00:00:00 → 00:00:02สวัสดีครับคลิปของวันนี้นะครับผมก็จะมา
00:00:03 → 00:00:05อัพเดทเรื่องที่ผมเคยพูดไปแล้วเมื่อเป็น
00:00:05 → 00:00:09ปีก่อนนะครับคือเรื่องที่ผมเล่าว่าการทำ
00:00:09 → 00:00:11เอกซเรย์บ่อยๆมันเป็นอะไรไหมมันเป็น
00:00:11 → 00:00:13อันตรายหรือเปล่านะครับรวมทั้งวันนี้จะมี
00:00:13 → 00:00:16การอัพเดทข้อมูลเรื่องเกี่ยวข้องกับถ้า
00:00:16 → 00:00:18เราทำ CT Scan เราต้องฉีดสีเราต้องทำ MRI
00:00:18 → 00:00:22พวกนี้มันจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่านะครับก็
00:00:22 → 00:00:24จะคุยเรื่องนี้ให้ฟังแล้วก็อัพเดทความรู้
00:00:24 → 00:00:26ให้ฟังกันด้วยนะครับพบกับผมนะครับนาย
00:00:26 → 00:00:28แพทย์ธนินธนีวรรณนะครับเป็นอาจารย์แพทย์
00:00:28 → 00:00:30อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเชี่ยวชาญโรค
00:00:30 → 00:00:32ปอดการปลูกถ่ายปอดและวิกฤตบำบัดนะครับ
00:00:32 → 00:00:35ก่อนที่เราจะเข้าเรื่องนะครับผมอยากจะให้
00:00:35 → 00:00:38ทุกๆท่านลองคิดก่อนว่าเวลาที่เราไปตรวจ
00:00:38 → 00:00:40อะไรแต่ละอย่างนะครับหรือว่าคุณหมอเขาแนะ
00:00:40 → 00:00:42นำว่าเออเราจะต้องตรวจเอกซเรย์ตรงนั้นตรง
00:00:42 → 00:00:45นี้นะเราต้องทำ CT Scan นะเราต้องทำ MRI
00:00:45 → 00:00:49นะครับเราควรจะคุยกับคุณหมอที่แนะนำการ
00:00:49 → 00:00:52ตรวจให้เราชัดเจนซะก่อนนะครับเข้าใจข้อดี
00:00:52 → 00:00:54ข้อเสียเข้าใจถึงว่าเออทำไมเราจะต้องทำ
00:00:54 → 00:00:57ถ้าเกิดว่าการทำนั้นมันมีประโยชน์มากกว่า
00:00:57 → 00:00:59โทษเราก็สมควรที่จะต้องทำนะครับเพราะว่า
00:00:59 → 00:01:02คนเขียนมาถามผมเนี่ยตอนนี้เราเป็นมะเร็ง
00:01:02 → 00:01:06รักษาหายแล้วหมอเขานัดตรวจติดตาม CT Scan
00:01:06 → 00:01:09ทุกๆ 3 เดือนเลยเป็นอะไรไหมคำตอบก็คือไม่
00:01:09 → 00:01:11เป็นอะไรครับกรณีแบบนั้นเนี่ยมันมี
00:01:11 → 00:01:13ประโยชน์มากกว่าโทษนะครับถ้าท่านไม่ทำ
00:01:13 → 00:01:16เอกซเรย์ CT ตามที่กำหนดนั้นก็อาจจะมีผล
00:01:16 → 00:01:18เสียก็คือมะเร็งมันอาจจะกลับมาในช่วงที่
00:01:18 → 00:01:21ท่านไม่ได้ทำการตรวจและท่านก็ไม่รู้พอไม่
00:01:21 → 00:01:23รู้ปุ๊บมารู้ตัวอีกทีนึงมะเร็งมันก็ลามไป
00:01:23 → 00:01:25ไกลแล้วแล้วกรณีแบบนี้เนี่ยการทำ
00:01:25 → 00:01:27เอ็กซเรย์ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดไม่ได้
00:01:27 → 00:01:29ทำให้ CT Scan มีปัญหาแต่อย่างใดนะครับ
00:01:29 → 00:01:32อ่าดังนั้นคุยกับคุณหมอของท่านให้ชัดเจน
00:01:32 → 00:01:35ซะก่อนให้ทราบว่าข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร
00:01:35 → 00:01:38ทีนี้อ่ะเราก็มาเข้าเรื่องกันที่ว่าคนเรา
00:01:38 → 00:01:41ปกติเนี่ยนะครับท่านรู้หรือเปล่าว่าทุกๆ
00:01:41 → 00:01:44วันไม่ว่าท่านอยู่ที่ไหนก็แล้วแต่จะต้อง
00:01:44 → 00:01:48เจอกัมมันตภาพรังสีตลอดเวลาอ้านะครับไม่
00:01:48 → 00:01:50ว่าท่านจะอยู่ในตึกอยู่ในห้องมืดนะครับ
00:01:50 → 00:01:53หรือว่าจะเดินอยู่ตามห้างสรรพสินค้าเดิน
00:01:53 → 00:01:57ตามถนนไปบนภูเขาไปว่ายน้ำไปทะเลตลอดทุก
00:01:57 → 00:01:59ที่จะโดนกัมมันตภาพรังสีเสมอนะครับ
00:01:59 → 00:02:02กัมมันตรา 5 รังสีเหล่านี้เราจะเรียกว่า
00:02:02 → 00:02:05backgram radiation นะครับหรือ
00:02:05 → 00:02:07กัมมันตภาพรังสีซึ่งมันอยู่บนพื้นหลังของ
00:02:07 → 00:02:09เรานั่นเองนะครับแล้วกัมมันตภาพรังสีตรง
00:02:09 → 00:02:12นี้มันก็มาจากหลายๆแหล่งยกตัวอย่างเช่นมา
00:02:12 → 00:02:15จากอวกาศหรือถ้าเรียกว่า cosmic
00:02:15 → 00:02:17radiation นะครับมาจากดวงอาทิตย์จาก
00:02:17 → 00:02:19อวกาศจากที่ต่างๆนะครับหรือสาร
00:02:19 → 00:02:21กัมมันตภาพรังสีซึ่งมันมีอยู่ในโลกเรา
