรอฮะหรือหรือยังไง
00:24:32 → 00:24:35ฮะก็เป็นเป็นเจลสีนะค่ะทาไปที่ฟันเสร็จ
00:24:35 → 00:24:38บ้วนน้ำออพี่ประสานเห็นฟันขาวๆสะอาดแปรง
00:24:38 → 00:24:40ฟันไปใหม่ๆนี่แหละตรงไหนมีแบคทีเรียปุ๊บ
00:24:40 → 00:24:43จะติดสีเป็นปื้นให้เราเห็นเลยออเหรอแล้ว
00:24:43 → 00:24:46บอกได้ด้วยนะคะแบคทีเรียเก่าหรือใหม่เหรอ
00:24:46 → 00:24:49ฮะถ้าเก่าติดม่วงถ้าใหม่ชมพูแบคทีเรียฟัน
00:24:50 → 00:24:53ผุติดสีฟ้าอ๋อเหรอครับอันนี้อันนี้เรา
00:24:53 → 00:24:54ต้องไปหาหมอมั้ยครับหรือเราสามารถต้อง
00:24:54 → 00:24:57ต้องต้องหาคุณหมอหาคุณหมอพอเราย้อมเสร็จ
00:24:57 → 00:24:59ปุ๊บคุณพ่อคุณแม่เห็นแล้วเอ้าเพิ่งแปรง
00:24:59 → 00:25:02ฟันมาแล้วเรารู้สึกแปรงฟันสะอาดมากแปรง
00:25:03 → 00:25:06อย่างแรงอย่างดังอย่างบ้วนน้ำแบบเต็มที่
00:25:06 → 00:25:09เลยเ้ามันมีอยู่อพอมีอยู่เสร็จปุ๊บเรา
00:25:09 → 00:25:12ค่อยๆให้คุณพ่อคุณแม่แปลงนะคะแล้วหมออาจ
00:25:12 → 00:25:14จะเปลี่ยนแปลงสีฟันให้เลือกแปลงสีฟันให้
00:25:15 → 00:25:17แบบที่ขนนุ่มนะคะแล้วเราลองแปลงดูโดยอาจ
00:25:18 → 00:25:21จะคุยกับคุณพ่อคุณแม่ก่อนเลยว่าแปลว่าถ้า
00:25:21 → 00:25:23หมอใช้ขนนุ่มแลถ้าไอ้สีพวกนี้มันออกครับ
00:25:23 → 00:25:26ไอ้แบคทีเรียพวกนี้มันออกแปลว่าคุณพ่อคุณ
00:25:26 → 00:25:28แม่ไม่ต้องแปลงแรงแล้วนะอ๋อแสดงว่าพอเรา
00:25:28 → 00:25:31พอใช้อะไรนะฮะสารย้อมแบคทีเรียพอเราเห็น
00:25:31 → 00:25:33ปุ๊บคุณพ่อคุณแม่เจะจะรู้แล้วว่าว่าเอ้ย
00:25:33 → 00:25:36จริงๆไอ้ที่เขาแปลงแรงๆนี่บางทีไม่ได้ผล
00:25:36 → 00:25:38แสดงว่าบางทีกรณีแบบนี้คุณหมอแคทก็จะแนะ
00:25:38 → 00:25:41นำวิธีการแปรงฟันให้กับบรรดาคุณพ่อคุณแม่
00:25:41 → 00:25:44นะใช่ค่ะค่ะคราวเนี้ยก็คือต้องให้คุณพ่อ
00:25:44 → 00:25:46คุณแม่เห็นก่อนเนาะว่าไอ้เชื้อโรคที่เรา
00:25:46 → 00:25:49มองไม่เห็นนมันมีจริงอาฮะแล้วพอเห็นแล้ว
00:25:49 → 00:25:52บอกโอมีจริงๆด้วยนะคะคราวนี้ก็นำมาสู่
00:25:52 → 00:25:54เรื่องของวิธีการแปรงฟันที่เหมาะสมกับคุณ
00:25:54 → 00:25:58พ่อคุณแม่เหมาะสมกับวิถีชีวิตกับเอ่อ
00:25:58 → 00:26:01เรียกว่าฟันของคุณพ่อคุณแม่ว่าควรจะแปลง
00:26:01 → 00:26:04แบบไหนนะคะอันวันนี้มีโมเดลมาให้ดูนะคะ
00:26:04 → 00:26:08ลองยกตัวอย่างนะคะโมเดลอันนี้เผอิญฟันครบ
00:26:08 → 00:26:09ใช่ๆซึ่งจริงๆของคุณพ่อคุณแม่เนี่ยใน
00:26:09 → 00:26:13ปัจจุบันก็อาจจะมีแหวงๆไปวบ้างนะคะอ่ะอา
00:26:13 → 00:26:16ที่เช่นปกติคุณพ่อคุณแม่เราแปลงเนี่ยเขา
00:26:16 → 00:26:18จะจับแปลงแบบนี้อืแล้วแบบเรียกว่าสอยเต็ม
00:26:19 → 00:26:23ที่เลยแรงๆกดหนักๆนะคะเอ่อแคทมักจะเริ่ม
00:26:23 → 00:26:25ให้คุณพ่อคุณแม่เปลี่ยนวิธีการจับแปลง
00:26:25 → 00:26:28ก่อนนะคะเปลี่ยนวิธีจากจับเต็มมือกลาย
00:26:28 → 00:26:31เป็นจับเหมือนเขียนหนังสือปากกาเพราะว่า
00:26:31 → 00:26:33มันจะลดแรงลงไปเลยเขียนหนังสือปากกาคือ
00:26:33 → 00:26:36จับอย่างงี้อย่างงี้เลยค่ะอค่ะถามว่าทำไม
00:26:36 → 00:26:39ถึงจะต้องเปลี่ยนวิธีการจับเดิมคนจับแบบ
00:26:39 → 00:26:42นี้แล้วเคุ้นแรงแบบนี้มาตลอดชีวิตถ้าให้
00:26:42 → 00:26:44เขาจับแบบเดิมแล้วให้แปลงเบาคุณพ่อคุณแพ
00:26:44 → 00:26:47เราก็บอกเบาแล้วเบาที่สุดแล้วอ่ะแต่ถ้า
00:26:47 → 00:26:49เกิดเปลี่ยนมาเป็นแบบวิธีการจับปากกา
00:26:49 → 00:26:52ดินสอแบบนี้นะคะแบบเขียนหนังสือนะคะมันกด
00:26:52 → 00:26:56แรงไม่ได้โดยอัตโนมัติออแสดงว่าความเข้า
00:26:56 → 00:26:58ใจนึงก็ต้องไปแก้เลยก็คือไม่จำเป็นต้องกด
00:26:58 → 00:27:00กดแรงก่อนเลยบางคนอาจจะต้องเข้าใจว่าต้อง
00:27:00 → 00:27:02แรงถึงจะสะอาดจริงๆไม่จำเป็นต้องแรงใช่
00:27:02 → 00:27:05ใช่ค่ะอ้าก็คุณพ่อคุณแม่เห็นสีที่ย้อมติด
00:27:05 → 00:27:07ฟันแล้วใช่มั้ยคะเพิ่งแปลงมาตะกี้นี้แบบ
00:27:07 → 00:27:10อย่างแรงเลยเอามันไม่ออกนะคะคุณพ่อคุณแม่
00:27:10 → 00:27:12แปลว่าอะไรแปลว่าไม่ใช่ว่าไม่ทำไม่ใช่ว่า
00:27:12 → 00:27:16ท่านไม่ทำแต่ท่านแปลงไม่ถูกที่คันอเกาไม่
00:27:16 → 00:27:18ถูกที่คันแปลงไม่ถูกที่ที่เชื้อโรคมัน
00:27:18 → 00:27:20อยู่อ่างั้นเราเห็นเชื้อโรคแล้วค่ะงั้น
00:27:20 → 00:27:23เรารู้รู้แล้วว่าเราต้องแปลงตรงไหนอ่า
00:27:23 → 00:27:25อย่างเงี้ยเป็นต้นนะคะเดี๋ยวคราวนี้พอ
