00:00:00 → 00:00:23[เพลง]
00:00:23 → 00:00:26สวัสดีค่ะสวัสดีค่ะชาวเลกาซี่ทุกๆคนแล้ว
00:00:26 → 00:00:28ก็ต้องขออนุญาตสวัสดีค่ะ
00:00:28 → 00:00:32เรามาเจอกันอีกแล้วนะคะกับรายการคุยทุก
00:00:32 → 00:00:35สุขภาพใบหมอป๊อปนะคะนายแพทย์ธนศักดิ์ยิ้ม
00:00:35 → 00:00:38เกิดนะคะเจ้าของเพจ Diet Doctor
00:00:38 → 00:00:41Thailand นะคะเราจะมาเจอกันนะคะทุกศุกร์
00:00:41 → 00:00:44แรกแล้วก็สุขสุดท้ายของเดือนนะคะอย่าลืม
00:00:44 → 00:00:47นะคะเจอกันที่ Facebook Fanpage นะคะ
00:00:47 → 00:00:50reborn Story by Infinite นะคะหรือ
00:00:50 → 00:00:52ที่ YouTube นะคะ Legacy Club official
00:00:52 → 00:00:55นะคะวันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องอะไรดีนะคะ
00:00:55 → 00:00:59เป็น topic ที่นุ่นว่าก็เรียกว่าคนพูด
00:00:59 → 00:01:01เยอะเนาะคุณหมอแต่เราก็ไม่อยากจะให้เกิด
00:01:01 → 00:01:05ขึ้นนะคะก็คือเรื่องของโรคซึมเศร้านะคะ
00:01:05 → 00:01:08เรื่องของโรคซึมเศร้าเนี่ยเราก็จะได้ยิน
00:01:08 → 00:01:12นะคะดาราหรือใครๆหลายๆคนเนี่ยในสื่อต่างๆ
00:01:12 → 00:01:15ว่ามีเค้าเรียกว่าอุบัติการณ์ได้ไหมคะ
00:01:15 → 00:01:17เรียกว่ามีเหตุการณ์เนี่ยที่มีคนเป็นโรค
00:01:17 → 00:01:20ซึมเศร้าเยอะมากเลยนุ่นก็เชื่อว่าหลายๆคน
00:01:20 → 00:01:22เนี่ยที่รับชมอยู่อ่ะก็คงอยากจะรู้ว่า
00:01:22 → 00:01:25ความความหมายของโรคซึมเศร้าแปลว่าอะไร
00:01:25 → 00:01:28อะไรหรอคือโรคซึมเศร้าแล้วจริงๆมันมีจริง
00:01:28 → 00:01:31ๆไหมหรือว่าคิดไปเองคุณหมอคิดยังไงคะจริง
00:01:31 → 00:01:34ๆในปัจจุบันเราจะพบว่าไปไหนแล้วก็ได้ยิน
00:01:34 → 00:01:38แต่คำว่าซึมเศร้าไม่ว่าจะเป็นคนที่เติบโต
00:01:38 → 00:01:41ทำงานทำงานแล้วหรือว่าเด็กๆน้องนักเรียน
00:01:41 → 00:01:44เราเจอกันเยอะขึ้นนะครับในคำว่าโลกซึม
00:01:44 → 00:01:46เศร้าในปัจจุบันคราวนี้คำว่าโลกซึมเศร้า
00:01:46 → 00:01:50ใหม่หมายถึงอะไรจริงๆเราพูดถึงว่าเราก็
00:01:50 → 00:01:52บางครั้งเราก็เศร้าเหมือนกันนะเราเป็นโรค
00:01:52 → 00:01:55หรือเปล่าเมื่อวานที่เราลงทุนซื้อหวยเป็น
00:01:55 → 00:01:56หมื่นนึงแล้วเราไม่ถูกเลยเราก็เศร้า
00:01:56 → 00:01:58เหมือนกันเราเป็นโรคหรือเปล่าอะไรประมาณ
00:01:58 → 00:02:01นี้นะครับจริงๆแล้วคำว่าอาการซึมเศร้า
00:02:01 → 00:02:03หรืออารมณ์ซึมเศร้าผมว่ามันเป็นเรื่อง
00:02:03 → 00:02:05ปกติที่ทุกคนเป็นกันได้นะครับเพียงแต่ว่า
00:02:05 → 00:02:08ระดับไหนที่เราจะเรียกเป็นโรคกันเท่านั้น
00:02:08 → 00:02:10เองนะครับเพราะว่าในคนปกติเนี่ยมันก็มี
00:02:10 → 00:02:13บางเรื่องบางเหตุการณ์นะฮะในการใช้ชีวิต
00:02:13 → 00:02:15ที่อาจจะทำให้เรารู้สึกเนี่ยเหมือนก็
00:02:15 → 00:02:19เศร้าบ้างฮะขอหลบหน้าหลบตาผู้คนบ้างนะ
00:02:19 → 00:02:21ครับแต่ในคนที่อารมณ์ซึมเศร้าที่เป็นปกติ
00:02:21 → 00:02:23เหล่าเนี้ยประเด็นแรกคือมันมักมีเหตุผล
00:02:23 → 00:02:24ที่เหมาะสม
00:02:24 → 00:02:29มีเหตุผลที่เหมาะสม
00:02:29 → 00:02:32มันมีเหตุผลที่เหมาะสมที่ทำให้เราแหม
00:02:32 → 00:02:34เศร้าบ้าง
00:02:34 → 00:02:37แล้วอันที่ 2 ก็คือว่าเวลาที่เราซึมเศร้า
00:02:37 → 00:02:40จากเหตุผลเหล่านี้มีคนมาปลอบหน่อยมี
00:02:40 → 00:02:43เพื่อนมาอยู่เป็นเพื่อนหน่อยพ่อแม่พูดจา
00:02:43 → 00:02:46ดีกันหน่อยบางทีวันสองวันมันหายไปแล้วก็
00:02:46 → 00:02:48กลับไปทำงานทำงานได้เป็นปกติไอ้เหล่านี้
00:02:48 → 00:02:51คืออารมณ์ซึมเศร้าที่มันเป็นปกติ
00:02:51 → 00:02:54คราวนี้เราจะเรียกว่าเป็นโรคซึมเศร้า
00:02:54 → 00:02:56เมื่อไหร่ประเด็นแรกที่ถ้าเราไม่อาศัย