00:02:21 → 00:02:23อยู่แล้วนะครับโดยทั่วๆไปเนี่ยก็จะพูดถึง
00:02:23 → 00:02:27เรื่องของก๊าซเรดอนนะครับคนๆไหมครับ
00:02:27 → 00:02:28เรื่องเรดอนที่มันเกี่ยวข้องกับการเกิด
00:02:28 → 00:02:30มะเร็งนั่นแหละครับแล้วมันก็มาจากสิ่ง
00:02:30 → 00:02:33ปลูกสร้างหรือจากในดินหรือบ่อน้ำเก่าซึ่ง
00:02:33 → 00:02:35มันทิ้งแล้วไม่มีการระบายบ่อน้ำพวกนี้ก็
00:02:36 → 00:02:38จะมีเรื่องของเรดอนที่มันทำให้เกิด
00:02:38 → 00:02:41กัมมันตภาพรังสีได้นอกจากนี้ก็มันยังมา
00:02:41 → 00:02:44จากอุตสาหกรรมต่างๆนะครับอ่าไม่ว่าจะเป็น
00:02:44 → 00:02:45โรงไฟฟ้านิวเคลียร์หรืออุตสาหกรรมต่างๆ
00:02:45 → 00:02:48ทั่วๆไปมันก็จะมีกัมมันตภาพรังสีทั้งหมด
00:02:48 → 00:02:51นี้รวมเรียกว่า background radiation
00:02:51 → 00:02:54ซึ่งปีๆนึงเนี่ยนะครับเราจะได้รับ
00:02:54 → 00:02:57background ridiation อยู่ที่ประมาณ 2-3
00:02:57 → 00:03:00มิลลิเวิร์ดนะครับมีซีนี่คือเป็นหน่วยวัด
00:03:00 → 00:03:03ปริมาณกัมมันตภาพรังสีซึ่งเราใช้ในทางการ
00:03:03 → 00:03:06แพทย์นะครับโดยทั่วๆไปเราจะเทียบให้เข้า
00:03:06 → 00:03:10ใจง่ายก็คือ 1 mistyword เนี่ยเท่ากับ
00:03:10 → 00:03:14การเอกซเรย์ปอด 10 ครั้งนะครับดังนั้นใน
00:03:14 → 00:03:17ปีๆนึงนี่นะครับต่อให้เราไม่ทำการ
00:03:17 → 00:03:19เอกซเรย์การทำ CT อะไรเลยก็แล้วแต่เนี่ย
00:03:19 → 00:03:22เราจะได้รับกรรมทันตภาพรังสีเทียบเท่ากับ
00:03:22 → 00:03:26การเอกซเรย์ประมาณสัก 20-30 ครั้งต่อปีนะ
00:03:26 → 00:03:27ครับนี่คือกรณีที่ท่านไม่ได้ไปนับการ
00:03:27 → 00:03:30เอกซเรย์ซีทีหรืออะไรใดๆก็ตามเลยนะครับ
00:03:30 → 00:03:33อ่านี่คือปริมาณซึ่งเราเจออยู่แล้วนะครับ
00:03:33 → 00:03:36บางคนอาจจะเจอมากบางคนอาจจะเจอน้อยนะครับ
00:03:36 → 00:03:39ทีนี้เรื่องของการกำหนดปริมาณรังสีซึ่ง
00:03:39 → 00:03:42ร่างกายของเรารับได้แล้วก็ถือว่าเป็นโอเค
00:03:42 → 00:03:45อยู่นะครับก็มีหน่วยงานกลางของมากำหนดว่า
00:03:45 → 00:03:50เออเราควรจะรับกัมมันตภาพรังสีต่อปีเทียบ
00:03:50 → 00:03:52เท่ากับการเอกซเรย์ไม่เกิน 200 ครั้งต่อ
00:03:52 → 00:03:55ปี 200 ครั้งดูเยอะใช่ไหมครับอ่านั่นแหละ
00:03:55 → 00:03:58ครับตัวเลขที่ท่านควรจะต้องจำไว้ในหัวผม
00:03:58 → 00:04:00จะไม่พยายามเปลี่ยนแปลงไปมาระหว่างว่ามี
00:04:00 → 00:04:01List reward กับการเอกซเรย์แล้วกันผมจะ
00:04:01 → 00:04:04เทียบเท่ากับว่าโอเค 1 mini keyword
00:04:04 → 00:04:05เท่ากับ 10 เอกซเรย์แล้วผมจะพูดเป็น
00:04:05 → 00:04:08เอกซเรย์แล้วกันนะครับมันจะได้เข้าใจง่าย
00:04:08 → 00:04:10ไม่งั้นเดี๋ยวกลับไปกลับมาเราก็อาจจะงง
00:04:10 → 00:04:13ได้นะครับดังนั้นปีๆนึงเราไม่ควรจะได้รับ
00:04:14 → 00:04:16กัมมันตภาพรังสีเกินกว่า
00:04:16 → 00:04:20200xport อย่างนี้จะง่ายกว่าทีนี้
00:04:20 → 00:04:23200 xray ปอดเนี่ยมันอันตรายไหมก็ต้อง
00:04:23 → 00:04:25บอกเลยครับว่ามันยังไม่ได้อันตรายขนาด
00:04:25 → 00:04:28นั้นนะครับการที่เริ่มเกิดอันตรายขึ้นกับ
00:04:28 → 00:04:30ร่างกายเริ่มน่าจะมีปัญหากับร่างกายคือ
00:04:30 → 00:04:33เราจะต้องได้รับการเอกซเรย์ปอดเนี่ยเทียบ
00:04:33 → 00:04:36เท่ากันกับ Export เนี่ยคือ 1,000 ครั้ง
00:04:36 → 00:04:40ขึ้นไปถึงจะเริ่มรู้สึกว่าอาจจะมีอันตราย
00:04:40 → 00:04:43เกิดขึ้นกับเราก็ได้นะครับดังนั้นก็ยัง
00:04:43 → 00:04:45ไม่ทำให้เราเกิดปัญหานะครับเพราะว่าท่าน
00:04:45 → 00:04:48ก็คงจะสงสัยเอ๊ะแล้วพวกที่เขาไปทำการฉาย
00:04:48 → 00:04:51รังสีรักษาเนี่ยนะครับเขาได้กันแค่ไหนกัน
00:04:51 → 00:04:53นะครับพวกนั้นอาจจะได้เยอะหน่อยนะครับแต่