00:27:25 → 00:27:29วิธีการจับแปลงสีฟันเสร็จปุ๊บเอ่อเอปกติ
00:27:29 → 00:27:31เนี่ยเวลาโดยมากเลยส่วนใหญ่คนไข้เวลาแปลง
00:27:31 → 00:27:34อ่ะก็แปลงฟันเนาะภาษาไทยมันแปลงฟันแปลว่า
00:27:34 → 00:27:37เราต้องแปลงตรงฟันใช่แต่จริงๆแบคทีเรีย
00:27:37 → 00:27:39มันอยู่ตรงขอบเหงือกกับคอฟันออลอยต่อมัน
00:27:40 → 00:27:43เหรอฮะลอยต่ออยู่ซะเยอะด้วยฉะนั้นเนี่ย
00:27:43 → 00:27:46การแปลงฟันของเราจริงๆเราต้องพูดว่าการ
00:27:46 → 00:27:50แปลงขอบเหงือกและคอฟันเออ่าก็คือเราต้อง
00:27:50 → 00:27:53วางแปลงสีฟันเนี่ยค่ะตรงขอบเหงือกและคอ
00:27:53 → 00:27:56ฟันนะคะแล้วก็เทคนิควิธีการแปลงฟันบนโลก
00:27:56 → 00:28:00ใบนี้เยอะมากค่ะพี่ประสา
00:28:00 → 00:28:07ครับบงดในประทนิดอ่าใช่ผมจะเรียนถูให้ให้
00:28:07 → 00:28:12กดลงปลงลงฟันบนปัดลงฟันล่างปัดขึ้นว่า
00:28:12 → 00:28:14งั้นเหมือนที่เราเรียนรู้มาตั้งแต่เด็กนะ
00:28:14 → 00:28:17คะแต่ว่าในคนไข้ผู้ใหญ่แค่จะจะมักนิยม
00:28:17 → 00:28:21แล้วก็แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ถูเฉยๆเหมือน
00:28:21 → 00:28:23เราล้างจาน
00:28:23 → 00:28:28อืลักษณะถูเฉยๆเหมือนตรงล้างจานต้องวนฮะ
00:28:28 → 00:28:30วนถูเฉยๆค่ะบนถูอย่างงี้นะอ่าเหมือนเรา
00:28:30 → 00:28:32ล้างจานเวลาเราล้างจานอล้างจานอ่ะใช่เรา
00:28:32 → 00:28:35จานมาแล้วก็จะอย่างงี้อ่าครับค่ะในผู้
00:28:35 → 00:28:39ใหญ่ก็จะง่ายนิดนึงว่าอ๋อวนเฉยๆก็ได้คือ
00:28:39 → 00:28:42จริงๆเทคนิคมีมากมายครับเอ่อหลักการของ
00:28:42 → 00:28:47แคทคืออะไรที่พ่อแม่ทำได้อะไรที่ง่ายอะไร
00:28:47 → 00:28:50ที่พอเปลี่ยนได้แล้วยังมีประสิทธิภาพใน
00:28:50 → 00:28:52การเอาแบคทีเรียออกทำเลยค่ะมันอาจจะไม่
00:28:52 → 00:28:56เพอเฟคสมบูรณ์แบบเหมือนในฝันอือไม่เป็นไร
00:28:56 → 00:28:59ขอให้ได้เริ่มใช่เริ่มแล้วง่ายพอที่ทำ
00:28:59 → 00:29:02สำเร็จคุณพ่อคุณแม่เราอยากจะเปลี่ยนต่อ
00:29:02 → 00:29:04ค่ะอยากจะดีขึ้นเพราะไปเพราะไปฝืนเค้ามาก
00:29:04 → 00:29:08ๆเจะไม่อยากทำและใช่ค่ะอครับแล้วก็บางที
00:29:08 → 00:29:11เนี่ยมีคุณพ่อคุณแม่หลายท่านบอกว่าคุณหมอ
00:29:11 → 00:29:15ตอนเนี้ยอายุ 60 65 และแก่ละคุณหมออย่า
00:29:15 → 00:29:18มาเปลี่ยนเลยเปลี่ยนอะไรไม่ได้หรอกอืจริง
00:29:18 → 00:29:21ๆพวกนี้อยู่ที่ mindset อย่างเดียวใช่
00:29:21 → 00:29:25เพราะว่ามีคนไข้ของหมออายุ 70 กว่า 75
00:29:25 → 00:29:27เดิมเคยเป็น CEO บริษัทใหญ่โตเลยวันนี้
00:29:27 → 00:29:31เสียแล้วอแต่เป้าหมายของชีวิตเขาคืออยาก
00:29:31 → 00:29:35จะอายุแก่ไปเรื่อยๆแบบมีคุณภาพฉะนั้นอายุ
00:29:35 → 00:29:3875 แล้วคิดว่าแบบไม่น่าจะเปลี่ยนอะไรได้
00:29:38 → 00:29:41แล้วครับแต่จริงๆยอมเปลี่ยนภายในแค่ 3
00:29:41 → 00:29:43เดือน 6 เดือนสุขภาพดีขึ้นเยอะเลยอื
00:29:43 → 00:29:45ฉะนั้นทั้งหมดทั้งหลายอยู่ที่ mind เซต
00:29:45 → 00:29:48เราอย่างเดียวแต่ว่าคุณคุณลูกก็ต้องให้
00:29:48 → 00:29:51กำลังใจด้วยนะคะอย่าแบบบังคับกันคุณพ่อ
00:29:51 → 00:29:54คุณแม่ทำได้นิดนึงก็ดีแล้วแล้วเดี๋ยวทุกๆ
00:29:54 → 00:29:57วันจะค่อยๆดีขึ้นค่อยๆดีขึ้นอนี่พอพอฟัง
00:29:57 → 00:29:59คุณหมอหแค่อธิบายว่าวิธีการแปลงคือต้อง
00:29:59 → 00:30:02แปลงให้ไปถึงช่วงรอยต่อระหว่างฟันกับกับ
00:30:02 → 00:30:04เหงือกนั่นหมายถึงว่าพอพูดแบบนี้เสร็จไอ้
00:30:04 → 00:30:07ฟันแข็งๆไอ้แปลงแข็งๆอฮะก็ไม่เริ่มไม่
00:30:07 → 00:30:09เหมาะสครับสำหรับคนมอายุใช่เพราะว่าพอ
00:30:09 → 00:30:11เริ่มแปลงแข็งสิ่งที่เกิดขึ้นถ้าเราไป
00:30:11 → 00:30:14แปลงตรงนั้นเหงือกก็ล่นคอฟันก็สึกได้รวม
00:30:14 → 00:30:17ทั้งแรงในการแปลงก็เยอะอีกนะคะแล้วคราว
00:30:17 → 00:30:20นี้เนี่ยดีไซน์ที่เอ่อแปลงสีฟันบนโลกใบ
00:30:20 → 00:30:22เนี้ยเามีเยอะแยะเลยค่ะคุณประสานคุณ
00:30:22 → 00:30:24ประสานอาจจะเห็นว่าอันนี้แปรงฟันเนาะผิว
00:30:24 → 00:30:28ด้านนอกนะคะแต่ว่าบางทีเนี่ยฟันหน้าล่าง
00:30:28 → 00:30:31ถ้าคุณประสานไปขูดหินปูนเรื่อยๆคุณหมอมา
00:30:31 → 00:30:33จะบอกอุ๊ยหินปูนข้างหน้าล่างเยอะมากเลย
00:30:33 → 00:30:36ใช่ผมนี่ผมนี่เยอะมากเลยอ่าฮะฮมันเป็นจุด
00:30:36 → 00:30:39อ่อนของเราส่วนใหญ่นะคะมันจะแปลงยากเพราะ
00:30:39 → 00:30:42ความโค้งเอยแล้วก็พร้อมทั้งบริเวณเนี้ย