00:02:57 → 00:03:00หลักเกณฑ์ทางการแพทย์เลยนะฮะ
00:03:00 → 00:03:05คนนี้รู้สึกว่าเขามีอารมณ์หดหู่ซึมเศร้า
00:03:05 → 00:03:09หลบหน้าหลบตานอนไม่หลับเครียดตลอดเวลาบาง
00:03:09 → 00:03:12ทีมันก็เวอร์เกินนะเพราะเหตุการณ์ที่มัน
00:03:12 → 00:03:14เกิดขึ้นดูจะไม่สมเหตุสมผลกับอาการที่ก็
00:03:14 → 00:03:17แสดงออกประเด็นแรกเลยนะครับอันดับที่ 2
00:03:17 → 00:03:24ก็คือเป็นนานกันไปไหม
00:03:24 → 00:03:27ไปทำงานทำงานได้แต่นี่เป็นเดือนแล้วเป็น
00:03:27 → 00:03:30อันที่ 2 ที่ 1 ไม่ยอมออกจากห้องนอน
00:03:30 → 00:03:33อะไรประมาณนี้ข้าวปลาอาหารก็ไม่กินมีการ
00:03:33 → 00:03:36รบกวนการใช้ชีวิตตามปกตินะครับถ้าเกิด
00:03:36 → 00:03:39ประเด็นนี้ขึ้นมาเนี่ยอาจจะต้องสงสัยละนะ
00:03:39 → 00:03:42ครับแล้วบางทีเราเศร้ามากๆเราก็ไม่ได้เคย
00:03:42 → 00:03:45มีแนวโน้มว่าเราจะทำร้ายตัวเองเป็นไงเรา
00:03:45 → 00:03:47จะพบว่าคนที่เป็นโรคซึมเศร้ามีแนวโน้มที่
00:03:47 → 00:03:50อาจจะหลุดคำพูดบางอย่างที่ดูเหมือนจะเฮ้ย
00:03:50 → 00:03:52สุ่มเสี่ยงคุณจะทำอะไรที่ดูเหมือนจะเป็น
00:03:52 → 00:03:54การทำร้ายตัวเองหรือเปล่าตรงนี้อาจจะต้อง
00:03:54 → 00:03:56พิจารณาว่าเขาอยู่ในขายที่ว่าโลกซึมเศร้า
00:03:56 → 00:03:58หรือไม่มันไม่ใช่อารมณ์ซึมเศร้าโดยทั่วๆ
00:03:58 → 00:04:01ไปเพราะฉะนั้นจริงๆแล้วคือมีอยู่จริง
00:04:01 → 00:04:04เพียงแต่ว่าดีกรีอ่ะหรือว่าความเยอะน้อย
00:04:04 → 00:04:09อ่ะมันแตกต่างกันซึ่งในทางการแพทย์ก็คือ
00:04:09 → 00:04:12สามารถที่จะเหมือนกับว่าวินิจฉัยได้
00:04:12 → 00:04:14สมมุติว่านุ่นรู้สึกว่านุ่นหนักกลัวจัง
00:04:14 → 00:04:15เลยว่านุ่นจะเป็นหรือเปล่าเนี่ยนุ่นก็
00:04:15 → 00:04:18สามารถไปหาคุณหมอแล้วคุณหมอก็จะสามารถที่
00:04:18 → 00:04:22จะวินิจฉัยขั้นตอนได้ใช่ไหมคะใช่อ๋อโอเค
00:04:22 → 00:04:25ถ้าอย่างนั้นเนี่ยอยากจะให้คุณหมอเล่าให้
00:04:25 → 00:04:27ฟังนิดนึงว่าแล้วถ้าเกิดสมมติว่านุ่นไปหา
00:04:27 → 00:04:30คุณหมอแล้วเกิดมันมีข้อวินิจฉัยแล้วกัน
00:04:30 → 00:04:33เรียกว่าทางการแพทย์ที่จะบอกได้ว่านุ่นมี
00:04:33 → 00:04:36แนวโน้มที่จะเป็นซึ่งรุ่นว่าเพื่อนๆที่
00:04:36 → 00:04:39อยู่ทางบ้านนะคะก็อาจจะลอง checklist ไป
00:04:39 → 00:04:41ตามด้วยว่าถ้าคุณหมอป๊อปบอกว่ามันมีอาการ
00:04:42 → 00:04:44แบบนี้นะเผื่อเราเข้าข่ายเราจะได้สามารถ
00:04:44 → 00:04:47ที่จะไปหาคุณหมอหรือว่าสามารถเขาเรียกว่า
00:04:47 → 00:04:50detect ได้ทันนะมันมีใคร TV ยังไงบ้างคะ
00:04:50 → 00:04:52คือทำไมประเด็นแรกทำไมเราต้องใช้
00:04:52 → 00:04:56ไทเทอร์เรียหรือกฎเกณฑ์เพราะการที่เราจะ
00:04:56 → 00:04:58บอกว่าคนนึงป่วยเป็นโรคเนี่ยมันหมายความ
00:04:58 → 00:05:01ว่าเขาต้องได้รับการรักษาถ้าเราแบบตัดสิน
00:05:01 → 00:05:04ด้วยอารมณ์ตัวเองว่าไอ้นี่น่าจะป่วยนะ
00:05:04 → 00:05:08เราอาจจะเอาคนที่แบบเฮ้ยเขาก็เศร้าเหมาะ
00:05:08 → 00:05:11สมแต่เราดันมาวิ่งเฉยๆเป็นโรคมันก็ไม่ได้
00:05:11 → 00:05:14ดังนั้นกฎเกณฑ์การวินิจฉัยโรคซึมเศร้านะ
00:05:14 → 00:05:16ฮะโรคซึมเศร้ามันไม่ได้เป็นโรคที่อาศัยกฎ
00:05:16 → 00:05:20เกณฑ์จากตัวเลขจากการตรวจเลือดมันเป็นการ
00:05:20 → 00:05:22วินิจฉัยภาวะทางด้านจิตใจและอารมณ์ดัง
00:05:22 → 00:05:24นั้นเนี่ยมันจำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์ในการ
00:05:24 → 00:05:26วินิจฉัยเพื่อที่เป็นมาตรฐานให้แพทย์
00:05:27 → 00:05:30จิตแพทย์เนี่ยสามารถที่จะแยกแยะไม่ได้ใช้
00:05:30 → 00:05:32เหล่านี้ได้เหมือนๆกันนะครับเป็นมาตรฐาน
