- คำถาม:
- จะทำอย่างไรให้จิตใจของผู้สูงอายุไม่เสื่อมแม้ร่างกายจะเสื่อม?
- คำตอบ:
- ต้องเน้นการดูแลจิตใจควบคู่กับร่างกาย โดยการฝึกสมาธิ มีสติในชีวิตประจำวัน การเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ การออกกำลังกาย และการอยู่กับคนที่มีพลังงานดี เพื่อชะลอความเสื่อมของสมองและรักษาความสุขภายใน
เทคนิคเตรียมใจให้พร้อม ในวันที่ร่างกายเปลี่ยนไป | เกลาแก้โรค EP.11 @goodmindacademy
จากช่อง:Klaoshow
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:07:17เราอยู่แล้วงั้นจริงๆใจเนี่ยควรจะอยู่ที่
00:07:20วันนี้ฉันดูแลตัวเองยังไงเพงั้นกายเสื่อม
00:07:24แต่ทำยังไงให้ใจไม่เสื่อมอันนี้งานหลัก
00:07:26อ่าอันนี้คืองานหลักอันที่ 2 คือเรารู้
00:07:28สึกน้อยใจใจเราอยากได้เวลาจากลูกเรามี
00:07:31สิทธิ์น้อยใจแต่เราจะสื่อสารความน้อยใจ
00:07:34อย่างไรอันนี้คือหัวใจสำคัญถ้าเราน้อยใจ
00:07:38แล้วเราสื่อสารด้วยการประชดประชันสื่อสาร
00:07:41ด้วยการไล่เค้าหรือพูดในสิ่งที่ตรงกัน
00:07:43ข้ามลูกไม่มีทางเข้าใจหรอกรวมถึงว่าเรา
00:07:46อาจจะมีปัญหาในขณะเดียวกันเนี่ยเขาจะยิ่ง
00:07:48ห่างเหิเราด้วยซ้ำแต่ถ้าเกิดเราทำความ
00:07:51เข้าใจตัวเองให้ได้ว่าโอเคเราน้อยใจเนี่ย
00:07:54เพราะว่าเราต้องการอะไรจากลูกเราอาจจะ
00:07:57ต้องการเจอเขาให้มากขึ้นมยแล้วเสามารถให้
00:08:00เราได้มอย่าเพิ่งคิดแทนเขาก็ได้แต่เรา
00:08:03สื่อสารกับเขาตรงๆอย่างจริงใจเออช่วงนี้
00:08:07แม่เหงาช่วงนี้พ่อเหงาอยากให้หนูมาหาบ่อย
00:08:10ขึ้นได้ยการสื่อสารที่ตรงไปตรงมาเนาะและ
00:08:13สร้างสรรค์เนี่ยก็จะทำให้ความสัมพันธ์คือ
00:08:16เราได้ดูแลทั้งร่างกายและดูแลทั้งจิตใจ
00:08:19ตัวเองด้วยกลับมาที่มุมของลูกๆอีกครั้ง
00:08:21ค่ะว่าเราจะมีวิธีอ่าสังเกตยังไงว่าคุณ
00:08:24พ่อคุณแม่หรือผู้สูงอายุคนใกล้ตัวคนใน
00:08:27ครอบครัวเราอ่ะท่านกำลังเข้าสู่ภาวะซึม
00:08:30เศร้าหรือเปล่าภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ
00:08:32อ่ะค่ะบางทีอ่าลักษณะอาการหรือที่มาเนี่ย
00:08:35อาจจะไม่ตรงไปตรงมาเหมือนกับพวกเราในวัย
00:08:38ทำงานนะหรือเด็กๆทั่วๆไปเพราะว่าพอเราสูง
00:08:41อายุเนี่ยอันที่ 1 ก็คือในเรื่องของความ
00:08:43เสื่อมของตัวสมองเองซึ่งสมองเองก็เป็นตัว
00:08:46ที่ควบคุมในเรื่องของอารมณ์ใช่มยอันที่ 2