00:30:42 → 00:30:44มักจะมีการตกตะกอนทำให้เกิดหินปูนเยอะนะ
00:30:44 → 00:30:47คะคราวนี้เขาก็มีดีไซน์อ่ะหมอยกตัวอย่าง
00:30:47 → 00:30:51ให้แปลงหัวเล็กจิ๋วลิวอออันนี้ชื่อว่า
00:30:51 → 00:30:54จริงๆภาษาอังกฤษเขาเรียกว่าเทั to Blush
00:30:54 → 00:30:58ครับคนไทยเรียกเอ็นดูเรียกว่าแปลงกระจุก
00:30:58 → 00:31:00หัวกระจุกนะคะก็เรียกอย่างงั้นแล้วกัน
00:31:00 → 00:31:02เนาะหัวกระจุกนะคะการใช้หัวกระจุกกับ
00:31:02 → 00:31:04สำหรับฟันหน้าล่างบางทีหมอก็ให้เพิ่ม
00:31:04 → 00:31:06เพราะว่าแปลงฟันหน้าล่างไม่ได้ซักทีไม่
00:31:06 → 00:31:09ถนัดเอ่หินปูก็ยังเยอะอยู่ชักเริ่มคุณพ่อ
00:31:09 → 00:31:12คุณแม่ชักเริ่มหมดกำลังใจละอ่าหมอให้
00:31:12 → 00:31:14อุปกรณ์พิเศษคุณแม่คุณพ่อคุณแม่ทำอย่าง
00:31:14 → 00:31:18นี้นะคะถูขึ้นลงเฉพาะซี่ออหมอไม่ขอเยอะขอ
00:31:18 → 00:31:21แค่ 6 ซี่หน้าล่างก่อนอออทำ 6 ซี่หน้า
00:31:21 → 00:31:24ล่างเยังชั่วดีกว่าทำ 32 ซี่ทั้งปากนะอ่า
00:31:24 → 00:31:286 ซี่หน้าล่างปรากฏว่าแต่ละครั้งที่มา
00:31:28 → 00:31:32หินปูนน้อยลงไปเรื่อยๆๆๆๆๆจนไม่มีโอหภูมิ
00:31:32 → 00:31:35ใจจังเลยทำได้ะอครับนะคะแปลว่าเราต้อง
00:31:35 → 00:31:38ค่อยๆเขยิบค่อยๆให้การบ้านไปนะคะแล้วก็คน
00:31:38 → 00:31:41ไข้อันนี้อันนี้ไม่อยากจะบอกว่านี่แค่ทำ
00:31:41 → 00:31:43ความสะอาดแค่ด้านนอกนะคะนี่เรายังไม่ถึงอ
00:31:43 → 00:31:45ใช่ยังถึงฟันกรามปป่าครับแล้วยังไม่ถึง
00:31:45 → 00:31:49ทันถึงซอกฟันด้วยอ๋อยังไม่ทันถึงฟันกราม
00:31:49 → 00:31:52ข้างในไม่เป็นไรเราค่อยๆใช้เวลาอแล้วถาม
00:31:52 → 00:31:54ว่าซอกฟันคุพี่ประสานอาจจะรู้สึกว่าถ้า
00:31:55 → 00:31:57เกิดสมมุติเรามีข้อมูลข่าวสารในบ้านเรา
00:31:57 → 00:32:00ครับครับซอกฟันคือไหมขัดฟันเท่านั้นใช่
00:32:00 → 00:32:03เราก็จะคิดอย่างงั้นที่มันจะเข้าถึงฮะ
00:32:03 → 00:32:05แล้วร้อยละร้อยของคนไข้ที่มาพบไม่ค่อยได้
00:32:05 → 00:32:08ใช้ไหมขัดฟันกันใช่มั้ฮะมันยากครับนะคะ
00:32:08 → 00:32:11ฉะนั้นเนี่ยไหมขัดฟันไม่ใช่อุปกรณ์ที่ไม่
00:32:11 → 00:32:14ดีนะคะเป็นอุปกรณ์ที่ดีมีคุณภาพมากเลย
00:32:14 → 00:32:17แล้วถ้าฝึกใช้อ่ะไม่ยากออืแต่วันแรกที่คน
00:32:17 → 00:32:19มาแล้วตั้งป้อมไว้แล้วว่ามันยากไม่อยากทำ
00:32:19 → 00:32:22แล้วเไม่อยากเไม่ได้ทำมาตลอดชีวิตเราจะ
00:32:22 → 00:32:24เปลี่ยนให้เขาใช้ภายในข้ามคืนใช่เไปบอก
00:32:24 → 00:32:26ให้ผู้ใหญ่ใช้ไหมขัดฟันนี่เค้าไม่ค่อยใช้
00:32:26 → 00:32:29กันนะฮะใช่มั้ยฮะยากมากๆค่ะฉั้นเนี่ยบางี
00:32:29 → 00:32:32เหือก่นไปแล้วเนคอฟันสึกไปแล้วมีแบบเป็น
00:32:32 → 00:32:35โรเหงือกจนทำให้สูญเสียฟันบางซี่แล้วมัน
00:32:35 → 00:32:39ก็ทำให้เกิดช่องเกิดฟันห่างฟันล้มอใบขาด
00:32:39 → 00:32:42ฟันในผู้ใหญ่บางทีท่านก็รู้สึกว่ายากเกิน
00:32:42 → 00:32:45อ่าคราวนี้เราก็มีแปลงซอกฟันอันมากมาย
00:32:45 → 00:32:48หลากหลายที่โลกใบนี้เขาผลิตดีไซน์มาให้
00:32:48 → 00:32:51เราใช้เราก็เลือกเลยค่ะว่าผู้ใหญ่ท่านนี้
00:32:51 → 00:32:54คุณพ่อคุณแม่เราซอกฟันเหมาะกับอุปกรณ์
00:32:54 → 00:32:58อะไรนะคะอ้าโอเคคราวนี้เนี่ยแปลงซอกเพราะ
00:32:58 → 00:33:00ฟันน่ะมีเยอะแยะเลยวิสาจะรู้สึกว่าเหมือน
00:33:00 → 00:33:03แปรงล้างขวดนมใช่อ่าใหญ่โตขนาดนี้จะแยง
00:33:03 → 00:33:06เข้าไประหว่างฟันได้เลยนะคะจริงๆแล้ว
00:33:06 → 00:33:10เนี่ยพวกนี้มันมีไซส์นะคะแล้วเราจะรู้ว่า
00:33:10 → 00:33:12คนไข้คนไหนใช้ไซส์ไหนมันมีอุปกรณ์วัดไซส์
00:33:12 → 00:33:15ว่างั้นเถอะคุณหมอสามารถช่วยวัดไซส์ให้
00:33:15 → 00:33:19ได้นะคะแต่ว่าอย่างเช่นในบางบางซี่ที่รู้
00:33:19 → 00:33:22สึกว่าฟันห่างมากเลยฟันล้มมากเลยไหมขัด
00:33:22 → 00:33:25ฟันใช้ไม่ถนัดเราก็อาจจะแนะนำให้ใช้แปรง
00:33:25 → 00:33:28ซอกออ๋อมันจะสามารถแยกเข้าไปในซอกฟันได้อ
00:33:28 → 00:33:32ใช่แอคชั่นมันเหมือนไม้จิ้มฟันใช่ๆๆครับ
00:33:32 → 00:33:35ซึ่งเข้าใจได้ง่ายกว่าในคนไข้ผู้ใหญ่ซึ่ง
00:33:35 → 00:33:37ผู้ใหญ่เค้าก็จะฟันห่างอยู่แล้วหรือเปล่า
00:33:37 → 00:33:40ครับส่วนใหญ่ก็เอาส่วนใหญ่นะคะก็คือถอน
00:33:40 → 00:33:43ฟันไปบ้างอ่ามีฟันบ้างไม่มีฟันบ้างฟันล้ม
00:33:43 → 00:33:45บ้างมันก็จะค่อนข้างห่างเหงือกมันล่นหาย