00:04:53 → 00:04:55ว่าก็มีการกำหนดปริมาณให้มันชัดเจนไม่ให้
00:04:55 → 00:04:57มันเยอะจนเกินไปที่จะเกิดอันตรายต่อร่าง
00:04:57 → 00:05:00กายแต่ว่าคนที่เราห่วงก็คือคือคนที่เขา
00:05:00 → 00:05:03อยู่ใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซึ่งมันจะมี
00:05:03 → 00:05:06การรั่วไหลนะครับแล้วหลายๆคนก็คงกังวลว่า
00:05:06 → 00:05:08ถ้ามันรั่วไหลขึ้นมาแล้วเนี่ยเราไปเจอ
00:05:08 → 00:05:11แล้วมันจะเป็นอะไรหรือเปล่านะครับคนที่
00:05:11 → 00:05:13รั่วไหลออกมาแล้วเนี่ยแล้วระดับ
00:05:13 → 00:05:16กัมมันตภาพรังสีที่ทำให้เรามีอาการเช่น
00:05:16 → 00:05:20คลื่นไส้อาเจียนนะครับหรือมีเม็ดเลือดผิด
00:05:20 → 00:05:22ปกติไขกระดูกมันผลิตเม็ดเลือดผิดปกติ
00:05:22 → 00:05:26เนี่ยเราจะเริ่มเจอได้ก็ต่อเมื่อเราได้
00:05:26 → 00:05:29รับกัมมันตภาพรังสีเทียบเท่ากับการทำ
00:05:29 → 00:05:33เอกซเรย์ปอด 10,000 ครั้งนะครับและ
00:05:33 → 00:05:35กัมมันตภาพรังสีที่เราโดนเข้าไปทีเดียว
00:05:35 → 00:05:37ตายเลยในไม่กี่ชั่วโมงนั้นก็คือเทียบเท่า
00:05:37 → 00:05:42กับ x-ray ทั้งหมด 1 แสนครั้งครับอ่าเรา
00:05:42 → 00:05:44จะเห็นตัวเลขไหมครับว่าโอเคหน่วยการกลาง
00:05:45 → 00:05:47เขากำหนดมาให้ปีๆนึงเนี่ยเราไม่ควรจะได้
00:05:48 → 00:05:50เอกซเรย์ทั้งหมดเกิน 200 ครั้งแต่การที่
00:05:50 → 00:05:53มันเริ่มเกิดปัญหากับร่างกายคือเท่าไหร่
00:05:53 → 00:05:54ครับ
00:05:54 → 00:05:571,000 ครั้ง 10,000 ครั้ง 100,000 ครั้ง
00:05:57 → 00:06:00ซึ่งมันมากกว่าตัวเนี้ยมหาศเลยทีเดียวดัง
00:06:00 → 00:06:03นั้นเนี่ยท่านไม่จำเป็นจะต้องกังวลมาก
00:06:03 → 00:06:05ขนาดนั้นก็ได้ในการตรวจเอกซเรย์นะครับ
00:06:05 → 00:06:08แล้วเรามาลองมาดูซิว่าเอกซเรย์แต่ละ
00:06:08 → 00:06:12ประเภทนะครับมันมีความมากน้อยของรังสีที่
00:06:12 → 00:06:15เราได้รับเข้าไปแค่ไหนนะครับยกตัวอย่าง
00:06:15 → 00:06:18เอกซเรย์ของปอดเนี่ยเทียบเท่ากับการ Excel
00:06:18 → 00:06:211 ครั้งแต่ถ้าเป็นการทำ CT Scan ซึ่ง CT
00:06:21 → 00:06:23Scan ของปอดมันจะใช้ปริมาณรังสีที่เยอะ
00:06:23 → 00:06:26กว่าเพื่อภาพที่มันคมชัดกว่านะครับ
00:06:26 → 00:06:28เอกซเรย์ CT Scan หรือ computer
00:06:28 → 00:06:32tomorraphy ของปอดเนี่ยนะครับตัวนี้มัน
00:06:32 → 00:06:34จะเทียบเท่ากับ x-ray เยอะหน่อยนะครับอาจ
00:06:34 → 00:06:36จะเทียบเท่ากับเอกซเรย์สักประมาณ 80
00:06:36 → 00:06:39ครั้งถึงบางกรณีก็อาจจะถึง 200 ครั้งนะ
00:06:39 → 00:06:43ครับในครั้งเดียวเลยนะครับแต่ว่าการทำ CT
00:06:43 → 00:06:46Scan ของแต่ละอวัยวะเนี่ยมันก็จะแตกต่าง
00:06:46 → 00:06:49กันไปเช่นทำของหัวเนี่ยนะครับก็อาจจะแทบ
00:06:49 → 00:06:52เท่ากับอ่า x-ray สักประมาณเอ่อ 20-40
00:06:52 → 00:06:54ครั้งอย่างนี้เป็นต้นนะครับก็อาจจะเยอะ
00:06:54 → 00:06:56หน่อยแต่ที่เยอะที่สุดก็คือเรื่องของ
00:06:56 → 00:06:59เอกซเรย์ CT แกนของท้องนะครับท้องเนี่ย
00:06:59 → 00:07:01เนี่ยนะครับมันอาจจะเทียบเท่ากับการ
00:07:01 → 00:07:04เอกซเรย์ประมาณสัก 400 ครั้งเลยก็ได้นะ
00:07:04 → 00:07:06ครับแต่อย่างที่บอกนะครับ 400 ครั้งก็ยัง
00:07:06 → 00:07:08ไม่ถึงพันครั้งถึงหมื่นครั้งอะไรแต่อย่าง
00:07:08 → 00:07:10ใดดังนั้นท่านไม่จำเป็นต้องกังวลขนาดนั้น
00:07:10 → 00:07:11ก็ได้นะครับ
00:07:11 → 00:07:14ตรงนี้ก็เป็นตัวเปรียบเทียบให้เราเห็นนะ
00:07:14 → 00:07:16ครับและที่สำคัญคืออย่างที่ผมยกตัวอย่าง
00:07:16 → 00:07:18เรื่องของมะเร็งถ้าท่านรักษาหายแล้วหมอ
00:07:18 → 00:07:21เขาแนะนำว่าตรวจทุกๆ 3 เดือน 6 เดือนท่าน
00:07:21 → 00:07:23ก็ทำไปเถอะครับเพราะว่าการที่เราตรวจแล้ว
00:07:23 → 00:07:27เนี่ยมันมีโอกาสที่จะเจอผลดีมากกว่าผล
