00:00:00 → 00:00:02การทาครีมแดดในปริมาณที่ถูกต้องจริงๆแล้ว
00:00:02 → 00:00:03คือยังไง
00:00:03 → 00:00:04>> ทาเท่าไหร่ดี
00:00:04 → 00:00:06>> ใช่มครับเก็บยังไง
00:00:06 → 00:00:07>> ซื้อมาเยอะแช่เย็น
00:00:07 → 00:00:10>> เหรอเชอบกันหรอในชีวิตประจำวันผู้หญิงดู
00:00:10 → 00:00:13แลสกินแคร์rรูของเรารวมถึงการแต่งหน้าเรา
00:00:13 → 00:00:15ควรทาครีมกันแดดยังไง
00:00:15 → 00:00:17>> อีกหนึ่งคำถามที่อาจารย์อุมถามเรื่องอายุ
00:00:17 → 00:00:20>> ใช่ sh life
00:00:20 → 00:00:22>> ถ้าอย่างงั้นเราก็แอบมาถามเลยแล้วกันว่า
00:00:22 → 00:00:25ครีมกันแดดในแต่ละประเทศเนี่ยอเมริกานี่
00:00:25 → 00:00:28คือเป็นยาเลยแล้วประเทศอื่นๆล่ะมาตรฐาน
00:00:28 → 00:00:30ของ Finishing Product จะต้องผ่านการทด
00:00:30 → 00:00:31สอบอะไร
00:00:31 → 00:00:33>> สมมุติว่าเราจะไปเคมว่า SF เท่าไหร่เนี่ย
00:00:33 → 00:00:36เราอยากรู้ SF เท่าไหร่หรือค่ากันเ่า UVA
00:00:36 → 00:00:39ได้เท่าไหร่เนี่ยมันต้องมีการพูดเป็นภาษา
00:00:39 → 00:00:42เดียวกันถ้าแบ่งก็ยังเป็น 2 ค่ายหลักๆคือ
00:00:42 → 00:00:44ทางด้าน EU แล้วก็อเมริกา
00:00:44 → 00:00:46>> ถ้าเกิดมีสเจตอร์ก่อน
00:00:46 → 00:00:47>> หรือมีซีรั่ม
00:00:47 → 00:00:50>> ถ้าสารพัดเลยอ่ะ Essence โลชั่นเซรัม
00:00:50 → 00:00:51>> เราเราอาจจะเห็นคลิปคลิปอาจารย์อุ่มเนาะ
00:00:51 → 00:00:55อาจารย์อุ่มนี่เป็นคนทาทาของแบบไม่เสีย
00:00:55 → 00:00:57ดายของนะครับอาจารย์อุ่มบอกว่าอาจารย์
00:00:57 → 00:00:59อุ๋มบีบ 4 หยด
00:00:59 → 00:01:00>> อ่าอาจารย์อุ๋งเก่งจนรู้ว่าอันนี้ 4 หยด
00:01:01 → 00:01:03แต่ผมดูแล้วไม่ใช่ 4 หยด
00:01:03 → 00:01:04>> ผมว่าผมคิดว่าน่าจะเป็นอันนึงเหมือนที่
00:01:04 → 00:01:07อาจารย์อุ๋มเคยพูดอ่ะว่ากันแดดที่ดีคือ
00:01:07 → 00:01:09กันแดดที่คนไข้ยอมใช้
00:01:09 → 00:01:10>> ถูกต้อง
00:01:10 → 00:01:11>> ใช่มั้ครับ
00:01:11 → 00:01:14>> สวย Story พcสกับอุมโอลิเวียสวัสดีค่ะราย
00:01:14 → 00:01:17การที่จะเชิญผู้เชี่ยวชาญตัวจริงที่จะมา
00:01:17 → 00:01:19พูดคุยเรื่องของสุขภาพแล้วก็ความสวยความ
00:01:19 → 00:01:21งามกันค่ะวันนี้เนี่ยเราได้รับเกียรติจาก
00:01:21 → 00:01:24อาจารย์พี่ตู้นะคะดร.นายแพทย์วรพล
00:01:24 → 00:01:27เวชชาภินันท์แพทย์เฉพาะทางผิวหนังประจำ
00:01:27 → 00:01:30โรงพยาบาลโรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้จังหวัด
00:01:30 → 00:01:33ตรังแล้วที่พิเศษไปกว่านั้นนะคะก็คือ
00:01:33 → 00:01:35อาจารย์พี่ตู้ของเราเนี่ยจบปริญญาเอกหรือ
00:01:35 → 00:01:39ว่าพีดีในด้านเทคโนโลยีเภสัชกรรมที่จะมี
00:01:39 → 00:01:41ความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องของ
00:01:41 → 00:01:43skinแสมติ
00:01:43 → 00:01:46ต่างๆแล้วก็inredดีนหรือว่าส่วนประกอบใน
00:01:46 → 00:01:48สกินแี่
00:01:48 → 00:01:49ตู้สวัสดีค่ะ
00:01:49 → 00:01:50>> สวัสดีครับ
00:01:50 → 00:01:52>> ในฐานะที่พี่ตู้ก็ถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ
00:01:52 → 00:01:54เรื่องของครีมกันแดดเลยท่านหนึ่งของ
00:01:55 → 00:01:57ประเทศไทยเลยนะขอออกตัวแบบนี้เพราะว่า
00:01:57 → 00:01:59หลายๆครั้งเนี่ยที่โอม๋มแนะนำผู้บริโภคก็
00:01:59 → 00:02:02คือเอาคำแนะนำของพี่ตู้นี่แหละมาบอกต่อนะ
00:02:02 → 00:02:04คะ
00:02:04 → 00:02:07จริงๆแล้วเนี่ยการทาครีมกันแดดทายังไงให้
00:02:07 → 00:02:11เห็นผลดีลำดับการทาเนี่ยมีผลแค่ไหน
00:02:11 → 00:02:13>> เอ่อประเทศไทยเป็นหนึ่งประเทศที่มีการใช้
00:02:13 → 00:02:15ครีมกันแดดผมว่าเยอะมากเราอาจจะเห็นว่า
00:02:15 → 00:02:18เฮ้ยทางยุโรปทางอเมริกาใช้แต่ถ้าเราไปดู
00:02:18 → 00:02:20เนี่ยอย่างยุโรปเนี่ยหรือว่าทางอเมริกา
00:02:20 → 00:02:22เนี่ยเขาอยากได้ผิวสีแทน
00:02:22 → 00:02:25เไม่ได้กังวลเรื่องเ่อผิวดำ
00:02:25 → 00:02:27>> เกังวลคือเรื่องมะเร็งผิวหนังแต่ในขณะที่
00:02:27 → 00:02:30คนไทยเนี่ยใช้เพื่อหวังผลไม่ให้ผิวหมอง
00:02:31 → 00:02:32คล้ำเอาจริงๆในชีวิตจริงเนี่ยอย่าง
00:02:33 → 00:02:34อาจารย์อาจารย์อุ่มเนี่ยอบรมผิวหนังมา
00:02:34 → 00:02:38อาจารย์อุ่มเนี่ยอยู่ในโรงพยาบาลทางทหาร
00:02:38 → 00:02:39อาจารย์อุ่มเจอคนที่เป็นเบส of cell
00:02:39 → 00:02:41คาสโนเยอะมากมั้ยครับ
00:02:41 → 00:02:41>> ไม่ค่อยอ่ะค่ะ
00:02:41 → 00:02:43>> เนาะทั้งที่คนกลุ่มนั้นก็ไม่ได้ทากันแดด
00:02:43 → 00:02:44เยอะด้วย
00:02:44 → 00:02:47>> แต่ว่าปัญหาที่เราเจอกันก็คือเรื่องฝ้า
00:02:47 → 00:02:50>> นะครับทั้งที่เา้าทากันแดดเนาะแต่ว่าก็
00:02:50 → 00:02:53ยังมีความหมองมีความอ่าหน้าไม่ใสเข้ามานะ
00:02:53 → 00:02:55ครับก็อาจจะเป็นเรื่องการเลือกใช้ครีมกัน
00:02:55 → 00:02:58แดดที่ยังอ่าไม่เข้ากับผิวนะครับส่วน
00:02:58 → 00:03:01ประกอบที่อาจจะยังไม่ได้ออกฤทธิ์ได้กว้าง
00:03:01 → 00:03:02นะครับรวมถึงประสิทธิภาพกันแดด
00:03:02 → 00:03:04>> อ๋อ
00:03:04 → 00:03:06>> อันนึงคือเวลาผมไปฟังทางการบรรยายจากทาง
00:03:06 → 00:03:08พระมงกุฎเนี่ยหรือทางอาจารย์วิทยากรเนี่ย
00:03:08 → 00:03:10ผมก็จะคอยดูว่าเขาจะดูแลคนไข้อย่างไร
00:03:11 → 00:03:12เพราะว่าการทากันแดด
00:03:12 → 00:03:13>> อ
00:03:13 → 00:03:17>> ทายากวอกก็ดูไม่ค่อยดีไหลเข้าตาก็แสบแล้ว
00:03:17 → 00:03:19โดยเฉพาะผู้ชายเพราะฉะนั้นเนี่ยเป็นอีก
00:03:19 → 00:03:21หนึ่งอันที่เวลามีการบรรยายจากทางพระ
00:03:21 → 00:03:24มงกุฎผมจะต้องไปฟังนะครับเพื่อจะดูว่า
00:03:24 → 00:03:24เฮ้ย
00:03:24 → 00:03:27>> ทำไงให้คนไข้เนี่ยสามารถอ่าใช้ครีมกันแดด
00:03:27 → 00:03:29ได้เพราะว่าอย่างที่เราเราทราบว่ากันแดด
00:03:29 → 00:03:32ถ้าเราใช้ได้ต่อเนื่องใช้เร็วก็จะกันผล
00:03:32 → 00:03:34ข้างเคียงที่มาได้
00:03:34 → 00:03:36>> อ่าใช่แต่อุ๊ยตายแล้วความจริงเ้าไม่ได้ทา
00:03:37 → 00:03:37กันหรือเปล่าคะ
00:03:37 → 00:03:39>> นั่นไงนั่นไงฮะแต่ว่าจริงๆอาจารย์อุมก็
00:03:39 → 00:03:43อาจจะเห็นว่ามีคนไข้บางท่านก็เป็นฝ้าและ
00:03:43 → 00:03:44ไม่อยากเป็นฝ้า
00:03:44 → 00:03:44>> อ่า
00:03:44 → 00:03:46>> ใช่มั้ยเพราะฉะนั้นเราจะต้องมีทางออกให้
00:03:46 → 00:03:49เขาเพราะว่าเขาก็ไม่สามารถทาเช่นเราทราบ
00:03:49 → 00:03:52แล้วกันแดดเนี่ย 1 ต้องทาแบบเยอะๆ
00:03:52 → 00:03:52>> อื
00:03:52 → 00:03:55>> นะต้องทาเนื้อถ้าทั่วหน้าได้ยิ่งดีกันแดด
00:03:55 → 00:03:58ได้ครบทั้งทุกสเปกตรัมนะครับทาซ้ำทุก 2
00:03:58 → 00:04:01ชั่วโมงเป็นอันนึงที่ผมรู้สึกว่าเฮ้ยมัน
00:04:01 → 00:04:04เป็นข้อจำกัดในบางกรณีที่อ่าเขาไม่สามารถ
00:04:04 → 00:04:07ใช้ได้โดยเฉพาะผู้ชายแต่ผู้ชายก็อยากดูดี
00:04:07 → 00:04:09>> และผู้ชายที่ตากแดดก็คงหนีไม่พ้นคือ
00:04:09 → 00:04:10เรื่องหน้าหมอง
00:04:10 → 00:04:12>> ฉะนั้นเราคงจะต้องมีอtionัให้เขา
00:04:12 → 00:04:14>> ผู้ชายที่มีหน้าหมองแล้วเจอปัญหาเรื่อง
00:04:15 → 00:04:18ฝ้าบ่อยเนี่ยมักจะเป็นนักบินเออแอบงง
00:04:18 → 00:04:18เหมือนกัน
00:04:18 → 00:04:20>> เพราะว่าอย่างที่เราทราบว่าอย่างเราเรา
00:04:20 → 00:04:23รู้ว่ารังสีที่มาถึงโลกอ่ะมันมีหลายคลื่น
00:04:23 → 00:04:26ความถี่เนาะไอ้ไอ้ความถี่ที่สั้นๆมากๆ
00:04:26 → 00:04:29เนี่ยพลังงานสูงเช่น UVC พวกนี้ปกติจะมา
00:04:29 → 00:04:32ไม่ถึงโลกเพราะว่าชั้นโอโซนช่วยจัดการ
00:04:32 → 00:04:32อยู่
00:04:32 → 00:04:32>> อ
00:04:32 → 00:04:34>> UVB เนี่ยลงมา
00:04:34 → 00:04:35>> อื
00:04:35 → 00:04:38>> นะครับแต่ว่ามักจะติดเมฆทีนี้นักบินชอบ
00:04:38 → 00:04:39บินระดับสูง
00:04:39 → 00:04:41>> เพื่อหลบทุกสิ่งทุกอย่างเพราะฉะนั้นเนี่ย
00:04:41 → 00:04:44โอกาสที่เขาจะโดนเนี่ยก็จะเยอะขึ้นนะครับ
00:04:44 → 00:04:47โอเคแหละกระจกบางอันจะกันเรื่อง UVB ได้
00:04:47 → 00:04:50แต่ UVA นี่อำนาจทะลุทะลวงกระจกจบคงไม่
00:04:50 → 00:04:53ไม่แปลกใจที่ทำไมเจอผู้ชายแล้วนะครับทั้ง
00:04:53 → 00:04:56แล้วก็ทั้งทั้งที่ทาคีมกันแดดด้วยนะอ่า
00:04:56 → 00:04:56จริง
00:04:56 → 00:04:57>> เอครับผมครับ
00:04:57 → 00:05:00>> อ๋อเป็นเพราะว่าเขาไปสัมผัสแสงที่เยอะ
00:05:00 → 00:05:03กว่าคนอื่นเยอะกว่าอื่น
00:05:03 → 00:05:06>> ในชีวิตประจำวันผู้หญิงที่เราจะต้องแบบดู
00:05:06 → 00:05:08แลสกินแคร์rรูของเรารวมถึงการแต่งหน้า
00:05:08 → 00:05:11ด้วยเราควรทาครีมกันแดดยังไง
00:05:11 → 00:05:13>> อันนึงก็คือว่าทุกคนรู้แล้วว่าเราอยากทา
00:05:13 → 00:05:15ครีมกันแดดทุกวันเพื่อป้องกันไม่ให้ผิว
00:05:15 → 00:05:18เป็นมะเร็งไม่ให้เป็นผิวหมองคล้ำแล้วก็
00:05:18 → 00:05:21ไม่ให้ผิวแก่ก่อนวัยนะทุกคนคงตั้งใจที่จะ
00:05:21 → 00:05:25ทาแต่ว่ายิ่งเราอยากได้กันทั้งมะเร็งผิว
00:05:25 → 00:05:28หนังกันทั้งความหมองคล้ำกันทั้งเ่อรอย
00:05:28 → 00:05:29เหี่ยวย่น
00:05:29 → 00:05:29>> ใช่
00:05:29 → 00:05:32>> สารที่ใส่เข้าไปอาจจะต้องมีปริมาณที่เยอะ
00:05:32 → 00:05:34ซึ่งก็อาจจะเลี่ยงยากในการที่ทำให้เนื้อ
00:05:34 → 00:05:36ไม่หนักเพราะว่าต้องอาศัยตัวทำละลายที่
00:05:36 → 00:05:37เยอะ
00:05:37 → 00:05:39>> ก็จะมาอันที่เราชอบรู้สึกว่าเฮ้ยทำไมรุ่น
00:05:39 → 00:05:41เนี้มันใช้แล้วมันเหนียวจัง
00:05:41 → 00:05:41>> อื
00:05:42 → 00:05:44>> นะทั้งที่รู้ว่ากันเยอะหรือทำไมรุ่นนี้
00:05:44 → 00:05:45ใช้แล้ววอกจัง
00:05:45 → 00:05:45>> อื
00:05:45 → 00:05:47>> นะครับทั้งที่รู้ว่ากันได้เยอะสุดท้ายก็
00:05:48 → 00:05:50ไม่ใช้ผมว่าผมคิดว่าน่าจะเป็นอันนึง
00:05:50 → 00:05:52เหมือนที่อาจารย์อุ่มเคยพูดอ่ะว่ากันแดด
00:05:52 → 00:05:55ที่ดีคือกันแดดที่คนไข้ยอมใช้
00:05:55 → 00:05:55>> ถูกต้อง
00:05:55 → 00:05:57>> ใช่มั้ครับนะฮะเพราะฉะนั้นถ้าเกิดกันแดด
00:05:58 → 00:06:00ที่เขาใช้แล้วเนี่ยต่อให้ SF ไม่สูงแต่
00:06:00 → 00:06:03เขาสามารถทาได้ตลอดก็ดีกว่าไม่ทาเลย
00:06:03 → 00:06:04>> จริงถูกต้องเลยค่ะ
00:06:04 → 00:06:07>> อัน 1 ก็คือเลือกอันที่เหมาะสมกับเขาเช่น
00:06:07 → 00:06:09คนผิวแห้งก็อาจจะยอมที่จะเนื้อหนักหน่อย
00:06:10 → 00:06:12หรืออันที่มีความชุ่มชื้นมากๆ
00:06:12 → 00:06:15>> คนผิวมันก็อาจจะต้องเลือกเนื้อที่เบาๆนะ
00:06:15 → 00:06:18ครับใช้แล้วก็เกลี่ยได้ง่ายในผู้ชายก็อาจ
00:06:18 → 00:06:19จะไม่อยากได้วอกๆ
00:06:19 → 00:06:20>> อื
00:06:20 → 00:06:22>> นะครับในผู้หญิงที่มีจุดด่างดำอาจจะต้อง
00:06:22 → 00:06:26เป็นครีมกันแดดบางรุ่นที่มีการปกปิด
00:06:26 → 00:06:28>> พอเราทากันแดดไปแล้วใช่มั้ยคะแล้วเราก็ลง
00:06:28 → 00:06:30รองพื้นลงคุชชั่นอะไรเงี้ยมันเอากันแดด
00:06:30 → 00:06:31ของเราออกไปมั้ย
00:06:31 → 00:06:34>> ครับอย่างเวลาเราทากันแดดกับลองรองพื้น
00:06:34 → 00:06:34เราทาตัวไหนก่อน
00:06:34 → 00:06:35>> ปกติทากันแดดก่อน
00:06:36 → 00:06:37>> อ่าอาจารย์ผมทากันแดดก่อนส่วนใหญ่กันแดด
00:06:37 → 00:06:40เนี่ยเนื้อมันจะสีมันจะไม่หนักแต่เมอัที่
00:06:40 → 00:06:42เราต้องการให้มันปกปิดได้เยอะมันก็จะควร
00:06:42 → 00:06:44อยู่ข้างนอกนะครับอย่างที่อาจารย์อุ๋มถาม
00:06:45 → 00:06:46ถูกต้องเลยครับเพราะว่าครีมกันแดดที่ดี
00:06:46 → 00:06:49คือครีมที่มีฟิล์มชัดเจนเหมือนเราทายาทา
00:06:49 → 00:06:52เล็บนะครับทาเสร็จแล้วเนี่ยต้องก่อฟิล์ม
00:06:52 → 00:06:54ให้เรียบร้อยแต่ถ้าเกิดยาทาเล็บไม่ทัน
00:06:54 → 00:06:57แห้งแล้วมือไปโดนโน่นโดนนี่ทำให้หลุดเช่น
00:06:57 → 00:06:59เดียวกันครับเหมือนกับว่าถ้าเกิดเราเริ่ม
00:06:59 → 00:07:01ทากันแดดแล้วเราก็ไปทาเมอัพทันที
00:07:01 → 00:07:03>> จะทำให้กันแดดที่ยังไม่ได้แห้งสนิทอ่ะ
00:07:03 → 00:07:06ครับอาจจะหลุดแต่เราเข้าใจผิดว่าเราทากัน
00:07:06 → 00:07:07แดดไปแล้ว
00:07:07 → 00:07:11>> อ๋อทำให้เห็นภาพมากเลย
00:07:11 → 00:07:13>> ครับก็เลยทำให้เราเราเอ่อมีการใช้กันแดด
00:07:13 → 00:07:15แล้วเอ๊ะทำไมยังน่าหมอง
00:07:15 → 00:07:17>> เพราะในชีวิตจริงเนี่ยคุณผู้หญิงก็อาจจะ
00:07:17 → 00:07:20มีเวลาไม่ต่างจากคุณผู้ชายคือไม่รู้ตื่น
00:07:20 → 00:07:226:00 น.ตื่น 7:00 น.แต่ว่าเดี๋ยวก็ต้อง
00:07:22 → 00:07:25ออกมาแล้วโดยเฉพาะคนที่อยู่ในเมืองบางที
00:07:25 → 00:07:28สักประมาณ 650 หรือ 7:00 น.