00:33:45 → 00:33:48ไปบ้างอ่าช่องมันก็จะโตและที่เขาจะบ่น
00:33:48 → 00:33:50รำคาญที่สุดแล้วแคะกันเป็นประจำเลยก็
00:33:50 → 00:33:53เพราะเศษอาหารติดใช่อ่าฉะนั้นเพื่อความ
00:33:53 → 00:33:55ปลอดภัยเราก็ใช้อุปกรณ์ที่ปลอดภัยค่ะแหย่
00:33:55 → 00:34:00เลยอืฮะๆโอโหโแล้วคาวนี้เศษอาหารออกครับ
00:34:00 → 00:34:03ไม่เจ็บเหงือกไม่ปวดฟันนะคะทำความสะอาดแล
00:34:04 → 00:34:06ลดกลิ่นปากที่รู้สึกไม่ไม่แบบกลิ่นแล้ว
00:34:06 → 00:34:09ไม่สดชื่นเลยเหม็นจังหลหลังทานอาหารทีไร
00:34:09 → 00:34:12ไม่ค่อยอยากกินหมูอ่ะเพราะว่ากินทีไรติด
00:34:12 → 00:34:16ทุกทีออกเลยสบายคราวนี้หมูมาหมูหันมาทั้ง
00:34:16 → 00:34:19ตัวเลยกินได้แล้วอครับๆก็ enjoy eating
00:34:19 → 00:34:22ด้วยอนี่แสดงว่าถ้าเบื้องต้นผมสรุปคือเลย
00:34:22 → 00:34:26ก็คือ 1 ถ้าถ้าปกติฟันอ่าแปรงฟันธรรมดา 1
00:34:26 → 00:34:28เไปลองเปลี่ยนวิธีจับก่อนเพื่อไม่ให้มัน
00:34:28 → 00:34:32แกรงจนเกินไปใช่มั้ยครับใช่แล้วก็ไปดูว่า
00:34:32 → 00:34:34ตัวแปลงที่เคยใช้แข็งๆแล้วอาจจะลอง
00:34:34 → 00:34:36เปลี่ยนให้มันนุ่มขึ้นค่ะใช่มั้ยครับแล้ว
00:34:36 → 00:34:39ก็อีกอันนึงคือลองไปหาอุปกรณ์อะไรที่มัน
00:34:39 → 00:34:41เหมาะกับเหมาะกับเ่อช่องปากเหมาะกับฟัน
00:34:41 → 00:34:44ของเราใช่เทเมค่ะอันนี้จะให้คุณคุณหมอคุณ
00:34:44 → 00:34:47หมอฟันช่วยแนะนำนะคะแล้วก็วิธีการจับอีก
00:34:47 → 00:34:49นิดนึงค่ะพี่ประสานสมมุติว่าเราจับเต็ม
00:34:49 → 00:34:52มือแบบเนี้ยเนาะฟันเรามีหลายด้านทั้งบน
00:34:52 → 00:34:54ทั้งล่างทั้งซ้ายทั้งขวาด้วยความที่บางที
00:34:54 → 00:34:58คุณพ่อคุณแม่แบบข้อมือหรือกล้ามเนื้อไม่
00:34:58 → 00:35:02ค่อยแข็งแรงเวลาที่บิดหมุนนั่นนี่จะแบบ
00:35:02 → 00:35:06หมดแรงแล้วก็อาจจะจับไม่อยู่นะคะพอจับแบบ
00:35:06 → 00:35:08นี้ปุ๊บเนี่ยเวลาท่านจะหมุนแปลงคือหมหมุน
00:35:08 → 00:35:12อยู่บน 3 นิ้วอืซึ่งมันไม่ต้องบิดแขนบิด
00:35:12 → 00:35:15ข้อมือนะคะอันนี้ไปถึงเลยเถิดถึงขนาดที่
00:35:15 → 00:35:19ว่าถ้าท่านมีโรคที่แบบกล้ามเนื้อหรือมือ
00:35:19 → 00:35:22จับแปลงไม่ไหวจริงๆนะคะคุณหมอเขาก็สามารถ
00:35:22 → 00:35:26adap ด้ามแปลงให้ได้อ๋อเช่นแบบว่าจับไม่
00:35:26 → 00:35:29มีแรงเอาจจะทำให้ให้เอ่อตัวแปลงเนี่ยอ้วน
00:35:29 → 00:35:32ขึ้นใหญ่ขึ้นเฉพาะบางตำแหน่งแล้วเพื่อทำ
00:35:32 → 00:35:35ให้จับได้ง่ายขึ้นได้หมดค่ะหรือแม้
00:35:35 → 00:35:41กระทั่งปัดถูครับไม่ไหวละนะคะเขาอาจจะ
00:35:41 → 00:35:45เปลี่ยนเป็นแปลงไฟฟ้าอืที่วางเฉยๆอ่าแล้ว
00:35:45 → 00:35:48เราก็แค่แค่ประคองพอไหวแต่ว่ายังสามารถ
00:35:48 → 00:35:52แปลงเองได้อยู่ถามแคว่าทำไมถึงพยายามอยาก
00:35:52 → 00:35:55จะให้คุณพ่อคุณแม่ทำทุกอย่างเองงั้นเรามี
00:35:55 → 00:35:59แนนนี่มีแอรมีผู้ดูแลหรือลูกทำให้เลยสิฮะ
00:35:59 → 00:36:02โอ้การที่ยังสามารถดูแลตัวเองได้เนี่ยทำ
00:36:02 → 00:36:05ให้คุณพ่อคุณแม่เรายังเคารพในความสามารถ
00:36:05 → 00:36:08ของตัวเองอยู่นะคะอันนี้เป็นเรื่องสำคัญ
00:36:08 → 00:36:10มากทางจิตใจแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองยังมี
00:36:10 → 00:36:14คุณค่าไม่ใช่ว่าต้องพึ่งพาคนอื่น 100% อ
00:36:14 → 00:36:16แล้วอีกเรื่องนึงที่สำคัญคือการที่ท่าน
00:36:16 → 00:36:19ได้ทำอะไรที่เป็นชีวิตประจำวันเองทำให้
00:36:19 → 00:36:22ฝึกสมองตลอดเวลาฝึกกล้ามเนื้อร่างกายครับ
00:36:22 → 00:36:25เมื่อสักครู่นี้ฟังฟังฟังคุณหมออธิบาย
00:36:25 → 00:36:27เนี่ยผมจะรู้สึกเลยว่าเออจริงๆเนี่ยลูก
00:36:27 → 00:36:29เนี่ยอาจจะดูแลอันอื่นได้นะเช็ดเนื้อเช็ด
00:36:29 → 00:36:32ตัวนู่นนี่นั่นแต่บางทีส่วนของฟันเนี่ย
00:36:32 → 00:36:35ถ้าเขาคยังแข็งแรงอยู่แล้วเรายังโอโหเรา
00:36:35 → 00:36:37ต้องไปนั่งแปรงฟันให้กับให้กับเ้าด้วย
00:36:37 → 00:36:39เนี่ยผมรู้สึกว่ามันเป็นมันจะเป็นส่วนที่
00:36:39 → 00:36:41ยากสำหรับการดูแลแล้วเหมือนกันถ้าเขายัง
00:36:41 → 00:36:43มีความสามารถในการดูแลตัวเองได้นี่อย่าง
00:36:44 → 00:36:46น้อยการดูแลการแปรงฟันดูแลช่องปากเองนี่
00:36:46 → 00:36:49ทำเองได้นี่ก็น่าจะดีใช่มั้ยฮะใช่ค่ะคือ
00:36:49 → 00:36:51ทุกคนน่ะในที่สุดแล้วไม่มีใครอยากทำอะไร
00:36:51 → 00:36:54อะไรต่างๆในชีวิตให้เราอ่ะเราอยากมีบาง