00:07:27 → 00:07:30เสียนะครับผมส่วนตัวยังไม่เคยเจอกรณีที่
00:07:30 → 00:07:33ทำ CT Scan มากๆแล้วกลายไปเป็นมะเร็ง
00:07:33 → 00:07:36ซึ่งผมบอกได้อย่างมั่นใจเลยว่าเฮ้ยเนี่ย
00:07:36 → 00:07:38คนเนี้ยมันเป็นมะเร็งเพราะทำ 40 สแกนมาก
00:07:38 → 00:07:40ไปยังไม่เคยเจอเลยนะครับที่เคยเจอก็คือ
00:07:40 → 00:07:43กรณีของอ่านักวิทยาศาสตร์ที่ทำเรื่องของ
00:07:43 → 00:07:44นิวเคลียร์แล้วเขาต้องยุ่งเกี่ยวกับ
00:07:44 → 00:07:47กัมมันตภาพรังสีตลอดเวลากลุ่มพวกเนี้ยที่
00:07:47 → 00:07:50ผมจะเจอนะครับแล้วก็มักจะเป็นคนที่แก่มาก
00:07:50 → 00:07:52ๆแล้วเพราะว่าพวกนั้นเนี่ยเขาทำงานในช่วง
00:07:52 → 00:07:54ที่ยังมีการควบคุมเรื่องของ
00:07:54 → 00:07:56กัมมันตภาพรังสีไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะครับ
00:07:56 → 00:07:59อ่าดังนั้นเรื่องของ CT Scan พวกเนี้ย
00:07:59 → 00:08:01ท่านไม่จำเป็นจะต้องกังวลขนาดนั้นก็ได้
00:08:01 → 00:08:03เพราะว่าเท่าที่เราดูนะครับเรื่องของ
00:08:03 → 00:08:06กัมมันตภาพรังสีที่รอรับได้มันสูงมากๆเลย
00:08:06 → 00:08:08ทีเดียวจนกว่ามันจะเกิดปัญหาขึ้นมานะครับ
00:08:08 → 00:08:11คนท้องแน่นอนว่าเรากังวลว่า
00:08:11 → 00:08:14กัมมรรัตนภาพรังษีนิดเดียวก็ไม่อยากจะให้
00:08:14 → 00:08:16ไปโดนลูกนะครับดังนั้นท่านไม่จำเป็นต้อง
00:08:16 → 00:08:18เป็นห่วงในกรณีนี้นะครับถ้าจำเป็นจะต้อง
00:08:18 → 00:08:20ทำการเอกซเรย์หรือ CT Scan ขึ้นมาจริงๆ
00:08:20 → 00:08:23นี้เราก็จะมีเสื้อตะกั่วให้คลุมตรงบริเวณ
00:08:23 → 00:08:26ที่เป็นการตั้งครรภ์ของเราทำให้รังสีมัน
00:08:26 → 00:08:28ไม่สามารถที่จะลงไปโดนลูกของเราได้นะครับ
00:08:28 → 00:08:30ดังนั้นก็จะสามารถที่จะทำได้ถ้ามีความ
00:08:30 → 00:08:34จำเป็นจะต้องทำนะครับอ่านี้เขาพูดถึงใน
00:08:34 → 00:08:36กรณีแม่นะครับและ
00:08:36 → 00:08:39อย่างหนึ่งซึ่งไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือการทำ
00:08:39 → 00:08:43x-ray computer แบบฉีดสีนะครับจะมี
00:08:43 → 00:08:45ปัญหาอะไรไหมคือฉีดสีเนี่ยนะครับโดยทั่วๆ
00:08:45 → 00:08:48ไปมันไม่ได้มีปัญหาอะไรมันจะมีปัญหากับ
00:08:48 → 00:08:51บางคนเท่านั้นคือข้อแรกคนที่แพ้อาหารไอ้
00:08:51 → 00:08:54คนที่แพ้อาหารทะเลที่แพ้ไอโอดีนนะครับพวก
00:08:54 → 00:08:56นี้ถ้าเราฉีดสารหนังสือขึ้นไปนะครับนั่ง
00:08:56 → 00:08:58เนี่ยมันจะมีส่วนประกอบของไอโอดีนดังนั้น
00:08:58 → 00:09:02บางคนอาจจะมีอาการแพ้ได้นะครับแต่ถ้า
00:09:02 → 00:09:05จำเป็นจริงๆจะต้องทำเอกซเรย์แบบฉีดสีในคน
00:09:05 → 00:09:08ที่แพ้อาหารทะเลแพ้ฉีกสีแบบนี้เคยมี
00:09:08 → 00:09:11ปฏิกิริยามาก่อนสามารถทำได้ไหมได้ครับมัน
00:09:11 → 00:09:14มีวิธีนะครับคือในทางการแพทย์เราเนี่ยนะ
00:09:14 → 00:09:16ครับเราจะให้สารสเตียรอยด์เข้าไปก่อนนะ
00:09:16 → 00:09:18ครับโดยวันนั้นเนี่ยเราจะให้สเตียรอยด์
00:09:18 → 00:09:20เช่นแล้วแต่โรงพยาบาลนะครับโรงพยาบาลผม
00:09:20 → 00:09:22ถ้าเกิดเร่งด่วนมากๆที่ต้องทำเดี๋ยวนี้
00:09:22 → 00:09:24แล้วเนี่ยครับเราก็จะฉีดสเตียรอยด์ขนาด
00:09:24 → 00:09:28สูงเข้าไปแล้วก็จะฉีดยาแอนตี้ฮิสตามินตัว
00:09:28 → 00:09:30นึงเข้าไปแล้วก็ทำ CT Scan ได้เลยแต่ถ้า
00:09:30 → 00:09:33เรายังพอมีเวลาอยู่บ้างเราก็จะใช้บอกว่า
00:09:33 → 00:09:36โอเคคนไข้กลับไปกินยาสเตียรอยด์ชื่อว่า
00:09:36 → 00:09:38เพนนิโซโลนที่บ้านนะกินทุก 6 ชั่วโมงนะ
00:09:38 → 00:09:41อ่าอย่างเงี้ยแล้วพอมาถึงวันที่เราจะทำ
00:09:41 → 00:09:44การตรวจ CT Scan เนี่ยเราก็จะฉีดแอนตี้
00:09:44 → 00:09:48วิตามินเข้าไปพร้อมกับให้กินตัวยาพวกนี้
00:09:48 → 00:09:50เข้าไปเพื่อที่จะทำให้ท่านไม่เกิดอาการ