00:05:32 → 00:05:35เดียวกันโดยทั่วไปเราจะมองดูอาการอยู่
00:05:35 → 00:05:38ประมาณ 9 อย่างโดยอาการนี้นะครับใน 9
00:05:39 → 00:05:41ชนิดยังน้อยก็มีอย่างน้อยประมาณ 5 กันจำ
00:05:41 → 00:05:44ได้นะเพื่อนๆเราเอากระดาษมาจดน้ำมี 9 ข้อ
00:05:44 → 00:05:50เราต้องมี 5 ข้ออย่างน้อยๆ 2 อาทิตย์ถึง
00:05:51 → 00:05:53จะเรียกว่าเข้าเกณฑ์นะคะเพราะฉะนั้นไม่
00:05:53 → 00:05:55ต้องตื่นตูมเดี๋ยวให้คุณหมอไล่ให้ฟังก่อน
00:05:55 → 00:05:57ว่าเป็นยังไงเดี๋ยวนอนไม่หลับวันหนึ่งก็
00:05:57 → 00:06:00ฉันเป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่าขออนุญาตเลย
00:06:00 → 00:06:02ค่ะอันดับแรกคือต้องมีอารมณ์ในลักษณะซึม
00:06:02 → 00:06:06เศร้าเป็นแทบทั้งวันทั้งวันเป็นทั้งวัน
00:06:06 → 00:06:09ไม่ให้เศร้าชั่วโมงนึงตอนเช้าบ่ายๆเฮฮา
00:06:09 → 00:06:11ปาร์ตี้อะไรไม่ใช่นะมีอารมณ์ซึมเศร้าทั้ง
00:06:11 → 00:06:14วันข้อที่ 2 มีความเพลิดเพลินในกิจกรรม
00:06:14 → 00:06:17ที่เราเคยทำเนี่ยน้อยลงอย่างเช่นเราเคยไป
00:06:17 → 00:06:20ออกกำลังกายทุกวันเราก็ไม่หายไปเลย
00:06:20 → 00:06:23ปกติไปฟิตเนสทุกวันอะไรประมาณนี้ครับแล้ว
00:06:23 → 00:06:26ก็มีปัญหาเรื่องของการเบื่ออาหารทำให้น้ำ
00:06:26 → 00:06:29หนักตัวลดลงอย่าง
00:06:30 → 00:06:32น้อยน้ำหนักตัวที่ลดลงอย่างน้อยต้องมีการ
00:06:32 → 00:06:36เปลี่ยนแปลงอย่างน้อย 5% ต่อเดือน 5% ต่อ
00:06:36 → 00:06:41เดือนไม่ใช่ 5 กิโลนะ 5% 5% โอเคต่อไป
00:06:41 → 00:06:44แสดงว่าการเบื่ออาหารของคุณมันมีนัยสำคัญ
00:06:44 → 00:06:48ที่ทำให้น้ำหนักลดลงขนาดนั้นนะครับมี
00:06:48 → 00:06:50ปัญหาเรื่องของการนอนไม่หลับนอนไม่หลับ
00:06:50 → 00:06:56ต่อทำไมมันนอนยากผมเคยเจอแค่บางคนทั้งคืน
00:06:56 → 00:07:06นอนไม่ได้เลยใช่ไม่ได้เลยนะครับ
00:07:06 → 00:07:09แต่ในเวลาที่ควรจะนอนในเวลาปกติกลายเป็น
00:07:09 → 00:07:10นอนไม่ได้
00:07:10 → 00:07:13นอกจากนั้นข้อที่ 5 คือมีอาการมากิน
00:07:13 → 00:07:16หงุดหงิดกระวนกระวายนะครับมีอาการมี
00:07:16 → 00:07:19อารมณ์ที่แปรปรวนเอาง่ายๆ
00:07:19 → 00:07:23จะต้องเป็นต่อเนื่องเป็นต่อเนื่องนะครับ
00:07:23 → 00:07:26ข้อที่ 6 ก็คือมีความรู้สึกว่าตัวเองไม่
00:07:26 → 00:07:29มีแรงอ่อนเพลียไม่อยากจะทำอะไรไม่อยากจะ
00:07:29 → 00:07:31ขยับไม่อยากจะเคลื่อนไหวโอเคนอนทั้งวัน
00:07:31 → 00:07:34แทบจะไม่ขยับคนเรียกยังไม่ยอมลุกอะไร
00:07:34 → 00:07:36ประมาณนี้นะครับข้อที่ 7 ก็คือรู้สึกว่า
00:07:36 → 00:07:38มักจะมีคำพูดเสมอที่รู้สึกว่ามันเหมือน
00:07:38 → 00:07:42ตัวเองไม่มีประโยชน์ไม่มีค่านะครับมีความ
00:07:42 → 00:07:44รู้สึกไร้ค่าในตัวเองข้อที่ 8 คือมีปัญหา
00:07:44 → 00:07:47เรื่องของ considation หรือสมาธิทำอะไร
00:07:47 → 00:07:51ไม่ค่อยมีสมาธิแป๊บเดียวลืมละแล้วข้อที่ 9
00:07:51 → 00:07:53ก็คืออันนี้หนักหน่อยมีความรู้สึกว่าตัว
00:07:53 → 00:07:56เองมีความรู้สึกอยากทำร้ายตัวเองอ๋อครับ
00:07:56 → 00:07:59หรือฆ่าตัวตายนะครับไอ้เนี่ยเป็นข้อที่
00:07:59 → 00:08:02หนักมากนะครับเราจะต้องมีอย่างน้อย 5 ข้อ
00:08:02 → 00:08:07แล้วก็เป็นอย่างน้อย 2 สัปดาห์นะครับหมอ
00:08:07 → 00:08:09ถึงจะวินิจฉัยว่าเราอยู่ในเกณฑ์ที่เป็น
00:08:09 → 00:08:12โรคและต้องทำการรักษามันก็เป็นอาการที่
00:08:12 → 00:08:16เขาเรียกว่าส่อเนอะเหมือนกับว่าทำชิๆ
00:08:16 → 00:08:18เหมือนกันนะว่ามีโอกาสที่จะเป็นโรคซึม
00:08:18 → 00:08:21เศร้าเพียงแต่ว่าถ้าเป็นแค่แบบวันสองวัน
00:08:21 → 00:08:24อย่าเพิ่งกังวลไปแต่ถ้าเกิดสมมุติว่าเป็น
00:08:24 → 00:08:27แล้วก็คุณหมอวินิจฉัยแล้วอ่ะโดยการรักษา