00:08:49คือความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนใชมเราได้
00:08:51ยินคำว่าวัยทองค่ะใช่มั้ยคะก็คืออาจจะ
00:08:54เป็นการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย
00:08:57อันที่ 3 มันมีเรื่องของความเจ็บป่วยทาง
00:09:00ด้านร่างกายบางอย่างเรืรังบางอย่างที่อาจ
00:09:03จะส่งผลกับอารมณ์ของเขาได้ว่าผู้ป่วยหรือ
00:09:06ว่าในผู้สูงอายุเนี่ยเราจะสังเกตว่าเขาก็
00:09:08จะแบบมีเริ่มเริ่มมีโรคใช่มยเริ่มมีหลาย
00:09:11โรคอย่างเงี้ยเป็นต้นหรือว่ายาที่เขากิน
00:09:13เองบางตัวก็จะมีผลในเรื่องของอารมณ์ได้
00:09:16เพราะฉะนั้นเนี่ยเ่อในเรื่องของภาวะเซม
00:09:19เศร้าในผู้สูงอายุเนี่ยก็เลยจะมีความซับ
00:09:21ซ้อนในเรื่องของที่มาคือมักจะมีในเรื่อง
00:09:24ของร่างกายแฝงอยู่ด้วยในความซึมเศร้าของ
00:09:28ผู้สูงอายุเนี่ยอาจจะมีในลักษณะของความ
00:09:31หงุดหงิดได้เพราะว่าอะไรเพราะว่าจริงๆ
00:09:33แล้วมันเกิดจากการที่ความอดทนน้อยลงก็ทำ
00:09:36ให้เาอาจจะเคยแบบใจเย็นได้เคยรอได้เคยอด
00:09:40ทนได้เนี่ยก็เริ่มไม่ได้เริ่มหงุดหงิด
00:09:43เริ่มฉุนเฉียวนะแต่ในขณะที่บางคนก็คืออ่ะ
00:09:47เห็นตรงๆเลยก็คือว่าแยกตัวไม่ค่อยพูดไม่
00:09:50ค่อยจาเงียบลงกว่าเดิมหรือเรารู้สึกว่า
00:09:53เขาไม่สดชื่นไม่สดใสสแตกต่างจากบุคลิก
00:09:56เดิมอันนี้สำคัญตัวชี้วัดที่สำคัญที่เรา
00:09:59ในฐานะคนข้างๆเนี่ยก็คือว่าพ่อแม่เรา
00:10:02เหมือนบุคลิกเาเปลี่ยนไปหรือเปล่าคือแม่
00:10:05ว่าเคเงียบอยู่แล้วก็เ้าพอเแก่เป็นซึม
00:10:09เศร้าหรือเปล่าอย่างงี้อ่าก็คือเงียบมา
00:10:11ตั้งนานแล้วเออก็จริงๆเอาจจะเงียบมาตั้ง
00:10:13นานแล้วจุดสังเกตสำคัญก็คืออย่างที่บอกก็
00:10:16คือเรื่องของบุคลิกที่เปลี่ยนไปอาจจะ
00:10:18เปลี่ยนไปได้หลายรูปแบบหน่อยก็อาศัยความ
00:10:21ใส่ใจที่เราต้องมีใช่นอกจากความเสียใจคือ
00:10:25เราต้องช่างสังเกตในส่วนนึงก็มีผู้สูง
00:10:28อายุหลายคนก็รู้สึกว่าไม่อยากให้ตัวเอง
00:10:31เป็นปัญหาอือใช่ใช่มยค่ะรู้สึกว่าไม่อยาก
00:10:35เอาภาระมาให้ลูกแต่เราได้ยินคำนี้ใช่มั้ย
00:10:39ไม่อยากเป็นภาระของใครไม่อยากเป็นภาระของ
00:10:41ลูกแต่ว่าหลายครั้งเราจะพบว่ายิ่งเาคิด
00:10:44แบบเนี้ยไม่อยากเป็นภาระอาจจะต่อต้านหรือ
00:10:48มีอะไรไม่บอกกลายเป็นลูกก็อยากดูแลคนที่
00:10:51ต้องได้รับการดูแลก็ไม่ให้ความรู้มือไม่