00:07:28 → 00:07:31บ้านไม่เปลี่ยนก็อยากจะเรียกให้เสร็จแต่
00:07:31 → 00:07:33การที่เราไปละเลงบางอย่าง
00:07:33 → 00:07:36>> หลายๆตัวโดยที่ไม่ไม่ทันรอให้ไอ้ก่อนหน้า
00:07:36 → 00:07:38เมันเซตตัวเนี่ยก็อาจจะเป็นประเด็นที่ทำ
00:07:38 → 00:07:40ให้ได้ฤทธิ์ไม่ดี
00:07:40 → 00:07:42>> อ๋อ
00:07:42 → 00:07:45คราวนี้รอเนี่ยควรจะสักกี่นาทีคะ 5 พอไหว
00:07:45 → 00:07:46มั้หรือต้อง 15 ตามที่เขาแนะนำ
00:07:46 → 00:07:49>> เอถ้าถามว่าดีที่สุดก็คือใช้ตัวเดียวที่
00:07:49 → 00:07:51มันจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างก็คือว่าเป็น
00:07:51 → 00:07:54ทั้งบำรุงเป็นทั้งตัวกันแดดแล้วก็เป็น
00:07:54 → 00:07:56ทั้งเมคอัพจบอยู่ในอันเดียวจะได้ไม่ต้อง
00:07:56 → 00:07:57รอ
00:07:57 → 00:07:58มันจะมีด้วยหรอ
00:07:58 → 00:08:01>> ซึ่งมันมันยากถูกมทีนี้อาจารย์อุ๋มถามว่า
00:08:01 → 00:08:04เฮ้ยเรารอกี่นาทีดีก็ขึ้นกับเนื้อเขาเลย
00:08:04 → 00:08:06เพราะว่าบางเนื้อเหมือนยาทาเล็บบางรุ่น
00:08:06 → 00:08:08เนี่ยแห้งเร็วมากอ
00:08:08 → 00:08:10>> บางรุ่นเนี่ยอ่ากว่าจะแห้งเนี่ยต้องนาน
00:08:10 → 00:08:13มากนะบางทีเป็นหลายนาทีหรือเป็นชั่วโมงนะ
00:08:13 → 00:08:15ครับเพราะฉะนั้นอันนี้ตอบยากจริงๆแต่ว่า
00:08:15 → 00:08:17เราจะเอาเรื่องความรู้สึกว่าถ้ารู้สึกว่า
00:08:17 → 00:08:20เฮ้ยมันเริ่มซึมเริ่มแห้งความแววลดลงแล้ว
00:08:20 → 00:08:22อันนั้นน่าจะลงขั้นตอนต่อไปได้
00:08:22 → 00:08:24>> นะเพียงแต่ว่าถ้าเกิดทากันแดดตัวเดียว
00:08:24 → 00:08:27แล้วก็ต้องการให้มันออกฤทธิ์ดีดี
00:08:27 → 00:08:30>> นะครับก็ผมก็จะยึดตามคำแนะนำของเอ่อ
00:08:30 → 00:08:32American Academy of Dermatology ที่
00:08:32 → 00:08:33ให้รอประมาณ 15 นาที
00:08:33 → 00:08:34>> อื
00:08:34 → 00:08:37>> นะครับก่อนที่จะไป expose แสง
00:08:37 → 00:08:39>> นะครับจริงๆพวกนี้มันก็จะมีคำอธิบายง่ายๆ
00:08:39 → 00:08:42เช่นอย่างเวลาเราทากันแดดไม่ว่าจะเป็น Oil
00:08:42 → 00:08:44in water หรือ water in oil มันก็จะ
00:08:44 → 00:08:45เป็น 2 เฟส
00:08:45 → 00:08:47>> นะครับโดยทั่วไปเนี่ยกันแดดเนี่ยมักจะ
00:08:47 → 00:08:49ละลายในเฟสน้ำมัน
00:08:49 → 00:08:49>> อื
00:08:49 → 00:08:52>> พอมันเป็น 2 เฟสปุ๊บเราต้องรอให้เฟสเดียว
00:08:52 → 00:08:54กันน่ะมันมารวมกันก่อนก็คือโดยทั่วไปก็
00:08:54 → 00:08:56คือรอให้น้ำระเหยออก
00:08:56 → 00:08:58>> แล้วก็น้ำมันเจะค่อยๆกระดึ๊บกระดึ๊บมาชน
00:08:58 → 00:09:00กันแล้วก็ฟอร์มเป็นฟิล์ม
00:09:00 → 00:09:01>> อ๋อ
00:09:01 → 00:09:05>> นะครับหรือบางรุ่นดีหน่อยก็คือในเฟสน้ำมี
00:09:05 → 00:09:06ตัวฟิล์ม former อยู่แล้วเพราะงั้นก็อาจ
00:09:06 → 00:09:08จะแห้งได้เร็วออกฤทธิ์ได้เร็ว
00:09:08 → 00:09:09>> อาจจะรอไม่นานอ
00:09:09 → 00:09:10>> ครับ
00:09:10 → 00:09:12>> ก็คือแล้วแต่ยี่ห้อและแล้วแต่รุ่นด้วย
00:09:12 → 00:09:14>> ใช่แต่ว่าถ้ารอก็รอสัก 15 นาทีก็น่าจะ
00:09:14 → 00:09:17ปลอดภัยเพื่อรอให้มันอ่าฟอร์มเป็นเนื้อ
00:09:17 → 00:09:18เดียวกันให้เรียบร้อยก่อน
00:09:18 → 00:09:20>> ถ้าเกิดมีมอยสเจตอร์ก่อนมีแบบ
00:09:20 → 00:09:22>> หรือมีเซรั่ม
00:09:22 → 00:09:25>> ถ้าสารพัดเลยอ่ะ Essence โลชั่นเซรั่มเรา
00:09:25 → 00:09:26อาจจะเห็นคลิปคลิปอาจารย์อุ่มเนาอาจารย์
00:09:26 → 00:09:30อุ่มเป็นคนทาทาของแบบไม่ไม่เสียดายของนะ
00:09:30 → 00:09:32ครับอาจารย์อุ่มบอกว่าอาจารย์อุ๋มบีบ 4
00:09:32 → 00:09:33หยด
00:09:33 → 00:09:34>> อ่า
00:09:34 → 00:09:35>> อาจารย์อุ๋มเก่งจนรู้ว่าอันนี้ 4 หยดแต่
00:09:35 → 00:09:38ผมดูแล้วไม่ใช่ 4 หยดนะครับคืออาจารย์
00:09:38 → 00:09:40อุ๋มเนี่ยใช้ได้ค่อนข้างอ่าเราเราใช้คำ
00:09:40 → 00:09:43ว่าภาษาแพทย์คือคำว่า quate ก็คือปริมาณ
00:09:43 → 00:09:46ที่เพียงพอที่จะออกฤทธิ์ได้นะครับก็คือ
00:09:46 → 00:09:48ให้เยอะไว้หน่อยคืออย่าขี้เหนียวนะครับ
00:09:48 → 00:09:51บีบไม่เยอะแล้วก็คิดว่าเกลี่ยได้เยอะได้
00:09:51 → 00:09:53ไกลแต่บางทีมันอาจจะไม่ได้
00:09:53 → 00:09:56>> นะครับอ่าทาซีรั่มก่อนได้นะครับแล้วก็ตาม
00:09:56 → 00:09:58ด้วยครีมบำรุงนะครับแล้วก็ค่อยลงกันแดด
00:09:58 → 00:10:01แล้วก็เมอัอย่างเงี้ยได้รอให้แต่ละขั้น
00:10:01 → 00:10:02ตอนแห้งระดับนึง
00:10:02 → 00:10:04>> นะครับ 2-3 นาทีก็ได้ครับเพราะว่าเดี๋ยว
00:10:04 → 00:10:05เนี้ยอ
00:10:05 → 00:10:08>> ไอ้ตัวทำละลายในในเครื่องสำอางเนี่ยมันก็
00:10:08 → 00:10:10มักจะเป็นอันที่แห้งได้ไม่ช้ามาก
00:10:10 → 00:10:11>> อื
00:10:11 → 00:10:13>> นะครับแต่ว่าที่ต้องระวังก็คือว่าครีม
00:10:13 → 00:10:16บำรุงที่เราลงไปก่อนเนี่ยมันทำให้ไอ้ตัว
00:10:16 → 00:10:19ฟิล์มฟอร์มของกันแดดเนี่ยเกาะตัวกับผิว
00:10:19 → 00:10:20ไม่แน่น
00:10:20 → 00:10:22>> เออเนี่ยก็อยากเป็นคำถามอยู่
00:10:22 → 00:10:23>> เพราะฉะนั้นเพราะฉะนั้นถ้าเกิดสมมุติว่า
00:10:23 → 00:10:26เราไปออกกำลังกายมีเหงื่อนะครับมันก็
00:10:26 → 00:10:29พร้อมจะหลุดไอ้ไอไอ้ตัวที่ทาก่อนมันหลุด
00:10:29 → 00:10:30ง่ายอยู่แล้วมันก็จะทำให้ไอ้ฟิล์มเนี่ย
00:10:30 → 00:10:32หลุดไปทั้งแผ่น
00:10:32 → 00:10:32>> อ่า
00:10:32 → 00:10:35>> เพราะฉะนั้นอ่าฤทธิ์ในการกันแดดก็ไม่ดี
00:10:35 → 00:10:38>> อ้าเวนกรรมเดี๋ยวนะถ้างั้นน่ะคนพวกวิ่ง
00:10:38 → 00:10:39มาราธอน
00:10:39 → 00:10:41>> อะไรอย่างเงี้ยตอนเช้าที่มันชัวร์แน่นอน
00:10:41 → 00:10:42ว่าเหงื่อออก
00:10:42 → 00:10:44>> เพราะฉะนั้นไม่ควรทำอยสเจอร์
00:10:44 → 00:10:47>> ไม่ต้องทำเจอร์เลยเหรอแล้วเซรั่มอะไรสัก
00:10:47 → 00:10:49นิดนึงคืออย่างงี้ครับคือคือเซรั่มเนี่ย
00:10:49 → 00:10:53ครับโดยทั่วไปเซรั่มก็มักจะเป็น powder
00:10:53 → 00:10:55โซเวentนะครับเช่นผงวิตามินซียกตัวอย่าง
00:10:55 → 00:10:56นะครับ
00:10:56 → 00:10:57>> ละลายอยู่ในน้ำ
00:10:58 → 00:11:00>> ตอนที่เราทาไปอ่ะครับช่วงแรกมันเป็น solut
00:11:00 → 00:11:02มันเล็กจริงแต่ว่าพอน้ำเริ่มระเหยมันก็จะ
00:11:02 → 00:11:04กลายมาเป็นผงวิตามินซีอยู่ดี
00:11:04 → 00:11:07>> เพราะฉะนั้นไอ้ตัวเจะทำให้พร้อมที่จะหลุด
00:11:07 → 00:11:08>> แล้วกันแดดก็จะหลุด
00:11:08 → 00:11:10>> อเพราะฉะนั้นถ้าเกิดใครเล่นกีฬาเนี่ยไม่
00:11:11 → 00:11:12ต้องทาครีมอะไรทั้งนั้นทาครีมกันแดดอย่าง
00:11:12 → 00:11:12เดียว
00:11:12 → 00:11:14>> ถูกต้องถ้าดูทรงว่าวันนั้นเนี่ยจะเอากัน
00:11:14 → 00:11:17แน่ๆเช่นมาราธอนสมมุติเนาะ 42 กอย่าง
00:11:17 → 00:11:21เงี้ยยังไงเรา 1 ชมงเราออกสตาร์ท 4:00 น.
00:11:21 → 00:11:23อย่างเงี้ยยังไง 8:00 น.แล้วยังยังไม่
00:11:23 → 00:11:25เข้าเส้นชสมมติอย่างเงี้ยยังไงก็เราก็ควร
00:11:25 → 00:11:27จะเป็นกันแดดอย่างเดียวเพื่อให้มันเกาะ
00:11:27 → 00:11:30ผิวให้มันให้เป็นตัวที่ป้องกันอย่างเดียว
00:11:30 → 00:11:30>> อ๋อ
00:11:30 → 00:11:32>> แต่ว่าเดี๋ยวนี้เคมกันแดดหลายๆรุ่นก็จะมี
00:11:32 → 00:11:36ฤทธิ์ในการที่บำรุงผิวดูแลผิวอยู่ด้วย
00:11:36 → 00:11:38เช่นเมีแอนิอกซidantนเมีตัวที่เพิ่มความ
00:11:38 → 00:11:39ชุ่มชื้นอยู่แล้ว
00:11:39 → 00:11:41>> อ่าหรือแม้กระทั่งมีไทเทนนingอะไรอย่าง
00:11:41 → 00:11:44เงี้ยช่วยเรื่องกะฝ้าอยู่แล้วก็ไปตัว
00:11:44 → 00:11:44เดียวเลย
00:11:44 → 00:11:47>> ไปตัวเดียวก็จะทำให้เรามั่นใจมากกว่าว่า
00:11:47 → 00:11:49มันจะเกาะผิวได้แม่นโดยที่ไม่มีตัวอื่น
00:11:49 → 00:11:51ที่จะทำให้เขาหลุดแล้วหลุดไปพร้อมๆกัน
00:11:51 → 00:11:55>> อ่าค่ะแล้วกรณีน้ำอ่ะคะว่ายน้ำดำน้ำ
00:11:55 → 00:11:55เหมือนกันมั้คะ
00:11:55 → 00:11:58>> อ่าดำน้ำก็จะยิ่งแล้วใหญ่เพราะว่าโดยทั่ว
00:11:58 → 00:12:00ไปปัจจุบันเนี่ยอย่างกันแดดที่เราใช้
00:12:00 → 00:12:02เนี่ยสมัยก่อนมันก็จะเป็น water in oil
00:12:02 → 00:12:05คือ oil เนี่ยจะเป็นเฟสข้างนอกเฟสเยอะๆ
00:12:05 → 00:12:05เหนียวๆ
00:12:05 → 00:12:08>> นะแต่ปัจจุบันคนไม่ชอบก็ชอบเป็น oil in
00:12:08 → 00:12:11water เพราะฉะนั้นเนี่ยน้ำจะเป็นเฟสข้าง
00:12:11 → 00:12:13นอกซึ่งพร้อมจะระเหยไม่เหนียวเหนะๆแต่ว่า
00:12:13 → 00:12:16พวกเนี้ยจะอ่าสารกันแดดที่ละลายน้ำมันมี
00:12:16 → 00:12:18ไม่กี่ตัวแล้วพร้อมจะหลุดพร้อมเหงื่อเช่น
00:12:18 → 00:12:20เดียวกันออยที่เราบอกว่ารอ 10 นาที 15
00:12:20 → 00:12:23นาทีที่รอให้เมากันเนี่ยบางทีเ้าไม่ได้มา
00:12:23 → 00:12:24กันได้ทันที
00:12:25 → 00:12:27>> งั้นเนี่ยมันก็จะมีจุดที่เป็นสิป
00:12:27 → 00:12:28>> พร้อมจะหลุดเหมือนกัน
00:12:28 → 00:12:28>> อื
00:12:28 → 00:12:31>> นะพร้อมจะหลุดเหมือนกันเพราะงั้นการว่าย
00:12:31 → 00:12:34น้ำการการอ่าออกกำลังกายที่เหงื่อเยอะๆมี
00:12:34 → 00:12:36โอกาสที่ทำให้กันแดดหลุดอยู่แล้ว
00:12:36 → 00:12:38>> มันถึงคีมกันแดดบางรุ่นถึงต้องมีการเเเ
00:12:38 → 00:12:41ใช้คำว่าเขียนว่า water resistance หรือ
00:12:41 → 00:12:43ว่า veryy water resistance
00:12:43 → 00:12:46>> โดยการที่ว่าเขามีการทดสอบแล้วว่าถ้าเกิด
00:12:46 → 00:12:48อ่าเช่นอ่าเป็นสารกันแดดที่เกาะผิวได้ดี
00:12:48 → 00:12:51หรือมีการใส่ฟิฟอลงไปนะนะครับเป็น
00:12:51 → 00:12:54โพลิเมอร์ที่ทำให้เกาะกับผิวได้แล้วก็ลง
00:12:54 → 00:12:56ไปในน้ำนะครับแล้วก็ขึ้นมาแล้วก็ลงไปใน
00:12:56 → 00:13:00น้ำอีกสมมุติ 40 นาทีแล้ววัดค่า SPF
00:13:00 → 00:13:02สมมุติเนาะเราดูเรื่อง UBB เนี่ยก็ยังมี
00:13:02 → 00:13:04ฤทธิ์ป้องกันอยู่อย่างนี้ก็จะใช้คำว่า
00:13:04 → 00:13:05water resistance ได้
00:13:05 → 00:13:07>> ก็คือต้องมีคำนี้อื
00:13:07 → 00:13:08>> นะครับ
00:13:08 → 00:13:10>> อันนี้คือเป็นเทสนะครับต้องเป็นเทสแต่ถ้า
00:13:10 → 00:13:13เกิดเราพูดพูดไปแบบบกว่าอันนี้กันน้ำแต่
00:13:13 → 00:13:15ถ้าไม่มีคำนี้ก็แสดงว่าเขายังไม่แน่จริง
00:13:15 → 00:13:18ที่เขาจะเคลมให้เป็นทางการ
00:13:18 → 00:13:19>> อืๆ
00:13:19 → 00:13:21>> ถ้าอาจารย์อุ๋มเอ่อคิดว่าอาจารย์อุ๋มไม่
00:13:21 → 00:13:23ได้มีเหงื่ออะไรเยอะเป็น daily เราก็ไม่
00:13:23 → 00:13:25ต้องเอา very water resistance ก็ได้
00:13:25 → 00:13:28>> เพราะว่าการใส่ฟิฟเยอะก็เดี๋ยวเวลาทำความ
00:13:28 → 00:13:31สะอาดก็ต้องมีตัวมาทำความสะอาดอีกอย่าง
00:13:31 → 00:13:31เงี้ยครับ
00:13:31 → 00:13:32>> ยากกว่า
00:13:32 → 00:13:36>> อ๋อในกรณีที่เราจะไปเล่นกีฬากลางแจ้งเรา
00:13:36 → 00:13:38อยากให้กันแดดเนี่ยเกาะหน้าเราดีๆเราก็
00:13:38 → 00:13:41เลยทากันแดดอย่างเดียวแล้วเราทามอยสเจอร์
00:13:41 → 00:13:41ตามได้มั้ย
00:13:41 → 00:13:43>> ไม่เอาด้วยเพราะอย่างงี้ครับเพราะว่า
00:13:43 → 00:13:46moอยจอร์ก็จะเป็นเหมือนcleansซing milk
00:13:46 → 00:13:47cleansซing
00:13:47 → 00:13:47>> อ
00:13:47 → 00:13:49>> เพราะฉะนั้นเนี่ยที่ต้องระมัดระวังก็คือ
00:13:49 → 00:13:51ว่าแม้กระทั่งเราพุดเมอัพทีหลังครีมกัน
00:13:51 → 00:13:54แดดต้องระวังว่าถ้ากันแดดยังเซ็ตตัวไม่ดี
00:13:54 → 00:13:56แล้วเราลงเมอัพแล้วเราเกี่ยแรงๆ
00:13:56 → 00:13:56>> อื
00:13:56 → 00:13:58>> มันก็จะหลุดมาอยู่ตรงข้างหน้าตรงเนี้ย
00:13:58 → 00:13:59ครับแล้วตรงนี้ไม่มีกันแดดละ
00:13:59 → 00:14:01>> อื
00:14:01 → 00:14:05อ่ะแล้วก็คำถามที่ 2 เนี่ยก็คือถ้าสมมุติ
00:14:05 → 00:14:08ว่าเราอยากให้กันแดดเกาะหน้าเราดีๆเนี่ย
00:14:08 → 00:14:10แปลว่าตัวที่เป็น veryy water
00:14:10 → 00:14:14resistance ก็น่าจะเกาะผิวเราได้ดีกว่า
00:14:14 → 00:14:14ดีใช่
00:14:14 → 00:14:17>> กว่าตัวที่ไม่กันน้ำ
00:14:17 → 00:14:19>> ใช่ถูกต้องถูกต้องเพราะว่าอย่างงี้ครับใน
00:14:19 → 00:14:21ในการที่ถ้าเกิดกันแดดเกาะกับผิวเนี่ยกัน
00:14:21 → 00:14:24แดดมันจะไม่หลุดไปตามเหงื่อยังไงก็ตาม
00:14:24 → 00:14:26เนี่ยผิวมนุษย์มันจะมีทั้งน้ำมันที่ออกมา
00:14:26 → 00:14:27ในแนวอย่างนี้
00:14:28 → 00:14:29>> กับเหงื่อที่ออกมามันทำให้ฟิล์มหลุดอยู่
00:14:29 → 00:14:30แล้ว
00:14:30 → 00:14:32>> แต่ถ้าเกิดมันเกาะผิวดีเนี่ยพวกนี้มันจะ
00:14:32 → 00:14:33ไม่ได้หลุดง่ายๆอ
00:14:33 → 00:14:33>> อื
00:14:33 → 00:14:35>> นะมันทำให้มันมียังมีฤทธิ์ในการกันแดด
00:14:35 → 00:14:37อยู่นะครับ
00:14:37 → 00:14:40>> อ๋อเวลาที่เราใช้เครื่องสำอางค่ะทาครีม
00:14:40 → 00:14:43กันแดดแล้วเราทารองพื้นแต่ว่าคราวนี้
00:14:43 → 00:14:47เนี่ยเราอ่ะควรเลือกบัชอนที่เป็นครีมหรือ
00:14:47 → 00:14:49เป็นฝุ่นครีมกันแดดแล้วไม่รู้ปัดไม่รู้
00:14:49 → 00:14:51ปัดด้วยนิ้วหรือปัดด้วย
00:14:51 → 00:14:52>> แปลง
00:14:52 → 00:14:55>> หรือปัดด้วยผมเห็นบางรุ่นเนี่ยเป็นแบบ
00:14:55 → 00:14:57อย่าอย่างไถเลยเพราะฉะนั้นเนี่ยต้องระวัง
00:14:57 → 00:15:00ว่าฟิลมฟอร์มerจะหลุด
00:15:00 → 00:15:00>> อื