00:36:54 → 00:36:58เรื่องที่เราทำเองเสมอคใช่ใช่ๆในกรณีที่
00:36:58 → 00:37:01ถึงจุดที่ดูแลตัวเองไม่ได้จริงๆเราอาจจะ
00:37:01 → 00:37:04เป็นสเต็ปที่ให้ท่านทำเองก่อนแล้วคุณคุณ
00:37:04 → 00:37:08ลูกหรือว่าคนดูแลตบท้ายให้เพื่อความสะอาด
00:37:08 → 00:37:10ก็ไม่ว่ากันแต่ว่าแปลว่าคุณพ่อคุณแม่ต้อง
00:37:10 → 00:37:13เริ่มก่อนนะอ่าแล้วเราเดี๋ยวช่วยที่เมื่อ
00:37:13 → 00:37:15สักครู่นี้คุณหมอแคทสาธิตนี่ผมเห็นโอแสดง
00:37:15 → 00:37:17ว่าเราจะคิดว่าเราจะแปรงฟันด้วยอุปกรณ์
00:37:17 → 00:37:19อันเดียวนี้อาจจะไม่ใช่แล้วเมื่อเรามี
00:37:19 → 00:37:20อายุเยอะขึ้นใช่มยฮะมันอาจจะต้องมี
00:37:20 → 00:37:23อุปกรณ์อย่างอื่นช่วยเสริมคือจริงๆอยาก
00:37:23 → 00:37:25ให้พี่ประสานนึกถึงว่าเอ๊ะทำไมเราถึงต้อง
00:37:25 → 00:37:30มีคอมพิวเตอร์มีสมารทโฟเอ้อคือมันแล้วแต่
00:37:30 → 00:37:33วัตถุประสงคเพื่อความสะดวกสบายของเรานะคะ
00:37:33 → 00:37:36เอ่อบางคนเนี่ยอาจจะเป็นอุปกรณ์แค่อย่าง
00:37:36 → 00:37:39เดียวก็ได้ครับนะคะแต่ว่าเขาสามารถทำให้
00:37:39 → 00:37:42แบคทีเรียออกไปได้มีประสิทธิภาพในการแปลง
00:37:42 → 00:37:46ฟันได้ดีอนะคะแคทแคทอยากสรุปความเรียกว่า
00:37:47 → 00:37:50การแปรงฟันอยู่ 3 อย่างอือทุกครั้งที่แคท
00:37:50 → 00:37:53แนะนำคนไข้ในการแปรงฟันทำความสะอาดแคทบอก
00:37:53 → 00:37:55ว่าอยากจะใช้วิธีไหนก็ได้อุปกรณ์อะไรก็
00:37:55 → 00:37:58ได้ขอแค่เรื่องหนึประสิทธิภาพของการขจัด
00:37:58 → 00:38:03แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคออกทำได้ออ 2
00:38:03 → 00:38:06คืออย่าทำร้ายตัวเองอย่าทำร้ายตัวเองอือ
00:38:06 → 00:38:10เช่นแรงเกินไปเหงือกล่นคอฟันสึกแปรงซะฟัน
00:38:10 → 00:38:13โยกหูลากฟันโผล่ครับอย่าทำร้ายตัวเองอและ
00:38:14 → 00:38:17อันที่ 3 Enjoy เสมอเมื่อทำความสะอาดใน
00:38:17 → 00:38:20ช่องปากตัวเองต้อง Enjoy ด้วยอ Enjoy มี
00:38:20 → 00:38:22ความสุขแปลว่าทุกครั้งจะแปลงฟันดีใจจัง
00:38:22 → 00:38:24เลยไม่ใช่จะแปลงฟันแล้วโอ้หมดแรงไม่อยาก
00:38:25 → 00:38:27จะทำเลยแล้วเราต้องทำเช้าเย็นเนี่ยโอห
00:38:27 → 00:38:30เศร้าทุกเช้าทุกเย็นไม่ไหวนะคะแปลว่าถ้า
00:38:30 → 00:38:34ครบ 3 ข้อนี้แล้วโลกไม่เกิดะแล้วเรามี
00:38:34 → 00:38:37ความสุขด้วยพอแล้วค่ะอย่าใช้อุปกรณ์เยอะ
00:38:37 → 00:38:39มากน้อยบางคนใช้ 5 อย่าง 8 อย่างแล้ว
00:38:39 → 00:38:42Enjoy เอาเลยค่ะนะคะบางคนใช้อย่างเดียว
00:38:42 → 00:38:46ประสิทธิภาพได้ดีแล้วโอเคด้วยเวลาที่เขา
00:38:46 → 00:38:49manage ในการเอ่อดูแลในการแปรงฟันถือว่า
00:38:49 → 00:38:52เขาพอใจตามนั้นเลยอแต่ถ้าเราจะดูแลขนาด
00:38:52 → 00:38:54นี้แสดงว่าเวลาในการแปงฟันอาจจะต้องยาว
00:38:55 → 00:38:57ขึ้นหรือเปล่าครับอาจจะต้องอาจจะหมายถึง
00:38:57 → 00:38:59ว่ากว่าจะทำให้มันสะอาดกว่าจะพิถีพิถัน
00:38:59 → 00:39:02นี่จะไม่ใช่จะไม่ใช่แค่ตื่นมาก็สึกๆๆๆๆๆ
00:39:02 → 00:39:04อะไรเงี้ยอย่างเดียวนี่ต้องต้องต้องปณีต
00:39:04 → 00:39:08ขึ้นคือจริงๆเวลาเฉลี่ยของมนุษย์ทั้งโลก
00:39:08 → 00:39:10ที่ใช้ในการแปรงฟันน่ะค่ะมันน้อยกว่าที่
00:39:10 → 00:39:14ควรจะเป็นครับอืมก็พบว่าบางทีในเด็กเนี่ย
00:39:14 → 00:39:17นะคะใช้เวลาเฉลี่ยแค่ 23 วินาทีเอ็งแปลง
00:39:17 → 00:39:21ันางปากซึ่งต่ำมากนะคะคราวนี้แปลว่าที่
00:39:21 → 00:39:24เราต้องตั้งไว้ว่าที่เราแปรงฟันเดิมๆที่
00:39:24 → 00:39:26เราใช้เวลาในการแปรงฟันไม่ถึงนาทีกัน
00:39:27 → 00:39:30เนี่ยฮคือจริงๆมันเกอมันยังไม่ทันทั่วทุก
00:39:30 → 00:39:34ซทุกมุมทุกซอกฉะนั้นเราก็เพิ่มเวลาอีกนิด
00:39:34 → 00:39:37แต่ว่าถ้าเกิดถึงขั้นแบบแปรงฟันครั้งละ
00:39:37 → 00:39:39ชั่วโมงอ่ะอันนี้มันก็โอเวอร์เกินนะคะเรา
00:39:39 → 00:39:42ต้องนึกถึงว่าเหมือนที่เราตีเทนนิสตี
00:39:42 → 00:39:46กอล์ฟขัดขับรถน่ะวันแรกวันแรกตีเทนนิส
00:39:46 → 00:39:49เงี้ยเราคงไม่ได้เป็น fedor มั้ยคะอ้าเรา
00:39:49 → 00:39:54ยังไม่ชำนาญเราเป็นแบบหัดหัดขับหัดใช่มือ
00:39:54 → 00:39:56ใหม่ฉะนั้นเนี่ยเวลาในตอนแรกๆอาจจะใช้
00:39:56 → 00:40:00เยอะครับแล้วถ้าเกเราแปลงได้ดีแล้วสต่อไป
00:40:00 → 00:40:02ของเราเป้าหมายคือลดเวลาลงอืแลยังได้
00:40:02 → 00:40:05คุณภาพเหมือนเดิมแปลว่าพวกนี้มันต้องมี