00:10:53เป็นไรไม่เป็นไรป่วยก็ไม่เป็นไรไม่เอไม่
00:10:56เป็นไรเอออยู่ได้แต่ล้มหัวตแกละออย่าง
00:11:00เงี้ยจริงๆเราเรารักกันนะเราปรารถนาดีต่อ
00:11:03กันพ่อแม่ไม่อยากให้ลูกมีภาระใช่มยลูกก็
00:11:07มีความปรารถนาดีอยากจะดูแลแต่กลายเป็น
00:11:10ความรักสื่อไม่ถึงกันเพราะว่าเราคิดในมุม
00:11:13ของเราใช่พี่เอินก็แนะนำไปแล้วว่าวิธีการ
00:11:16ที่จะสื่อสารกันอย่างมีคุณภาพก็คือหาเวลา
00:11:18ที่มีคุณภาพร่วมกันอย่างที่บอกไปตอนแรก
00:11:20ใช่โค้ชไว้ว่าเวลาคุณภาพอาจจะไม่ได้
00:11:23จำเป็นจะต้องมากมายต่อให้ 10 นาทีก็มี
00:11:26คุณภาพได้อือ๋อบางคนบอกว่ารอเทศกเออใช่
00:11:30อยยรอเทศกาลรอปีใหม่รอสงกรานต์แล้วจริงๆ
00:11:35แล้วเวลาคุณภาพเกิดขึ้นได้ทุกวันเพงั้นจะ
00:11:375 นาทีจะ 10 นาทีจะ 1 ชมงแต่ขอให้เป็น
00:11:41เวลาที่เราเป็นพื้นที่ปลอดภัยของการและ
00:11:43กันคือแน่นอนว่าทุกคนต้องดูแลตัวเองอย่าง
00:11:45ที่พี่เอิ้นบอกไปว่าคุณพ่อคุณแม่งานหลัก
00:11:47ก็คือดูแลตัวเองลูกๆเองก็ก็ทำงานรับผิด
00:11:50ชอบหน้าที่ไปแต่ว่าเราเองก็ยังเป็นทีม
00:11:52เดียวกันนะเรายังสื่อสารกันเรายังแบบ
00:11:54พร้อมซัพพอร์ตกันอืออ่าแต่จะไม่ได้
00:11:56เบียดเบียนกันอือแล้วถ้าสมมุติว่า
00:11:59ครอบครัวไหนค่ะพี่เอิ้ลอที่คุณพ่อคุณแม่
00:12:01อาจจะมีอาการป่วยชนิดที่ว่าอาจจะจำเป็น
00:12:04ที่ลูกหลานต้องมาดูแลใกล้ชิดตรงเนี้ยหนู
00:12:07มั่นใจเลยว่าทั้งตัวคุณพ่อคุณแม่เองที่
00:12:09ป่วยกับตัวลูกหลานก็ต่างต้องมีความรู้สึก
00:12:12ทางจิตใจแน่ๆคุณพ่อคุณแม่เองก็อาจจะรู้
00:12:15สึกว่าอย่างที่บอกว่าเราไม่ได้อยากเป็น
00:12:16ภาระใครอ่าอ่าแต่ว่าลูกๆก็แบบมันไม่ได้
00:12:20หนูหนูต้องหนูต้องดูแลความรู้สึกตรงนี้
00:12:23ที่เกิดขึ้นกับการที่ต้องดูแลคุณพ่อคุณ
00:12:25แม่ที่ป่วยค่ะตัวลูกๆเองเนี่ยควรที่จะดู
00:12:27แลตัวเองยังไงบ้างให้มีมีกำลังใจในการที่
00:12:30จะดูแลคุณพ่อคุณแม่ต่อเราต้องเห็นคุณค่า
00:12:32ในตัวเองนะว่าเรากำลังทำในสิ่งที่
00:12:35ประเสริฐที่สุดที่มนุษย์คนนึงกำลังจะทำ
00:12:37หลายครั้งอ่ะเราไม่ให้คุณค่าตัวเองตรงนี้
00:12:39อันนี้เกิดขึ้นได้บ่อยๆเลยนะในในครอบครัว
00:12:43อย่างเช่นอ่ะใครไม่มีครอบครัวมาดูพ่อแม่
00:12:46อย่างเงี้ยหรือการเป็นลูกคนเล็กหรือจะ
00:12:48เป็นลูกคนโตอ่ะมาดูพ่อแม่อ่ะหรือใครภาระ
00:12:51น้อยกว่าหรือแบบก็ไม่มีใครดูเราเลยต้องดู