00:08:27 → 00:08:30โดยส่วนใหญ่แล้วคือคุณหมออ่ะก็คือจะให้
00:08:30 → 00:08:32กินยาเลยไหมคะหรือว่ามันมีวิธีการรักษา
00:08:32 → 00:08:35อื่นๆด้วยอ่ะค่ะจริงๆในแง่ของทางการแพทย์
00:08:35 → 00:08:38จิตแพทย์นะครับการที่เขาจะรักษาคนไข้เป็น
00:08:38 → 00:08:40โรคซึมเศร้านั่นคือหมายความว่ามันมีมี
00:08:40 → 00:08:43อาการบางอย่างที่บ่งชี้ว่าไม่ดีละอย่าง
00:08:43 → 00:08:46เช่นถ้าเรามีปัญหาเรื่องการนอนหลับมา 2
00:08:46 → 00:08:48สัปดาห์เลยคุณนุ่นลองคิดดูสภาพจะเป็นยัง
00:08:48 → 00:08:51ไงโอเคนะครับถ้าเราเบื่ออาหารกินแล้วก็
00:08:51 → 00:08:54น้ำหนักลดลงเรื่อยๆแทบจะไม่กินอะไรเลยไม่
00:08:54 → 00:08:57ขยับเคลื่อนไหวพวกนี้รวนแล้วแต่ค่อนข้าง
00:08:57 → 00:09:01จะอันตรายต่อสุขภาพที่อันตรายอย่างอื่น
00:09:01 → 00:09:03คือนอกเหนือจากสุภาพคือการทำร้ายตัวเอง
00:09:03 → 00:09:06เมื่อไหร่ที่ได้รับการวินิจฉัยเนี่ย
00:09:06 → 00:09:10หมอมักจะต้องจ่ายยาไว้ก่อนนะครับเพราะ
00:09:10 → 00:09:12อย่างน้อยยาจะทำให้อาการของคนไข้โดยเฉพาะ
00:09:12 → 00:09:14อาการในความรู้สึกของการที่เขารู้สึกว่า
00:09:14 → 00:09:17จะต้องทำร้ายตัวเองลดลงแล้วหลังจากนั้น
00:09:17 → 00:09:20ค่อยมาคุยกันเรื่องหลังต่อนะครับเพราะถ้า
00:09:20 → 00:09:23ไม่สามารถที่จะดึงเขาลุกจากเตียงนะครับทำ
00:09:23 → 00:09:26ให้เขาได้นอนหลับบ้างนะครับมันคงจะคุย
00:09:26 → 00:09:27อะไรกันลำบาก
00:09:27 → 00:09:30เมื่อได้รับการวินิจฉัยแล้วการใช้ยามักจะ
00:09:30 → 00:09:32เป็นลำดับแรกเลยที่แรกที่เราต้องจัดการ
00:09:32 → 00:09:36แล้วหลักการในการทำงานของยามันเข้าไปทำ
00:09:36 → 00:09:38อะไรหรอคะคุณหมอที่ทำให้เขาอาจจะรู้สึก
00:09:39 → 00:09:42ว่าเขาซึมเศร้าน้อยลงจริงๆหลักการในการทำ
00:09:42 → 00:09:44งานของยาคือการไปปรับเปลี่ยนสารสื่อ
00:09:44 → 00:09:45ประสาท
00:09:45 → 00:09:48เราพบว่าในคนที่มีปัญหาเรื่องซึมเศร้ามัก
00:09:48 → 00:09:51จะมีความไม่สมดุลของสารสื่อประสาทที่อยู่
00:09:51 → 00:09:54ในสมองนะครับยาในปัจจุบันที่เป็นยารุ่น
00:09:54 → 00:09:56ใหม่ๆที่ออกมาจะเป็นยาที่ทำให้ระดับของ
00:09:56 → 00:10:00ศาลนั้นที่ว่าตนเองในสมองสูงขึ้นซึ่งเป็น
00:10:00 → 00:10:02ฮอร์โมน
00:10:02 → 00:10:06ถ้าเป็นภาษาราชการ
00:10:06 → 00:10:10ว่าเซลล์สมองมันสื่อสารกันด้วยด้วยสาร
00:10:10 → 00:10:12ชนิดนี้เพื่อบอกว่าจะต้องทำอะไรกันบ้าง
00:10:12 → 00:10:16เราพบว่าในคนที่มีปัญหาในเรื่องของซึม
00:10:16 → 00:10:18เศร้ามักจะพบว่าระดับซีโรโตนินมันลดลง
00:10:18 → 00:10:21ฉะนั้นยากลุ่มนี้มักจะเพิ่มระดับซีโรมิน
00:10:21 → 00:10:24โดยการยับยั้งการทำลายเชื้อตัวหนึ่งแล้ว
00:10:24 → 00:10:28ก็ทำให้สมองเนี่ยสูงขึ้นซึ่งโดยทั่วไปเรา
00:10:28 → 00:10:29ก็มักจะเวลาเราพูดถึงสิ่งเหล่านั้นก็เป็น
00:10:29 → 00:10:32สารที่ทำให้เราอารมณ์ดีอะไรประมาณนี้ใช่
00:10:32 → 00:10:34ไหมฮะทำให้มีความสุขทำให้เรามีความสุขทำ
00:10:34 → 00:10:38ให้เรามีอารมณ์ดีนะครับซึ่งยาออกฤทธิ์ใน
00:10:38 → 00:10:41กลุ่มที่เพิ่มในสมองเราจะเห็นว่าการปรับ
00:10:41 → 00:10:43เปลี่ยนสารเคมีบางอย่างในสมองก็สามารถส่ง
00:10:43 → 00:10:45ผลต่อการปรับเปลี่ยนแปลงด้านของอารมณ์ได้
00:10:45 → 00:10:49ยาก็คือจะเข้าไปเพื่อทำให้เขาเรียกว่า
00:10:49 → 00:10:51อารมณ์กลับมาสมดุล
00:10:51 → 00:10:54ในช่วงที่ใช้ยาเพื่อจะกลับมาคุยกันได้
00:10:54 → 00:10:58หน่อยแล้วถ้าเกิดสมมติว่าคนทานไปปุ๊บต้อง
00:10:58 → 00:11:00ทานไปตลอดไหมคุณหมอหรือว่ามันมีวิธีการ