00:40:05 → 00:40:07การฝึกฝนค่ะอ่าแล้วก็ไม่ได้สำเร็จภายใน
00:40:07 → 00:40:10ข้ามคืนข้ามวันฉะนั้นเนี่ยเวลาที่คนไข้
00:40:10 → 00:40:13ฝึกแปรงฟันกับแคทเนี่ยเรานัดกันบ่อยมากจน
00:40:13 → 00:40:17ถึงค่ะจนถึงช่วงระยะเวลานึงที่มั่นใจแล้ว
00:40:18 → 00:40:20ว่าทั้งคนไข้และหมอมั่นใจแล้วว่าดูแลตัว
00:40:20 → 00:40:23เองได้คราวนี้เจอกันยาวๆแบบที่คนไข้กลับ
00:40:23 → 00:40:26มาแล้วแบบ Healthy ดีสุขภาพช่องปากดีไม่
00:40:26 → 00:40:29เป็นโรคอ้อครับโนี้สามารถถ้าใครอยากจะได้
00:40:29 → 00:40:32วิธีการที่วิธีการแปลงฟันที่เหมาะกับตัว
00:40:32 → 00:40:35เองอ่ะก็แวะไปหาคุณหมอแคทได้จะได้บอกวิธี
00:40:35 → 00:40:37การอย่างงี้นะครับตที่ฟังมาทั้งหมดนี่ผม
00:40:37 → 00:40:41เข้าใจว่าพอมาดูเสร็จผมสึเ้ยผมแปลงฟันผิด
00:40:41 → 00:40:43เยอะมากเลยเหมือนต้องต้องไปหัดหัดเรียน
00:40:43 → 00:40:45รู้ใหม่เหมือนกันนะครับจริงๆอาจจะไม่ได้
00:40:45 → 00:40:47ผิดก็ได้นะคะอาจจะเพิ่มเทคนิคอีกนิดหน่อย
00:40:47 → 00:40:50แล้วดีขึ้นกว่าเดิมอ่ะเอาล่ะครับมาถึง
00:40:50 → 00:40:53ความเชื่ออีกอย่างนึงครับคนมีอายุมักจะ
00:40:53 → 00:40:58เชื่อว่าอยากจะใช้ยาสีฟันสมุนไพรอืมได้
00:40:58 → 00:41:00มั้ครับอันนี้เป็นเรื่องปัญหาตอนนี้กำลัง
00:41:00 → 00:41:04ประสบในประเทศไทยนะคะว่าคนไข้เอ่อผู้สูง
00:41:04 → 00:41:08อายุนิยมใช้ยาสีฟันสมุนไพรนะคะใชเอ่อบอก
00:41:08 → 00:41:11ตรงนี้อย่างเป็นกลางเลยว่าจะใช้ยาสมุนไพร
00:41:11 → 00:41:16ไม่ว่ากันครับแต่ว่าต้องมีฟูออไลนอืฟู
00:41:16 → 00:41:19ออไลนเป็นสารที่เรายังมียังมีเค้าเรียก
00:41:19 → 00:41:23ว่ามีข้อมูลสนับสนุนว่าช่วยป้องกันฟันผู
00:41:23 → 00:41:28ได้ดีนะคะแล้วก็ได้ผลแล้วก็ราคาไม่ไม่แพง
00:41:28 → 00:41:31ย่อมเยาวที่ทุกคนสามารถเข้าถึงแล้วซื้อ
00:41:31 → 00:41:34ได้ซื้อหามาใช้เองได้แสดงว่าถ้าต่อให้ใช้
00:41:34 → 00:41:37ยาสีฟันที่มีสมุนไพรหรือไม่มีต่อให้ไปใช้
00:41:37 → 00:41:39อย่างอื่นก็ควรจะเลือกที่มันมีฟลูออไรด์
00:41:39 → 00:41:43ถูกต้องค่ะอ่าครับแต่ถามว่ามีคนไข้บอกว่า
00:41:43 → 00:41:47ไม่อยากใช้ฟนครับด้วยสาเหตุใดๆก็ตามนะคะ
00:41:47 → 00:41:50ไม่ใช้ได้หรือเปล่าส่วนตัวบอกว่างั้นกลับ
00:41:51 → 00:41:55ไปที่ปัจจัยเรื่องฟันผูอืแป้งน้ำตาล
00:41:55 → 00:41:58แบคทีเรียฟันเวลางั้นถ้าไม่อยากใช้ยาสี
00:41:58 → 00:42:02ฟันที่ไม่มีฟอยากใช้ยาสีฟันที่ไม่มีฟาย
00:42:02 → 00:42:04แปลว่าแป้งน้ำตาลต้องแทบไม่กินเลยฟูมันทำ
00:42:04 → 00:42:07หน้าที่อะไรครับคุณหมแคฟรานเหมือนช่วยทำ
00:42:07 → 00:42:10ให้ฟันเรามันมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น
00:42:10 → 00:42:12เหมือนเราเสริมใยเหล็กเหมือนเป็นเกราะ
00:42:12 → 00:42:14ป้องกันมันเปลี่ยนแปลงที่โครงสร้างเลยค่ะ
00:42:14 → 00:42:17พอฟันมันแข็งแรงขึ้นใช่ไหมคะมันก็ผุยากอ
00:42:17 → 00:42:20แต่ต่อให้ใช้ในกลุ่มคนที่ใช้ยาสีฟัน
00:42:20 → 00:42:24ฟลัวร์แต่แป้งน้ำตาลกินจัดขนมตลอดแปรงฟัน
00:42:24 → 00:42:28แปรงแผบๆไม่ทั่วไม่ถึงไม่ทุกซอกทุกมุมอือ
00:42:28 → 00:42:31นะคะก็ผุค่ะอืฉะนั้นเหมือนที่บอกว่าเรา
00:42:31 → 00:42:34เปลี่ยนแปลงปัจจัยหลายๆปัจจัยพร้อมๆกัน
00:42:34 → 00:42:37ไม่ใช่ปัจจัยใดปัจจัยนึงอือแต่ว่าเผอิญ
00:42:37 → 00:42:41อาหารไทยเราแป้งน้ำตาลเนาะแหมข้าวเหนียว
00:42:41 → 00:42:44มะม่วงนะมันถึงฤดูออ้าแล้วนี่นี่จะปีใหม่
00:42:44 → 00:42:46แล้วมันก็ต้องมีเค้กนั่นนู่นนี่ผลไม้อบ
00:42:46 → 00:42:49แห้งใชใช่่ฮะอาหารอย่างผลไม้บ้านเราก็
00:42:49 → 00:42:52หวานจับใจอร่อยจังใช่มั้ยคะฉะนั้นโอกาส
00:42:53 → 00:42:55ที่เราจะเลี่ยงน้ำตาลหรือแป้งก็อาจจะมี
00:42:55 → 00:42:58ความลำบากนิดนึงฉะนั้นก็เลยคุณหมอฟันเลย
00:42:58 → 00:43:00ส่วนใหญ่เลยแนะนำให้ใช้ยาสีฟันที่มีฟัว
00:43:00 → 00:43:03ลด์ป้องกันฟันผูอ่าครับแล้วคนแก่มักจะ
00:43:03 → 00:43:06เชื่อว่าถ้าเป็นเช่นเจ็บฟันป้องกันฟันผุ
00:43:06 → 00:43:10อมน้ำเกลืออ่าน้ำกูบนปากช่วยมั้ยครับค่ะ
00:43:10 → 00:43:13ค่ะเอาพูดจริงๆเอาเป็นส่วนๆนะคะเกลือกน้ำ
00:43:13 → 00:43:16เกลือที่ผสมเนี่ยคะถามว่ามีฤทธิ์เอ่อเขาค
00:43:16 → 00:43:19เรียกว่าต่อต้านแบคทีเรียได้จริงมั้ยอนะ
00:43:19 → 00:43:22คะมีฤทธิ์เบาๆอ่าก็เหมือนแบบล้างแพร้ล้าง
