00:00:00 → 00:00:01[เพลง]
00:00:01 → 00:00:03แล้วจะเกิดอะไรขึ้นคะถ้าเกิดว่านิยมดื่ม
00:00:03 → 00:00:06น้ำด่างแทนน้ำธรรมดาไปเลยหรือว่าดื่มใน
00:00:06 → 00:00:09ปริมาณที่มากจนเกินไปไม่ว่าจะเป็นกดหรือ
00:00:09 → 00:00:11เป็นด่างเพิ่มขึ้นนะคะมันจะมีการอุปกรณ์
00:00:11 → 00:00:15ของเกลือแร่บางตัวที่อาจจะทำให้มีโอกาส
00:00:15 → 00:00:18เป็นนิ่วเพิ่มขึ้นได้ค่ะ
00:00:18 → 00:00:20ตอนนี้ในอินเทอร์เน็ตค่ะเป็นที่นิยมกัน
00:00:20 → 00:00:23มากๆเลยการดื่มน้ำด่างแล้วจะช่วยรักษาโรค
00:00:23 → 00:00:25ตายได้ด้วยหรือว่าจะช่วยลดภาวะเลือดเป็น
00:00:25 → 00:00:28กดได้ด้วยแบบนี้คือจริงตามที่เขาอ้างอิง
00:00:28 → 00:00:32มั้ยคะคุณหมอ
00:00:32 → 00:00:39[เพลง]
00:00:39 → 00:00:41น้ำด่างดื่มแล้วต้านโรคช่วยปรับสมดุลใน
00:00:41 → 00:00:44ร่างกายช่วยลดกดในเลือดจะเป็นจริงตามที่
00:00:44 → 00:00:46เขาว่ามากันจริงหรือเปล่าวันนี้เราจะไปหา
00:00:46 → 00:00:49คำตอบกันค่ะกับน้ำด่างแอลคลดื่มแล้วดี
00:00:49 → 00:00:51จริงหรือไม่กับแขกรับเชิญสูตรพิเศษของเรา
00:00:51 → 00:00:54ค่ะอาจารย์แพทย์หญิงนัฐานลำเลิศกุลค่ะ
00:00:54 → 00:00:57สวัสดีค่ะคุณหมอน้ำด่างอัคคลที่เราแบบได้
00:00:57 → 00:00:59ยินกันบ่อยๆเลยอ่ะค่ะตอนนี้มันคืออะไรคะ
00:00:59 → 00:01:03>> น้ำโดยปกตินะคะก็จะมีค่าความเป็นกรดด่าง
00:01:03 → 00:01:05หรือที่เราเรียกว่าค่าพีอยู่ที่ประมาณ 7
00:01:05 → 00:01:09นะคะก็จะมีแหล่งของน้ำเพิ่มเติมหรือว่ามี
00:01:09 → 00:01:12การผลิตน้ำด้วยวิธีการทางเคมีเพิ่มเติม
00:01:12 → 00:01:15เพื่อเพิ่มให้ค่าพีอยู่ที่ประมาณ 8-9 ก็
00:01:15 → 00:01:18เลยเรียกตรงนี้ว่าเป็นน้ำด่างอัลคาลย์ค่ะ
00:01:18 → 00:01:20>> อืก็คือมีค่าพี PH ที่มากกว่าน้ำธรรมดา
00:01:20 → 00:01:23ทั่วไปคุณหมอคะแล้วถ้าเกิดว่าเราดื่มน้ำ
00:01:23 → 00:01:25ด่างแอลคาล์ดค่ะจะส่งผลต่อร่างกายเรายัง
00:01:25 → 00:01:26ไงบ้างคะ
00:01:26 → 00:01:28>> ขอเล่าเรื่องการปรับตัวของร่างกายนิดนึง
00:01:28 → 00:01:31นะคะว่าถ้าร่างกายของเรามีความเป็นกรดมาก
00:01:31 → 00:01:33เกินไปหรือเป็นด่างมากเกินไปจะเกิดอะไร
00:01:33 → 00:01:36ขึ้นบ้างนะคะปกตินะคะร่างกายก็จะมี
00:01:36 → 00:01:39กระเพาะอาหารนะคะที่พอเรารับประทานอะไร
00:01:39 → 00:01:42เข้าไปก็จะมีตัวกรดที่ช่วยต้านเรื่องของ