00:09:50 → 00:09:53แพ้แล้วก็สามารถทำ CT Scan ได้นะครับนี่
00:09:53 → 00:09:56คือในคนนี้แพ้อ่าศาลศาลเอ่อทึบรังสีที่
00:09:56 → 00:09:59เราจ้องฉีดเข้าไปใน CT Scan นะครับอัน
00:09:59 → 00:10:02ที่ 2 คนที่มีโอกาสเกิดโรคไทรอยด์เป็นพิษ
00:10:02 → 00:10:04หรือ Hyper ไทรอยด์เนื่องจากว่าสาร
00:10:04 → 00:10:06กัมมันตภาพรังสีนั้นมันมีไอโอดีนเป็นส่วน
00:10:06 → 00:10:09ประกอบนะครับถ้าคนไหนที่มีโอกาสเกิด
00:10:09 → 00:10:12เรื่องของไทรอยด์มีพิษมากๆบางทีได้รับ
00:10:12 → 00:10:14ไอโอดีนเข้าไปเนี่ยในช่วง
00:10:14 → 00:10:1824 ถึง 72 ชั่วโมงแถวๆนี้แต่โดยทั่วไป
00:10:18 → 00:10:20มักจะเลีย 48 ชั่วโมงจะมีอาการไทรอยด์
00:10:20 → 00:10:22เป็นพิษขึ้นมาได้ก็คือเกิดอาการใจสั่นได้
00:10:22 → 00:10:25นะครับมีหัวใจเต้นผิดปกติได้พวกนี้คือเจอ
00:10:25 → 00:10:27ได้นะครับแต่มันไม่ได้เกิดทุกคนโอกาสเกิด
00:10:27 → 00:10:30น้อยมากๆเลยสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือในคนที่
00:10:30 → 00:10:32เคยเป็นไทรอยด์เป็นพิษมาก่อนแล้วรักษายัง
00:10:32 → 00:10:35ไม่หายดีพวกนี้จะเกิดได้นะครับคนที่กิน
00:10:35 → 00:10:38เอ่อกินยาเรื่องไทรอยด์เป็นพิษไปแล้วแล้ว
00:10:38 → 00:10:40หยุดยาพวกนี้ก็อาจจะเกิดได้เช่นกันท่านก็
00:10:40 → 00:10:43อาจจะต้องเฝ้าระวังในกรณีแบบนี้ไว้ชั่ว
00:10:43 → 00:10:45คราวนะครับถ้าคนไหนที่มีอาการพวกนี้ขึ้น
00:10:45 → 00:10:48มามันไม่ได้รักษายากอะไรเลยนะครับมาถึง
00:10:48 → 00:10:51หมอก็จะรักษาด้วยยากลุ่มที่กดอาการผิด
00:10:51 → 00:10:53ปกติของหัวใจได้เช่นยากลุ่มที่เรียกว่า
00:10:53 → 00:10:55propranol อย่างนี้เป็นต้นนะครับเราก็
00:10:55 → 00:10:57สามารถให้ยาพวกนี้ได้เราก็ไม่มีปัญหาอะไร
00:10:57 → 00:11:00แต่ถ้าท่านไหนที่มีปัญหาเรื่องของไทรอยด์
00:11:00 → 00:11:02ตั้งแต่แรกนะครับแล้วก็จำเป็นจะต้องทำการ
00:11:02 → 00:11:05เอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบฉีดสีท่านควรจะ
00:11:05 → 00:11:07ปรึกษาคุณหมอด้านต่อมไร้ท่อของท่านว่า
00:11:07 → 00:11:10โอเคเราจะไปทำนะเรายังคุมอาการไม่ได้คุณ
00:11:10 → 00:11:13หมอโรคต่อมไร้ท่อเขาอาจจะให้ยาไปกินเพื่อ
00:11:13 → 00:11:15ที่จะคุมอาการในช่วงที่เราทำเอกซเรย์
00:11:15 → 00:11:19คอมพิวเตอร์แบบฉีดๆก่อนนะครับอันที่ 3 คน
00:11:19 → 00:11:21ที่จะมีปัญหาได้ก็คือคนที่มีโรคไตเพราะ
00:11:21 → 00:11:24ว่าสารทึบรังสีพวกนี้มันอาจจะมีปัญหาต่อ
00:11:24 → 00:11:26ตายได้โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาเรื่องตายแบบ
00:11:26 → 00:11:30เยอะๆนะครับเช่นเป็นโรคไตเรื้อรังแบบขั้น
00:11:30 → 00:11:32ที่ 4 ขั้นที่ 5 หรือคนที่เป็นโรคไต
00:11:32 → 00:11:34เรื้อรังแบบฉับพลันในตอนนี้หรือที่เรา
00:11:34 → 00:11:38เรียกว่าคิดใน interruary พวกนี้จะมี
00:11:38 → 00:11:41โอกาสที่จะไตเสื่อมเพิ่มขึ้นได้ในคนเหล่า
00:11:41 → 00:11:44นี้นั้นเราจำเป็นจะต้องให้น้ำเข้าไปเยอะๆ
00:11:44 → 00:11:46นะครับด้วยหมอเขาอาจจะให้น้ำเกลือเข้าไป
00:11:46 → 00:11:48ก่อนเลยก็ได้ให้ไปถุงนึงก่อนที่จะไปทำ
00:11:48 → 00:11:49เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์และหลังจากนั้นก็คือ
00:11:49 → 00:11:53ให้อีกถุงนึงหรือถ้าท่านอยู่ที่บ้านเนี่ย
00:11:53 → 00:11:55ท่านอาจจะต้องมีการดื่มน้ำอัดดื่มไปเลย
00:11:55 → 00:11:572-3 ลิตรก่อนที่จะไปทำเอกซเรย์
00:11:57 → 00:11:58คอมพิวเตอร์แล้วหลังจากนั้นก็ดื่มต่อ
00:11:58 → 00:12:01เนื่องครับโดยทั่วๆไปถ้าเกิดจะเกิดปัญหา
00:12:01 → 00:12:04เกี่ยวกับเรื่องไตขึ้นมาหลังจากการฉีดสาร
00:12:04 → 00:12:06ทึบรังสีเพื่อทำการเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์