00:43:22 → 00:43:24น้ำเกลืออะไรอย่าเงี้ยค่ะเอ่อแต่ว่าแต่
00:43:24 → 00:43:29คราวนี้ถ้าปวดฟันฮะนะคะแปลว่าเป็นโรคเรา
00:43:29 → 00:43:32ต้องหาสาเหตุแล้วเราแก้ตรงนั้นนะคะถ้าเอา
00:43:32 → 00:43:36เกลือเอายาชากินยาแก้ปวดมันแค่ระงับอาการ
00:43:36 → 00:43:39ชั่วคราวแต่ว่ามันไม่ได้แก้ที่สาเหตุ
00:43:39 → 00:43:40เพราะเราไม่รู้จริงๆว่าการปวดนั้นมาจาก
00:43:40 → 00:43:43อะไรแต่ถ้าเกิดสมมุติว่าเราแก้ที่สาเหตุ
00:43:43 → 00:43:45แล้วแปลว่าอาการปวดก็หายไปครับครับเพราะ
00:43:45 → 00:43:47ว่าผู้ใหญ่บางทีไปหาหมออย่างอื่นนี่ไม่
00:43:48 → 00:43:50กลัวนะแต่พอบอกไปหาหมอฟันนี่เขาจะรู้สึก
00:43:50 → 00:43:53ว่าไม่อยากไปอ่ะแล้วบางทีพอไปหาหมอฟันมัน
00:43:53 → 00:43:56จะยุ่งยากเพราะบางคนก็อาจจะกินยาละลาย
00:43:56 → 00:43:58ลิ่มเลือดอะไรพวกนี้อยู่ใช่มั้ยฮะก็เจะมี
00:43:58 → 00:44:01ขั้นตอนผู้ใหญ่จะไม่ค่อยอยากไปหาหมอฟันก็
00:44:01 → 00:44:03จริงค่ะเพราะว่าเอ่อเวลาเราทำฟันอย่าว่า
00:44:03 → 00:44:06แต่ผู้ใหญ่เลยพวกเราๆครับนะคะขนาดหมอฟัน
00:44:06 → 00:44:08กันเองยังไม่
00:44:08 → 00:44:12ค่อยก็คือพอการทำฟันเนี่ยค่ะเราแบบแหมทำ
00:44:12 → 00:44:15ในปากเนาะอะไรที่มองไม่เห็นแล้วมันก็
00:44:15 → 00:44:17เหมือนลึกเข้าไปอยู่ในปากนะคะแล้วมีทั้ง
00:44:17 → 00:44:19เสียงเนาะแล้วมีที่ดูดน้ำลายมีอะไรหลาย
00:44:19 → 00:44:22อย่างนะคะฉะนั้นมันมีโอกาสที่ทำให้เราไม่
00:44:22 → 00:44:25อยากทำฟันเนาะแต่แปลว่าถ้าเกิดมันมีเหตุ
00:44:25 → 00:44:28ที่เราจะต้องทำนะคะเราลองไปตรวจก่อนอแล้ว
00:44:28 → 00:44:30เราก็รู้สึกว่าถ้าเกิดบางทีมันเป็นปัญหา
00:44:30 → 00:44:33นิดเดียวเองอาชิเช่นคุณพ่อคุณแม่เราปวด
00:44:33 → 00:44:35ฟันกินข้าว้วอะไรปวดทุกทีกินข้าวที่ไรปวด
00:44:35 → 00:44:38ทุกทีนะคะนึกว่าจะเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต
00:44:38 → 00:44:41ปรากฏว่าแท้ที่จริงแล้วไปตรวจปุ๊บอ๋อเสษ
00:44:41 → 00:44:44อาหารหมูมันยัดเข้าไปในฟันที่เดิมฉะนั้น
00:44:44 → 00:44:46น่ะคุณพ่อคุณแม่มีแปรงซอกฟันแหย่ทุกครั้ง
00:44:46 → 00:44:49หลังทานอาหารหายปวดแลอนะบางทีอาจจะเป็น
00:44:49 → 00:44:51เรื่องเล็กๆก็ได้แต่ว่าที่ที่ไม่รู้นะคะ
00:44:52 → 00:44:54แล้วก็ต่อมาก็คือว่าถ้าเราไม่อยากทำฟัน
00:44:54 → 00:44:57ไม่อยากรักษาอะไรที่มันโอหเจ็บปวดยุ่งยาก
00:44:57 → 00:45:01น่ากลัวจังเลยนะคะก็ป้องกันตั้งแต่แรก
00:45:01 → 00:45:03อย่าปล่อยให้เราเป็นโรคเราจะได้ไม่ต้อง
00:45:03 → 00:45:06ตามรักษาอย่าให้มันพังแล้วค่อยไปซ่อมเรา
00:45:06 → 00:45:09ป้องกันไว้แต่แรกนะคะแล้วก็ถ้าจำเป็นต้อง
00:45:09 → 00:45:10รักษาจริงๆอย่าจะบอกว่าทุกวันนี้
00:45:10 → 00:45:13เทคโนโลยีของเราของเมืองไทยทางด้าน
00:45:13 → 00:45:16ทันตกรรมเนี่ยก้าวหน้ามากๆค่ะเรามียาเอย
00:45:16 → 00:45:20มีเครื่องมือเอยที่ทำให้การรักษาเอ่อสั้น
00:45:20 → 00:45:23ลงใช้เวลาน้อยลงเจ็บปวดน้อยลงมียาบรรเทา
00:45:23 → 00:45:26นะคะแล้วก็ขั้นตอนที่ยุ่งยากเนี่ยยุ่งยาก
00:45:26 → 00:45:29ซับซ้อนน้อยลลงไปมากๆนะคะรวดเร็วขึ้นนะคะ
00:45:29 → 00:45:32แล้วมีคุณภาพด้วยนะคะอครับแต่ที่แน่ๆก็
00:45:32 → 00:45:35คือว่าถ้าหากว่าหาวิธีการดูแลป้องกันไว้
00:45:35 → 00:45:37ก่อนนี่จะจะดีที่สุดจริงๆหมอแคทก็เชียร์
00:45:38 → 00:45:39ประเด็นนี้เลยใช่มั้ยครับดีสุดโอ้โหที่
00:45:39 → 00:45:42สุดเลยค่ะเพราะว่าจริงๆอ่ะมีมีคนไข้หลาย
00:45:43 → 00:45:45คนเนี่ยเข้าใจไปว่าพอรักษารากทำรากเทียม
00:45:45 → 00:45:48ถอนฟันทั้งปากแล้วใส่ฟันปลอมแบบติดแน่นนะ
00:45:48 → 00:45:51คะเรียกว่าแก้ปัญหาลงทุนด้วยเงินเต็มที่
00:45:51 → 00:45:54และเวลาความเจ็บตัวเต็มที่เลยแล้วจบละอจะ
00:45:54 → 00:45:57อยู่ได้ตราบจนชั่วชีวิตเลยเปล่านะคะแปล
00:45:57 → 00:46:00ว่าคุณพ่อคุณแม่กำลังเริ่มต้นบริบทใหม่
00:46:00 → 00:46:03หนังเรื่องใหม่ของชีวิตเพราะไม่ว่าวัสดุ
00:46:03 → 00:46:06ทางทันตกรรมอะไรไม่ว่าการรักษาที่จะดีแค่
00:46:06 → 00:46:10ไหนครับแปลว่าป่วยได้อีกเพราะสาเหตุใดที่
00:46:10 → 00:46:13ทำให้เราเสียฟันก็จะเป็นสาเหตุเดียวกัน
00:46:13 → 00:46:15ที่ทำให้เราเสียฟันปลอมนั่นแหละออเหรอฮะ
00:46:15 → 00:46:17ใช่ค่ะฉะนั้นเนี่ยต่อให้รักษาจบรักษา