00:11:00 → 00:11:02อย่างอื่นที่ทำให้เราสามารถไม่ต้องทานยา
00:11:02 → 00:11:05ได้ค่ะจริงๆแล้วเนี่ยทางจิตแพทย์ก็ไม่ได้
00:11:06 → 00:11:08มีความตั้งใจจะให้คนไข้ต้องทานยาตลอดหรอก
00:11:08 → 00:11:11โดยทั่วไปเขาก็จะปรับขนาดยาเพราะขนาดยา
00:11:11 → 00:11:14ที่จะบรรเทาอาการในแต่ละคนจะไม่เท่ากัน
00:11:14 → 00:11:17แล้วก็ยาเหล่านี้ก็มักจะมีการแทรกซ้อน
00:11:17 → 00:11:20ด้วยแต่จ่ายยาเพื่อลดอาการที่รุนแรงใน
00:11:20 → 00:11:23ช่วงแรกนะครับเพื่อที่จะทำให้คนไข้มีความ
00:11:23 → 00:11:26ปลอดภัยสูงและสามารถกลับมาคุยกันได้โดย
00:11:26 → 00:11:29ทั่วไปเวลาที่เราปรับยาแล้วอาการก็ดีขึ้น
00:11:29 → 00:11:32เพราะที่ผมเคยคุยจิตแพทย์สองสามท่านนะ
00:11:32 → 00:11:36ครับแผนก็คือเขามักจะให้ใช้ยาขนาดนั้นต่อ
00:11:36 → 00:11:38ไปก่อนประมาณสัก 5-6 เดือนก็ปรับในเรื่อง
00:11:38 → 00:11:41อื่นๆด้วยโดยเฉพาะในเรื่องของไม่ว่าจะ
00:11:41 → 00:11:44เป็นเรื่องของสังคมบำบัดในเรื่องการคุย
00:11:44 → 00:11:47กันในเรื่องการทำความเข้าใจว่าเขาต้อง
00:11:47 → 00:11:49ปรับตัวอะไรยังไงจนกว่าจะมั่นใจว่าคนไข้
00:11:49 → 00:11:52ปรับตัวอยู่ได้เขาจะค่อยๆลดยาลงนะครับ
00:11:52 → 00:11:56แล้วก็ถ้าอาการดีขึ้นก็สามารถที่จะหยุดยา
00:11:56 → 00:11:59ได้แล้วถ้านอกเหนือจากเรื่องของการใช้ยา
00:11:59 → 00:12:03เรื่องของสังคมบำบัดแล้วค่ะคุณหมอว่าจริง
00:12:03 → 00:12:06ๆถ้าเกิดสมมติว่าเอ่อคนไข้ 1 คนมันอาจจะ
00:12:06 → 00:12:10กลับไปมีชีวิตเหมือนเดิมไม่เป็นโรคซึม
00:12:10 → 00:12:13เศร้าแล้วการดูแลตัวเองโดยองค์รวมมันมี
00:12:13 → 00:12:15ปัจจัยอื่นๆที่จะทำให้ไม่กลับไปเป็นโรค
00:12:15 → 00:12:18ซึมเศร้าใหม่ไหมคะคุณนุ่นจะเห็นได้ว่า
00:12:18 → 00:12:21สมัยก่อนเรามีโลกนี้น้อยมากใช่นุ่นต้อง
00:12:21 → 00:12:23รู้สึกแต่ว่าแบบสมัยเราโตขึ้นมาเราก็ไม่
00:12:23 → 00:12:26ค่อยไม่ค่อยได้ยินคนผมว่าถ้าเราไปคุยกับ
00:12:26 → 00:12:30ปู่ย่าตาทวดเราเป็นโรคซึมเศร้าอะไร
00:12:30 → 00:12:33ก็มันไม่ค่อยเจอกันในมุมมองผมผมมองว่า
00:12:33 → 00:12:36ร่างกายของเราเนี่ยนะครับมันจะต้องมี
00:12:36 → 00:12:39สมดุลบางอย่างร่างกายของเราเวลาที่มัน
00:12:39 → 00:12:41อยู่ในสภาวะแวดล้อมมันจะมีภาวะแวดล้อม
00:12:41 → 00:12:44หรือว่าสภาวะแวดล้อมทางกายภาพอย่างเช่น
00:12:44 → 00:12:49อากาศอุณหภูมิความร้อนฝุ่นที่เราเจอเป็น
00:12:49 → 00:12:53ผลกระทบทางกายภาพต่อร่างกายแต่ส่งผลกระทบ
00:12:53 → 00:12:55สิ่งแวดล้อมส่วนที่ 2 ก็คือทางด้านอารมณ์
00:12:55 → 00:12:58สิ่งที่จะทำให้เราต้องเกิดอารมณ์บางอย่าง
00:12:58 → 00:13:01ขึ้นไม่ว่าจะมีความสุขมีความเครียดมีความ
00:13:01 → 00:13:03ทุกข์เกิดขึ้นร่างกายเราจะต้องมีการตอบ
00:13:03 → 00:13:07สนองทางกายภาพและสิ่งแวดล้อมด้านอารมณ์
00:13:07 → 00:13:11และการที่มนุษย์เป็นสปีชีส์ที่มีชีวิตที่
00:13:11 → 00:13:13อยู่มาจนถึงศตวรรษที่ 21 แสงว่าร่างกายจะ
00:13:13 → 00:13:16ต้องมีระบบการรักษาสมดุลในตรงนี้เพื่อให้
00:13:16 → 00:13:18เราสามารถที่จะตอบโต้ในทางอารมณ์อย่าง
00:13:18 → 00:13:20เช่นไม่เบิกบานมากเกินไป
00:13:20 → 00:13:22[เพลง]
00:13:22 → 00:13:25เพราะว่าถ้าเราเบิกมาไม่ส่งเหตุผลเราก็
00:13:25 → 00:13:29ถูกหาว่าบ้าแล้ว
00:13:29 → 00:13:31ต้องขำอะไรเป็นวันเลยเหรออะไรประมาณนี้
00:13:31 → 00:13:34เราก็ถูกหาเป็นบ้านแล้วก็เรื่องแค่นี้
00:13:34 → 00:13:36จำเป็นต้องเครียดจนถึงเป็นอาทิตย์สอง
00:13:36 → 00:13:39อาทิตย์เลยเหรอถ้าเราถ้าร่างกายไม่มีการ
00:13:39 → 00:13:42Balance ตรงนี้ปัญหาคือผมว่าด้วยเฉพาะ