00:12:54ไม่ได้เกิดจากความสมัครใจเออคือจริงๆก็
00:12:57อาจจะสมัครใจแหละอ่าค่ะแต่พอการที่เราไม่
00:13:00ให้คุณค่าคิดว่ามันต้องเป็นฉันเพราะฉัน
00:13:03ไม่มีครอบครัวออไปรับมาเออใช่จริงๆคือ
00:13:06สิ่งที่เรารับมาเองสมมุติว่าเราไม่มีความ
00:13:08เมตตากับพ่อแม่เลยเอาจริงๆนะถ้าเกิดเรา
00:13:10ไม่มีความเมตตาต่อเขาไม่มีความรักต่อเขา
00:13:12นะมันเงื่อนไขอะไรเราก็ไม่ดูแลถูกมใช่ค่ะ
00:13:15ถูกมเพราะฉะนั้นเนี่ยการที่เราตัดสินใจ
00:13:19ที่จะละทิ้งอะไรบางอย่างเพื่อที่จะทำหน้า
00:13:22ที่นี้เอาเอาแค่เนี้ยพี่เอิ้นคิดว่ามัน
00:13:24เพียงพอที่จะทำให้เรานับถือตัวเองได้อ่ะอ
00:13:28ในความเสียสสระของเราแต่ว่าตราบใดที่ถ้า
00:13:30สมมุติเราคิดว่ามันคือภาระนะหรือเรามอง
00:13:33ว่ามันเป็นหน้าที่มันลดทอนทันทีเลยจริงๆ
00:13:36พ่อแม่อาจจะแค่มาเราก็หงุดหงิดแล้วนึกออก
00:13:38มั้ยเอฉันต้องลาออกจากงานหรือฉันต้องเสีย
00:13:41โอกาสนู่นนั่นนี่ทั้งๆที่เราทำทำสิ่งที่
00:13:44ดีเหมือนกันนะแต่เพียงแค่ว่ามันอาจจะไม่
00:13:46ได้มูลค่าแต่มันได้คุณค่าคือมันอาจจะไม่
00:13:49ได้แบบถูกมองว่านี่คือการทำงานแต่จริงๆ
00:13:51มันคืองานอย่างนึงนะแล้วมันอาจจะไม่ได้มี
00:13:53มูลค่าคือมันไม่ได้ค่าตอบแทนน่ะแต่มันมี
00:13:56คุณค่าโดยเฉพาะวันที่เขาไม่อยู่แล้วอ่ะ
00:13:58มันจะมีคุณค่ามากสำหรับลูกนะพี่เอิ้นว่า
00:14:00ก่อนอื่นเลยถ้าคุณเลือกที่จะมาดูแลเขาคุณ
00:14:04ต้องเห็นคุณค่าในสิ่งนี้ให้ได้แล้วคุณ
00:14:06ค่อยมาความรู้สึกของเราก็จะมีด้วยใช่ใช่
00:14:09การที่เราอยู่กับเาการที่เราเลือกที่จะมา
00:14:12อยู่ตรงนี้เนี่ยเราเป็นเจ้าของชีวิตงั้น
00:14:15เราก็ต้องมีสิทธิ์ที่จะมีความสุขกับทาง
00:14:17ที่ตัวเองเลือกอันนี้คือ mindset แรกของ
00:14:20ลูกเลยอันที่ 2 คือถ้าสมมุติว่าคุณพ่อคุณ
00:14:22แม่เขามีปัญหาทางด้านร่างกายหรือจิตใจ
00:14:24อะไรเนี่ยเราเองอาจจะต้องมีความรู้อเพราะ
00:14:27ว่าอย่างเช่นถ้าคุณพ่อคุณแม่เป็นโรคสมอง
00:14:29เสื่อมเป็นอัลไซเมอร์อะไรอย่างเงี้ยค่ะ
00:14:31เราเราต้องมีความรู้ในเรื่องตัวโรคของ
00:14:34เขาคเรามีความรู้ในการเปลี่ยนแปลงของเขา
00:14:36เพราะว่าการที่เราไม่มีความรู้เนี่ยมันทำ
00:14:38ให้เรากังวลใจอือแต่พอเรากังวลก็ส่งต่อ
00:14:41ความกังวลด้วยใช่เราส่งต่อความกังวลส่ง
00:14:44ต่อความกลัวเพะนั้นเลยมีความรู้เนาะอัน