00:46:18 → 00:46:20เสร็จคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องป้องกันตามมาป้อง
00:46:20 → 00:46:23กันไอ้ฟันปลอมเนี้ยป้องกันรักษารากเนี้ย
00:46:23 → 00:46:26ป้องกันอุดฟันเนี่ยไม่ให้มันเป็นโรคต่ออื
00:46:26 → 00:46:31อซ้ๆครับเ้าแต่ถ้าเราใส่สายฟันปลอมมันมัน
00:46:31 → 00:46:33บางคนก็อาจจะคิดว่าฉันสายฟันปลอมมันดูแล
00:46:33 → 00:46:36ง่ายถ้าเหลือไม่กี่ซี่ก็ถอนๆมันออกไปแล้ว
00:46:36 → 00:46:38ก็เอาฟันปลอมใส่ก็จะดูแลง่ายเจะคิดคิด
00:46:38 → 00:46:40เชื่อกันอย่างงั้นนะครับค่ะเราก็ต้องดู
00:46:40 → 00:46:43ว่าฟันปลอมอะไรสมมุติคุณพี่ประสานเคยเห็น
00:46:43 → 00:46:45ฟันปลอมที่เป็นสมัยก่อนที่เป็นฝาบนฝาล่าง
00:46:45 → 00:46:48อใช่ๆๆไอ้ฟันปลอมแบบนั้นมันอยู่ได้ด้วยบน
00:46:48 → 00:46:51เหงือกและบนกระดูกที่แข็งแรงนะคะแปลว่า
00:46:51 → 00:46:53ถ้าเกิดสมมุติเราปล่อยให้เป็นโรคในปาก
00:46:53 → 00:46:56เรื่อยๆนะคะสิ่งที่เกิดขึ้นนะคะกระดูก
00:46:56 → 00:46:59กระเเหงือกมันยุบลงไปโดยตามธรรมชาติอยู่
00:46:59 → 00:47:02แล้วแล้วสักพักนึงแล้วพอเป็นโรคเรื่อยๆ
00:47:02 → 00:47:05เพิ่มมากขึ้นไม่ดูแลอีกแปลว่าอะไรแปลว่า
00:47:05 → 00:47:07ฟันปลอมนั้นจะหลวมเพราะเหงือกกับกระดูก
00:47:07 → 00:47:10มันยุบหายไปก็ต้องทำฟันปลอมใหม่อแต่ว่า
00:47:10 → 00:47:13มันยุบไปถึงจุดๆหนึ่งที่ทำฟันตลอมอะไรก็
00:47:13 → 00:47:15ไม่ได้แล้วเพราะใส่มันมันไม่มีตัวตัวจับ
00:47:15 → 00:47:18มันใช่มั้ยฮะใสใช่ค่ะหรือในยุคสมัยใหม่
00:47:18 → 00:47:22ที่นิยมมากเลยคือการทำรากเทียมใช่ๆพี่
00:47:22 → 00:47:24ประสานเคยได้ยินพอได้ยินมั้ยคะว่าถอนฟัน
00:47:24 → 00:47:28ออกไปใส่สกรูคล้ายๆกับใช่ครับเชื่อหรือ
00:47:28 → 00:47:31ไม่ว่าคนไข้เข้าใจส่วนใหญ่ว่ารากเทียมใส่
00:47:31 → 00:47:34แล้วเนี่ยใส่แล้วจบเพราะมันคือไททาเนียม
00:47:34 → 00:47:36อืไม่ไม่มีทางที่แบคทีเรียจะไปกินเหล็ก
00:47:36 → 00:47:39กินไทเทเนียมได้แต่จะบอกว่าแบคทีเรียมัน
00:47:39 → 00:47:41ร้ายค่ะมันไม่กินไทเทเนียมค่ะมันกิน
00:47:41 → 00:47:45กระดูกรอบไทเทเนียมเป็นโบ๋เลยอืคล้ายๆ
00:47:45 → 00:47:49ปลวกเจาะไม้อ่าในที่สุดรากเทียมก็หลุดได้
00:47:49 → 00:47:51แล้วรากเทียมหลุดไปกระดูกหายไปมันไม่ได้
00:47:51 → 00:47:54แปลว่าเราทำได้เรื่อยๆนะคะแปลว่ากระดูก
00:47:54 → 00:47:57ที่เรามีมันก็ต้องมีอยู่อๆคนไข้บอกไม่
00:47:57 → 00:48:00เป็นไรอ่านมาเยอะเทคโนโลยีมีทำกระดูก
00:48:00 → 00:48:03เทียมได้เปิดขวดใส่ลงไปเลยเหมือนปลูกต้น
00:48:03 → 00:48:07ไม้แล้วซื้อดินเป็นถุงๆอ่าครับมันก็ได้
00:48:07 → 00:48:09แค่จุดนึงค่ะเพราะจริงๆกระดูกเทียมพวก
00:48:09 → 00:48:12นั้นต้องอาศัยอยู่บนกระดูกจริงที่แข็งแรง
00:48:12 → 00:48:16ของคนไข้เองอืฉะนั้นเนี่ยแปลว่าต่อให้เรา
00:48:16 → 00:48:18ลงทุนทำอะไรไปเท่าไหร่เราก็ต้องกลับมา
00:48:18 → 00:48:20รักษาดูแลมันอยู่ดีกลับมาป้องกันอยู่ดี
00:48:20 → 00:48:24ไม่ให้เราเป็นลอครับๆผมผมว่าผมว่าอันนี้
00:48:24 → 00:48:26อันนี้น่าสนใจมากๆเพราะว่าอันนี้ถึงอัน
00:48:26 → 00:48:28นี้คือเหตุผลที่ทำไมเราคุยกันมาตั้งแต่
00:48:28 → 00:48:30ต้นเรื่อง pren เรื่องป้องกันนะครับคือ
00:48:30 → 00:48:32พูดง่ายๆถ้ายังมีอยู่ก็ต้องป้องกันเพื่อ
00:48:32 → 00:48:35ที่รักษามันให้ดานที่สุดแต่ถ้าต่อให้คุณ
00:48:35 → 00:48:37เสียไปยังไงคุณก็ยังต้องย้อนกลับมาเรื่อง
00:48:37 → 00:48:40ของการดูแลป้องกันมันอยู่ดีถูกต้องค่ะอ่า
00:48:40 → 00:48:42ครับเอาล่ะครับแควันนี้น่าจะเป็นประโยชน์
00:48:42 → 00:48:45มากๆเพราะว่าผมว่าอันนี้ถ้าไปเปิดให้คุณ
00:48:45 → 00:48:47พ่อคุณแม่ฟังโดยเฉพาะคุณพ่อคุณพ่อคุณแม่
00:48:47 → 00:48:49ที่อาจจะแบบว่าไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญกับ
00:48:49 → 00:48:51เรื่องฟันแล้วก็ช่องปากหรือบางทีอาจจะไม่
00:48:51 → 00:48:54ได้ฟังคุณลูกมากอ่ะฟังคุณหมอแคทก็น่าจะ
00:48:54 → 00:48:56เป็นประโยชน์มากๆนะครับขอบคุณนะครับคุณ
00:48:56 → 00:48:58หมอแคทขอบคุณครับขอบคุณ
00:48:58 → 00:49:05[เพลง]
00:49:05 → 00:49:09ครับบุพการีที่เคารพคู่มือการดูแลพ่อแม่
00:49:09 → 00:49:12ของคนเจนลูกถ้าชอบเนื้อหาแบบนี้ก็อย่าลืม
00:49:12 → 00:49:16กด Subscribe ไว้ด้วยนะครับ