00:00:01 → 00:00:03สวัสดีครับผมรอยชุนพงทองหลังจากที่เรียก
00:00:03 → 00:00:07ร้องกันมากให้ผมพูดถึงมะเร็งและคลิปนี้ผม
00:00:08 → 00:00:11อยากให้คุณแชร์เยอะๆแชร์ไปหาผู้ป่วยที่
00:00:11 → 00:00:14เป็นมะเร็งเพื่อเป็นกำลังใจให้เขาว่าเคมี
00:00:14 → 00:00:18โอกาสรอดแล้วถ้าเกิดเขารอดจากมะเร็งได้
00:00:18 → 00:00:21มันจะเป็นบุญกุศลมหาศาล
00:00:21 → 00:00:26เลยและสำหรับผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งไม่ว่า
00:00:26 → 00:00:30คุณจะเป็นระยะ 3 ระยะ 4 คุณมีความหวัง
00:00:30 → 00:00:34เพราะหลายคนที่ป่วยเป็นมะเร็งนั้นรอดตาย
00:00:34 → 00:00:36ด้วยวิธีการ
00:00:36 → 00:00:39autophagy แม้ว่าหมอจะบอกว่าคุณอยู่ได้
00:00:39 → 00:00:44ไม่ถึง 6 เดือนก็ตามหลายคนก็รอดตายมาแล้ว
00:00:44 → 00:00:49มันสำคัญที่ใจและสำหรับคนที่มีญาติมีพ่อ
00:00:49 → 00:00:52แม่ที่ป่วยเป็นมะเร็งเนี่ยต้องตั้งใจฟัง
00:00:52 → 00:00:58คลิปนี้ให้ดีและที่สำคัญก็คือวิธีการนี้
00:00:58 → 00:01:02สามารถใช้ร่วมกับวิธีการไม่ว่าจะเป็นการ
00:01:02 → 00:01:09ผ่าตัดฉายรังสี x หรือคีโมและอื่นๆและ
00:01:09 → 00:01:12สิ่งใดก็ตามที่หมอทุกคนเห็นด้วยผมไม่มี
00:01:12 → 00:01:17ข้อโต้แย้งแต่ถ้ามีหมอกลุ่มนึงขัดแย้งกับ
00:01:17 → 00:01:20หมออีกกลุ่มนึงพูดง่ายๆหมอ 2 กลุ่มความ
00:01:20 → 00:01:23เห็นไม่ตรงกันแบบนี้คุณก็ต้องไปฟังความ
00:01:23 → 00:01:26เห็นของหมอทั้ง 2 กลุ่มและนำมาวิเคราะห์
00:01:26 → 00:01:29ว่าข้อมูลของใครอัปเดตทันสมัยมีความถูก
00:01:29 → 00:01:32ถูกต้องน่าเชื่อถือมากกว่ากันถูกมั้ยครับ
00:01:32 → 00:01:36เรื่องการรักษามะเร็งด้วยอจีพูดถึงกันมาก
00:01:36 → 00:01:41ในช่วงปีหลังและผมเป็นคนนึงที่เป็นผู้นำ
00:01:41 → 00:01:46ให้คนอดไม่ใช่แค่ If อดแค่ 16 ชั่วโมงผม
00:01:46 → 00:01:51พูดถึงการอดข้ามวันการอดหลายๆวันและผมไม่
00:01:51 → 00:01:56ใช่แค่พูดผมทำให้ดูเป็นตัวอย่างทำไมผมจะ
00:01:56 → 00:02:01ต้องอด 4-5 วันและผมจะมาอธิบายว่าการอด
00:02:01 → 00:02:05หลายวันนั้นมันมีผลต่อการรักษามะเร็งยัง
00:02:05 → 00:02:09ไงมันเกิดอะไรขึ้นทำไมมะเร็งมันถึงหายเคย
00:02:09 → 00:02:15มีข่าวในปี 2016 การได้รับรางวัลโบลไสของ
00:02:15 → 00:02:19ศาสตราจารย์โยชิโนริโอซุมิและรางวัลที่
00:02:19 → 00:02:23ว่านี้อ้างอิงถึงการทดลองในยีสมันก็เลยมี
00:02:23 → 00:02:27ดราม่าว่าไอ้การทดลองในยีสนั้นมันไม่แน่
00:02:27 → 00:02:31ว่าจะส่งผลในมนุษย์และเป็นที่มาของตอนนึง
00:02:31 → 00:02:34ในรายการชัวร์ก่อนแชร์ซึ่งปกติผมก็ยกย่อง
00:02:34 → 00:02:37ว่าคุณควรจะวิเคราะห์ก่อนที่จะแชร์แต่ว่า
00:02:38 → 00:02:41ในครั้งนั้นผมเห็นต่างเรื่องคลิปชัวร์
00:02:41 → 00:02:46ก่อนแชร์ในตอน autopy นั้นผมเชื่อว่าผู้
00:02:46 → 00:02:50อ่านข่าวคงไม่ทราบสิ่งที่ผมจะบอกต่อไปนี้
00:02:50 → 00:02:53คือก่อนที่ศาสตราจารย์โยชิโนริจะได้รับ
00:02:53 → 00:02:57รางวัลโบลไสนั้นมันมีการทดสอบกันในหนู
00:02:57 → 00:03:02แล้วว่า ay เกิดเกิดขึ้นจริงในสัตว์มีนม
00:03:02 → 00:03:06หนูที่กินวันละมื้อโดยให้ช่วงเวลากินแค่ 2
00:03:06 → 00:03:10ชั่วโมงเนี่ยมันมีอายุยืนกว่ากลุ่มอื่นๆ
00:03:10 → 00:03:13ที่กินวันละหลายมื้อไม่ว่าจะให้อาหารแบบ
00:03:13 → 00:03:17ไหนตราบใดที่มันยังกินวันละมื้อมันก็อายุ
00:03:17 → 00:03:21ยืนและไอ้หนูที่กินวันนึงหลายๆมื้อมันก็
00:03:21 → 00:03:25อายุสั้นและไม่ว่าทดลองซ้ำโดยสถาบันไหน
00:03:25 → 00:03:29โดยเฉพาะในอิสราเอลใช้หนูร่วม 30,000 ตัว
00:03:29 → 00:03:33เลยผลออกมาเหมือนกันหมดและคุณคิดดูแล้ว
00:03:33 → 00:03:37กันว่าการทดลองทุกครั้งเนี่ยเขาอ้างอิงผล