00:14:46ที่ 3 เพื่อนคิดว่าเราต้องมีทีมหลายครั้ง
00:14:49เลยในการที่เราเห็นกรณีที่ต้องมีลูกบางคน
00:14:54ที่จะต้องดูแลเป็นหลักอะไรอย่างเงี้ยแล้ว
00:14:56ก็กลายเป็นว่ากอดว่าเป็นหน้าที่ที่ฉันจะ
00:14:59จะต้องทำเท่านั้นแล้วก็ไม่กล้าที่จะขอ
00:15:01ความช่วยเหลือพี่ๆน้องๆคนอื่นเราอาจจะ
00:15:04ต้องประเมินตัวเองเหมือนกันว่าอย่างเช่น
00:15:07เราก็ต้องการการพักผ่อนเนาะเราไหวแค่ไหน
00:15:10เวลาที่เราจะให้เา้าเต็มที่นะเวลาที่เรา
00:15:12อาจจะขอในการที่เราจะดูแลตัวเองเรื่อง
00:15:15ส่วนตัวยังไงแล้วเวลานั้นเนี่ยเราจะให้คน
00:15:17อื่นๆในบ้านเนี่ยมามีส่วนร่วมได้อย่างไร
00:15:19เพราะบางทีการที่คนอื่นในบ้านเไม่มีส่วน
00:15:22ร่วมไม่มาเป็นทีมกับเราเพราะเราก็ไม่
00:15:23อนุญาตให้เค้ามามีส่วนร่วมอือหรือไม่เปิด
00:15:26พื้นที่นั้นเช่นกันอนะคะคราวนี้เปิดพื้น
00:15:29ที่ให้เขาแล้วเนี่ยอย่าไปคาดหวังกับเขา
00:15:31เยอะบางคนเนี่ยดูแลไม่ได้ดั่งใจอ่ะเออ
00:15:34เท่าเรางั้นเราแล้วกันเราทำได้ดีกว่าเรา
00:15:37เข้าใจมากกว่าเราเข้าใจมากกว่าแล้วงั้น
00:15:40เนี่ยก็ไม่มีใครอยากมาเป็นทีมกับเราเพราะ
00:15:42ว่าอ้าจริงๆเขาก็อยากช่วยนะแต่เหมือนว่า
00:15:43บางนี้เคช่วยแล้วเรารู้สึกว่าเขาทำได้ไม่
00:15:45ดีใช่เออใช่เพงั้นวิธีการช่วยเนี่ยมันก็
00:15:48ไม่เหมือนกันใช่มั้ยคะงั้นทีมในที่นี้
00:15:50เนี่ยยังหมายถึงบุคลากรทางการแพทย์ยัง
00:15:53หมายถึงผู้เชี่ยวชาญยังหมายถึงอะไรอื่นๆ
00:15:56อีกที่จำเป็นบางทีมันก็อยู่ในส่วนของการ
00:15:59ที่อ่าเราต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญอย่างคุณพ่อ
00:16:02คุณแม่มีปัญหาเรื่องความจำเสื่อมีปัญหา
00:16:04เรื่องอารมณ์ก็ต้องมีจิตแพทย์ที่จะคอยพูด
00:16:06คุยหรือว่าดูในเรื่องของยาดูในเรื่องของ
00:16:09พฤติกรรมอะไรอื่นๆไมการเนี่ยต้องมีทีม
00:16:12เิ้นคิดว่ากับคุณลูกเนี่ยเ 3 อย่างนี้
00:16:14สำคัญมากค่ะเมื่อเมื่อสักครู่พี่เอิ้นพูด
00:16:17ถึงเรื่องความจำเสื่อมหนูเลยอยากถามใน
00:16:19กรณีที่ว่าครอบครัวไหนที่มีคุณพ่อคุณแม่
00:16:22หรือผู้สูงอายุที่มีอาการหลงๆลืมๆเราอาจ
00:16:25จะไม่ได้อยู่กับคุณพ่อคุณแม่ตลอดเวลาเนาะ
00:16:27เราก็จะมีความเป็นห่วงเราจะมีวิธีการช่วย
00:16:29เหลือท่านยังไงบ้างคะสำหรับกรณีแบบนี้
00:16:31จริงๆอันเนี้ยขึ้นอยู่กับความรุนแรงใน