00:15:00 → 00:15:03>> ระวังยาทาคล้ายๆกับยาทาเล็บที่เราทาไป
00:15:03 → 00:15:04ก่อนหน้านี้มันหลุด
00:15:04 → 00:15:04>> อ่า
00:15:04 → 00:15:06>> นะครับเพราะฉะนั้นคือแต่ยังไงก็ตามเนี่ย
00:15:06 → 00:15:08เนื่องจากว่าเรามีความจำเป็นต้องใช้
00:15:08 → 00:15:10ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นเช่นต้องการปกปิดให้
00:15:10 → 00:15:13มากขึ้นนะครับก็ใช้ได้ถ้าวันนั้นเนี่ยเรา
00:15:13 → 00:15:15ดูแล้ว activity เราเนี่ยไม่ได้ไปเจอแดด
00:15:15 → 00:15:17เช่นไม่ได้ไปเล่นกีฬาสีไม่ได้ไปตีกอล์ฟก็
00:15:17 → 00:15:20ไม่ต้องพลางพังเยอะหรือถ้าจะพังเยอะต้อง
00:15:20 → 00:15:22มั่นใจว่าเซ็ตตัวดีๆ
00:15:22 → 00:15:22>> อื
00:15:22 → 00:15:24>> นะครับอาจจะไม่ใช่ 3 นาทีแล้วรีบลง
00:15:24 → 00:15:27>> อาจจะต้อง 15 นาทีจริงจัง
00:15:27 → 00:15:29>> นะครับแล้วก็เวลาลงก็ต้องเบามือ
00:15:29 → 00:15:31>> อ๋อถ้าอย่างงั้นเนี่ยเราเลือกใช้เป็นฝุ่น
00:15:31 → 00:15:33ก็อาจจะมีโอกาสเอาครีมกระแดะออกไปน้อย
00:15:33 → 00:15:34กว่า
00:15:34 → 00:15:37>> เอ่ออย่างงี้ครับแบบครีมเนาะใจใจผมนะถ้า
00:15:37 → 00:15:39เกิดครีมแล้วก็ใช้ไอ้ตัวปักเนี่ยแบบที่
00:15:39 → 00:15:42ไม่ได้ไม่ได้หยาบไม่ได้มีแรงขูดมากเนี่ย
00:15:42 → 00:15:44>> อาจจะดีเพราะว่าโดยทั่วไปพวกนี้ก็จะมี
00:15:44 → 00:15:46ฟิลมฟอร์เมออยู่เหมือนกัน
00:15:46 → 00:15:47>> อ๋อ
00:15:47 → 00:15:49>> แบบฝุ่นเนี่ยถ้าถ้าอาจารย์อุมจำได้สมัย
00:15:49 → 00:15:51เราเรียนอ่าแพทย์ผิวหนังกันเนี่ยเราจะมี
00:15:51 → 00:15:53การพูดถึงเรื่องpowดอร
00:15:53 → 00:15:57>> powดคือไว้ดูดของที่แห้งเอของที่เปียกทำ
00:15:57 → 00:15:58ให้แห้ง
00:15:58 → 00:15:59>> ใช่มั้ยครับ
00:15:59 → 00:16:01>> เพราะฉะนั้นเนี่ยการที่เราเอามีพาวเดอร์
00:16:01 → 00:16:03เข้าไปแล้วไปทาตรงกันแดดเนี่ยซึ่งปกติกัน
00:16:03 → 00:16:06แดดจะมีความแฉะหน่อยนึงมันจะยิ่งแย่งมา
00:16:06 → 00:16:07อยู่ที่ตัวพาวเดอร์
00:16:07 → 00:16:08>> คือไม่ซึม
00:16:08 → 00:16:10>> ไม่ซึมและพร้อมหลุด
00:16:10 → 00:16:11>> พร้อมหลุด
00:16:11 → 00:16:12>> พร้อมหลุดนะครับเพราะฉะนั้นเนี่ยต้อง
00:16:13 → 00:16:15ระมัดระวังเพราะฉะนั้นเนี่ยการเซตตัว
00:16:15 → 00:16:19เนี่ยถึงมีความจำเป็นนะรอเซนะครับแต่ว่า
00:16:19 → 00:16:22เดี๋เทคโนโลในการผลิตเนี่ยไอ้ฟิฟหรือที่
00:16:22 → 00:16:24เขาใส่เนี่ยมันแห้งตัวเร็วจริงๆ
00:16:24 → 00:16:26>> ก็เหมือนกับยาทาเล็บอะไรพวกเยเดี๋ยวนี้
00:16:26 → 00:16:28มันแห้งตัวเร็วมากก็อาจจะไม่ได้น่ากลัว
00:16:28 → 00:16:30เหมือนสมัยก่อนที่ไม่ได้มีพอลิเมอร์พวก
00:16:30 → 00:16:30นี้อ
00:16:30 → 00:16:31>> อ๋อนะครับ
00:16:31 → 00:16:34>> ก็คือยังใช้ได้ยังใช้ได้อยู่แต่ขอให้เบาๆ
00:16:34 → 00:16:36มือหน่อยแล้วกันโดยเฉพาะวันที่วันเนี้ย
00:16:36 → 00:16:38ท้าทายแดดแน่ๆครับ
00:16:38 → 00:16:39>> อื
00:16:39 → 00:16:42>> จริงๆการใช้makeอมันก็มีข้อดีของมัน
00:16:42 → 00:16:44เหมือนกันรวมถึงตัวเเองจริงๆเนี่ยเเป็น
00:16:44 → 00:16:47คล้ายๆกับเป็น physical sunscreen อยู่
00:16:47 → 00:16:47ด้วยซ้ำ
00:16:47 → 00:16:48>> อื
00:16:48 → 00:16:50>> เพราะฉะนั้นเค้าก็สามารถลดแสงที่จะเข้าไป
00:16:50 → 00:16:52สู่ผิวได้ก็คือไม่ได้ห้ามขนาดนั้นขนาด
00:16:52 → 00:16:55นั้นแต่ว่าต้องมั่นใจว่าเค้าเนี่ยเซ็ตตัว
00:16:55 → 00:16:57แล้วนะครับกันดาเซตตัวแล้ว
00:16:57 → 00:17:01>> ออันนี้ก็คือถามด้วยแบบมีโอกาสได้ถามงี้
00:17:01 → 00:17:03ดีกว่าปกติเี่ก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้คุยกัน
00:17:03 → 00:17:05นะคะมันทำให้เราสบายใจขึ้นด้วยไหมเวลาที่
00:17:05 → 00:17:08เราทา 2 ชั้นแล้วก็บวกกับเวลาที่เราต้อง
00:17:08 → 00:17:12ลงเมคอัพถ้ามันจะหายไปบ้างก็ยังเหลือเยอะ
00:17:12 → 00:17:13กว่าการทาชั้นเดียว
00:17:13 → 00:17:15>> ถูกต้องถูกต้องครับstudี้ส่วนใหญ่ได้เป็น
00:17:15 → 00:17:18สudี้ของการทาน้อยน้อยเกินไปนะครับก็คือ
00:17:18 → 00:17:21ว่าปกติเนี่ยอย่างที่เราทราบว่าในการทด
00:17:21 → 00:17:23สอบเนี่ยไม่ว่าจะทดสอบบนแผ่นหรือว่าบน
00:17:23 → 00:17:25หลังมนุษย์เนี่ยเราจะมีตัวเลขอยู่ตัว 1
00:17:25 → 00:17:27ตัวที่เรากำหนดก็คือว่า 2 มลกัมต่อ 1 ตร
00:17:27 → 00:17:28เซมต
00:17:28 → 00:17:28>> อื
00:17:28 → 00:17:30>> นะครับซึ่งพอมาเทียบเป็นปริมาณเนี่ยมันก็
00:17:30 → 00:17:33จะมีค่าอยู่ 1 ค่านะครับคนทั่วไปเนี่ยพอ
00:17:33 → 00:17:35ใช้รุ่นพวกเนี้ยตามคำแนะนำเนี่ย 2
00:17:35 → 00:17:38มิลกรัมต่อ 1 ตรางเซมเนี่ยมันจะเหนียวจะ
00:17:38 → 00:17:40วอกเยอะอ
00:17:40 → 00:17:43>> นะครับเขาก็เลยมักจะใช้น้อยกว่าปกติซึ่ง
00:17:43 → 00:17:45มีอ่า Study บอกว่าคนเนี่ยใช้ประมาณแค่
00:17:45 → 00:17:490.5 5 มกรัต่อ 1 ตรเซมหรือ 1 มกต่อ 1
00:17:49 → 00:17:52ตรมเองคือน้อยกว่าปกติครึ่งนึง
00:17:52 → 00:17:53>> อ่าครึ่งนึงถึง 1 ใน 4
00:17:53 → 00:17:56>> ใช่ยกตัวอย่างเช่นเราใช้ SPF 50 เนี่ย
00:17:56 → 00:17:59ที่เราใช้ 2 มลกัต่อ 1 ตรางเซมมันจะได้
00:17:59 → 00:18:01ตาม SPF ที่ข้างหลอดเขียน
00:18:01 → 00:18:04>> แต่พอเราไปใช้เหลือแค่ 1 มลิกัต่อ 1 ตราง
00:18:04 → 00:18:07ซม.เนี่ยค่าที่ลดไม่ใช่จาก SF 50 เหลือ
00:18:07 → 00:18:0825 นะ
00:18:08 → 00:18:09>> มันจะเป็นexponนเลย
00:18:09 → 00:18:10>> นะครับอ
00:18:10 → 00:18:13>> เอ่อตัวเลขที่เทำวิจัยก็คือว่าใน SF ที่
00:18:13 → 00:18:15เค้าแนะนำคือ 30
00:18:15 → 00:18:15>> อื
00:18:15 → 00:18:17>> คนทั่วไปเนี่ยใช้แค่ 1 มิลกรัมต่อ 1 ตร
00:18:17 → 00:18:18เซมเนี่ย
00:18:18 → 00:18:19>> เหลือประมาณ 5 เอง
00:18:19 → 00:18:20>> เฮ้ย
00:18:20 → 00:18:21>> 5.5 5 เอง
00:18:21 → 00:18:24>> 5 ถ้า 30 เหลือ 5 ครับโห
00:18:24 → 00:18:26>> เพราะฉะนั้นเนี่ยทีนี้ทำยังไงให้คนไข้เ
00:18:26 → 00:18:28ยอมใช้อันนี้ก็จะเป็นทริกที่ทางคุณหมอผิว
00:18:28 → 00:18:31หนังเรามีการใช้เช่น 1 เรามาชัว์เครับว่า
00:18:31 → 00:18:34บีบต้องเยอะพอเนาะนะครับว่าปริมาณเท่าไหน
00:18:34 → 00:18:37อันที่ 2 ก็คือว่าถ้าไม่ได้จริงๆก็หลอก
00:18:37 → 00:18:38ล่อให้ทา 2 ครั้ง
00:18:38 → 00:18:41>> ทา 2 รอบให้มันไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อเดิม
00:18:41 → 00:18:44หรือว่าเอ่อยี่ห้อใหม่ที่เราดูส่วนประกอบ
00:18:44 → 00:18:47แล้วว่าเออมันน่าจะอ่าเพิ่มเสริมกัน
00:18:47 → 00:18:50>> ไปเสริมกันได้นะครับเช่นบางรุ่นเนี่ยเน้น
00:18:50 → 00:18:52เรื่อง chemical sunscreen ไม่ walk อ
00:18:52 → 00:18:54>> บางรุ่นเนี่ยอ่าเน้น physical sunscreen
00:18:54 → 00:18:56เนี่ยทำให้เค้ายอมใช้ทั้ง 2 อัน
00:18:56 → 00:18:56>> อื
00:18:57 → 00:19:00>> ก็ทำให้เอ่อประสิทธิภาพของการทากันแดดได้
00:19:00 → 00:19:01ดีขึ้น
00:19:01 → 00:19:03>> อ่ะเดี๋อาจจะต้องขอขยายความนิดนึงนะคะ
00:19:03 → 00:19:06เผื่อเอ่อมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน
00:19:06 → 00:19:09ปกติแล้วเนี่ยถ้าสมมุติว่าเราทาปริมาณ 2
00:19:09 → 00:19:13ข้อนิ้วทั้ง 2 ตัวมันก็จะยิ่งเสริมๆกันไป
00:19:13 → 00:19:14>> ถูกต้องครับถูกต้อง
00:19:14 → 00:19:17>> แต่ถ้าบังเอิญว่าเราทาหย่อนตัวที่ 1 ทา
00:19:17 → 00:19:20หย่อนตัวที่ 2 ก็ยังดีกว่าท้าหย่อนตัว
00:19:20 → 00:19:20เดียว
00:19:20 → 00:19:23>> ถูกต้องถูกต้องคือการท้าเยอะขึ้นเนี่ย
00:19:23 → 00:19:25ประสิทธิภาพอาจจะไม่ได้ว้าวเนาะเช่น
00:19:25 → 00:19:27สมมุติว่ามันมันกันได้ประมาณสัก 97% แล้ว
00:19:27 → 00:19:30เนี่ยเราทาเยอะขึ้นก็อาจจะไม่ได้เป็น 150
00:19:30 → 00:19:32เท่าอะไรอย่างเงี้ยนะแต่มันอาจจะเพิ่มไ
00:19:32 → 00:19:36เป็น 98 แต่ว่าก็ทำให้มันอยู่ได้นาน
00:19:36 → 00:19:37>> ส่วนใหญ่ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องว่าจะอยู่
00:19:37 → 00:19:40ได้เกิน 2 ช่โมงมยที่พูดก็คือคำว่า 2
00:19:40 → 00:19:42ชั่วโมงเนี่ยคือเป็น study ที่เวลาเราเรา
00:19:42 → 00:19:43ขออนุญาต
00:19:43 → 00:19:43>> อื
00:19:43 → 00:19:46>> นะครับแต่ว่าถ้าเราทาเยอะเนื้อครีมมัน
00:19:46 → 00:19:48อยู่ได้หนาขึ้นการทำลายมันก็จะทำลายจาก
00:19:48 → 00:19:49ผิวข้างนอกก่อนอยู่แล้ว
00:19:50 → 00:19:52>> อืก็จะได้น้อยลง
00:19:52 → 00:19:55>> การทาครีมกันแดดในปริมาณที่ถูกต้องจริงๆ
00:19:55 → 00:19:56แล้วคือยังไง
00:19:56 → 00:19:56>> เท่าไหร่ดี
00:19:56 → 00:19:57>> ใช่
00:19:57 → 00:19:59>> ใช่มั้ครับปริมาณกันแดดที่เราจะบีบอย่าง
00:19:59 → 00:20:02เหมาะสมเนี่ยเท่าไหร่ที่เราพูดกันก็คือ
00:20:02 → 00:20:04เราชอบพูดถึงเรื่อง 2 ข้อนิ้วมือ
00:20:04 → 00:20:04>> ใช่
00:20:04 → 00:20:06>> ใช่มั้ครับแต่ 2 ข้อนิ้วมือนี้มันเป็น
00:20:06 → 00:20:09เรื่องความยาวยังไม่ได้พูดเลยว่ากว้าง
00:20:09 → 00:20:10เท่าไหร่อ
00:20:10 → 00:20:12>> นะครับยกตัวอย่างเช่นกันแดดบางรุ่นเนี่ย
00:20:12 → 00:20:14มันเป็นปากแหลมนะครับเพราะฉะนั้นเนี่ย
00:20:14 → 00:20:17เนื้อที่ออกมาเนี่ย 2 ข้อนิ้วมือก็ได้ละ
00:20:17 → 00:20:18แต่ปริมาณน้อย
00:20:18 → 00:20:19>> อื
00:20:19 → 00:20:22>> จริงๆมาตรฐานเมีอยู่นะครับคำว่า 2 ข้อ
00:20:22 → 00:20:25นิ้วมือคือในเส้นผ่าศูนย์กลางของหลอด 5
00:20:26 → 00:20:28มม.เพราะฉะนั้นเนี่ย 2 ข้อนิ้วมือระหว่าง
00:20:28 → 00:20:31ประมาณสัก 2-3 มม.กับ 5 5 มม.เนี่ยการ
00:20:31 → 00:20:33กันแดดต่างกันเลย
00:20:33 → 00:20:35>> อาจจะลดลงเหมือนเหมือนที่บอกว่าปริมาณพอ
00:20:35 → 00:20:37ลดลงปุ๊บค่ากันแดดมันไม่ได้งั้นเราห้ามดู
00:20:37 → 00:20:40เรื่องมิติเดียวก็คือเรื่องความยาว 2 ข้อ
00:20:40 → 00:20:41นิ้วมือ
00:20:41 → 00:20:43>> อาจารย์อุ๋มกำลังพูดถึงเรื่องการใช้ช้อน
00:20:43 → 00:20:44มาตวง
00:20:44 → 00:20:46>> ซึ่งดูเป็นปริมาตรมากกว่าถูก
00:20:46 → 00:20:49>> เนาะนะอันนั้นผมเห็นด้วยเลยครับอาจารย์
00:20:49 → 00:20:53>> มาลองดูกันว่า 2 ข้อนิ้วมือมันยังใช้ได้
00:20:53 → 00:20:56จริงหรือเปล่ามันจะเท่ากับ 1/4 ช้อนชา
00:20:56 → 00:20:56มั้ย
00:20:56 → 00:20:59>> บางคำแนะนำพูดว่าให้ใช้ 1 ช้อนชา
00:20:59 → 00:21:02>> มันเยอะตอนใบหน้าซึ่งเยอะนะครับพอไปดู
00:21:02 → 00:21:04แล้วเนี่ยบางทีเขาจะพูดว่าเออทาทั้งหน้า
00:21:04 → 00:21:06อย่างงี้ครับคือฝรั่งเนี่ยเขามีเรื่องหัว
00:21:06 → 00:21:10ร้านมีเรื่องการทาถึงคอมีเรื่องทาถึงใบหู
00:21:10 → 00:21:12ไม่รู้ใครได้ดูคลิปของอาจารย์อุ๋ม
00:21:12 → 00:21:14>> ผมยังไม่ได้เห็นเฉลยเนาะอาจารย์อุ๋มอาจจะ
00:21:14 → 00:21:17เฉลยไปะจะมีอยู่บางจุดที่อาจารย์อุ่มบอก
00:21:17 → 00:21:20ว่าคนไม่ค่อยชอบทากันแดดเฉลยไปยัง
00:21:20 → 00:21:21>> เฉลย
00:21:21 → 00:21:22>> เฉลยไปแล้วตรงไหนครับอาจารย์
00:21:23 → 00:21:23>> รอบดวงตา
00:21:23 → 00:21:27>> อ่ารอบดวงตาเนาะในของเ่อ American
00:21:27 → 00:21:29Academy of Dermatology เนี่ยบอกว่ามี
00:21:29 → 00:21:32อยู่ประมาณสักสัก 4-5 จุดที่เราเราชอบลืม
00:21:32 → 00:21:35ทากันนะครับก็คือเรื่องหู
00:21:35 → 00:21:37>> เนาะมีตรงไหนอีก
00:21:37 → 00:21:37>> หัว
00:21:37 → 00:21:38>> โหหัว
00:21:38 → 00:21:41>> คอนะครับหลังเท้า
00:21:41 → 00:21:42>> อื
00:21:42 → 00:21:45>> หลังเท้าเนาะแล้วก็ริมฝีปากนะแต่ว่าพอ
00:21:45 → 00:21:47บ้านเราเนี่ยเราเราอาจจะกลัวเรื่องรอย
00:21:47 → 00:21:49เหียวยอดรอบดวงตานะเพราะฉะนั้นอันอันนี้
00:21:49 → 00:21:52เป็นอีกหนึ่งอันที่ต้องไม่พลาดนะครับเอ่อ
00:21:52 → 00:21:55การที่เราทาได้ครบถ้วนเนี่ยก็จะทำให้กัน
00:21:55 → 00:21:58ได้ตามที่อ่าจุดประสงค์ของครีมกันแดดถึง
00:21:58 → 00:22:00เป็นที่มาที่ไปว่าทำไมบางบางอันเนี่ยแนะ
00:22:00 → 00:22:02นำว่าทาไปเลย 1 ช้อนชาหรือขนาดเหรียญ 10
00:22:02 → 00:22:03ใหญ่ๆ
00:22:03 → 00:22:05>> นะแต่ว่าพอมาดูวัดอย่างที่อาจารย์อุมว่า
00:22:05 → 00:22:08แหละพอพอมาดูช้อนตวงที่ได้มาตรฐานจริงๆ
00:22:08 → 00:22:11ของช้อนทำอาหารเนี่ยเฮ้ยมันเยอะนะอ่า
00:22:11 → 00:22:13อาจารย์หนุ่มก็แนะนำประมาณสัก 1/4 ช้อนชา
00:22:13 → 00:22:14ซึ่งมันก็จะตรงกับ
00:22:14 → 00:22:15>> ใช่
00:22:15 → 00:22:18>> ไอ้ fingertip unit ที่เราพูดถึงเนาะว่า
00:22:18 → 00:22:201 fingertip unit เนี่ยมันก็ประมาณซัก
00:22:20 → 00:22:210.5 กรัม
00:22:21 → 00:22:22>> อื
00:22:22 → 00:22:23>> พอ 2 ข้อก็ 1 กรัม
00:22:23 → 00:22:24>> 1 กรัม
00:22:24 → 00:22:26>> 1 กรัมนะครับซึ่งถ้าเกิดเราทาทั่วหน้า
00:22:26 → 00:22:29เนี่ยก็โดยทั่วไปก็มักจะเอาอยู่
00:22:29 → 00:22:31>> นะครับโดยทั่วไปถ้าเกิดหน้าคอเนี่ยบางอัน
00:22:31 → 00:22:34ก็ใช้ประมาณสซักอ่า 2.5 หรือว่า 2 ข้อ
00:22:34 → 00:22:37นิ้วมือครึ่งแต่ต้องไดมิเตอร์ 5 มม.