00:03:37 → 00:03:41งานตีพิมพ์ของศาสตราจารย์โยชิโนริโอซุมิ
00:03:41 → 00:03:46ที่พูดถึงทฤษฎีนี้ที่เขาทำในยีสหลาย10บปี
00:03:46 → 00:03:49ก่อนในเมื่อมีการอ้างอิงผลงานของท่านที่
00:03:49 → 00:03:54ทำในยีสมากมายขนาดนี้ก็เลยส่งผลให้ท่าน
00:03:54 → 00:03:58ได้รับการเสนอชื่อและได้รับรางวัลบล Price
00:03:58 → 00:04:02สาขา physiology All Medicine ในปี 2016
00:04:02 → 00:04:05และผมต้องย้ำว่าท่านไม่ใช่หมอท่านไม่ได้
00:04:05 → 00:04:10จบมาทางการแพทย์แต่ว่าได้รับรางวัลโบล PR
00:04:10 → 00:04:15สาขาทางการแพทย์ท่านเรียนมาทางพืชแล้วก็
00:04:15 → 00:04:17มาหนักทางด้าน
00:04:17 → 00:04:22ไครีแต่ว่าผลงานนั้นมีประโยชน์ต่อวงการ
00:04:22 → 00:04:25แพทย์มากมายมหาศาลในเวลาต่อ
00:04:25 → 00:04:30มาพระพุทธเจ้าท่านก็เคยตรัสไว้การฉันวล
00:04:30 → 00:04:34มื้อทำให้เป็นผู้มีอาพาธน้อยมีโรคเบาบาง
00:04:35 → 00:04:38มีกายเบามีกำลังและอยู่
00:04:38 → 00:04:42สำราญคำว่าอาพาธน้อยเนี่ยความหมายก็คือ
00:04:42 → 00:04:46ป่วยติดเตียงน้อยมีโรคเบาบางมีความหมาย
00:04:46 → 00:04:50ว่าอาการของโลกเช่นภูมิแพ้ปวดหัววิงเวียน
00:04:50 → 00:04:55ศีรษะมีกายเบาก็คือผอมไม่อวบไม่อ้วนเดิน
00:04:55 → 00:05:00เหินสบายมีกำลังก็คือมีแรงเยอะคนทั่วไป
00:05:00 → 00:05:04มักจะมองว่าคนที่ผอมนั้นมีแรงน้อยซึ่งไม่
00:05:04 → 00:05:08จริงไอ้คนที่อวบเนี่ยคือคนที่แบกไขมันเอา
00:05:08 → 00:05:12ไว้ขณะที่คนที่ผอมเขาไม่ได้แบกไขมันเขาก็
00:05:12 → 00:05:16เลยมีแรงที่จะแบกหามได้เยอะแล้วก็อยู่
00:05:16 → 00:05:20สำราญก็หมายความว่ามีกิเลสต่ำไม่เลือกกิน
00:05:20 → 00:05:23แบบคนกิน 3 มื้อแล้วคุณสังเกตมยคำถามที่
00:05:23 → 00:05:27ถามกันมากที่สุดในโลกเย็นนี้จะกินอะไรดี
00:05:27 → 00:05:30แล้วมันเป็นอย่างนี้ทุกวัฒนทำแล้วมันต้อง
00:05:30 → 00:05:33บอกด้วยนะว่าเย็นนี้ไม่ใช่กลางวันนี้จะ
00:05:33 → 00:05:37กินอะไรดีเย็นนี้จะกินอะไรดีแล้วคนที่กิน
00:05:37 → 00:05:403 มื้อนั้นจะเลือกกินของอร่อยขณะที่คน
00:05:40 → 00:05:43ที่กินมื้อเดียวนั้นเขาจะไม่เลือกกิน
00:05:43 → 00:05:46อาหารอะไรเค้าก็กินได้อาจจะเกิดจากการที่
00:05:46 → 00:05:51เขาอดมา 23 ชั่วโมงกินง่ายแล้วอาจจะมีคน
00:05:51 → 00:05:53แย้งว่าคุณจะเชื่อพระพุทธเจ้าได้ยังไงพระ
00:05:53 → 00:05:57พุทธเจ้าไม่ใช่หมอที่ีสอนคนอื่นสอนให้
00:05:57 → 00:06:02เดินสายกลางแต่ตัวเองกลับสุดโต่งกินวันละ
00:06:02 → 00:06:05มื้อเชื่อได้ที่ไหนพระพุทธเจ้าท่านเชื่อ
00:06:05 → 00:06:08เพราะท่านปฏิบัติและเห็นจริงมันไม่เกี่ยว
00:06:08 → 00:06:12กับว่าต้องเป็นหมอหรือนักโภชนาการหรือ
00:06:12 → 00:06:16เป็นภิกษุที่ปฏิบัติด้วยตัวเองและเห็นว่า
00:06:16 → 00:06:19ของดีของแท้จริงมันเป็นยังไงและผมอยากให้
00:06:19 → 00:06:22คุณปฏิบัติคุณจะได้เห็นแจ้งและไม่เกี่ยว
00:06:22 → 00:06:26กับว่าจะจบปริญญาทางโภชนาการมาหรือเปล่า
00:06:26 → 00:06:29แล้วจะว่าไปแล้วว่าคนอินเดียเรู้กันมานาน
00:06:29 → 00:06:33แล้วรู้มาก่อนพระพุทธเจ้าซะอีกมนุษย์ยุค
00:06:33 → 00:06:36หินเนี่ยก็คือ 3 ล้าน 400,000 ปีก่อนจนมา
00:06:36 → 00:06:39ถึงช่วง 5,000 ปีก่อนที่เปลี่ยนมาเป็นยุค
00:06:39 → 00:06:42สำฤทธิ์พูดง่ายๆช่วงที่ไม่มีเกษตรกรรม
00:06:42 → 00:06:46สมัยนั้นมนุษย์กินวันละมื้อแล้วก็อดๆอยาก
00:06:46 → 00:06:50ๆบางวันก็ไม่มีกินก็คือพวกนี้อยู่ในถ้ำ
00:06:50 → 00:06:54กันแล้วเขาอยู่รอดมาได้ยังไงไอ้การที่มี
00:06:54 → 00:06:57เวลาเป็นล้านปีเนี่ยยีนสของมนุษย์มันถูก
00:06:57 → 00:07:01โปรแกรมไม่ให้กินตตลอดให้มันมีกินบ้างอด
00:07:01 → 00:07:07บ้างกินบ้างอดบ้างและโยคีฤาษีนักบวชหลาย