00:16:34เรื่องของอาการของเขาด้วยถ้าเกิดว่าอย่าง
00:16:37ในกรณีที่รุนแรงจริงๆเราเราเห็นตามข่าว
00:16:40เนาะที่แบบผู้สูงอายุหายไปจากบ้านใช่เดิน
00:16:43ออกจากบ้านไปอะไรอย่างเงี้ยนะก็คือหมาย
00:16:45ความว่าจริงๆเราเราต้องค่อนข้างซีเรียสนะ
00:16:47ในการที่ 1 ต้องทำพื้นที่ให้ปลอดภัยและมิ
00:16:50ชิดแล้วเขาออกมาไม่ได้เราต้องแยกกับคำว่า
00:16:53กักขังนะมันอาจจะดูเหมือนการกักขังอ่ะแต่
00:16:56ว่ามันคือวิธีการดูแลในกรณีที่เหมือนเขา
00:17:00เริ่มไม่รู้นู้นรู้ตัวแล้วแล้วเเริ่ม
00:17:02เลื่อยเปือยเริ่มอันนี้นี้คือรุนแรงนี้
00:17:04อันนี้สุดโต่งไปก่อนเนาะงั้นเนี่ย 1
00:17:06จำกัดพื้นที่นะคะให้ให้ปลอดภัยแล้วก็ต้อง
00:17:09เปลี่ยน mind เซตเนาะเพราะว่ามันไม่มัน
00:17:11ไม่ใช่การกักขังอ่ะนะคะงั้นอันที่ 2 คือ
00:17:14เขาจะต้องมีปฏิกิริยาอยู่แล้วนะถ้าเกิด
00:17:16เราไม่ทำเพราะว่าเค้าโวยวายเค้าอะไรอย่าง
00:17:20เงี้ยนะมันมันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่โวย
00:17:22วายเาก็จะโวยวายอยู่แล้วแต่ว่ากลุ่มเนี้ย
00:17:24ก็คือว่าเขาก็จะเบี่ยงเบงความสนใจง่าย
00:17:27เพราะฉะนั้นอีกอันนึงก็คือคือว่าเราอาจจะ
00:17:29ต้องมีคนที่ดูแลผลัดเปลี่ยนจากเราหรือถ้า
00:17:32ไม่มีจริงๆกล้องใช่มยคะเรื่องของการใช้
00:17:35เทคโนโลยีเนี่ยอ่ะมาช่วยได้จริงๆที่เจอ
00:17:38เยอะเนี่ยเป็นกลุ่มที่ไม่รุนแรงมากกว่า
00:17:41ไม่รุนแรงอาการประมาณไหนคะก็คืออย่างเช่น
00:17:44เอ่อพูดแล้วลืมอะไรอย่างเงี้ยใชอุยอันนี้
00:17:47จริงถามบ่อยถเอถบ่อยลืมว่ากินข้าวกินยา
00:17:50หรือยังอ่าถามบ่อยถามซ้ำอันนี้อันนี้คือ
00:17:54สิ่งที่จะสังเกตได้เลยเนาะหรือว่าเอ้ยเรา
00:17:57คุยกันไแล้วอ่ะอีกสักพักนึงสักวัน 2 วัน
00:18:00เหมือนไม่ได้คุยอย่างในกรณีเนี้ยก็คือ
00:18:03สิ่งที่ลูกๆต้องระวังเลยคืออย่าขยี้ขยี้
00:18:06ว่าถามแล้วไงอ่าก็พูดแล้วไงหรือเหมือนไป
00:18:10ตอกย้ำว่าเขาลืมอ่ะลืมอีกแล้วจริงๆแล้ว
00:18:13เขาก็กลัวตัวเองอยู่เหมือนกันน่ะผู้สูง
00:18:15อายุเนี่ยเขาก็รู้สึกไม่สบายใจเหมือนกัน
00:18:18ที่เห็นตัวเองลืมหรือว่าไม่มีใครอยากรู้
00:18:21สึกเออรู้สึกว่าตัวเองเอ๊ะทำไมเรื่องนี้
00:18:24จำไม่ได้เาก็กำลังเผชิญความเสื่อมเอ๊ะนี่
00:18:28ฉันเสื่อมขนาดนั้นแล้วเหรอคราวเนี้ยยพอ
00:18:30ถ้าเกิดว่าถามซ้ำอีกแล้วหรือว่าเ้าทำไม