00:13:42 → 00:13:45การปรับตัวสภาวะสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ไม่
00:13:45 → 00:13:47ว่าทางกายภาพหรือทางอารมณ์มันไม่น่าจะทำ
00:13:47 → 00:13:50ให้มนุษย์อยู่มาจนถึงปัจจุบันได้เราน่าจะ
00:13:50 → 00:13:53สูญพันธุ์ไปแล้วร่างกายเราผมว่ามันพยายาม
00:13:53 → 00:13:55ที่มีการปรับสมดุลตรงนี้แต่คุณนุ่นจะเห็น
00:13:55 → 00:13:58อย่างนึงนะครับว่าเวลาที่เราป่วย
00:13:58 → 00:14:02ร่างกายเราเจ็บป่วยบางทีเราจุดเดือดต่ำนะ
00:14:02 → 00:14:06อารมณ์ไม่ดีอ่ะเวลาดีกับฉันอะไรแบบนี้
00:14:06 → 00:14:08แล้วเราจะเห็นว่าบางครั้งที่ถ้าร่างกาย
00:14:08 → 00:14:11เราไม่พร้อมเรื่องทางอารมณ์เล็กๆน้อยๆก็
00:14:11 → 00:14:13ทำให้เรา
00:14:13 → 00:14:16แต่ถ้าร่างกายเรามันสมบูรณ์พร้อมเลยตื่น
00:14:16 → 00:14:20มาพลังงานล้นเหลือโอ้โหปัญหามาแค่ไหนมา
00:14:20 → 00:14:23เดี๋ยวพี่จัดการเองเราจะเห็นว่าแบบเราดี
00:14:24 → 00:14:27ปัญหาใหญ่ๆได้ถ้าร่างกายเราพร้อมในภาวะ
00:14:27 → 00:14:29ความสมบูรณ์พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจมัน
00:14:29 → 00:14:33แยกจากกันไม่ได้ร่างกายต้องสมดุลถึงจะรอง
00:14:33 → 00:14:35รับเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมทางด้าน
00:14:35 → 00:14:38อารมณ์ได้ประเด็นก็คือว่าแล้วทำไมปัญหา
00:14:38 → 00:14:40เรื่องโรคภัยไข้เจ็บเหล่านี้โดยเฉพาะโรค
00:14:40 → 00:14:42ซึมเศร้ามันเกิดอุบัติการณ์ที่สูงขึ้นใน
00:14:42 → 00:14:44ปัจจุบันเป็นไปได้ไหมหนึ่งคือร่างกายเรา
00:14:44 → 00:14:47มันไม่ได้อยู่ในสภาวะสมบูรณ์เพราะที่จะ
00:14:47 → 00:14:49แก้ไขปัญหาทางด้านอารมณ์ที่มันเคยจัดการ
00:14:49 → 00:14:52ได้มาก่อนรูปแบบของโภชนาการการใช้ชีวิตใน
00:14:52 → 00:14:54ปัจจุบันอย่างเช่นการออกกำลังกายที่น้อย
00:14:54 → 00:14:57ลงการเจอแสงแดดที่น้อยลงการทานอาหารแปร
00:14:57 → 00:15:00รูปที่มากขึ้นล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อสุขภาพ
00:15:00 → 00:15:03ทางกายถ้าสมมุติถ้าร่างกายไม่พร้อมก็จัด
00:15:03 → 00:15:06การสุขภาพทางจิตไม่ได้
00:15:06 → 00:15:09นี่คือปัญหาดังนั้นผมนึกมองว่าเราในการ
00:15:09 → 00:15:12จัดการปูพื้นในเรื่องการที่จะแก้ไขปัญหา
00:15:12 → 00:15:14ซึมเศร้าไม่ว่าจะป้องกันหรือเมื่อเข้า
00:15:14 → 00:15:16อาการดีจากการทานยาแล้วจะป้องกันไม่ว่า
00:15:16 → 00:15:18กลับไปเป็นอีกการทำให้ร่างกายมีความ
00:15:18 → 00:15:20สมบูรณ์แข็งแรงทางด้านร่างกายเป็นเรื่อง
00:15:20 → 00:15:23ที่จำเป็นนะครับซึ่งมันก็หนีไม่พ้นเรื่อง
00:15:23 → 00:15:26ของไลฟ์สไตล์ที่ทำให้สุขภาพดีอย่างเช่น
00:15:26 → 00:15:29หลายๆท่านที่ไปออกกำลังกายที่ชอบงานออก
00:15:29 → 00:15:31กำลังกายเพราะมันทำให้เรารู้สึก Happiness
00:15:31 → 00:15:35มีความสุขอารมณ์ดีนะครับบางคนก็จะ Enjoy
00:15:35 → 00:15:36การเดินตากแดดเพราะรู้สึกว่าไหนเค้าตาก
00:15:36 → 00:15:39แดดเพื่ออารมณ์ดีเพราะสิ่งแวดล้อมเหล่า
00:15:39 → 00:15:42นี้ล้วนแล้วแต่มันผมเชื่อว่ามันมีการปรับ
00:15:42 → 00:15:45เปลี่ยนสภาวะด้านร่างกายเราบางอย่างสาร
00:15:45 → 00:15:47สื่อประสาทบางอย่างให้สมดุลเพื่อทำให้เรา
00:15:47 → 00:15:49สามารถที่จะจัดการปัญหาทางด้านอารมณ์ได้
00:15:49 → 00:15:52ง่ายขึ้นอันนี้คือความสมบูรณ์ด้านร่างกาย
00:15:52 → 00:15:55ต้องต้องมาก่อนประเด็นที่ 2 การจัดการ
00:15:55 → 00:15:59สภาวะแวดล้อมด้านอารมณ์ค่ะในมุมมองผมคือ
00:15:59 → 00:16:02การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบันจาก
00:16:02 → 00:16:05การที่เราจะต้องแต่ก่อนเนี่ยคนอยู่ในหมู่