00:07:07 → 00:07:10นิกายในอินเดียกว่า 5,000 ปีเขาก็รักษา
00:07:11 → 00:07:14tradition นี้ก็คือการกินวันละมื้อรวม
00:07:14 → 00:07:17ถึงพระพุทธเจ้าด้วยและตามบันทึกของ
00:07:17 → 00:07:20มาร์โคโปโลชาวอิตาเลียนเขพบว่าคนที่มี
00:07:20 → 00:07:24อายุยืนยาวจำนวนมากในอินเดียมีอายุนับ 100
00:07:24 → 00:07:27ปีเลยและความลับของผู้ที่มีอายุยืนยาวที่
00:07:27 → 00:07:32มาโคโปโลพบก็คือคนเหล่านี้กินน้อยมื้อใน
00:07:32 → 00:07:35สงครามโลกครั้งที่ 2 ก็มีการทดลองในหนู
00:07:35 → 00:07:38โดยนักวิทยาศาสตร์เยอรมันเพมันมี 2 กรุ๊ป
00:07:38 → 00:07:41กรุ๊ปนึงกินให้อิ่มอีกกรุ๊ปนึงให้อาหาร
00:07:41 → 00:07:45น้อยกว่าไอ้กรุ๊ปแรก 30% ปรากฏว่าไอ้
00:07:45 → 00:07:48กรุ๊ปที่ 2 เนี่ยที่ได้อาหารน้อยเนี่ยมัน
00:07:48 → 00:07:51อายุยืนกว่าแต่สมัยนั้นเขไม่รู้เไม่ทราบ
00:07:51 → 00:07:54สาเหตุว่ามันเกิดอะไรขึ้น
00:07:54 → 00:07:59อีมาจากอโตและ fy ออโต้ก็คือตัวตัวเอง
00:07:59 → 00:08:02อย่างเช่น automattic อย่างเงี้ยก็คือไข
00:08:02 → 00:08:07ลานเอง fgy แปลว่ากิน eating อ fgy ก็คือ
00:08:07 → 00:08:10การกลืนกินตัวเองแต่ว่าเราพบว่ามันไม่ใช่
00:08:10 → 00:08:14กลืนกินตัวเองธรรมดามันกลืนกินพวกพ้อง
00:08:14 → 00:08:17ด้วยพวกพ้องที่ไม่มีประโยชน์แล้วและถ้า
00:08:17 → 00:08:21เกิดคุณมีสตางค์นะคุณหาซื้อ Extra vergin
00:08:21 → 00:08:25Olive Oil เอาของแท้ถ้าเกิดคุณหาซื้อ
00:08:25 → 00:08:28ไม่ได้ก็ลองติดต่อ LINE ตามที่เห็นของแท้
00:08:28 → 00:08:31ถ้าเกิดคุณเอาไปแช่ตู้เย็นมันจะเป็นไขรส
00:08:32 → 00:08:35ชาติมันหอมกลืนง่ายไม่บาดคอแบบของปลอม
00:08:35 → 00:08:39หรือของปลอมปนสิ่งที่ผมชอบพูดก็คือความ
00:08:39 → 00:08:44เข้าใจผิดผมต่อสู้กับน้ำมันพืชขวดใสผมไม่
00:08:44 → 00:08:47สนับสนุนให้คนกินน้ำมันพืชขวดใสและหันมา
00:08:48 → 00:08:51กินน้ำมันหมูแล้วความเข้าใจผิดอีกอันนึง
00:08:51 → 00:08:53ก็คือปลากระป๋องเมองว่าเป็นอาหาร
00:08:54 → 00:08:57จังก์ฟู้ดที่ไม่ควรกินแต่ว่าปลากระป๋อง
00:08:57 → 00:09:00ที่ได้มาตรฐานส่งออกออกไปอเมริกาในยุโรป
00:09:00 → 00:09:04ถือว่าเป็น superfood เป็นของดีและด้วย
00:09:04 → 00:09:07ความร่วมมือความกรุณาของบริษัทไทยยูเนียน
00:09:07 → 00:09:11ก็ผลิตตามมาตรฐานในประเทศพัฒนาแล้วตาม
00:09:11 → 00:09:15สเปคตามรสชาติที่ผมกำหนดถ้าคุณสนใจก็ติด
00:09:15 → 00:09:17ต่อที่ LINE
00:09:17 → 00:09:20@joy ในร่างกายของมนุษย์นั้นมันมีกระบวน
00:09:20 → 00:09:24การ 2 อย่างที่คุณต้องทำความเข้าใจ mth
00:09:24 → 00:09:24กับ
00:09:24 → 00:09:28autopy ทั้ง 2 อย่างนี้จะต้องสมดุลกัน
00:09:28 → 00:09:31ต้องเกิดขึ้นสลับกันเพราะว่ามันถูก
00:09:31 → 00:09:33โปรแกรมในยีนของมนุษย์มาเป็นล้านปีตั้ง
00:09:34 → 00:09:37แต่ 3.4 ล้านปีที่แล้วจนมาถึงประมาณ 5,000
00:09:37 → 00:09:40ปีนี่เองที่เรามีเกษตรกรรมไอ้กระบวนการ
00:09:40 → 00:09:43หลักที่ใช้ M ถ่อหรือการใช้โปรตีนจาก
00:09:43 → 00:09:46อาหารเนี่ยมันเป็นกระบวนการที่นำโปรตีนนำ
00:09:46 → 00:09:50กรดอะมิโนจากอาหารไปใช้เช่นการสร้างกล้าม
00:09:50 → 00:09:53เนื้อส่งไปยังเซลล์ต่างๆร่างกายต้องการ
00:09:53 → 00:09:57เวลาสำหรับการสร้างเอถเนี่ย 3 ส่วนขณะ
00:09:57 → 00:09:59เดียวกันมันก็ต้องมีการซ่อมไม่ใช่จะสร้าง
00:10:00 → 00:10:03อย่างเดียวไอ้การซ่อมเนี่ยเรียกว่า autopy
00:10:03 → 00:10:06อันนี้ใช้เวลา 1 ส่วนปกติเวลาร่างกายที่
00:10:06 → 00:10:10มีอาหารที่เป็นขยะเราก็ขับถ่ายทางปัสสาวะ
00:10:10 → 00:10:12อุจจาระแต่ว่ามันมีขยะบางอย่างที่มันขับ