00:18:33ลืมอีกแล้วเป็นเยอะนะอะไรอย่าเงี้ยนะอัน
00:18:36นี้คำพูดเหล่านี้เนี่ยโออันนี้ก็คือยิ่ง
00:18:39ยิ่งทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกเป็นความรู้สึก
00:18:41ทางใจหรือจะเกิดปัญหากันได้ดังนั้นเนี่ย
00:18:44มี 2 ส่วนนะมองว่าเป็นธรรมชาติคือเนียน
00:18:47ไม่เป็นไรออยู่กับปัจจุบันไปเลยเนี่ยถ้า
00:18:49ไม่ถามซ้ำอ่ะแปลกเอเออต้องมีทักษณะเถ้า
00:18:53ถามซ้ำอ่ะก็เป็นปกติของแม่ช่วงนี้ใช่มั้ย
00:18:55แต่ถ้าถามซ้ำถี่ๆสิ่งที่เราในฐานะคนดูแล
00:18:59ต้องเริ่มตระหนักก็คือว่าเเป็นมากขึ้นนะ
00:19:01ซึ่งคำนี้ไม่ต้องพูดกับเขาก็ได้แต่เรา
00:19:03ต้องรู้แต่เราต้องรู้การที่เราต้องรู้นี้
00:19:05หมายความว่าอะไรหมายความว่าเเป็นหนักขึ้น
00:19:08ขนาดที่เราก็ควรจะต้องพาเขาไปรักษาหรือ
00:19:10เปล่าหรือเขารักษาอยู่เอ้อันนี้เราควรจะ
00:19:13ต้องรายงานแพทย์ที่ดูแลเขาหรือเปล่าแน่
00:19:15นอนผู้สูงอายุคนที่จะต้องมีแพทย์ที่จะดู
00:19:17แลเขาประจำอยู่แล้วใช่มั้ยคะงั้นเนี่ยเรา
00:19:19ก็จะมีทีมเห็นนะแล้วก็จะกลับไปที่ทีมจริง
00:19:22ๆเรื่องนี้ถ้าป้องกันจะดีที่สุดถ้าเกิด
00:19:25เราไม่ได้มีเรื่องของปัญหาเรื่อง
00:19:26พันธุกรรมเรื่องของอัลไซเมอร์เอหรือเอ่อ
00:19:29เรื่องของความจำเสื่อมในในในครอบครัวอะไร
00:19:33อย่างเงี้ยค่ะจริงๆโดยโดยส่วนใหญ่อ่ะมัน
00:19:35เป็นความเสื่อมตามธรรมชาติอัลไซเมอร์
00:19:37เนี่ยโดยส่วนใหญ่แล้วอ่ะจะมีผลในเรื่อง
00:19:39ของพันธุกรรมเนี่ยค่อนข้างที่จะรุนแรง
00:19:41กว่าแต่ว่าในความเสื่อมโดยธรรมชาติเนี่ย
00:19:43ดีที่สุดคือเราต้องป้องกันพี่นคิดว่าการ
00:19:46ดูแลร่างกายจิตใจอ่ะความคิดพลังงานชีวิต
00:19:50ร่างกายก็ง่ายๆเลยกินดีนอนดีออกกำลังกาย
00:19:53ดีใช่มอ่าแล้วก็ไม่สูบบุหรี่เนี่ยสำคัญอื
00:19:58อซึ่งเป็นพฤติกรรมที่สะสมมานานด้วยนะคะ
00:20:01ใช่เพราะฉะนั้นเนี่ยจริงๆเรื่องของการ
00:20:03ป้องกันเรื่องเหล่านี้โดยเฉพาะกายยังไง
00:20:06มันพังโดยธรรมชาติเราต้องพยายามที่จะชะลอ
00:20:10คือแน่นอนมันเสื่อมแต่ว่าเราสามารถชะลอ
00:20:13ได้การทำสมาธิหรือว่าการมีสติในชีวิต
00:20:16ประจำวันเนี่ยต้องบอกว่าเป็นการบริหารจิต
00:20:18ใจแล้วก็สมองที่แบบดีมากๆมีงานวิจัยเยอะ
00:20:22แยะมากมายว่ามันคือการฝึกนะที่ส่งผลใน
00:20:25เรื่องของเอ่อความจำหรือว่าชะลอในเรื่อง