00:22:37 → 00:22:39อันเนี้ยจะทำให้เราทาครีมกันแดดแล้วประสบ
00:22:39 → 00:22:40ความสำเร็จ
00:22:40 → 00:22:43>> นะครับไม่ใช่ว่าฉันทาแล้วแต่ว่าเอ๊ะทำไม
00:22:43 → 00:22:44ฉันก็ยังเป็นฝ้า
00:22:44 → 00:22:46>> อ่าหรือว่าฝ้าไม่จังซักทีทาแล้วอะไรอย่าง
00:22:46 → 00:22:50งี้ลอง 2 ข้อนิ้วแล้วเราก็มีนี่ด้วยนะคะ
00:22:50 → 00:22:54>> ช้อน 1/4 ช้อนชา
00:22:54 → 00:22:56>> จริงๆผมชอบกันแดดตัวนี้เนาะเพราะว่ามันมี
00:22:56 → 00:22:58สีรองพื้นเนาะคือประเด็นอันนึงก็คือว่า
00:22:58 → 00:23:00ครีมกันแดดอ่ะครับบ้านเราอ่ะพอสีขาววอก
00:23:00 → 00:23:02เราก็ใช้ยากแล้วบ้านเราเนี่ยความเข้มของ
00:23:02 → 00:23:05ผิวเนี่ยมันค่อนข้างมาเป็นสีแทนอ
00:23:05 → 00:23:07>> นะครับเพราะฉะนั้นเนี่ยการที่มีสีรองพื้น
00:23:07 → 00:23:09หน่อยเนี่ยทำให้การใช้ใช้ได้ง่ายขึ้นเยอม
00:23:09 → 00:23:12ใช้อันที่ 2 คือการปรับให้มีสีรองพื้น
00:23:12 → 00:23:15เนี่ยก็จะเป็นเรื่องเอ่อการใส่สารที่เรา
00:23:15 → 00:23:17เรียกว่าเป็นเ่ออนุพันธ์
00:23:17 → 00:23:19>> สนิมเหล็กหรือไออนออกไซด์นะครับซึ่งเราก็
00:23:19 → 00:23:22ทราบแล้วว่ามี 3 เฉดสีคือสีแดงสีดำสี
00:23:22 → 00:23:25เหลืองผสมไปผสมมาก็จะเป็นสกินโทนที่คน
00:23:25 → 00:23:27เอเชียใช้ง่ายเพราะฉะนั้นถ้าเกิดใช้ได้ผม
00:23:27 → 00:23:29ยังอยากให้ใช้อันที่เป็นสีรองพื้น
00:23:29 → 00:23:30>> อื
00:23:30 → 00:23:32>> แต่ว่าต้องดูให้ดีว่าไม่ใช่เป็นสีน้ำตาล
00:23:32 → 00:23:34สีแดงสีเหลืองที่เป็นสารละลายเราต้องการ
00:23:34 → 00:23:36ไออนอกไซด์อันนี้ประมาณ 2 ข้อมือ
00:23:36 → 00:23:39>> อ่ะให้ลองวัดด้วยตนเองลุ้น
00:23:39 → 00:23:41>> อาจารย์ผมจะให้อย่างนี้ใช่มั้ตักใช่มั้
00:23:41 → 00:23:41ครับ
00:23:41 → 00:23:44>> ตักเลยว่าถึงมั้ย
00:23:44 → 00:23:47>> นี่ขนาดขนาดผมบีบเห็นป่ะเนาะอันนี้น่าจะ
00:23:47 → 00:23:50ประมาณสัก 1 ใน 6 ป่ะ
00:23:50 → 00:23:53>> นะครับเพราะฉะนั้นเนี่ยทำไมผมถึงแนะนำว่า
00:23:53 → 00:23:58ให้ทา 2 ยี่ห้อหรือ 2 รุ่นเพราะว่าขณะที่
00:23:58 → 00:24:00เมื่อกี้เราคิดว่าเราทาเราบีบได้เยอะ
00:24:00 → 00:24:03ไดมเตอร์เยอะนะก็ยังได้ปริมาณที่อาจจะยัง
00:24:03 → 00:24:06ไม่ได้ถึงอย่างนี้ด้วยครับในการที่ครีม
00:24:06 → 00:24:08กันแดดเนี่ยเวลาเราตีเนี่ยบางทีเนื้อมัน
00:24:08 → 00:24:10จะมีการฟูเหมือนเราทำขนมทำมูสเพราะงั้น
00:24:10 → 00:24:12ปริมาณที่เรามองที่เมื่อกี้บอกว่าเราดู
00:24:12 → 00:24:14แล้วเนี่ยมันน่าจะได้แต่ปรากฏว่าพอเอา
00:24:14 → 00:24:15จริงๆแล้วมันอาจจะยังไม่ได้
00:24:15 → 00:24:16>> อื
00:24:16 → 00:24:17>> นะแล้วก็การที่เราทิ้งไว้สักพักนึงมันก็
00:24:18 → 00:24:21จะมีการอ่าทรุดของครีมเหมือนกันวัดผมว่า
00:24:21 → 00:24:24จะดีนะหรือทา
00:24:24 → 00:24:25>> หลายครั้งหน่อย
00:24:25 → 00:24:28>> อ่าใช่
00:24:28 → 00:24:31อยากลองอีกทีนึงมั้ยคะเอาแบบ 2 ข้อนิ้ว
00:24:31 → 00:24:36ให้มันได้ 1/4 ช้อนชา
00:24:36 → 00:24:40ซึ่งมันแบบเยอะอัศจรรย์อยู่นะจะได้มั้
00:24:40 → 00:24:42>> ปรากฏว่ารอบนี้ได้
00:24:42 → 00:24:43อ่าครึ่งข้อ
00:24:43 → 00:24:44>> รอบนี้เกิน
00:24:44 → 00:24:46>> จริงๆออันนี้ถือว่าเยอะนะครับถือว่าเยอะ
00:24:46 → 00:24:51บีบเยอะ
00:24:51 → 00:24:54อันนี้ก็น่าจะประมาณเกือบๆจะครึ่ง
00:24:54 → 00:24:55>> ครึ่งเองนะ
00:24:55 → 00:24:57>> เพราะว่าเพราะว่าครึ่งๆช้อนชา
00:24:57 → 00:24:57>> อื
00:24:58 → 00:24:59>> เพราะว่าอาจจะกลัวออนนี้ยังยังไม่ได้อีก
00:24:59 → 00:25:01>> อย่าอีกนิดนึงอีกนิดนึงจริงๆแล้วพอมัน
00:25:01 → 00:25:04เป็นแบบเนี้ยอ่ะโอมอยากpropพให้หมอผิว
00:25:04 → 00:25:07หนังอ่ะลองพิจารณาอีกครั้งนึงว่า 2 ข้อ
00:25:07 → 00:25:08นี้ของคุณน่ะยังจะแนะนำอย่างเดิมมาอยู่
00:25:09 → 00:25:09มั้ย
00:25:09 → 00:25:10>> คือจมยังคิดว่าเยอะใช่มั้ครับ
00:25:10 → 00:25:13>> มันน้อยเกินไปสำหรับแบบถ้าเกิดเราบอกว่า 2
00:25:13 → 00:25:15ข้อนิ้วมันอาจจะต้องเป็นแบบ
00:25:15 → 00:25:18>> 8 มั้ยหรือ 10
00:25:18 → 00:25:20>> อะไรอย่างเงี้ยครับแล้วก็ที่พูดนี่คือ
00:25:20 → 00:25:21เป็นค่าเฉลี่ยเฉลี่ยด้วยนะบางคนหน้าเล็ก
00:25:21 → 00:25:23หน้าใหญ่ไม่เหมือนกันอีกแล้วก็อย่างที่
00:25:23 → 00:25:25เราพูดว่าเราไม่ได้
00:25:25 → 00:25:27>> คอนเซิร์นเรื่องหูเลยไม่ได้คอนเซิร์น
00:25:27 → 00:25:30เรื่องคนที่ผมบางเลยหรือแม้กระทั่งคอที่
00:25:30 → 00:25:32เราจะเริ่มเห็นว่าตอนนี้คนเริ่มมีรอย
00:25:32 → 00:25:33เหี่ยวย่นตรงคอ
00:25:33 → 00:25:33>> อื
00:25:33 → 00:25:33>> เนาะ
00:25:34 → 00:25:36>> นะครับเพราะฉะนั้นก็จะเป็นอีกหนึ่งอันที่
00:25:36 → 00:25:39การทาคิงกระดได้ateเนี่ยก็จะมีความจำเป็น
00:25:39 → 00:25:42>> คราวนี้เนี่ยต่อมา 1 เหรียญ 10 เราก็มัก
00:25:42 → 00:25:46จะใช้กับครีมกันแดดที่มันเป็นลักษณะน้ำๆ
00:25:46 → 00:25:47>> แบบโลชั่นแบบ
00:25:47 → 00:25:49>> อารมณ์อะไรอย่างงี้เนาะที่แบบแล้วเราบีบ
00:25:49 → 00:25:50ออกมาแบบนี้
00:25:50 → 00:25:51>> อ่าเราจะมาลองดู 1
00:25:51 → 00:25:54>> เช่นเดียวกันเนาะการการทาครีมกันแดดอ่า 1
00:25:54 → 00:25:57ข้อนิ้วมือแบบfฟลuิดอ่ะอันนี้ใช้ยากใช้
00:25:57 → 00:25:57ยากมาก
00:25:57 → 00:25:58>> อ
00:25:58 → 00:26:00>> ถ้าไปดูคลิปอาจารย์อุ๋มอาจารย์อุ๋มใช้กับ
00:26:00 → 00:26:03หน้าเลยใช่มั้ยนะครับจริงๆอันนั้นก็เป็น
00:26:03 → 00:26:05ข้อดีคือลดการสูญเสียที่มันจะไปบนนิ้ว
00:26:05 → 00:26:07เนาะเพราะนิ้วเราก็จะมีร่องโน่นนี่นั่น
00:26:07 → 00:26:09เนาะแล้วก็การกระจายตัวนะครับแต่ว่าก็
00:26:09 → 00:26:12ต้องมือแม่นๆนะครับมือแม่นๆนะฮะ
00:26:12 → 00:26:15>> อุ๊ยแต่จริงๆแล้วอันนั้นคือวัดมานะคือล่า
00:26:15 → 00:26:20สุดเนี่ยอุมคือวัดประมาณ 8 ข้อนิ้วถึง 12
00:26:20 → 00:26:21ข้อนิ้ว
00:26:21 → 00:26:23>> ในการทาเลยอ่ะเพราะมันนั่นอ่ะไม่เป็นไร
00:26:23 → 00:26:26อ่ะลองดู 1 10 คือจริงๆผมครับไม่ได้ไม่
00:26:26 → 00:26:29ได้แนะนำเนาะว่าให้ทา 2 ข้อนิ้วมืออะไร
00:26:29 → 00:26:31ด้วยซ้ำเนขอให้ทั่ว
00:26:31 → 00:26:33แล้วเพราะว่าตัวเองก็บีบเยอะอยู่แล้วเนาะ
00:26:34 → 00:26:36แล้วอย่างที่บอกว่าบางทีเราทา 2 ครั้ง
00:26:36 → 00:26:38>> นะครับคือคือปัจจุบันเนี่ยทามอยสไรเซอร์
00:26:38 → 00:26:40น้อยลงเพราะครีมกันแดดหลายๆตัวมัน
00:26:40 → 00:26:42มีอยสเจอร์ที่ดีอยู่แล้วบางรุ่นมี
00:26:42 → 00:26:43แอนตี้ออกซidantอยู่แล้ว
00:26:43 → 00:26:45>> นะครับบางตัวมีตัวชะลอรอยเหี่ยวย่นอยู่
00:26:45 → 00:26:47แล้วมันก็คือ moisture moisture ก็คือ
00:26:47 → 00:26:50อะไรก็คือ active ในครีม best
00:26:50 → 00:26:50>> อือ
00:26:50 → 00:26:53>> ใช่มั้กันแดดก็คือ active ที่เป็น
00:26:53 → 00:26:55sunscreen ในครีม best
00:26:55 → 00:26:55>> อ๋อ
00:26:55 → 00:26:58>> แค่นั้นเองนะแล้วอยากจะใส่อะไรก็ใส่ลงไป
00:26:58 → 00:27:00นะฮะทีนี้แบบ fluid เนี่ย
00:27:00 → 00:27:02อ่าอย่างที่บอกว่าถ้าใช้ตรงข้อนิ้วมือ
00:27:02 → 00:27:04เนี่ยมันจะย้อยยาก
00:27:04 → 00:27:07>> ย้อยยากแล้วก็ถ้าผู้ชายเป็นประเภทช้า
00:27:08 → 00:27:10>> เดี๋มันก็จะกลายเป็นว่า 1 เหรียญบาทเนี่ย
00:27:10 → 00:27:12เกิดจากการยีเหมือนยีขนมเบื้อง
00:27:12 → 00:27:14>> ก็คือปริมาณไม่ได้เยอะพออีก
00:27:14 → 00:27:16>> เราจะมาขอลองวัดว่าเป็นเหรียญ 10
00:27:17 → 00:27:18>> เอาไหนเอาบนฝ่ามือเนาะ
00:27:18 → 00:27:21>> อ่าบนฝ่ามือแล้วเดี๋เราก็จะใช้ช้อนวัด
00:27:21 → 00:27:23อยู่เหมือนเดิมว่า
00:27:23 → 00:27:25>> อาจารย์อุ่มในคลิปของอาจารย์อุ่มเนี่ย
00:27:25 → 00:27:27เร็วมากนะอาจารย์เปิดขวดปปเปอร์ปึ๊บๆๆ
00:27:27 → 00:27:30แล้วก็ปึ๊บๆๆๆแล้วก็อันต่อไปล้วนใน
00:27:30 → 00:27:37กระเป๋า
00:27:37 → 00:27:37พอ
00:27:37 → 00:27:38>> อย่างนี้เยอะเนาะเยอะ
00:27:38 → 00:27:39>> อ่ะพอแล้วเหรอคะ
00:27:39 → 00:27:40>> พอแล้ว
00:27:40 → 00:27:40>> จริงหรอ
00:27:40 → 00:27:44>> อือฮึ
00:27:44 → 00:27:45>> จะได้หรอ
00:27:45 → 00:27:47>> หะได้มั้
00:27:47 → 00:27:48>> นั่นไงครึ่งนึง
00:27:48 → 00:27:49>> ครึ่งนาไง
00:27:49 → 00:27:50>> เออแต่ก็ได้ครึ่งนึงอยู่นะ
00:27:50 → 00:27:53>> คือผมว่ามันอยู่ที่ว่าพอถ้าเราบีบเร็วมัน
00:27:53 → 00:27:57ยังคงปริมาตรไม่กระจายเยอะเนาะนะครับผม
00:27:57 → 00:27:59ว่าคืออย่างเงี้ถึงบอกว่าบางครั้งเนี่ย
00:27:59 → 00:28:01การกะปริมาณเนี่ยอาจจะยากแต่ว่าถ้าเราดู
00:28:01 → 00:28:02ว่าถ้ามันทั่วหน้าแล้ว
00:28:03 → 00:28:03>> อื
00:28:03 → 00:28:05>> จะจะมีความสำคัญแล้วก็อีกอันนึงคือถ้าไม่
00:28:05 → 00:28:08แน่ใจการให้คนไข้ทารอบที่ 2 มันก็จะปิดgป
00:28:08 → 00:28:10ที่อาจจะน้อยเกินไปเยอะเกินไปไม่กลัว
00:28:10 → 00:28:13>> เพราะว่าคือถ้าไม่ได้เป็นคนที่เป็นเ่อผิว
00:28:13 → 00:28:15แพ้ง่ายนะครับเอ่ออันนั้นผมว่าทาเยอะไว้
00:28:15 → 00:28:18ก่อนดีกว่าเพราะว่าเอาจริงๆพวกเราก็ก็ทา
00:28:18 → 00:28:20ยากที่เราจะมาทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมงอ่ะ
00:28:20 → 00:28:23>> เหตุผลนึงที่ผมทาเยอะเพราะว่าไม่มีเวลาจะ
00:28:23 → 00:28:24มาทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง
00:28:24 → 00:28:26>> อย่าว่าแต่ 2 หรือ 4 ก็ไม่ได้ทาเช้ามา
00:28:26 → 00:28:28เติมเที่ยนยาก
00:28:28 → 00:28:30>> เนาะก็ก็ทาครั้งเดียวยกเว้นว่าวันที่เรา
00:28:30 → 00:28:32มี activity กลางแจ้งจริงๆ
00:28:32 → 00:28:32>> อื
00:28:32 → 00:28:33>> นะครับ
00:28:33 → 00:28:35>> แต่วันนี้ได้ความรู้ใหม่ที่อัศจรรย์อยู่
00:28:35 → 00:28:38อย่างนึงคืออ๋อเพิ่งรู้ว่าครีมกันแดดทุก
00:28:38 → 00:28:42ตัวทำเทสที่ 2 ช่โมงว่ามันเก่งอยู่ 2
00:28:42 → 00:28:44ช่โมงเกินนั้นนี่ไม่รู้เหมือนกันว่ามัน
00:28:44 → 00:28:44เก่งไม่เก่ง
00:28:44 → 00:28:47>> ใช่ใช่เอ่อเดี๋ยวนี้อ่ากันแดดบางรุ่น
00:28:47 → 00:28:49เนี่ยมีการฉายแสงถึง 24 ชมงแล้วก็ดูว่า
00:28:49 → 00:28:52ประสิทธิภาพลดลงด้วยด้วยซ้ำแต่เนื่องจาก
00:28:52 → 00:28:54ว่า recommendation ตอนนี้ที่เราพูดเนี่ย
00:28:54 → 00:28:56เราพูดกันถึงเรื่องแค่ 2 ชั่วโมงมันอาจจะ
00:28:56 → 00:28:58กันได้นานขึ้นนะเพราะว่าปัจจุบันเนี้ยเรา
00:28:58 → 00:28:59มีทั้ง physical sunscreen ที่ไม่ได้
00:28:59 → 00:29:02เสื่อมง่ายเรามีทั้งantioอกidantใส่เข้า
00:29:02 → 00:29:04ไปใน produ อาจจะนานกว่านั้น
00:29:04 → 00:29:06>> อาจจะนานกว่านั้นแต่ว่าเราก็เอาตาม
00:29:06 → 00:29:07มาตรฐานไว้ก่อน
00:29:08 → 00:29:08>> อือ
00:29:08 → 00:29:09>> นะครับ
00:29:09 → 00:29:11>> คำถามที่คุณถูกถามบ่อยมากเรื่องทาครีมไป
00:29:11 → 00:29:14แดด 2 ตัวเนี่ยทาด้วยกันแล้วมันทำให้อีก
00:29:14 → 00:29:15ตัวนึงอ่ะหมดฤทธิ์หรือเปล่า
00:29:15 → 00:29:18>> มีเป็นไปได้อันที่ 1 คือตั้งแต่แรกเลยคือ
00:29:18 → 00:29:19การทาครีมกันแดดอย่างที่บอกว่าเราต้องการ
00:29:19 → 00:29:22ฟิลม Former ที่ stable แต่ว่าถ้าเกิด
00:29:22 → 00:29:24ฟิลม Former ตัวแรกยังเซตไม่ดีเราเอารุ่น
00:29:24 → 00:29:26ที่ 2 นะครับเช่นเป็น physical เนี่ยซึ่ง
00:29:26 → 00:29:29มีความหยาบเนี่ยมันก็เหมือนสครับดีๆก็อาจ
00:29:29 → 00:29:31จะขูดฟิล์มให้หลุด
00:29:31 → 00:29:31>> อื