00:01:42 → 00:01:44ความเป็นด่างที่มากจนเกินไปถ้าสมมุติว่า
00:01:44 → 00:01:47ความเป็นกดด่างยังมีความไม่สมดุลนะคะไตก็
00:01:47 → 00:01:50จะมีการปรับโดยการขับตัวของกรดที่มากเกิน
00:01:50 → 00:01:54หรือด่างที่มากเกินออกมาทางปัสสาวะนะคะ
00:01:54 → 00:01:56โดยถ้าเราทานตัวที่เป็นน้ำด่างมากเข้าไป
00:01:56 → 00:01:59เนี่ยอาจจะส่งผลทำให้มีระดับความเป็นด่าง
00:01:59 → 00:02:02ในเลือดเพิ่มขึ้นได้โดยที่ตัวของความเป็น
00:02:02 → 00:02:05ด่างนี้อาจจะมีการชดเชยโดยร่างกายหรือไม่
00:02:05 → 00:02:06ก็ได้ค่ะ
00:02:06 → 00:02:09>> แล้วจะเกิดอะไรขึ้นคะถ้าเกิดว่าตอนนี้น้ำ
00:02:09 → 00:02:11ด่างเป็นกระแสนิยมเลยแล้วเราก็นิยมดื่ม
00:02:11 → 00:02:14น้ำด่างแทนน้ำธรรมดาไปเลยหรือว่าดื่มใน
00:02:14 → 00:02:15ปริมาณที่มากจนเกินไปอ่ะค่ะ
00:02:15 → 00:02:19>> ถ้าเราดื่มน้ำในปริมาณที่พอดีพอดีนะค่ะก็
00:02:19 → 00:02:22ร่างกายก็จะปรับตัวได้โดยตัวของกระเพาะ
00:02:22 → 00:02:25อาหารแล้วก็ตัวของไตนะคะสุดท้ายแล้วค่า
00:02:25 → 00:02:28ปัสสาวะก็จะมีค่าความเป็นกดด่างที่เท่าๆ
00:02:28 → 00:02:31เดิมเลือดก็จะมีความเป็นกดด่างเท่าๆเดิม
00:02:31 → 00:02:33แต่ว่าถ้าสมมุติว่าเราทานมากจนเกินไป
00:02:33 → 00:02:35เนี่ยก็จะทำให้ร่างกายอาจจะมีความเป็น
00:02:35 → 00:02:38ด่างเพิ่มขึ้นได้ซึ่งที่เรากังวลก็คือ
00:02:38 → 00:02:40ความเป็นด่างที่เพิ่มขึ้นอาจจะทำให้เกลือ
00:02:40 → 00:02:43แร่ในร่างกายมีความผิดปกติไปไม่ว่าจะเป็น
00:02:43 → 00:02:45กดหรือเป็นด่างเพิ่มขึ้นนะค่ะมันจะมีการ
00:02:45 → 00:02:49ตกปกของเกลือแร่บางตัวที่อาจจะทำให้มี
00:02:49 → 00:02:50โอกาสเป็นนิ่้วเพิ่มขึ้นได้ค่ะอ
00:02:51 → 00:02:52>> แล้วอย่างี้อาการจะแสดงออกชัดเลยมั้คะ
00:02:52 → 00:02:54หรือว่าต้องไปตรวจข้างในเราถึงจะทราบว่า
00:02:54 → 00:02:57ความเป็นด่างมันมากจนเกินไปเราจะรู้ตัว
00:02:57 → 00:02:58เองได้ยังไงอ่ะค่ะ
00:02:58 → 00:03:00>> อ่ายกตัวอย่างเช่นเราอาจจะพบอาการจากตัว
00:03:00 → 00:03:03ของเตือแร่ที่ผิดปกติมีกล้ามเนื้ออ่อนแรง
00:03:03 → 00:03:05มีหัวใจเต้นผิดปกติแต่ว่าอันนี้เป็นใน
00:03:05 → 00:03:08กรณีที่ค่อนข้างสุดโต่งโดยปกติถ้าเราดื่ม
00:03:08 → 00:03:10น้ำในปริมาณที่ปกติก็จะไม่เกิดแล้ว
00:03:10 → 00:03:12>> ตอนนี้ในอินเทอร์เน็ตค่ะเป็นที่นิยมกัน
00:03:12 → 00:03:15มากๆเลยบอกว่าการดื่มน้ำด่างแล้วจะช่วย