00:12:06 → 00:12:10แล้วมันมักจะเกิดขึ้นภายใน 48-72 ชั่วโมง
00:12:10 → 00:12:12ในตอนนั้นนะครับ
00:12:12 → 00:12:1448-72 ชั่วโมงดังนั้นในคนที่มีความ
00:12:14 → 00:12:18เสี่ยงสูงๆเช่นโรคไตเรื้อรังขั้นที่ 3
00:12:18 → 00:12:20ที่ 4 ที่ 5 พวกนี้นะครับแล้วจำเป็นจริงๆ
00:12:20 → 00:12:22จำเป็นไม่ได้เลยที่แบบไม่ทำไม่ได้นะครับ
00:12:22 → 00:12:25พวกนี้หมอก็จะตรวจติดตามค่าไตของท่านใน
00:12:25 → 00:12:28ช่วงเวลานั้นแล้วถ้าเกิดคนไหนที่ล้างไต
00:12:28 → 00:12:30อยู่นะครับพวกนี้ไม่มีปัญหานะครับถ้าล้าง
00:12:30 → 00:12:34ไตไปแล้วไม่มีปัสสาวะแล้วทำได้เลยครับมัน
00:12:34 → 00:12:36ไม่ทำให้แย่ไปกว่าเดิมดังนั้นไม่ต้อง
00:12:36 → 00:12:39กังวลคนที่ควรจะต้องกังวลก็คือคนที่ล้าง
00:12:39 → 00:12:42ไตแล้วแต่ยังมีการทำงานของไตเหลืออยู่ก็
00:12:42 → 00:12:45คือยังสามารถปัสสาวะได้อยู่พวกนี้ถ้าไปทำ
00:12:45 → 00:12:47เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์แบบฉีดสีบางทีตายมัน
00:12:47 → 00:12:50ปิดตัวไปเลยคือไม่ทำงานไปเลยนะครับเกิด
00:12:50 → 00:12:54ขึ้นได้นะครับในกรณีแบบนี้เรามักจะแนะนำ
00:12:54 → 00:12:57ว่าโอเคถ้าท่านจำเป็นจะต้องทำก็ทำครับแต่
00:12:57 → 00:13:00พอทำเสร็จปุ๊บเราจะไทยเลยร้านเอาไอ้สาร
00:13:00 → 00:13:03พวกนี้ออกไปทันทีเพื่อที่จะให้ไตที่ยังทำ
00:13:03 → 00:13:05งานหน้าที่เดิมอยู่ได้เนี่ยมันทำต่อได้นะ
00:13:05 → 00:13:07ครับแต่ถ้าคนไหนที่ไตมันไม่ทำงานอยู่แล้ว
00:13:07 → 00:13:10ตั้งแต่แรกทำไปได้เลยไม่มีปัญหาแต่อย่าง
00:13:10 → 00:13:12ใดมันไม่ทำให้อะไรเสื่อมไปมากกว่าเดิมนะ
00:13:12 → 00:13:15ครับอ่านี่ในแง่ของการฉีดสีเพื่อทำ
00:13:15 → 00:13:18เอกซเรย์คอมพิวเตอร์นะครับนอกเหนือจากนี้
00:13:18 → 00:13:23มันก็จะมีกรณีของ MRI นะครับ MRI เนี่ย
00:13:23 → 00:13:27มันใช้แม่เหล็กในการจับภาพนะครับมันไป
00:13:27 → 00:13:29เปลี่ยนขั้วโมเลกุลของน้ำเพื่อที่จะให้
00:13:29 → 00:13:32มันมีมีการเหนี่ยวนำแม่เหล็กที่ออกมาพวก
00:13:32 → 00:13:36นี้นะครับไม่ใช้สารกำมะคาบรังสีแต่อย่าง
00:13:36 → 00:13:39ใดเลยดังนั้นไม่จำเป็นจะต้องกังวลว่าจะมี
00:13:39 → 00:13:42กับทันตภาพรังสีจะทำได้ไหมอะไรไม่ได้คน
00:13:42 → 00:13:44ท้องทำได้ไหมทำได้หมดนะครับแล้วทำเยอะๆ
00:13:44 → 00:13:46มันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับกัมมันตภาพรังสี
00:13:46 → 00:13:48MRI นี่คือไม่ใช้กำมันตภาพรังสีดังนั้น
00:13:48 → 00:13:52ท่านจะทำกี่ร้อยกี่พันครั้งก็ทำได้ไม่ได้
00:13:52 → 00:13:54เกิดอันตรายขึ้นมานะครับแต่ปัญหาของ MRI
00:13:54 → 00:13:59คือมันใช้เวลานานนะครับมันมันใช้ใช้ไม่
00:13:59 → 00:14:01ได้ในกรณีที่คนไข้มีการเคลื่อนไหวเยอะๆ
00:14:01 → 00:14:03แบบนี้ไม่ได้นะครับเพราะว่ามันจะจับภาพ
00:14:03 → 00:14:05ได้ไม่ชัดเจนเท่าไหร่นะครับบางทีเข้าไปใน
00:14:06 → 00:14:08อุโมงค์มันก็จะเสียงดังนะครับแล้วก็คนที่
00:14:08 → 00:14:10กลัวที่แคบมากๆเนี่ยก็อาจจะทำไม่ได้เพราะ
00:14:10 → 00:14:13ว่าช่องของ mi มันจะช่องแคบๆแล้วท่านเข้า
00:14:13 → 00:14:16ไปแทบจะรู้สึกตกใจอย่างเงี้ยนะครับแล้ว
00:14:16 → 00:14:18มันก็เสียงดังเหมือนมีคนเอาค้อนมาเคาะ
00:14:18 → 00:14:20อะไรอยู่ใกล้ๆหัวแล้วก็จะรู้สึกว่ามัน
00:14:20 → 00:14:22ทำไมหนวกหูมันอยู่ที่แคบบางคนก็อาจจะมี
00:14:22 → 00:14:25ปัญหาเรื่องนั้นแต่ถ้ามีปัญหาจริงๆหมอเขา
00:14:25 → 00:14:28อาจจะให้ยานอนหลับที่สามารถทำให้เราหลับ
00:14:28 → 00:14:31ในช่วงเวลาที่เราทำ excelay แบบ MRI ได้
00:14:31 → 00:14:33นะครับตรงนี้ไม่ต้องกังวลสามารถที่จะทำ
00:14:33 → 00:14:38ได้นะครับทีนี้แล้วคนที่มีภาวะพิเศษก็คือ