00:10:13 → 00:10:15ถ่ายด้วยระบบนั้นไม่ได้มันก็ต้องเอามา
00:10:16 → 00:10:20รีไซเคิก็คือเศษซากโปรตีนเศษซากไวรัส
00:10:20 → 00:10:23เชื้อโรคที่ตายไปแล้วที่มันอยู่ในเซลล์
00:10:23 → 00:10:26รวมถึงเซลล์ที่มันผิดเพี้ยนไปมันก็ต้อง
00:10:26 → 00:10:30เอาของเหล่าเนี้ยมากินมันเหมือนกับคุณมี
00:10:30 → 00:10:33บ้านไอ้ M th เนี่ยก็คือจะสร้างบ้าน
00:10:33 → 00:10:37อย่างเดียวหรือซื้อของใหม่เข้าบ้านแต่ฟี้
00:10:37 → 00:10:41ก็คือการซ่อมการเอาของเก่าที่อยู่ในบ้าน
00:10:41 → 00:10:45นั่นแหละมารีไซเคิลการทิ้งถังขยะธรรมดา
00:10:45 → 00:10:48ถ้ามันทิ้งได้มันก็ขับถ่ายทิ้งแต่ของบาง
00:10:48 → 00:10:51อย่างมันทิ้งไม่ได้มันเอาไปทิ้งขยะไม่
00:10:51 → 00:10:56เป็นนอกเถจากมันใช้วิธีกลื่นกินไปเลยะคุณ
00:10:56 → 00:10:59คิดว่าร่างกายของมนุษย์เนี่ยมันถูกออกอ
00:10:59 → 00:11:03แบบมาให้กินอย่างเดียวหรือไงมันไม่ใช่มัน
00:11:03 → 00:11:05ถูกออกแบบมาให้กินอาหารเป็นสิ่งที่เป็น
00:11:06 → 00:11:11หลักขณะเดียวกันมันก็สามารถย่อยไอ้สิ่ง
00:11:11 → 00:11:13ที่มันเป็นซากที่อยู่ในเซลล์เนี่ยเอามา
00:11:14 → 00:11:17กินด้วยมันจะได้ประหยัดอาหารไม่ต้องไปออก
00:11:17 → 00:11:21อหารอาหารทุกครั้งก็คือมันเอาเศษซากขยะ
00:11:21 → 00:11:25เนี่ยมารีไซเคิเป็นกรดอะมิโนแล้วก็เอามา
00:11:25 → 00:11:29เลี้ยงร่างกายต่อโดยเฉลี่ยแล้วหลังจากที่
00:11:29 → 00:11:32คุณกินคำสุดท้ายไป 17 ช่วโมงซึ่งบางคนไม่
00:11:32 → 00:11:36เคยประสบเพราะว่าภายใน 12 ชมงก็กินคำใหม่
00:11:36 → 00:11:41ะมันจะเริ่มกระบวนการรีไซเคินี้คนที่กิน
00:11:41 → 00:11:45คีโตหรือที่เรียกว่าคีตเจนิมันก็จะเริ่ม
00:11:45 → 00:11:47ขบวนการเนี้ยเร็วขึ้นอาจจะเร็วขึ้นกว่า
00:11:47 → 00:11:52กันถึง 2 ช่วโมงสิ่งที่สำคัญที่น้อยคนจะ
00:11:52 → 00:11:55รู้เกี่ยวกับ autophagy ก็คือ autopy
00:11:55 → 00:11:58เนี่ยมันมี 2 ระดับอันแรกก็คือหลังจากที่
00:11:58 → 00:12:02คุณอดมามาแล้ว 17 ชมเซลล์จะเริ่มกินสิ่ง
00:12:02 → 00:12:05ที่อยู่ในเซลล์เองก็คือขยะที่มันอยู่ใน
00:12:05 → 00:12:08เซลล์นั่นแหละพูดง่ายๆจำนวนเซลล์มันยังมี
00:12:08 → 00:12:12เท่าเดิมแต่ว่าขนาดของเซลล์มันเล็กลง
00:12:12 → 00:12:16เปรียบด้วยกับเอากิ่งไม้มาทำเป็นเชื้อ
00:12:16 → 00:12:19เพลิงสเต็ปที่ 2 มันจะเกิดขึ้นหลังจากที่
00:12:19 → 00:12:24คุณอดมาแล้ว 72 ชมงเซลล์จะเริ่มกระบวนการ
00:12:24 → 00:12:29ทำลายเซลล์อื่นที่ไร้ค่าที่มันเป็นซอมบี้
00:12:29 → 00:12:31ที่มันไม่มีประโยชน์ไอ้แบบเนี้ยจำนวน
00:12:31 → 00:12:35เซลล์มันลดลงพูดง่ายๆเอาของที่ไม่ได้ใช้
00:12:35 → 00:12:39มารีไซเคิลอันแรกเนี่ยก็คือเอาขยะมา
00:12:39 → 00:12:41รีไซเคิซึ่งมัน make sense อันที่ 2
00:12:41 → 00:12:45เนี่ยเอาของที่ไม่ได้ใช้มารีไซเคิถ้าคุณ
00:12:45 → 00:12:49มีแบงค์กงเตกอยู่แบงค์กงเตกไม่ได้ใช้เอา
00:12:49 → 00:12:53มาเป็นเชื้อเพลิงแล้วทำไมร่างกายผลิต
00:12:53 → 00:12:55แบงค์กงเตกก็คือจริงๆแล้วมันอยากจะผลิต
00:12:55 → 00:12:59แบงก์จริงนั่นแหละแต่ผลิตไปผลิตมาต้นแบบ
00:12:59 → 00:13:02มันเพี้ยนเพี้ยนหนักจนกระทั่งเป็นแบงค์
00:13:02 → 00:13:05กงเตกและไอ้มะเร็งเนี่ยก็เปรียบได้กับ
00:13:05 → 00:13:08แบงค์กงเตกมันก็เลยเป็นเซลล์ที่ไม่มีค่า
00:13:08 → 00:13:11และไอ้เซลล์ที่ไม่มีค่าเนี่ยมันมีอยู่ใน
00:13:11 → 00:13:15คนทุกคนเพียงแต่คุณมีเวลาที่ขจัดมันทิ้ง
00:13:15 → 00:13:18หรือเปล่าคุณเคยอดถึง 72 ชั่วโมงหรือ
00:13:18 → 00:13:21เปล่าการอดถึง 72 ชั่วโมงนั้นเป็นการ
00:13:21 → 00:13:24เริ่มต้นเท่านั้นนะที่จะเริ่มนำแบงค์กกเก
00:13:24 → 00:13:27มาเผา autopy เนี่ยเปรียบเหมือนกับการ