00:29:31 → 00:29:35>> นะครับอันที่ 1 อันที่ 2 เนี่ยอ่าตัวกัน
00:29:35 → 00:29:38แดดโดยเฉพาะตัวอ่าไทเทเนียมไดออกไซด์นะ
00:29:38 → 00:29:40ครับหรือว่าซิงคออกไซด์เนี่ยตัวเขาเอง
00:29:40 → 00:29:42เนี่ยปัจจุบันเนี่ยมันจะเป็นชนิดที่เรา
00:29:42 → 00:29:45เรียกว่าเป็นไมโครไนซหรือว่าnาโนไซก็คือ
00:29:45 → 00:29:47>> ตัวเล็กลง
00:29:47 → 00:29:48>> ยิ่งย่อยเเป็นตัวเล็กลงเนี่ยเขาจะเกิด
00:29:48 → 00:29:51ออกซิเดชได้ค่อนข้างง่ายเกิดออก stat ได้
00:29:51 → 00:29:52ง่าย
00:29:52 → 00:29:56>> เดี๋นะเดี๋นะฟังดูแล้วมันไม่ดีกับผิวสิ
00:29:56 → 00:29:56ถ้างั้น
00:29:56 → 00:29:59>> อเพราะฉะนั้นเนี่ยเนี่ยคือคือดีดีช่วงแรก
00:29:59 → 00:30:00>> ดีช่วงแรก
00:30:00 → 00:30:02>> แต่ถ้าเกิดเราไม่ได้ expose ก็เหมือนกับ
00:30:02 → 00:30:05เราทาออกซิเดชลงบนผิว
00:30:05 → 00:30:06>> ก็คือทำให้เราเหี่ยวกว่าเดิม
00:30:06 → 00:30:09>> อ่าแต่ว่าโอเคเนาะผิวเราก็อาจจะมันไม่ได้
00:30:09 → 00:30:10ซึมง่ายขนาดนั้น
00:30:10 → 00:30:12>> เพียงแต่เขาจะไปเกเรไอ้ครีมที่ทาก่อนหน้า
00:30:12 → 00:30:15นั้นเช่นครีมกันแดดที่เราทราบอยู่แล้วว่า
00:30:15 → 00:30:17ฤทธิ์ของเขาเนี่ยเขาต้องปกป้องโดยการลดลด
00:30:17 → 00:30:20การเกิดไอ้ทั้งหลายแหลกเขาก็จะไปทำลายไอ้
00:30:20 → 00:30:22ไอ้ครีมกันแดดก่อนหน้าเนี้ยให้หมดฤทธิ์
00:30:22 → 00:30:23ได้เร็วขึ้น
00:30:23 → 00:30:26>> อ๋อมันจะมีบางตัวที่ไม่ค่อย stable แปล
00:30:26 → 00:30:29ว่าตัวสารกระดเป็นโซนเป็นต้นเป็นโซนก็คือ
00:30:29 → 00:30:31เป็นคืออย่างงี้ที่เราทราบว่าตัว
00:30:31 → 00:30:33ไทเทนเียมไดออกไซด์หรือซออกไซด์เนี่ยจะ
00:30:33 → 00:30:37กัน UVA ได้เก่งพอโมเลกุลใหญ่เขาจะวอกเขา
00:30:37 → 00:30:39ก็จะมีการทำให้อนุภาคเล็กลงอย่างที่บอก
00:30:39 → 00:30:42ว่าเป็นไมโครไนหรือว่าnาโนไซเพราะเฤทธิ์
00:30:42 → 00:30:45ในการกันจะลดลงเช่นไทเทนเียมไออกไซด์พอ
00:30:45 → 00:30:48เป็นอ่าไมโครไนซหรือนาโนไซตเนี่ยฤทธิ์จะ
00:30:48 → 00:30:50ตกมาเป็นทาง UVB และ
00:30:50 → 00:30:50>> อื
00:30:51 → 00:30:52>> UVA กลับไม่เก่ง
00:30:52 → 00:30:52>> ออ
00:30:52 → 00:30:54>> กลับไม่เก่งแล้วก็ไม่ได้ฤทธิ์เป็นฤทธิ์
00:30:54 → 00:30:56รีฟลกหรือฤทธิ์สะท้อนนะเป็นฤทธิ์absorอ
00:30:56 → 00:30:58>> absorb เนาะเหมือนเหมือนเ่อ Tintage Sun
00:30:58 → 00:31:01Skinre บางรุ่นที่ปริมาณน้อยๆอ
00:31:01 → 00:31:03>> แต่เราเข้าใจผิดว่ามันคือตัวรีฟ
00:31:03 → 00:31:04>> อื
00:31:04 → 00:31:06>> ก็เลยกลายเป็นไปท้าทายแดด
00:31:06 → 00:31:06>> อ่า
00:31:06 → 00:31:09>> แล้วเช่นเดียวกันเนี่ยเขาเนี่ยมีความเป็น
00:31:09 → 00:31:12เอ่อเกิดอนุมูลอิสระได้เขาก็จะไปทำลาย AV
00:31:12 → 00:31:13เป็นซอนที่ไม่วอก
00:31:13 → 00:31:15>> ที่กัน UVA เก่ง
00:31:15 → 00:31:16>> ก็กลายเป็นว่า
00:31:16 → 00:31:18>> เสร็จเลยแต่พวกนี้มันมันเกิดระดับเอ่อ
00:31:18 → 00:31:20เล็กๆระดับโมเลกุลเรามองไม่เห็นด้วยตา
00:31:20 → 00:31:21เปล่า
00:31:21 → 00:31:24>> แต่เราเข้าใจผิดว่าเราทาครีมกันแดดแล้ว
00:31:24 → 00:31:27>> เราก็ยังใช้ activity กลางแจ้งเหมือนเดิม
00:31:27 → 00:31:30>> ก็เลยเกิดความหมองเลยเกิดฝ้าได้ตามสิ่ง
00:31:30 → 00:31:31ที่เรา expose
00:31:31 → 00:31:34>> เดี๋ยวนะเดี๋นะตอนเนี้ยประมวลผลว่าจริงๆ
00:31:34 → 00:31:36แล้วถ้าสมมุติว่าเราใช้ครีมกันแดดตัวไหน
00:31:36 → 00:31:39ตัวที่ 1 มีbenซoneเพราะฉะนั้นตัวที่ 2
00:31:39 → 00:31:42มันไม่ควรมีนาโนไซส์ไทเทเนียมไดออกไซด์
00:31:42 → 00:31:42ถูกต้องมั้คะ
00:31:42 → 00:31:45>> ถูกต้องแต่บังเอิญมนุษย์ก็รู้นัก
00:31:45 → 00:31:47วิทยาศาสตร์ก็รู้หรือแม้กระทั่งบริษัทที่
00:31:47 → 00:31:49เขาทำเรื่องคิปกันแดดเขาก็รู้ว่านี้คือ
00:31:49 → 00:31:52defix เขาก็เลยมีการเคลือบนาโนไซตตัว
00:31:53 → 00:31:55เนี้ยเราเรียกว่าเป็น surface treat
00:31:55 → 00:31:56หรือ
00:31:56 → 00:32:02อหรือไทumเราเรียกเป็นทำเช่นมีเอาซิมา
00:32:02 → 00:32:05โค้ดเอาซิลิโคนมามาโค้ดเอาแมกนีเซียมหรือ
00:32:05 → 00:32:08เอาอลูมิเนียมมาโค้ดทำให้พวกเลดการเกิด
00:32:08 → 00:32:11เอ่อออกative stress ทำให้เขาเนี่ยไม่
00:32:11 → 00:32:13ทำลายเอวเป็นโซน
00:32:13 → 00:32:14>> อยู่ด้วยกันได้
00:32:14 → 00:32:16>> ใช่แต่บังเอิญว่าเอ่อในข้างหลอดจะไม่ได้
00:32:16 → 00:32:18เขียนจะเขียนแค่nาโนไซideแต่ไม่ได้เขียน
00:32:18 → 00:32:20ว่า surface treated
00:32:20 → 00:32:22>> อ้าวแล้วเราจะรู้ได้ไงคราวนี้
00:32:22 → 00:32:23>> เอ้า
00:32:23 → 00:32:25>> เพราะฉะนั้นเนี่ยแต่ว่าถ้าเกิดเป็นอย่าง
00:32:25 → 00:32:27ความรู้อันเนี้ยมันเป็นความรู้ที่ถ้า
00:32:27 → 00:32:29บริษัทเครื่องสำอางระดับโลกเนี่ยเขาก็จะ
00:32:29 → 00:32:30รู้อยู่และ
00:32:30 → 00:32:30>> อื
00:32:30 → 00:32:32>> เพราะเขาก็ไม่อยากให้คนไข้ใช้แล้วก็ผิว
00:32:32 → 00:32:33แก่
00:32:33 → 00:32:33>> ถูก
00:32:33 → 00:32:35>> ครับคือบางทีเค้าเล่น aging ด้วยเพราะ
00:32:35 → 00:32:37เนี่ยปัจจุบันเท่าที่ผมดูเนี่ยก็มักจะ
00:32:37 → 00:32:39เป็นอันที่แบบเป็น surface treated หมด
00:32:39 → 00:32:41แล้วถ้าเกิดเป็นบริษัทใหญ่ๆนะ
00:32:41 → 00:32:42>> อื
00:32:42 → 00:32:43>> ครับ
00:32:43 → 00:32:44>> อแล้วเดี๋ยต้องไป
00:32:44 → 00:32:46>> เราต้องไปดูอันนี้ต้องไปดูหรือต้องถาม
00:32:46 → 00:32:48ต้องถามบริษัทเลยว่าของเขาเนี่ยเป็น
00:32:48 → 00:32:50surface treated มั้ย
00:32:50 → 00:32:53>> ถ้าเราเอามา mix กันแล้วมันไม่มี ben
00:32:53 → 00:32:55zone เลยสักหลอดอะไรอย่างเงี้ยก็ถือว่า
00:32:55 → 00:32:56โอเค
00:32:56 → 00:32:57>> คืออย่างงี้คืออย่างงี้เขาอาจจะไม่ได้
00:32:57 → 00:33:00ทำลายแต่เอเป็นโซนเพราะว่าเเคือการเกิด
00:33:00 → 00:33:01ฟรีrดtical
00:33:01 → 00:33:01>> ออใช่
00:33:01 → 00:33:03>> เนี่ยเราก็กลัว
00:33:03 → 00:33:05>> ก็มันก็จะทำให้ chemical sunscreen
00:33:05 → 00:33:06เนี่ยดรอปลงเร็วขึ้น
00:33:06 → 00:33:07>> เพราะฉะนั้นเพราะฉะนั้นเนี่ยบางครั้ง
00:33:07 → 00:33:10เนี่ยครีมกันแดดบางรุ่นเขาก็เลยบอกว่า
00:33:10 → 00:33:13อย่าไปใช้ปนกับยี่ห้ออื่นให้ใช้ของเค้าไป
00:33:13 → 00:33:15เลยอย่างเดียวเพราะว่าส่วนใหญ่เขาก็จะเทส
00:33:15 → 00:33:16มาแล้วะ
00:33:16 → 00:33:17>> นะครับอย่างเช่นอย่างของ US เนี่ยบางที
00:33:17 → 00:33:20กำหนดเลยด้วยซ้ำว่าต้องอยู่ได้ 3 ปีคำว่า
00:33:20 → 00:33:213 ปีก็คือว่า
00:33:21 → 00:33:24>> ในวันสุดท้ายของที่กำหนดปีที่ศาล
00:33:24 → 00:33:28ประสิทธิภาพต้องยังคงอยู่ไม่น้อยกว่า 90%
00:33:28 → 00:33:30คือให้สลายตัวได้แค่ 10%
00:33:30 → 00:33:34>> โอ้แสดงว่ามาตรฐานของครีมแดดของเขาจะดี
00:33:34 → 00:33:34มาก
00:33:34 → 00:33:37>> ใช่พอดีของ US เขาจัดว่าเป็นยา
00:33:37 → 00:33:39>> ีกดเจัดว่าเป็นยาเก็เลยต้องมีregูช
00:33:39 → 00:33:41>> แต่ถ้าเกิดเครื่องสำอางเนี่ยบางทีเราไม่
00:33:41 → 00:33:43ได้คือเครื่องสำอางเนื่องจากมันไม่มี
00:33:43 → 00:33:45ฤทธิ์มันก็เลยไม่ต้องมี efficacy อะไร
00:33:45 → 00:33:45>> อื
00:33:45 → 00:33:48>> แต่กันแดดมันดันเป็นเกรยโซนเป็นลูกครึ่ง
00:33:48 → 00:33:50>> ว่าคุณจะตกเป็นยาที่มี efficacy หรือคุณ
00:33:51 → 00:33:51แค่
00:33:51 → 00:33:53>> ฉาบแค่ปก
00:33:53 → 00:33:56อ๋อถ้าอย่างงั้นเราก็แอบมาถามเลยแล้วกัน
00:33:56 → 00:34:00ว่าครีมกันแดดในแต่ละประเทศเนี่ยregูช
00:34:00 → 00:34:02อเมริกานี่คือเป็นยาเลยแล้วประเทศอื่นๆ
00:34:02 → 00:34:02ล่ะ
00:34:02 → 00:34:05>> ถ้าเราแบ่งเนี่ยเราแบ่งเ่อตัวเขี้ยวๆเนาะ
00:34:05 → 00:34:10ก็คือจะมีทางยุโรป EU นะครับเ่อที่จะเป็น
00:34:10 → 00:34:13อยู่ 1 ค่ายทางอเมริกามีอยู่ 1 ค่ายแล้ว
00:34:13 → 00:34:14ก็เอเชีย
00:34:14 → 00:34:14>> อื
00:34:14 → 00:34:16>> นะครับแล้วก็จะมีตอนหลังที่มีเด่นขึ้นมา
00:34:16 → 00:34:18คือออสเตรเลียเพราะออสเตรเลียเนี่ยดัน
00:34:18 → 00:34:19เป็นคนผิวขาวไปอยู่เยอะอ
00:34:20 → 00:34:22>> แล้วก็ expose เยอะแล้วก็เกิดเรื่องเยอะ
00:34:22 → 00:34:24นะครับถ้าแบ่งก็ยังเป็น 2 ค่ายหลักๆคือ
00:34:24 → 00:34:28ทางด้าน EU แล้วก็อเมริกานะครับเอเชียจะ
00:34:29 → 00:34:30ยังอ้างอิง EU
00:34:30 → 00:34:30>> อื
00:34:31 → 00:34:33>> EU หลายประเทศกว่าการส่งออกการเอาไปขาย
00:34:33 → 00:34:35ที่เค้าเนี่ยเาค้าก็จะเป็นregulูชที่
00:34:35 → 00:34:36คล้ายๆกัน
00:34:36 → 00:34:36>> อื
00:34:36 → 00:34:38>> เพราะฉะนั้นเนี่ยก็ให้ดู 2 อันเป็นหลักนะ
00:34:38 → 00:34:41ครับถ้าเกิดดูเรื่องความทันสมัยเนี่ยก็
00:34:41 → 00:34:43คือสารที่กันแดดได้เนี่ยของ EU เนี่ยตอน
00:34:43 → 00:34:46เนี้ยเท่าที่มีอนุญาตให้ใช้ได้ได้ประมาณ
00:34:46 → 00:34:47สัก 33 ตัว
00:34:47 → 00:34:48>> อื
00:34:48 → 00:34:50>> นะครับบางตัวก็เพิ่งปรับเมื่อปี 2 ปีนี้
00:34:50 → 00:34:53มีการเพิ่มเข้าไปให้อืจัดว่าเป็นเครื่อง
00:34:53 → 00:34:54สำอางอ
00:34:54 → 00:34:57>> นะครับทางอเมริกาเนี่ยตอนเนี้ผ่านมาตัว
00:34:57 → 00:35:00สุดท้ายเนี่ยก่อนปี 2000 ด้วยซ้ำ
00:35:00 → 00:35:01>> โอห
00:35:01 → 00:35:01>> มี 16 ตัว
00:35:01 → 00:35:02>> คือโบราณมาก
00:35:02 → 00:35:05>> คือโบราณมาก 16 ตัวนะครับจะมีบางรุ่นนะ
00:35:05 → 00:35:08ครับของบางแบรนด์นะครับเอ่อขออนุญาตไม่
00:35:08 → 00:35:10ไม่ไม่เอ่ยชื่อแบรนด์เนาะก็อาจจะได้
00:35:10 → 00:35:13approve เป็นหลอดเป็น finish product
00:35:13 → 00:35:15เลยในปี 2000 ต้นๆ
00:35:15 → 00:35:15>> อื
00:35:15 → 00:35:18>> นะครับก็คือกลุ่มพวกเ maxil XL
00:35:18 → 00:35:18>> อื
00:35:18 → 00:35:21>> นะครับแต่ว่าถ้าเกิดดูเ่อ 16 UV Filter
00:35:21 → 00:35:23เนี่ยของอเมริกาก็เลยคุยกันง่ายนะครับ
00:35:23 → 00:35:25เพราะว่าให้ใส่สารได้ไม่กี่ตัว
00:35:25 → 00:35:26>> อ๋อ
00:35:26 → 00:35:28>> นะครับแล้วก็อเมริกาก็จะเน้นเรื่อง SPF
00:35:28 → 00:35:31ไม่เน้นเรื่องเอ่อ UVA
00:35:31 → 00:35:31>> อื
00:35:31 → 00:35:33>> เพราะเคกลัวเรื่องมะเร็งผิวหนัง
00:35:33 → 00:35:33>> อ๋อคือ
00:35:33 → 00:35:35>> เค้าไม่กลัวเรื่องความแทนเอยากแทน
00:35:35 → 00:35:36>> อยากแทน
00:35:36 → 00:35:38>> อยากแทนจนขนาดที่ว่ายอมไปอาบแดดแล้วก็
00:35:38 → 00:35:40มะเร็งผิวหนังไม่กลัวด้วยซ้ำหรือไปใช้ที่
00:35:40 → 00:35:43ที่เราเรียนกันก็คือเรื่องไอ้หลอดไฟหรือ
00:35:43 → 00:35:45ตู้อบเห็นมั้ฮะเพราะเไม่กลัวเลยเพราะเา
00:35:45 → 00:35:48อยากแทนเก็เลยเน้นเรื่องเอ่อ UBB เป็น
00:35:48 → 00:35:49หลัก
00:35:49 → 00:35:49>> อ๋อ
00:35:49 → 00:35:52>> สารการแดดก็เลยจะเป็นเรื่องเรื่องเอ่อกัน
00:35:52 → 00:35:53UVB เป็นหลักอาจจะมี EV เป็นโซนที่โผล่
00:35:53 → 00:35:56เข้ามากับไทเทเนียมสิ่งที่ที่กันได้เพราะ
00:35:56 → 00:35:59ฉะนั้นพอดู regulation เนี่ย 2 โซนเนี่ย
00:35:59 → 00:36:01เอ่อเนื่องจากว่าเวลาเราทำขายเนี่ยไอ้ไอ้
00:36:01 → 00:36:043 ไอ้ 16 ตัวอยู่ในของ EU เรียบร้อย
00:36:04 → 00:36:06>> เพราะฉะนั้นเนี่ยก็เลยของไทยก็เลยยึดทาง
00:36:06 → 00:36:07EU เป็นหลัก
00:36:07 → 00:36:08>> ก็คือเป็นเรื่องของสารที่ใช้ได้
00:36:08 → 00:36:09>> ใช่
00:36:09 → 00:36:12>> แล้วก็อมาตรฐานของ Finishing Product