00:14:38 → 00:14:41มีโรคไตแล้วจำเป็นจะต้องฉีดสีเพื่อ MRI
00:14:41 → 00:14:44ล่ะอ่าอันนี้จะแตกต่างกับกรณีของ CT Scan
00:14:44 → 00:14:46แล้วนะครับเพราะว่า 3 ชุดทำสีของ CT Scan
00:14:46 → 00:14:49กับสารที่กระทำสีของ MRI มันเป็นคนละชนิด
00:14:49 → 00:14:52นะครับของ CT Scan นั้นมันจะเป็นกลุ่ม
00:14:52 → 00:14:54ที่มีไอโอดีนแต่ของเป็น MRI นี้จะเป็นอีก
00:14:54 → 00:14:58แบบนึงไปเลยนะครับไอ้แบบของ MRI เนี่ย
00:14:58 → 00:15:00ส่วนใหญ่แล้วมันไม่ค่อยมีปัญหาอะไรยกเว้น
00:15:00 → 00:15:03คนที่มีปัญหาเรื่องไตแบบรุนแรงมากๆจริงๆ
00:15:03 → 00:15:05นะครับเพราะว่ามันจะเกิดภาวะพิเศษขึ้นมา
00:15:05 → 00:15:08ในกรณีนี้คือมันอาจจะทำให้คนที่เป็นโรคไต
00:15:08 → 00:15:11เกิดอาการหนังแข็งขึ้นมาได้นานๆเจอสักที
00:15:12 → 00:15:14เจอยากมากนะครับแต่มันเจอแล้วมันทรมานมาก
00:15:14 → 00:15:17ดังนั้นในคนที่มีโรคไตระยะท้ายๆเนี่ยจะ
00:15:17 → 00:15:19ต้องสอบถามคุณหมอที่ทำ MRI นิดนึงนะครับ
00:15:19 → 00:15:22ว่าเรามีโรคไตเนี่ยเราจำเป็นจะต้องทำจริง
00:15:22 → 00:15:25ๆหรือเปล่าถ้าจำเป็นต้องทำก็แนะนำอย่าง
00:15:25 → 00:15:28นึงครับมันจะมีศาลที่กำลังสีของ MRI รุ่น
00:15:28 → 00:15:32ใหม่ที่มันลดโอกาสเกิดภาวะนี้ลงไปได้มากๆ
00:15:32 → 00:15:34เลยแต่ยังไงก็ยังมีโอกาสเกิดอยู่ดีนะครับ
00:15:34 → 00:15:36แต่ว่าควรจะต้องคุยกับหมอที่เขาทำเรื่อง
00:15:36 → 00:15:39MRI เพราะว่ามันมีสารทึบรังสีชนิดพิเศษ
00:15:39 → 00:15:42ซึ่งสามารถที่จะทำได้นะครับอีกกรณีนึง
00:15:42 → 00:15:46ซึ่งผมเอ่อเรื่องของ MRI ที่อาจจะต้องรู้
00:15:46 → 00:15:49นิดนึงก็คือถ้าท่านมีโลหะอยู่ในตัวนะครับ
00:15:49 → 00:15:52ท่านอาจจะทำ MRI ไม่ได้นะครับเพราะว่าแน่
00:15:52 → 00:15:54นอนว่ามันใช้คลื่นแม่เหล็กนะครับแล้วถ้า
00:15:54 → 00:15:56มีโลหะอยู่ในตัวเนี่ยสิ่งที่เกิดขึ้นคือ
00:15:56 → 00:15:58โลหะพวกนั้นน่ะมันอาจจะเกิดความร้อนขึ้น
00:15:58 → 00:16:00มามากๆทำให้เกิดอันตรายต่อเนื้อเยื่อของ
00:16:00 → 00:16:02ท่านได้หรือบางทีมันบินหลุดออกมาจากเนื้อ
00:16:02 → 00:16:04เยื่อก็เกิดการบาดเจ็บได้ดังนั้นคนไหนที่
00:16:04 → 00:16:06เคยโดนยิงแล้วมีกระสุนฝั่งในเนี่ยทำไม่
00:16:06 → 00:16:10ได้นะครับคนไหนซึ่งเคยมีเศษเหล็กอยู่ในตา
00:16:10 → 00:16:13เนี่ยทำไม่ได้นะครับพวกนี้ทำไม่ได้คนไหน
00:16:13 → 00:16:14ซึ่งมี Page maker หรือว่าเครื่อง
00:16:14 → 00:16:16กระตุ้นหัวใจขึ้นกระตุกหัวใจที่ฝังอยู่
00:16:16 → 00:16:20เนี่ยอาจจะทำไม่ได้แต่อาจจะต้องถามคุณหมอ
00:16:20 → 00:16:21ที่ฟันเครื่องกระตุกหัวใจนะครับเพราะว่า
00:16:21 → 00:16:25เครื่องกระตุกหัวใจบางรุ่นมันสามารถทำ MRI
00:16:25 → 00:16:27ได้นะครับซึ่งตรงนี้จะรู้ได้ยังไงต้องถาม
00:16:27 → 00:16:30หมอหัวใจซึ่งใส่เครื่องตัวนี้เข้าไปให้
00:16:30 → 00:16:32ท่านนะครับเพราะว่าเครื่องบางรุ่นจะทำได้
00:16:32 → 00:16:34เครื่องบางรุ่นจะทำไม่ได้นะครับตรงนี้
00:16:34 → 00:16:37ต้องถามหมอของท่านถามผมผมตอบท่านไม่ได้
00:16:37 → 00:16:39ครับผมไม่ได้เป็นคนฝันเครื่องนั้นเข้าไป
00:16:39 → 00:16:41นะครับแล้วบอกชื่อรุ่นมาผมก็ตอบท่านไม่
00:16:41 → 00:16:43ได้อีกเช่นกันนะครับท่านจะต้องไปถามคุณ
00:16:43 → 00:16:46หมอหัวใจว่าเครื่องรุ่นนั้นมันจะเขียนว่า
00:16:46 → 00:16:49MRI compass Table นะครับถ้ามันบอกว่า
00:16:49 → 00:16:51Mr compass Double แปลว่าสามารถที่จะ
00:16:51 → 00:16:54ทำ mi ได้ครับนะฮะพวกนี้ก็จะต้องสอบถาม
00:16:54 → 00:16:57คุณหมอก่อนเลยนะครับว่าทำได้ไม่ได้นะครับ
00:16:57 → 00:16:59เอ่ออีกอย่างนึงที่ผมลืมก็คือเรื่องของ
00:16:59 → 00:17:02เพชร CT Scan นะครับ