00:13:27 → 00:13:29เดินเครื่องยนต์แลไอ้เครื่องยนต์ที่ว่า
00:13:29 → 00:13:33เงี้ยมันเดินช้าๆนะกว่าจะสตาร์ทกว่าจะ
00:13:33 → 00:13:36เร่งเครื่องหลังจากที่คุณอดมาแล้ว 17 ชมม
00:13:36 → 00:13:39เครื่องยนต์ยังไม่ทำงานเลยมันจะเริ่มทำ
00:13:39 → 00:13:43งานและทำงานแบบเบาๆพูดง่ายๆถ้าเอาไปปั่น
00:13:43 → 00:13:48ไฟเงไฟรผ่านไป 22 ชมงเครื่องมันเดินได้
00:13:48 → 00:13:51แค่ 6% ของกำลังของมันเท่านั้นเองช่วงแรก
00:13:51 → 00:13:56ๆมันจะค่อยๆเพิ่มขึ้นช้ามากๆเพราะว่ามัน
00:13:56 → 00:14:01ยังมีกลูโคสมีโปรตีนที่มันใช้ในลำไส้ใน
00:14:01 → 00:14:05กระเพาะเวลาผ่านไป 47 ชมยังเดินเครื่อง
00:14:06 → 00:14:09ได้แค่ 40% เท่านั้นเองแต่ว่ามันก็เร่ง
00:14:09 → 00:14:12เครื่องของมันขึ้นไปเรื่อยๆจนกระทั่งสูง
00:14:12 → 00:14:16สุดชั่วโมงที่ 72 นี่คือเดินเครื่องเต็ม
00:14:16 → 00:14:19กำลังถ้าคุณอยากให้มันเดินเครื่องเร็ว
00:14:19 → 00:14:23ขึ้นนิดนึงคุณก็กินอาหารประเภทคีโตและงาน
00:14:23 → 00:14:25ที่มันทำได้ก็คือพื้นที่ใต้กราฟภาษา
00:14:25 → 00:14:28แคลคูลัสเรียกว่า integrate กราฟนี้เพื่อ
00:14:29 → 00:14:32ให้เห็นว่ามันทำงานได้มากน้อยแค่ไหนถ้า
00:14:32 → 00:14:37คุณอดแค่ 23 ชมงคุณก็ได้พื้นที่เล็กๆถูกม
00:14:37 → 00:14:41ครับแต่ว่าคุณได้ทุกวันถ้าเกิดคุณอดแค่ 14
00:14:41 → 00:14:45ชมงหรือ 16 ชมงมันไม่เกิด auty เลยแล้ว
00:14:45 → 00:14:49ถ้าเกิดคุณอด 71 ชมงคุณก็ได้สามเหลี่ยม
00:14:49 → 00:14:54พื้นที่ใหญ่ๆเลยแต่ว่ากระบวนการการขจัด
00:14:54 → 00:14:57เซลล์มะเร็งนั้นมันยังไม่เกิดคุณทำอย่าง
00:14:57 → 00:15:00งี้ 10 ครั้งมันก็ยังไม่ขจัดเซลล์มะเร็ง
00:15:01 → 00:15:04มันยังเอาเศษกิ่งไม้มาทำเป็นเชื้อเพลิง
00:15:04 → 00:15:07อยู่มันยังไม่เอาแบงค์กงเต๊กหรือกล่อง
00:15:07 → 00:15:10กระดาษมาทำเป็นเชื้อเพลิงคุณจะต้องอดให้
00:15:10 → 00:15:12มากกว่า 72 ช่วโมง
00:15:12 → 00:15:17เส้นกราฟสีแดงนั้นผมแสดงให้เห็นว่างานที่
00:15:17 → 00:15:21autopy หรืองานขจัดขยะเนี่ยมันมีความคืบ
00:15:21 → 00:15:25หน้าแค่ไหนคุณได้กี่แต้มเป็นต้นว่าถ้า
00:15:25 → 00:15:29เกิดคุณอด 23 ชั่วโมงก็คือกินวันละมื้อ
00:15:29 → 00:15:34คุณก็ได้วันละ 0.3 แต้มแต่ถ้าเกิดคุณอด 71
00:15:34 → 00:15:38ชมคุณก็ได้ 22.8 แต้มแต่ถึงอย่างไรก็ตาม
00:15:38 → 00:15:42มันเป็นการเผากิ่งไม้มันไม่เอาของปลอม
00:15:42 → 00:15:46อย่างแบงค์กงเต๊กอมาเผาคุณต้องอดให้มาก
00:15:46 → 00:15:49กว่านั้นและหลังจากที่อดเกิน 72 ชมเนี่ย
00:15:49 → 00:15:53คุณสังเกตว่ากราฟความคืบหน้าของมันเนี่ย
00:15:53 → 00:15:56เป็นเส้นตรงชันขึ้นไปเลยก็คือมันมีความ
00:15:56 → 00:15:59ก้าวหน้าสูงมากหลังจาก 7 72 ชั่วมงไป
00:15:59 → 00:16:03แล้วในเมื่อ 72 ช่วโมงแรกไม่ได้ช่วยขจัด
00:16:03 → 00:16:08เซลล์มะเร็งก็หมายความว่า 23 แต้มแรกไม่
00:16:08 → 00:16:12นับและหลังจาก 72 ชั่วโมงไปแล้วเนี่ยคุณ
00:16:12 → 00:16:16ได้คะแนนชั่วโมงละ 1 แต้มแล้วขอย้ำอีก
00:16:16 → 00:16:20ครั้ง 72 ช่วโมงแรกไม่นับแต้มสำหรับการ
00:16:20 → 00:16:23ขจัดเซลล์มะเร็งเพราะฉะนั้นคุณจะไปอดให้
00:16:23 → 00:16:26ถึง 72 ชมงแล้วหยุดเนี่ยมันน่าเสียดาย
00:16:26 → 00:16:29เพราะกระบวนการเผาแบงค์กงเลกกระบวนการฆ่า
00:16:29 → 00:16:32เซลล์มะเร็งนั้นมันยังไม่
00:16:32 → 00:16:37เกิดและผมย้ำหลายครั้งว่าในบรรดาผลละไม้
00:16:37 → 00:16:40ผลไม้ที่คุ้มค่าที่สุดที่จะกินคือผลไม้
00:16:40 → 00:16:43ที่คุณสามารถกินได้ทั้งเปลือกและผลไม้ที่
00:16:43 → 00:16:46มันโตช้าๆส่วนมากก็จะเป็นผลไม้เมืองหนาว
00:16:46 → 00:16:49ที่เรียกว่าเบอร์รี่แต่การกินเบอร์รี่