00:36:12 → 00:36:15ล่ะว่าเอ้ยหลังจากที่ทำมาเสร็จแล้วจะต้อง
00:36:15 → 00:36:19ผ่านการทดสอบอะไรหรือว่าความคงตัวของมัน
00:36:19 → 00:36:22อะไรอย่างเงี้ยค่ะคือถ้าเป็นอ่าเราดู
00:36:22 → 00:36:25เรื่องมาตรฐานก่อนเนาะคือในการทดสอบอ่ะ
00:36:25 → 00:36:27ครับว่าสมมุติว่าเราจะไปเคมว่า SF เท่า
00:36:27 → 00:36:29ไหร่เนี่ยเราอยากรู้ SF เท่าไหร่หรือค่า
00:36:29 → 00:36:32กันเ่อ UVA ได้เท่าไหร่เนี่ยมันต้องมีการ
00:36:32 → 00:36:34พูดเป็นภาษาเดียวกันถ้าเอาง่ายๆเหมือนโรง
00:36:35 → 00:36:37งานเลยก็คือมีคำว่า ISO โผล่เข้ามา
00:36:37 → 00:36:38>> อื
00:36:38 → 00:36:40>> ISO นี่เป็นอีกหนึ่ง regulation ที่เอา
00:36:40 → 00:36:42มาทดสอบครีมกันแดด
00:36:42 → 00:36:42>> อ๋อ
00:36:42 → 00:36:45>> นะครับอย่างเช่น UBB ก็จะ ISO บอกตัวเลข
00:36:45 → 00:36:49ได้ด้วยนะเช่น 4 4 อ
00:36:49 → 00:36:49>> โอโอ
00:36:49 → 00:36:52>> นะครับอันเนี้ยคือเป็นมาตรฐานในการทดสอบ
00:36:52 → 00:36:54UVB
00:36:54 → 00:36:57>> อ๋อ 2 4 4 2
00:36:57 → 00:36:57>> อื
00:36:57 → 00:37:00>> นะครับเป็น UVA
00:37:00 → 00:37:01>> อ๋อ
00:37:01 → 00:37:03>> นะครับอ่าพวกนี้มี Invivo
00:37:03 → 00:37:09>> นะครับต้องมี Inv 4 3 เป็น UVA ที่เป็น
00:37:09 → 00:37:12Invitro นะครับเอ่อคือถ้าเป็น EU เนี่ย
00:37:12 → 00:37:14เนื่องจากว่าเา้าเมีการกำหนดว่าถ้ายึดตาม
00:37:14 → 00:37:16ISO ต้องมี Invivo
00:37:17 → 00:37:17>> บังคับ
00:37:17 → 00:37:20>> บังคับบังคับเอ่อเอ่อในเมืองไทยถามว่า
00:37:20 → 00:37:22บังคับมั้ยถ้าไม่เคลมไม่เป็นไร
00:37:22 → 00:37:23>> หึ
00:37:23 → 00:37:24>> ถ้าคุณไม่เคลม
00:37:24 → 00:37:25>> ไม่เคลมพี่
00:37:25 → 00:37:26>> ไม่คำว่าไม่เคลมคือสมมุติสมมติว่าเราเรา
00:37:26 → 00:37:30เคว่า STF เนาะ STF 50 โอเคเราใช้เป็น
00:37:30 → 00:37:31invitro ได้
00:37:32 → 00:37:33>> SPF 50 บอันนี้ invitro ได้
00:37:33 → 00:37:36>> inv ได้แต่ถ้าเกิดคุณจะส่ง EU ปุ๊บ
00:37:36 → 00:37:37regulation จะมาละ
00:37:37 → 00:37:41>> ถึงแม้เป็น SPF 50 บก็ยังต้องมี invito
00:37:41 → 00:37:41ด้วย
00:37:41 → 00:37:43>> ใช่ invito ต้องมีอยู่แล้วเพราะ invit
00:37:43 → 00:37:45วัดง่ายก็คือทาไปบนเพดเนาะแล้วก็วัดแสง
00:37:45 → 00:37:48ที่ผ่านแต่ถ้าเกิดอ่าจะไปยุโรปต้องมีอิน
00:37:48 → 00:37:49วิโวด้วย
00:37:49 → 00:37:52>> อ๋องั้นทำไมเราจึงเห็นว่าเฮ้ยกันแดดที่
00:37:53 → 00:37:55เราสั่งบางโรงงานทำกับของนอกทำไมของนอก
00:37:55 → 00:37:58มันดูกันได้ดีกว่า
00:37:58 → 00:37:59>> อื
00:37:59 → 00:38:00>> อะไรอย่างเงี้ยเพราะว่าเขาก็มีการเทสมา
00:38:00 → 00:38:01แล้วระดับนึง
00:38:01 → 00:38:02>> อ๋อ
00:38:02 → 00:38:06>> นะครับอันที่ 2 ก็คือว่าถ้าเราจะเคลม
00:38:06 → 00:38:09เรื่อง PA ก็ต้องมีการวัด ISO
00:38:09 → 00:38:12>> เหมือนกันอีกอ 1 ถ้าจะดูก็คือดูแบรนด์นะ
00:38:12 → 00:38:13ครับถ้าแบรนด์ใหญ่แบรนด์ระดับโลกเนี่ยโดย
00:38:14 → 00:38:15ทั่วไปผมก็จะสบายใจหน่อย
00:38:16 → 00:38:18>> นะครับหรือถ้าแบรนดไทยก็เป็นแบรนด์ที่มี
00:38:18 → 00:38:21เลขอย.พอดีของไทยเนี่ยเ่อคิงกันดายังใช้
00:38:21 → 00:38:24ว่าเป็นเครื่องสำอางควบคุมเนาะเราจะไม่
00:38:24 → 00:38:26ได้เรียกว่าเป็นเลขอย.ทีเดียแต่เราเรา
00:38:26 → 00:38:27เรียกว่าเป็นเลขจดแจ้ง
00:38:27 → 00:38:27>> อ๋อ
00:38:27 → 00:38:30>> คือไปไปบอกว่าฉันจะขายแล้วถ้าเกิดเรื่อง
00:38:30 → 00:38:33อะไรไปโอเวอร์มอะไรเดี๋จะได้มาแทรกได้
00:38:33 → 00:38:34>> อื
00:38:34 → 00:38:37ก็คือแปลว่าถ้าเกิดเป็นครีมกันแดดค่าย
00:38:37 → 00:38:40ยุโรปเนี่ยบังคับ invivo invitro แต่ถ้า
00:38:40 → 00:38:43ในเมืองไทยเองเป็นแค่ invitro ก็โอเคก็
00:38:43 → 00:38:44ยังครับ
00:38:44 → 00:38:46>> อดีทลกว่านั้นอีกแล้วมันจำเป็นเหรอ
00:38:46 → 00:38:46invvivo
00:38:46 → 00:38:48>> คือถามว่าจำเป็นมั้ยอย่างที่บอกว่ากันแดด
00:38:49 → 00:38:52คือแผ่นเนี่ยแล้วก็การเอาครีมกันแดดมาทา
00:38:52 → 00:38:54ขนาดเมื่อกี้ที่เราบีบเองอ่ะครับมันยัง
00:38:54 → 00:38:57บีบก็ไม่ไม่สเสมอเนาะที่เขาคำนวณว่า 2
00:38:57 → 00:39:00มิลกรัมต่อ 1 ตรางเซมในการบีบเนี่ยมันมัน
00:39:00 → 00:39:03ก็จะมีการใช้นิ้วมือเช่นนิ้วมือใส่ถุงถุง
00:39:03 → 00:39:06มือยางตัดแล้วก็มาเกลี่ยบางทีบางมุมเนี่ย
00:39:06 → 00:39:07ได้เยอะบางมุมบาง
00:39:07 → 00:39:08>> อ
00:39:08 → 00:39:08>> อื
00:39:08 → 00:39:10>> ปัจจุบันเป็นหุ่นยนต์ด้วยซ้ำ
00:39:10 → 00:39:10>> อื
00:39:10 → 00:39:13>> เพราะฉะนั้นเนี่ยแล้ววัดเนี่ยอ่าที่ผมลอง
00:39:13 → 00:39:16วัดเองเนี่ยบางทีก็ SF แกว่งมากบางที 80
00:39:16 → 00:39:17บางที 15
00:39:17 → 00:39:19>> อะไรใช่ทีนี้
00:39:19 → 00:39:21>> ในขวดเดียวกันมือคนเดียวกันด้วยกัน
00:39:22 → 00:39:24>> แล้วก็ใช้ปลิวเป็ดบีบด้วย
00:39:24 → 00:39:27>> นะ
00:39:27 → 00:39:29ที่ดมัน
00:39:29 → 00:39:33ที่พอบ่ในจริงๆมันเป็นอย่างไร
00:39:33 → 00:39:34>> คือการใช้งานจริง
00:39:34 → 00:39:36>> การใช้งานจริงแต่ว่ามันก็ยุ่งยากเนาะ
00:39:36 → 00:39:38เพราะว่าตาม ISO ก็จะต้องมีอาสาสมัครเข้า
00:39:38 → 00:39:40มาเช่น 10-20 คน
00:39:40 → 00:39:43>> นะครับก็โดยไปก็ 12 ถ้าเกิดเราจะดูว่าอ่า
00:39:43 → 00:39:46จำนวน n เนี่ยที่ที่พอเหมาะที่จะคำนวณทาง
00:39:46 → 00:39:47สถิติได้
00:39:47 → 00:39:50>> นะครับแล้วก็มานั่งฉายๆอย่างเงี้ยครับ
00:39:50 → 00:39:51>> ครับแล้วก็จะมี error บ้างกันมาถึงต้อง
00:39:51 → 00:39:54เป็นค่าเฉลียวคือไม่ได้ง่ายนะอถ้าทำแล้ว
00:39:54 → 00:39:58มันก็จะโอโอเคออกมาแนวทางเดียวกันเลยก็จบ
00:39:58 → 00:40:00ศูนย์นั้นต้องได้รับ certify อ
00:40:00 → 00:40:01>> อื
00:40:01 → 00:40:02>> นะครับ
00:40:02 → 00:40:05>> เหมือนกับว่าจริงๆแล้วอ่ะค่ะไม่ว่าจะเป็น
00:40:05 → 00:40:07ตัวครีมสกินแคร์อื่นๆหรือว่าครีมกันแดด
00:40:07 → 00:40:09เนี่ยมันก็จะมีอีกหนึ่งความสำคัญเนาะ
00:40:09 → 00:40:12ระหว่างการเทส invitro คือเทส laap กับ
00:40:12 → 00:40:15เทสที่ผิวคนเพราะว่าผิวคนเนี่ยจะมีปัจจัย
00:40:15 → 00:40:20อื่นๆเข้ามาไม่ว่าจะเป็นพีของผิวหรืออะไร
00:40:20 → 00:40:20อย่างงี้ด้วย
00:40:20 → 00:40:23>> แล้วรู้มั้ยที่น่าสนใจอะไรคำว่า invivo
00:40:23 → 00:40:26ใน ISO เนี่ยกำหนดแม้กระทั่งว่า Type ของ
00:40:26 → 00:40:27ผู้เป็นอาสาสมัคร
00:40:27 → 00:40:28>> อื
00:40:28 → 00:40:31>> อ้าผมก็คือเนื่องจากว่าเราทำ invitro
00:40:31 → 00:40:33เยอะเพราะเรามีเครื่องมือก็แค่ทาลงไปแล้ว
00:40:33 → 00:40:36ในเพดเราก็เสียบเข้าไปแล้วดูแสงผ่านปรากฏ
00:40:36 → 00:40:40ว่าใน UBB กำหนดว่าสกิน type 1 2 และ 3
00:40:40 → 00:40:41>> อ้าเราจะไปหา
00:40:41 → 00:40:43>> เท่านั้นเพราะฉะนั้นเนี่ยผมถึงว่าอาจจะ
00:40:43 → 00:40:46เป็นอีกอันนึงในกรณีที่คนไทยเนี่ยเขาถึง
00:40:46 → 00:40:48ไม่ได้regูateเรื่อง
00:40:48 → 00:40:48>> Invivo
00:40:48 → 00:40:50>> invivo มาก
00:40:50 → 00:40:55>> ขณะที่พอพอ UVA อ่ะนะเป็นกำหนด 1 2 4
00:40:55 → 00:40:57เพราะว่าเผื่อให้ดำได้เพราะว่าบางที 1 2
00:40:57 → 00:40:58ดำไม่มาก
00:40:58 → 00:40:59>> อื
00:40:59 → 00:41:01>> อเไม่เไม่มี persistent เอ่อ pigment
00:41:01 → 00:41:03darkening เหมือนคนที่ skin type เข้มๆ
00:41:03 → 00:41:06เพราะฉะนั้น invivo เนี่ยยังค่อนข้างยาก
00:41:06 → 00:41:08เพราะฉะนั้นต้องระมัดระวังว่าในการที่ไป
00:41:08 → 00:41:10บอกว่าส่งตรวจแล้วส่งตรวจแล้วเนี่ยไปดู
00:41:10 → 00:41:13ว่าขั้นตอนการทำเนี่ยมันได้ตามที่กำหนด
00:41:13 → 00:41:14หรือเปล่า
00:41:14 → 00:41:15>> อ๋อ
00:41:15 → 00:41:17>> เพราะผิวเข้มมันก็อาจจะไม่ดำก็ได้เพราะ
00:41:17 → 00:41:19มันเข้มอยู่แล้วแล้วการแปรผลเราก็จะจะดู
00:41:19 → 00:41:21ยากอยู่แล้วอย่างเงี้ยครับ
00:41:21 → 00:41:26>> อ๋ออ๋อหูเดี๋ยวนะอันนี้คือเป็นอันนี้คือ
00:41:26 → 00:41:29เป็นประโยชน์กับอุ่มมากเลยนะเพราะว่า
00:41:29 → 00:41:32>> คือเล็งอยากได้ครีมกันแดดของตัวเองมานาน
00:41:32 → 00:41:37แต่ว่าก็ยังไม่ทำเพราะว่ารู้สึกว่ามัน
00:41:37 → 00:41:40>> การที่จะทำที่มันดีๆอ่ะค่อนข้างยากแต่
00:41:40 → 00:41:43ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ยก็เลยแสดงว่าแบรนด์
00:41:43 → 00:41:46ไหนก็ตามถ้าสมมุติว่าจะทำ Invivo เราก็จะ
00:41:46 → 00:41:49ต้องไปหาแลAPที่เขาทำตาม ISO ถูกต้อง
00:41:49 → 00:41:50>> ตามนั้น
00:41:50 → 00:41:53>> บังเอิญว่าเอ่อทั้งของ EU เาดันอ้างอิง
00:41:53 → 00:41:55ญี่ปุ่นก็อ้างอิง ISO ตัวนี้
00:41:55 → 00:41:56>> อันเดียวกัน
00:41:56 → 00:42:00>> อ่าตัวเลขนี้เลยนะครับ 2444
00:42:00 → 00:42:04นะครับของ UVB นะครับ UVA ก็ 244 2
00:42:04 → 00:42:06>> หรือ 3 นะครับแล้วแต่ Invival Invital
00:42:06 → 00:42:09นะครับถ้าเราดูเนี่ยอย่างที่บอกว่าแลบมี
00:42:09 → 00:42:13ความสำคัญแต่ถ้าอาจารย์ปุ๋มเริ่มมันก็จะ
00:42:13 → 00:42:15เป็นข้อดีคือว่าเราจะได้มีองค์ความรู้ตรง
00:42:15 → 00:42:16นี้
00:42:16 → 00:42:18>> แล้วเดี๋เราอาจจะต้องมา validate เนื่อง
00:42:18 → 00:42:21จากว่าคนกำหนด ISO ก็ต่างชาติเนาะแต่ถ้า
00:42:21 → 00:42:23เกิดเราเราสามารถเอามาอิงในคนเอเชียได้ก็
00:42:23 → 00:42:26อาจจะมีอีก 1 ISO ที่ของคนเอเชียออกมา
00:42:26 → 00:42:29>> อ๋อแยกออกมาความจริงน่าจะเป็นประโยชน์
00:42:29 → 00:42:29ด้วยเนาะ
00:42:29 → 00:42:31>> ครับคืออย่างเกาหลีญี่ปุ่นเขาก็ดันอ้าง
00:42:31 → 00:42:33อิงตัวนี้เพราะว่าเขาก็ผิวขาวของที่คิด
00:42:33 → 00:42:36ว่าเขายังหาคนสกิน type นั้นพอได้ก็คือ
00:42:36 → 00:42:38สกิน type 3 หรือ 4 เขาหาได้ง่าย
00:42:38 → 00:42:41>> อืเป็นอย่างนี้นี่เองความจริงข้อมูลตรงเ
00:42:41 → 00:42:43เป็นประโยชน์มากเนาะโดยเฉพาะแบรนด์ไทย
00:42:43 → 00:42:46แบรนด์ไหนที่อยากจะทำและให้คุณภาพแบบทัด
00:42:46 → 00:42:48เทียมกับยุโรปไปเลย
00:42:48 → 00:42:50>> อีกหนึ่งคำถามที่อาจารย์อุ่มถามถามเรื่อง
00:42:50 → 00:42:52อายุ
00:42:52 → 00:42:55>> คือคือปกติเครื่องสำอางเนี่ยเราเราไม่ได้
00:42:55 → 00:42:57มีกำหนดว่าจะต้องมีฤทธิ์
00:42:57 → 00:42:57>> อื
00:42:57 → 00:42:59>> แต่ว่าเครื่องสำอางมีเรื่องคำว่าsaฟety
00:42:59 → 00:43:01คือความปลอดภัยแต่ว่าพอครีมกันแดดหรือ
00:43:01 → 00:43:03สมัยก่อนเราเรียกว่ายากันแดดเนี่ยมันจะ
00:43:03 → 00:43:05ต้องมี efficacy ขึ้นมานะครับครีมกันแดด
00:43:05 → 00:43:07เนี่ยก็จะมีการพูดถึงนะครับ
00:43:07 → 00:43:10>> ก็จะเลียนแบบยาก็คือยาเนี่ยถ้าหมดอายุเรา
00:43:10 → 00:43:12จะตัดที่หายไป 10%
00:43:12 → 00:43:13>> อ๋อ
00:43:13 → 00:43:15>> เหลือ 90% เรารับไม่ได้แล้วนะเอ้ยโทษ
00:43:15 → 00:43:17เหลือ 90 ยังรับได้แต่เหลือ 89 รับไม่ได้
00:43:17 → 00:43:19แล้วจะต้องเรียกว่า expire หรือหมดอายุ
00:43:19 → 00:43:20แล้วอ๋อ
00:43:20 → 00:43:21>> เพราะฉะนั้นเนี่ยกันแดดก็เลยเป็นอีกหนึ่ง
00:43:21 → 00:43:24เรื่องว่าถ้าจะใช้เขาทั้งทีก็ต้องเลือก
00:43:24 → 00:43:26ของที่มีคุณภาพหน่อย
00:43:26 → 00:43:29>> อืแล้วที่แบบมีเ้าเรียกถึงแม้ว่าเฟ life
00:43:29 → 00:43:32มันแบบใกล้หมดอายุแต่ว่ามันก็ยังมีฤทธิ์
00:43:32 → 00:43:32ได้
00:43:32 → 00:43:34>> เพราะฉะนั้นอีกอันนึงอ่ะซื้อครีมกันแดด