00:16:05 → 00:16:08บ้านมันดิวกัน 20 คนเรารับเรื่องมีเดีย
00:16:08 → 00:16:11เราเห็นทางโลกเลยใช่ไหมคะหมูย่างตายายเรา
00:16:11 → 00:16:15บางทีในหมู่บ้านมีไม่กี่คนแล้วก็แต่ละคน
00:16:15 → 00:16:17ไม่ยุ่งเรื่องคนอื่นอะไรประมาณนี้แต่
00:16:17 → 00:16:18ปัจจุบันเวลาเราอยู่ในโซเชียลมีเดียเรา
00:16:18 → 00:16:22รับรู้อารมณ์ของคนทั้งโลก
00:16:22 → 00:16:25นั่นคือหมายว่าสิ่งแวดล้อมด้านอารมณ์ที่
00:16:25 → 00:16:29ถาโถมมาสู่เราดูเหมือนมันจะมีมากขึ้นกว่า
00:16:29 → 00:16:32ในยุคสมัยก่อนและการเปลี่ยนแปลงนี้เร็ว
00:16:32 → 00:16:34ด้วยเพราะมันเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิง
00:16:34 → 00:16:36เทคโนโลยีที่ใช้เวลาไม่ได้ต้องใช้เวลา
00:16:36 → 00:16:38ประมาณ 500 ปีพันปีถึงจะเปลี่ยนแปลงสิ่ง
00:16:38 → 00:16:41เหล่านี้ใช่ไหมครับอยู่ๆเราจากการที่เคย
00:16:41 → 00:16:43อยู่หมู่บ้านไม่กี่ 10 คนเฮ้ยอยู่ๆเห็นคน
00:16:43 → 00:16:46ทั้งโลกเลยแล้วก็เห็นอารมณ์ของคนทั้งโลก
00:16:46 → 00:16:49ที่แตกต่างกันบางครั้งเนี่ยมันก็ทำให้
00:16:49 → 00:16:51ปัจจัยเหล่านี้ถาโถมเข้ามาในสภาวะที่ร่าง
00:16:51 → 00:16:53กายเราก็แย่ไปด้วยสุขภาพร่างกายก็ไม่ดี
00:16:53 → 00:16:56ดังนั้นการ Balance การรักษาสมดุลตรงนี้
00:16:56 → 00:16:59จึงในมุมมองผมจึงนำมาสู่โลกซึมเศร้าที่
00:16:59 → 00:17:01มากขึ้นงั้นในมุมมองของผมข้อแนะนำคือ
00:17:01 → 00:17:05อันดับแรกโฟกัสเรื่องของการดูแลสุขภาพอัน
00:17:05 → 00:17:07ที่ 2 ที่เราอาจต้องเรียนรู้เพิ่มมากขึ้น
00:17:07 → 00:17:10อันนี้จำเป็นต้องเรียนรู้ละคือในเมื่อข้อ
00:17:10 → 00:17:12มูลมันมีเยอะเราจะแยกแยะยังไงว่าเราจะรับ
00:17:12 → 00:17:15ข้อมูลตัวไหนที่มันมีประโยชน์กับเราเข้า
00:17:15 → 00:17:18มาข้อมูลไหนที่มันจะทำให้แฮปปี้แทนที่จะ
00:17:18 → 00:17:21ต้องมานั่งรับข้อมูลที่ถึงจะแก้ปัญหานั้น
00:17:21 → 00:17:23ไปก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นดังนั้นการ
00:17:24 → 00:17:25เรียนรู้ในการแยกแยะข้อมูลที่รับเข้ามาก็
00:17:25 → 00:17:27เป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งเช่นเดียว
00:17:27 → 00:17:30กันนุ่นชอบมากๆเลยคุณหมอเพราะว่าไม่ว่า
00:17:30 → 00:17:33เราจะคุยกัน EP ไหนก็ตามสุดท้ายแล้วว่า
00:17:33 → 00:17:37มันก็จะมีเรื่องของการดูแลร่างกายตัวเรา
00:17:37 → 00:17:39เองเรื่องของโภชนาการเรื่องของการออก
00:17:39 → 00:17:42กำลังกายมันเหมือนกับถ้าเราจัดการส่วน
00:17:42 → 00:17:48นั้นน่ะให้ได้ดีเราสามารถแก้สิ่งที่เรา
00:17:48 → 00:17:52คุยกันน่ะใน EP ทุก ep ได้เลยนะคะเพียง
00:17:52 → 00:17:55แต่ว่าใน EP นี้สิ่งที่เราจะต้องเติมแล้ว
00:17:55 → 00:17:58ก็ทำให้เรามีความสมดุลมากขึ้นน่ะก็คือ
00:17:58 → 00:18:02เรื่องของการจัดการทางอารมณ์นะคะถ้าเรา
00:18:02 → 00:18:05สามารถจัดการทางอารมณ์ได้เนี่ยก็จะสามารถ
00:18:05 → 00:18:08ทำให้ให้เราป้องกันโรคนี้ได้ด้วยแล้วก็
00:18:08 → 00:18:10อาจจะมีโรคอื่นๆตามมาด้วยแบบนี้ใช่ไหมคะ
00:18:10 → 00:18:13ใช่ครับเพราะว่าผมว่าการแยกแยะข้อมูลพวก
00:18:13 → 00:18:17นี้สำคัญมากเพราะว่ารุ่นโบราณบรรพบุรุษ
00:18:17 → 00:18:19เราเนี่ยเขาจะยุ่งวุ่นวายเฉพาะเรื่องที่
00:18:19 → 00:18:22ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของเขาโอเคแต่บางที
00:18:22 → 00:18:24ทุกวันนี้เรายุ่งวุ่นวายกับอีกซีกโลก
00:18:24 → 00:18:27หนึ่งซึ่งเขาจะเป็นยังไงบางทีก็ไม่ได้ส่ง
00:18:27 → 00:18:29ผลอะไรกับเราโดยตรงเท่าไหร่มันทำให้เรา
00:18:29 → 00:18:31รับข้อมูลด้านอารมณ์ที่เยอะเกินไปเกิน