00:16:49 → 00:16:53นั้นคุณไม่ต้องกินวันนึง 4-5 ขีดขอให้กิน
00:16:53 → 00:16:55วันละนิดและวิธีที่จะกินเบอร์รี่วันละนิด
00:16:55 → 00:16:58เนี่ยและกินหลายๆอย่างร่วมกันเนี่ยก็เอา
00:16:58 → 00:17:02เอามา spay Dr แลทำเป็นผงเลยวันนึงคุณจะ
00:17:02 → 00:17:06กิน 1 ช้อนโต๊ะก็ได้ผมชอบกินผสมโยเกิร์ต
00:17:06 → 00:17:08ก็หมายความว่าผมกินเบอร์รี่อย่างละนิด
00:17:09 → 00:17:12อย่างละหน่อยผสมกันแล้วไม่ต้องกินเยอะถ้า
00:17:12 → 00:17:15คุณสนใจเบอร์รี่ผงที่ผ่านกระบวนการ frid
00:17:15 → 00:17:18dry ก็คือไม่ผ่านกระบวนการความร้อนเก็บ
00:17:18 → 00:17:22คุณประโยชน์จากเบอร์รี่ 100% ก็สามารถ
00:17:22 → 00:17:25สั่งซื้อได้ที่เบอร์โทรตามสไลด์ที่เห็น
00:17:25 → 00:17:29เชื่อว่าเป็นการส่งเสริมการรักษาผู้ป่วย
00:17:29 → 00:17:34เบาหวานความดันโรคไตรวมถึงผู้ป่วยมะเร็ง
00:17:34 → 00:17:38ยกเว้นช่วงที่อดก็ไม่ควรกินหรือกินได้
00:17:38 → 00:17:42น้อยมากๆผมกินสูตรนี้โดยการโรยไปที่หน้า
00:17:42 → 00:17:46โยเกิร์ตแล้วกระป๋องขนาด 800 ML เนี่ย
00:17:46 → 00:17:51มันใหญ่มากผมต้องทบทวนนิดนึงครับไอเรื่อง
00:17:51 → 00:17:54ของระดับของการอดอาหารเนี่ยหรือฟาสติ้ง
00:17:54 → 00:17:57เนี่ยเริ่มจากชั้นประถมก็คือกิน 2 มื้อ
00:17:57 → 00:18:02คุณมีช่วงของการกินแค่ 6 ช่วโมงก็คือจาก
00:18:02 → 00:18:05คำแรกของมื้อแรกจนถึงคำสุดท้ายของมื้อสุด
00:18:05 → 00:18:09ท้าย 6 ชั่วโมงมีช่วงอด 18 ชมงไอ้แบบ
00:18:09 → 00:18:13เนี้ยมันจะช่วยการเผาผลาญไขมันที่สะสม
00:18:13 → 00:18:16อยู่ทำให้ร่างกายเกิดภาวะที่เรียกว่า
00:18:16 → 00:18:20คีโตสิสมีพลังงานคีโทเป็นการลดความอ้วน
00:18:20 → 00:18:23เป็นการรักษาเบาหวานประเภทที่ 2 ที่เถียง
00:18:23 → 00:18:26กันมาหลายสิบปีว่าเบาหวานมันรักษาไม่หาย
00:18:26 → 00:18:30และในที่สุดมันก็มีคนหายจากเบาหวานไม่ใช่
00:18:30 → 00:18:34หายคน 2 คนเฉพาะคนที่ติดตามผมเนี่ยเชื่อ
00:18:34 → 00:18:37ว่าหายกันเป็นพันคนแล้วมีรายงานเข้ามา
00:18:37 → 00:18:41เนี่ยเป็นร้อยแล้วแต่ว่าไอ้ระดับประถมอ่ะ
00:18:41 → 00:18:45มันเกิดอจีน้อยมากๆมันแทบจะไม่เกิดเลยแต่
00:18:45 → 00:18:48มันก็ช่วยนะเพราะอย่างคน
00:18:48 → 00:18:51ซาอุเตะเร็งน้อยมากเพราะว่าเขามีช่วงอด
00:18:51 → 00:18:55ถือศีลไม่กินอาหารอะไรเลยในช่วงที่ดวง
00:18:55 → 00:18:59อาทิตย์ยังอยู่บนฟ้าก็ก็คือตีซะว่าวันนึง
00:18:59 → 00:19:03เนี่ยเขาสามารถอดได้ 13-14 ช่วโมงแม้ว่า
00:19:03 → 00:19:07ไม่มีหลักฐานเรื่องของ autopy แต่ว่าคน
00:19:07 → 00:19:10ซาอุเป็นมะเร็งน้อยมากๆเมื่อเทียบกับ
00:19:10 → 00:19:13ประเทศพัฒนาอื่นๆระดับที่ 2 ที่เรียกว่า
00:19:13 → 00:19:18ระดับมัธยมก็คือเป็น If 23:1 หรือที่
00:19:18 → 00:19:21เรียกว่า One Meal a day กินวันละมื้อ
00:19:21 → 00:19:24แม้ว่ามี autopy น้อยแต่ว่ามันเกิดขึ้น
00:19:24 → 00:19:28ทุกวันช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมเมเล็ง
00:19:28 → 00:19:33แล้วคุณสังเกตคนที่อายุยืนมักจะสมองดีคน
00:19:33 → 00:19:37ที่เป็นภิกษุอยู่ในป่ากินวันละมื้อพวกนี้
00:19:37 → 00:19:40เป็นโรคน้อยมากและอายุยืนด้วยสมองก็ดี
00:19:41 → 00:19:45ด้วยระดับปริญญาตรีเรียกว่าอด 47 ชมงแต่
00:19:45 → 00:19:49ว่าผมต้องบอกว่ามันไม่เป็นที่นิยมมันเป็น
00:19:49 → 00:19:54แค่บันไดเดินไปสู่ระดับปริญญาโทที่อด 71
00:19:54 → 00:19:57ช่มซึ่งไอ้ 71 ชั่วโมเนี่ยมันเป็นการ
00:19:57 → 00:20:00เริ่มมันเป็นจุดเริ่มต้นของเครื่องที่
00:20:00 → 00:20:04เริ่มเดินเต็มพิกัดและระดับที่ 4 ผมเรียก
00:20:04 → 00:20:08ว่าปริญญาเอกก็คืออด 95 ชมงขึ้นไปเหตุที่