00:43:34 → 00:43:36อย่าซื้อทีนึงเยอะๆ
00:43:36 → 00:43:37>> ออ
00:43:37 → 00:43:40>> ซื้อทีละรุ่นแล้วรีบใช้ให้หมดไปทีละรุ่น
00:43:40 → 00:43:40>> ทีละหลอด
00:43:40 → 00:43:43>> ทีละหลอดเพราะว่าบางคนเนี่ยไปเที่ยว
00:43:43 → 00:43:45อาจารย์อุ๋มบอกว่าไปเที่ยวยุโรปทีนึง
00:43:45 → 00:43:47อาจารย์อุ๋มก็จะไปช้อปกันแดดมามาเก็บๆไว้
00:43:47 → 00:43:50แต่ว่าต้องระวังอันนึงก็คือว่าเราไม่รู้
00:43:50 → 00:43:52หรอกว่าคำว่า expire หรือว่าใกล้หมดอายุ 3
00:43:52 → 00:43:54ปีเนี่ยเาผลิตในโรงงานมาแล้วกี่วันกี่
00:43:54 → 00:43:57เดือนก่อนที่เขาจะมาเลเวลตรงนี้ได้
00:43:57 → 00:43:57>> อื
00:43:57 → 00:43:59>> เพราะฉะนั้นเนี่ยก็อย่างที่บอกว่ารีบซื้อ
00:43:59 → 00:44:02แล้วก็ใช้ทีละรุ่นจนเมื่อเจอกับรุ่นที่
00:44:02 → 00:44:04เรายอมใช้ทุกวันได้ก็โอเคะก็ยึดติดกับ
00:44:04 → 00:44:07รุ่นนั้นแล้วถ้าเกิดกลับว่าอ้อฉันใช้หมด 1
00:44:07 → 00:44:10ไซส์ 1 หลอดบีบเท่านี้หมดภายใน 2-3 เดือน
00:44:10 → 00:44:11อันนั้นจะซื้อเยอะก็ไม่เป็นไรเพราะว่าบาง
00:44:11 → 00:44:15รุ่นอาจจะไม่ได้มีอ่าหาหาไม่ได้ในใน
00:44:15 → 00:44:17ประเทศเราแต่จริงๆแล้วเราสามารถคำนวณได้
00:44:17 → 00:44:21ง่ายๆเนาะว่า 1 วันเราต้องใช้ 1 ml
00:44:21 → 00:44:21>> ครับ
00:44:21 → 00:44:24>> ประมาณนั้น 1 กรัมคือ 1 ml ก็ถ้าขวดนึง
00:44:24 → 00:44:2730 ml ก็แปลว่าใช้ได้แค่เดือนเดียวถ้า
00:44:27 → 00:44:29เราทาไป 2 เดือนก็แปลว่าตอนนี้เรากำลังทา
00:44:29 → 00:44:30แค่ 50% อยู่นะ
00:44:31 → 00:44:33>> อ่าอันนี้อันนี้ดีอันนี้ดีการเ่อควบคุม
00:44:33 → 00:44:36ด้วยว่าเราใช้กันแดดได้ตามปริมาณที่ควรจะ
00:44:36 → 00:44:37ทาหรือเปล่า
00:44:37 → 00:44:39>> ใช่ถ้าเกิดเราสลับไปสลับมาเราก็จะไม่รู้
00:44:39 → 00:44:40ตัวครับ
00:44:40 → 00:44:41>> อื
00:44:41 → 00:44:42>> เก็บยังไง
00:44:42 → 00:44:43>> อ่า
00:44:43 → 00:44:44>> ซื้อมาเยอะแช่เย็น
00:44:44 → 00:44:46>> เฮ้ยเอออันนี้น่าสนใจ
00:44:46 → 00:44:47>> ใช่มั้เราชอบแช่เครื่องสำอางไว้ในตู้เย็น
00:44:47 → 00:44:48อื
00:44:48 → 00:44:49>> เหรอเชอบกันหรอ
00:44:49 → 00:44:51>> ส่วนใหญ่เราเราวิตามินซีหรือว่าผลไม้เรา
00:44:51 → 00:44:53ซื้อมาเรากวนเสียเร็วเราก็จะแช่ตู้เย็น
00:44:53 → 00:44:55ใช่ป่ะแต่ทีนี้เนี่ยคือคิงกันแดดเป็นครีม
00:44:55 → 00:44:58อีก 1 อันที่เตรียมยากกวนยากนะครับบางที
00:44:58 → 00:45:00เราไม่ได้ใช้ว่าเป็น emotion ด้วยซ้ำเรา
00:45:00 → 00:45:02ใช้ว่าเป็น suspension
00:45:02 → 00:45:04>> ก็คือเป็นสารตกตะกอนเหมือนแป้งน้ำ
00:45:04 → 00:45:04>> อื
00:45:04 → 00:45:07>> นะครับเอ่อพระมงกุฎมีแป้งน้ำป่ะ
00:45:07 → 00:45:08>> แโรชั
00:45:08 → 00:45:10>> เราใช้สูตรเดียวกันกับซีละ
00:45:10 → 00:45:12>> อ่าเนาะซึ่งเราจะเห็นว่าขยับแป๊บนึงหลัก
00:45:12 → 00:45:15แบบไม่ถึงไม่กี่วินาทีก็ตกแยกชั้นละเรา
00:45:15 → 00:45:17แล้วเราก็ไม่รู้อันไหนคือโซเวentอันไหน
00:45:17 → 00:45:18คือ active
00:45:18 → 00:45:18>> อื
00:45:18 → 00:45:20>> เพราะฉะนั้นเนี่ยกันแดดเ้าก็จะเป็นอันนึง
00:45:20 → 00:45:23ที่เขาใช้เทคโนโลยีในการทำเช่นเขาจะมีตัว
00:45:23 → 00:45:25ปั่นความเร็วสูง
00:45:25 → 00:45:28>> หรือมีสารที่ช่วยเพิ่มความแขนอ่าแขวนลอย
00:45:28 → 00:45:28>> อื
00:45:28 → 00:45:30>> นะครับหรือว่ามีการกำหนดไว้แล้วว่าถ้า
00:45:30 → 00:45:33เกิดตามเชฟ 3 ปีจะไม่ไม่แยกช้าหรือมีลูก
00:45:33 → 00:45:35เหล็กให้เขย่าหน่อยอ่า
00:45:35 → 00:45:37>> แต่บางครั้งเนี่ยไอ้บางรุ่นที่ไม่ได้มี
00:45:37 → 00:45:40ตัวช่วยเขย่าอ่ะครับพอเราไปแช่เย็นปุ๊บ
00:45:40 → 00:45:42มันจะมีการแยกเฟสได้ง่ายขึ้น
00:45:42 → 00:45:43>> อ๋อ
00:45:43 → 00:45:46>> ทีเนี้ยไม่รู้แล้วอันไหน active อันไหน
00:45:46 → 00:45:47เป็นsolวent
00:45:47 → 00:45:49ทาโซเว่นเยอะก็อาจจะระคายเคือง
00:45:49 → 00:45:50>> อ
00:45:50 → 00:45:52>> นะครับแคtiveก็ไปตกอยู่ที่ก้นแล้วก็เข้า
00:45:52 → 00:45:55ใจว่าวันเนี้ยฉันทากันแดดแล้วก็ไปออกแดด
00:45:55 → 00:45:57ก็หน้าหมอเพราะฉะนั้นเนี่ยกันแดด
00:45:57 → 00:45:59>> รีบใช้ให้หมดแล้วก็ไม่จำเป็นต้องอย่าไป
00:45:59 → 00:46:00แช่เย็น
00:46:00 → 00:46:02>> อ๋อใช่ๆทุกวันนี้เขาจะมีเป็นแบบตู้เย็น
00:46:03 → 00:46:05เล็กๆสำหรับใส่สกินแคร์โดยเฉพาะคือครีม
00:46:05 → 00:46:08กันแดดไม่ควรอยู่ในนั้นแน่นอน
00:46:08 → 00:46:09>> อ่าเพราะว่ามันจะทำให้เกิดการแยกชั้น
00:46:09 → 00:46:10>> ใช่
00:46:10 → 00:46:12>> แค่นั้นเองเนาะแค่นั้นเองเนาะเพียงแต่ว่า
00:46:12 → 00:46:14โอเคบางตัวเนี่ยเช่นแอนตี้ออกซิดนเนี่ย
00:46:14 → 00:46:16ยิ่งยิ่งร้อนยิ่งเสื่อมจริงอันนี้จริงแต่
00:46:16 → 00:46:18ว่าเนื่องจากว่าเราต้องการฤทธิ์กันแดดอ่ะ
00:46:18 → 00:46:21แอนกอกซันเดี๋เราไปทาขั้นตอนอื่นมาทากลาง
00:46:21 → 00:46:24คืนก็ยังได้ครับมีคำถามมาเหมือนกันหลัง
00:46:24 → 00:46:27ไมค์ว่าอ้าแล้วถ้าเกิดบ้านเขาร้อนน่ะไม่
00:46:27 → 00:46:29ได้มีแอร์แล้วอย่างงี้ทำยังไง
00:46:29 → 00:46:31>> จริงๆร้อนผมกลับไม่กลัวมากอุณหภูมิถ้า
00:46:31 → 00:46:34เย็นๆตลอดไม่เป็นไรถ้าร้อนตลอดร้อนแล้วก็
00:46:34 → 00:46:37ร้อนตลอดไม่เป็นไรแต่ว่าในการที่เดี๋ยว
00:46:37 → 00:46:38ร้อนเดี๋ยวเย็นอันเนี้ยไม่ดี
00:46:38 → 00:46:41>> นะครับอย่างอย่างเช่นบอกว่าเราเราทดสอบ
00:46:41 → 00:46:43เ่อการดูว่ายาหมดอายุเนี่ยเราจริงๆเราไม่
00:46:43 → 00:46:45ได้เก็บไว้ 3 ปีแล้วเรามาดูว่ามันแยกชัด
00:46:45 → 00:46:47หรือเปล่าเราจะใช้การเร่งอ
00:46:47 → 00:46:48>> อ๋อ
00:46:48 → 00:46:51>> นะครับเร่งก็คือว่าไว้ในร้อนจำนวนชั่วโมง
00:46:51 → 00:46:53ชั่วโมงนึงแล้วก็เย็นจำนวนชั่วโมงชั่วโมง
00:46:53 → 00:46:56นึงสลับไปสลับมาสัก 3 รอบ 3 ไซเคิลพวกนี้
00:46:56 → 00:46:58มันจะเป็นการเร่งให้ของมันแยกชั้น
00:46:58 → 00:46:58>> อ
00:46:58 → 00:47:01>> ถ้าผ่านไปได้ยังไม่แยกแสดงว่าครีมคุณ
00:47:01 → 00:47:02เนี่ยทน
00:47:02 → 00:47:03>> อื
00:47:03 → 00:47:05>> แต่ถ้าเกิดร้อนๆตลอดไม่เป็นไรเย็นๆตลอด
00:47:05 → 00:47:06ไม่เป็นไร
00:47:06 → 00:47:06>> อื
00:47:06 → 00:47:08>> แต่อย่าร้อนอย่าเย็นเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็น
00:47:08 → 00:47:10อันเนี้ยจะเร่งอันนี้รวมถึงครีมบำรุงตัว
00:47:10 → 00:47:12อื่นด้วยเหมือนกันถ้าคิดว่าจะแช่เย็นก็
00:47:12 → 00:47:14แช่เย็นรีบออกมาใช้
00:47:14 → 00:47:17>> คือใช้เสร็จปุ๊บรีบเก็บเลยทันทีอย่างเงี้
00:47:17 → 00:47:17จะดี
00:47:17 → 00:47:19>> อย่าเอามาแบบ
00:47:19 → 00:47:22>> อ้าวางไว้ตอนเช้าแล้วก็เดี๋ยวกลางคืนเดี๋
00:47:22 → 00:47:23ค่อยกลับมาเก็บอย่างเงี้ยไม่ดี
00:47:23 → 00:47:24>> ไม่ได้ครับ
00:47:24 → 00:47:27>> อ๋อโอเคนี้ก็เป็น practical point อัน
00:47:27 → 00:47:29นึงนะของหลายๆคนเพราะก็เชื่อว่าหลายคนอาจ
00:47:29 → 00:47:32จะมีตู้เย็นอยู่ชั้นล่างแล้วก็นอนชั้นบน
00:47:32 → 00:47:35>> ก็คือเอามาทาตอนกลางคืนแล้วก็ทิ้งไว้ใน
00:47:35 → 00:47:37ห้องนอนทาตอนเช้าแล้วค่อยเอาลงไปเก็บ
00:47:37 → 00:47:38เงี้ยไม่ได้
00:47:38 → 00:47:40>> คือต้องยืนหน้าตู้เย็นเลย
00:47:40 → 00:47:41>> ฉันจะต้องมีกระจกอยู่ที่ตู้เย็น
00:47:41 → 00:47:42>> หรือมีตู้เย็นอีก 1 อันข้างบน
00:47:42 → 00:47:43>> ออ
00:47:43 → 00:47:48>> ไซส์เล็กคิดอยู่เหมือนกัน
00:47:48 → 00:47:50>> อันเนี้ยก็เป็นอีกอันนึงที่อุมก็หลังๆ
00:47:50 → 00:47:52เนี่ยมาเน้นเหมือนกันว่าครีมกันแดดอ่ะคุณ
00:47:52 → 00:47:54ต้องเขย่าขวดก่อนใช้เสมอ
00:47:54 → 00:47:57>> แน่นอนครับอย่างที่บอกว่าเราชอบ water in
00:47:57 → 00:47:58oil oil in water เนาะคือถ้าเกิดข้าง
00:47:58 → 00:48:02นอกเป็นน้ำมันจะไม่ไม่เหนียวไม่เหนียวมาก
00:48:02 → 00:48:03เนื้อไม่หนักมากเพราะฉะนั้นเนี่ยยังไงก็
00:48:03 → 00:48:06ตามกันแดดถ้ามันชอบน้ำมันมันจะอยู่เฟสน้ำ
00:48:06 → 00:48:07มันเสมอ
00:48:07 → 00:48:09>> ถ้ามันชอบน้ำมันจะอยู่ในเฟดน้ำเสมอนะครับ
00:48:09 → 00:48:11เพราะฉะนั้นเนี่ยการเขย่าจะทำให้มันกลาย
00:48:11 → 00:48:13เป็นอีemotชัคือมีทั้งเฟอันลูกเล็กลูก
00:48:13 → 00:48:16ใหญ่แล้วก็ได้ฤทธิ์ทั้ง 2 อันถ้าเขย่าไม่
00:48:16 → 00:48:19ดีเดี๋เราจะได้เฟสเดียวที่น่ากลัวคือได้
00:48:19 → 00:48:20เฟสน้ำ
00:48:20 → 00:48:21>> เพราะประกันแดดส่วนใหญ่เนี่ยมันไม่ได้
00:48:21 → 00:48:22อยู่ในเฟสน้ำ
00:48:23 → 00:48:23>> อื
00:48:23 → 00:48:25>> นะครับแต่แอนกซิดจะอยู่ในเฟสน้ำเป็นหลัก
00:48:26 → 00:48:26>> อ๋อ
00:48:26 → 00:48:28>> อ่าก็อาจจะได้ฤทธิ์จากตรงนั้นไปแต่ว่าพอ
00:48:28 → 00:48:31ไอ้ตัวใกล้ๆหมดขวดอาจจะได้จากเฟสน้ำมัน
00:48:31 → 00:48:32>> อะไรอย่างเงี้ยครับ
00:48:33 → 00:48:34>> อ่า
00:48:34 → 00:48:37ขอความรู้เทคนิคในเรื่องของการทาครีมกัน
00:48:37 → 00:48:40แดดซ้ำระหว่างวันคะว่าควรทายังไงหรือว่า
00:48:40 → 00:48:42แม้กระทั่งปัจจุบันมันก็มีแบบสติกมีแบบ
00:48:42 → 00:48:44สเปรย์อะไรอย่างเงี้ยค่ะครับสารกันแดด
00:48:44 → 00:48:47เนี่ยมีหลายรูปแบบนะครับตั้งแต่Powดอ
00:48:47 → 00:48:50เหมือนที่เราเรียนฟอร์มเลยนะครับpowดอก็
00:48:50 → 00:48:51คือแป้ง
00:48:51 → 00:48:53>> แป้งอย่างเดียวเช่นแป้งเด็กเงี้ยเนาะมัน
00:48:53 → 00:48:55ก็จะมีทั้งเท้าค่ำมีทั้งไทเทาเนียมปนอยู่
00:48:55 → 00:48:58หน่อยนึงพวกเนี้ย SF ก็ประมาณ 2-4 และ
00:48:58 → 00:48:58>> อื
00:48:59 → 00:49:00>> นะครับเพียงแต่ว่าเขาไม่เกาะผิว
00:49:00 → 00:49:01>> อ๋อเออ
00:49:01 → 00:49:03>> แล้วก็ทาอย่างงี้ก็ตามเนี่ยถ้าจะให้กัน
00:49:03 → 00:49:04ได้ขนาดนั้นมันต้องวอก
00:49:04 → 00:49:05>> ทาหนา
00:49:05 → 00:49:07>> ทาหนาเนาะแล้วก็ไม่เกาะผิวอยู่ดี
00:49:07 → 00:49:09>> เพราะฉะนั้นเนี่ยตัวนี้ก็จะไม่ค่อยได้ใช้
00:49:09 → 00:49:12แต่ว่าบางครั้งเนี่ยพาวเดอร์อ่ะที่เป็นผง
00:49:12 → 00:49:14เนาะถ้าเอามาอัด
00:49:14 → 00:49:15ก็จะกลายเป็น
00:49:15 → 00:49:15>> แป้งอัดแข็ง
00:49:15 → 00:49:18>> ตลับอันเนี้ยได้ประโยชน์เพราะว่าผู้หญิง
00:49:18 → 00:49:20เนี่ยบางทีไม่สามารถมาทาครีมระหว่างวัน
00:49:20 → 00:49:22ได้แต่ว่าผมเห็นผู้หญิงตบแป้งระหว่างวัน
00:49:22 → 00:49:22ได้
00:49:22 → 00:49:23>> อื
00:49:23 → 00:49:25>> นะครับแล้วก็การที่หน้าเขามีเหงื่อมีน้ำ
00:49:25 → 00:49:27มันอย่างเงี้ยจริงๆมันทำให้แป้งเนี่ยติด
00:49:27 → 00:49:30ได้แต่ต้องระมัดระวังก็คือว่าอ
00:49:30 → 00:49:33>> ถ้าเป็นรุ่นที่ไม่ได้ทนน้ำทนเหงื่อการที่
00:49:33 → 00:49:35ทรัพย์เนี่ยดับสังคมเพราะว่าบางทีพัฟ
00:49:35 → 00:49:37เนี่ยอาจจะไปแย่งกันแดดให้หลุดออกมาได้
00:49:37 → 00:49:38ง่ายขึ้น
00:49:38 → 00:49:39>> อื
00:49:39 → 00:49:40>> นะครับนะเพราะฉะนั้นการเติมแป้งต้องระมัด
00:49:40 → 00:49:42ระวังแต่ถ้าเกิดเราอยู่ในออฟฟิศเป็นหลัก
00:49:42 → 00:49:43ไม่เป็น
00:49:43 → 00:49:45เติมไปเถอะเพราะว่ารังสีก็ไม่ได้แรงอะไร
00:49:45 → 00:49:47มากขอสวยไว้ก่อนให้ตัวเองมั่นใจไว้ก่อน
00:49:48 → 00:49:49>> อ่าก็คือสามารถทำได้
00:49:49 → 00:49:51>> ครับรูปแบบที่ 2 ก็คือรูปแบบที่เราเรียก
00:49:51 → 00:49:53ว่าเป็นเ่ออีemชัซึ่งอาจจะเป็นโลชั่น
00:49:53 → 00:49:54เนื้อเหลว