00:18:31 → 00:18:34กว่าที่ร่างกายที่เจ็บป่วยของเราจะจัดการ
00:18:34 → 00:18:38มันได้โอเคนะคะก็นุ่นว่าหลายๆคนก็ได้ข้อ
00:18:38 → 00:18:40มูลเพิ่มเติมแล้วก็ได้ checklist แล้ว
00:18:40 → 00:18:44ด้วยนะคะว่า 9 ข้อต้องได้เท่าไหร่นะคุณ
00:18:44 → 00:18:48หมอนะคะแล้วก็ 5 เนี่ยก็ต้อง 2 อาทิตย์
00:18:48 → 00:18:49ด้วยนะคะ
00:18:50 → 00:18:53เราจะไม่สามารถบอกได้เฉพาะเจาะจงว่าเรา
00:18:53 → 00:18:56เนี่ยเป็นโรคซึมเศร้านะคะสุดท้ายแล้วนะคะ
00:18:56 → 00:18:59อยากให้คุณหมอฝากอีกนิดนึงนะคะว่าถ้าเรา
00:18:59 → 00:19:03อ่ะอยากที่จะดูแลตัวเองแล้วก็คนรอบข้าง
00:19:03 → 00:19:06อ่ะที่จะไม่ให้เขาได้เผชิญโลกนี้ทั้งๆที่
00:19:06 → 00:19:08ตอนนี้มันก็จะมีอุบัติการณ์แบบนี้เยอะมาก
00:19:08 → 00:19:11ขึ้นนะคะอยากให้คุณหมอฝากสุดท้ายแล้วว่า
00:19:11 → 00:19:14เราควรดูแลตัวเองยังไงสั้นๆค่ะประเด็นแรก
00:19:14 → 00:19:17คือยังไงก็ตามเนี่ยสุขภาพทางกายสำคัญ
00:19:17 → 00:19:21เพราะมันคือฮาร์ดไดร์ฟที่มันต้องตอบสนอง
00:19:21 → 00:19:25ต่อสิ่งแวดล้อมในว่าด้านไหนก็ตามแต่ในยุค
00:19:25 → 00:19:27ปัจจุบันที่มากเหนือกว่านั้นเราต้องจัด
00:19:27 → 00:19:31การด้านซอฟต์แวร์ด้วย
00:19:31 → 00:19:34เราชอบเรียกยุคนี้ว่าเป็นยุคข้อมูลข่าว
00:19:34 → 00:19:37สารโอเคไหมครับปัญหาคือมันเยอะจนเกินไป
00:19:37 → 00:19:40เราต้องยอมรับว่าข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อ
00:19:40 → 00:19:43เราจริงๆอาจจะไม่ถึง 1% ด้วยซ้ำมันมีข้อ
00:19:43 → 00:19:46มูลเยอะจริงแต่เราต้องรู้จักการตัดข้อมูล
00:19:46 → 00:19:48ที่ไม่มีประโยชน์กับชีวิตเราออกไปนะครับ
00:19:48 → 00:19:50ไม่งั้นข้อมูลเหล่านั้นจะทำให้เราไปจัด
00:19:50 → 00:19:53การข้อมูลอีก 1% ที่มันมีประโยชน์กับเรา
00:19:53 → 00:19:55ไม่ได้นั่นคือหมายว่ามันมีหลายเรื่องแหละ
00:19:55 → 00:19:57ที่เราต้องทำในแต่ละวันแต่เราไม่จำเป็น
00:19:57 → 00:20:00ต้องหยิบทุกอย่างมาทำนะครับเราอาจจะหยิบ
00:20:00 → 00:20:03แค่เรื่องที่จำเป็นบางเรื่องซึ่งส่งผลต่อ
00:20:03 → 00:20:07ชีวิตของเรามากที่สุดมาทำโดยที่เรื่อง
00:20:07 → 00:20:10อื่นที่มันไม่จำเป็นก็ปล่อยมันไปมองข้าม
00:20:10 → 00:20:13ไปบ้างผมว่ามันจะทำให้เราลดปัญหาในเรื่อง
00:20:13 → 00:20:16ของภาระที่ร่างกายเราต้องไปนั่งจัดการข้อ
00:20:16 → 00:20:18มูลข่าวสารเหล่านั้นแล้วก็ลดโอกาสที่เรา
00:20:18 → 00:20:22จะป่วยด้วยซึมเศร้าลงโอเคเห็นไหมคะว่าถึง
00:20:22 → 00:20:25แม้จะเป็นเจ้าของเพจไดเอทดรไทยแลนด์นะคะ
00:20:25 → 00:20:28แต่ก็สามารถที่จะพูดถึงเรื่องของการจัด
00:20:28 → 00:20:30การอารมณ์นะคะพูดถึงเรื่องของแนวคิดให้
00:20:30 → 00:20:33พวกเราฟังได้แน่นอนนะคะเพราะฉะนั้นเนี่ย
00:20:33 → 00:20:35สำหรับนุ่นนะคะนุ่นว่าวันนี้นุ่นได้รับ
00:20:35 → 00:20:37ความรู้เยอะมากๆเลยแล้วก็เพื่อนๆทางบ้าน
00:20:37 → 00:20:40ก็ได้รับความรู้เยอะมากๆเกี่ยวกับการจัด
00:20:40 → 00:20:43การเกี่ยวกับทั้งอารมณ์แล้วก็ร่างกายของ
00:20:43 → 00:20:45เรานะคะในวันนี้นะคะยังไงก็ขออนุญาต
00:20:45 → 00:20:48ขอบคุณคุณหมอนะคะที่มาให้ความรู้เรื่อง
00:20:48 → 00:20:51เกี่ยวกับโรคซึมเศร้ากับเรานะคะแล้วก็ราย
00:20:51 → 00:20:55การคุยทุกสุขภาพใบหมอป๊อปนะคะจะมาให้สาระ
00:20:55 → 00:20:58แนวคิดแบบนี้เยอะแยะมากมายเลยนะคะก็
00:20:58 → 00:21:01สำหรับ EP นี้นะคะหวังว่าทุกคนจะได้
00:21:01 → 00:21:04ประโยชน์แล้วก็ยังไงติดตามพวกเรานะคะใน EP
00:21:04 → 00:21:08ถัดๆไปได้เลยค่ะสวัสดีนะคะสวัสดีค่ะ
00:21:08 → 00:21:12สวัสดีค่ะ
00:21:12 → 00:21:18[เพลง]