00:20:08 → 00:20:10ผมบอกว่าปริญญาเอกมันไม่มีสูงกว่านี้
00:20:10 → 00:20:13เพราะว่าถ้าเกิดคุณอดได้ถึง 95 ชมงแล้ว
00:20:13 → 00:20:17เนี่ยคือสมองอ่ะมันจะไม่หิวคุณจะอด 7 วัน
00:20:17 → 00:20:21ก็อดได้สมองมันปิดคำสั่งหิวไปแล้วแต่ว่า
00:20:21 → 00:20:25ร่างกายหรือพระกำลังมันจะเริ่มถดถอยหลัง
00:20:25 → 00:20:28จากที่คุณอดไปแล้ว 7 วันทั้งนี้มันก็ขึ้น
00:20:28 → 00:20:31อยู่กับไขมันกล้ามเนื้อที่คุณมีคนที่มีไข
00:20:31 → 00:20:34มันเยอะๆก็สามารถอดได้นานแต่ทั้งนี้คุณจะ
00:20:34 → 00:20:36ต้องมีเกลือแร่หรือที่เรียกว่า
00:20:36 → 00:20:39อิเล็กโทรไลต์ให้มันด้วยนะแล้วมีน้ำคุณ
00:20:39 → 00:20:42สามารถอดได้อย่างนี้เป็นเดือนเลยจนกว่าจะ
00:20:42 → 00:20:45เสียชีวิตเลี่ยวแรงมันค่อยๆหดหายแล้วคุณ
00:20:45 → 00:20:50ก็ตายในที่สุดการอดจนตายนั้นมันไม่ทรมาน
00:20:50 → 00:20:54อย่างที่หลายคนเข้าใจหลายคนเข้าใจว่าการ
00:20:54 → 00:20:57ตายที่ทรมานที่สุดคือการอดตรงกันข้ามถ้า
00:20:57 → 00:21:01อดอดเกิน 4 วันไปแล้วสมองมันปิดคำสั่ง
00:21:01 → 00:21:04แล้วะไม่หิวและเผลอๆกล้ามเนื้อของคุณน่ะ
00:21:04 → 00:21:07มันจะมีแรงเหมือนเดิมกล้ามเนื้อมันก็จะ
00:21:07 → 00:21:11ไม่ถอยนะจนกระทั่งไขมันมันเริ่มหมดและ
00:21:11 → 00:21:14กล้ามเนื้อถูกกินนั่นแหละแรงมันก็จะค่อยๆ
00:21:14 → 00:21:14หมด
00:21:14 → 00:21:19ตามมีคนถามว่าถ้าเกิดไม่มีเงินจะซื้อ
00:21:19 → 00:21:24อาหารเสริมเนี่ยพอมีอะไรที่คนจนจะกินได้
00:21:24 → 00:21:28บ้างและมันไม่ใช่เฉพาะคนจนครับผมแนะนำทุก
00:21:28 → 00:21:31คนให้กินก็คือเครื่องเทศนประมาณ 10 กว่า
00:21:31 → 00:21:36รายการที่ผมทำกินเองแล้วก็มีคนอยากจะให้
00:21:36 → 00:21:40ผมทำขายเพราะเขาขี้เกียจหาส่วนผสมแล้วมา
00:21:40 → 00:21:44ใส่แคปซูลและผมแนะนำให้คุณทำกินเองแต่ถ้า
00:21:44 → 00:21:47ไม่มีเวลาทำคุณก็สามารถสั่งซื้อได้ที่
00:21:47 → 00:21:50น้องชายผมตามสไลด์ที่เห็นราคานี้ถือว่า
00:21:50 → 00:21:54ขายถูกมากค่าวัตถุดิบกับค่าแรงบวกกำไรนิด
00:21:54 → 00:21:58หน่อยเท่านั้นเองผมแนะนำให้คนกินเบอร์รี่
00:21:58 → 00:22:01อย่างละนิดอย่างละหน่อยไม่ต้องกินมากแต่
00:22:01 → 00:22:04ขอให้กินทุกวันมันเปรียบได้กับอาหารเสริม
00:22:04 → 00:22:07ตามธรรมชาติมันเป็นส่วนที่ดีที่สุดของ
00:22:07 → 00:22:13ผลไม้และมันมีน้ำตาลน้อยเอาล่ะทีนี้มาถึง
00:22:13 → 00:22:16ส่วนสำคัญของคลิปนี้การทำ autophagy
00:22:16 → 00:22:19เพื่อรักษาโรคมะเร็งคุณต้องอดให้นานที่
00:22:19 → 00:22:23สุดเท่าที่ไขมันจะมีแล้วก็สภาพร่างกายคุณ
00:22:23 → 00:22:26ทนได้แต่ผมขอย้ำนะครับว่าคุณต้องดื่มน้ำ
00:22:26 → 00:22:29และอิเล็กโทรไลต์ก็คือเกลือเนี่ยจะต้อง
00:22:29 → 00:22:32เติมเข้าไปตลอดไม่ใช่อดโดยที่ไม่เติม
00:22:32 → 00:22:35เกลือเลยคือเกลือมันไม่มีพลังงานอะไรทั้ง
00:22:35 → 00:22:38นั้นแต่ว่าร่างกายมันต้องใช้เกลือในการ
00:22:38 → 00:22:42ที่จะไปดึงไขมันออกมาใช้และเคสที่ประสบ
00:22:42 → 00:22:47ความสำเร็จเป็นที่ฮือฮากันมากก็คือเดเฟรา
00:22:47 → 00:22:50ผม proun เป็นภาษาอังกฤษนามสกุลของเขา
00:22:50 → 00:22:53เป็นฝรั่งเศสเ้าเป็นมะเร็งลำไส้ในระยะที่
00:22:53 → 00:22:573 เขาอดนานถึง 21 วันกินแต่น้ำแล้วก็อี
00:22:57 → 00:23:00อิเล็กโทรไลต์ซึ่งหมายถึงเกลือผมแนะนำ
00:23:00 → 00:23:03เกลือชมพูหรือเกลือดำถ้าหาไม่ได้ก็เกลือ
00:23:03 → 00:23:07ทะเลดีกว่าเกลือที่ไปขุดมาจากถ้ำเวลาผ่าน
00:23:07 → 00:23:12ไป 21 วันที่ว่านี้เามาตรวจพบอีกครั้งไม่
00:23:12 → 00:23:16มีค่ามะเร็งเลยเซลล์มะเร็งถูกกินเกลี้ยง
00:23:16 → 00:23:19และเขาหายจากมะเร็งอย่างถาวรเขามาเขียน