00:03:15 → 00:03:17รักษาโรคไตได้ด้วยหรือว่าจะช่วยลดภาวะ
00:03:18 → 00:03:20เลือดเป็นกดได้ด้วยแบบนี้คือจริงตามที่
00:03:20 → 00:03:21เขาอ้างอิงมั้คะคุณหมอ
00:03:21 → 00:03:24>> จากข้อมูลในปัจจุบันนะคะก็ยังไม่ได้มากพอ
00:03:24 → 00:03:28ที่จะบอกว่าตัวของน้ำดั่งแตกต่างจากน้ำ
00:03:28 → 00:03:31ธรรมดานะคะในแง่การลดความเป็นกรดหรือว่า
00:03:31 → 00:03:34ลดการเกิดโรคไตนะคะแต่ว่าประชาชนทั่วไปสน
00:03:34 → 00:03:37ใจที่จะทานก็แนะนำว่าให้รับประทานได้เท่า
00:03:37 → 00:03:40ๆกับที่เราดื่มน้ำธรรมดาค่ะดื่มในปริมาณ
00:03:40 → 00:03:43ที่ปกติแล้วก็ไม่ให้มากจนเกินไปค่ะทีเนี้
00:03:43 → 00:03:45ค่ะอยากให้คุณหมอนะคะแนะนำคุณผู้ชมทาง
00:03:45 → 00:03:47บ้านการดื่มน้ำในชีวิตประจำวันของเราดี
00:03:47 → 00:03:50กว่าว่าเราควรจะดื่มน้ำอะไรดื่มอย่างไร
00:03:50 → 00:03:52ให้มีความเพียงพอแล้วก็เกิดผลดีกับร่าง
00:03:52 → 00:03:54กายอ่ะค่ะอ่าจริงๆก็ยังแนะนำเป็นน้ำเปล่า
00:03:54 → 00:03:56นะคะไม่ไม่ว่าจะเป็นน้ำธรรมดาน้ำแร่น้ำ
00:03:56 → 00:03:59ด่างได้หมดเลยนะคะในปริมาณที่แนะนำก็คือ
00:03:59 → 00:04:02ประมาณ 6-8 แก้วต่อวันหรือประมาณ 1.5-2
00:04:02 → 00:04:055-2 ลิตรต่อวันนะคะถ้าสมมุติว่าคุณผู้ชม
00:04:05 → 00:04:07ไม่มีโอกาสเข้าถึงน้ำด่างน้ำแรกก็ไม่เป็น
00:04:07 → 00:04:10ไรค่ะเป็นน้ำเปล่าธรรมดาก็ยังได้ประโยชน์
00:04:10 → 00:04:13อยู่ค่ะนะคะเรียกได้ว่าครบถ้วนเลยนะคะวัน
00:04:13 → 00:04:16นี้ทำให้เรานอกจากจะรู้นะคะว่าการดื่มน้ำ
00:04:16 → 00:04:19ด่างนั้นจะเกิดผลดีต่อร่างกายหรือไม่
00:04:19 → 00:04:22อย่างไรเรายังรู้นะคะว่าในการเลือกใช้น้ำ
00:04:22 → 00:04:24ในชีวิตประจำวันค่ะว่าเราควรจะดื่มน้ำ
00:04:24 → 00:04:26อย่างไรแล้วก็ดื่มน้ำในปริมาณเท่าไหร่นะ
00:04:26 → 00:04:28คะวันนี้ต้องขอขอบคุณค่ะอาจารย์แพทย์หญิง
00:04:28 → 00:04:31นัถาล้ำเลิศกุลมากๆเลยนะคะและใน EP ถัดไป
00:04:31 → 00:04:34นะคะจะเป็นเรื่องอะไรค่ะแขกรับเชิญของเรา
00:04:34 → 00:04:36จะเป็นใครนะคะต้องห้ามพลาดเลยค่ะฝากทุกคน
00:04:36 → 00:04:39นะคะกดไลค์กดแชร์กดติดตามกด Subscribe
00:04:39 → 00:04:42เพื่อที่จะไม่พลาดคลิปดีๆของรายการติดจอ
00:04:42 → 00:04:44เราจุฬาค่ะวันนี้ดาวนะคะคุณหมอต้องขอลา
00:04:44 → 00:04:50คุณผู้ชมไปก่อนสวัสดีค่ะ
00:04:50 → 00:04:54[เพลง]