00:49:54 → 00:49:57>> นะครับหรือว่าเป็นเนื้อครีมเนื้อหนัก
00:49:57 → 00:50:00>> ถ้าโลชั่นก็ยังเหลวแล้วก็สามารถเกลี่ยพอ
00:50:00 → 00:50:03พอได้สามารถเติมระหว่างวันพอได้เพราะว่า
00:50:03 → 00:50:05เนื้อไม่ได้หนักมากการเสียดสีการลากไม่
00:50:05 → 00:50:07ได้เยอะแต่ครีมเนี่ยจะเริ่มยากละเพราะ
00:50:07 → 00:50:09เนื้อครีมบางทีมีเรื่องความหนักมีเรื่อง
00:50:09 → 00:50:10ความเหนียวนะครับ
00:50:10 → 00:50:12>> เอ่อการที่เเป็นเนื้อหนักเนี่ยเนี่ยอาจจะ
00:50:12 → 00:50:15เกิดจากการที่เ้ามีออยเยอะนะครับหรือมี
00:50:15 → 00:50:18ตัวเราเรียกว่าเป็น agent หรือว่าสารที่
00:50:18 → 00:50:20เพิ่มเนื้อซึ่งพวกเนี้ยทั้ง 2 อันเนี้ยมี
00:50:20 → 00:50:23โอกาสที่จะกลายเป็น cleansing milk แล้ว
00:50:23 → 00:50:27ก็ไปรับเอากันแดดที่เราทาไปก่อนนั้นหลุด
00:50:27 → 00:50:29>> เพราะฉะนั้นเนี่ยผู้หญิงก็เลยมักจะไม่ใช้
00:50:29 → 00:50:31ครีมกันแดดลงซ้ำระหว่างวันและ
00:50:31 → 00:50:33>> อหรือไงหรือว่ามันก็ไม่เป็นไรหรือเปล่า
00:50:33 → 00:50:34เพราะว่าก็ได้อันใหม่
00:50:34 → 00:50:37>> อ่าอย่างี้ก็ได้ถ้าเกิดเราทาเป็นถ้าเรา
00:50:37 → 00:50:39คิดว่าเยอะๆ
00:50:39 → 00:50:41>> ใช่ใช่อย่างงั้นก็ได้อย่างงั้นก็ยิ่งดี
00:50:41 → 00:50:43เลยนะยิ่งดีเลยเพราะเป็นการทากันแดดรุ่น
00:50:43 → 00:50:46ใหม่ที่ยังไม่เจอ ST อะไรเงี้กลายเป็นออก
00:50:47 → 00:50:47ได้ดี
00:50:47 → 00:50:50>> อืเหมือนเชตอนเช้าใหม่เลย
00:50:50 → 00:50:51>> ใช่นะ
00:50:51 → 00:50:54>> อ่าอันถัดมาก็คือรูปแบบที่เป็นอ่าเคลียร์
00:50:54 → 00:50:58หน่อยก็คือเช่นอ่าอ่าน้ำใสอยู่ในรูปแบบ
00:50:58 → 00:51:01สเปรย์แบบพ่นหรือแบบโฟมแบบโฟมก็ยังมี
00:51:01 → 00:51:04สปรย์ก็คือ Air in Solution นะครับส่วน
00:51:04 → 00:51:06โฟมก็คือจะเป็น Air in emotion
00:51:06 → 00:51:07>> อื
00:51:07 → 00:51:10>> นะครับอ่าทีนี้ทั้ง 2 อันเนี้ยข้อเสียอัน
00:51:10 → 00:51:12นึงคือเราไม่รู้ปริมาณที่แท้จริงคือเท่า
00:51:12 → 00:51:12ไหร่
00:51:12 → 00:51:14>> เพราะว่าหน้าที่ของสเปรย์คือการให้ฟุ้ง
00:51:14 → 00:51:18กระจายแล้วก็ดูได้กว้างๆแต่areียมันเยอะ
00:51:18 → 00:51:19มาก
00:51:19 → 00:51:19>> อื
00:51:19 → 00:51:22>> นะครับอย่างอย่าในใน American Academy
00:51:22 → 00:51:24of Dermatology ไม่ได้แนะนำให้ใช้
00:51:24 → 00:51:25สเปรย์ด้วยซ้ำ
00:51:25 → 00:51:25>> อ
00:51:25 → 00:51:27>> ไม่ได้ไม่ได้แนะนำให้ใช้สเปรย์โดยเฉพาะใน
00:51:27 → 00:51:28เด็ก
00:51:28 → 00:51:30>> ยกเว้นว่าเด็กไม่ยอมทาจริงๆการใช้สเปรย์
00:51:30 → 00:51:32ดีกว่าไม่ใช้เลยแต่ก็ต้องระวังเรื่อง inh
00:51:32 → 00:51:34inhalation คือการหายใจเข้า
00:51:34 → 00:51:34>> อื
00:51:34 → 00:51:37>> นะครับแล้วก็สเปรย์แล้วยังควรจะต้องรับ
00:51:37 → 00:51:40นิดนึงด้วยเพื่อให้มันอ่ายูนิฟอร์มให้ได้
00:51:40 → 00:51:42ทั่วส
00:51:42 → 00:51:44>> ปริมาณเยอะหรือถ้าจะให้ดีคือต้องสเปรย์
00:51:44 → 00:51:45ใส่มือก่อนแล้วก็
00:51:45 → 00:51:46>> อ่ะอย่างงั้นยิ่งดีเลยอย่างงั้นยิ่งดีเลย
00:51:46 → 00:51:49นะครับแต่ทีเนี้ยพอที่หน้าเนื่องจากว่า
00:51:49 → 00:51:51เรารู้ว่าสารกันแดดอาจจะเสื่อมเมื่อเวลา
00:51:51 → 00:51:54ผ่านไปการพ่นเพื่อเป็นจังหรือการเสื่อม
00:51:54 → 00:51:56เข้าไปอย่างี้โอเคเพราะว่าอันเก่าก็ยังพอ
00:51:56 → 00:51:58มีอยู่บ้างนะครับแล้วก็มีอันใหม่เพิ่ม
00:51:58 → 00:51:59เข้าไปอ
00:51:59 → 00:52:02>> ทีนี้รูปแบบถัดมาคือรูปแบบที่ทำให้อemชั
00:52:02 → 00:52:03แข็งขึ้นมา
00:52:03 → 00:52:05>> ใส่สารก่อเนื้อหรือว่าใส่คล้ายๆกับ
00:52:05 → 00:52:08โพลิเมอร์ที่แข็งกลายเป็นคล้ายๆกับสติก
00:52:08 → 00:52:08>> อื
00:52:08 → 00:52:12>> อันเนี้ยต้องระวังว่าถ้าสติ๊กแข็งเกินไป
00:52:12 → 00:52:14มือเราต้องรีด
00:52:14 → 00:52:14>> ใช่ๆ
00:52:14 → 00:52:16>> พอรีดปุ๊บฟิล์มฟอร์มก็อาจจะหลุด
00:52:16 → 00:52:18>> ใช่อันเดิมก็คือหลุดออกมาแป้งเปิ้
00:52:18 → 00:52:19>> แล้วอันใหม่ก็ไม่รู้จะออกมาได้ง่ายหรือ
00:52:19 → 00:52:21เปล่าเพราะบางครั้งเนี่ยมันรักฟิล์มของ
00:52:21 → 00:52:22มันเอง
00:52:22 → 00:52:24>> มันรักก้อนของมันเองไม่มันก็อาจจะเป็น
00:52:24 → 00:52:27เอ่อขุขะุขะเพราะเรามองไม่ได้เห็นชัดเจน
00:52:27 → 00:52:29>> นะครับอันนี้เพราะฉะนั้นเนี่ยสติกก็
00:52:29 → 00:52:31เหมือนกันอ่าถ้าผมแนะนำผมยังชอบแบบที่
00:52:31 → 00:52:33เป็นเอ่อโลชั่นหรืออมชัที่เกลี่ยง่ายมาก
00:52:33 → 00:52:35กว่าเพราะเรายังพอมองเห็น
00:52:35 → 00:52:38>> เป็นน้ำหน่อยแล้วก็แล้วก็ปริมาณด้วยขาว
00:52:38 → 00:52:41เนี่ยชอบมากเพราะว่ามองเห็นง่ายนะครับรู้
00:52:41 → 00:52:42ว่าทาตรงไหนละครับ
00:52:42 → 00:52:44>> อ๋อใช่
00:52:44 → 00:52:46>> ก็ก็น่าจะอ่าประมาณนี้อ้อจะมีอีกอันนึงก็
00:52:46 → 00:52:49คือรูปแบบที่เป็นเอ่อมันมันมีพาวเดอร์ที่
00:52:49 → 00:52:53เป็นแบบผงเนาะแล้วก็มีพาวเดอร์คล้ายๆกับ
00:52:53 → 00:52:56กึ่งคล้ายๆกับสติกผสมกับพาวเดอร์ที่เป็น
00:52:56 → 00:52:58เหมือนเป็นแป้งอัดแข็งแบบแท่งอ่ะอันนี้ก็
00:52:58 → 00:53:00ต้องระวังเรื่องการที่ไปขูด
00:53:00 → 00:53:00>> อื
00:53:00 → 00:53:02>> แล้วก็ทำให้หลุด
00:53:02 → 00:53:04>> งั้นทุกอย่างก็คือถ้าจะเติมขอให้เบามือ
00:53:04 → 00:53:05>> อ่า
00:53:05 → 00:53:07>> ยกเว้นว่าเรามั่นใจว่าของที่เราเติมเนี่ย
00:53:07 → 00:53:08เราเติมได้เยอะ
00:53:08 → 00:53:10>> อ่าอ่าถ้าเติมเยอะก็ไม่ต้องกังวลเหมือนทา
00:53:10 → 00:53:11อันใหม่ครับ
00:53:11 → 00:53:14>> อ่ะปัจจุบันเนี่ยก็มีจริงๆแล้วก็มีหลายๆ
00:53:14 → 00:53:16อันเนาะสำหรับส่วนตัวเราก็ชอบเหมือนกันนะ
00:53:16 → 00:53:20คะก็คือเป็นลักษณะเนื้อโลชั่นเป็น mil
00:53:20 → 00:53:23น้ำอะไรเงี้ยมันก็จะเกลี่ยได้ง่าย
00:53:23 → 00:53:25>> อ่าแล้วก็มีเทคนิคมั้คะหรือเราก็เอามือ
00:53:25 → 00:53:26เราก็ได้
00:53:26 → 00:53:27>> จริงๆ
00:53:27 → 00:53:28>> แล้วก็แต่งหน้าใหม่
00:53:28 → 00:53:30>> คือถ้าใช้มือเนี่ยข้อดีคือว่ามันเกลียด
00:53:30 → 00:53:31ได้ง่าย
00:53:31 → 00:53:32>> แต่ว่าผู้หญิงอาจจะมีความรู้สึกว่าการใช้
00:53:33 → 00:53:35บลัชหรือว่าใช้อุปกรณ์เนี่ยมันทำให้อาจจะ
00:53:35 → 00:53:38ไปได้ไกลได้ทุกซอกหรือเปล่าเพราะตัวเองก็
00:53:38 → 00:53:40ไม่ได้แต่งหน้าเนาะก็เลยไม่รู้ว่าอุปกรณ์
00:53:40 → 00:53:42พวกนี้แต่ว่าเราจะเห็นว่าเป็นลูกเล่นของ
00:53:42 → 00:53:45เมอัที่เจะต้องมีอุปกรณ์ที่เสริมที่ทำให้
00:53:45 → 00:53:47มันติดได้ดีแล้วก็เกลี่ยได้สม่ำเสมอมาก
00:53:47 → 00:53:48ขึ้น
00:53:48 → 00:53:49>> อื
00:53:49 → 00:53:51>> อาจารย์อุ๋มเคยเคยแพลนที่จะต้องใช้เป็น
00:53:51 → 00:53:53บรัชมาทากันแดดมั้ย
00:53:53 → 00:53:56>> ได้ลองและบังเอิญว่ามันมีกันแดดรุ่นนึง
00:53:56 → 00:53:58ที่เขา้าแบบเคลมว่าสำหรับ
00:53:58 → 00:54:00>> ใช้เติมระหว่างวันโดยเฉพาะอะไรอย่างเงี้ย
00:54:00 → 00:54:03ค่ะก็มาเป็นเนื้อน้ำๆเนี่ยแหละแล้วก็ได้
00:54:03 → 00:54:05ลองใช้บัช
00:54:05 → 00:54:08>> ก็แฮปปี้กับมันนะคือตอนแรกก็กังวลเหมือน
00:54:08 → 00:54:10กันว่าไอ้การที่เราเอาปาดเนี่ยมันจะเอา
00:54:10 → 00:54:13แป้งเอาบัชอนอะไรเงี้ยออกมาปรากฏว่าเออ
00:54:13 → 00:54:15ไม่ใช่
00:54:15 → 00:54:19>> แล้วก็พอทาๆเสร็จปุ๊บเราก็ลองเอาทิชชู่
00:54:19 → 00:54:21อ่ะไปซับดูว่ามันเอา
00:54:21 → 00:54:23>> สีเนื้อของรองพื้นเราออกมาหรือเปล่า
00:54:23 → 00:54:25>> ก็นิดเดียว
00:54:25 → 00:54:26>> ก็เลยแบบเออ
00:54:26 → 00:54:28>> ก็อาจจะเป็นอีกเวนึงที่
00:54:28 → 00:54:31>> ที่น่าสนใจที่น่าสนใจเนาะโดยเฉพาะกันแดด
00:54:31 → 00:54:33บางรุ่นที่เป็นสีรองพื้น
00:54:33 → 00:54:33>> อื
00:54:33 → 00:54:33>> เนาะ
00:54:34 → 00:54:36>> คืออีกอันนึงก็คืออ่าที่ตัวเองไม่ได้ทำ
00:54:36 → 00:54:38แล้วเพราะกันแดดคือกันแดดราคาแพง
00:54:38 → 00:54:41พอแพงปุ๊บเราต้องใช้แบบอ่าคล้ายๆประหยัด
00:54:41 → 00:54:44หน่อยนึงยังยังมีความกลัวว่าพอใช้พวกแปลง
00:54:44 → 00:54:47พวกอะไรเนี่ยมันจะไปอยู่ในแปลงหมดแต่ว่า
00:54:47 → 00:54:49อาจจะเป็นแปลงเดี๋ยวนี้แปลงรุ่นใหม่หรือ
00:54:49 → 00:54:51เปล่าครับเไม่ดูดครับใช่มั้ครับเดี๋ยวนี้
00:54:51 → 00:54:53ดูดมันก็ดูดเหมือนกันนะคะก็คือเวลาที่ใช้
00:54:53 → 00:54:56อ่ะก็ต้องบีบครีมกันแดดออกมาเยอะกว่าปกติ
00:54:56 → 00:54:57อ
00:54:57 → 00:54:59>> นิดนึงเพราะว่าเผื่อมันจะไปอยู่ในแปร
00:54:59 → 00:55:01>> แต่ว่าหลังจากที่แบบปาดทุกอย่างเสร็จหมด
00:55:01 → 00:55:03แล้วแล้วเราก็เอาทิชชู่แบบพยายามรูดดูว่า
00:55:04 → 00:55:06มันเยอะมั้ก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้นน่าสนใจ
00:55:06 → 00:55:09>> แต่เนื้อเนืเนื้อแปลงเนี่ยต้องแน่นหมาย
00:55:09 → 00:55:10ถึงขนนะคะแน่นมาก
00:55:10 → 00:55:12>> ก็มาแชร์กันเพราะว่ากันแดดผมว่าก็จะเป็น
00:55:12 → 00:55:15อีกหนึ่งอันที่ทำให้เราประสบความสำเร็จใน
00:55:15 → 00:55:18การดูแลผิวของคนไข้เนาะทั้งที่คนไข้ที่
00:55:18 → 00:55:21เป็นโรคเช่นโรคแพ้แสงเองหรือว่าคนไข้ที่
00:55:21 → 00:55:23หลังทำหัตการบางอย่างที่ผิวเขาจะ
00:55:23 → 00:55:24sensitive ค่อนข้างมาก
00:55:24 → 00:55:25>> อื
00:55:25 → 00:55:26>> นะครับรวมถึงตัวเพราะเราเองด้วยเนาะเพราะ
00:55:26 → 00:55:29เราก็ทราบแล้วว่าแดดมันมีอันตรายทั้ง
00:55:29 → 00:55:31เรื่องเ่อแก่เร็วเนาะเรื่องสีผิวที่
00:55:31 → 00:55:34เปลี่ยนแปลงแล้วก็รวมถึงเอ่อมะเร็งผิว
00:55:34 → 00:55:35หนัง
00:55:35 → 00:55:37>> อ่าใช่ถึงแม้ว่ามะเร็งผิวผิวหนังไม่ค่อย
00:55:37 → 00:55:39เกิดในคนไทยแต่เราก็แต่ว่าก็อยาก
00:55:39 → 00:55:42>> ก็กังวลเรื่องพวกฝ้ากะอะไรอย่างเงี้ยค่ะ
00:55:42 → 00:55:42ครับ
00:55:42 → 00:55:46>> ก็ดีแนะนำใช้ไปเถอะครีมกันแดดจะยี่ห้อ
00:55:46 → 00:55:48อะไรก็ได้ขอให้ได้ใช้
00:55:48 → 00:55:49>> ครับเห็นด้วย
00:55:49 → 00:55:51>> หวังว่าวันนี้ก็จะได้ประโยชน์กันไปนะคะก็
00:55:52 → 00:55:54ขอบคุณอาจารย์พี่ตู้มากๆนะคะที่ให้
00:55:54 → 00:55:56เกียรติมาร่วมเป็นแขกรับเชิญในวันนี้ค่ะ
00:55:57 → 00:55:57ขอบคุณครับ
00:55:57 → 00:56:01>> ถ้าเกิดใครสนใจมีช่องทางติดตามมั้ยไม่มี
00:56:01 → 00:56:05เป็นสายวิชาการ
00:56:05 → 00:56:07ออหรืออยากไปเจอเออ
00:56:07 → 00:56:10>> เอ่อก็ที่โรงพยาบาลโรคผิวหนังเขตร้อนภาค
00:56:10 → 00:56:13ใต้จังหวัดตรังนะครับก็สามารถไปใช้บริการ
00:56:13 → 00:56:15ได้นะครับใครที่อยู่ทางภาคใต้ครับ
00:56:15 → 00:56:17>> อ่าก็สามารถปรึกษาถ้าเกิดมีปัญหาเรื่อง
00:56:17 → 00:56:18ผิว
00:56:18 → 00:56:21>> ผมก็ดีใจมากๆเลยนะที่แบบพี่น้องของเพื่อน
00:56:21 → 00:56:23เรากระจายตัวกันไปทั่วประเทศไทยมากยิ่ง
00:56:23 → 00:56:24ขึ้น
00:56:24 → 00:56:26>> ภาคใต้ก็ไปเจออะไรที่น่าสนใจเยอะรวมถึง
00:56:26 → 00:56:29แดดที่แรงใกล้ทะเลอะไรอย่างเงี้ยนะครับก็
00:56:30 → 00:56:32เป็นอีกหนึ่งอันที่ทำให้เราได้ดูแลคนไข้
00:56:32 → 00:56:34ได้ได้เก่งขึ้น
00:56:34 → 00:56:36>> อื
00:56:36 → 00:56:39ค่ะก็เชี่ยวชาญแน่นอนนะคะก็วันนี้ขอบคุณ
00:56:39 → 00:56:42พี่ตู้แล้วก็สวัสดีทุกคนมากค่ะสวัสดี
00:56:42 → 00:56:48>> สวัสดี
00:56:48 → 00:56:58[เพลง]