00:20:28ของความสมองเสื่อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
00:20:30เรื่องของความคิดคือพอประสบการณ์เยอะบาง
00:20:33ทีความคิดเนี่ยก็จะเยอะด้วยค่ะเออเพราะ
00:20:36เรามีคลังของประสบการณ์ค่อนข้างเยอะดัง
00:20:38นั้นการที่รับรู้ความคิดและปรับเปลี่ยน
00:20:41ให้ความคิดนั้นเป็นความคิดเชิงบวกก็จะส่ง
00:20:43ผลดีกว่าแล้วก็สุดท้ายก็คือเรื่องของพลัง
00:20:46งานชีวิตเพราะงั้นจริงๆชีวิตเราเลือกได้
00:20:48อยู่กับคนที่พลังงานดีๆถ้าเลือกได้เลือก
00:20:51นะอยู่กับสิ่งแวดล้อมที่พลังงานดีๆถ้า
00:20:54เลือกได้เลือกใช่มยที่สำคัญคือตัวเองก็
00:20:56ต้องเริ่มที่สร้างพลังงานที่ดีอย่างเช่น
00:20:59การฝึกการมีใจที่เมตตาการฝึกการช่วยเหลือ
00:21:02ผู้อื่นการฝึกสัมผัสความรู้สึกของความ
00:21:05ปิติยินดีความเบิกบานอันนี้คือเป็นพลัง
00:21:08งานชีวิตทั้งนั้นอันเนี้ยก็จะเป็นการป้อง
00:21:10กันถ้าทำตั้งแต่เนิ่นๆแต่ถ้าเกิดเราไม่
00:21:13ได้ทำตั้งแต่เนิ่นๆเกิดความเสื่อมแล้วก็
00:21:16ทำได้อยู่ดีเป็นการฟื้นฟูป่ะคะใช่สิ่ง
00:21:18เหล่านี้ก็จะเป็นการช่วยชะลอแล้วก็ฟื้นฟู
00:21:22อยู่ดีนะคะรวมถึงการที่อาจจะพาตัวเองออก
00:21:25ไปสู่สภาพแวดล้อมที่แปลกใหม่มันมีความ
00:21:28ตื่นเต้นเหรอคะใช่เรียกว่ามีประสบการณ์
00:21:31ใหม่ๆอ่านะเกิดการเรียนรู้เพราะหลายครั้ง
00:21:34เนี่ยพออายุมากไปเนี่ยบางคนนะตอนนี้ไม่
00:21:37ใช่ทุกคนที่เอิ้นว่าผู้สูงอายุหลายคน
00:21:40เนี่ยทันสมัยกว่าเด็กๆก็เป็นเรื่องจริง
00:21:42ค่ะอ่าใช่มยแต่ผู้สูงอายุหลายคนก็จะฟิก
00:21:46ตัวเองว่าแก่แล้วแก่แล้วเดี๋ยวก็ตายอย่าง
00:21:49เงี้ยหรือว่าเดี๋ยวก็ตายเงินทองเอาไปไม่
00:21:52ได้อันนี้ถูกแก่แล้วไปทำอะไรก็ไม่มี
00:21:54ประโยชน์หรอกอะไรอย่างเงี้ยอันนี้อาจจะ
00:21:55เป็นความคิดต้องระวังมากๆเลยเพราะว่ามัน
00:21:58จะทำให้การเรียนรู้ไม่เกิดขึ้นคือเราก็จะ
00:22:00อยู่ไปวันๆอ่ะใช่มยพอการที่เราอยู่โดยที่
00:22:05ไม่เกิดการเรียนรู้ใหม่เซลล์สมองก็เสื่อม
00:22:08ดังนั้นถ้าเกิดเรามี mindset ว่าไม่ว่า
00:22:10เราจะอายุเท่าไหร่เราก็สามารถเรียนรู้ได้
00:22:13และการเรียนรู้ที่ดีอย่างนึงก็คือการพา
00:22:15ตัวเองออกไปเจอประสบการณ์ใหม่ๆอันนี้คือ
00:22:18สิ่งที่สำคัญมากๆที่จะทำให้เราอ่ะฝึกสมอง
00:22:21หนูฟังแล้วหนูรู้สึกว่าถ้าหนูอายุมากขึ้น
00:22:24หนูก็อยากทำนะคะเพราะมันน่าสนุกดีใช่แล้ว