00:17:02 → 00:17:06positansing แล้วก็คอมพิวเตอร์โทรมา
00:17:06 → 00:17:09กราฟิกก็คือมันเป็นการฉีดสารที่มันมี
00:17:09 → 00:17:12กัมมันตภาพรังสีอันนึงเข้าไปสารตัวนั้นก็
00:17:12 → 00:17:14คือน้ำตาลบวกกับคุณภาพรังสีเพื่อที่จะทำ
00:17:14 → 00:17:16เอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบพิเศษนะครับโดยที่
00:17:16 → 00:17:19มันใช้หลักการที่ว่าเซลล์ไหนหรือบริเวณ
00:17:19 → 00:17:22ไหนของร่างกายซึ่งมันผิดปกติมากๆแล้วมัน
00:17:22 → 00:17:25พกผิดปกติมากๆเนี่ยมันชอบน้ำตาลชอบใช้
00:17:25 → 00:17:26พลังงานมันจะดูดน้ำตาลเข้าไปเยอะดังนั้น
00:17:26 → 00:17:29เราก็ฉีดน้ำตาลซึ่งมีกับอัตภาพรังสีเข้า
00:17:29 → 00:17:31ไปให้มันดูดนะครับพอมันดูดเสร็จปุ๊บตรง
00:17:31 → 00:17:34นั้นก็จะเรืองแสงขึ้นมาทำให้ซื้อเครื่อง
00:17:34 → 00:17:36CT Scan ของเราเนี่ยมันจับภาพได้นะครับ
00:17:36 → 00:17:38เรืองแสงไม่ได้หมายความว่าโอ้แสงสว่างออก
00:17:38 → 00:17:40จากตัวนะครับคนละอย่างกันนะครับมันเรือง
00:17:40 → 00:17:43แสงในเครื่องในเครื่องจับ CT Scan นะ
00:17:43 → 00:17:45ครับไม่ใช่ตัวท่านเรืองแสงนะครับแล้ว
00:17:45 → 00:17:49เนี่ยใช้วิธีนี้ในการตรวจคนที่จะทำ patch
00:17:49 → 00:17:50cc scan เนี่ยนะครับหมอเขาจะบอกเลยว่า
00:17:50 → 00:17:53เออให้งดอาหารมาก่อนเพราะว่าไม่งั้นมันจะ
00:17:53 → 00:17:55มีปัญหานะครับต้องงดอาหารมาก่อนแล้วก็ไป
00:17:55 → 00:17:58ทำนะครับจริงๆ CT Scan ที่ต้องฉีดสีอะไร
00:17:58 → 00:18:01เข้าไปแล้วแต่เนี่ยมักจะแนะนำให้งดอาหาร
00:18:01 → 00:18:02มาก่อนเพราะว่าบางคนมันมีอาการคลื่นไส้
00:18:02 → 00:18:05อาเจียนได้นะครับถ้าท่านไม่กินไม่กินข้าว
00:18:05 → 00:18:07ไปก่อนจะดีที่สุดถ้าท่านกินข้าวเข้าไป
00:18:07 → 00:18:09แล้วต้องไปฉีดสีบางคนอ้วกนะครับอาจจะมี
00:18:09 → 00:18:11ปัญหาได้อ้วกนี่ยิ่งน่ากลัวใหญ่นะครับ
00:18:11 → 00:18:14ยิ่งในกรณีเพชร CT Scan ต้องอดอาหารไป
00:18:14 → 00:18:16ก่อนอย่างน้อยก็ 8 ชั่วโมงแล้วกันกินน้ำ
00:18:16 → 00:18:18เปล่าได้แต่น้ำอย่างอื่นกินไม่ได้นะครับ
00:18:18 → 00:18:21น้ำที่มีน้ำตาลกินไม่ได้นะครับอ่าพวกนี้
00:18:21 → 00:18:23ก็เป็นอีกอย่างนึงซึ่งสามารถที่จะทำได้
00:18:23 → 00:18:26แต่เพชร CT Scan มันเป็นการสแกนทั้งร่าง
00:18:26 → 00:18:28กายของท่านทั้งนั้นปริมาณรังสีที่ได้รับ
00:18:28 → 00:18:30เนี่ยจะค่อนข้างสูงนะครับจะค่อนข้างสูง
00:18:30 → 00:18:34หน่อยนะฮะโอเควันนี้ก็อัปเดตข้อมูลเกี่ยว
00:18:34 → 00:18:37ข้องกับการ CT Scan การเอกซเรย์การเอ่อ
00:18:37 → 00:18:39ตรวจเจอกัมมันตภาพรังษีแต่อย่างใดก็ตามนะ
00:18:39 → 00:18:42ครับหรือว่าเรื่องของ MRI เรื่องของการ
00:18:42 → 00:18:44ฉีดสีก็พูดไปทุกอย่างนะครับดังนั้นโดย
00:18:44 → 00:18:46สรุปนะครับเรื่องของการเอ็กซเรย์ทั้งหมด
00:18:46 → 00:18:49เนี่ยทำบ่อยแค่ไหนก็ไม่ได้อันตรายขนาดที่
00:18:49 → 00:18:52ท่านกังวลนะครับสามารถที่จะทำได้ถ้าท่าน
00:18:52 → 00:18:55กังวลใจก็สอบถามคุณหมอของท่านให้ชัดเจนซะ
00:18:55 → 00:18:57ก่อนว่าทำไปทำไมทำแล้วได้ประโยชน์อะไรนะ
00:18:57 → 00:18:59ครับเพราะว่าส่วนใหญ่ที่หมอเขาแนะนำเนี่ย
00:18:59 → 00:19:01ผลประโยชน์มันจะมากกว่าโทษชัดเจนนะครับ
00:19:01 → 00:19:04และอย่าลืมว่าปริมาณกัมมันตภาพรังสีซึ่ง
00:19:04 → 00:19:06เกิดเรื่องขึ้นมาต่อร่างกายเราเนี่ยจะ
00:19:06 → 00:19:09ต้องทำเทียบเท่ากับเอกซเรย์ปอดเป็นพัน
00:19:09 → 00:19:11ครั้งเป็นหมื่นครั้งเป็นแสนครั้งขึ้นไปนะ
00:19:11 → 00:19:13ครับถึงจะเกิดเรื่องนะครับโอเควันนี้ก็
00:19:13 → 00:19:15เท่านี้นะครับมีอะไรสงสัยก็สอบถามมาได้นะ
00:19:15 → 00:19:19ครับขอบคุณมากครับสวัสดีครับ