00:23:19 → 00:23:22หนังสือขายดีมากคุณสามารถดูเพิ่มเติมได้
00:23:22 → 00:23:24จากช่อง YouTube ของ
00:23:24 → 00:23:28เขาการอด 5 วันเต็มนั้นมันยากมากเกินไป
00:23:28 → 00:23:33สำหรับคนส่วนมากคนที่ไม่ใช่ฤาษีคนที่ไม่
00:23:33 → 00:23:37เคยฝึกมาแบบผมไม่มีแฟช adapted ไม่เคยกิน
00:23:37 → 00:23:41วันละมื้อมาก่อนหลายคนวันนึงจะต้องกิน 4
00:23:41 → 00:23:44มื้อ 3 มื้อยังไม่เคยกินยังทำไม่ได้เลย
00:23:44 → 00:23:47เรียกว่าชั้นอนุบาลยังไม่จบแต่ว่าจะให้
00:23:47 → 00:23:50เขาจบปริญญาเอกอ่ะมันยากเกินไปก็มี
00:23:50 → 00:23:55ศาสตราจารย์วตโกคิดวิธีที่เรียกว่า
00:23:55 → 00:23:59fasting ming Diet เหมือนกับเป็นการ
00:23:59 → 00:24:03หลอกให้ร่างกายอดแต่ว่าไม่อดจริงพูดง่ายๆ
00:24:03 → 00:24:06จบปริญญาเอกโดยที่ไม่ต้องเรียนหลักสูตร
00:24:06 → 00:24:09เต็มและเป็นวิธีการที่มีชื่อเสียงมากและ
00:24:09 → 00:24:12ได้ผลกับผู้ป่วยรักษามะเร็งจำนวนมากแลผม
00:24:12 → 00:24:16ตื่นเต้นมากกับวิธีการนี้แต่ว่าสูตรอาหาร
00:24:16 → 00:24:20ของเขานั้นเขาไม่เปิดเผยเป็นสาธารณะให้
00:24:20 → 00:24:23แต่หลักการทีนี้ผมก็ต้องเอาหลักการที่ว่า
00:24:23 → 00:24:28เนี้ยมาวิเคราะห์ว่าอาหารของไทยตัวไหนที่
00:24:28 → 00:24:32สามารถกินได้แล้วจัดเป็นคอร์สให้กินและ
00:24:32 → 00:24:34ต้องบอกก่อนว่าผมไม่ได้ทำขายแต่ว่าจะให้
00:24:34 → 00:24:38สูตรไปทำกันเอาเองแล้วก็วิธีการกินปริมาณ
00:24:38 → 00:24:42ที่กินอันนี้จะต้องติดตามในคลิปหน้าเอา
00:24:42 → 00:24:46ล่ะครับสำหรับคนที่พร้อมที่จะอดโดยที่ไม่
00:24:46 → 00:24:49ต้องไปกินอาหารที่ผมจะโชว์ในคลิปหน้าก็
00:24:50 → 00:24:52คือ fasting mimicking Diet เนี่ยคุณก็
00:24:52 → 00:24:56อดเลยแต่ระหว่างอดนั้นคุณควรจะกินเกลือ
00:24:56 → 00:25:00หรืออิเล็กโทรไลต์ทุกวันวันนึงสัก 6 กรัม
00:25:00 → 00:25:02อาหารเสริมไวตามินเกลือแรกคุณยังกินได้
00:25:02 → 00:25:07อยู่นะชากาแฟโดยเฉพาะผงคาคาเนี่ยซึ่งผม
00:25:07 → 00:25:09อยากจะมาอธิบายเหลือเกินว่ามันต่างจากไอ้
00:25:09 → 00:25:13พวกโกโก้ยังไงถ้าคุณสนใจกินแบบลัทธิสุด
00:25:13 → 00:25:18โต่งที่ผมเป็นผู้นำให้คนนับหมื่นนับแสนคน
00:25:18 → 00:25:22กินเนี่ยกินแบบอดๆอยากๆเนี่ยนะแต่ว่ากิน
00:25:22 → 00:25:25ยังไงไม่ให้หิวให้สุขภาพแข็งแรงชะลอไว
00:25:25 → 00:25:29หรือแม้แต่ย้อนไวก็หาคลิปชุดสุขภาพมาดู
00:25:29 → 00:25:33ได้หรือจะเข้า Facebook กรุ๊ปกินน้อยอิ่ม
00:25:33 → 00:25:36นานจะได้เห็นประสบการณ์ของคนอื่นที่เขา
00:25:36 → 00:25:40ปฏิบัติตามแล้วสุขภาพเดีขึ้นจริงๆไม่เสีย
00:25:40 → 00:25:43ค่าใช้จ่ายเอาล่ะครับขอขอบพระคุณที่ติด
00:25:43 → 00:25:48ตามสวัสดีครับสำหรับคลิปอื่นๆหรือคลิป
00:25:48 → 00:25:52หน้าคุณลองเข้าไปเช็คในชุดสุขภาพคลิกที่
00:25:52 → 00:25:55โลโก้แล้วก็ Playlist ผมพยายามอ่านทุก
00:25:55 → 00:25:57คอมเมนต์แต่ว่าคอมเมนต์ที่จะโผล่มาให้ผม
00:25:57 → 00:26:00ผมเห็นก่อนก็คือคอมเมนต์ของสมาชิกที่มี
00:26:00 → 00:26:02สัญลักษณ์เหล่านี้ที่ทายชื่อเข้าเวลาเ
00:26:02 → 00:26:05คอมเมนต์คุณสามารถสมัครเป็นสมาชิกได้โดย
00:26:05 → 00:26:07การกดปุ่ม
00:26:07 → 00:26:11จอยเหมือนในคลิปเลยใช่ครับผมแต่เอาจริงๆ
00:26:11 → 00:26:15คือดูแบบใสกิ๊งเลยนะครับอาจารย์ทำไผมกิน
00:26:15 → 00:26:18วันละ 1 มื้อเราพบในหนูว่าหนูที่กินวันละ
00:26:18 → 00:26:22มื้อเนี่ยหรือกินแบบอดๆอยากๆอายุมันยืน
00:26:22 → 00:26:25อ๋ออายุยืนกว่ามันไม่เป็นโรคอ๋อนะไอ้หนู
00:26:25 → 00:26:29ที่กินอาหารไม่จำกัดอ่ะอือายุสั้นไอ้หนู
00:26:29 → 00:26:33ที่อดๆอยากๆอ่ะปรากฏว่ามันแก่ช้า